xs
xsm
sm
md
lg

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 8

เทพโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เมื่อแล้วนมาบอกว่าทิวยังไม่ตาย

“ไอ้ทิวยังไม่ตาย”
เทพหันไปมองล้วนตาวาวโรจน์ ล้วนก้มหน้านิ่ง ใจคอไม่ดีที่ทำงานพลาดครั้งใหญ่
“แต่ผมมั่นใจ ว่ามันตายตั้งแต่ถูกแทงแล้ว ยิ่งถูกมัดกับหินถ่วงน้ำด้วยแบบนั้น มันฟื้นขึ้นมาได้ยังไง ผมก็ไม่รู้”
“เพราะมันยังไม่ตายตั้งแต่แรก แต่แกมันโง่ ถูกมันหลอก”
เทพหันมาต่อยล้วนอย่างแรง ล้วนล้มลงไปกอง
“ตอนนี้ มันก็รู้แล้วว่าฉันคิดกำจัดมัน และรอเวลาจะกลับมาเล่นงานฉัน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณหญิงถึงเปลี่ยนไป เพราะความโง่ของแก ไอ้ล้วน”
เทพหยิบปืนที่เหน็บอยู่ข้างหลังอยู่ตลอดเวลา ขึ้นจ่อจะยิงล้วนด้วยความโกรธ
“อย่านาย ผมขอโอกาสแก้ตัว”
ล้วนอ้อนวอนเทพด้วยความกลัวตาย เทพยิ้มเหี้ยม ค่อยๆลดปืนลง ล้วนโล่งใจ เทพเก็บปืน
“แก้ตัวเหรอ”
“ครับนาย คราวนี้ผมรับรอง มันจะไม่พลาดอีก”
“คราวนี้เหรอ...หึ...มันกี่ครั้งแล้วไอ้ล้วน”
เทพต่อยล้วนเซไป ก่อนจะจับแขนล้วนเอาไว้ไม่ให้ล้มแล้วบิดหัก เสียงกระดูกลั่นกร๊อบ
“โอ๊ย”
“ไอ้ทิวมันคงอยากลิ้มรสความตาย จากฝีมือของฉันเอง”
ล้วนร้องครวญครางที่ถูกหักแขน เทพยืนมองอย่างสะใจ มีความสุขที่ได้เห็นความเจ็บปวดและทรมานของคนอื่น

ทิวเดินคุยมากับหญิงมานศรี เขาแอบยิ้มด้วยความพอใจ รู้สึกดีที่เธอกลับมา
“ยิ้มทำไม”
ทิวรีบหุบยิ้ม
“เปล่า ไม่ได้ยิ้ม”
“ฉันเห็น...”
“ก็ได้ ฉันยิ้ม ยิ้มเพราะฉันรู้สึก...ดีที่คิดอะไรไว้แล้วไม่เคยผิด”
“คิดอะไร”
“เธอจะหนีไปไหนได้ ขุมทรัพย์อยู่ที่นี่ หนีไปก็โง่”
“ไม่ประชดฉันสักวันจะตายมั้ย”
“อาจจะ...ไม่ถึงตายแต่ทำให้รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป”
หญิงมานศรีอึ้ง รู้สึกร้อนที่หน้า รีบเปลี่ยนเรื่อง
“อาการเป็นยังไงบ้าง”
“ดีขึ้น”
“ก็ดี...หายแล้ว นายจะทำยังไงต่อไป”
“ไม่ต้องรอให้หายหรอก ถึงค่อยทำ”
หญิงมานศรีสงสัย
“ทำอะไร”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ”
“นายจะเอาผิดใครก็ต้องมีหลักฐาน มีแค่คำพูดลอยๆไม่ได้”
“บอกแล้วไง ว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ”
“ไม่ใช่เรื่องของฉันก็ได้ แต่ฉันไม่อยู่เฉยแน่ ถ้านายทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”
หญิงมานศรีเดินออกไปอย่างหงุดหงิด ทิวมองตาม อยากห้ามไม่ให้ไป แต่ปากแข็งเกินกว่าจะทำอย่างนั้น
ทิวเดินมาเจ็บใจตัวเอง
“พูดดีๆสักวัน จะตายมั้ย ไอ้ทิว...ทำไมไม่พูด ๆ”
ทิวมองไปข้างหลัง ไม่เห็นหญิงมานศรีแล้ว เขาเผลอยิ้มออกมา หัวใจแช่มชื่นอย่างประหลาด
“ขอบใจนะ...ที่เป็นห่วง”

ทิวเดินอารมณ์ดีมาที่หน้ากระท่อม ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวภายใน เขาคิดว่าเป็นลุงแย้ม
“ลุงแย้ม กินข้าวกลางวันด้วยกันมั้ย”
ทิวเดินเข้าไปในกระท่อม แล้วก็ต้องชะงักด้วยความตกใจ เทพกำลังนั่งอย่างสบายใจโดยใช้ตัวลุงแย้มที่ถูกซ้อมบาดเจ็บจนแทบสิ้นสติเป็นที่พักเท้า ลูกน้อง 2 คนของเทพยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ
“ไอ้เทพ”
“ขอต้อนรับกลับสู่โลกหลังความตายนะ ทิว”
ลุงแย้มพูดอย่างยากลำบากมาก
“นาย...หนีไป”
เทพใช้เท้าที่เหยียบลุงแย้มอยู่กระทืบหลังลุงแย้มดังพลั่ก จนลุงแย้มกระอัก
“ปล่อยลุงแย้มเดี๋ยวนี้”
“ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันปล่อยแน่ แต่ตอนนี้ มานั่งคุยกันก่อนสิ มา”
เทพเชื้อเชิญให้ทิวนั่งอย่างใจเย็น ทิวประมวลสถานการณ์เพื่อเอาตัวรอด

หญิงมานศรีที่เดินแยกมา ยังคาใจ
“นายทิว...คิดจะทำอะไร...”
หญิงสาวออกเดินต่อแต่เปลี่ยนใจ เดินกลับไป

ทิวลงนั่งตรงข้ามเทพ มองเทพด้วยความโกรธแค้น เทพยันลุงแย้มออกไป กลิ้ง ไปนอนอยู่มุมหนึ่ง ทิวลุกขึ้นทันทีจะเข้าไปช่วยลุงแย้ม ลูกน้องของเทพเข้ามาขวาง เทพยิ้มหยัน
“ใจเย็นๆ ก่อนทิว”
แต่ทิวยังไม่นั่ง
“ไม่เอาน่า ฉันอุตส่าห์มาเปิดโต๊ะเจรจากับนาย ขอบรรยากาศการปรองดองหน่อยสิ”
“สั่งให้ลูกน้องมาฆ่าฉัน หวังจะฮุบหุ้นเป็นของแกทั้งหมด คนปัญญาอ่อนยังคิดได้เลยว่า...ฝันไปเถอะ ถุย”
ทิวถ่มน้ำลายใส่หน้าเทพ ลูกน้องปราดเข้ามาจะทำร้ายทิว
“เฮ้ย”
เทพยกมือห้าม
“เฮ้ย”
ลูกน้องชะงัก ถอยกลับไปอยู่ที่เดิม เทพใช้ผ้าเช็ดหน้าค่อยๆเช็ดหน้าพลางหัวเราะเบาๆ
“เฮ้อ...ทิวน้อทิว...เด็กๆนิสัยยังไง โตขึ้นก็ไม่เปลี่ยน ดื้อ รั้น ไม่ฟังใคร แต่นาย น่าจะฟังฉันบ้าง อย่างน้อยก็ในฐานะ...พี่เขย”
“เลิกพล่าม เลิกสร้างภาพได้แล้ว”
“ฉันบอกให้ฟัง”
เทพเตะที่พับในของทิว จนทิวทรุด ลงไปคุกเข่า จิกหัวทิวจนหน้าหงายขึ้นมา
“แต่ตอนนี้แกต้องฟังฉัน...ในฐานะที่ฉันเป็นเจ้าชีวิตแก ไอ้ทิว”
“ในที่สุดก็ยอมรับแล้วสินะ ว่าแกมัน...เป็นเศษมนุษย์”
“ฉันคงเสียเวลาเปล่าที่คิดจะเจรจากับแก”
เทพชักปืนขึ้นมาแล้วเล็งไป ทิวตกใจ

หญิงมานศรีเดินเข้ามา จะมาคุยกับทิวให้รู้เรื่องแต่แล้ว เสียงปืนก็ดังขึ้นมาจากในกระท่อม เปรี้ยงหญิงสาวตกใจ
“ว้าย”
หญิงมานศรีอุดหู ก้มลงด้วยสัญชาติญาณการเอาตัวรอด ก่อนจะรู้สึกตัว เป็นห่วงทิวขึ้นมา
“นายทิว”
หญิงสาวลุกขึ้น วิ่งไปทางกระท่อม

เทพยิงลุงแย้มเสียชีวิต นอนจมกองเลือดอยู่ ทิวมองศพลุงแย้มด้วยความเสียใจ
“ลุงแย้ม...แก ไอ้เลว”
“ที่มันต้องตายเพราะ...แก ไม่ใช่ฉัน”
“ไอ้โรคจิต...ไอ้ฆาตกร”
ทิวพุ่งไปหาเทพ เพื่อแย่งปืน ลูกน้องเทพจะเข้าไปช่วย ประตูกระท่อมเปิดผลัวะเข้ามาพอดี ปรากฏร่างของหญิงมานศรีที่ตระหนกตกใจเมื่อเห็นศพลุงแย้ม
“ลุงแย้ม”
ทั้งเทพและทิวชะงัก เทพหาทางแก้สถานการณ์ พลิก ใส่ร้ายทิว
“คุณหญิง หนีไป ทิวเขาบ้าไปแล้ว เขาฆ่าลุงแย้ม เพราะโกรธที่ลุงแย้มบอกผมว่าเขาอยู่ที่นี่”
“อะไรนะ”
หญิงมานศรี มองทิวไม่อยากจะเชื่อ สายตาเต็มไปด้วยคำถาม ทิวแค้นใจมาก
“ไอ้เทพ แก มันเลวยิ่งกว่าเศษมนุษย์”
เทพรีบสั่งลูกน้อง
“มาช่วยฉันจับทิวเร็วสิ เฉยอยู่ทำไม”
ลูกน้องตรงเข้าจับทิว ล็อกตัวเอาไว้ ทิวต่อสู้ไม่ยอมง่ายๆก่อนจะพลาดถูกเทพต่อยกระเด็นมาทางหญิงมานศรี ทิวเหลือบไปเห็นมีดพร้าที่ขัดอยู่ที่ฝากระท่อม เขาพุ่งไปล็อกคอหญิงมานศรีเป็นตัวประกันเอาไว้ แล้วรีบถอยไปคว้ามีดพร้ามาเป็นอาวุธ
“ว้าย”
“แกยิงฉัน ผู้หญิงอสรพิษคนนี้ ตายก่อนแน่”
เทพตกใจ
“ทิว อย่าทำอะไรคุณหญิงนะ ฉันขอร้อง คุณหญิงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย”
“เกี่ยวสิ” ทิวตวาดหญิงมานศรี “เธอบอกไอ้เทพว่าฉันอยู่ที่นี่ทำให้ลุงแย้มต้องตาย ฉันพลาดที่เชื่อใจเธอ”
หญิงมานศรี พยายามจะแก้ตัว
“ฉันไม่ได้...”

