xs
xsm
sm
md
lg

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 13

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 13

ทิวเดินเข้ามาในห้องทำงานอย่างหงุดหงิด หญิงมานศรีซึ่งรออยู่ ลุกขึ้นยิ้มให้ แต่เขาไม่ยิ้มด้วย หญิงสาวไม่พอใจ

“วัยทองหรือไง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย”
ทิวรีบปรับอารมณ์
“ขอโทษ...ฉัน...หงุดหงิดกับลูกน้องมากไปหน่อย”
“ก็ดี ที่เดี๋ยวนี้รู้สึกผิดเป็น”
“นี่...ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ พูดจากรุณาให้เกียรติ”
“ขอโทษ...ฉัน...หงุดหงิดกับนายมากไปหน่อย”
“ก็ดี...ที่เดี๋ยวนี้รู้จักขอโทษ”
“ถ้าฉันทำผิดจริง ฉันพร้อมจะขอโทษ ส่วนนาย...”
“เรียกใหม่ แบบให้เกียรติ”
“ส่วนคุณ...ชอบตะแบง ชอบแถ ผิดก็บอกไม่ผิด ชอบก็บอกไม่ชอบ นิสัยไม่ดี”
“มากมั้ย”
“อะไรมาก”
“นิสัยไม่ดีน่ะ”
“มาก”
“ต่อไปนี้...ช่วยบอกด้วยแล้วกัน ว่าฉันทำอะไรไม่ดีบ้าง ฉันจะได้ปรับปรุง”
“เพี้ยนอะไรขึ้นมา”
“เผื่อเธอจะชอบ”
หญิงมานศรีงงๆ
“ชอบอะไร”
“ฉันไง”
“ประสาท!”
หญิงสาวเดินหนี ชายหนุ่มยิ้มๆเดินตามไป...เทพ และล้วนแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่ง เทพมองตามอย่างเคียดแค้น
“ล้วน เอารถออก ฉันจะไปวังกฤตยาเดี๋ยวนี้ ฉันไม่อยากรอ”

ค่ำนั้น...ชายคำรณฤทธีเดินเข้ามา เห็นล้วนกำลังนั่งอย่างสบายใจอยู่ โดยไม่ให้ความเคารพสถานที่ก็ไม่พอใจ
“คุณเทพมาหาหม่อมแม่เหรอ”
“อ้อ...คุณชาย สวัสดีครับ นายใหญ่มีธุระสำคัญจะปรึกษากับหม่อมครับ”
ชายคำรณฤทธีเครียดขึ้นมาทันที

หม่อมสรัสวดี โวยใส่เทพที่นั่งด้วยท่าทีสบายๆ
“ภายในเจ็ดวัน คุณบ้าไปแล้วหรือไง แค่เดือนเดียวฉันยังไม่มีปัญญาเลยว่า จะคุยกับลูกหญิงยังไงให้ยอมแต่งงานกับคุณ”
“ไม่มีปัญญาคุย หรือว่าไม่เคยคุยด้วย”
หม่อมสรัสวดีอึ้ง หันหน้าหนีกลบเกลื่อน
“ฉันยังไม่มีจังหวะที่ดีที่จะคุย”
“หม่อมกำลังยื้ออยู่ต่างหาก คิดว่าที่ผมเคยขู่หม่อม...ผมไม่กล้าทำจริงๆหรือไง”
เทพเข้าไปกระชากตัวหม่อมสรัสวดี ให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด
“คุณเทพ กรุณาอย่าทำตัวป่าเถื่อน ที่นี่คือวังกฤตยา ไม่ใช่ฮาเร็มคาวโลกีย์ของคุณนะ”
“อีกหน่อยที่นี่ก็จะเป็นฮาเร็มของผมเหมือนกัน”
ทันใดนั้นเสียงชายคำรณฤทธีดังขึ้น
“แน่ใจเหรอครับ คุณเทพ”
หม่อมสรัสวดีกับเทพตกใจ หันไป ชายคำรณฤทธีมองอยู่อย่างไม่พอใจ
“กรุณาปล่อยหม่อมแม่ของผม”
เทพค่อยๆปล่อย หม่อมสรัสวดีรีบไปหาลูกชาย
“ขอโทษจริงๆครับหม่อม...ผมลืมตัวไปชั่วขณะ แล้วจะไม่ให้ผมโกรธได้ยังไงล่ะครับ คุณชาย ในเมื่อหม่อมเขาไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผม ผมก็ต้องมาทวง”
ชายคำรณฤทธีอึ้งงง
“สัญญาอะไรครับ”
ชายคำรณมองแม่ หม่อมสรัสวดีไม่พอใจเทพที่ปูดเรื่อง ไม่กล้าสบตาลูกชาย

หญิงมานศรีนั่งมองดูพระจันทร์อย่างเพลิดเพลิน พิไลพรยืนมองด้วยความรักและเทิดทูน แต่ก็มีความห่วงและกังวล สักครู่จึงเดินมาหา
“คุณหญิงคะ...”
“รู้ล่ะ ว่าจะพูดให้หญิงกลับวังอีกแล้วใช่มั้ย” หญิงมานศรีจับมือพิไลพรเอาไว้ “พร...พรจะกลับไปก็ได้นะ”
“แล้วให้คุณหญิงอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอคะ คุณหญิงจะต้องอยู่คนเดียวก็ต่อเมื่อพรตายจากไปแล้วนั่นแหละ”
“พรอย่าพูดแบบนี้สิ หญิงไม่ชอบ”
“ความตายอยู่ใกล้เรามากนะคะคุณหญิง เวลาชีวิตของเราทุกคนต่างนับถอยหลังเข้าหาความตาย ไม่มีใครเป็นข้อยกเว้น พรมองความตายเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ”
“ไม่เอา ไม่พูดแล้ว...”
“ไม่พูดก็ได้ เข้านอนเถอะค่ะ อย่าอยู่ข้างนอกนานนัก น้ำค้างลงแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายค่ะ”
หญิงมานศรียิ้มให้พิไลพร ยอมเดินตามเข้าบ้านอย่างว่าง่าย ทิวยืนแอบมองอยู่ในความมืด ยิ้มอย่างมีความสุข
“ฝันดีนะครับคุณหญิง”

เทพเดินออกมา ยิ้มพอใจมาก ล้วนรีบยืนรอรับ
“กลับกันได้แล้ว”
“ทำไมเร็วจังครับ นายใหญ่”
“ก็แค่มาวางระเบิดเอาไว้ ที่เหลือ...ก็ปล่อยให้ระเบิดมันทำงานเอง ฮ่ะๆๆๆๆ”
เทพหัวเราะสะใจ เดินออกไป ล้วนตาม สะใจไปกับนายด้วย

ชายคำรณฤทธีต่อว่าหม่อมสรัสวดีด้วยความเสียใจ
“หม่อมแม่โกหกชาย โกหกน้องหญิง”
“ถ้าแม่ไม่โกหก ชายจะยอมรับเงินไปแก้ไขสถานการณ์เหรอ ธุรกิจต้องดำเนินต่อไป จะให้แม่ไปเอาเงินทีไหนมาช่วยชาย ถ้าไม่ใช่จากคุณเทพ”
“แต่ไม่ใช่การเอาตัวน้องหญิงเป็นเดิมพัน มันไม่ต่างอะไรกับการขายลูกกิน”
หม่อมสรัสวดีตบหน้าชายคำรณด้วยความลืมตัว
“ชาย!”
ชายคำรณฤทธีอึ้ง หม่อมสรัสวดีก็อึ้ง
“แค่นี้ชายไม่เจ็บหรอกครับ แต่ชายไม่อยากนึกถึงหัวใจของน้องหญิง ว่าจะเจ็บแค่ไหน ถ้ารู้ความจริงว่าหม่อมแม่กำลังพยายามทำอะไรอยู่”
“ก็ในเมื่อลูกชายมันไม่ได้เรื่อง มีปัญหามาให้แก้ทุกวัน จะให้แม่อย่างฉันที่มีแค่สองมือคนนี้ทำยังไง ญาติพี่น้องของพ่อแกเคยยื่นมือมาช่วยเหลืออะไรหรือก็เปล่า มีแต่ฉันที่ต้องหาทางออกเอง”
หม่อมสรัสวดีนั่งร้องไห้อย่างอัดอั้น ชายคำรณฤทธีเริ่มรู้สึกผิดที่ตัวเองพูดแรงกับแม่
“หญิงมานศรีเป็นทางรอดทางเดียวของกฤตยา แม่จำเป็นต้องทำ แม่จำเป็นต้องทำ”
“ชายเข้าใจครับ แต่ชายยอมทำใจรับมันไม่ได้ ชายขอโทษที่ชายไม่ได้เรื่อง แต่หม่อมแม่ครับ...ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สำคัญกว่าเงินครับ”
หม่อมสรัสวดีอึ้ง ยิ่งเห็นความผิดหวังและการหมดความนับถือในสายตาของลูกชายก็ยิ่งปวดร้าวใจ
“ถึงฉันจะทำผิด แต่ฉันก็ยังเป็นแม่ของแกนะ อย่ามองฉันแบบนี้”
ชายคำรณเดินหนีไป หม่อมสรัสวดีเดินตาม เอาเรื่อง
“จะไปไหน ชาย”
ชายคำรณฤทธีไม่สนใจ เดินลิ่วออกไป หม่อมสรัสวดีหยุดตามหมดแรง ท้อถอยทั้งกายและใจ และเสียใจ ไร้ทางออก
“แล้วฉันจะทำยังไงดี...ใครก็ได้...ช่วยฉันที...ท่านพี่คะ”

หม่อมสรัสวดีนั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางวังกฤตยาอันโอ่อ่า แต่ไร้ความสุข ร้อนดังไฟ

ทิวยืนมองบ้านพักของหญิงมานศรี จนอิ่มใจ หันจะเดินกลับไปแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าหญิงมานศรียืนอยู่ข้างหลัง

“มาทำอะไร”
ทิวตกใจ
“เฮ้ย!”
“มานศรี ไม่ใช่เฮ้ย”
ทิวยิ้มกลบเกลื่อน
“มุกเยอะนะเรา”
“ถามว่ามาทำอะไร”
“มาดู”
“ดูอะไร”
“ดูไปเรื่อย”
“โรคจิต”
“ไม่เท่าเธอหรอก ไปนะ”
ทิวรีบเดินออกไป หญิงมานศรีทักขึ้น
“ลุงคนนั้นเป็นยังไงบ้าง”
ทิวชะงัก หันไปมองหญิงสาว

ลุงมิตรนอนหลับอยู่ ทิวและหญิงมานศรีเข้ามามอง
“ไม่น่าเชื่อเลย...ว่าจะเป็นลุงมิตรของนายจริงๆ”
“ใช่...นับว่าเทวดายังไม่ทอดทิ้งฉันเสียทีเดียวนัก อีกไม่นานเมื่อความจำลุงมิตรกลับคืนมาทั้งหมด วันนั้นจะเป็นวันที่ไอ้เทพพบจุดจบ”
“ฉันเอาใจช่วยนะ”
“ขอบใจ”
วิวัฒน์เข้ามา เห็นหญิงมานศรีก็ชะงัก หญิงมานศรีแปลกใจที่เห็นวิวัฒน์
“ผมให้วิวัฒน์ช่วยดูแลลุงมิตรอยู่ที่นี่...”
หญิงมานศรีกังวลใจ
“คุณไม่กลัวคุณเทพจะรู้เหรอ”
“มันฉลาดเกินกว่าจะคิดว่าผมโง่ เอาตัวลุงมิตรมาไว้ใกล้จมูกมันแบบนี้”
ลุงมิตรค่อยๆลืมตา เพ้อออกมา
“รูปพี่ทัด...รูปพี่ทัด...”
ทิวกับหญิงมานศรีและวิวัฒน์แปลกใจ รีบเข้าไปดูลุงมิตรอย่างใกล้ชิด
“ลุง...ลุงว่าอะไรนะ”
ลุงมิตรยังคงเพ้ออยู่
“พี่ทัด...รูปพี่ทัด”
ทิวสงสัย
“รูปพ่อผม รูปไหน”
“ข้างหลัง”
“หลังรูปพ่อของคุณ ในห้องทำงานของคุณเทพไง ที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟังอาจจะมีความสำคัญกับลุงมิตร...ไม่ใช่เซฟของคุณเทพ”
ลุงมิตรปวดหัวอีก วิวัฒน์หันมาถามทิวอย่างกังวลใจ
“นาย จะเอาตัวลุงซ่อนไว้ รอให้ความจำค่อยๆฟื้นคืนมาทีละนิดๆแบบนี้เหรอครับ ดูลุงเจ็บปวดและทรมานมากเลยนะครับ”
หญิงมานศรีเห็นด้วยกับวิวัฒน์
“นั่นสิ...เชื่อใจหมอธีนะ พาลุงไปรักษาให้เป็นเรื่องเป็นราวเถอะ”
ทิวเครียด พยายามจะตัดสินใจ เอาไงดี


