xs
xsm
sm
md
lg

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 3

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 3

ม.ร.ว มานศรีโสภาคย์เดินชื่นชมความงามของทิวทัศน์ ทิวเดินตามแอบดูหญิงสาวไปตามแมกไม้ ความงามของเธอเมื่ออยู่กับธรรมชาติทำให้ชายหนุ่มลืมตัว หลงมองเพลินจนตกอยู่ในภวังค์

ในขณะที่พิไลพรเดินไปมารอหญิงมานศรีอย่างกระวนกระวาย หันไปอีกที เกือบปะทะกับเทพที่มายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ”
เทพสำรวจพิไลพรตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยสายตากรุ้มกริ่มมาก จนพิไลพรอึดอัด
“คุณหญิงยังไม่กลับมาอีกเหรอครับ”
“ยังค่ะ”
“ผมว่า...คุณหญิงออกไปเดินเล่น นานไปแล้วนะครับ เธอยังไม่คุ้นกับที่นี่”
“คุณหญิงจะหลงทางหรือเปล่าก็ไม่รู้...ขอตัวนะคะ”
พิไลพรรีบเดินเลี่ยงหลบเทพออกไปเพื่อจะไปตามหาหญิงมานศรี และต้องการหลบไปให้พ้นจากบรรยากาศชวนอึดอัด เทพหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาล้วน

ทิวยังหลงมองหญิงมานศรีอยู่อย่างลืมตัวและเผลอไผล โดยที่เธอไม่รู้ตัว ทันใดนั้น เขาก็เหยียบกิ่งไม้แห้ง เกิดเสียงดัง หญิงมานศรีชะงัก หันมองหาที่มาเสียง ทิวตื่นจากภวังค์รีบหลบ หญิงมานศรีมองไม่เห็นใครรู้สึกตัวว่ามาไกล รีบเดินออกไปทางเดิม ทิวปรากฏตัวออกมาจากหลังต้นไม้
“เธอจะไม่มีทางได้อะไรจากที่นี่...ซึ่งเป็นของฉันไม่ใช่ของนายเทพ”
ทิวมองตามหญิงมานศรีไปอย่างชิงชัง ก่อนจะเดินตามไปต่อ

เทพเดินตามพิไลพรออกมาที่หน้าคฤหาสน์ ล้วนขับรถจี๊ปเข้ามาเทียบ พิไลพรงงๆ
“ผมกับคนของผมจะไปดูคุณหญิงเอง...คุณพรอยู่รอที่นี่เถอะ”
“ค่ะ”
เทพขึ้นรถออกไปกับล้วน พิไลพรรู้สึกเป็นห่วงหญิงมานศรีขึ้นมา
“มือถือตัวเองก็ไม่ได้เอาไป...คุณหญิงขา น่าจะกลับมาได้แล้วนะ”
ขณะเดียวกันนั้น ขวัญตายืนมองจากมุมหนึ่งข้างในคฤหาสน์ ไม่ค่อยพอใจที่เทพให้ความสำคัญกับหญิงมานศรี

ล้วนขับรถมาพลางมองเทพแล้วยิ้มรู้ทัน
“ดูนายใหญ่เป็นห่วงคุณหญิงมากนะครับ”
“ว่าที่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน...ฉันต้องดูแลให้ดีที่สุด”
ล้วนยิ้มชอบใจ
“แล้วคุณนายทั้งสามคน จะยอมเหรอครับนาย”
“แกก็รู้ สิ่งไหนที่ฉันต้องการ ฉันต้องได้ ใครก็ขวางฉันไม่ได้ ขับไปดูทางโน้น”
ล้วนหักพวงมาลัยตามที่เทพออกคำสั่ง

พิไลพรเดินมา ผ่องทิพย์เข้ามาขวาง บุญปลูกตามหลังมา
“นี่...คุณหญิงของเธอเขามีแฟนหรือยัง”
พิไลพรรู้สึกว่าผ่องทิพย์เสียมารยาท
“ถามทำไมคะ”
“ถ้าจะมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ฉันจำเป็นต้องรู้ ถ้ามีแล้วก็แล้วไป แต่ถ้ายังไม่มี...ฉันจะได้ระวังเอาไว้”
พิไลพรไม่เข้าใจ
“ต้องระวังทำไมคะ”
“ผู้หญิงกรุงเทพไวไฟจะตาย วันดีคืนดีเกิดอยากจะทำอย่างอื่น ที่ไม่ใช่แค่เป็นเลขาสามีฉัน จะได้จัดการตัดไฟซะตั้งแต่ต้นลม”
พิไลพรไม่พอใจมาก ที่ผ่องทิพย์ลบหลู่หญิงมานศรี
“ผู้หญิงกรุงเทพอย่างคุณหญิง เป็นคนที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ไวไฟเป็นยังไง ไม่เคยรู้จัก ไม่เหมือนคุณนะคะ ดูออกจะคุ้นเคยถึงได้ใช้คำนี้ได้อย่างสนิทปาก”
พิไลพรก็เดินออกไป ผ่องทิพย์มองตามอย่างหมั่นไส้ บุญปลูกสอดเข้ามา
“รู้สึกว่าเขาจะด่าคุณนายว่าไวไฟนะคะ บุญปลูกว่า”
ผ่องทิพย์ตวาดแว๊ด
“ว้าย นังขี้ข้า! อย่าคิดว่าฉันโง่ ไม่รู้ว่าแกหลอกด่าฉันนะ”
ขวัญตาเดินเยาะยิ้มผ่านมา
“โอ๊ย...ก็สมควรล่ะค่ะ อยู่ดีไม่ว่าดี แกว่งปากไปหาเสี้ยนก่อนทำมั้ย”
“นังขวัญตา!”
ขวัญตารีบวิ่งออกไป หัวเราะสะใจ ผ่องทิพย์จะตาม แต่บุญปลูกห้ามเอาไว้
“โธ่คุณนายขา...อย่าอารมณ์เสียเลยค่ะ เดี๋ยวรอยตีนกาขึ้นหน้านะคะ ไม่สวย แค่นี้นายใหญ่ก็หมางเมินแทบจะไม่นอนด้วยแล้วนะคะ รู้ตัวมั้ยคะ”
“นังบุญปลูก!ไม่ต้องมาซ้ำเติมฉัน”
บุญปลูกจ๋อย ผ่องทิพย์ชะงัก เริ่มคิดคล้อยตามบุญปลูกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ เธอต้องการหาตัวช่วยป้องกันผัวเบื่อ
“นังบุญปลูก ไปกับฉัน”
ผ่องทิพย์เดินออกไป บุญปลูกตามไปงงๆ

หญิงมานศรีเร่งฝีเท้าเดินมาตามทาง ก่อนจะชะงัก หันมองซ้ายขวา รู้สึกว่าตัวเองหลงทาง
“ตอนมา ไม่ใช่ทางนี้นี่...”
หญิงสาวมองหาทางตัดสินใจเลือกเดินไปทางหนึ่ง ทิวเดินตามมายิ้มสะใจ เดินอ้อมไปอีกทาง เมื่อหญิงสาวเดินหาทางกลับ ทิวเข้ามาขวางดักทางเอาไว้ หน้าตาถมึงทึง ดุดัน เธอเห็นหน้าทิวก็อึ้งตกใจ
“นาย...นาย...ตามฉันมาถึงที่นี่เลยเหรอ...จะเอาอะไรจากฉัน อย่านะ อย่าเข้ามา ฉันไม่มีให้”
หญิงสาวถอยหนี ชายหนุ่มตาม
“หึ...ทำไมจะไม่มีเล่า”
ทิวมองหญิงมานศรีหัวจรดเท้า ด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ยจับเส้นผมของเธอขึ้นมาหอม
“นี่ไง...ตัวหอมๆ ของเธอไง” ทิวประชิดตัวหญิงสาวมากขึ้น “จะว่าไป ไม่ใช่ฉันหรอกนะที่ตามเธอ เธอต่างหากที่มาหาฉันถึงที่นี่...”
“ไม่ใช่! เอามือสกปรกโสโครกของนายออกไป อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”
“แหม...ทำรังเกียจ ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมือชาย”
ทิวรั้งตัวหญิงสาวเข้ามา หญิงมานศรีพยายามดิ้น
“จากคู่หมั้นไก่อ่อน ก็โผเข้าซบอกหมาแก่...แต่มีเงิน เอ...รู้สึกว่าจะมีเมียแล้วตั้งสามด้วยนะ ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ หรือไม่แคร์ ยังไงก็ได้ ขอแค่มีเงินให้เธอเอาไปรักษาหน้ารักษาเกียรติก็พอ”
หญิงมานศรีตบหน้าทิวอย่างแรง
“ฉันมาทำงานแลกเงิน ไม่ได้ขายศักดิ์ศรีตัวเอง!”
“พูดให้ตายก็ไม่เชื่อ เมื่อการกระทำของเธอมันไม่ใช่...รู้อะไรมั้ย ถูกเธอตบแล้วเลือดฉันมันฉีดพล่าน อยากจะชิมให้รู้รสว่าจะหวานเหมือนอ้อยที่นี่ หรือจืดชืดยิ่งกว่าชาน เพราะผ่านการเคี้ยวมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่”
ทิวเข้าไปกระชากตัวหญิงมานศรีเข้ามาประทับจูบทันที หญิงสาวตกใจช็อก อึ้งค้างไปชั่วขณะ ทิวจูบจากดุดันกลายเป็นเผลอไผลไปกับความอ่อนนุ่มหอมหวานของริมฝีปากหญิงสาว หญิงมานศรีดิ้นผละออกมา แล้วตบหน้าเขาอย่างแรง ชายหนุ่มตัดสินใจลากหญิงสาวเข้ารกเข้าพง หญิงมานศรีตกใจ ตะโกนสุดเสียง
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ปล่อยนะ ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”
ทิวปิดปากหญิงสาวเอาไว้ หญิงมานศรีดิ้นสุดแรง แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้ ถูกลากออกไป...รถจี๊ปที่ล้วนขับให้เทพ แล่นผ่านถนนมาพอดี แต่เทพและล้วนมองไม่เห็นทิวและหญิงมานศรี หญิงสาวเห็นรถของเทพ เธอพยายามจะดิ้น แต่ถูกทิวล็อกตัวและปิดปากเอาไว้แน่น

ทิวลากหญิงมานศรีมาถึงมุมหนึ่ง แล้วเหวี่ยงเธอล้มลงบนพื้น ชายหนุ่มยืนมองอย่างสะใจ หญิงมานศรีหันหน้ามา หินก้อนใหญ่อยู่ในมือ ก่อนที่ทิวจะขยับตัวทัน หญิงสาวก็เขวี้ยงหินใส่หัวเขาอย่างแรง
“โอ๊ย!”
หญิงมานศรีตัดสินใจวิ่งหนีไปทันที พลางร้องตะโกน
“ช่วยด้วย!”
ทิวหันมา เห็นเลือดไหลลงมาเป็นทางเพราะหัวแตก เขาจับหัวตัวเอง เลือดติดมือมา หญิงมานศรีวิ่งหนีทิวไม่คิดชีวิตมาตามถนน ร้องสุดเสียง
“ช่วยด้วย!”
เทพสั่งให้ล้วนหยุดรถกลางถนนอย่างกะทันหัน ล้วนจอดรถแล้วหันมาถามงงๆ
“ให้หยุดทำไมครับนาย”
เทพหันกลับไปมองทางด้านหลัง รู้สึกเอะใจบางอย่าง

ทิววิ่งตามหญิงมานศรีมา เธอเห็นเขาตาม พยายามวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ทิววิ่งตามากระชั้นชิด หญิงมานศรีกลัวจับใจ หันไป ร่างปะทะกับเทพ หญิงสาวตกใจ สะดุ้งสุดตัว
“ว้าย!...อย่า ปล่อยฉัน!”
“คุณหญิง...นี่ผมเอง”
หญิงมานศรีชะงัก
“คุณเทพ...”
“คุณหญิงหนีอะไร หนีใครมา”
หญิงมานศรีหันไปข้างหลัง จะบอกว่าหนีทิว
“ฉันหนี...”
แต่ไม่ปรากฏทิวซะแล้วมีเพียงความว่างเปล่า หญิงมานศรีหันมามองเทพหน้าตาตกใจและตื่นกลัว
“หญิงอยากไปจากที่นี่ค่ะ”
เทพแปลกใจแต่ไม่ค้าน ประคองหญิงมานศรีเดินออกไป ทิวหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่โผล่ออกมามองยิ้มสะใจ
“หึ...รีบไปให้พ้นๆเลย”

พิไลพรโผเข้ามาหาหญิงมานศรีที่มีสภาพมอมแมมและยังดูตื่นกลัว พวงทองเดินออกมาเห็นก็หยุดมอง พิไลพรถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยมาก
“คุณหญิง...คุณหญิงไปไหนมา พรเป็นห่วง แล้วนี่ ทำไมเสื้อผ้าเลอะเทอะขนาดนี้คะ ไปทำอะไรมาคะ”
เทพถอนใจ
“ผมถามเท่าไหร่ คุณหญิงก็ไม่ตอบ...เหมือนเธอกำลังช็อกและตกใจกลัวมาก”
หญิงมานศรีน้ำตาเอ่อ มองหน้าพิไลพร มองหน้าเทพ ตัดสินใจพูดออกมา
“ผู้ชายคนนั้น มันจะ...ข่มเหงหญิง”
เทพกับพิไลพรต่างก็ตกใจมาก อุทานออกมาพร้อมกัน
“อะไรนะครับ"  "อะไรนะคะ”
เทพเดือดดาล
“มันเป็นใคร!”