ทิวลากหญิงมานศรีออกไปจากกระท่อม โดยที่เธอยังพูดไม่ทันจบ เทพมองตามอย่างเจ็บแค้น ตามออกไปกับลูกน้อง

ทิวลากตัวหญิงมานศรีออกมา เทพและลูกน้องตามมา พยายามจะเจรจา

“ทิว...นายอยากได้อะไร บอกมา ฉันจะปล่อยให้เรื่องลุงแย้มถูกนายฆ่าตายเงียบไปก็ได้ ขอเพียงปล่อยคุณหญิงเป็นอิสระ”
“ไม่มีทาง...ไป”
เทพอึ้ง ชะงัก ทิวลากตัวหญิงมานศรีเข้าป่าไปทางหนึ่ง
“เอาไงดีครับนายใหญ่”
เทพหน้าเหี้ยม
“จัดการศพไอ้แย้มอย่าให้เหลือซาก ส่วนไอ้ทิว...”
เทพหน้าตาเจ้าเล่ห์ มีแผนคิดพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสเล่นงานทิว

ที่ไร่...เทพเดินหน้าเครียดมาพูดกับคนงานที่ยืนออกันอยู่ ล้วนเดินเข้ามายืนหลังเทพ แขนใส่เฝือก หน้าตามีรอยฟกช้ำ เข้มและวิวัฒน์เดินเข้ามารวมกลุ่มกับคนงาน สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น...เทพเหลือบมองล้วนเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มประกาศ
“ตอนนี้ มีเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทุกคนรับรู้...นายทิวของพวกเราเกิดความเครียดอย่างหนัก จนหายตัวไปอย่างที่ทุกคนก็รู้ดี และฉันก็ได้ออกตามหาจนสุดความสามารถ จนได้เจอตัวเขาในที่สุด”
เข้มตกใจพึมพำเบาๆ
“นายใหญ่รู้ได้ไง”
คนงานทุกคนดีใจ พวงทอง ผ่องทิพย์ ขวัญตาเข้ามาร่วมฟังอย่างยินดี พวงทองรีบถามอย่างเป็นห่วงน้องชาย
“แล้วตอนนี้ทิวอยู่ที่ไหน”
“ทิวหนีไป โดยเอาตัวคุณหญิงไปเป็นตัวประกัน”
ทุกคนตกใจ ผ่องทิพย์แปลกใจ
“ทำไม ทิวมันต้องทำอย่างนั้นด้วย”
เทพประกาศลั่น
“เพราะสติของทิวเลอะเลือนไปแล้วน่ะสิ หวาดระแวงว่าฉันจะทำร้าย เอาล่ะ ฉันต้องไปช่วยคุณหญิงกลับมาให้ได้...แต่ขอให้ทุกคนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพื่อปกป้องชื่อเสียงของทัดเทพ”
เทพเดินออกไปกับล้วนและลูกน้อง ทุกคนฮือฮา พวงทอง เป็นห่วงทิวมาก

พวงทอง เดินมาหาผ่องทิพย์
“ผ่อง...ไปช่วยพี่ตามหาทิว”
“คนออกไปตามมันแล้วตั้งเยอะแยะ เราเป็นผู้หญิง ไปก็เกะกะเปล่าๆ อยู่เฉยๆรอมันกลับมาก็พอ ฉันไปนะ มีธุระต้องทำ ไป นังบุญปลูก”
ผ่องทิพย์เดินออกไปกับบุญปลูก
“เดี๋ยวก่อนสิ ผ่อง”
ผ่องทิพย์ไม่สนใจ เดินลิ่วไป พวงทองไม่พอใจ แต่ก็พูดอะไรอีกไม่ได้ รู้สึกกังวล ขวัญตาเดินมาหาพวงทอง มองตามผ่องทิพย์อย่างไม่พอใจ
“เป็นพี่น้องกันจริงหรือเปล่าเนี่ย...ใจดำชะมัด พี่พวง...พี่ทิวเป็นบ้าไปแล้วหรือไง”
“ฉันไม่เชื่อหรอก จนกว่าจะได้คุยได้เห็นกับตา”
“พี่ทิวไม่น่าจะจิตอ่อนได้ขนาดนั้น ขนาดอกหักจากฉัน...ยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย แป๊บเดียวก็เป็นปกติแล้ว”
“พอเถอะ ขวัญตา นี่ไม่ใช่เวลาจะมาพูดเรื่องนี้”
ขวัญตาอึ้ง สะบัดเดินออกไป ฉุนๆ พวงทองเป็นห่วงทิวมาก
“ทิว...มันเกิดอะไรขึ้น”

ทิวลากหญิงมานศรี เดินมาตามเส้นทางอันยากลำบาก
“นายทิว ใจเย็นก่อนนะ ฟังฉันก่อน เราต้องคุยกัน”
“ถ้ายังไม่หุบปาก ฉันจะใช้มีดนี่ตัดลิ้นเธอซะ จะได้ไม่ต้องพูด”
“นายฆ่าลุงแย้มได้ลงคอจริงๆเหรอ”
“ยังอีก”
ทิวเงื้อมีด หญิงมานศรี ตกใจ รีบเอามือปิดปาก ทิวตะคอก
“เดินไป”
ทิวผลักหญิงมานศรีเดินไป จนร่างของเธอปลิวเพราะแรงผลักของเขาหน้าเกือบคะมำ ทิวมองอย่างสะใจ และเดินคุมไป อย่างระแวดระวังหลัง
ทิวผลักหญิงมานศรีเดินมา เธอทนไม่ไหว หันไปพูดกับเขา
“มอบตัวเถอะนะนายทิว ยิ่งหนี โทษยิ่งหนัก”
“ฉันจะมอบตัวทำไม ในเมื่อฉันไม่ได้เป็นคนทำ มันต่างหากคือคนที่ฆ่าลุงแย้ม”
ทิวย่างเข้าหา ทำท่าจะเอามีดตัดลิ้นเธอจริงๆ
“ฉันจะทำให้เธอ ตั้งคำถามฉันไม่ได้อีกตลอดชีวิต”
หญิงมานศรีตื่นกลัวถอยกรูด
“อย่านะ...อย่าเข้ามานะ อย่า”
หญิงมานศรีถอยจนสะดุด ล้ม ทำให้แขนไปครูดกับกิ่งไม้ที่แหลมคม ทะลุแขนเสื้อ กรีดโดนเนื้อ เลือดออก และมีเศษแขนเสื้อติดคาอยู่ที่กิ่งไม้นั้น
“โอ๊ย”
ทิวเห็นแล้วตกใจ

เทพ ล้วนและลูกน้องตามรอยไล่ล่าทิวมาจนถึงริมน้ำ เทพหันไปถามล้วน
“ให้คนปิดล้อม ตามหามันทั่วทุกทิศทางแล้วใช่มั้ย”
“ครับ คนของเราเป็นร้อยๆ...ป่าที่มันพาคุณหญิงหนีไปก็ไม่ได้กว้างใหญ่อะไรไม่นานก็ต้องเจอครับนายใหญ่”
“จำไว้นะว่า จะประมาทมันไม่ได้อีกแล้ว”
“ครับนายใหญ่ ผมจำได้ไม่ลืม”
“ฉันอยากส่งวิญญาณไอ้ทิวให้ไปอยู่กับพ่อแม่มันเต็มที”
เทพเดินนำล้วนและลูกน้องไปทางหนึ่ง

ทิวดูอาการของหญิงมานศรี
“ไหนดูซิ”
หญิงมานศรี ไม่ให้ดู
“หันมา”
ทิวดึงแขนหญิงสาวมาดูอย่างแรง
“โอ๊ย”
“ใจเสาะ แค่นี้ ไม่ถึงตายหรอก”
แผลที่แขนของหญิงมานศรีเป็นทางยาวเหวอะ
“...แต่ต้องห้ามเลือดก่อน”
ทิวคิดๆ จะใช้อะไรห้ามเลือดดี เขาเห็นเสื้อของเธอก็เอื้อมมือไปจับชายเสื้อ
“ทำอะไร”
“อยู่เฉยๆ”
ทิวดึงชายเสื้อขึ้นมา หญิงมานศรีเข้าใจผิดคิดว่าเขาจะถอดเสื้อเธอ
“อย่านะ”
“บอกให้อยู่เฉยๆ”
“ไม่”

หญิงมานศรีดิ้น ทิวใช้กำลังจัดการฉีกชายเสื้อของเธอจนสำเร็จ หญิงสาวอึ้ง ที่เขาฉีกชายเสื้อ โดยไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ตัวเองจินตนาการ

อ่านต่อหน้า 2

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 8 (ต่อ)

ทิวจัดการห้ามเลือดแผลของหญิงมานศรี ด้วยชายเสื้อที่ฉีกมา หญิงมานศรีพยายามไม่มองหน้าเขาเพราะเกิดความรู้สึกอึดอัด ปนเก้อเขิน ทิวเหลือบมอง เห็นท่าทางของหญิงสาวแล้วไม่พอใจ ขัดใจขึ้นมาอีก

“อย่าได้คิดว่างูพิษอย่างเธอจะได้รับความรู้สึกที่ดีจากฉัน นอกจากความขยะแขยง”
หญิงมานศรีไม่พอใจ
“คำก็งูพิษสองคำก็งูพิษ นายเป็นผู้ชายประเภทไหนกัน ไม่ฟังใครเลย คุณเทพรู้เรื่องของนายได้ยังไง ฉันไม่รู้”
“ประเภทไหนเหรอ ก็ประเภทใครทำฉันเจ็บ ฉันก็จะเอาคืนเป็นสองเท่าไง”
ทิวกระชากหญิงมานศรีเข้ามา หมายจะขยี้จูบ แต่เธอดิ้นไม่ยอมให้เขารังแกได้ง่ายๆ
“อย่านะ”
หญิงมานศรีใช้เท้ายันเขาจนหงายกระเด็น แล้ววิ่งหนี ทิวได้ยินเสียงผิดปกติ เหมือนเสียงเดินย่ำเท้าบนใบไม้แห้งเขารีบวิ่งตามไปหญิงมานศรีไปทันที