เช้าวันใหม่...หญิงมานศรีและพิไลพรเดินออกมาจากบ้าน จะไปทำงาน ชายคำรณฤทธีเดินเข้ามาอย่างอิดโรย หญิงมานศรีและพิไลพรตกใจ

ชายคำรณฤทธีแยกมาคุยกับหญิงมานศรีที่มุมหนึ่ง
“พี่แค่...คิดถึงน้องหญิง เลยขับรถมาหา”
“คงไม่ใช่แค่นั้นหรอกค่ะ พี่ชายคะ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ บอกหญิงมาเถอะค่ะ”
“น้องหญิง...พี่เป็นพี่ชายที่แย่มากเลยใช่มั้ย”
“ไม่จริงเลย หญิงภูมิใจเสมอเวลาที่ได้แนะนำตัวกับใครว่า เป็นน้องสาวของหม่อมราชวงศ์คำรณฤทธี กฤตยา”
“เหรอ...อะไรในตัวพี่ที่ทำให้น้องหญิงภูมิใจ”
“พี่ชายไม่เคยรีรอที่จะทำทุกอย่างเพื่อพวกเรา แม้จะต้องเสียสละตัวเอง พี่ชายก็ยอม หญิงเห็นพี่ชายทุ่มเทกับงานมากจนลืมชีวิตตัวเองแบบนั้น...หญิงยิ่งรู้สึกว่าหญิงไม่ได้ทำอะไรเพื่อครอบครัวเลย”
ชายคำรณฤทธีมองน้องสาว ด้วยความสงสารและสะเทือนใจ
“น้องหญิงต่างหากที่เสียสละมากกว่าใครทั้งหมด...โดยที่น้องหญิงไม่รู้”
หญิงมานศรีแปลกใจ
“พี่ชายหมายความว่ายังไงคะ”
ชายคำรณฤทธีหลบตา
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ...” ชายคำรณฤทธีมองหน้าน้องสาว “หญิง...ฟังพี่นะ พี่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวของเราคงไว้ซึ่งความเป็นกฤตยาที่แท้จริง ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตพี่ก็ตาม”
“พี่ชาย”
หยิงมานศรีแปลกใจ ไม่เข้าใจ ในสิ่งที่พี่ชายพูดเอาเสียเลย ชายคำรณฤทธีโอบน้องสาวเข้ามากอด
“โดยเฉพาะ...หงส์แสนสวยและน่าทนุถนอมของพี่คนนี้...น้องหญิงเกิดเป็นหงส์ ที่สูงส่งด้วยสายเลือดและศักดิ์ศรี พี่จะไม่ยอมให้ใครดึงน้องหญิงของพี่ลงต่ำเด็ดขาด”
“ขอบคุณค่ะพี่ชาย...หญิงรักพี่ชายที่สุดเลย”
สองคนพี่น้องกอดกันอย่างเข้าอกเข้าใจ หากแต่หญิงมานศรีไม่ค่อยสบายใจนัก

ลุงมิตรถูกแต่งตัวมิดชิด วิวัฒน์และเข้มพาลุงมิตรเดินมา ทิวขับรถกระบะเข้ามาจอด
“เร็วเข้า พาขึ้นรถ”
“ครับนาย”
ทั้งหมดพาลุงมิตรขึ้นท้ายกระบะ ที่มีไก่ชน และสุ่มไก่วางอยู่ ลุงมิตรและวิวัฒน์เข้าไปหมอบในสุ่มไก่ เข้มเอากระสอบป่านสุมๆทับตัววิวัฒน์และลุงมิตรอย่างระแวดระวัง กลัวใครมาเห็น ทิวออกรถไป

ขณะเดียวกัน พิไลพรยืนรออยู่มุมหนึ่งของโรงพยาบาลอย่างกระวนกระวายใจ ธีรพลเดินเข้ามาหา
“มากันหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“โทรเช็กคุณทิวหรือยัง”
“ไม่รับสายเลยค่ะ”
“คงไม่สะดวก”
ธีรพล และพิไลพรเป็นกังวล

ทิวขับรถมาตามถนนเห็นล้วนและลูกน้องตั้งด่านอยู่ข้างหน้า ทิวเจ็บใจ
“มันมาตั้งด่านอะไรวันนี้วะ”
ล้วนเห็นรถกระบะของทิว โบกให้จอด เข้มหายใจไม่ทั่วท้อง พยายามทำตัวเป็นปกติ ทิวจอดรถ ลงจากรถ ล้วนเข้าไปหาทิว
“จะไปไหน”
“ไปชนไก่”
ล้วนมองไปที่ท้ายกระบะ เห็นเข้มนั่งอยู่บนกระสอบป่าน และมีสุ่มไก่ชน
“ไก่กี่ตัว”
“เห็นกี่ตัวล่ะ”
ล้วนมองอย่างสังเกต เห็นบางอย่างขยุกขยิกอยู่ภายใต้กระสอบนั้น ลุงมิตรเริ่มดิ้น โดยมีวิวัฒน์ปิดปากเอาไว้ ล้วนหันมามองทิว ทิวสบตาล้วน แข็งกร้าว แต่ในใจ ลุ้นสุดๆ
“อะไรอยู่ข้างใต้กระสอบ”
ทิวอึ้ง เข้มตัวเกร็ง

ธีรพลและพิไลพรยังยืนรออยู่อย่างร้อนใจ
“พร...เตรียมรถพาคนไข้ไปกรุงเทพเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย”
“ค่ะ”
“ผมจะล่วงหน้าไปก่อน เดี๋ยวไปไม่มันเวลานัดอาจารย์หมอ ฝากทางนี้ด้วย”
“ขอบคุณมากนะคะหมอธี”
“ไม่รู้ว่าผมตกกระไดพลอยโจนกับพวกคุณได้ยังไง”
“ไม่ใช่การตกกระไดพลอยโจนหรอกค่ะ เพราะหมอธีเชื่อมั่นในความดีต่างหาก”
“พูดซะเหมือนผมเป็นเทวดาเลย ไปนะ พร ระวังตัวนะ”
“ขอบคุณค่ะ ขับรถดีๆนะคะหมอธี”
“จ๊ะ”
ธีรพลรีบเดินออกไป พิไลพรมองตามด้วยสายตาลึกซึ้งบางอย่าง

ทิว เข้ม หายใจไม่ทั่วท้อง ล้วนสั่งลูกน้อง
“เฮ้ย ค้นเด้ะ”
ทิวกับเข้ม ตกใจ...หาทางแก้ปัญหา แต่แล้ว ขวัญตาก็เดินเข้ามาอย่างร้อนรน แหวกลูกน้องทุกคน ไม่สนใจใครตรงไปหาทิว
“พี่ทิว อยู่นี่เอง...พาขวัญตาไปหาหมอทีสิ ขวัญตาไม่สบาย”
ทิวรีบฉวยโอกาส
“เหรอ...งั้นรีบไปเถอะ”
ล้วนโวยวาย
“เฮ้ย ค้นรถก่อน”
ขวัญตาหันขวับมาหาล้วน
“ไอ้ล้วน ไม่ได้ยินเหรอ ว่าฉันไม่สบาย ต้องรีบไปหาหมอ หรืออยากเห็นฉันชักอยู่ตรงนี้ โอ๊ย”
ขวัญตาเวียนหัว เซไปซบทิว
“ขวัญตา”
“หึ...” ล้วนคิดว่าเป็นมารยาขวัญตากระพือถ่านไฟเก่ากับทิว “งั้นก็เชิญครับ คุณขวัญตา”
“ไปเถอะ พี่ทิว...ขวัญตาคลื่นไส้อ่ะ”
ทิวรีบพาขวัญตาไปขึ้นรถ ส่วนตัวเองก็รีบกลับไปขึ้นฝั่งคนขับ เร่งเครื่องออกไปอย่างโล่งอก ขวัญตาลอบมองทิวอย่างสะใจ ที่เป็นไปตามแผน โดยมีล้วนและลูกน้องมองตาม
“มารยาสาไถได้เนียนจริงๆนะคุณขวัญตา”
ล้วนยกมือถือขึ้นมากดเบอร์โทร
“นายใหญ่ครับ...คุณขวัญตาไปกับไอ้ทิวแล้วครับ”
“ดี...ให้มันได้อยู่ใกล้กันเยอะๆ”
เทพเห็นกลิ่นท่าทางมีพิรุธ กำลังจะออกไปจากบ้าน เทพมองอย่างสนใจ
“ล้วน...จัดการพานังกลิ่นกลับบ้านเก่าหน่อย ฉันไม่อยากให้มันเอาเรื่องในบ้านไปพูดกับใคร”
กลิ่นเดินลับไป เทพวางสาย...ยิ้มอย่างอารมณ์ดี หันมา เจอชายคำรณฤทธียืนอยู่
“สวัสดีครับ คุณเทพ”
“อ้าว...คุณชาย...นี่กรุณาให้เกียรติมาหาผมถึงที่นี่เลยเหรอครับ”
“ผมไม่ได้ให้เกียรติคุณ แต่ผมมีเรื่องจะเจรจากับคุณ”
เทพไม่พอใจคำพูดของคำรณฤทธี

หญิงมานศรีกำลังเดินไปเดินมาที่มุมหนึ่งในโรงงาน เธอมองมือถืออย่างกังวลใจ
“เป็นยังไงบ้างนะ นายทิว...ทำไมไม่โทรมาสักที”
กลิ่นเดินมาทางข้างหลัง โดยที่หญิงมานศรีไม่เห็น ทันใดนั้น กลิ่นก็ถูกล้วนซึ่งโผล่มาจากข้างๆ เอามือปิดปากแล้วลากตัวหายออกไป หญิงมานศรีหันไปพอดี แต่ไม่เห็น เธอรอคอยข่าวจากทิวต่อไป

ล้วนลากกลิ่นมาเข้ามุม แล้วต่อยท้องจนกลิ่นจุก ก่อนจะเข้าค้นตัวกลิ่น เจอจดหมาย ล้วนเปิดออกดู
“จดหมายจากคุณพวงทิพย์ถึงไอ้ทิว...” ล้วนสั่งลูกน้อง “เฮ้ย...จัดการส่งมันกลับบ้านเก่าตามคำสั่งนายใหญ่
“ครับพี่”
ลูกน้องล้วนอุ้มกลิ่นที่กำลังชะตาขาดออกไป ล้วนยิ้มเหี้ยม

เทพหัวเราะด้วยความขำใส่ชายคำรณฤทธี
“ฮ่ะๆๆๆๆๆๆ”
“ข้อเสนอของผมมันน่าขำนักเหรอครับ คุณเทพ”
“ใช่...โถๆๆๆ คุณชายเอ๋ย...คิดว่าเล่นขายหม้อข้าวหม้อแกงอยู่เหรอครับ”
ชายคำรณฤทธีอึ้ง
“ดอกเบี้ยและเงินต้นของผมจะเป็นโมฆะก็ต่อเมื่อ ผมได้แต่งงานกับคุณหญิงเท่านั้น ไม่ใช่เพราะการหาเงินมาใช้หนี้ ซึ่งเป็นคำพูดขี้ไก่ๆจากปากผู้ดีตกยาก จะหามาจากไหน ในเมื่อตอนนี้ เหลือแต่ตัว”
“ผมจะหามาจากไหน ไม่สำคัญ...แต่คำพูดของผมเชื่อถือได้”
“แต่ขอโทษ...ผมทำข้อตกลงกับหม่อมสรัสวดี ไม่ใช่คุณชาย เพราะฉะนั้นกลับไปซบอกแม่เหมือนเดิมเถอะไป”
ชายคำรณฤทธีโกรธมาก
“คุณเทพ!”
เทพจ้องหน้า
“ทำไม!”
ชายคำรณฤทธีอึ้ง เมื่อเห็นแววตาและสีหน้าโรคจิตของเทพ
“ไปบอกหม่อมแม่นะว่า...เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว กรุณาทำตามข้อตกลงไม่งั้น ก็เตรียมขนเสื้อผ้าไปอยู่ข้างถนนได้เลย”
คำรณฤทธีมองเทพอย่างไม่พอใจ เครียด เทพหัวเราะอย่างสะใจ เย้ยหยันเดินออกไป

ทิวขับรถกระบะเข้ามาจอดในโรงพยาบาล ดับเครื่องแล้วลงมากับขวัญตา ทิวเดินมาหาเข้ม
“ฉันจะพาขวัญตาไปหาหมอ แกจัดการทุกอย่างรอฉันไว้ก่อนเลย”
ขวัญตาแปลกใจ
“จะไปไหนกันเหรอพี่ทิว”
“จะไปหาหมอ หรือจะยืนถามคำถาม”
“แหม ถามนิดถามหน่อยแค่นี้เอง”
ขวัญตาคลื่นไส้อีก
“ไปๆ รีบไปหาหมอ”
ทิวพาขวัญตาเดินออกไปอย่างเร็ว เข้มรอจนทิวและขวัญตาลับไปก็เปิดกระสอบ
“ไอ้วัฒน์!”
วิวัฒน์กับลุงมิตรรีบโผล่หัวขึ้นมา สูดอากาศ วิวัฒน์ถามทันที
“คุณขวัญตาเป็นอะไรพี่”
“ยังไม่เลิกอีก พาลุงไปหาคุณพิไลพร เร็ว”
วิวัฒน์ช่วยเข้มดูลุงมิตร เข้มเอาไก่เข้าสุ่ม คลุมผ้า แล้วรีบพยุงลุงมิตรลงจากกระบะ

ทิวยืนรออยู่ ขวัญตาเดินใจลอยออกมา ในมือถือถุงยามาด้วย เธอเดินมาหาเขา
“หมอบอกว่าเป็นอะไร”
“พี่ทิว...ขวัญตาท้อง”
“อะไรนะ”
“ขวัญตากำลังจะมีลูกกับคุณเทพ...”
ใจหนึ่งของทิวก็ดีใจกับขวัญตา แต่อีกใจกลับหวาดหวั่นบอกไม่ถูก
วิวัฒน์แอบฟังอยู่จากมุมหนึ่งใกล้ๆ ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

“คุณขวัญตาท้อง...”
 