ทิวกำลังนั่งให้เข้มพันแผลที่ศีรษะ
“นายจำหน้าไอ้เด็กทะโมนที่เขวี้ยงหินใส่นายมันได้มั้ย ลูกคนงานไร่เราหรือเปล่า เข้มจะไปจับมา”
ทิวตัดบท
“อย่าไปเอาเรื่องเอาราวกับเด็กเลยน่า ช่างมันเถอะ”
เข้มจัดการพันศีรษะให้ทิวต่อไป ทิวยิ้มสะใจ คนงานกลุ่มหนึ่งเดินผ่านหน้าบ้านมา เข้มตะโกนถาม
“เฮ้ย จะเข้างานกันแล้วเรอะ ยังไม่หมดเวลาพักเที่ยงเลย”
คนงานหันมาบอก
“รีบไปเร็วเหอะ นายใหญ่ให้คนงานทุกคนไปรวมตัวกันที่ท้ายไร่โน่น”

ทิวและเข้มมองหน้ากัน


คนงานชายของไร่อ้อยยืนออกันอยู่กลุ่มใหญ่ ล้วนและลูกน้องยืนคุมเชิงอยู่หัวและท้ายกลุ่มคนงาน เทพเดินเข้ามาสำรวจคนงานทีละคน เพื่อดูว่า ใครหัวแตก ทิวและเข้มเดินเข้ามา รวมกลุ่มกับคนงานบริเวณท้ายๆ

เข้มกระซิบถามคนงานคนหนึ่ง “ตกลงมันเรื่องอะไรกันวะ”
“มีคนทำมิดีมิร้ายคุณเลขาคนใหม่ของนายใหญ่ คิดว่าเป็นคนงานในไร่นี่แหละ”
เข้มฉุนกึกด่าอย่างปากไว
“ใครวะ ทำเสียชื่อหมด เลว หนักแผ่นดิน อย่าให้กูรู้นะว่าใคร”
ทิวหันมองเข้มขวับ...เข้มยังด่าต่อ...
“จะกระทืบให้มันจมดินเลย เกลียดนักไอ้พวกหื่นไม่รู้ว่าลูกเขาเมียใคร เห็นผู้หญิงเป็นเครื่องระบายอารมณ์”
“ไอ้เข้ม!จะพล่ามอีกนานมั้ย”
เข้มยิ้มแหยๆ
“พอแล้วครับนาย”
คนงานหันมาบอกเข้ม
“ไม่มีใครยอมรับ แต่ไอ้เลวนั่นมันหัวแตกเพราะคุณเลขาปาหินใส่มัน นายใหญ่กำลังหาตัวอยู่”
เข้มหันมองทิวขวับ ทิวหลบตา คนงานยังพูดต่อ
“แต่ข้าว่า...ป่านนี้ไอ้เลวนั่นมันคงหนีไปไกลแล้วล่ะ...จะอยู่ให้โง่เรอะ”
“ฉันมีงานต้องทำ ไปก่อนนะ”
ทิวรีบหันหนีเดินออกไป เข้มมองตามทิว อย่างสงสัย...เทพเดินเข้ามาหาเข้ม และคนงานแถวเดียวกัน สำรวจเข้มหัวจรดเท้า มองหาทิวแต่ไม่เห็น เทพเดินผ่านไปที่ด้านหน้า
“ทุกคนฟัง...คุณหญิงหญิงมานศรี คือเลขานุการของฉัน เป็นผู้รับทุกคำสั่งของฉันไปดำเนินการ เพราะฉะนั้นใครที่บังอาจไม่ให้ความเคารพต่อคุณหญิง ก็เปรียบเหมือนไม่ให้ความเคารพต่อฉัน และคนผู้นั้น...ย่อมอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้”
เทพกวาดตามองทุกคน เข้มและคนงานทุกคนเงียบกริบ ทิวแอบมองมาจากมุมหนึ่งไม่พอใจท่าทีของเทพ

หญิงมานศรีที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอยู่ในห้องพัก เธอลงนั่งมองตัวเองในกระจก เอามือลูบไล้ที่ริมปีปาก ภาพทิวประทับจูบเธอแวบเข้ามาในความคิด หญิงมานศรีรู้สึกรังเกียจจูบของเขา เธอตัดสินใจบางอย่าง
“พิไลพร!”
พิไลพรเข้ามา
“ค่ะ คุณหญิง”
“เก็บของ!”
พิไลพรตกใจ
“ค่ะ”
พิไลพรรีบไปเปิดตู้เสื้อผ้า หญิงมานศรีเดินออกไปนอกห้องทันที

เทพเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน หญิงมานศรีและพิไลพรยืนอยู่กับกองสัมภาระ พวงทองเดินเข้ามา สองคนพร้อมจะไปแล้วก็แปลกใจเหมือนกัน จึงหยุดยืนดูอยู่เงียบๆใกล้ๆ เทพมองอย่างงงๆ
“นี่มันอะไรกันครับคุณหญิง...”
“หญิงคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วค่ะ”
เทพลืมตัวพูดเสียงเข้ม
“ต้องได้สิครับ!”
หญิงมานศรีแปลกใจกับท่าทีของเขา
“จะให้หญิงอยู่ในที่ๆไม่มีความปลอดภัยสำหรับหญิงต่อไปได้ยังไง ในเมื่อผู้ชายเลวๆคนนั้นยังลอยนวล มันจะเข้ามาทำร้ายหญิงอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”
“ผมขอโทษที่ลากตัวมันมาลงโทษไม่ได้ แต่ผมสัญญา...ผมจะไม่มีทางให้คุณหญิงคลาดสายตาแล้วได้รับอันตรายใดๆอีกแม้แต่เพียงปลายเล็บ”
เทพมุ่งมั่นเสียจน หญิงมานศรีอึ้ง พวงทองสังเกตเทพแล้วรู้ได้ทันทีว่าเทพปรารถนาในตัวหญิงมานศรีด้วยแน่แล้ว
“แต่หญิงอายค่ะ คนที่นี่ต่างรู้กันทั่วไปหมดว่าหญิงถูกหยามเกียรติ”
“ไม่จริงแน่ๆ”
“คุณเทพหมายความว่าอะไรคะ”
“ผมเคยได้ยินคนในสังคมพูดถึงความตั้งใจอันแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ของคุณหญิงไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ จนกว่าจะสำเร็จ แต่นี่ไม่ใช่ ผมถึงได้แปลกใจ ว่าที่ยืนตรงหน้าผมใช่คุณหญิงหญิงมานศรีตัวจริงหรือเปล่า”
หญิงมานศรีอึ้ง
“ไม่มีใครมาหยามเกียรติคุณหญิงได้หรอกนะครับ ถ้าคุณหญิงไม่ยอมจำนน จะให้คนเลวๆที่ไม่มีค่าอะไรมามีอิทธิพลต่อชีวิตคุณหญิงเหรอครับ”
หญิงมานศรีเริ่มอ่อนลง คิดตามคำพูดของเทพ...เทพลุ้นให้หญิงสาวเปลี่ยนใจค่อยๆเดินเข้าไปหาส่งสายตาแห่งความอาทรให้ ขวัญตาเดินมาจากมุมหนึ่ง เห็นพฤติกรรมของเทพแล้วขัดตา ไม่พอใจ
“อย่าเอาเรื่องไปให้หม่อมแม่และพี่ชายของคุณหญิงต้องทุกข์ร้อนใจอีกเลย...เชื่อผม ทำงานที่นี่ มีผมอยู่ใกล้ๆ คุณหญิงไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น...ผมรับรอง”
หญิงมานศรีลังเล ครุ่นคิด เทพลุ้นว่าหญิงสาวจะใจอ่อนหรือไม่

หญิงมานศรีอยู่ในห้อง พิไลพรเข้ามาหา ไม่เห็นด้วยกับหญิงมานศรี
“คุณหญิงคะ คิดดีแล้วเหรอคะที่จะทำงานที่นี่”
“พรไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของคุณเทพเหรอ”
“ไม่ค่ะ...คุณหญิงไม่จำเป็นต้องอยู่เพื่อพิสูจน์อะไรทั้งนั้น”
“จำเป็นสิ...หญิงจะไม่ให้คนเลวๆแค่คนเดียวมาขัดขวางเส้นทางเดินชีวิตของหญิง”
“เส้นทางเดินอื่นๆมีอีกเยอะแยะไปค่ะ ไม่ใช่มีแต่ที่นี่...ไม่เห็นจะน่าอยู่แถมประหลาด เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็น ผัวหนึ่งเมียสามอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน แล้วพรก็ไม่ไว้ใจคุณเทพนั่น”
“พรจ๊ะ...คุณเทพเขาเป็นคนดี และมีบุญคุณกับครอบครัวของหญิงมากนะ”
“แต่ยังไงพรก็ไม่...”
หญิงมานศรีตัดบท
“ขอบใจนะที่เป็นห่วงหญิง...แต่ถ้าห่วงหญิงจริงๆ อย่าเอาเรื่องผู้ชายคนนั้นไปพูดให้หม่อมแม่และพี่ชายรู้เด็ดขาด...หญิงไม่อยากให้คนที่หญิงรักทั้งสองคนต้องไม่สบายใจ และสักวันถ้าหญิงเจอมันอีก หญิงจะต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”
หญิงมานศรีเด็ดเดี่ยวที่จะอยู่ต่อไปเพื่อต่อสู้กับความเลวร้ายที่เกิดขึ้น

ค่ำนั้น...สรัสวดีคุยโทรศัพท์กับเทพ อารมณ์ดีมาก
“ดีใจจังค่ะที่ทุกอย่างเรียบร้อยดี...รวมถึงเรื่องเงินที่โอนเข้าบัญชีดิฉันเรียบร้อยดีใช่มั้ยคะ ฝากดูแลลูกหญิงด้วยนะคะ...สวัสดีค่ะ”
สรัสวดีวางสายลง รู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก คำรณฤทธีเดินเข้ามา
“หม่อมแม่ครับ ชายมีเรื่องจะเรียนปรึกษา”
สรัสวดียิ้มอารมรณ์ดี
“เรื่องอะไรจ๊ะชาย”
เมื่อคำรณฤทธีพูดถึงสิ่งที่คิด สรัสวดีเดินหนีอย่างอารมณ์หงุดหงิด
“อย่าเอาเรื่องนี้มาคุยกับแม่อีกนะ”
“ทำไมล่ะครับหม่อมแม่ ชายเป็นห่วงน้อง และมีสิทธิ์ที่จะไม่ไว้ใจคุณเทพ”
“เท่ากับชายไม่ไว้ใจวิจารณญาณของแม่ด้วยเหมือนกัน”
คำรณฤทธีอึ้ง
“ชายไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะครับหม่อมแม่”
“แต่แม่คิดได้อย่างนั้น...แม่ย่อมไม่มีวันนำพาหญิงมานย์ให้ไปพบกับซาตานเด็ดขาด”
คำรณฤทธีถอนใจ จนแก่เหตุผลของแม่
“เคลียร์มั้ย”
“ครับ”
“เอาเวลาไปหาวิธีบริหารจัดการโรงงานของท่านพ่อดีกว่า...แม่รอดูความสำเร็จของชายอยู่นะ ท่านพ่อเองก็เหมือนกัน”
“ครับ...หม่อมแม่ ชายขอโทษครับที่เอาเรื่องมากวนใจหม่อมแม่”
“ไม่เป็นไรจ๊ะ แม่ดีใจที่ชายรักน้องเป็นห่วงน้อง แต่อย่าลืมนะ หญิงมานย์เองก็โตมากแล้ว ปล่อยๆน้องบ้างก็ได้”
“ครับ”
สรัสวดียิ้มให้ชายคำรณอย่างเมตตา ก่อนจะหันเดินออกไป...รู้สึกโล่งใจที่จัดการชายคำรณให้หายระแวงได้ คำรณฤทธีถอนใจ ยังคงเป็นห่วงน้องสาว