เข้มเข้ามาในโรงงาน เปิดตู้ หยิบปืนลูกซองพร้อมออกตามหาและไปช่วยเหลือทิว วิวัฒน์ตามเข้ามา
“เรื่องเป็นมายังไงพี่ ฉันงงไปหมดแล้ว”
“ไม่มีเวลาอธิบาย แกกลับไปรอที่บ้าน ถ้านายกลับมา รีบติดต่อฉัน แต่ห้ามบอกใครเด็ดขาด ห้าม”
“ได้พี่”
วิวัฒน์ตามเข้มออกไปทันที

หญิงมานศรีวิ่งหนีมา แล้วล้มสะดุด ทิววิ่งมาทัน กระชากตัวขึ้นมา
“มานี่”
“ไม่”
ทิวจัดการปิดปากหญิงสาวลากตัวไปหลบหลังพุ่มไม้ใช้เป็นที่กำบังตัว ในลักษณะที่เขานอนทับเธอเอาไว้ไม่ให้ส่งเสียงร้อง หญิงมานศรีพยายามดิ้น ทิวก็ต้องพยายามกดตัวเอาไว้

เทพ ล้วนและลูกน้องเดินสะกดรอยมา เทพมองหาร่องรอย จนไปสะดุดตาที่กิ่งไม้แห้งที่มีเศษผ้าเสื้อของหญิงมานศรีติดอยู่ เขาเดินเข้าไปหยิบมาดู
“เสื้อคุณหญิง...เลือดยังสดๆอยู่” เทพมองไปรอบๆ “กระจายกันตามหา...มันยังไปไม่ไกล”
ล้วนสั่งลูกน้องให้กระจายกำลังกัน
“เฮ้ย...เอ็งไปทางนั้น ส่วนเอ็งไปทางโน้น”
ลูกน้องกระจายกำลังกันไปตามคำสั่ง ตัวของล้วนแยกไปอีกทาง เทพมองไปรอบๆอย่างสังเกต

หญิงมานศรีซึ่งถูกทิวทับตัวและปิดปากอยู่ ดิ้นจนหมดแรง
“อยู่เฉยๆแล้วอย่าร้อง ไม่งั้น ตายแน่”
หญิงสาวหยุดดิ้น นอนเฉยๆ...ทิวเริ่มคลายมือลง หญิงมานศรีฉวยจังหวะเอาตัวรอด กัดมือเขาทันที
“โอ๊ย”

เทพยังพยายามแกะรอยอยู่ที่เดิม ทันใดนั้นเสียงทิวร้องลั่น
“โอ๊ย”
เทพชะงัก หันไปทางหนึ่ง
“ไอ้ทิว”
เทพวิ่งไปตามเสียงที่ดังมาทันที

หญิงมานศรีปล่อยปากจากมือของทิว ชายหนุ่มมองหญิงสาวอย่างโกรธเคือง แต่เธอก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะกลัว เสียงคนวิ่งสวบสาบดังเข้ามา ทั้งสองรู้สึกได้ หญิงมานศรีจะร้อง ทิวตัดสินใจประกบปากของเธอเพื่อไม่ให้ร้องได้อีก หญิงมานศรีตะลึง
เทพวิ่งเข้ามา มองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นวี่แววของทิวและหญิงมานศรี เขาหันไปทางมุมหนึ่ง ค่อยๆเดินเข้าไป เตรียมปืนขึ้นเล็ง พร้อมลั่นไกได้ตลอดเวลา...ทิวและหญิงมานศรีนอนอยู่ที่มุมหนึ่ง หญิงมานศรีกัดปากทิวแต่เขาไม่ยอมปล่อย ถึงแม้จะเจ็บเพียงใด เทพพุ่งเข้าไปในพุ่มไม้แต่ไม่มีใคร ทิวและหญิงมานศรีนอนอยู่ที่พุ่มไม้ใกล้เคียง ซึ่งเทพไม่เห็น เทพหันเดินออกไป ด้วยความเจ็บใจ หญิงมานศรีพยายามกัดปากเขาอีก ทิวตอบโต้ด้วยการขยี้ปากอย่างพิศวาส หญิงมานศรีตกใจ และอ่อนระทวยทันที เทพยืนเจ็บใจ ที่หาทั้งสองคนไม่พบ ล้วนและลูกน้องวิ่งมาหาเทพจากคนละทิศทาง
“นายใหญ่...ผมได้ยินเสียงคน”
“มันต้องอยู่แถวนี้ กระจายกันตามหาต่อไป ฉันต้องได้ตัวมันก่อนมืด”
“ครับ นายใหญ่”
ล้วนและลูกน้องกระจายกำลังกันออกไปอีก เทพตัดสินใจเดินไปอีกทาง ทิวค่อยๆถอนริมฝีปากออกจากหญิงมานศรีช้าๆ ในขณะที่หญิงสาวหลับตาพริ้ม หายใจรวยริน ทิวประหลาดใจกับความนุ่มนวลของรสจูบ ทั้งของตัวเองและของเธอที่โต้ตอบเขา ทั้งสองสบตากัน ต่างมีความรู้สึกล้ำลึกต่อกันและต่างก็รู้ตัว รู้ใจกันชัดเจนว่ากำลังตกหลุมรักคนอีกคนตรงหน้า ทั้งทิวและหญิงมานศรีอึ้งกันไป เนิ่นนาน

วิวัฒน์เดินเข้ามาในบริเวณบ้าน ผ่องทิพย์และบุญปลูก ตามวิวัฒน์มาห่างๆและหลบซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่งผ่องทิพย์กระซิบถามบุญปลูก
“ของเรียบร้อยใช่มั้ย”
“ค่ะ คุณนาย”
บุญปลูกชูขวดเครื่องดื่มสมุนไพรในมือให้ผ่องทิพย์ดู
“ไปจัดการเดี๋ยวนี้”
บุญปลูกรีบเดินออกไป ผ่องทิพย์ยิ้มย่อง รอคอยความสำเร็จของแผนสกปรก

ทิวลุกขึ้นทันที หญิงมานศรีปรับอารมณ์ให้กลับมาสู่ภาวะปกติ
“ฉันขอเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้าย...ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตกลับไปฆ่า ไอ้ซาตานนั่น”
หญิงมานศรีอึ้ง จับริมฝีปากตัวเอง ผิดหวังกับคำพูดของเขา
“รวมถึงสัมผัสนั่นด้วย”
หญิงสาวน้ำตาคลอ
“คิดว่าฉันพิศวาสเธอมากเหรอ ฉันเคยบอกแล้วไง ผู้หญิงอย่างเธอฉันให้ได้แค่ความขยะแขยงเท่านั้น”
หญิงมานศรีพยายามเข้มแข็ง ไม่ยอมให้เขาเห็นความเสียใจและผิดหวังค่อยๆลุกขึ้น เชิดหน้าอย่างหยิ่งในศักดิ์ศรี
“คิดว่าฉันจะอ่อนไหวให้กับผู้ชายกักขฬะ ใจดำอำมหิตอย่างนายเพียงเพราะสัมผัสหยาบกระด้างนั่นเหรอ...ฉันไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้น ฉันเป็นเพียงเหยื่อและเครื่องมือของนาย...ฉันไม่เคยลืม”
ทิวหันมองหน้าหญิงมานศรีเห็นแววตาแห่งความเกลียดชังที่เธอมีต่อเขา ทิวรู้สึกผิดหวัง แต่ก็รีบเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้เธอเห็นความอ่อนไหวนั้น
“ใช่ เธอเป็นแค่เครื่องมือของฉันเท่านั้น และควรจะจำให้ขึ้นใจ...อย่าทำให้ฉันโกรธอีก เพราะฉันไม่รับประกันว่าเธอจะต้องเจอกับอะไรอีก”
ทิวกระชากมือหญิงมานศรี ให้เดินตามไปยังทางตรงข้ามกับที่เทพและพวกของเทพเดินไป

วิวัฒน์กำลังจะเข้าบ้าน บุญปลูกเข้ามาเรียกเอาไว้
“ไอ้วัฒน์”
วิวัฒน์หันมา
“มีอะไร”
“เอาน้ำสมุนไพรมาฝาก แก้ร้อนใน ชื่นใจดีนะแก”
บุญปลูกชูขวดน้ำสมุนไพร วิวัฒน์มองอย่างลังเล ก่อนตัดสินใจ
“ขอบใจนะ...”
วิวัฒน์รับขวดน้ำสมุนไพรมา
“ลองชิมดู ถ้าชอบ เดี๋ยวเอามาให้อีก ต้มไว้เยอะ ไว้แจกคนงาน”
“จ๊ะ”
วิวัฒน์เปิดขวดออก แล้วดื่ม บุญปลูกมองอย่างพอใจ หันไปทางหนึ่ง ผ่องทิพย์แอบยืนดูอยู่ ยิ้ม...สมใจ

ค่ำคืนนั้น หญิงมานศรีเดินตามทิวมาที่ริมลำธาร เธอเริ่มหนาวสั่นเพราะจับไข้อันเกิดจากการอักเสบของแผล
“ขอฉันพักก่อนได้มั้ย”
ทิวหยุดเดิน หันมาเห็นสภาพของหญิงสาว ชายหนุ่มชักใจอ่อน แต่ยังปากแข็ง
“ไม่ได้ อีกไม่ไกลก็จะถึงหมู่บ้านคน”
ทิวเข้าไปลากหญิงมานศรี
“โอ๊ย...แต่ฉัน...หนาว...ฉัน...ไม่...ไหวแล้ว”
ทิวชะงัก เห็นหญิงมานศรีตัวสั่นเป็นลูกนก หน้าซีด ปากสั่น ชายหนุ่มเอามือไปแตะที่หน้าผาก
“เธอเป็นไข้...พักก็ได้”
ทิวปล่อยมือ หญิงมานศรีค่อยๆไปหาที่นั่งพิงต้นไม้ แล้วค่อยๆหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน และโหยหิว

ทิวหาที่นั่ง ด้านหลังมองอย่างสงสารแต่ก็ยังไม่หายเจ็บแค้นใจ
อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา 9.30 น.