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 13 (ต่อ)

หญิงมานศรีคุยกับทิวอยู่ในออฟฟิศ ทิวดูมีบางอย่างอยู่ในใจ

“วิวัฒน์ไปอยู่ดูแลลุงมิตรที่กรุงเทพใช่มั้ย”
“อืม”
“เดี๋ยวฉันจะโทรไปสำทับหมอธีอีกครั้ง ให้ช่วยดูแลลุงมิตรเป็นพิเศษ”
“อืม”
หญิงมานศรีเห็นท่าทางที่เครียดๆของเขาก็มองอย่างสงสัย
“เป็นอะไรไป”
“เป็นห่วง”
“อีกไม่นานลุงมิตรก็หาย เชื่อมืออาจารย์หมอของหมอธีได้เลย”
“ฉันเป็นห่วงขวัญตา”
หญิงมานศรีอึ้งทำเป็นไม่รู้สึก
“ทำไมต้องเป็นห่วงเขาด้วยล่ะ เขาก็มีสามีคอยดูแลอยู่”
“มันน่ะเหรอจะดูแล...คนอื่นต่างหากที่มันอยากดูแล”
“ทำไมต้องมาพาลเอากับฉัน นี่เป็นนิสัยอีกข้อหนึ่งของนายที่แย่มากๆ”
ทิวอึ้ง รีบพูดกลบเกลื่อน
“ฉัน...ไม่ได้พาล”
“ถ้าเป็นห่วง ว่างๆก็ไปดูแลเขาสิ”
ทิวยิ้มกริ่ม ยั่ว
“ก็ว่างั้น ว่างๆว่าจะไปหาสักหน่อย”
หญิงมานศรีหงุดหงิดไม่รู้ตัวเดินหนีไป ทิวเดินตาม...
“ตามมาทำไม”
“ตามมาดูหน้าคนขี้หึง”
“ใครหึง หึงใคร”
“เธอ...หึงขวัญตา”
“ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย”
“ปากให้ตรงกับใจหน่อยสิ”
“ได้! ฉัน...”
ทิวจับมือของหญิงสาวเอาไว้ สบตาลึกซึ้ง
“พูดออกมาเร็วๆสิ...เอาความจริงจากหัวใจของเธอ เธอหึงใช่มั้ย”
“ฉัน...”
เข้มวิ่งหน้าตาตื่นมารายงานทิว
“นาย แย่แล้ว”
“อะไร...ทำไมชอบมาขัดจังหวะฉันอยู่เรื่อยเลยวะ ไอ้เข้ม”
“ไอ้วัฒน์ มันกระโดดลงจากรถพยาบาล หายไปไหนไม่รู้ คุณพิไลพรจะโทรบอกนาย แต่นายไม่รับสาย”
“เวรแล้วไง!”
ทิวกับหญิงมานศรี เครียดขึ้นมาทันที
“มันจะไปไหนของมัน”

ขวัญตาเดินตามหาเทพอยู่ในสวนของคฤหาสน์อย่างมีความสุข
“คุณเทพคะ คุณเทพ...อยู่หรือเปล่าคะ”
วิวัฒน์ปราดเข้ามาหา
“คุณขวัญตา...”
“ไอ้วัฒน์!”
ขวัญตาจะวิ่งหนี วิวัฒน์คว้ามือเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนครับ”
“ปล่อยฉันนะ แกจะมาอีกทำไม ไอ้หมาวัด ปล่อย”
บุญปลูกเดินเข้ามาเห็นพอดี รีบหลบ แอบดู
“หมาวัดก็ผัวคุณคนหนึ่งเหมือนกัน”
ขวัญตาตบหน้าวิวัฒน์ แล้วถุยน้ำลายซ้ำ
“ถุย!”
วิวัฒน์เจ็บใจ ดึงตัวมาจูบ ไซร้ ขวัญตาขัดขืน
“ปล่อยฉันนะ”
บุญปลูกปากมัน รีบวิ่งออกไปทันที ในขณะที่ขวัญตากำลังดิ้นให้หลุดจากวิวัฒน์

เทพกำลังจะออกไป ผ่องทิพย์เดินเข้ามา
“คุณเทพคะ”
“อ้าว ผ่องทิพย์ ยังอยู่อีกเหรอ ฉันนึกว่าเธอจะไปจากบ้านนี้ซะแล้ว เห็นเงียบๆไป”
“ที่เงียบไป เพราะผ่องนอนเจ็บปางตายอยู่...คุณไม่คิดจะไปดูใจกันบ้างเลยเหรอคะ”
“พูดเหมือนคนรักกัน”
“เพราะผ่องรักคุณไง ผ่องถึงได้พูด แต่คุณไม่เคยรักผ่องเลยใช่มั้ย”
เทพยิ้มเหยียด
“เธอน่ะเหรอรักฉัน”
“ใช่ รักและซื่อสัตย์กับคุณยิ่งกว่าหมาที่ซื่อสัตย์กับเจ้าของซะอีก ทั้งๆที่คุณสนใจผ่องน้อยลงทุกทีๆ”
ผ่องทิพย์ร้องไห้ออกมา อย่างเสียใจและน้อยใจมาก จนเทพใจเสีย บุญปลูกวิ่งมาอย่างเร็ว โดยไม่เห็นว่าเทพยืนอยู่ด้วย
“คุณนายขา แซ่บเว่อร์ค่ะ คราวนี้ไอ้วิวัฒน์มันดอดเข้ามาปล้ำนังขวัญตาถึงในสวนเลยค่า กล้องอยู่ไหนคะ คราวนี้ไม่พลาดค่ะ”
เทพอึ้ง...ที่ถูกลูบคม
“อะไรนะ!”
บุญปลูกเห็นเทพก็ตกใจ
“หวาย...!”
ผ่องทิพย์ยิ้มย่อง เทพแค้นจนเลือดขึ้นหน้า

ขวัญตาถีบวิวัฒน์ออกไป เทพ เดินมากับผ่องทิพย์และบุญปลูก วิวัฒน์จะลุกเห็นเทพไกลๆ วิวัฒน์รีบล้มแล้วคลานหนีออกไปทันที ขวัญตารีบหันไปจะเข้าบ้าน เทพ ผ่องทิพย์ บุญปลูกเดินมาถึงพอดี
“คุณเทพ!”
เทพมองเสื้อผ้าและผมที่ยุ่งเหยิงของขวัญตาแล้วไม่พอใจ
“เมื่อกี้อยู่กับใคร”
“เปล่านี่คะ หมาตัวไหนคาบเรื่องไปบอกอีกล่ะคะ ขวัญตาอยู่คนเดียว”
บุญปลูกโวยวายทันที
“แกนั่นแหละยิ่งกว่าหมา ฤดูผสมพันธ์ก็ไม่ใช่ แต่สำส่อนมีชู้ เอาไม่เลือก ฉันเห็นนะว่าแกกับไอ้วิวัฒน์น่ะทำอะไรกัน”
“นังบุญปลูก”
ขวัญตาตบบุญปลูกเปรี้ยง
“ว้าย คุณนายขา ช่วยบุญปลูกด้วย คนพูดความจริงไม่สมควรถูกตบนะคะ”
ผ่องทิพย์ตบหน้าขวัญตา
“หยุดตีหน้าซื่อแอ๊บใสได้แล้ว นังขวัญตา กี่ครั้งแล้วล่ะที่แกกับไอ้คนงานนั่นไปลักกินขโมยกินลับหลังคุณเทพ”
“นัง...”
ขวัญตาจะตบผ่องทิพย์ เทพจับแขนเอาไว้ แล้วตบขวัญตาเปรี้ยง
“ฉันให้เธอไปจัดการไอ้ทิว...ไม่ใช่ไอ้คนงานกระจอกพรรค์นั้น ทำแบบนี้มันหยามศักดิ์ศรีกันเกินไปแล้ว”
เทพเดินออกไปด้วยความโกรธแค้น ขวัญตาน้ำตานองหน้า ไม่ยอม วิ่งตามเทพไป
“คุณเทพ ฟังขวัญตาก่อน คุณเทพ”
ผ่องทิพย์ ยิ้มสะใจกับบุญปลูก

เทพเดินคุยมือถือมา
“มันยังไปไหนไม่ไกล หามันให้เจอ แล้วลากตัวมาให้ฉัน”
ขวัญตาวิ่งเข้ามาเกาะขาเทพ
“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณเทพ ขวัญตามีเรื่องจะบอก”
เทพตัดบท ถีบขวัญตาออกไป
“ฉันยังไม่อยากฟังอะไรจากเธอตอนนี้ ไว้รอสำเร็จโทษพร้อมกันทีเดียว”
เทพเดินออกไป
“คุณเทพ เดี๋ยวก่อน คุณเทพ”
ขวัญตาร้องไห้ปานจะขาดใจ จะวิ่งไปหาเทพอีก ผ่องทิพย์และบุญปลูกเข้ามา จิกหัวขวัญตาเอาไว้
“จะไปไหน นังบุญปลูก จับมันไปขังเอาไว้ รอคุณเทพจับไอ้ชายชู้กลับมาพิพากษาพร้อมกับมัน”
บุญปลูกจิกหัวลากออกไป ขวัญตาที่อ่อนแรงอยู่แล้ว ไม่มีแรงจะสู้บุญปลูก
“ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน”
ผ่องทิพย์มองอย่างสะใจ
“ชะตาแกกำลังจะขาด นังขวัญตา ฮ่ะๆๆๆ”

ทิวกับหญิงมานศรีวิ่งมาเจอเข้มและคนงาน หลังจากที่ออกตามหาวิวัฒน์
“เป็นไง มีใครเห็นไอ้วัฒน์เข้ามาที่นี่บ้างมั้ย”
“มีคนเห็นมันไปทางบ้านนายใหญ่”
ทิวหน้าเสีย
“ไอ้วัฒน์...ซวยแล้ว”
“ทำไม มีเรื่องอะไร ทำไมนายวัฒน์ต้องไปบ้านคุณเทพ”
“ฉันยังไม่มีเวลาตอบคำถามเธอตอนนี้ ฉันต้องตามตัวไอ้วัฒน์กลับมาให้ได้ก่อน ไอ้เข้ม ไปกับฉัน”
ทิวเดินไปทางหนึ่ง เข้มตาม หญิงมานศรีจะไปด้วย
“ฉันไปด้วย”
ทิวรีบห้าม
“ไม่ต้อง กลับไปอยู่ที่บ้าน”
ทิวเดินออกไปกับเข้ม แต่หญิงมานศรีดื้อ เดินตามไป ทิวหันมาเห็น เหนื่อยใจ
“ตามใจ อยากมาก็มา”

วิวัฒน์วิ่งหนีการตามล่าของล้วนและลูกน้องไปตามที่ต่างๆ จนพระอาทิตย์ตกดิน วิวัฒน์หลบมาหอบเหนื่อยอยู่ มองไปรอบๆ เบาใจคิดว่าไม่มีใครตามมาแล้วก็นั่งลง ทันใดนั้น ล้วนก็เข้ามาล็อคคอ
“มึงหนีความตายไปไม่พ้นหรอก ไอ้วัฒน์”