หญิงมานศรียืนเหม่อๆมองดวงจันทร์ดวงโตอยู่ เทพยืนมองหญิงสาวจากมุมหนึ่ง ล้วนเข้ามาข้างหลังเทพ
“มีใครอีกบ้างที่น่าสงสัย”
“จากรูปพรรณสัณฐานที่คุณหญิงบอกเอาไว้...ผมว่าไม่น่าจะใช่คนงานนะครับนายใหญ่”
“เจอครั้งแรกในวัง...ครั้งต่อมาก็ที่งานศพท่านชายอมรเทพแล้วก็มาเจอที่นี่”
“คนงานธรรมดาๆที่ไหนมันจะทำได้ถึงขนาดนั้น แกคิดเหมือนฉันหรือเปล่า ล้วน”
“ครับ...เป็นคนเดียวที่เรายังไม่เห็นตั้งแต่เกิดเรื่อง”

เทพหน้าเครียดเพราะมั่นใจว่า ผู้ชายคนนั้นคือ ทิวแน่นอน

อ่านต่อหน้า 2

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 3 (ต่อ)

ทิวนั่งครุ่นคิดคำนึงอยู่คนเดียวใกล้คฤหาสถ์ ในหัวของเขาคิดถึงขณะที่ประทับจูบหญิงมานศรี รู้สึกนุ่มนวลที่ริมฝีปากเผลอลึกซึ้งกับความนุ่มนวลนั้น ทิวไล่ความคิดนั้นออกไป

“มิน่า...คู่หมั้นไก่อ่อนนั่นถึงไม่ยอมเลิกรา คงจะติดใจความหวานของริมฝีปากเธอ ความหวานที่เคลือบยาพิษ”
ทิวนึกดูถูกหญิงมานศรี ขณะเดียวกันนั้นพวงทองเข้ามา
“ทิว...”
ทิวหันไปเห็นพวงทองยืนอยู่หน้าตาไม่สบายใจนัก เขาเมินหน้าหนีลุกขึ้น จะเดินหนีไป
“เป็นทิวใช่มั้ย”
ทิวชะงัก ก่อนจะเดินหนี พวงทองตามทันที

ทิวเดินหนีพวงทองมาที่มุมหนึ่งใกล้บ้านพัก พวงทองเดินตามมา
“ทิว...ทำทำไม”
“พูดเรื่องอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่อง”
“น้องชายพี่กลายเป็นผู้ชายป่าเถื่อน ชอบใช้ความรุนแรง รังแกผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตั้งแต่ถูกผู้หญิงอย่าง...”
ทิวยั้งไว้พวงทองมองหน้า
“แสดงว่าทิวยอมรับว่าเป็นคนที่คิดจะข่มเหงคุณหญิงมานย์ใช่มั้ย”
“ผมไม่คิดจะทำให้เป็นเสนียดตัวเองหรอก”
“แล้วทำไม...”
“เพราะผมเกลียดคนที่เห็นแก่เงินอย่างยัยนั่น”
“ทิวมองคุณหญิงในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า”
“น้อยไปเสียด้วยซ้ำ ซ่อนอยู่ในหัวใจที่เราไม่รู้อีกตั้งเท่าไหร่...ผมจะทำให้ยัยนั่นอยู่ที่นี่ไม่ได้และไม่มีทางได้อะไรจากทัดเทพไปแม้สักสลึงเดียว”
“แต่ทิวก็ทำไม่สำเร็จ คุณหญิงยังอยู่ที่นี่”
ทิวอึ้ง
“จะทำอะไรก็แล้วแต่...ระวังตัวด้วยแล้วกัน คุณเทพคงไม่ปล่อยเรื่องนี้หายเงียบไปเฉยๆแน่”
“ก็ให้มันมาเจอผม! แต่ผมก็ไม่มีทางปล่อยผู้หญิงคนนั้น ให้มาลอยหน้าลอยตาอยู่ที่นี่เหมือนกัน”
สายตาทิวเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ที่จะจงเกลียดจงชังหญิงมานศรีต่อไปไม่เลิกรา

เช้าวันใหม่ หญิงมานศรีคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่งของคฤหาสน์เทพ
“หญิงโทรมาขอพรจากหม่อมแม่ สำหรับการทำงานวันแรกในชีวิตของหญิงค่ะ ขอบคุณค่ะหม่อมแม่ แล้วหญิงจะโทรไปหาใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ”
หญิงมานศรีวางสาย เทพเข้ามาหา หญิงสาวมีความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
“พร้อมสำหรับการเริ่มงานวันแรกหรือยังครับคุณเลขา”
หญิงมานศรีพยายามปรับหน้าตาสดขื่น
“พร้อมค่ะ”
“ก่อนอื่น ผมอยากพาคุณหญิงไปรู้จักกับคนๆหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของทัดเทพของเรา”
หญิงมานศรีประหลาดใจ
“ใครคะ”

ในไร่...ทิวยืนตะโกนสั่งงานเข้มอยู่หน้าโรงงานผลิตน้ำตาล
“ไอ้เข้ม ทำไมป่านนี้รถขนน้ำตาลยังมาไม่ถึง”
“ไปตามเดี๋ยวนี้แหละนาย”
เข้มวิ่งออกไป...รถจี๊ปของเทพวิ่งเข้ามาจอด ทิวยังไม่หันไป มัวแต่วุ่นวายอยู่กับการคุยกับคนงานคนหนึ่ง
“เอาเงินนี่ไปก่อน พาเมียไปหาหมอที่โรงพยาบาล อย่ากินแต่ยาหม้ออย่างเดียว”
“ขอบคุณครับนาย”
คนงานรับเงินจากทิวแล้ววิ่งออกไป ทิวทำงานต่อ


ล้วนขับรถจี๊ปมาตามถนนพาเทพกับหญิงมานศรีผ่านส่วนต่างๆของอาณาจักรทัดเทพ ทั้งไร่อ้อย การตัดอ้อย มุมปศุสัตว์ มุมเกษตรกรรม
ในรถจี๊ป...เทพหันมาบอกกับหญิงมานศรี
“เขาเป็นลูกชายของอดีตหุ้นส่วนเพื่อนสนิทผมที่เสียไป เลยมารับช่วงต่อ และคอยดูแลฝ่ายการผลิตที่โรงงาน”
“ค่ะ”
“เขาชื่อทิว บรรณา”
ทิวค่อยๆหันมา หญิงมานศรีเห็นทิว จากรอยยิ้มกลายเป็นหน้าถอดสี
“นาย!”
ทิวเห็นหญิงมานศรีมากับเทพก็ตกใจ แต่นิ่งได้ในทันที เทพลอบยิ้มอย่างสะใจ หญิงมานศรีมองทิวอย่างตื่นกลัว ทิวเดินเข้ามาหาอย่างไม่สะทกสะท้าน หญิงมานศรีมองทิวไม่วางตาด้วยสายตาโกรธแค้น
“ฉันขอแนะนำให้เธอรู้จักกับหม่อมราชวงศ์หญิงมานศรีโสภาค กฤตยา เลขานุการคนใหม่ของฉัน”
ทิวยิ้มกวน
“ยินดีที่ได้รู้จัก อย่างเป็นทางการครับ คุณหญิงหญิงมานศรี”
หญิงมานศรีอึ้ง พูดไม่ออก แค้นจนน้ำตาคลอ เทพทองหน้าทิวแล้วแกล้งถาม
“พูดเหมือนนายเคยเจอคุณหญิงมาก่อน”
หญิงมานศรีฟ้องทันที
“ผู้ชายคนนี้คือคนที่ข่มเหงหญิงเมื่อวาน”
เข้ม และคนงานทุกคนฮือฮา มองมาที่ทิวอย่างไม่เชื่อสายตา เทพลอบยิ้มพอใจ เข้มมองหน้าทิวไม่อยากจะเชื่อ
“จริงเหรอนาย...ที่นายหัวแตกก็เป็นฝีมือของ...”
“ใช่ ฝีมือฉันเอง! หญิงจะแจ้งความค่ะคุณเทพ”
หญิงมานศรีโกรธมากจะเอาเรื่อง เทพรีบห้ามไว้
“เอ่อ...ใจเย็นๆก่อนนะครับคุณหญิง คุณหญิงแน่ใจเหรอครับว่าเป็นนายทิว ผมว่าอาจจะมีการเข้าใจผิด”
ทิวไม่ยี่หละ
“เข้าใจไม่ผิดหรอก ผมนี่แหละที่เป็นคนทำ”
ทุกคนฮือฮา
“ผมก็ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง มีเลือดมีเนื้อมีความรู้สึก เจอผู้หญิงยั่วเข้าให้ ใครจะไปอดใจไหว”
ทุกคนครางฮือ มองมาที่หญิงสาว หญิงมานศรีโกรธและอายมาก
“คนโกหก ปั้นน้ำเป็นตัว สร้างเรื่องเอาตัวรอด!”
ทิวหันไปตะโกนถามคนงาน
“เฮ้ย! บอกคุณหญิงคนอย่างนายทิว บรรณาเคยพูดโกหกเอาตัวรอดหรือเปล่าวะ”
ทิวเข้าไปดึงเข้มให้เข้ามาดูหญิงมานศรีใกล้ๆ
“เอ็งดูไอ้เข้ม ผู้หญิงสาวสวย ท่วงท่าดุจนางพญาหงส์ ผิวขาวเนื้อนมไข่ขนาดนี้ มาหาแกถึงที่ จะด้วยแรงรักหรือแรงคิดถึงก็ไม่รู้ แกจะทนไหวมั้ย!”
เข้มหน้าเหวอ
“เอ่อ...เข้มไม่เกี่ยวครับนาย”
ทิวผลักเข้มออกไป เทพฉุนกึก แต่พยายามนิ่ง
“ทิว ใจเย็นๆก่อน คุณหญิงไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น เธอไม่เคยทำตัวเสื่อมเสีย”
ทิวแสยะยิ้ม
“ปกป้องเทิดทูน...เก็บไว้ทำเลขาหรือทำอะไรกันแน่ คุณเทพ!”
เทพชักทนไม่ไหว
“กรุณาให้เกียรติฉันและคุณหญิงด้วย ทิว”
“พูดความจริง ไม่ให้เกียรติตรงไหน ใครๆก็ซุบซิบกันทั้งไร่ว่าเนี่ย ว่าที่เมียคนใหม่ของนายใหญ่” ทิวหันไปถามคนงาน “ใช่มั้ยวะ!”
คนงานก้มหน้านิ่ง ค่อยๆถอยออกไป ทิวจ้องหน้าหญิงสาวอย่างท้าทาย
“ไปแจ้งความเลยซิ ฉันจะได้ให้ปากคำเพิ่มเติมอีกว่า...ลีลาเธอตอนที่ยั่วสวาทฉันมันเร่าร้อนยังไง ไม่ได้หงิมๆเรียบร้อยอย่างตอนนี้หรอก แต่มันเหมือน...นางเสือหิว หนังสือพิมพ์คงลงข่าวหน้าหนึ่ง ทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปเลย”
หญิงมานศรีทั้งอายทั้งแค้นทั้งโกรธ เธอตบหน้าเขาอย่างแรง
“คนเลว!”
หญิงมานศรีเดินหนีไปอย่างโกรธจัด
“คุณหญิง เดี๋ยวก่อน”
เทพตามออกไป ล้วนตามเทพออกไปอีกคน ทิวมองตามแสยะยิ้มอย่างสะใจ เข้มส่ายหน้า
“นาย...แรง”
ทิวไม่สนใจเดินกลับเข้าโรงงานไป