เทพ ล้วนและลูกน้องที่แยกค้นหา มาเจอกัน เทพถามทันที

“ใครได้ร่องรอยอะไรบ้าง”
“ไม่มีเลยครับนาย...ผมคิดว่า มันอาจจะออกจากป่าหนีออกไปทางหมู่บ้าน ด้านโน้นแล้วก็ได้”
“ส่งคนไป แต่ทางนี้ก็ให้หาต่อไป อย่าหยุด”
“ครับ แต่นาย...กลับไปรอฟังข่าวที่บ้านก่อนดีกว่ามั้ยครับ ทางนี้พวกผม จัดการเอง”
“ฉันจะไม่กลับ จนกว่าจะได้ระเบิดสมองมันด้วยมือของฉันเอง”
ล้วนและลูกน้องออกไป เทพหงุดหงิดที่ตามหาทิวและหญิงมานศรีไม่เจอ

หญิงมานศรีนั่งตัวสั่นด้วยความหนาว ทิวที่นั่งมองดูอยู่ ทนไม่ไหว ลุกขึ้น แล้วเดินออกไป หญิงมานศรีมองๆ
“จะ...ไป...ไหน...”
ทิวไม่ตอบ เดินออกไป จนหายลับ หญิงมานศรีเข้าใจผิดคิดว่าถูกเขาทิ้ง
“ไปเลย...ทิ้งฉันไว้ตรงนี้แหละ...คนใจยักษ์ใจมาร”
หญิงมานศรีมองไปรอบๆตัวด้วยความกลัว มีแต่ความมืด และเสียงสัตว์ตอนกลางคืน

พวงทองเดินไปเดินมาอยู่ในห้องรับแขก รอให้มีคนมาบอกข่าวด้วยความเป็นห่วง ผ่องทิพย์กลับเข้ามา อารมณ์ดีมาก
“อ้าว พี่พวง...กินข้าวกันหรือยังล่ะ ฉันฮิ้วหิว”
“ไม่มีใครกินข้าวลงในสถานการณ์แบบนี้หรอกนะ เป็นห่วงทิวบ้างหรือเปล่า ผ่อง”
“น้องชายทั้งคน ไม่ห่วงก็บ้า แต่บอกแล้วไง ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็รอเฉยๆดีกว่า เอ...แล้วนังขวัญตาล่ะ ไปไหนซะล่ะ หรือว่า ออกไปช่วยคุณเทพตามหาแฟนเก่า”
“พี่ไม่รู้”
“แต่ฉันอยากจะรู้...ว่าตอนนี้ นังขวัญตามันจะรู้สึกยังไง”
ผ่องทิพย์ยิ้มหยัน พวงทองมองน้องสาวอย่างประหลาดใจ ผ่องทิพย์รีบเดินฉีกออกไป ไม่ให้พวงทองเห็นพิรุธ แต่พวงทองก็ไม่ติดใจอะไร รอคอยข่าวของทิวต่อไปอย่างร้อนใจ

ในห้องนอน...ขวัญตายืนอยู่หน้ากระจก สางผม หลังจากเพิ่งอาบน้ำเสร็จ นุ่งผ้าเช็ดตัว ก่อนจะชะงักตัวแข็งทื่อ รู้สึกหน้ามืด ทรุดตัวลงนั่งหายใจเร็ว ร้อนวูบวาบตามร่างกาย
“โอ้ย...เป็นอะไรเนี่ย...ร้อนไปทั้งตัวเลย”
ขวัญตาตัดสินใจแต่งตัวด้วยชุดนอนเซ็กซี่ซีทรู ลุกเดินออกไปตามทาง รับลมด้วยความรู้สึกสดชื่น เธอมองขึ้นไปที่พระจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้านิ่งนาน เหมือนต้องมนต์สะกด

หญิงมานศรีกอดตัวเองอย่างหวาดกลัวในความมืด มีเพียงแสงสว่างจากแสงจันทร์ ขณะเดียวกันนั้นเธอได้ยินเสียบสวบสาบตกใจ กลัว ถอยกรูด หาที่กำบังแต่เวียนหัวและไข้ขึ้น จนกว่าจะมีแรงและแล้วเธอก็เห็นหลังผู้ชายในความมืด เดินถอยหลังเข้ามา หญิงสาวตกใจกลัว คิดว่าเป็นสัตว์ร้าย
“ท่านพ่อ...ช่วยหญิงด้วย...ท่าน...พ่อ”
ร่างผู้ชายคนนั้นเข้ามาใกล้ขึ้น ต้องแสงจันทร์ทำให้เห็นว่าเป็นทิวที่หันหน้ามา
“นายทิว”
“ใช่ ฉันเอง คิดว่าใคร”
“หมี”
“ตาถั่ว”
ทิวหันไปลากท่อนไม้แห้งเข้ามาแล้วลงมือใช้มีดสับเป็นท่อนๆ
“ทำอะไร”
“ฟืน...หนาวไม่ใช่เหรอ”
หญิงมานศรีอึ้งมองดูเขาสับฟืนต่อไปเงียบๆสับสน ที่ทิวเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

กองไฟขนาดย่อม ไม่ใหญ่มากลุกโชนตรงหน้าทั้งสอง หญิงมานศรีรู้สึกอุ่นขึ้น แต่ยังโหยๆ เพราะพิษไข้ ตาปรือ จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ทิวเหลือบมอง
“หิวมั้ย”
หญิงมานศรีส่ายหน้า ทิวยื่นกระบอกไม้ไผ่ที่มีน้ำอยู่ให้
“กินน้ำซะก่อน”
หญิงมานศรีส่ายหน้า
“เดี๋ยวก็ตายหรอก กินเข้าไปก่อน”
ทิวบังคับให้หญิงมานศรีกิน แต่แล้วหญิงสาวก็ล้มลง หมดสติ ด้วยพิษไข้
“มานศรี”
ทิวรีบเข้าไปดูอาการทันที ทิ้งภาพที่กองไฟลุกโชน

วิวัฒน์มีอาการหน้ามืด ภาพขวัญตาแวบเข้ามาในความคิดอย่างรวดเร็ว
“คุณขวัญตา คุณขวัญตา...”
วิวัฒน์วิ่งออกไปจากบ้าน เหมือนคนไม่มีสติ

ขวัญตาเดินมาถึงลานกว้าง วิวัฒน์เดินมาจากอีกมุมหนึ่งเห็นขวัญตาก็ดีใจ
“คุณขวัญตา...”
ขวัญตาเห็นวิวัฒน์ ชะงัก ถอยหลัง เหมือนตกใจกลัว
“แก”
วิวัฒน์วิ่งเข้าไปหา ขวัญตาวิ่งหนี
“อย่าเข้ามานะ”
วิวัฒน์ไม่ฟัง เข้าไปคว้ามือขวัญตา แล้วกระชากเข้ามากอดไว้แนบอก ขวัญตาตกใจ
“ว้าย”
ขวัญตาโกรธ ตบหน้าวิวัฒน์อย่างแรง วิวัฒน์หันมา มองขวัญตาอย่างปรารถนามากขึ้นไปอีก
ขวัญตาเห็นแววตาของเขาแล้วอึ้ง เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด ใจสั่น มือไม้อ่อน
“แกทำแบบนี้...ทำไม”
“ยังไม่รู้อีกเหรอครับว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ”
“รู้สึกยังไงเหรอ...ไม่รู้สิ...ดูแต่ตา ไม่รู้หรอก ทำให้ฉันเห็นสิ ว่าแกรู้สึกยังไงกับฉัน”
วิวัฒน์ยิ้มอย่างพอใจ อุ้มขวัญตาขึ้นมา
“ผมจะทำให้คุณรู้สึกว่า...คุณคือ...นางฟ้าของผม”

ขวัญตาใจสะท้านโอบคอวิวัฒน์เอาไว้ วิวัฒน์อุ้มขวัญตาเดินออกไป

อ่านต่อหน้า 3

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 8 (ต่อ)


อีกมุมหนึ่งในป่า เทพยืนอยู่หน้ากองไฟที่ลุกโชน ลูกน้องวิ่งเอาวิทยุสื่อสารมาให้

“จากพี่ล้วนครับนายใหญ่”
เทพรับวิทยุมาพูด
“ว่าไง”
เสียงล้วนดังมา
“ไม่มีวี่แววของไอ้ทิวและคุณหญิง ที่หมู่บ้านรอบๆเลยครับนายใหญ่”
เทพกำวิทยุสื่อสารแน่น ด้วยความแค้น

หญิงมานศรี นอนบนพื้นโดยหนุนใบไม้ที่ทิวเอามาสุมๆไว้เป็นกอง เขาจับตัวหญิงสาวแล้วสะดุ้ง เพราะตัวร้อนจัด
“ตัวร้อนจัดเลย...ทำไงดีเนี่ย”
ทิวครุ่นคิด มองเห็นน้ำในลำธาร ทิวตัดสินใจถอดเสื้อแล้ววิ่งไปที่ลำธาร เอาเสื้อลงชุบน้ำแล้วบิด จากนั้นก็วิ่งกลับมาที่หญิงสาวแล้วใช้เสื้อชุบน้ำนั้นเช็ดตัวให้เพื่อลดไข้ หญิงมานศรี ไร้เรี่ยวแรงเพราะพิษไข้
“หนาว...หนาว...”
“เช็ดตัวลดไข้ก่อนนะ จะได้ดีขึ้น”
ทิวรีบเช็ดตัวลดความร้อนของร่างกาย ให้หญิงมานศรีด้วยความเป็นห่วง

พระจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า เป็นเวลาดึกสงัดมากแล้ว เทพกวาดของบนโต๊ะทำงานของตัวเองด้วยความโมโห จนของหล่น แตกกระจาย
“โธ่เว้ย”
พวงทองกับผ่องทิพย์วิ่งเข้ามา
“คุณเทพ เจอทิวมั้ย”
“เจอแล้วฉันจะหงุดหงิดแบบนี้หรือไง”
พวงทองอึ้ง ผ่องทิพย์รีบเข้าไปเอาใจ
“ใจเย็นๆก่อนนะคะ พี่พวงก็...คุณเทพเขากลับมาเหนื่อยๆนะ เซ้าซี้น่ารำคาญ”
เทพตวาด
“น่ารำคาญกันทั้งสองคนนั่นแหละ”
“คุณเทพ”
“ไปเลยไป ฉันอยากอยู่คนเดียว”
เทพหันหลังให้ทุกคน พวงทองไม่พอใจ เดินออกไป ผ่องทิพย์โกรธมาก จนคับแค้นใจ เดินออกไป เทพหันปิดประตูโครมใหญ่