ค่ำนั้น...ทิว หญิงมานศรี เข้ม เดินเข้ามา ผ่องทิพย์กับบุญปลูกออกมารับหน้า
“ขนมาเป็นฝูงเลยนะ มาทำไม”
“ไอ้เทพอยู่ไหน”
“ไม่รู้!”
ทิวมองไปรอบๆ ผ่องทิพย์สังเกตหญิงมานศรีไม่วางตา
“ไง คุณหญิง ไม่เจอกันซะนาน...เปลี่ยนใจจะมาเอาน้องชายฉันแล้วเหรอ”
ทิวไม่พอใจ
“พี่ผ่อง หยุดปากสกปรกไปเลยนะ”
“ไอ้ทิว! เห็นขี้ดีกว่าไส้เหรอ”
“ไส้เน่าๆอย่างพี่ ผมไม่อยากจะมีหรอก”
ผ่องทิพย์โกรธมาก
“ไอ้ทิว...แกปกป้องมันเหรอ”
หญิงมานศรีจ้องหน้าผ่องทิพย์
“เก็บแรงไว้รักษาตัวเองให้หายดีก่อนเถอะค่ะคุณผ่องทิพย์ ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันยังอยู่ให้คุณหาเรื่องอีกนาน”
บุญปลูกสอดขึ้น
“อู๊ย...คุณหญิงพูดถูกค่ะ...ยังไม่หายดี เดี๋ยวลมตีขึ้น เป็นลมนะคะ คุณนาย”
ทิวหันไปสั่งบุญปลูก
“พาคุณนายแกไปพักไป...”
ผ่องทิพย์ยิ้มหยัน
“ไม่รอหน่อยเหรอ เผื่อจะได้เห็นอะไรดีๆ”
ทิวไม่สนใจ ออกเดินไป หญิงมานศรีกับเข้มตามออกไป ผ่องทิพย์ยิ้มเยาะ

ทิวมาส่งหญิงมานศรีที่บ้านพัก พิไลพรออกมารับ
“คุณหญิง พรกำลังเป็นห่วงอยู่เลย ไปไหนกันมาคะ”
“หญิงไปช่วยคุณทิวตามหาวิวัฒน์”
“เจอมั้ยคะ”
ทิวส่ายหน้าหนักใจ
“ไม่เจอครับ ผมกับไอ้เข้มจะไปตามหากันต่อ เลยมาส่งคุณหญิงก่อน ไม่อยากให้ไปด้วย มืดแล้ว อันตราย เข้าบ้าน ล็อกประตูให้เรียบร้อยเลยครับ”
ทิวกับเข้มเดินออกไป พิไลพรกระซิบหญิงมานศรี
“เมื่อเช้า พรเห็นคุณทิวพาคุณขวัญตามาหาหมอด้วยนะคะ”
“อ้าว แต่ว่า...”
“ความลับไม่รั่วไหลค่ะ เอ่อ...อย่าหาว่า พรงั้นงี้เลยนะคะ พรไปแอบถามเพื่อนพยาบาลดูว่าคุณขวัญตาเป็นอะไร”

หญิงมานศรีเห็นพิไลพรหน้าเสีย ตัวเองก็หวั่นใจไปด้วย


วิวัฒน์ถูกจับมัดแขวนโยงกับขื่อของโกดังล้าง ในสภาพสะบักสะบอม ลูกน้องล้วนพาขวัญตาเข้ามา ขวัญตาเห็นวิวัฒน์แล้วตกใจ หน้าซีด

“ไอ้วัฒน์”
เทพเดินยิ้มเหี้ยมออกมาจากมุมห้อง
“เรียกชื่อดูสนิทสนมกันดีนี่ ขวัญตา”
“ไม่นะ ขวัญตาไม่ได้สนิทกับมัน”
“เหรอ”
เทพสะบัดมีดออกมาเชยคางขวัญตา อย่างโรคจิต
“แต่มันสารภาพกับฉันหมดแล้วนะว่า...มันเป็นผัวเธอ และเธอก็อร่อยมาก”
“ไม่จริง มันโกหก ไม่จริง”
“ไปกินกันลับหลังฉันมานานแล้วใช่มั้ย...ก่อนที่ฉันจะหมดรักเธอด้วยซ้ำ เธอทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ขวัญตา ฉันเสียใจมากนะ”
เทพหันไปใช้มีดกรีดเนื้อวิวัฒน์แทนที่จะลงกับขวัญตา วิวัฒน์ร้องลั่น
“อ๊ากส์!”
ขวัญตาทนดูไม่ได้กับภาพที่น่าสะเทือนใจ
“มันโกหก ขวัญตาบอกแล้วไง มันชอบ มันอยากได้ขวัญตา แต่ขวัญตาไม่เคยเล่นด้วย มันเลยแค้น พูดได้ทุกอย่างเพื่อให้ขวัญตาเสียหาย”
“เหรอ”
เทพกรีดเนื้อวิวัฒน์อีก
“อ๊ากส์!”
“ขวัญตาพูดจริงๆ และขวัญตาก็มีเรื่องสำคัญจะมาบอกคุณเทพนะคะ”
“เรื่องอะไร”
“ขวัญตาท้องค่ะ ขวัญตากำลังจะมีลูกกับคุณ...ขวัญตามีผลตรวจจากโรงพยาบาลด้วยนะคะ ลูกของเราสามอาทิตย์แล้วนะคะคุณเทพ”
เทพชะงักไป
“ลูก”
“ค่ะ ลูกของเรา”
วิวัฒน์ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองขวัญตา พยายามจะพูด แต่พูดไม่ออก เทพเข้ามาลูบท้องขวัญตา
“ลูก”
“ค่ะ ขวัญตากำลังจะเป็นแม่ของลูกคุณเทพ ดีใจกับขวัญตามั้ยคะ”
เทพเหยียดยิ้ม
“ดีใจสิ ดีใจมากที่รู้ว่าเธอท้อง เพราะอะไรรู้มั้ย”
ขวัญตายิ้มดีใจ
“ใครกำลังจะมีลูก ก็ต้องดีใจกันทั้งนั้น”
“แต่ไม่ใช่ฉัน เพราะฉันเป็น...หมัน!”
ขวัญตาอึ้ง ช็อก พูดอะไรไม่ออก เทพหัวเราะอย่างสะใจ
“ไง กล้าปฏิเสธอีกมั้ย ว่าไม่เคยมีอะไรกับมัน”
ขวัญตากรีดร้องอย่างผิดหวัง
“ไม่!”
“ร้องเข้าไปขวัญตา ร้องอีก โหยหวนอีก ฉันชอบ ร้องอีก”
เทพหันไปกระซวกวิวัฒน์ด้วยมีดจนมิดด้าม วิวัฒน์ตาเหลือกเลือดไหลออกมา ขวัญตากรีดร้อง
“อ๊ายยย!”

ทิวกับเข้มเดินมาจะเข้าบ้าน แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าร่างของวิวัฒน์นอนอยู่หน้าบ้าน
“ไอ้วัฒน์!”
ทิวกับเข้มรีบวิ่งเข้าไปดูวิวัฒน์ที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยมีดกรีดและถูกแทงกำลังจะสิ้นใจ ทิวเข้าประคอง
“ไอ้วัฒน์ แก...ทำใจดีๆไว้”
“นาย...ผมรักนายนะ”
“ฉันก็รักแก แกมีบุญคุณกับฉัน ถ้าแกไม่มาช่วยฉันวันนั้น อาจจะไม่มีฉันวันนี้”
“ผมขอโทษ...ที่ทำนายเดือดร้อน”
เข้มมองอย่างเป็นห่วง
“พามันไปหาหมอเถอะครับนาย มันแย่แล้ว”
“ไม่ต้อง...นาย...ช่วยผมได้มั้ย”
“แกจะให้ฉันช่วยอะไร บอกมา ฉันทำได้ทุกอย่าง”
“ช่วยคุณ...ขวัญตาด้วย...ลูกผม...ลูกผม...อย่าให้...มันทำอะไรลูกผม...”
ขาดคำวิวัฒน์ก็สิ้นใจตายในอ้อมแขนของทิว ทิวกับเข้ม อึ้ง ช็อก เสียใจ
“ไอ้วัฒน์...”

กองดินถูกกลบเป็นครั้งสุดท้าย ทิวเหวี่ยงพลั่วทิ้งไปยืนหอบมองหลุมศพของวิวัฒน์อย่างอาลัยกับเข้ม
“หลับให้สบายนะไอ้วัฒน์ ไม่ต้องห่วง ฉันจะปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไขของแกเอง ส่วนไอ้ฆาตกร...มันจะต้องชดใช้”
ทิวแค้นเทพอย่างที่สุดที่ทำให้วิวัฒน์ต้องตาย

ทิวเดินอย่างเซื่องซึมมาในโรงงาน หญิงมานศรีที่เดินมาด้วยสังเกตเห็นแตะแขนของเขาแผ่วเบา ไม่ให้เดินต่อ
“เมื่อคืน เกิดอะไรขึ้น...บอกฉันมาเถอะ”
ทิวพูดไม่ออก น้ำตาซึมออกมาอีก พยายามเบือนหน้าหนี
“นายทิว...”
หญิงมานศรีเข้าไปมองหน้าเอามือน้อยๆ เรียวงาม เช็ดน้ำตาลูกผู้ชายให้เขา ทิวจับมือหญิงสาวเอาไว้ บีบย่างแรง เหมือนหาที่พึ่ง พูดออกมาอย่างยากเย็น
“ไอ้วัฒน์...ถูกฆ่าตาย”
หญิงมานศรีตกใจ อึ้ง
“มัน...ไม่สมควรจะต้องตาย คุณหญิง...ได้ยินมั้ย คนที่ควรจะต้องตายคือ...”
เข้มวิ่งเข้ามา
“นาย!”
ทิวและหญิงมานศรีชะงัก มองเข้มอย่างตกใจ