หญิงมานศรีร้องไห้เสียใจวิ่งมา เทพวิ่งตามมา รั้งมือของเธอเอาไว้
“ปล่อยหญิงค่ะ”
“คุณหญิง”
หญิงมานศรีพยายามเชิดหน้า ซ่อนน้ำตา
“ผมรู้ว่าคุณหญิงบริสุทธิ์เกินกว่าที่เป็นอย่างที่นายทิวเขากล่าวหา ผมไม่เข้าใจเลย ทำไมนายทิวถึงทำแบบนี้”
“หญิงไม่เคยรู้จักเขา ไม่เคยไปทำอะไรให้เขาต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ทำไมเขาถึง ทำลายหญิงได้ถึงขนาดนี้”
เทพอึ้ง
“ผมขอโทษ...เป็นความผิดของผมเอง”
“หญิงไม่เข้าใจค่ะ”
เทพคิดๆ
“เพราะทิวโกรธแค้นผม เรื่องขวัญตา”
หญิงมานศรีแปลกใจ
“คุณขวัญตา...ทำไมคะ”
“ขวัญตาเคยเป็นคนรักของทิว...แต่ขวัญตาขอเลิกกับทิวเพราะทนความป่าเถื่อนชอบใช้ความรุนแรงของทิวไม่ไหว ผมจึงรับดูแลขวัญตาเอาไว้...ทิวเค้าเลยผูกใจเจ็บ ทุกคนหรือทุกอย่างที่ผมรัก ทิวจะต้องหาทางทำลายถ้ามีโอกาส”
หญิงมานศรีชะงัก
“คนที่คุณเทพรัก”
เทพรีบเฉไฉ
“ผมหมายถึง งานและผู้ร่วมงานทุกคนของผมครับ”
หญิงมานศรีเกลียดชังทิวมาก
“ผู้ชายคนนี้มีปัญหาทางจิต”
เทพได้ทีรีบใส่ไฟ
“ครับ ตั้งแต่ที่เขาเสียพ่อแม่ไป ทิวก็กลายเป็นคนหมกมุ่นอยู่กับความโกรธแค้นและมีอารมณ์รุนแรง”
“แล้วทำไมคุณเทพถึงยังให้เค้าทำงานอยู่ที่นี่คะ ทั้งๆที่เค้าเป็นคนอันตราย”
“เพราะผมต้องดูแลทิวตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อแม่ของเขาครับ”
หญิงสาวรู้สึกประทับใจที่เทพมีจิตใจดี
“ผมขอร้องคุณหญิงได้มั้ยครับ คุณหญิงอย่าไปเอาผิดกับเขาเลยครับ ถือว่าเมตตา คุณหญิงเพียงแต่อยู่ให้ห่างๆเขาไว้เท่านั้น ผมจะให้นายล้วนช่วยดูแลอีกคน”
หญิงมานศรีอึ้ง ใจอ่อนตามคำของของเทพ พยักหน้าช้าๆ เทพยิ้มขอบคุณทำเป็นโล่งใจ แต่ในใจโกรธแค้นทิวมาก

ทิวกำลังคุมคนงานลำเลียงกระสอบน้ำตาลทรายขึ้นรถ เทพเข้ามายืนข้างๆ ทิวทำเป็นไม่สนใจ
“คุณหญิงเธอเป็นคนดีนะ”
ทิวนิ่ง ไม่สนใจ ตะโกนสั่งงาน
“เฮ้ย เร็วๆหน่อย อย่าชักช้า”
“แล้วฉันก็ไม่มีทางปล่อยให้คนดีๆอย่างคุณหญิงต้องทุกข์ร้อนใจเมื่อต้องอยู่ที่นี่”
“แล้วไง”
“ฉันก็ต้องพยายามทำทุกอย่างให้คุณหญิงมีความสุข อะไรที่คุณหญิงชอบฉัน ก็จะหามาให้ ส่วนอะไรที่คุณหญิงเกลียด ฉันก็อาจจะต้องหาทาง...กำจัดออกไป”
“อืม เข้าใจแล้ว...แต่ก่อนจะทำตัวเป็นป๋าเอาเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานของคนที่นี่ไปปรนเปรอผู้หญิงคนนั้น จะบอกอะไรให้นะ ถ้าอยากซ้ำรอยจูบกับฉันก็เอา”
ทิวมองเทพอย่างท้าทาย เทพอึ้ง ตาวาว แต่รีบยิ้มกลบเกลื่อน
“ฮ่ะๆๆ นายนี่แน่มาก...เอาเถอะ อยากจะคิดยังไงก็ตามสบาย อ้อ ฉันคุยกับคุณหญิงให้นายแล้วนะ ว่าอย่าเอาเรื่องกับนาย ให้คิดซะว่าเมตตาทำบุญทำทานให้พวกสัตว์ตกทุกข์ได้ยาก”

เทพเดินหัวเราะออกไปกับล้วน ทิวเจ็บใจที่ถูกเทพพูดจากระทบกระทั่งอย่างรุนแรง หันไประบายอารมณ์กับของที่อยู่ใกล้ๆ


ตกเย็นวันนั้น  พอกลับจากการทำงานหญิงมานศรี ก็เข้ามาคุยกับพิไลพร

“หญิงว่า...พรพานายนั่นไปตรวจที่โรงพยาบาลของพรมั้ย หญิงกลัวว่าถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจจะยิ่งมีอาการรุนแรง และทำร้ายคนที่อยู่ใกล้ได้นะ”
พิไลพรสงสัย
“แต่ทำไมเขายังทำงานได้ล่ะคะ”
“ก็ไม่รู้สิ อาจจะเป็นโรคจิตเภทประเภทอะไรสักอย่างหนึ่งแหละ ไม่งั้นไม่โรค จิตตามทำร้ายหญิงอย่างนั้นหรอก นะ ถือว่าช่วยคุณเทพ จะได้ไม่ต้องกังวล”
“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพรจะลองไปคุยกับคุณทิวนั่นดู ไปด้วยกันนะคะ”
“ไม่ไปด้วยหรอก คุณเทพต้องการให้หญิงอยู่ห่างๆเค้า จะได้ไม่ไปกระตุ้นอารมณ์โกรธของเค้าอีก”
พิไลพรพยักหน้ารับคำเมื่อหญิงมานศรีบอกอย่างนั้น

ทิวกับเข้มกำลังล้างมือจะกลับบ้านหลังจากเลิกงานแล้ว พิไลพรเดินเข้ามาเห็นทิวจากด้านหลัง เธอจึงเดินเข้าไปหา
“คุณทิวใช่มั้ยคะ”
ทิว และเข้มหันหน้ามา พิไลพรจำทิวได้
“คุณ ที่พรทำน้ำหวานหกใส่เสื้อวันนั้น!”
“คุณนั่นเอง สวัสดีครับ”
“ตายแล้ว โลกกลมจังนะคะ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคุณ แต่เอ๊...พรคุยกับคุณ ก็ดูปกติ ไม่ได้โรคจิตอย่างที่คุณหญิงว่าสักหน่อย”
ทิวหน้าเหวอ
“เขาว่าผมโรคจิต!”
“ค่ะ ให้พรลองมาคุยกับคุณ เผื่อจะไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัดที่พรเพิ่งย้ายมาประจำค่ะ”
ทิวยิ่งเคืองหญิงมานศรีเช้าไปอีก

หญิงมานศรียืนรอพิไลพรอยู่ สักครู่พิไลพรเดินเข้ามา
“ว่าไงพร ตกลงเป็นโรคจิตใช่มั้ย พรบอกให้เขาไปรักษาหรือยัง”
ทิวเดินเข้ามา
“ฉันไม่ได้เป็นโรคจิต!”
หญิงมานศรีผงะ ถอย
“นาย! พร พานายนี่มาด้วยทำไม”
“พรไม่ได้พามานะคะ คุณทิวเดินตามพรมาตั้งแต่เมื่อไหร่พรก็ไม่รู้”
ทิวชี้หน้าหญิงมานศรี
“ไม่รู้จริงก็ไม่ต้องสะเออะทำเป็นรู้ดีว่าใครเป็นอะไรยังไง!”
“หยาบคาย! พูดจากับฉันให้มันดีๆ ให้เกียรติกันบ้างไม่ได้หรือไง”
พิไลพรหน้าเสีย เมื่อเห็นศึกระหว่างทิวกับหญิงมานศรี
“ไม่จำเป็น! เพราะเธอไม่ได้มีค่าขนาดนั้น อยากอยู่ที่นี่ต่อไปก็อยู่ แต่ระวังตัวไว้ให้ดี...อยู่ไม่เป็นสุขแน่”
ทิวทำโมโหผลักข้าวของที่อยู่ใกล้มือล้มระเนระนาด จนหญิงมานศรีและพิไลพรตกใจ
“ว้าย!”
ทิวเดินออกไป หญิงมานศรีตื่นกลัว
“เห็นมั้ยพร อยู่ๆก็อารมณ์ฉุนเฉียว หญิงว่าต้องเป็นโรคจิตขั้นรุนแรง”
พิไลพรงงๆ
“ตอนคุยเมื่อกี้ก็เห็นดีๆอยู่เลย...ไม่หรอกมั้งคะคุณหญิง”
หญิงมานศรีปักใจเชื่อว่าทิวไม่สบายแน่ๆ

ค่ำนั้น...ผ่องทิพย์เดินเข้ามาในห้องครัวกับบุญปลูกที่หอบว่านมาเต็มมือ
“ไปเปิดน้ำในอ่างแล้วเอาว่านมหาเสน่ห์ลงไปแช่เลย ฉันจะได้นอนแช่ซะคืนนี้”
“ค่ะคุณนายขา”
บุญปลูกรีบวิ่งออกไป ผ่องทิพย์ยิ้มหวานเข้าไปที่โต๊ะอาหาร
“หิวจังเลยค่ะคุณเทพขา”
เทพกำลังตักอาหารเอาใจหญิงหญิงมานศรี ในขณะที่พวงทองนั่งทานอาหารอยู่เงียบๆ นิ่งๆ ไม่สนใจอยู่อีกมุม ขวัญตานั่งอยู่อีกด้าน เหลือบมองหญิงมานศรีอย่างหมั่นไส้ พิไลพร กลิ่นและคนรับใช้อื่นๆยืนอยู่ใกล้ๆที่มุมหนึ่งเพื่อรอรับใช้ ผ่องทิพย์อึ้ง
“ทราบมาว่าคุณหญิงชอบรับประทานผักสดๆ...ผมเลยให้แม่บ้านเตรียมสลัดผักที่เราปลูกเองที่นี่ไว้ให้ด้วย”
หญิงมานศรีเกรงใจ ไม่ค่อยสบายใจนัก
“ขอบคุณค่ะ หญิงดูแลตัวเองได้ค่ะ ไม่เป็นไร”
พวงทองยังคงไม่รู้สึกรู้สาอะไร เทพรู้ความคิดของหญิงมานศรีว่าเกรงใจเมีย
“คุณหญิงเป็นแขกของที่นี่ ผมต้องดูแล”
ผ่องทิพย์เข้ามา
“อ้าว...ตกลงจะเป็นแขกหรือเป็นเลขานุการคะ”
เทพอึ้ง หญิงมานศรีรู้สึกแย่ พิไลพรอึดอัดแทนนายสาว เทพหันไปจ้องหน้า ผ่องทิพย์อย่างไม่ค่อยพอใจ
“เป็นทั้งแขกและผู้ช่วยของฉัน...เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ผ่องทิพย์”
ผ่องทิพย์มองหญิงมานศรีอย่างเหยียดหยัน
“จะมาทำงานหรือมาทอดสะพานให้ผัวฉัน เลือกเอาสักอย่างนะคะคุณหญิง หญิงมานศรี”
หญิงมานศรีตกใจ หน้าชาเมื่อเห็นผ่องทิพย์กราดเกรี้ยว ขวัญตาสะใจ พวงทองรู้สึกเบื่อหน่ายเต็มทน เทพไม่พอใจผ่องทิพย์มาก ส่งสัญญาณมือให้คนใช้ออกไปจนหมด
“ว่าไงคะ จะตอบคำถามฉันได้หรือยัง ว่าจะมาเป็นเลขาหรือมาเป็นเมียที่คนที่สี่ของผัวฉัน”
เทพฉุนกึกพูดเสียงเข้ม
“ผ่องทิพย์!”
หญิงมานศรีพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบนิ่ง
“คุณผ่องทิพย์เข้าใจหญิงผิดแล้วค่ะ”
“ผิดอะไร! ใครๆก็เห็นว่าคุณหญิงทอดสะพานให้คุณเทพ ใช่มั้ยขวัญตา”
“อย่าเอาขวัญตาไปเกี่ยวสิคะพี่ผ่อง...ขวัญตาต้องให้เกียรติคุณเทพและคุณหญิงนะคะ กริยาและคำพูดต่ำๆแบบนี้ ขวัญตาไม่กล้าแม้แต่จะคิดทำหรอกค่ะ”
ผ่องทิพย์โมโหมากที่ขวัญตาหลอกด่า
“กรี๊ด...นังขวัญตา แก...แก...”
พิไลพรมองหน้าผ่องทิพย์
“จำไม่ได้หรือไงคะ ฉันเคยบอกคุณว่า...คุณหญิงได้รับการอบรมมาดี ไม่มีทางทำอะไรต่ำๆเหมือนความคิดของคุณหรอก”
ผ่องทิพย์ยิ่งโกรธ
“อ๊าย”
เทพพยายามทำใจเย็น
“ผมขอตัวนะครับคุณหญิง”
เทพรีบดึงผ่องทิพย์ออกไปทันที ทุกคนมองตามใจหายใจคว่ำ ขวัญตายิ้มสะใจ หญิงมานศรีหันมายิ้มให้ขวัญตาอย่างขอบคุณ แต่ขวัญตาเชิดใส่ ลุกเดินจากโต๊ะไป หญิงมานศรีอึ้ง รู้สึกอึดอัด พวงทองมองหญิงมานศรีอย่างเห็นใจ