ผ่องทิพย์เดินตามพวงทองมาอย่างหงุดหงิด แล้วก็นึกขึ้นได้เปรยๆออกมา
“เอ๊ะ ไม่เห็นยัยขวัญตาตั้งแต่หัวค่ำแล้วนะ พี่พวง”
“พี่ไม่รู้”
พวงทองเดินออกไป...
“สนใจแต่เรื่องของตัวเอง เรื่องผัวล่ะทำเฉย อย่ามาขอบใจฉันทีหลังก็แล้วกัน”
บุญปลูกแอบแวบเข้ามาหาผ่องทิพย์ ท่าทางเหนื่อยหอบ
“คุณนายขา...”
“ว่าไง...พวกมันไปสำส่อนกันที่ไหน แอบถ่ายรูปมาได้มั้ย”
บุญปลูกยิ้ม แต่ส่ายหัว
“ไม่ได้ค่ะ หาไม่เจอ”
ผ่องทิพย์ผลักสาวใช้อย่างหงุดหงิด
“โอ๊ย ทำไมหาไม่เจอ หายากหาเย็นนักหรือไง”
“คุณนายขา...เวลาที่คนมันจะแอบไปร้องเพลงประสานเสียงกัน ไม่ทำให้ใครรู้เห็นง่ายๆหรอกค่ะ”
ผ่องทิพย์เจ็บใจ
“นังขวัญตา ดวงแกยังแข็ง แต่ไม่นานหรอก”

ท่ามกลางแสงจันทร์ ที่มุมลับมุมหนึ่งในไร่อ้อย...เท้าของขวัญตาและวิวัฒน์เกยเกี่ยวกัน สองคนนอนหลับอย่างอ่อนเพลีย ในสภาพที่ใส่เสื้อผ้ายังไม่เรียบร้อยนัก หลุดลุ่ย ผมกระเซิง ขวัญตารู้สึกตัว ลืมตาโพลง ตกใจ ลุกขึ้น หันไปเห็นวิวัฒน์นอนเปลือยท่อนบนอยู่ก็ตกใจ
“นี่มัน...”
สติขวัญตากลับคืนมา หันมองหน้าวิวัฒน์ ขยะแขยงขึ้นมาทันที
“อ๊าย...ไอ้กระจอก ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้”
วิวัฒน์สะดุ้งตื่น ตกใจ
“คุณขวัญตา เป็นอะไรครับ”
ขวัญตาตบหน้าเขาทันที
“แกทำอะไรฉัน”
วิวัฒน์อึ้งๆ
“ก็คุณ...ขอให้ผมทำ”
ขวัญตาตบหน้าวิวัฒน์อีก
“ฉันไม่ได้ใฝ่ต่ำ จนต้องมาขอแก”
ขวัญตาลุกขึ้น ในขณะที่วิวัฒน์งงตาแตก
“คุณจะไปไหน”
“ให้ฉันอยู่ใกล้แกอีกแค่วินาทีเดียว ฉันต้องอ้วกออกมาแน่”
วิวัฒน์ เข้าไปกอดขาขวัญตา
“เดี๋ยวก่อนครับ อย่าเพิ่งไป คุยกันก่อน ผมงงไปหมดแล้ว มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง คุณเป็นเมียผมแล้วนะ”
“ฉันไม่ใช่เมียแก...อ๊าย อย่าเข้าใกล้ฉันอีกนะ ไม่งั้นแกเดือดร้อนแน่ปล่อย”
ขวัญตาถีบวิวัฒน์จนกระเด็นแล้วรีบวิ่งออกไป
“คุณขวัญตา คุณขวัญตา...นี่มันอะไรวะเนี่ย”
วิวัฒน์คับแค้นใจและไม่เข้าใจ

ขวัญตาแอบย่องเข้ามา กำลังจะขึ้นบันไดไปที่ห้องของตัวเอง
“ไปไหนมา ขวัญตา”
ขวัญตาสะดุ้งเฮือก หันไปข้างหลัง อย่างตกใจ เทพยืนอยู่ มองมาที่ขวัญตาอย่างไม่พอใจ
“คุณเทพ”
“ฉันถามว่าไปไหนมา”
ขวัญตายังอึ้ง คิดหาคำตอบ ในขณะที่เทพมองอย่างคาดคั้นและไม่พอใจมาก

ในป่า...หญิงมานศรีนอนตัวสั่นเพราะพิษไข้
“หนาว...”
ทิวที่เปลือยท่อนบน เพราะเสื้อเปียกและตากเอาไว้ เข้ามาดูอาการของหญิงสาว
“สงสัยไข้ขึ้นเพราะแผลอักเสบ”
ทิวจับแขนหยิงมานศรีขึ้นมาดู เห็นแผลเริ่มบวมแดงขึ้น ชายหนุ่มมองหญิงสาวอย่างสงสาร หญิงมานศรีตัวสั่น ทิวตัดสินใจกอดเธอเอาไว้เพื่อบรรเทาความหนาว
“อดทนหน่อยนะ มานศรี...เดี๋ยวก็เช้าแล้ว”

หญิงมานศรีซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนขอทิวที่กอดเธอกระชับแน่นขึ้น


โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป

เทพมองขวัญตาเขม็ง ถามอย่างคาดคั้น

“ฉันถามว่าไปไหนมา”
“คือ...ขวัญตา...ออกไป...”
ผ่องทิพย์เข้ามาแทรกทันที
“พลอดรักกับผู้ชายคนอื่น ในขณะที่ผัวตัวเองไม่อยู่ไงคะ คุณเทพ”
ขวัญตาตกใจ
“ไม่ใช่นะคะ ขวัญตาไม่ได้ทำอะไรอย่างที่นังนี่กล่าวหานะคะ”
ผ่องทิพย์มองทั่วร่างของขวัญตา
“เหรอ...แล้วทำไมเสื้อผ้าถึงได้ยับยู่ยี่ เหมือนไปขยี้กันมาอย่างดุเดือดอย่างนี้ล่ะ”
“อย่าใส่ร้ายฉัน โดยไม่มีหลักฐานนะ”
เทพจ้องหน้า
“งั้นก็ตอบฉันมาสิ ว่าไปไหน และไปทำอะไรมา”
“ขวัญตาไปตามหาคุณเทพ”
ผ่องทิพย์หัวเราะ
“ด้วยชุดนอนแบบนี้เนี่ยนะ ฮ่ะๆๆๆๆ ไปหลอกเด็กสามขวบเถอะย่ะ”
ขวัญตาเข้าอ้อนเทพเต็มที่
“ขวัญตานอนไม่หลับเพราะคิดถึงคุณเทพ อยากดูแลเหมือนที่เคยทำ แต่คุณเทพก็ยังไม่กลับมาสักที ขวัญตาเลยต้องออกไปตามหา อย่างที่ใจมันเรียกร้อง เข้าใจความรู้สึกขวัญตามั้ยคะ”
ผ่องทิพย์ตวาดใส่
“ตอแหล แกไปกกกับชู้ต่างหาก”
ขวัญตาหันขวับมาโวยผ่องทิพย์
“ยัดเยียดให้ฉันมีชู้อยู่ได้ หรือว่าแกนั่นแหละที่มี แล้วเบี่ยงเบนความสนใจของคุณเทพ”
เทพซัดเปรี้ยงเข้าที่หน้าของผ่องทิพย์ และขวัญตา
“หยุดได้แล้ว”
ผ่องทิพย์และขวัญตาตกใจ ที่ถูกตบ...ผ่องทิพย์ชินแล้ว แต่ขวัญตาที่เพิ่งโดนเป็นครั้งแรก รู้สึกตกใจและคาดไม่ถึง...
“คุณเทพ”
ขวัญตาวิ่งหนีขึ้นห้องไปด้วยความเสียใจ เทพถอนใจ เหนื่อยหน่ายใจ ในขณะที่ผ่องทิพย์ เดินเข้ามาหาเทพ ส่งสายตาปรารถนาให้อย่างเปิดเผย
“ผ่องรู้ว่าคุณเทพเหนื่อยและเครียดแค่ไหน...มีผ่องคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจและไม่เคยโกรธคุณเทพเลย...อย่าใจร้ายกับผ่องนักสิคะ”
“ผ่อง...ฉันขอโทษ แต่ตอนนี้ ฉันไม่มีอารมณ์ ฉันเป็นห่วงน้องชายเธอและคุณหญิงมาก ถึงตอนนี้ ไม่รู้ว่าไปกันถึงไหนแล้ว”
เทพแกะมือของผ่องทิพย์ออกจากตัว แล้วเดินออกไป...ทิ้งให้ผ่องทิพย์กินแห้วอีกครั้ง
“อ๊ายยย”

เช้าวันใหม่...ทิวนอนหลับอยู่โดยมีหญิงมานศรีหลับอยู่ในอ้อมกอด กองไฟมอดไปแล้ว ทิวรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหันดูทันที เห็นหญิงสาวนอนหลับสนิทอยู่ ชายหนุ่มเผลอยิ้มอย่างเอ็นดู ทันใดนั้นเสียงสวบสาบดังขึ้น ทิวสะดุ้ง สัญชาติญาณการเอาตัวรอด รีบลุก โดยพยุงหญิงมานศรีให้นอนต่ออย่างระมัดระวัง ไม่ให้กระเทือนขัดจังหวะการนอน แล้วเขาก็หันมาถือมีดเอาไว้อย่างระวัง มองไปรอบๆ เข้มเดินเข้ามา ทิวเกือบปามีดเข้าใส่
“อย่านาย เข้มเอง”
“ไอ้เข้ม”
“เข้มตามหาทั้งคืนเลย...”
“เห็นพวกมันตามหาฉันบ้างมั้ย”
“ถอยทัพกลับไปหมดแล้ว นายเป็นไงบ้าง คุณหญิงล่ะ”
ทิวมองไปที่หญิงมานศรี อย่างเคร่งเครียด

ทิวอุ้มมานศรีเข้ามาที่โรงพยาบาล เข้มตามมาข้างหลัง พิไลพรวิ่งเข้ามา อย่างดีใจและโล่งอก
“คุณทิว เกิดอะไรขึ้น...คุณเทพบอกทุกคนว่าคุณลักพาตัวคุณหญิงไปหลังจากที่คุณ...”
“เรื่องเหลวไหลทั้งนั้น คุณหญิงไม่สบายมาก ช่วยเธอก่อน”
“ค่ะ”
ทิวอุ้มหญิงมานศรีไปนอนบนเตียงเข็นที่เจ้าหน้าที่เข็นมารอรับ พิไลพรพาเข้าไปด้านใน
ทิวยืนรอด้านนอก เป็นห่วงหญิงมานศรีมาก เข้มเข้ามาถามอย่างหนักใจ
“นาย...แล้วจะจัดการเรื่องที่นายใหญ่ใส่ร้ายนายได้ยังไง...”
ทิวเคร่งเครียด คิดหาทาง