เทพยืนกอดขวัญตาอยู่ต่อหน้าคนงานจำนวนมาก ขวัญตาในชุดเดิมทรุดโทรมตัวสั่นตกใจและหวาดกลัวเทพอยู่ไม่หาย ผ่องทิพย์และบุญปลูกแทรกตัวเข้ามาดูอย่างสะใจ
“แกว่า...คุณเทพจะทำอะไรกับนังขวัญตา ผู้หญิงมากชู้หลายผัว”
“งานนี้มีแห่ประจานแน่ค่ะ”
“ฉันว่า...ไม่” ผ่องทิพย์ยิ้มสะใจ ตาวาว “...คุณเทพ...มีความคิดสร้างสรรค์มากกว่านั้น”
ทิวและหญิงมานศรีวิ่งเข้ามา เทพเห็นแล้วยิ้มสะใจ
“มาแล้วเหรอนายทิว คุณหญิง”
ทิวเป็นห่วงขวัญตา
“แกจะทำอะไรขวัญตา”
เทพยิ้มหยัน
“เป็นห่วง”
หญิงมานศรีลอบมองทิว เห็นสายตาของทิวที่มองขวัญตาอย่างเป็นห่วงแล้วใจหาย ขวัญตามองทิวด้วยสายตาอ้อนวอน น้ำเสียงแหบแห้ง
“พี่...ทิว...ช่วย...ด้วย...”
“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก เธอต้องถูกฉันประจานจนกว่าฉันจะสะใจ...ว่าเธอมีชู้”
ทุกคนครางฮือ อย่างตกใจ เทพเหวี่ยงขวัญตาออกไป ขวัญตาล้มพยายามจะคลานออกไปให้ห่าง เทพเข้าไปกระชากผมแล้วจิกให้ลุกขึ้น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ปล่อยขวัญตา”
เทพจงใจเสียงดัง
“ปกป้อง...งั้นก็ยอมรับมาสิ ว่าแกเป็นชู้กับเมียฉัน”
ทุกคนครางฮือ ทิวอึ้ง ผ่องศรี บุญปลูก หญิงมานศรีและเข้มหันมองทิวเป็นตาเดียว ขวัญตารีบปฎิเสธ
“ไม่ใช่...ไม่ใช่...พี่ทิวไม่เกี่ยว”
“เหรอ...งั้นใครล่ะ บอกมาซิจ๊ะ ขวัญตา...ในเมื่อเธอไปอ่อยมันลับหลังฉันอยู่บ่อยๆ”
“แกจะถามฉันอีกทำไม ฆ่าฉันเลย ฆ่าฉันให้ตายตาม...”
ขวัญตาพูดไม่ทันจบ ก็เจอเทพต่อยท้องจนจุกทุกคนตกใจโดยเฉพาะทิวและหญิงมานศรี ทั้งสองวิ่งเข้าไป ทิวผลักเทพ หญิงมานศรีประคองขวัญตาเอาไว้ ขวัญตาร้องออกมาอย่างตกใจ
“ลูก...”
ทุกคนครางฮืออีก หญิงมานศรีมองหน้าเทพอย่างไม่พอใจ
“คุณเทพ ไม่รู้หรือไง ว่าคุณขวัญตากำลังท้อง เธอท้องกับคุณนะ”
เทพหัวเราะ
“ผมเป็นหมัน”
ทุกคนอึ้ง ทิวพูดกับตัวเองเบาๆ
“ไอ้วัฒน์...พูดความจริง”
“ในเมื่อผมเป็นหมัน แล้วเมียผมท้องกับใคร หา คุณหญิง...ผู้หญิงสำส่อนคนนี้มันไปท้องกับใคร”
ขวัญตากรีดร้องอย่างเจ็บปวดอับอาย
“ฆ่าฉันให้ตายไปเลย อย่าให้ฉันอยู่ตรงนี้ พอแล้ว พอแล้ว”
“ได้!”
เทพหันไปจะคว้าคอขวัญตา ทิวเข้ามาจับมือเอาไว้
“อย่าทำอะไรเมียและลูกของฉัน”
ขวัญตาอึ้ง
“พี่ทิว...!”
ทุกคนตกใจ โดยเฉพาะหญิงมานศรี มองหน้าทิวอย่างไม่เชื่อ ผ่องทิพย์พรวดเข้ามา
“ไอ้ทิว! แกจะบ้าเหรอ แกไม่...”
ผ่องทิพย์ยังพูดไม่จบเทพตวาดทันที
“ผ่อง อย่า...ในเมื่อน้องชายเธอยอมแสดงความรับผิดชอบอย่างลูกผู้ชายแบบนี้ อย่าขวาง”
ผ่องทิพย์ยอมถอยออกไป
“ผมคือพ่อของเด็กในท้องขวัญตา ใครไม่เชื่อก็ตามใจ จะเอาไง”
ทิวประจันหน้ากับเทพ เทพยิ้มอย่างสะใจ ปรายตามองหญิงมานศรี ที่ตกใจผิดหวังจนทำอะไรไม่ถูก เทพยิ่งสาแก่ใจเหลือเกิน
“ไม่คิดเลยว่าคนอย่างนายทิว จะชอบลักกินขโมยกิน”
ทุกคนครางฮือ ทิวหันไปมองหญิงมานศรีที่ยืนมองเขาน้ำตาคลอ ทิวเสียใจจนพูดไม่ออก กำหมัดแน่น เทพมองทิวอย่างเหยียดหยัน
“ทำไมไม่ขอกันดีๆ”
“ตอนที่แกแย่งขวัญตาไปจากฉัน แกขอฉันดีๆหรือเปล่าล่ะ”
“นี่ตั้งใจจะแก้แค้นกันใช่มั้ย”
ขวัญตาเข้ามาหาทิว
“พี่ทิว...ไม่ อย่าทำแบบนี้...อย่า...”
เทพรีบตัดบท
“ในเมื่อนายกล้ายอมรับอย่างลูกผู้ชาย ฉันก็จะยอมเสียสละ ยอมเสียหน้า ยอมเสียใจ ยกขวัญตาให้นายไปดูแล”
“เลิกพูดมาก ทุกคนเป็นพยาน ว่านายใหญ่ยกขวัญตาให้ฉันแล้ว ต่อไปนี้ นายใหญ่จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับขวัญตา และถ้าขวัญตาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ...ฉันจะถือว่าเป็นฝีมือของนายใหญ่”
เทพนิ่งอึ้ง...ที่เห็นทิวตอกหมุดปกป้องชีวิตขวัญตา ทิวจูงมือขวัญตาเดินออกไปทันที เข้มรีบวิ่งตามหญิงมานศรีมองตามทิวอย่างเสียใจ เทพยิ้มสะใจ ผ่องทิพย์เพิ่งเข้าใจว่าเทพต้องการใช้สถานการณ์นี้ บีบทิว เพื่อให้ห่างจากหญิงมานศรี ผ่องทิพย์มองเทพอย่างไม่พอใจ คนงานยังซุบซิบ เทพหันไปบอก
“เอาล่ะทุกคนไปทำงานต่อนะ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของนายทิว ฉันหวังว่า คงไม่ทำให้เสียการปกครองกันนะ งานก็ส่วนงาน”
“ครับ นายใหญ่”
คนงานมีสีหน้าผิดหวังกับทิวอย่างเห็นได้ชัด เทพกับล้วนหันมายิ้มให้กันอย่างสมใจ ก่อนที่เทพจะหันไปมองหญิงมานศรีที่ยืนหมดเรี่ยวแรงอยู่ ตกใจ และคาดไม่ถึง
“คุณหญิง...”

หญิงมานศรีเดินหนีเทพออกไปทันที เทพมองตามอย่างสาแก่ใจ

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 13 (ต่อ)

หญิงมานศรีเดินหนีมาร้องไห้อย่างหนัก

“นายทิว...นายเป็นคนแบบนี้เองเหรอ”
หญิงมานศรีร้องไห้เสียใจ เหมือนโลกทั้งโลกถล่มตรงหน้า หัวใจสลาย


ทิวพาขวัญตามานั่งพักในบ้าน แล้วสั่งการเข้ม
“ไอ้เข้ม ไปจัดห้องให้ขวัญตา เอาห้องเก่าของ...นั่นแหละ”
เข้มยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ทิวทำ
“แต่นาย...นายทำแบบนี้ทำไม”
“มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของฉัน ไม่ใช่ให้มาตั้งคำถาม”
“ครับ นาย”
เข้มออกไปอย่างจ๋อยๆ ทิวหันมาหาขวัญตา
“ต่อไป เธอมาอยู่ที่นี่ ไม่ต้องไปเหยียบที่บ้านใหญ่ แล้วฉันจะพาไปฝากท้อง อยากได้อะไรก็ไปบอกไอ้เข้ม”
ทิวจะออกไป ขวัญตาจับมือเขาไว้
“พี่ทิว...ช่วยขวัญตาทำไม น่าจะปล่อยให้ขวัญตาถูกเขาฆ่าให้ตาย”
“บ้านเมืองมีขื่อมีแป ฉันไม่ชอบเห็นใครใช้ศาลเตี้ย”
“พี่ทิวเป็นคนดี...ฉันขอโทษ...ที่ทำให้พี่เดือดร้อน ทั้งๆที่พี่กับคุณหญิง...”
“ฉันต้องตอบแทนบุญคุณไอ้วิวัฒน์ ฉันจึงยอมช่วยเธอ จำไว้...ถึงเธอจะเกลียดไอ้วัฒน์ แต่เด็กนั่นก็มีเลือดไอ้วิวัฒน์อยู่ครึ่งหนึ่ง ถ้าเธอดูแลลูกไม่ดี ฉันเอาเธอตายแน่”
ทิวเดินออกไป ขวัญตาน้ำตาซึม
“พี่ทิว...ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ ฮือๆๆๆๆๆ”

หญิงมานศรียังร้องไห้อยู่ ทิวเดินเข้ามามองอย่างสงสาร ค่อยๆเข้าไป
“คุณหญิง...”
หญิงมานศรีอึ้ง เช็ดน้ำตา พยายามทำตัวปกติ เดินหนี
“เดี๋ยวก่อน คุณหญิง ฟังผมก่อน”
“ฉันฟังมาพอแล้ว ไม่จำเป็น”
“เดี๋ยวก่อนสิ ให้โอกาสผมได้พูด...”
หญิงมานศรีตบหน้าทิวเปรี้ยง
“นายยังพูดไม่พออีกเหรอ ฉันไม่อยากฟังอะไรจากปากของนายอีกแล้ว”
“ฟัง คุณต้องฟังความจริงจากปากผม”
“ฉันไม่ฟัง...ไม่ต้องตามฉันมา นายมันก็แค่...ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับฉัน”
หญิงมานศรีเดินหนีจากไป ทิวมองตามด้วยหัวใจแตกสลาย อยากจะตามไปอธิบาย แต่ต้องฝืนใจ
“คุณจะต้องเข้าใจผม ผมจะไม่ยอมให้คุณเข้าใจผมผิดอย่างนี้ คุณหญิง”

ผ่องทิพย์เข้ามาโวยเทพในบ้าน
“ฉันเข้าใจถูกหรือเปล่าคะ คุณจงใจใช้เรื่องนังขวัญตามีชู้กันทิวออกมาจากนัง คุณหญิง”
เทพแสยะยิ้ม
“ฉลาดนี่”
“ฉันจะไปบอกคุณหญิง”
เทพฉุนกึก
“แต่คราวนี้ ออกจะโง่ไปหน่อยนะ”
ผ่องทิพย์จะออกไป แต่เทพจิกหัวกลับมา
“ลองดูสิ...นอกจากจะต้องไสหัวออกไปจากบ้านนี้อย่างถาวรแล้ว ยังไปแบบไม่ครบสามสิบสองประการด้วยนะ”
ผ่องทิพย์ตกใจ กับความโรคจิตของเทพ
“คุณจะทำอะไรฉัน”
“ไม่ต้องถาม แต่ต้องเลือก” เทพสะบัดมีดออกมา “จะให้เอาอะไรออกก่อนดี...นิ้ว” เทพไล้มีดไปตามเนื้อตัวผ่องทิพย์ “จมูกหรือว่า...หู”
เทพขบติ่งหูผ่องทิพย์ ทันใดนั้น นะเสน่ห์ที่ผ่องทิพย์ลงเอาไว้ก็แล่นเข้าคอ เทพหลับตาพริ้ม ตัวสั่น
“คุณเป็นอะไร”
“ผ่องทิพย์...เธอทำอะไรกับฉัน...ผ่องทิพย์ โอย...ผ่องทิพย์”
เทพจับผ่องทิพย์ขึงพรืดลงกลางบ้าน ไซร้นัวเนียทันที ผ่องทิพย์ลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ

ค่ำนั้น...ทิวจะออกไปข้างนอก ขวัญตาเข้ามาเรียกเอาไว้
“พี่ทิว จะไปไหน”
“เรื่องของฉัน”
“ขวัญตารู้สึกไม่ค่อยสบายเลย”
“ก็ไปนอน”
“ขวัญตาไม่กล้านอนคนเดียว”
“ทีเรื่องอื่นที่น่ากลัวกว่าการนอนคนเดียว เธอยังทำได้ แค่นี้ ทำไมจะทำไม่ได้”
ขวัญตาอ้อน
“พี่ทิว...ไม่สงสารขวัญตาบ้างเลยเหรอ ขวัญตากลัว ขวัญตา...ยังทำใจไม่ได้”
“เธอต้องยอมรับมันให้ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่เธอเป็นคนเลือกทำให้มันเกิด”
“แต่ขวัยตาไม่ได้เต็มใจ ขวัญตาถูกมัน...”
ทิวตัดบท
“เธอเต็มใจ!”
“ไม่จริง...ขวัญตาไม่รู้ตัว ขวัญตา...”
ทิวอึ้งเห็นใจขวัญตา
“เอาเถอะ อย่าไปพูดถึงมันอีกเลย...อดีต เรากลับไปแก้ไขมันไม่ได้ มีเพียงปัจจุบันเท่านั้นที่เราจะทำให้ดีที่สุดได้ ไปนอนไป”
ทิวเดินออกไป ไม่สนใจ ขวัญตาน้อยใจ ร้องไห้ออกมา
“ทำไมชีวิตฉันต้องมาจบลงแบบนี้ ทำไม...”

ผ่องทิพย์นอนกอดเทพอยู่ในห้อง
“คุณเทพรักผ่องมั้ย”
“รักสิ...ยิ่งตอนนี้...ไม่รู้เป็นไง ฉันยิ่งรักเธอ ต้องการเธอมาก”
“แปลว่า...คุณเทพไม่สนใจอยากได้นังคุณหญิงนั่นแล้วใช่มั้ย”
“แน่นอนที่สุด เมียฉันหวานหอมไปทั้งตัวอยู่ที่นี่ทั้งคน ฉันจะอยากได้ใครอีก”
ผ่องทิพย์ยิ้มย่อง ลุกขึ้นลีลาจริต
“จะไปไหนล่ะ”
“ผ่องเพลีย หิวน้ำ จะลงไปหาของว่างให้คุณด้วย...”
“ฉันอยากอยู่ใกล้เธอทุกวินาที”
“ค่ะ ผ่องรู้ ต่อไปนี้ผ่องจะอยู่ใกล้คุณ คอยดูแลคุณ ไม่ให้ใครหรืออะไรมาทำให้คุณต้องระคายเคืองใจ...เชื่อใจผ่องมั้ยคะ”
“ฉันเชื่อเธอทุกคำพูด”
“ผ่องก็เชื่อคุณเสมอ...เชื่อหมดหัวใจ เพราะผ่องเป็นทาสรักของคุณ”
ผ่องทิพย์ลุกเดินออกไป เทพยอมปล่อยมืออย่างเชื่องช้า ผ่องทิพย์ ใส่เสื้อคลุม ยิ้มย่อง เดินออกไป เทพมองตามยิ้มอย่างหลงไหล ก่อนจะกลับมามีสายตาดูแคลนผ่องทิพย์ เขาหลอกให้ผ่องทิพย์ตายใจเพราะจะได้กดให้สงบๆ ไม่แผลงฤทธิ์อีก