เทพเปิดประตูผลักผ่องทิพย์เข้าไปในห้องนอน แล้วปิดประตูเสียงเบาที่สุด ด้วยอารมณ์ที่เย็นที่สุด จ้องหน้าผ่องทิพย์ บุญปลูกเดินออกมาจากห้องน้ำ
“น้ำว่านมหาเสน่ห์พร้อมให้แช่แล้วค่ะคุณนาย ว้าย...นายใหญ่”
“ออกไปก่อนไป ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณผ่อง”
“หวาย...นี่ขนาดยังไม่ได้แช่ ก็พากันเข้าห้องแล้วอ่ะ ของอาจารย์เขาเด็ดจริงๆ”
เทพตวาด
“บุญปลูก!”
“ไปแล้วค่ะ”
บุญปลูกรีบออกไปทันที พอบุญปลูกปิดประตูสนิทปั๊บ เทพตบเปรี้ยงไปที่หน้าผ่องทิพย์ทันที
“โอ๊ย!”
“ทีหลังอย่าได้แสดงกริยาแบบนั้นกับคุณหญิงอีกเด็ดขาด”
“ทำไมคะ ผ่องแตะต้องมันไม่ได้เลยเหรอ แสดงว่า คุณตั้งใจจะเคลมเอามันมาเป็นเมียอีกคนจริงๆใช่มั้ย ผ่องไม่ยอม”
ผ่องทิพย์เข้าไปตบตีเทพทันที เทพไม่ได้ปกป้องกลับรู้สึกชอบและมีอารมณ์
“รู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงห้ามเธอ”
“เพราะคุณมันไม่รู้จักพอ!”
ผ่องทิพย์ตบหน้าเทพเปรี้ยง เทพหันกลับมา ยิ่งเพิ่มอารมณ์ให้โหมแรงยิ่งขึ้น เขาขย้ำคอเธอ
“เพราะฉันไม่อยากให้คุณหญิงเสียความนับถือว่าที่เมียหมายเลขหนึ่งของฉันต่างหาก ผ่องทิพย์...เธอเข้าใจฉันหรือยัง...หา!”
ผ่องทิพย์ยิ้มสะใจ เทพมองอย่างกระหาย แล้วลากเข้าไปในห้องน้ำ ผลักตัวผ่องทิพย์ลงในอ่างที่แช่ด้วยน้ำว่านมหาเสน่ห์ เทพมองที่เสื้อผ้าแนบเนื้อด้วยสายตาหิวกระหาย

หญิงมานศรียังนั่งอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารกับพวงทอง ที่ยังคงรับประทานอาหารต่อไปเป็นปกติ พิไลพรเหลือบมองพวงทองแล้วขนลุกแล้วแอบเม้าเบาๆ
“คนอะไร เย็นได้ขนาดนี้...ผีหรือเปล่าเนี่ย”
พวงทองเหลือบมอง พิไลพรหลบตาวูบ หญิงมานศรีไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะกินต่อ พวงทองบอกนิ่งๆ
“ทานต่อเถอะค่ะคุณหญิง ไม่ต้องรอ...คงจะคุยกันยาว”
“หญิงอิ่มแล้วค่ะ”
พิไลพรรีบแย้ง
“แต่เพิ่งจะทานไปนิดเดียวเองนะคะ”
“หญิงอิ่มจริงๆ”
พวงทองตัดบท
“เดี๋ยวดิฉันจะให้เด็กยกเครื่องดื่มกับของว่าง ไปให้ที่ห้องแล้วกันค่ะ”
“ขอบ...”
หญิงมานศรีจะพูดว่าขอบคุณ แต่ พวงทองไม่สนใจฟัง
“ไปจัดการซะกลิ่น”
กลิ่นรับคำ
“ค่ะ”
หญิงมานศรีอึ้งไป เมื่อเจอความเย็นชาของพวงทองที่รวบช้อน ดื่มน้ำเดินออกไป พิไลพรถอนใจ
“คิดจะกลับไปอยู่ที่วังตอนนี้ พรว่ายังทันนะคะ มีแต่ความประหลาด และรังสีรังสีอำมหิตเต็มไปหมดเลย คฤหาสน์อาถรรพ์ชัดๆ”

หญิงมานศรีอึ้งๆ สีหน้าครุ่นคิดหนัก

อ่านต่อตอนต่อไป เวลา 9.30 น.

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 3 (ต่อ)

เช้าวันใหม่...หญิงมานศรีเดินมากับพิไลพรที่ใส่ชุดพยาบาลเตรียมตัวจะออกไปทำงาน

“ที่นี่ไกลจากโรงพยาบาลพรตั้งเยอะ หญิงกลัวพรจะเดินทางเหนื่อยจัง” หญิงมานศรีปรารภขึ้นมา
“พรไม่เหนื่อยค่ะ”
“บ้านพักข้าราชการที่โรงพยาบาลก็มีนี่ ทำไมพรไม่...”
พิไลพรขัดขึ้น “พรจะไม่ไปอยู่ที่ไหนทั้งนั้น พรจะอยู่กับคุณหญิง”
“ขอบคุณนะพรที่เป็นห่วงหญิง แต่หญิงว่า พรคิดมากไปหรือเปล่าจ๊ะ เราอาจจะยังไม่ชินกับวิถีชีวิตของที่นี่ เลยคิดว่ามันแปลกๆ”
“คิดมากไว้ก่อนดีกว่าค่ะ พรเชื่อว่าคุณหญิงเองก็เห็นว่าความยุ่งยากกำลังตั้งเค้า พรไม่มีทางปล่อยให้คุณหญิงอยู่ตามลำพังเด็ดขาด”
หญิงมานศรีอึ้ง
“พรไปนะคะคุณหญิง แล้วเจอกันตอนเย็นค่ะ”
พิไลพรเดินออกไป หญิงมานศรีมองตาม พลางครุ่นคิดเรื่องที่พิไลพรเตือน...

หญิงมานศรีเดินมากับเทพจะเข้าออฟฟิศ ทิวเดินออกมาพอดี เธอเห็นเขาก็ตกใจ ทิวเองก็ชะงักเมื่อเห็นเทพและหญิงมานศรีมาด้วยกัน
“วันนี้เข้ามาเยี่ยมออฟฟิศได้นะ ทิว” เทพทักทาย
“เลยได้รู้....ว่าบริษัทขาดทุน ทั้งๆที่สั่งเพิ่มการผลิตอย่างต่อเนื่อง”
เทพอึ้ง...
“นายกำลังจะบอกอะไรฉัน ฮึ”
“มันน่าสงสัย”
“ว่าฉันโกง...มันดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่เลย ฉันจะโกงบริษัทตัวเองทำไม”
ทิวจ้องหน้า
“ไม่ใช่ของคุณ...แต่เป็นของพ่อผม”
“ทิว ไม่เอาน่า เราคุยเรื่องนี้กันมาหลายครั้งแล้ว”
“เราไม่เคยคุยกัน”
“โอเค...”
“และตอนนี้ผมมีสิทธิ์ตรวจสอบเรื่องนี้ในฐานะหุ้นส่วน ถ้ามีอะไรตุกติก...ผมไม่เอาคุณไว้แน่”
ทิวมองเทพอย่างท้าทาย ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวอย่างดูแคลน หญิงมานศรีคอแข็งทันที ทิวเดินออกไป เทพมองอย่างเกลียดชังก่อนจะรีบตีหน้าเศร้ากับหญิงมานศรีกลบเกลื่อนและเอาดีเข้าตัว
“เขาหวาดระแวงว่าผมโกงและแย่งชิงธุรกิจนี้มาจากพ่อของเขา ผมเสียใจมาก เพราะผมรักทิวเหมือนลูกแท้ๆ...และตั้งใจไว้แล้วว่าเขาคือผู้บริหารคนต่อไปแทนผม”
“น่าเสียดายนะคะ อคติทำให้คนเราพลาดโอกาสสำคัญในชีวิต”
“ครับ น่าเสียดาย ก็ได้แต่ภาวนาว่าสักวัน เขาจะเข้าใจ”
“หญิงเป็นกำลังใจให้คุณเทพนะคะ”
เทพยิ้มรับ พอใจที่หญิงมานศรีหลงเชื่อ โดยไม่ติดใจสงสัยอะไรแม้แต่น้อย

เทพนั่งทำงานอยู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญครับ”
หญิงมานศรีเข้ามาพร้อมเอกสาร
“เอกสารสำหรับเซ็นอนุมัติจากฝ่ายการตลาดค่ะ”
“ครับ”
เทพรับเอกสารมาอ่านแล้วเซ็น เสร็จแล้วส่งคืนให้
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงมานศรีมีท่าทีลังเลอยู่ เทพสังเกตเห็น
“มีอะไรจะคุยกับผมใช่มั้ยครับ คุยมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจนะครับ”
“หญิงมีเรื่องจะเรียนปรึกษาค่ะ หญิงจะขอแยกไปอยู่ต่างหากกับพร อาจจะเป็นบ้านพักพนักงาน หรือว่าบ้านเช่าใกล้ๆออฟฟิศที่นี่ค่ะ”
เทพหน้าตึงทันที
“ทำไมเหรอครับ ผมทำให้คุณหญิงลำบากใจ อึดอัดใจใช่มั้ย”
“คือ...ไม่เชิงหรอกค่ะ แต่มันอาจจะทำให้คนในครอบครัวคุณเทพ รู้สึกไม่เป็นส่วนตัวที่จะมีคนนอกอย่างหญิงมาอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน”
“ไม่มีใครรู้สึกอย่างนั้นหรอกครับ”
“แต่หญิงรู้สึกค่ะ...”
เทพอึ้ง
“คุณเทพคงจะเห็นแล้วนะคะว่า...ภรรยาของคุณไม่ค่อยสบายใจเรื่องหญิงนัก ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมจะดีกว่าค่ะ”
เทพอึ้ง...นึกไม่พอใจเมียๆ แต่ก็ฝืนยิ้มให้หญิงสาว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ผมสัญญากับหม่อมสรัสวดีไว้แล้วว่าจะดูแลคุณหญิงอย่างดีที่สุด ผมต้องทำตามสัญญา...ทุกอย่างที่เป็นความสบายใจของคุณหญิง ผมยินดี”
หญิงมานศรีโล่งใจ
“ขอบคุณค่ะที่เข้าใจหญิง”
“แต่ผมอยากจะขอร้องคุณหญิงเพียงอย่างเดียวครับ และหวังว่าคุณหญิงคงจะไม่ปฏิเสธผม”
หญิงมานศรีแปลกใจ
“อะไรคะ...”
เทพยิ้มอบอุ่น ราวเทพบุตร