ทิวกับเข้มเดินคุยกันมามุมหนึ่งในโรงพยาบาล
“มันสั่งไม่ให้ทุกคนแพร่งพรายเรื่องนี้”
“ครับ”
“แกรู้หรือเปล่า ว่าลุงแย้มตายแล้ว”
“อะไรนะนาย”
“ไอ้เทพมันเป็นคนยิง ที่กระท่อม”
“แต่ที่บ้านลุงแย้ม...เข้มไม่เห็นมีศพ หรือร่องรอยอะไรเลย”
“แสดงว่ามันทำลายหลักฐานที่จะเอาผิดมันไปหมดแล้ว”
เข้มเสียใจ
“โธ่ลุงแย้ม...”
ทันใดนั้นชายคนหนึ่งเดินมาเห็นทิวก็ตกใจ รีบเดินกลับออกไป พลางยกมือถือขึ้นมากดเบอร์ โทรออก ทิวยังเดินคุยไปกับเข้ม
“ถ้าทุกคนรู้ว่าฉันไม่ตาย แผนหลอกให้พี่สาวฉันโอนหุ้นของฉันให้มันก็ทำไม่ได้ไอ้เลว แผนสูงนัก...”
“เข้มเชื่อจริงๆแล้วล่ะ...ว่านายใหญ่ไม่ใช่คนดี”
“แล้วจะให้ฉันเชื่อมันได้ยังไง ว่ามันได้ทุกอย่างมาอย่างชอบธรรม”
ทันใดนั้นทิวก็คิดบางอย่างได้
“หรือว่า...ที่พ่อกับแม่ตาย...แล้วพินัยกรรมฉบับนั้น เป็นพินัยกรรมปลอมที่มันทำขึ้นมา”
ทิวเหลือบไปเห็นลุงมิตรนั่งเหม่ออยู่ที่มุมหนึ่ง
“ลุง...”

ล้วนเข้ามารายงานเทพที่มุมหนึ่งในคฤหาสน์
“มีคนเห็นไอ้ทิวที่โรงพยาบาลครับนาย”
“มันไปทำไม แล้วคุณหญิงล่ะ”
“ไม่เห็นครับ เห็นแต่ไอ้เข้ม ลูกน้องคนสนิทของมัน”
“ไปโรงพยาบาล”
เทพเดินนำล้วนออกไป

ลุงมิตรนั่งเหม่ออยู่ ทิวลงมานั่งข้างๆ เข้มยืนอยู่ใกล้ๆ
“ลุง...เป็นยังไงบ้าง”
ลุงมิตรหันมองทิว อึ้ง ยิ้ม เหมือนจะจำได้
“ลุงจำฉันได้เหรอเนี่ย”
ลุงมิตรหุบยิ้ม แล้วรีบกระเถิบตัวออกห่าง อย่างหวาดระแวงทิว เข้มมองอย่างสงสัย
“ลุงคนนี้เป็นใครครับ นายรู้จักด้วยเหรอ”
“ไม่รู้จักหรอก”
ลุงมิตรวิ่งออกไปอย่างหวาดกลัว
“ช่างเถอะ ไปเข้ม กลับไร่ทัดเทพ”
ทิวเดินออกไปกับเข้ม
“ฉันจะกลับไปเผชิญหน้ากับมัน”
“เข้มไม่ไว้ใจ กลัวนายจะไม่ปลอดภัย”
“แกคิดว่าคนอย่างฉันจะตายง่ายๆเหรอ ไอ้เข้ม”
“นั่นสิ...นายดวงแข็งจะตาย”
“ฉันเองก็อยากรู้ ว่ามันจะเดินเกมอะไรได้อีก”
ทิวกับเข้มออกเดินแล้วก็ต้องชะงัก เพราะเห็นเทพและล้วนเดินเข้ามาหา
“ทิว...”
“ไอ้เทพ”
“เล่นซ่อนหากันทั้งคืน สุดท้ายก็มาเจอกันได้ง่ายๆ”
“ก็สนุกดีนะ ช่วงนี้ชีวิตไม่ค่อยน่าตื่นเต้น ได้เล่นเกมกับแกบ้าง ก็กระชุ่มกระชวยดีเหมือนกัน แต่อาจจะราคาแพงไปหน่อย”
“ฉันไม่แคร์”
“แต่แกต้องชดใช้...โดยเฉพาะชีวิตผู้บริสุทธิ์ที่ต้องเสียไปให้กับความโรคจิตของแก”
“คิดเหรอว่าจะมีใครเชื่อแก”
“ความจริงก็คือความจริง ไม่เคยเห็นคนชั่วที่ไหนไม่ได้รับกรรมที่ตัวเองก่อ อยู่ที่ว่าจะเร็วหรือช้าเท่านั้น”
เทพเข้าประชิดเอาปืนจ่อด้านข้างทิว ไม่ให้คนเห็น
“แกก็เหมือนกัน จะเร็วหรือช้า ก็ตายอยู่ดี อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ”
เข้มเห็นปืน ขยับตัวจะเข้าไปช่วยทิว ล้วนขวางเข้มเอาไว้
“ถ้าแกกล้ายิงคนในโรงพยาบาลที่มีคนพลุกพล่านแบบนี้ก็เอาสิ”
“ในโรงพยาบาลเขาห้ามใช้เสียง...ฉันก็เลยทำตามกฎ ด้วยการใช้ปืนเก็บเสียง ไม่ต้องห่วง ลาก่อนทิว”
ลุงมิตรวิ่งโวยวาย ด้วยความตกใจเข้ามา
“มีด มีด มีด”

เทพชะงัก เห็นหน้าลุงมิตรก็มองจ้อง ตะลึงคาที่
 
อ่านต่อหน้า 4 พรุ่งนี้เวลา 9.30 น. 

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 8 (ต่อ)


ลุงมิตรวิ่งหนีเข้ามาใกล้เทพมากขึ้น

“มีด มีด มีด!”
ลุงมิตรวิ่งเข้ามาชนกับเทพ เขาจับตัวลุงมิตรเอาไว้ เพื่อจะดูหน้าชัดๆ ลุงมิตรหันมาเห็นหน้าเทพก็ ลุงมิตรชะงักมองเทพ เหมือนจะจำได้ ทิวสังเกตเหตุการณ์ด้วยความประหลาดใจอยู่แล้วตลอดเวลา เทพแน่ใจว่านี่คือ...ลุงมิตร

ในอดีต...ที่มุมหนึ่งในไร่อ้อย ลุงมิตรถูกยิงที่ขาข้างหนึ่ง วิ่งลากขาเลือดโชกหนีเทพที่ถือปืนไล่ล่ามาอย่างใจเย็น หน้าตาฟกช้ำ จากการถูกทำร้าย
“จะหนีทำไม...หนีไป แกก็ไม่รอด!”
ลุงมิตรพยายามกระเสือกกระสนวิ่งหนีต่อไป เทพยิ้มเหี้ยม ยกปืนขึ้นเล็งไปที่กลางหลัง แล้วก็เปลี่ยนใจ
“ตายง่ายไป ก็ไม่สนุกน่ะสิ...”
เทพเลื่อนเป้าจากกลางหลัง ยิงเข้าไปที่ขาอีกข้างหนึ่งของลุงมิตร เปรี้ยง
“โอ๊ย!”
ลุงมิตรล้มลง เทพเดินไปดักข้างหน้า ลุงมิตรทรมานมาก พยายามจะคลานหนีต่อไป มือของลุงมิตรไปจับที่ข้อเท้าของเขา เทพเตะมือลุงมิตร แล้วก้มลงจิกหัวขึ้นมา ลุงมิตรมองเทพอย่างโกรธแค้น
“วันที่แกตาย...แกจะต้องทรมานมากกว่าฉันเป็นร้อยเท่าพันเท่า”
เทพยิ้มหยัน
“ทรมานเพราะสำลักความสุข และความร่ำรวยที่จะเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียวน่ะเหรอ...ฮ่ะๆๆๆ ไม่เป็นไร...ฉันยอม...ส่วนแก...”
เทพชักมีดสปาต้าขึ้นมา แล้วจ่อไปที่ใบหน้าของลุงมิตร
“ฉันยังไม่ให้ตายง่ายๆ...เพราะยังสนุกไม่สะใจเลย”
เทพบรรจงกรีดใบหน้าของลุงมิตรเป็นทางยาว อย่างมีความสุขและหฤหรรษ์อย่างที่สุด ลุงมิตรร้องลั่น
“อ๊ากส์!”

เทพตะลึงที่เห็นลุงมิตรอีกครั้ง แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเหวอะหวะ หลังคุ้มงอและขาพิการ แต่เขาจำได้ขึ้นใจ ลุงมิตรมองหน้าเทพอย่างคุ้นเคย แล้วก็ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ
“มีด! มีด!...ไร่อ้อย มีด!”
ลุงมิตรผลักเทพออกไป เจ้าหน้าที่วิ่งตามมารวบตัวลุงมิตรเอาไว้ เจ้าหน้าที่หันมาพูดกับเทพ
“ขอโทษด้วยครับ...ไปลุง กลับเข้าข้างในกัน”
คราวนี้ลุงมิตรรีบตามเจ้าหน้าที่ไปโดยไม่ขัดขืน เทพมองตามลุงมิตรหน้าเคร่งเครียด ทิว และล้วน มองเทพอย่างประหลาดใจ เทพหันมามอง ทิวถามทันที
“แก...รู้จักลุงคนนั้น”
เทพอึ้ง...มองหน้าทิว ลังเลว่าจะเอายังไงต่อ ล้วนทนไม่ไหว จะชักปืนเพื่อจัดการทิวเอง พิไลพรเสียงดังเข้ามาพอดี
“คุณทิวคะ...”
ล้วนรีบเก็บปืน พิไลพรเข้ามา แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นเทพและล้วนอยู่ด้วย
“คุณเทพ...”
เทพมองหน้าทิวด้วยความเจ็บใจ ที่จัดการไม่สำเร็จ ทิวมองหน้าเทพอย่างท้าทาย