ผ่องทิพย์ลงมาจากบันได บุญปลูกรออยู่แล้ว
“นังบุญปลูก...คุณเทพกลับมาหลงฉันเหมือนเดิมแล้ว”
“ต๊าย บุญปลูกคิดว่านะของอาจารย์เมฆแกเสื่อมไปแล้วซะอีกนะคะ”
“ตอนแรกฉันก็คิดว่าอย่างนั้น ที่ไหนได้...ยังเอาอยู่”
ผ่องทิพย์หัวเราะอย่างมีความสุข ทิวเข้ามา หน้าตาเอาเรื่อง
“แล้วที่พี่ลงทุนแก้ผ้าอาบแสงจันทร์คืนนั้น ก็ทำของที่ได้จากอาจารย์เมฆเหมือนกันใช่มั้ย”
ผ่องทิพย์กับบุญปลูก ชะงักตกใจ

“ไอ้ทิว!” ผ่องทิพย์อุทาน


ทิวลากตัวผ่องทิพย์ออกมาด้านนอกคฤหาสน์ บุญปลูกตามออกมาด้วย จะช่วยผ่องทิพย์

“ปล่อยฉันนะ ไอ้ทิว”
“เบาๆสิคะคุณทิว คุณนายยิ่งเปลี้ยๆอยู่”
ทิวตวาดไล่
“ออกไป!”
บุญปลูกกลัวหัวหด
“ค่ะ ไปแล้วค่ะ ตัวใครตัวมันนะคะคุณนาย”
บุญปลูกรีบวิ่งหายออกไป ผ่องทิพย์หน้าเหวอ
“นังบุญปลูก กลับมานี่นะ”
“เรียกผัวพี่มาด้วยสิ จะได้รับรู้กันให้หมดว่าพี่เล่นของต่ำ สกปรก”
“ฉันไม่ได้ทำอะไร”
“พี่ทำให้ขวัญตากับไอ้วัฒน์ได้เสียกัน”
“ที่มันได้กันเพราะความสำส่อนของนังขวัญตาต่างหาก”
“ผมไม่เชื่อ”
“เรื่องของแก”
“พี่มันก็สนใจแต่ความต้องการของตัวเอง คนอื่นจะชิบหายยังไงก็ได้ใช่มั้ย”
“ใช่!”
ผ่องทิพย์ไม่ได้มีความสลดแม้สักนิด จนทิวแทบจะอดกลั้นไม่ไหว ทันใดนั้นเสียงเทพดังขึ้น
“ผ่องทิพย์ทำอะไร”
ทิวมองหน้าผ่องทิพย์ เห็นแววตาเอาเรื่อง ทิวตัดสินใจไม่พูด
“ขอให้พี่ได้ครอบครองในสิ่งที่ปรารถนา แต่จะบอกอะไรให้นะว่ามันคือ...ไฟนรกที่จะคอยเผาหัวใจให้ร้อนรุ่ม แม้แต่วินาทีเดียวพี่ก็จะไม่มีความสุข”
ผ่องทิพย์ไม่พอใจจนพูดไม่ออก ทิวเดินไปหาเทพ
“รวมถึงตัวแกเองด้วย”
เทพอึ้ง แต่ยิ้มเยาะ
“ขอบใจ...ที่อวยพร...ทีนี้ก็ฟังคำอวยพรจากฉันบ้าง...ขอให้นายมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น พ่อแม่ลูกผูกพัน...จะจัดงานแต่งงานหน่อยมั้ย ฉันจะเป็นเจ้าภาพให้”
“เอาไว้ฉันขอเป็นเจ้าภาพจัดงานศพแกดีกว่า”
เทพจ้องทิวอย่างไม่พอใจ
“แกคงเป็นศพไร้ญาติ เพราะคงไม่มีใครมาเผาผีคนชั่วที่ไม่เคยสร้างความดีให้ใครจดจำ” ทิวกวาดตามองไปที่ผ่องทิพย์ “อย่าได้ชะล่าใจไป...เมื่อน้ำลดและตอผุดขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็เตรียมรับผลกรรมกันให้ดี”
ทิวกับเทพ เผชิญหน้ากัน ความดีและความชั่วที่อยู่กันคนละฝั่ง...ส่วนผ่องทิพย์คือคนที่อ่อนแอพร้อมจะทำชั่วได้ทุกขณะเมื่อพ่ายแพ้ต่อความต้องการของตนเอง แม้ว่ากลัวแต่ก็จะทำ

หญิงมานศรีนั่งซึม พิไลพรเดินเข้ามาอย่างเห็นใจ
“คุณหญิงคะ”
“พรรู้เรื่องนายทิวกับขวัญตาแล้วใช่มั้ย”
“ค่ะ คุณทิวไม่น่าจะ...”
หญิงมานศรีตัดบท
“มีความจริงที่เราคิดไม่ถึงซุกซ่อนเอาไว้มากมายเหลือเกิน ทำไมจิตใจของคนถึงได้ซับซ้อนอย่างนี้”
“อาจจะมีความจริงบางอย่างที่เราไม่รู้ และเราไม่ควรด่วนตัดสิน”
“คนอย่างนายทิวทำได้ทุกอย่างเพื่อให้คุณเทพเจ็บช้ำ และเรื่องขวัญตาก็เป็นวิธีหนึ่ง”
“คุณหญิงคะ...”
“หญิงไม่ได้ด่วนตัดสิน แต่ถ้านายทิวไม่ใช่พ่อของเด็กในท้องคุณขวัญตา เขาจะพากันไปตรวจที่โรงพยาบาลอย่างที่พรเล่าให้หญิงฟังเหรอ”
หญิงมานศรีลุกหนีเดินเข้าไปบ้านไป
“เพราะคุณหญิงรักคุณทิวใช่มั้ยคะ คุณหญิงถึงได้โกรธคุณทิวถึงขนาดนี้”
หญิงมานศรีชะงัก อึ้ง ตอบโดยไม่หันมามองพิไลพร โดยที่ทิวเข้ามายืนข้างๆพิไลพรเงียบๆโดยที่หญิงมานศรีไม่รู้ตัว
“หญิงไม่เคยรักผู้ชายคนนั้น ต่อไปนี้พรไม่ต้องพูดกับหญิงเรื่องนี้อีก หญิงกับเขาเกี่ยวข้องกันแค่เพียงเรื่องงาน และเรื่องที่หญิงตั้งใจจะช่วยเขาเท่านั้น”
ทิวอึ้ง...เสียใจ พิไลพรตกใจเมื่อเห็นทิว แต่พูดไม่ออก ได้แต่มองอย่างสงสาร หญิงมานศรีน้ำตาซึมโดยที่ไม่มีใครเห็นน้ำตาของเธอ หญิงสาวเดินเข้าบ้านไป ทิวค่อยๆเดินจากไป คอตก หมดหวัง ไร้ประโยชน์จะปรับความเข้าใจ

ขวัญตานั่งซึมอยู่ที่หน้าบ้าน ยังไม่ยอมเข้าไป ทิวเดินซึมเข้ามา เห็นขวัญตาแล้วชะงัก ขวัญตาสะอื้น
“พี่ทิว...ไปไหนมา”
“ไปบ้านใหญ่”
“พี่ทิว...เชื่อขวัญตานะ ขวัญตาไม่ได้อยากเป็นชู้กับไอ้วัฒน์นะ”
ทิวอึ้ง พูดไม่เต็มปากนัก
“เชื่อ”
“คุณเทพใจร้าย...”
“ไม่ได้ร้ายน้อยกว่าเธอ”
“เมื่อไหร่จะเลิกมองขวัญตาในแง่ร้าย”
“จนกว่าเธอจะเปลี่ยนตัวเอง เป็นคนดีที่คิดดีทำดี ไม่ใช่ทำอย่างที่ผ่านมา”
“พี่ทิวยังให้โอกาสขวัญตาใช่มั้ย”
“โอกาสที่จะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดและทำให้ถูกต้อง...อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นโอกาสอย่างอื่น”
“พี่ทิวรักยัยคุณหญิงนั่นใช่มั้ย”
ทิวตัดบท
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ และห้ามพูดเรื่องนี้อีก ไปพักผ่อนได้แล้ว”
ทิวพยุงขวัญตาขึ้นมา หลังจากที่เห็นขวัญตาลุกขึ้นอย่างยากเย็น ด้วยความสงสาร
“พี่ช่วย...”
ขวัญตามองหน้าทิว อย่างซึ้งใจด้วยใจจริง

วันใหม่...ทิวเดินเข้ามาหน้าเครียด หญิงมานศรีเดินอย่างเร่งรีบเข้ามาจากอีกทาง...โดยไม่ทันเห็นทิว ชนเข้าอย่างจัง...
“อุ๊ย!”
ทิวรีบประคอง
“ระวังครับ”
ทั้งสองอึ้งที่ได้ใกล้ชิดกันหัวใจเต้นแรง สายตาสื่อถึงเยื่อใยที่ยังมีต่อกัน ขวัญตาเดินเข้ามาเห็น ไม่พอใจ
“พี่ทิว!”
หญิงมานศรี รีบผละออก ขวัญตาเข้ามาควงทิวอย่างจงใจเย้ยหญิงมานศรี ทิวแกะออก
“มาทำไม”
“เมื่อไหร่จะพาขวัญตาไปฝากท้องที่โรงพยาบาล”
ทิวสบตาหญิงมานศรีที่เจ็บลึก พยายามฝืนรักษามารยาท
“ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ มีประชุมคนงานตอนเช้านะคะคุณทิว”
“ขอบคุณครับ เอ่อ...”
หญิงมานศรีไม่รอให้เขาพูดจบ รีบเดินออกไป ขวัญตายิ้มอย่างสะใจ ทิวมองขวัญตาอย่างตำหนิ
“ขวัญตา...เรานัดกันอาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอ...ทำอย่างนี้ทำไม”
“ก็ขวัญตาลืม...คนท้องขี้ลืมจะตาย ไม่รู้หรือไง”
ทิวสะบัดเดินออกไปอย่างหัวเสีย ขวัญตามองตามสายตรามาดมั่น
“ฉันไม่มีทางปล่อยคนดีอย่างพี่หลุดมือไปอีกเป็นครั้งที่สองหรอก”

ทิวเข้ามา ปิดประตูกระแทกอย่างฉุนเฉียว จนหญิงมานศรีและเข้มที่ตามหลังมาสะดุ้ง ประตูเกือบกระแทกหน้า
“โธ่เว้ย!”
“โห...นาย ใจเย็นครับ”
“แกไม่เห็นเหรอ! ว่าคนงานมองฉันด้วยสายตายังไง”
หญิงมานศรีโพล่งออกมาทันที
“ผิดหวังและไม่ศรัทธา”
“ผมไม่ได้ถามคุณ ผมถามไอ้เข้ม”
“ฉันตอบแทนเข้ม เพราะเข้มคงไม่กล้าพูดกับคุณตรงๆ”
เข้มถอนใจ
“นาย...นายไม่ต้องไปแคร์สายตาพวกนั้นหรอก ในเมื่อ...”
ทิวตัดบท
“พวกนั้นคือคนที่มีความสำคัญกับฉัน ไม่แคร์ไม่ได้ ถ้าเป็นคนอื่น” ทิวปรายตามองหญิงมานศรี “ฉันจะไม่สนใจเลย”
“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ควรจะรู้ตัวเอาไว้ว่าทำไมพวกคนงานถึงได้หมดศรัทธาในตัวคุณ”
“รู้ดีนักเหรอ ทำไม”
“หัวหน้าคนที่ไม่มีศีลธรรม ชอบผิดลูกผิดเมียคนอื่น ใครจะอยากนับถือ”
ทิวจ้องหน้าอย่างโกรธจัด
“รวมถึงเธอด้วยใช่มั้ย”
“ไม่รู้สิ!”
“ออกไปเลย! ไป๊ ไปให้พ้นๆหน้าฉัน”
“ได้!”
หญิงมานศรีวางเอกสารลงอย่างแรง มองทิวด้วยความโกรธและผิดหวัง
“ฉันจะไป ไปให้พ้น ต่อไปนี้ ฉันจะไม่ช่วยเหลืออะไรนายอีก ตามหาความยุติธรรมด้วยตัวเองคนเดียวเถอะ”
หญิงมานศรีเดินออกไป ทิวมองตามอย่างฉุนเฉียว เข้มเข้ามาปลอบใจทิว
“นาย...ถ้านายใจร้อน เมื่อไหร่นายกับคุณหญิงจะได้คุยกัน ปรับความเข้าใจกันดีๆล่ะครับ”
ทิวยิ่งฉุน เพราะทำอะไรไม่ได้
“โว้ย!”
“นายต้องมานั่งรับผิดชอบทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ทำ เพื่ออะไร เห็นแก่ตัวบ้างก็ได้”
“เห็นแก่ตัว แล้วต้องเห็นลูกเห็นเห็นคนที่ไอ้วิวัฒน์รักต้องตายงั้นเหรอ...มันเป็นคนช่วยชีวิตฉันนะ ฉันเห็นแก่ตัวไม่ได้ว่ะเข้ม”
เข้มถอนใจ เห็นใจทิวมาก...ทิวทั้งเสียใจ ทั้งกดดัน