เย็นนั้น หญิงมานศรีออกจากออฟฟิศเดินคุยกับเทพที่เดินอย่างสบายๆ
“หญิงรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณถึงกับจะต้องสร้างบ้านหลังใหม่เพื่อหญิง มันมากเกินไป”
“ไม่มากเกินไปหรอกครับ คุณหญิง ผมไม่ได้สร้างให้คุณหญิงโดยเฉพาะซะหน่อย”
หญิงมานศรีชะงัก แปลกใจ
“จริงเหรอคะ”
“ผมตั้งใจจะปลูกเรือนพักรับรองที่เป็นส่วนตัวให้กับแขกของผมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ ตอนนี้คงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะพอดี”
หญิงมานศรียิ้มๆ แต่ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก หันมองไปทางอื่น เทพลอบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวอย่างหลงไหล เธอหันมาพอดี เขารีบหลบสายตาไปทางอื่นเสีย
“สบายใจเถอะครับ...คุณหญิงไม่ได้ทำความลำบากอะไรให้ผมเลย กรุณาอย่าให้ผมผิดคำสัญญากับแม่คุณหญิงเลยนะครับ”
หญิงมานศรีจำใจต้องยอมรับ
“ค่ะ...ขอบพระคุณอีกครั้งนะคะ”
หญิงมานศรีไหว้อย่างงดงาม ซาบซึ้งในน้ำใจ ขณะเดียวกันนั้นล้วนเดินเข้ามาหา
“รถที่นายสั่งให้คุณหญิง เรียบร้อยพร้อมใช้งานแล้วครับ”
ล้วนเอากุญแจรถมาให้เทพ หญิงมานศรีงงๆ
“รถให้หญิง”
“อันนี้ก็ห้ามปฏิเสธครับ เพราะเป็นระเบียบของบริษัท เลขานุการของผมทุกคนต้องมีรถประจำตำแหน่ง จะได้คล่องตัว เวลาติดต่อประสานงานหรือต้องเดินทางไปไหนมาไหน”
เทพยื่นกุญแจให้ หญิงมานศรีค่อยๆไหว้ขอบคุณ รับมา งงๆ เทพมองยิ้มๆ ก่อนจะเดินออกไปกับล้วน หญิงมานศรียังอึ้งๆ กับสิ่งที่เขามอบให้ทั้งบ้านและรถ

หญิงมานศรียืนมองรถประจำตำแหน่งของตัวเองซึ่งเป็นรถเล็กๆใหม่เอี่ยม เธอทำใจยอมรับ จึงเปิดประตูรถ ขับออกไป...หญิงมานศรีขับรถมาตามถนน ชื่นชมกับสองข้างทาง ก่อนจะหยุดรถ รู้สึกอยากรู้อยากเห็น
“ลองขับไปดูทางโน้นดีกว่า...”
หญิงมานศรีตัดสินใจเลี้ยวรถไปทางหนึ่ง สักครู่เธอก็ขับรถมาถึงบริเวณหน้าบ้านทิว รู้สึกชอบบรรยากาศและสงสัยว่าเป็นบ้านใคร หญิงมานศรีจอดรถ แล้วเดินลงไปที่บ้านนั้นทันที เธอมองการตกแต่งที่สวยงามและน่าอยู่ รู้สึกประทับใจ

หญิงมานศรีเดินเพลินจนเข้ามาในตัวบ้าน ทันใดนั้นทิวก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า หน้าตาเขาไม่พอใจมาก หญิงมานศรีผงะ ตกใจ
“ว้าย!”
“กล้ามากนะ...มาที่นี่ทำไม!”
หญิงสาวหันหลัง วิ่งออกไปทันที ทิวมองตามอย่างไม่พอใจ วิ่งตามไปรวบเอวหญิงสาวเอาไว้จนล้มกลิ้งไปด้วยกันทั้งคู่
“ปล่อยฉันนะ!”
“ฉันถามเธอว่าเข้ามาในบ้านฉันทำไม!”
“ฉันไม่รู้ว่าเป็นบ้านนาย”
“โกหก! เธอตั้งใจจะเข้ามาทำอะไร นายเทพมันใช้ให้เธอมาทำอะไร”
“นายพูดอะไร บ้า...ไม่มีใครใช้ให้ฉันมาทั้งนั้น ปล่อยฉันนะ”
หญิงมานศรียิ่งตกใจกลัว เพราะคิดว่าทิวโรคจิตกำเริบ พยายามดิ้นให้พ้นจากพันธนาการของเขาจนสำเร็จ วิ่งหนีหลุดไป ทิวรีบตามไป

หญิงมานศรีวิ่งหนีทิวมาถึงริมน้ำตก แต่ไปต่อไม่ได้ เธอหันมา ทิวย่างสามขุมเข้าหา
“ถ้านายเทพไม่ได้ใช้ให้เธอมา...แสดงว่าเธอมาเอง คิดถึงรสจูบฉันหรือไง”
“หยุดนะ! อย่ามาพูดจาดูถูกจาบจ้วงฉัน”
“พูดให้คอแตกก็ไม่มีทางห้ามฉันได้หรอก คราวที่แล้ว ดันมีมารคอหอย...แต่คราวนี้ เธอไม่รอดแน่”
หญิงมานศรีถอยหลังหนี ลื่น พลาดตกน้ำ
“ว้าย!”
ทิวตกใจ
“เธอ!”
หญิงมานศรีลุกขึ้นยืนทรงตัวได้ เปียกปอน
“ชอบลงน้ำนักหรือไง หรือว่าอยากจะดับไฟสวาทที่ร้อนรุ่มอยู่ข้างใน ใช้น้ำดับไม่ได้หรอก มันต้อง...”
ทิวกระโดดตามลงไปทันที คว้าตัวหญิงสาวมากอด หญิงมานศรีดิ้นรน
“อย่าทำแบบนี้นะ ปล่อย!”
“ปล่อยให้โง่เหรอ เนื้อกำลังจะเข้าปากเสือ"
ทิวจะฟัด จะขยี้ หญิงมานศรีดิ้น
“ปล่อย อย่าทำฉัน ฉันไปทำอะไรให้นาย นายถึงทำกับฉันแบบนี้ ปล่อย”
“เธอไม่ได้ทำ...แต่เจ้านายเธอทำ เธอต้องชดใช้แทนมัน อย่าดิ้นสิ ฉันรู้ว่าจริงๆแล้วเธอก็ชอบ”
หญิงมานศรีหยุดดิ้น มองทิว เชิดหน้าท้าทาย
“เอาสิ...เอาเลย อยากจะทำอะไรฉัน ทำเลย!”
ทิวชะงัก อึ้งไปเมื่อเห็นเธอแข็งกร้าว
“หยุดทำไม!ฉันกำลังจะชดใช้ให้กับคุณเทพ ถ้ามันจะทำให้นายลดอคติ และความเกลียดชังที่มีต่อคุณเทพลงได้ อยากจะทำอะไรฉันก็ทำ!”
ทิวอึ้ง รู้สึกโกรธจนพูดไม่ออก ที่หญิงมานศรีปกป้องเทพจนยอมให้เขาล่วงเกิน
“คิดว่ามีราคาพอที่จะชดใช้ได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ ต่อให้มีหญิงมานศรีเป็นร้อยคนใส่พานมาตอนนี้ ก็ไม่ทำให้ฉันเลิกเกลียดมัน!”
ทิวผลักหญิงหญิงมานศรีจนล้มลงไปในน้ำอีก
“ว้าย!”
ทิวรีบเดินขึ้นจากน้ำตก เดินลิ่วกลับบ้านพักไป หญิงมานศรีมองตามทิว กึ่งโล่งใจ กึ่งเสียใจที่ต้องมาเจอกับสภาวะถูกรังแก เธออึดอัดใจพยายามจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ ค่อยๆเดินขึ้นฝั่งอย่างยากลำบาก เจ็บตามเนื้อตัวไปหมด เธอประคองตัวเองมาที่รถในสภาพเปียกปอนและหนาวสั่น ทิวแอบมองมาจากในบ้าน เห็นสภาพของหญิงสาวแล้วแอบหวั่นไหว นึกสงสาร แต่ก็รีบดึงความรู้สึกตัวเองกลับมา
“เชอะ...สั่นเป็นลูกนกตกน้ำ ผู้หญิง มารยาร้อยเล่มเกวียน”
ทิวเดินหนี ไม่ใส่ใจอีกต่อไป หญิงมานศรีขึ้นรถแล้วขับออกไป

หญิงมานศรีเข้ามาในห้อง เดินไปที่กระจกเงา เห็นตามเนื้อตัวเป็นรอยฟกช้ำ เธอคิดถึงความกักขฬะของเขา
“โรคจิต ชอบความรุนแรง...”

หญิงสาวรีบเดินเข้าห้องน้ำไป เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า


ผ่องทิพย์เดินหน้าเหวี่ยงเข้ามากับบุญปลูก เตรียมจะไปเอาเรื่องหญิงมานศรีที่ห้องข้างบน บุญปลูกตามมาติดๆ

หญิงมานศรีเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ยังรู้สึกหนาว และรู้สึกมึน เวียนหัว เหมือนจะไม่สบาย เสียงเคาะประตูกระหน่ำรัว หญิงสาวตกใจ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู ผ่องทิพย์ยืนหน้าบอกบุญไม่รับ
“เธอไปอ้อนขอรถจากคุณเทพไม่พอ ยังจะขอให้คุณเทพปลูกบ้านให้อีก มันไม่เกินฐานะเลขาขี้ข้าหน้าห้องไปหน่อยหรือไง หา!”
หญิงมานศรีตกใจ ตั้งตัวไม่ติด
“เอ่อ...คือ หญิง...”
บุญปลูกเสริม
“อุ๊ย...คำก็หญิงอย่างนั้น หญิงอย่างนี้ ฟังแล้วขนลุกหูยังไงไม่รู้นะคะคุณนาย ขา”
ผ่องทิพย์จิกตามอง
“เลิกดัดจริตตีหน้าใสชูคอเป็นนางหงส์ทั้งๆที่จริงๆแล้วหล่อนน่ะเป็นปลิงมาเกาะผัวฉัน”
หญิงมานศรีพยายามอธิบาย
“ดิฉันไม่ได้ร้องขอสิ่งเหล่านี้จากคุณเทพ”
บุญปลูกเสนอหน้ามาถาม
“ต๊าย จะบอกว่าคุณเทพเป็นคนให้เอง...หวังจะรวบเลขามาเป็นภรรยาอีกคนแหงๆค่ะคุณนายขา”
ผ่องทิพย์หันไปปราม
“นังบุญปลูก หยุดสาระแนได้แล้ว เงียบ!”
บุญปลูกจ๋อย หญิงมานศรีตัดบทไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย
“หญิงต้องการพักผ่อน ไม่อยากคุยเรื่องไร้สาระ ขอตัวค่ะ”
หญิงมานศรีจะปิดประตู ผ่องทิพย์รั้งเอาไว้
“ฉันยังคุยไม่จบ”
“คุณต้องการอะไรอีก”
ผ่องทิพย์ลุยเข้าไปในห้องทันที บุญปลูกตามเข้าไปด้วย หญิงมานศรีหน้าตื่น
“หยุดนะ จะทำอะไร”