หญิงมานศรีนอนหันหลังให้กับประตูห้อง ยังอ่อนเพลียอยู่ เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น หญิงสาวคอแข็งขึ้นมาทันที คิดว่าเป็นทิว
“ยังกล้าเข้ามาอีกเหรอ ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย!”
“ผมเองครับคุณหญิง”
หญิงมานศรีชะงักตกใจ รีบหันไป...เทพยืนอยู่ มองมาที่หญิงสาวอย่างเป็นห่วง
“คุณเทพเองเหรอคะ...หญิง...ขอโทษค่ะ...ที่...”
เทพรีบเข้ามากุมมือหญิงมานศรีเอาไว้
“บอกผมเถอะครับ ว่านายทิวทำอะไรคุณหญิง”
หญิงมานศรี รีบดึงมือออกอย่างรวดเร็ว
“เอ่อ...”
“คุณหญิงไม่จำเป็นต้องปกป้องคนชั่ว ตอนนี้ทิวเป็นฆาตกร ฆ่าคน ลักพาตัวคุณหญิง เป็นบุคคลอันตราย”
หญิงมานศรีหยั่งเชิง
“ถ้าอย่างนั้น ทำไมคุณไม่แจ้งตำรวจให้มาจับเขาล่ะคะ”
เทพอึ้ง...พยายามหาเหตุผลมาหลอกหญิงมานศรี
“เรื่องที่ไม่แจ้งความ เพราะไม่อยากให้ตำรวจเข้ามายุ่ง และกลัวตัวเองพลอยเดือดร้อนไปด้วย อีกอย่างหนึ่งคือ เพิ่มความชอบธรรมที่จะจัดการกับทิวโดยใช้ศาลเตี้ย”
“เหมือนคุณเทพไม่อยากให้ตำรวจเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้...หรือเปล่าคะ”
เทพอึ้ง ที่หญิงมานศรีรู้ทัน ไม่พอใจ
“ไม่ใช่ครับ!”
“แล้วทำไมไม่จัดการซะล่ะคะ ปล่อยให้นายทิวลอยนวลอยู่ทำไม” หญิงมานศรีถามเสียงเข้ม

ทิว และเข้มเดินตามพิไลพรมาอย่างระแวดระวัง ไม่ไว้ใจ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวอีก แล้วทิวก็รั้งพิไลพรเอาไว้ ไม่เดินต่อ
“คุณพิไลพรครับ”
“เลี้ยวข้างหน้า ก็ถึงห้องพักคุณหญิงแล้วค่ะ”
“ฝากดูแลคุณหญิงด้วย”
“อ้าว แล้วคุณทิวไม่...”
“คุณหญิงคงไม่อยากเห็นหน้าผมนัก...ส่วนผม แค่เธอปลอดภัยดี ก็พอแล้ว ขอตัวนะครับ ไปเข้ม!”
ทิวและเข้มรีบเดินออกไปพิไลพรเรียกไว้
“คุณทิวคะ”
ทิวชะงักหันมา
“ครับ”
“ฉันเชื่อว่าคุณเป็นคนดี”
ทิวอึ้ง
“และจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้คุณและคุณหญิงต่างมองอีกคนผิดไป...สำหรับดิฉันมันมีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้นคือ...ทิฐิ ถ้าลดมันลงมาได้ คุณเองก็จะเห็นว่า...คุณหญิงของดิฉันเป็นคนดี”
ทิวอึ้งอีก
“เธอไม่เคยปริปากบอกใครเรื่องคุณ แม้กระทั่งดิฉัน”
พิไลพรเดินออกไป ทิวหวั่นไหวกับคำพูดของพิไลพร ก่อนจะตัดใจ เลิกคิด และเดินออกไปอีกทาง

หญิงมานศรียังจ้องเทพอย่างต้องการคำตอบ
“ถ้าคุณเทพไม่แจ้งความ หญิงจะเป็นคนแจ้งเอง”
เทพพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ
“คุณหญิงกำลังไม่สบายอยู่นะครับ พักผ่อนก่อนเถอะเรื่องนี้ ผมจะจัดการเอง ไม่ต้องห่วงนะครับ”
“หญิงต้องห่วงค่ะ ชีวิตคนทั้งคน ไม่ห่วงไม่ได้”
หญิงมานศรีทำท่าจะลุก
“ผมรับปากแล้วไงครับ...ว่าผมจะจัดการเอง!”
เทพลืมตัวบีบแขนหญิงสาวอย่างแรง แล้วกดตัวเธอให้อยู่กับที่ หญิงมานศรีอึ้ง ตกใจ
“คุณเทพ...”
เทพรีบแก้ตัว เย็นลง
“ผมขอโทษ...แต่ผมจะปล่อยให้คุณหญิงทำให้นายทิวเดือดร้อนไม่ได้ ผมขอให้เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเราสามคน”
หญิงมานศรีไม่พอใจ พิไลพรเปิดประตูเข้ามา เห็นเทพยังอยู่ ขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“คิดว่าคุณเทพจะกลับไปแล้วซะอีก...อย่ากวนคุณหญิงนานเลยนะคะ เธอต้องการการพักผ่อน”
เทพหันมาบอกหญิงมานศรี
“ผมกลับก็ได้...พักผ่อนนะครับ อย่าคิดอะไรมาก แค่ทำงานตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเดียวก็พอ”
หญิงมานศรีรู้สึกเหมือนมีนัยยะของการขู่ ไม่ค่อยพอใจนัก เทพแสร้งยิ้มให้อย่างจริงใจ แล้วเดินออกไป หญิงมานศรีครุ่นคิด ไม่วางใจเทพ

เทพออกมาจากห้องพัก ปิดประตูอย่างแผ่วเบาหันหน้าออกมา จากรอยยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บใจและหงุดหงิด ที่หญิงมานศรีกำลังทำให้เรื่องยุ่งยาก ล้วนเข้ามา
“นายครับ เราจะจัดการไอ้ทิวยังไง...มันคงกำลังคิดหนี”
เทพหน้าเครียด

ทิวยืนมองลุงมิตรที่นั่งเหม่ออยู่ห่างๆ เข้มเข้ามาคุยกับทิว
“คนอย่างนายใหญ่ไม่น่าจะรู้จักลุงคนนั้น”
“ไม่ใช่แค่รู้จัก แต่ลุงต้องมีความสำคัญมาก ไม่อย่างนั้น...มันจะไม่มีปฏิกริยาแบบนั้น และที่สำคัญ ป่านนี้ฉันกับแกคงกำลังหนีกระสุนมันอยู่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ปล่อยให้เรายืนคุยอยู่อย่างนี้แน่”
ทิวมองลุงมิตรอย่างสงสัย
“ลุงเป็นใครกันแน่...”

หญิงมานศรีเปลี่ยนชุดเป็นชุดเดิมแล้วจะเดินออกจากห้องพัก พิไลพรขวางไว้
“คุณหญิงคะ...อย่าเพิ่งรีบออกจากโรงพยาบาลเลยนะคะ”
“ไม่ได้หรอกพร หญิงปล่อยให้เรื่องลุงแย้มตายเงียบไปไม่ได้คุณเทพจะไม่แจ้งความเพราะต้องการปกป้องนายทิว”
“เขาปกป้องตัวเองต่างหาก”
“พรเชื่อว่าคุณเทพเป็นคนทำ ไม่ใช่นายทิว”
พิไลพรตอบสั้นๆ แต่หนักแน่นที่สุด
“ค่ะ”
หญิงมานศรีไม่เข้าใจ
“ทำไม”
“เพราะพรเชื่อค่ะ”
หญิงมานศรีถอนใจ พิไลพรพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ไม่ได้หลับหูหลับตาเชื่อหรอกนะคะ เชื่อเพราะมีเหตุผลรองรับ...คุณทิวปากร้ายแต่จิตใจช่างแสนดี ไม่อย่างนั้น จะพาคุณหญิงออกมาหาหมอทำไมให้ตัวเองต้องเสี่ยงอันตราย”
หญิงมานศรีอึ้ง...
“แล้วถ้าไม่ได้คุณทิวอยู่ช่วยเช็ดตัวคุณหญิงทั้งคืน คุณหญิงอาจจะชักเพราะไข้สูงไปแล้ว...เนี่ยเหรอคะ คนจิตใจอำมหิตที่ลงมือฆ่าคนที่มีพระคุณกับตัวเอง...แต่ถ้าเป็นคุณเทพล่ะก็ พรจะไม่สงสัยเลย”

หญิงมานศรีอึ้ง สับสัน...เพราะอีกใจหนึ่งก็ลังเลสงสัย

โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป พรุ่งนี้

เทพเดินมาอย่างเคร่งเครียดพร้อมกับล้วน ที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาล

“แกเห็นไอ้บ้าเมื่อกี้ใช่มั้ย”
“ครับ...มันคุ้นตาผมมาก แต่...ไม่น่าจะใช่ เพราะใครๆก็รู้ว่ามันตายไปแล้ว”
“ใช่มันแน่! เก็บมัน! ส่วนไอ้ทิว คนอย่างมัน ไม่มีทางหนี...ฉันจะสะสางบัญชีมันเองทีหลัง”
ล้วนเดินฉีก แยกไปอีกทางทันที เทพหน้าเหี้ยมเกรียม
“ไอ้มิตร!”