หญิงมานศรีเดินเข้ามาในบ้านพักนั่งซึม น้ำตาจะไหลอออกมาให้ได้ด้วยความเสียใจ ธีรพลเดินเข้ามากับพิไลพร
“หญิง...”
หญิงมานศรีรีบกลบเกลื่อนน้ำตา หันไปยิ้มอย่างดีใจ
“หมอธี!”
“หญิง...ร้องไห้”
“เปล่าสักหน่อย”
ธีรพลลงนั่งตรงหน้า จับมือหญิงมานศรีเอาไว้
“หญิงไม่เคยปิดบังผมได้สำเร็จหรอก รู้ไม่ใช่เหรอ ตั้งแต่เด็กๆ หญิงหกล้ม เจ็บแทบตาย แต่หญิงบอกชายคำรณบอกพิไลพร บอกทุกคนว่าไม่เจ็บ...แต่พอหญิงเจอผม หญิงก็ร้องไห้โฮ แล้วให้ผมช่วยทายาให้ บอกว่ามันเจ็บมาก”
“หมอธี...หญิง...เจ็บมากเลย”
หญิงมานศรีร้องไห้ซบลงกับอกของเขา ธีรพลลูบผมหญิงสาวเบาๆ สงสารและเห็นใจ และก็ปวดร้าวในคราวเดียวกัน พิไลพรมองภพนั้นด้วยใจหวั่นลึกๆ เจ็บแปล๊บ แต่ก็ยินยอม และปล่อยให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง
 
หญิงมานศรีร้องไห้กับธีรพลอยู่อย่างนั้น เนิ่นนาน

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 13 (ต่อ)

หม่อมสรัสวดีนั่งซึมอยู่ที่โต๊ะอาหารเช้า รอลูกชาย สักครู่ชายคำรณฤทธีเดินผ่านโต๊ะอาหารไป ไม่แม้แต่จะเหลียวมองหน้าแม่ หม่อมสรัสวดีทนไม่ไหว

“ชายคำรณ”
ชายคำรณฤทธี ชะงัก แต่ก็ไม่หันมา
“ครับ หม่อมแม่”
“จะทำตัวเย็นชากับแม่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน”
ชายคำรณฤทธีอึ้งไม่ตอบไม่มองหน้า หม่อมสรัสวดีสั่งเสียงเข้ม
“มองหน้าแม่”
ชายคำรณฤทธีหันมามองหน้าแม่ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า หม่อมสรัสวดีใจหาย
“จะไม่นับถือกันอีกแล้วใช่มั้ย”
“ชายยังรักและนับถือหม่อมแม่เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แต่...ชายขอโทษด้วยครับ แต่ความเป็นแม่ไม่ได้ทำให้หม่อมแม่กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ หลังจากที่ทำในสิ่งที่ชายคิดว่า...มันเป็นความผิดอันใหญ่หลวง ชายขอตัวครับ”
ชายคำรณฤทธีเดินออกไป หม่อมสรัสวดีแทบอกแตกตาย
“เออ...ฉันมันผิด เก่งจริงก็ไปทำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วไม่ต้องมาขอให้ฉันช่วยอีก ไป๊”
แม่แล่มเข้ามาปลอบ
“หม่อมคะ...ใจเย็นๆนะคะ”
“ไม่เย็น! ออกรถ”
แม่แล่มแปลกใจ
“จะไปไหนคะ”
“ในเมื่อลูกมันคิดว่าฉันเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง ในขณะที่ฉันพยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว ทั้งๆที่ฉันไม่ได้อยากทำ ต่อไปนี้ ฉันก็จะทำในสิ่งที่ฉันอยากทำเท่านั้น”
หม่อมสรัสวดีเดินแยกไปทางตรงกันข้ามกับที่ลูกชายออกไป...แม่แล่มถอนใจอย่างหนักอก

หญิงมานศรีเดินมาส่งธีรพล
“ขอบคุณมากนะหมอธี ที่ช่วยเป็นธุระให้เรื่องลุงมิตร...หญิงจะได้ไปอย่างหมดห่วงเสียที ที่เหลือก็เป็นเรื่องของเขา”
“หญิง...คิดยังไงกับคุณทิว”
หญิงมานศรีชะงักอึ้ง
“หญิง...”
“หญิงรักเขา ไม่อย่างนั้นหญิงจะไม่เจ็บมากขนาดนี้”
“พรเล่าให้ฟังหมดแล้วล่ะสิ”
“หญิงไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร แต่ผมคิดว่าผมคิดไม่ผิด”
“หญิงปิดอะไรชายธีไม่ได้เลยจริงๆ”
“เราเป็นห่วงหญิงมากนะ”
“หญิงรู้...แต่ต่อไปนี้ หญิงจะไม่ทำให้ทุกคนเป็นห่วงหญิงอีกแล้ว”
“เราอ่อนแอบ้างก็ได้นะหญิง มันไม่ผิด ที่จะปล่อยให้คนอื่นมาดูแลเราบ้าง”
หญิงมานศรีอึ้งไปอีก ธีรพลคว้ามือเธอมาจับ
“โดยเฉพาะถ้าเขาเต็มใจที่จะดูแลหญิง โดยที่ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน หญิงก็ควรจะรับน้ำใจคนๆนั้นบ้าง”
“ชายธี...หญิง...”
“ผมรู้ว่าหญิงรู้...ผมคิดยังไงกับหญิง และผมก็รู้ว่าหญิงไม่มีทางมองผมเป็นอย่างอื่นได้เลยนอกจากเพื่อนที่ดีที่หญิงไว้ใจมากที่สุด ผมยินดีที่จะอยู่ในจุดที่หญิงวางให้ผมยืน ไม่ต้องห่วง ผมไม่ล้ำเส้น...ผมแค่อยากดูแลหญิงบ้าง”
“ขอบคุณนะ ชายธี”
หญิงมานศรีเข้าไปกอดธีรพลอย่างเต็มตื้น ธีรพลกอดตอบ ยิ้มอย่างยอมรับสถานะของตัวเอง เทพและล้วนเดินเข้ามา เทพรู้สึกไม่พอใจ
“คุณหญิงครับ”
หญิงมานศรีและธีรพลผละอกจากกัน
“คะ”
“ผมอยากเรียนเชิญคุณหญิงไปเป็นเกียรติ...”
“ขอโทษนะคะ หญิงตัดสินใจจะกลับกรุงเทพกับหมอธี วันนี้แล้วล่ะค่ะ”
เทพชะงักงัน
“อะไรนะ!”
ธีรพลเองก็แปลกใจที่เธอพูดออกไปอย่างนั้น เทพไม่พอใจ และโกรธมาก แต่หญิงมานศรีแน่วแน่กับคำพูดของตัวเอง ต้องการไปให้ไกลจากทิวและเทพ

เมื่อออกมาจากบ้านพักหญิงมานศรี เทพสั่งการล้วนทันที
“ฉันไม่ต้องการให้คุณหญิงกลับกรุงเทพ”
“ครับนายใหญ่”
ล้วนออกไป เทพสายตาเหี้ยมเกรียม

หญิงมานศรีที่กำลังเตรียมตัวเดินทาง รอพิไลพรอยู่กับธีรพล
“แน่ใจแล้วเหรอหญิง ที่จะกลับกรุงเทพตอนนี้”
“อืม...พรหายไปไหนของเขานะ แย่จริง รู้ทั้งรู้ว่าหญิงรีบ”
ธีรพลมองหญิงมานศรี รู้ดีว่าเธอต้องการหนีความรู้สึกของตัวเอง ไม่ห้ามอีกต่อไป หญิงมานศรีกระวนกระวาย หงุดหงิด ที่พิไลพรหายไป

ทิวกำลังสั่งงานเข้มอยู่มุมหนึ่งของโรงงาน
“ต่อไปนี้ แกคุมงานแทนฉันไปก่อน จนกว่า...”
พิไลพรเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“คุณทิวคะ...คุณหญิงกำลังจะกลับกรุงเทพแล้วนะคะ”
“เรื่องของเขา”
“จะปล่อยให้คุณหญิงกลับไปทั้งๆที่ยังเข้าใจผิดอยู่แบบนี้เหรอคะ”
“เขาไม่ได้เข้าใจอะไรผิดนี่”
“คุณทิวคะ”
ทิวชะงัก ถอนใจ ตัดใจ
“ผมไม่สน”
ทิวเดินออกไป เข้มตามทิวไป พิไลพรไม่พอใจมาก
“คุณทิว!”

หญิงมานศรีกับธีรพลยืนรออยู่ พิไลพรเข้ามาอย่างเซ็งๆ
“ไปไหนมา พร ปล่อยให้หญิงรอตั้งนาน”
พิไลพรอึกอัก
“เอ่อ...พร...”
ธีรพลรู้ดี รีบตัดบท
“ไปกันเถอะหญิง รีบไปไม่ใช่เหรอ”
“จ๊ะ”
หญิงมานศรีรีบเดินออกไป พิไลพรยิ้มให้ธีรพลอย่างขอบคุณ
“ขอบคุณนะคะหมอธี”
“ได้เรื่องอะไรมั้ย”
พิไลพรส่ายหน้า
“เราทำดีที่สุดแล้วล่ะ ที่เหลือ คงแล้วแต่โชคชะตา ไปเถอะ”
“เฮ้อ...ค่ะ”
พิไลพรถอนใจเดินตามธีรพลไป ลูกน้องล้วนแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่งรีบโทรบอกล้วน
“ออกไปแล้วพี่”
ลูกน้องล้วนกดวางสาย รีบออกไป

รถของธีรพลแล่นมาตามถนน ลูกน้องล้วนดักอยู่ข้างทาง เตรียมตัวสร้างเรื่อง ทิวและเข้มโผล่มาจากทางข้างหลังลูกน้องล้วน เอาไม้ฟาดหัวลูกน้องล้วนจนล้มสลบไป รถของธีรพลล่านผ่านไป ทิวยืนมองหญิงมานศรีที่นั่งซึมอยู่ในรถ เคลื่อนตัวผ่านไปอย่างช้าๆ อย่างอาลัย
“ขอให้คุณโชคดี...ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”

ทิวมองตามรถของธีรพลที่เคลื่อนไปจนลับสายตา


ค่ำนั้น...ทุกคนไปถึงวังกฤตยาอย่างปลอดภัย พิไลพรวางกระเป๋าของหญิงมานศรีลง แล้ววิ่งไปหาแม่แล่ม สวมกอดอย่างคิดถึง

“แม่จ๋า...”
แม่แล่มตกใจ
“อะไรกันลูก”
หญิงมานศรีเข้ามากับธีรพล
“หญิงจะกลับมาอยู่บ้านแล้วค่ะ แม่แล่ม”
“คุณหญิง”
แม่แล่มไม่เข้าใจถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ชายคำรณฤทธีเดินมาหา
“พี่ดีใจที่น้องหญิงตัดสินใจได้แบบนี้”
หญิงมานศรีดีใจมาก
“พี่ชาย”
ชายคำรณฤทธียิ้มดีใจต่อการกลับมาของน้องสาว เข้าไปสวมกอด ธีรพลมองชายคำรณฤทธีอย่างแปลกใจ เห็นความกังวลในแววตาของเขาที่ไม่บอกน้องสาว

ชายคำรณฤทธีคุยกับธีรพลที่มุมหนึ่งของวังกฤตยา
“ใช่...ฉันไม่ต้องการให้น้องหญิงอยู่ใกล้นายเทพนั่น”
“แต่หม่อมแม่ของนาย...คงไม่ยอมแน่”
“ฉันต้องทำให้หม่อมแม่ยอมรับ ต่อให้ฉันต้องถูกตราหน้าว่าเป็นลูกอกตัญญู”
“ชายคำรณ...นายจะทำยังไง”
“ทำในสิ่งที่ควรทำ ขอบใจมากนะชายธี ที่ช่วยดูแลหญิงมานศรี”
“นายก็รู้ ว่าฉันยินดี”
“น่าแปลกนะ ทำไมน้องหญิงไม่รักคนดีที่มีทุกอย่างพร้อมจริงๆอย่างนาย จะได้ไม่ต้องเสียใจอย่างทุกวันนี้”
“ไม่ต้องห่วงหรอก...วันหนึ่งหญิงมานศรีจะต้องได้พบคนดีที่รักเธอไม่น้อยไปกว่าฉันอย่างแน่นอน”
ธีรพลยิ้มให้กำลังใจชายคำรณฤทธี

พิไลพรเก็บของให้หญิงมานศรีที่นั่งซึมอยู่ในห้องนอน พิไลพรหันมาเห็น พูดกระทบลอยๆ
“บอกว่าอยากกลับบ้าน แต่ใจลอยไปอยู่ที่ไร่อ้อย”
หญิงมานศรีสะดุ้ง
“หญิงแค่คิดถึงหม่อมแม่ บอกแล้วไงว่าไม่ให้พูดถึงเขาอีก”
“พูดถึงใครคะ พรไม่ได้พูดหรือเอ่ยชื่อใครสักหน่อย คุณหญิงพาลพร”
พิไลพรเก็บของเสร็จ เดินออกไปไม่พูดไม่จา หญิงมานศรีถอนใจ รู้ตัวดีว่าคิดถึงทิว

ทิวเดินกลับเข้ามากับเข้ม นั่งลงพักเหนื่อย เช็ดเนื้อเช็ดตัว
“เข้มว่า...นายใหญ่เดือดแน่เลยครับนาย ที่เราจัดการลูกน้องไม่ให้ไปขวางคุณหญิงกลับกรุงเทพ”
“เรื่องของมันสิ มันจะได้รู้ตัว ว่า...กำลังทำชั่วไม่ขึ้น”
ขวัญตาที่ถือผ้าเย็นแอบฟังอยู่
“อยากจะเห็นความพยายามของมันอีกเหมือนกัน จะทำยังไงเพื่อให้ได้ตัวคุณหญิงกลับมา”
ขวัญตาตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกลียดเทพ ตัดสินใจเดินออกไปส่งผ้าเย็นให้ทิว
“ผ้าเย็น หอมชื่นใจ เช็ดหน้าก่อนนะพี่ทิว...จะได้สดชื่น”
ทิวไม่รับ
“ไม่เป็นไร”
“งั้นเข้มขอแล้วกันครับคุณขวัญตา”
ขวัญตาไม่สนใจ
“งั้นขวัญตาเช็ดให้นะ พี่ทิว”
ขวัญตาถือวิสาสะเช็ดหน้าให้ ทิวพยายามจะขืน
“อยู่เฉยๆสิ อย่าดื้อจ๊ะ คนดีของขวัญตา”
เข้มเห็นแล้วขนลุก
“ขอตัวนะครับนาย”
เข้มวิ่งออกไปเลย
“เฮ้ย เดี๋ยวก่อนสิวะ ไอ้เข้ม”
เข้มวิ่งไม่เหลียวหลัง...ทิวหันไปจับมือเอาไว้ ขวัญตายิ้มให้อย่างยั่วยวน
“ขวัญตา...”
“จ๊ะ...พี่ทิว”
“ทีหลัง...ไม่ต้อง”
ทิวลุกเดินเข้าห้องปิดประตูดังโครม ขวัญตาหงุดหงิด
“อ่อยทุกวัน ไม่อ่อนลงบ้างก็มันรู้ไป” ชวัญตานึกถึงเรื่องเทพ “คุณเทพยังอยากได้นังคุณหญิงอยู่เหรอ...หึ”
ขวัญตาคิดแก้แค้นผ่องทิพย์

เทพยืนดื่มบรั่นดีอยู่ หน้าตาเคียดแค้น ไม่ได้อย่างใจ แผนไม่สำเร็จ เขาดื่มแล้วเขวี้ยงแก้วแตกดังเปรี้ยงด้วยความโมโห ผ่องทิพย์ในชุดนอนเซ็กซี่แจ้นเข้ามา
“คุณเทพ เป็นอะไรไปคะ”
“ผ่องทิพย์...”
เทพทำเป็นเซเมามาก...ลงนั่ง ผ่องทิพย์ประคอง
“โถ ดูซิ...เมามากขนาดนี้ได้ยังไง”
“ฉัน...เหนื่อย...ฉัน...เครียด”
“ขึ้นไปนอนห้องผ่องนะคะ ไป เดี๋ยวผ่องช่วย ผ่องจะเช็ดตัวให้”
“ขอฉัน...อยู่...ตรงนี้เถอะ...นะ”
“ก็ได้ค่ะ...แน่ใจนะคะ”
เทพพยักหน้า
“ค่ะ มีอะไร เรียกผ่องนะคะ”
“จ้ะ”
ผ่องทิพย์เดินออกไปอย่างเป็นห่วง เทพนั่งเครียด คิดถึงหญิงมานศรี
“คุณหญิง คิดเหรอ ว่าจะหนีผมพ้น ไม่มีทาง”

หม่อมสรัสวดีโวยวายเข้ามาในวัง เพราะหัวเสียเรื่องเสียเงินในบ่อน
“แม่แล่ม อยู่ไหน เอาน้ำมาให้ฉันกินหน่อย”
เงียบ ยังไม่มีใครออกมา
“วังนี้ไม่มีใครอยู่แล้วหรือไง หรือหนีออกไปกันหมดแล้ว เพราะไม่อยากยุ่งกับคนเลวๆชั่วๆอย่างฉัน นังแล่ม”
หญิงมานศรีเดินมากับชายคำรณฤทธี หญิงมานศรีมองหม่อมสรัสวดีอย่างแปลกใจ
“หม่อมแม่คะ...”
หม่อมสรัสวดีตกใจ
“ลูกหญิง...มาได้ยังไงลูก”
“หม่อมแม่หัวเสียเรื่องอะไรมาคะ”
หม่อมสรัสวดีกลบเกลื่อน
“ไม่มีอะไรลูก...รถติดมาก แม่เลยหงุดหงิด เท่านั้นเอง ตอบแม่มาก่อน มาได้ยังไง วันหยุดก็ไม่ใช่ แล้วคุณเทพไม่เอ็ดเอาเหรอลูก”
“หญิงลาออกแล้วค่ะ”
หม่อมสรัสวดีตกใจ
“ลาออก”
หม่อมสรัสวดีมองหน้าชายคำรณฤทธี ตาเขียวทันที ชายคำรณฤทธียืนนิ่ง ไม่โต้ตอบใดๆทั้งสิ้น หม่อมสรัสวดีเสียงเครียด
“ลาออกทำไม ชาย...ชายบอกอะไรน้อง”
“ชายไม่เคยพูดอะไรให้น้องฟัง น้องตัดสินใจของเขาเอง”
“ค่ะ หญิงมีความจริงเกี่ยวกับคุณเทพที่ต้องเรียนให้หม่อมแม่ทราบ”
“ความจริงหรือข้ออ้าง เพราะไม่อยากทำงานเหนื่อย ไม่อยากช่วยเหลือครอบครัว อยากเห็นแม่เสียหน้า เสียคำพูด...”
ชายคำรณฤทธีพยามแย้ง
“หม่อมแม่ครับ!”
หญิงมานศรีพยายามอธิบาย
“หม่อมแม่ฟังหญิงก่อนนะคะ”
หม่อมสรัสวดีหาทางเลี่ยง เพราะความซวยกำลังมาเยือนแล้ว
“ไม่ฟัง! ไม่ต้องพูด แม่เหนื่อยมามากพอแล้ว”
หม่อมสรัสวดีเดินเลี่ยงออกไปทันที หญิงมานศรีมองตามอย่างเหนื่อยใจ ชายคำรณฤทธีกลุ้มใจแทนน้องสาว

พิไลพรเดินเข้ามาหาแม่แล่มที่นั่งกลุ้มอยู่
“แม่...หม่อมเขาไปไหนมาน่ะ อารมณ์เสียใส่คุณหญิงคุณชายน่าดูเลย”
“เฮ้อ...จะไปไหนได้อีกล่ะ ไปในที่อโคจร ที่ๆทำให้วังแห่งนี้ต้องพบกับความวิบัติไงอยู่อย่างนี้ไง...พรเอ๊ย”
พิไลพรตกใจ
“หม่อม...ไปบ่อนอีกแล้วเหรอแม่”
แม่แล่มพยักหน้าช้าๆ
“และคงจะเสียมา...เลยเป็นแบบนี้”
พิไลพรถอนใจ สงสารหญิงมานศรีและชายคำรณฤทธี

หม่อมสรัสวดีเดินไปเดินมาอย่างร้อนใจอยู่ในห้อง ทำอะไรไม่ถูก
“ลูกหญิงกลับมา...แล้วไงล่ะเนี่ย...”
ทันใดนั้นเสียงมือถือดังขึ้น หม่อมสรัสวดีสะดุ้งเฮือก รีบหยิบมาดู เห็นชื่อ เทพ เธอลังเล ตัดสินใจไม่รับสาย ทิ้งมือถือลงที่นอน เสียงมือถือยังดัง...หม่อมสรัสวดีตัดสินใจปิดเครื่องแล้วลงนั่ง กลุ้มใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้น แม่แล่มอยู่ที่หน้าประตู ถือโทรศัพท์บ้านไร้สายมาด้วย
“หม่อมคะ โทรศัพท์ค่ะ จากคุณเทพ”
หม่อมสรัสวดีถอนใจ เครียดหนัก ตะโกนบอกไป
“ฉันนอนแล้ว ให้โทรมาใหม่พรุ่งนี้”
“ค่ะ”
แม่แล่มเดินออกไป หม่อมสรัสวดีเครียดจัด หาทางออกไม่ได้ จะเอายังไงเมื่อรู้ว่ากำลังถูกเทพกดดัน

เทพวางโทรศัพท์ลงอย่างใจเย็น เดินไปหยิบเศษแก้วที่แตกเกลื่อนอยู่บนพื้นขึ้นมา มองเหลี่ยมคมแก้วอย่างพิจารณา
“คุณหญิงทำให้หัวใจของผมแตกสลายไม่ต่างอะไรกับแก้วใบนี้...คุณหญิงและครอบครัวต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสม”
เทพใช้แก้วที่แตกกรีดลงกลางฝ่ามือ เลือดไหลซิบ เขายิ้มอย่างสะใจ

ผ่องทิพย์จิกบุญปลูกให้ออกตามหาเทพ ภายในบ้าน
“ช่วยหาเร็ว คุณเทพเมาเดินไปไหนแล้ว”
“โอ๊ย...หาจนแทบจะพลิกบ้านแล้วนะคะ ออกไปเที่ยวข้างนอกหรือเปล่าคะคุณนาย”
“ปากเสีย”
ขวัญตาเข้ามา ในมือถือขวดน้ำกรด
“ใช่...เสียทั้งขี้ข้าทั้งนายมันนั่นแหละ”
“นังขวัญตา แกมาทำอะไร”
“มาเอาคืน คนที่สาระแนบอกคุณเทพเรื่องของฉันไง”
ขวัญตาย่างสามขุมเข้าหา บุญปลูกรีบหลบหลังผ่องทิพย์ด้วยความกลัว ผ่องทิพย์ระวังตัว มองขวดในมือของขวัญตาอย่างกลัวๆ
“คนอย่างแก ทั้งตัว ทั้งใจ ทั้งปาก เน่าอย่างที่เน่าอยู่ยังไม่พอ มันต้องเน่ากว่านี้”
“แกจะทำอะไร! อย่านะ”
ขวัญตาเตรียมสาดน้ำกรด

ในห้องทำงานของเทพไฟปิดมืดสนิท ทันใดนั้นประตูห้องถูกเปิดออก ทิวลอบเข้ามาแล้วปิดประตูอย่างแผ่วเบา เขาใช้ไฟฉายส่องเข้ามาที่รูปของทัด ทิวคาบไฟฉายไว้ที่ปาก แล้วค่อยๆปลดรูปของพ่อลงเห็นกล่องฝังไว้ที่ผนังตามคำบอกเล่าของหญิงมานศรี
‘ฉันสงสัยว่าหลังรูปพ่อคุณในห้องทำงานคุณเทพ อาจจะมีอะไร บางอย่างที่สำคัญซ่อนเอาไว้’
ทิวค่อยๆหยิบกล่องออกมา เห็นกุญแจปิดล็อกอยู่ ทันใดนั้น เทพก็เปิดประตูเข้ามาเปิดไฟ เทพเห็นทิวยืนถือกล่องไม้อยู่
“ไอ้ทิว”

ทิวตกใจ พยายามนึกหาทางเอาตัวรอดทันที
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 9
เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 9
พิไลพรเดินคุยมากับหญิงมานศรี สองสาวอยู่ที่มุมหนึ่งในบ้านทิว “พรกลับไปโรงพยาบาลก่อนนะคะ คุณหญิงรีบกลับไปพักผ่อนนะคะ” “ไม่ต้องห่วงจ๊ะ หญิงดีขึ้นมากแล้ว พรรีบกลับไปจัดการเรื่องลุงเถอะ แล้วก็อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด ไม่งั้น นายทิวเดือดร้อนแน่” “เป็นห่วงคุณทิวจริงเหรอคะ” “พร...อย่ามาแซวหญิงนะ หญิงก็เป็นห่วงทุกคน ไม่ได้เจาะจงแต่นายทิวสักหน่อย” “ค่ะ เป็นห่วงทุกคน ดูแลตัวเองนะคะ...” พิไลพรมองไปข้างหลัง “ฝากด้วยนะคะ” หญิงมานศรี แปลกใจ พิไลพรพูดกับใคร หันไปข้างหลังเธอก็ต้องตกใจ เพราะทิวยืนอยู่แล้ว อยู่ข้างหลัง หญิงมานศรีหน้าแดง หลบสายตาที่ลึกล้ำของทิวทันที “ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลคุณหญิงอย่างดี”
กำลังโหลดความคิดเห็น...