ลุงมิตรนั่งอยู่ คนไข้อีกคน เดินรี่ตรงไปทางหนึ่ง เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่ รีบเดินออกไปตาม ล้วนซุ่มอยู่ที่มุมหนึ่งอยู่แล้วเป็นมุมที่ไม่มีใครเห็น หยิบอุปกรณ์เก็บเสียงปืนขึ้นมาติดตั้ง ลุงมิตรยังนั่งเหม่ออยู่ ล้วนเล็งเป้าไปที่ลุงมิตร ล็อกเป้า เตรียมเหนี่ยวไก จะยิง ทิวเดินเข้ามาหาลุงมิตร เข้าบังลุงมิตรขณะที่ล้วนกำลังเหนี่ยวไกพอดี...ทำให้ล้วนเป๋ เสียสมาธิ
“เฮ้ย!”
กระสุนของล้วนเฉี่ยวทิวไปโดนต้นไม้หลังลุงมิตร...จนเปลือกไม้ฉีกกระจาย ทิว เข้ม ลุงมิตรตกใจเสียงไม้ฉีกกระจาย
“เฮ้ย!”
“นาย! ระวัง!”
ทิวรวบตัวลุงมิตรลงหมอบกับพื้น พร้อมๆกับเข้ม ลุงมิตรเอามืออุดหู ทิวสังเกตไปรอบๆ หาต้นทางของกระสุน
“ไอ้ทิวอีกแล้ว มึง!”
ล้วนเจ็บใจรีบหลบออกไป เข้มเห็นหลังล้วนไวๆ
“ไอ้ล้วน!”
ลุงมิตรปวดหัวมาก
“โอย!”
“นาย...เข้มว่า ลุงแกไม่ไหวแล้ว เอาไงดี”
ทิวครุ่นคิด

ทิวเข็นรถเข็นที่มีลุงมิตร ซึ่งห่มผ้ามิดชิด มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง จนไม่มีแรงจะต่อต้านใดๆ
เข้มเดินมาข้างๆ ทิวเข็นไปทางหนึ่งก่อนจะกระซิบเข้ม
“ไปเตรียมรถไว้ เร็ว!”
“ครับนาย”
เข้มวิ่งไปทางหนึ่ง พิไลพรประคองหญิงมานศรีมาจากทางหนึ่ง
“คุณหญิงนะคุณหญิง ดื้อจนพรชักจะเหนื่อยใจ”
“เรียกรถให้หญิงเถอะจ๊ะ”
พิไลพรถอนใจ ถอดใจที่จะทัดทานไม่ให้หญิงมานศรีกลับบ้าน จึงเดินออกไป หญิงมานศรีเหลือบไปเห็นทิวเข็นรถเข็นพาใครคนหนึ่งออกไปจากโรงพยาบาล
“นายทิว พาใครไปไหน”
หญิงมานศรีพยายามตามทิวไป

ทิวเข็นรถพาลุงมิตรมาตามทางเดิน ผ่านคนกลุ่มต่างๆ หญิงมานศรีพยายามจะวิ่งตามให้ทัน แต่ยังอ่อนเพลีย ฝ่าด่านคนที่เดินสวนกันไปมา ทิวเดินลับหายไป หญิงมานศรีมองไม่เห็นเขาเสียแล้ว พิไลพรวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา
“คุณหญิง...มาที่นี่ทำไมคะ”
หญิงมานศรีแปลกใจ และสงสัยในพฤติกรรมของทิว

ทิวพาลุงมิตรมาที่บ้านพัก ลุงมิตรยืนมองบ้านนิ่งงัน รู้สึกคุ้นๆ ทิวหันไปถามเข้ม
“เข้ม...แกรู้สึกเหมือนฉันมั้ย เหมือนลุงเค้าเคยมาที่นี่”
ลุงมิตรปวดหัวอีก
“โอ๊ย!”
ทิวเข้าไปดูแลลุงมิตร
“ลุง!”
เข้มแปลกใจและสงสัย
“ไม่เข้าใจนายจริงๆ ลักพาตัวคนไข้เขามาทำไมเนี่ย”
“ดีกว่าให้ปล่อยให้เป็นเป้าปืนพวกมัน ซึ่งจะย้อนมาอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”
“มาหลบอยู่ที่นี่ปลอดภัยกว่าตรงไหนล่ะครับนาย”
“เดี๋ยวฉันจะหาที่อยู่ให้ลุงเค้าทีหลัง ไปสืบดูเรื่องลุงแย้ม แล้วไปตามไอ้วัฒน์มาหาฉัน”
“ครับนาย”
เข้มออกไป อย่างสงสัย แต่ไม่กล้าถาม ทิวประคองลุงมิตรให้นั่งลง
“เดี๋ยวฉันเอายาแก้ปวดหัวมาให้นะลุง...ยาแก้ปวดหัวธรรมดาได้หรือเปล่าวะเนี่ย”
ทันใดนั้นเสียงพิไลพรดังขึ้น
“ไม่ได้หรอกค่ะ!”
ทิวชะงัก ตกใจ หันไป พิไลพรเข้ามากับหญิงมานศรี
“เธอ!”
หญิงมานศรีมองหน้าทิวแล้วถามเสียงเข้ม
“นายพาตัวลุงเขามาที่นี่ทำไม”
ทิวอึ้ง...

วิวัฒน์กำลังแอบดูขวัญตาที่กำลังรอคอยเทพอยู่อย่างกระวนกระวาย โดยที่ขวัญตาไม่รู้ตัว วิวัฒน์มองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
“คุณขวัญตา...”
ขวัญตาชะงัก รู้สึกเหมือนใครกำลังแอบมอง หันไปทางวิวัฒน์
วิวัฒน์รีบหลบ ขวัญตาไม่เห็นใคร หันกลับไป วิวัฒน์ใจหายใจคว่ำ โล่งอกที่ไม่ถูกจับได้ เทพเดินเข้ามาหน้าเครียด ขวัญตาวิ่งเข้าไปหาอย่างดีใจ
“คุณเทพกลับมาแล้ว...”
ขวัญตาตีหน้างอนทันที เทพหยุดมองขวัญตาอย่างไม่พอใจ
“ถอยไป เกะกะ”
“จะไม่ถามสักคำเหรอคะว่าขวัญตาเป็นไงบ้าง ที่ถูกคุณทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจเมื่อคืนน่ะ”
วิวัฒน์ตกใจ เมื่อได้ยินว่าขวัญตาถูกทำร้ายพึมพำเบาๆ
“คุณขวัญตาถูกทำร้าย!”
เทพหงุดหงิด
“อยากจะโดนอีกมั้ย!”
ขวัญตาตกใจ
“คุณเทพ!”
“ฉันมีเรื่องคอขาดขาดตายต้องคิด ไม่มีเวลามาไร้สาระ”
“คุณเทพเปลี่ยนไป ผิดสัญญา นังคุณหญิงนั่นยอมเป็นเมียคุณแล้วหรือไง ไปแอบมั่วกันตอนไหนล่ะ กลับมาถึงได้ฟาดงวงฟาดงากับฉันขนาดนี้”
“อย่ามาปากดีกับฉัน”
เทพตบขวัญตากระเด็นไปล้มลงด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย!”
วิวัฒน์ผุดลุกขึ้นทันทีด้วยความเป็นห่วง
“คุณขวัญตา”
ผ่องทิพย์เดินเข้ามา ตะโกนเสียงดังลั่นเพื่อจงใจให้เทพได้ยินและหันมามองวิวัฒน์
“อ้าว...คนงานที่ไหนล่ะเนี่ย มาทำลับๆล่อๆอยู่แถวนี้”
เทพกับขวัญตาหันไปมองวิวัฒน์...ขวัญตาตกใจมากที่เห็นวิวัฒน์ลืมตัว เรียกชื่อออกมา
“ไอ้วิวัฒน์!”
ผ่องทิพย์ได้ทีรีบแจ๋นเข้ามา
“ต๊าย...รู้จักกันด้วยเหรอ ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย...ว่าขวัญตาแอบไปสนิทสนมชิดเชื้อกับคนงานต่ำๆตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่า...เป็นตอนที่พวกเราหลับกันหมด”
เทพหันมองขวัญตาตาเขียว...ขวัญตาตกใจ รีบหาทางกลบเกลื่อนแก้ตัว ทั้งๆที่กลัวเทพมากในตอนนี้

ทิว และหญิงมานศรีมองลุงมิตรที่กำลังกินยา โดยมีพิไลพรดูแลอยู่
“ฉันจำเป็นต้องพาลุงออกมา”
“ทำไมไม่แจ้งโรงพยาบาล ใช่หน้าที่ความรับผิดชอบของนายที่ไหน”
“ใช่สิ! ฉันต้องปกป้องชีวิตของลุงจากน้ำมือของคนเลว และลุงอาจจะเป็นหลักฐานที่มีชีวิตชิ้นสำคัญ ที่จะกระชากหน้ากากของมัน”
หญิงมานศรีอึ้ง ลุงมิตรเอนหลังลงพักบนเก้าอี้ พิไลพรเดินเข้ามาหา
“ฉันดีใจนะคะคุณทิว”
หญิงมานศรีค้อน
“พร...จะดีใจทำไม นายทิวกำลังทำไม่ถูก”
“ดีใจที่คุณทิวยอมเปิดใจ ลดทิฐิ และยอมเปิดเผยสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำให้คุณหญิงฟัง...แสดงว่า...คุณทิวไม่ได้จงเกลียดจงชังคุณหญิงจริงๆอย่างที่ปากพูด”
“แต่หญิงยังเกลียดผู้ชายคนนี้...หญิงจะยอมฟังเขา เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องแต่มันจะไม่ทำให้หญิงเกลียดเค้าน้อยลง”
ทิวไม่พอใจ ที่อุตส่าห์อ่อนลงแล้ว แต่หญิงมานศรียังทิฐิ
“ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ฉันต้องการ แม้จะต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง คุยดีๆกับเธอ เพราะไม่อยากให้เธอทำลายแผนการของฉัน”
พิไลพรรีบห้ามทัพ
“โอ๊ย พอเถอะค่ะทั้งสองคนนั่นแหละ จะทิฐิกันไปถึงไหน ร่วมมือกันเพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง มันไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ใครเสียหน้า”
หญิงมานศรีกับทิวพูดพร้อมกัน
“เสียสิ!”
แล้วทุกคนก็อึ้ง หญิงมานศรีและทิวต่างหันหน้าหนี พิไลพรอมยิ้ม รู้ทันต่อความรู้สึกของทั้งสองคน
“เอาเถอะค่ะ ตอนนี้ทุกคนก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว เรื่องลุง ไหนๆแกก็ไม่มีญาติที่ไหน พรจะไปทำเรื่องกับทางโรงพยาบาลว่า คุณทิวรับเป็นญาติดูแลให้”
“ขอบคุณครับคุณพร”
หญิงมานศรีแสยะยิ้มล้อเลียนเขา
“ขอบคุณครับ...พูดดีๆกับคนอื่นก็เป็นหรือไง ไม่เคยได้ยิน”
ทิวมองหน้าหญิงสาวจะต่อปากต่อคำ หญิงมานศรีทำไม่รู้ไม่ชี้
“พาลุงไปพักผ่อนก่อนมั้ย จะให้แกไปอยู่ที่ไหน”
ทิวระงับปากเอาไว้ มองอย่างฝากไว้ก่อน...แล้วเดินไปหาลุงมิตร
“ไปครับลุง”
ทิวดึงตัวลุงมิตรขึ้นมา หญิงมานศรีเห็นแล้วขวางตา
“เบาๆสิ ลุงป่วยนะ ความอ่อนโยนน่ะ มีบ้างมั้ย”
ทิวมองหน้าอย่างไม่พอใจอีก แต่ก็เบามือลง ประคองลุงมิตรอย่างอ่อนโยน หญิงมานศรีมองตามอย่างเป็นห่วง
 
ในขณะที่พิไลพรอมยิ้มขำๆ สองคน

อ่านต่อตอนที่ 9 พรุ่งนี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...