ทิวนั่งไม่เป็นสุข เข้มที่กำลังเตรียมอาหารเย็นให้มองอย่างแปลกใจ
“นายเป็นอะไร ผุดลุกผุดนั่งตั้งแต่เข้มเอาข้าวมาให้แล้ว เป็นริดสีดวงเหรอ”
“ทะลึ่ง!”
“มากินข้าวดีกว่านาย”
“ฉันยังไม่หิว”
พวงทองเดินเข้ามา ถือตะกร้าผลไม้มาด้วย ทิวอึ้ง ทำเฉยๆ เดินไปกินข้าวทันที
“เร็วๆสิวะ ฉันหิว ชักช้า”
เข้มงงๆ
“เมื่อกี้ถาม...บอกไม่หิว”
“เพิ่งจะหิว”
พวงทองวางตะกร้าผลไม้ลงใกล้ๆ
“เมื่อเช้าไปทำบุญให้คุณพ่อคุณแม่มา...มีผลไม้แบ่งมาให้ทิวและเข้มด้วย”
เข้มยิ้มรับ
“ขอบพระคุณครับ คุณพวงทอง”
ทิวกระแทกเสียง
“แกเอาไปกินเหอะ ฉันไม่กิน”
พวงทองทำเป็นไม่สนใจ
“เข้ม รู้หรือเปล่าจ๊ะว่าคุณหญิงมานย์เขาไปตกน้ำตกท่าที่ไหนมา เห็นตัวเปียกโชกเข้าไปในบ้าน ท่าทางจะไม่สบายด้วย เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ลงมาทานอาหารเย็น”
ทิวสำลักข้าว...เข้มงงๆ
“ไม่ทราบครับ เอ๊ะ...หรือว่า...”
เข้มหันมองนายของตนเอง ทิวโวยวายทันที
“ไม่รู้ไม่เห็นเว้ย”
พวงทองถอนใจ
“แล้วไปเถอะ อย่าให้เป็นเพราะถูกใครรังแกอีกเลย น่าสงสาร ผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำได้ลงคอ”
พวงทองเดินกลับออกไป ทิวเป็นกังวลเรื่องหญิงมานศรี เข้มลอบมองนายไม่วางตา...ทิวกินข้าวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

บุญปลูกกำลังรื้อเสื้อผ้าของหญิงมานศรีออกมาจากตู้
“หยุดนะ ฉันบอกให้หยุด!”
หญิงมานศรีจะเข้าไปห้าม แต่ถูกผ่องทิพย์สกัดเอาไว้ พร้อมออกคำสั่ง
“เอาออกมาให้หมด นังบุญปลูก กลับกรุงเทพไปเลยนะ ฉันขอไล่แกออก”
“คุณไม่มีสิทธิ์ ฉันทำงานให้กับคุณเทพ ไม่ใช่คุณ”
“ต๊าย หน้าด้าน แต่ฉันเป็นเมียคุณเทพ ฉันมีสิทธิ์ นังบุญปลูก เอาไปกองไว้ข้างหน้า ไล่ให้มันออกไป ก่อนคุณเทพจะกลับมา เร็ว!”
บุญปลูกเข้าไปรื้อข้าวของกระจัดกระจาย ขวัญตาเข้ามาดูที่ประตูห้อง
“ว้าย ทำอะไรกันน่ะ”
ผ่องทิพย์หันไปตวาด
“ไม่ต้องสาระแน!”
ขวัญตาไม่พอใจผ่องทิพย์ หญิงมานศรีชักโมโห
“ฉันจะพูดดีๆเป็นครั้งสุดท้ายว่าให้หยุดรื้อข้าวของของฉัน ไม่อย่างนั้น...”
ขวัญตาเข้าไปจิกหัวผ่องทิพย์
“นิสัยทรามๆต่ำๆแบบนี้ ไม่ต้องพูดดีด้วยแล้วค่ะ คุณหญิง ขวัญตาช่วย”
“กรี๊ด นังขวัญตา”
“มานี่เลย ชอบระรานชาวบ้านเขานัก ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
ขวัญตาจิกหัวลากผ่องทิพย์ออกไปนอกห้องทันที บุญปลูกตาม
“คุณขวัญตา ปล่อยคุณนายเดี๋ยวนี้นะ”
“อยากโดนตบด้วยอีกคนก็ตามมา”
บุญปลูกไม่อยากโดนตบ หลบอยู่หลังเสาทันที ผ่องทิพย์ดิ้น
“นังขวัญตา ปล่อยฉัน นังบ้า นังคางคก แกกล้าทำฉันเหรอ”
ขวัญตาลากผ่องทิพย์ออกไป หญิงมานศรีโล่งอก เพลียใจ พิไลพรหน้าตาตื่นเข้ามา เห็นสภาพห้องแล้วตกใจ
“คุณหญิง เกิดอะไรขึ้นคะ”
“พร...”

หญิงมานศรียิ้มออก เมื่อพิไลพรกลับมา

ด้านผ่องทิพย์สะบัดจนหลุดจากขวัญตา
“นังขวัญตา!”
เทพเข้ามากับพวงทอง ขวัญตาแกล้งทรุดลงร้องไห้ทันที
“พี่ผ่อง ขวัญตาขอร้องนะคะ อย่าทำอะไรคุณหญิงเลยนะคะ”
ผ่องทิพย์อึ้ง
“คุณเทพ...”
หญิงมานศรีและพิไลพรเข้ามา บุญปลูกแอบๆอยู่ใกล้ๆ เทพมองหน้าผ่องทิพย์สายตากร้าว
“ผ่องทิพย์ทำอะไรขวัญตา”
ผ่องทิพย์อึกอัก
“ผ่อง...”
ขวัญตาฟ้องทันที
“พี่ผ่องพยายามจะไล่คุณหญิงออกจากบ้าน ขวัญตาเข้าไปห้ามก็ไม่เชื่อ กลับด่าขวัญตาว่าอย่าสะระแน และก็สั่งไม่ให้บอกคุณเทพ”
“นังขวัญตา! นังงูพิษ”
ผ่องทิพย์เข้าไปตบขวัญตาหน้าหัน
“โอ๊ย! คุณเทพขา ช่วยขวัญตาด้วย พี่ผ่องบ้าไปแล้ว หึงจนหน้ามืดตามัว”
“เออ ฉันหึง มีอะไรมั้ย ผัวฉันทั้งคนฉันก็ต้องแสดงความเป็นเจ้าของก่อนที่จะมีใครแอบมาลักกินขโมยกิน”
หญิงมานศรีโกรธมาก
“หญิงขอประกาศไว้ตรงนี้ ว่าคนอย่างหญิงมีศักดิ์ศรี ไม่เคยคิดไปแย่งสามีใคร แต่ถ้ายังไม่เชื่อ หญิงก็ต้องปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง...อยากรู้ว่าหญิงจะปกป้องยังไง ก็ลองดู!”
หญิงมานศรีแข็งกร้าวใส่จนทุกคนอึ้ง แล้วกลับเข้าห้องไปพร้อมพิไลพร เทพแอบไม่พอใจผ่องทิพย์อย่างมาก ผ่องทิพย์เข้าไปหาเทพ หวังจะอ้อน
“คุณเทพขา...”
เทพสะบัดผ่องทิพย์อย่างแรง จนเซ ล้มลงไปกับพื้น พวงทองเข้าไปประคอง
“ผ่อง...”
ผ่องทิพย์สะบัด
“ไม่ต้องมายุ่ง!”

ผ่องทิพย์ลุกขึ้นมาเอง เดินออกไปด้วยความแค้นใจ บุญปลูกตามติด พวงทองถอนหายใจ เบื่อหน่ายเหลือทน

อ่านต่อหน้า 4 เวลา 17.00 น.

เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 3 (ต่อ)

ค่ำนั้น พิไลพรจัดเสื้อผ้าข้าวของเข้าที่เรียบร้อย หญิงมานศรีนอนอยู่บนเตียงยังลืมตาไม่ได้หลับ พิไลพรเดินเข้ามาดูอย่างสงสาร

“คุณหญิงคะ...พรว่า...”
“หญิงจะอยู่ที่นี่ต่อไป ถ้าหญิงถอดใจ ก็เหมือนหญิงยอมจำนนกับข้อกล่าวหาของทุกคน”
พิไลพรถอนใจ
“คนเราให้เข้มแข็งมากแค่ไหน แต่ถ้าต้องถูกบีบคั้นกดดันทุกวัน...คุณหญิงจะไหวเหรอคะ ไหนจะคุณทิวนั่นอีก คนแถวนี้ รู้จักคำว่าเหตุผลบ้างมั้ยเนี่ย”
“หญิงจะพยายามคิดว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้...ยิ่งเขาร้ายกับหญิงมากเท่าไหร่ หญิงจะยิ่งคิดว่าเขาไม่มีตัวตนมากขึ้นเท่านั้น”
พิไลพรมองย่างเห็นใจ หญิงมานศรีค่อยๆล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนเพลีย
“หญิงง่วงแล้วล่ะพร”
พิไลพรห่มผ้าให้อย่างเบามือ
“คุณหญิงของพรเข้มแข็งเสมอ แล้วพรุ่งนี้ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นค่ะ”
หญิงมานศรียิ้มให้พิไลพร พลางหลับตาลงอย่างช้าๆ พิไลพรปิดไฟ เหลือเพียงโคมไฟหัวเตียงแล้วเดินออกไป หญิงมานศรีลืมตาขึ้นอีกครั้ง น้ำตาคลอหน่วย
“ท่านพ่อขา...หม่อมแม่ขา...ช่วยมอบพลังและความเข้มแข็งให้หญิงด้วย”

หม่อมสรัสวดีรีบมารับโทรศัพท์ เมื่อแม่บ้านบอกว่าโทรมาจากไร่ทัดเทพ
“หม่อมหม่อมสรัสวดีกำลังพูดสายค่ะ”
ผ่องทิพย์เป็นคนโทรมา พูดกวนอารมณ์ทันที
“อ้อ...เสด็จกลับวังได้แล้วเหรอคะ หม่อม โทรหาตั้งนานเพิ่งจะเจอตัว”
หม่อมสรัสวดีไม่พอใจ
“แม่บ้านฉันบอกว่า...เป็นคนจากทางไร่ทัดเทพโทรมา คิดว่าจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ท่าทางจะไม่ ฉันจะวางสายแค่นี้”
ผ่องทิพย์รีบพูดอย่างโมโห
“เรื่องลูกสาวหล่อน ออดอ้อนขอนั่นนี่จากผัวฉันแบบไม่เกรงใจเมียๆที่นั่งหัวโด่กันอยู่ตั้งสามคน ไม่สำคัญได้ยังไง”
หม่อมสรัสวดีอึ้ง
“ลูกหญิงฉันไม่เคยเอ่ยปากขออะไรจากใครก่อน”
“ผัวฉันก็ไม่เคยถวายพานอะไรให้ใคร ถ้าไม่ดัดจริตมารยาจนเขาต้องใจอ่อน”
“ดิฉันว่าคงมีการเข้าใจอะไรผิดกันแน่ๆ”
“เสียเวลาคุย! รีบมารับตัวลูกสาวหม่อมกลับไปเลยไป อยากหาสามีให้ลูก ก็ไปหาที่อื่น ไม่ต้องหาแถวนี้ เพราะคุณเทพมีเจ้าของแล้ว”
ผ่องทิพย์วางสายโครม อย่างสะใจ...สรัสดีโกรธจัด ค่อยๆวางหูโทรศัพท์ลงออย่างแค้นใจมาก

ผ่องทิพย์สะใจ จะเดินกลับ พวงทองเข้ามา
“ทำแบบนั้น มันไม่เป็นผลดีกับตัวเองเลยนะผ่อง”
“ทำอะไร”
“ก็เห็นอยู่ว่าคุณเทพไม่พอใจที่ผ่องไปไล่คุณหญิง”
“จะรู้ได้ไง ถ้าพี่พวงไม่บอก”
“แล้วผ่องไม่คิดบ้างเหรอว่าหม่อมเขาจะบอกคุณเทพเอง เขาเป็นเพื่อนกัน”
“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ไม่กลัว คุณเทพจะได้รู้ว่าฉันไม่ยอมจริงๆ! และต้องไล่นังผู้ดีนั่นออกไป”
พวงทองเอือมกับท่าทีของผ่องทิพย์

หญิงมานศรีดิ้นไปดิ้นมาเพราะฝันร้าย ภาพในความฝันเห็นทิวยืนอยู่ข้างเตียง หญิงมานศรีตกใจกลัว ถอยหนี
“เข้ามาได้ยังไง ออกไปนะ”
“เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก หญิงมานศรี ฉันจะทรมานเธอไปจนตาย”
ทิวโถมร่างเข้าหา...หญิงมานศรีสะดุ้งดื่น ตกใจ หายใจหอบถี่ ก่อนจะโล่งใจเมื่อพบว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน

เช้าวันใหม่...พวงทองใส่บาตรพระ โดยมีกลิ่นคอยช่วย ทิวเดินเข้ามา พวงทองเห็น ทิวชะงัก พวงทองพยักหน้าให้ทิวเข้ามาใส่บาตรด้วยกัน...ทิวตัดสินใจเดินเข้าไป รับของจากพวงทองแล้วใส่บาตรให้พระที่เหลือ ทุกคนรับพรจากพระเสร็จ พระเดินไป พวงทองหันไปถามน้องชาย
“อย่าบอกพี่นะว่าเช้านี้ทิวตั้งใจจะมาใส่บาตรกับพี่”
“เปล่า”
“แล้วมีธุระอะไรเหรอ”
ทิวจะถามถึงหญิงมานศรีแล้วก็เปลี่ยนใจ
“ไม่มีอะไร”
ทิวเดินออกไป พวงทองมองตามสงสัย

หญิงมานศรียังนอนอยู่บนเตียง พิไลพรเดินเข้ามามองอย่างแปลกใจ
“คุณหญิง สายแล้วนะคะ ยังไม่ตื่นอีกเหรอคะ”
หญิงมานศรียังนอนนิ่ง พิไลพรเดินไปปลุก แล้วก็สะดุ้ง
“ตัวร้อนจี๋เลยคุณหญิง”
“พร...หญิงปวดหัวจัง”
“คุณหญิงไม่สบายน่ะค่ะ ไข้สูงมากเลย เดี๋ยวพรหายาลดไข้ให้ทานแล้วพาไปหาหมอดีกว่านะคะ”
พิไลพรรีบเดินออกไป...
พิไลพรเดินมา มองหาใครที่พอจะช่วยเหลือได้ พวงทองเดินออกมา
“คุณพวงทองคะ จะรบกวนหน่อยได้มั้ยคะ พรจะพาคุณหญิงไปโรงพยาบาลหาคนช่วยขับรถให้หน่อยได้มั้ยคะ”
“คุณหญิงไม่สบายเหรอคะ”
“ค่ะ”
“ตอนนี้ไม่มีใครเลย คุณเทพก็ออกไปแต่เช้า...” พวงทองคิดออก “รอสักครู่ค่ะ”
พวงทองเดินไปยกหูโทรศัพท์ โทรหาทิวทันที

ทิว เดินมามุมหนึ่งของคฤหาสน์กะจะไปดูหญิงมานศรี แต่เปลี่ยนใจ
“ไม่สบาย คงไม่ถึงตายหรอกมั้ง”
ทิวก้าวเดินออก ทันใด เสียงมือถือของเขาขึ้น ทิวแปลกใจ รับสาย
“ฮัลโหล...”
“ทิว...พี่มีเรื่องอยากให้ทิวช่วย หรือจะพูดให้ถูก มารับผิดชอบ”
“รับผิดชอบ เรื่องอะไร”
“คุณหญิงมานย์ไม่สบายมาก ต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!”
ทิวตกใจ
“อะไรนะ”

ทิวขับรถมาส่งหญิงมานศรีที่โรงพยาบาล...พยาบาลเข็นรถนั่งของหญิงมานศรีออกมาจากห้องตรวจ พิไลพรตามมาด้วย พยาบาลเดินออกไป ทิวยืนรออยู่ อยากรู้อาการแต่ทำฟอร์ม หญิงมานศรีไม่มองหน้าเขาเลย
“เป็นไง ใกล้ตายหรือยัง จะรอดถึงพรุ่งนี้หรือเปล่า”
หญิงมานศรีมองทิวตาเขียว พิไลพรหันถามทิว
“คุณทิวคะ...เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ เดี๋ยวพรพาไปตรวจที่แผนกจิตเวช หน่อยดีมั้ย”
“ผมไม่ได้บ้านะคุณพร”
“คุณหญิงของพรเป็นคนดีที่สมควรได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติ มีแต่คนบ้า เท่านั้นล่ะค่ะที่มองคุณหญิงเป็นอย่างอื่น”
หญิงมานศรีหลุดหัวเราะ ทิวสะอึก ไม่พอใจ หญิงมานศรีรีบเก็บอาการ ทำบึ้งตึง
“แล้วยังไงต่อ ต้องนอนโรงพยาบาลหรือเปล่า”
“เป็นหวัดปกติธรรมดาน่ะค่ะ แต่แค่ไข้สูงเท่านั้นเอง รับยาแล้วก็กลับบ้านได้”
ทิวแอบโล่งใจ
“ทำเป็นอวดเก่ง เกิดชักตายระหว่างทางทำไง”
พิไลพรเข้าไปชวนทิว
“ไปค่ะคุณทิว ไปตรวจสแกนสมองซะหน่อย”
ทิวตัดบท
“เดี๋ยวไปรับยาให้ รออยู่นี่แหละ”
ทิวหน้าเข้มเดินออกไป พิไลพรมองตามอย่างไม่ชอบใจ
“ปากเสียได้อีก หลงคิดว่าเป็นคนดี ฮึ...คนเราดูกันที่หน้าตาอย่างเดียวไม่ได้เลยจริงๆ”
พยาบาลเดินมาหาพิไลพร
“พิไลพร คุณหมอเดชถามหาแน่ะ”
“ได้...คุณหญิงรออยู่นี่แป๊บนะคะ เดี๋ยวพรมา ไม่ต้องห่วงค่ะ พรจะไม่ปล่อยให้ คุณหญิงอยู่กับคุณทิวสองต่อสองเป็นเวลานานๆเด็ดขาด”
“จ๊ะ”
พิไลพรออกไป หญิงมานศรีมองไปรอบๆ เห็นผู้คนพลุกพล่าน เธอรู้สึกเวียนหัว พยายามมองหามุมที่ไม่ค่อยมีคน เห็นมุมพักผ่อนอยู่มุมหนึ่ง ใกล้ๆ หญิงสาวค่อยๆลุกเดินไปนั่ง

หม่อมสรัสวดีลงจากรถ ที่หน้าคฤหาสถ์ มองเข้าไปด้านในด้วยแววตานางเสือที่พร้อมจะล่าเหยื่อ
เธอเดินเข้าไปในคฤหาสน์ทันที พวงทองกับกลิ่นเดินออกมาต้อนรับ หม่อมสรัสวดีประกาศกร้าว
“คุณผ่องทิพย์อยู่ไหน!”

ทุกคนรู้สึกหวาดหวั่นในใจ


หม่อมสรัสวดีนั่งดื่มชาอย่างสงบนิ่ง ใจเย็นอยู่ริมสระว่ายน้ำ ผ่องทิพย์เดินเข้ามาอย่างถือดี

“อยากจะพบฉัน มีอะไรไม่ทราบ”
“เชิญนั่งสิ”
“ไม่นั่ง เพราะคิดว่า คุยไม่นาน”
“ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่แบบนี้ ไม่มีมารยาทนะ สำเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุลจริงๆ”
“สกุลฉันก็แค่ชาวบ้านธรรมดา...ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพเหมือนสกุลของพวกเธอ...ปากหวานพูดจาเพราะมารยาทงาม แต่พฤติกรรมต่ำตม”
หม่อมสรัสวดีหัวเราะร่วน รินน้ำชาร้อนๆลงถ้วยอย่างสบายใจ ถือถ้วยชาลุกขึ้นเดินจิบช้าๆ
“ถ้าเธอมีดีพอที่จะมัดใจสามีได้ ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งสามีหรอก”
“ผู้ชายไม่ใช่พระอิฐพระปูน เจอผู้หญิงร่าน เสนอตัวให้ท่าทุกวันแบบนี้ แม่พระที่ไหนก็เอาไม่อยู่หรอก”
หม่อมสรัสวดีมองเหยียด
“คงเคยร่านและเสนอตัวแบบนี้มาก่อนสินะ เลยกลัวว่าจะมีคนอื่นมาทำบ้าง”
“กรี๊ด!”
ผ่องทิพย์ จะเข้าไปตบ หม่อมสรัสวดีเบี่ยวตัวหลบ ทำให้ผ่องทิพย์พลาด หล่นลงไปในสระว่ายน้ำ หม่อมสรัสวดีมองอย่างสะใจก่อนจะเดินไปใกล้ขอบสระ พูดอย่างเคร่งเครียด จริงจัง
“สิ่งที่ควรจะอยู่ประดับบนตัวเรือนแหวนที่มีราคาอย่างคุณเทพ คือเพชรเม็ดงามอย่างลูกหญิงของฉัน...ไม่ใช่พลอยหุงอย่างเธอ”
ผ่องทิพย์แค้นจัด
“แก...”
“ใช่...ได้ยินชัดแล้วนะ เตรียมนับถอยหลังถึงวันที่เธอจะถูกเฉดหัวออกไปจากที่นี่ได้เลย”
เทพเดินเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นครับหม่อม”
ผ่องทิพย์จะฟ้อง
“ก็นังหม่อม...”
หม่อมสรัสวดีสวนขึ้น
“ภรรยาของคุณคงจะหึงคุณจนร้อนไปหมดทั้งตัว นอกจากโทรไปด่าลูกหญิงกับดิฉัน แถมขับไล่ไสส่งสารพัดด้วยคำหยาบคายแล้ว...ยังจะทำร้ายดิฉันอีกด้วย”
เทพชะงักอึ้งโกรธมาก
“ผ่องทิพย์!”
หม่อมสรัสวดีเดินเชิดออกไป เทพเดินตามไป ผ่องทิพย์กรี๊ดลั่นอย่างเจ็บใจ

หญิงมานศรีนั่งพักอยู่ที่มุมหนึ่งของโรงพยาบาล ทันใดนั้นมีมือมือหนึ่งกระดำกระด่างมาแตะที่ไหล่ หญิงมานศรีสะดุ้งหันไป ชายสูงวัย หลังงุ้ม หน้ามีแผลเป็น ในชุดผู้ป่วยใน ท่าทางป้ำๆเป๋อ ยืนอยู่ข้างหลังคว้าข้อมือหญิงมานย์เอาไว้
“หนีเร็ว หนี หนีๆๆๆ”
หญิงมานศรีตกใจมาก เรี่ยวแรงก็แทบจะไม่มี
“ลุงคะ ปล่อยหนู ช่วยด้วย!”
ลุงมิตรเข้ามากอด
“ระวัง หนีสิ บอกให้หนีไป”
หญิงมานศรีตกใจกลัวมาก
“กรี๊ด!”
ทิววิ่งเข้ามาแยกตัวหญิงมานศรีออกมาจากลุงมิตร
“อย่านะ ปล่อยลุง ปล่อย!”
หญิงมานศรีโผเข้ากอดทิวอย่างหาที่พึ่ง ชายหนุ่มกอดหญิงสาวกระชับแน่น กันเอาไว้ให้ห่างจากลุงมิตร ลุงมิตรมองหน้าทิวแล้วชะงัก ทิวก็ชะงัก มองหน้าลุงมิตรคุ้นๆ พิไลพรเข้ามากับเจ้าหน้าที่
“เจอตัวแล้ว จับไว้เร็ว”
เจ้าหน้าที่ช่วยกันจับลุงมิตรเอาไว้ แล้วพาตัวออกไป หญิงมานศรียังคงซบกับอกของเขา ทิวกอดเอาไว้ ลืมตัวปลอบ
“ไม่เป็นไรแล้ว เค้าไปแล้ว”
หญิงมานศรีรู้สึกตัว ผละออกจากอ้อมอกของเขาทันที รู้สึกประดักประเดิด ทิวเองก็รีบตีหน้าขรึม พิไลพรเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง
“คุณหญิง ตกใจมากมั้ยคะ”
หญิงมานศรีพยักหน้า
“คนไข้จิตเวชที่โรงพยาบาลรับเป็นผู้ป่วยอนาถาไว้นานแล้วค่ะ พรต้องดูแลเคสนี้เป็นพิเศษ” พิไลพรหันไปถามทิว “รับยาแล้วใช่มั้ยคะ”
“รับแล้ว”
“ฝากคุณหญิงกลับด้วยนะคะคุณทิว”
หญิงมานศรีรีบกระซิบถามพิไลพร
“ไหนพรบอกว่าจะไม่ปล่อยให้หญิงอยู่กับนายนี่สองต่อสองไง”
“มันจำเป็นนี่คะคุณหญิงขา...น่า ครั้งเดียว” พิไลพรหันไปหาทิว “ห้ามโรคจิตใส่คุณหญิงอีกนะคะ ไม่อย่างนั้น พรจะถือว่าคุณเป็นศัตรูโดยถาวร พอกันที”
ทิวพยักหน้าเซ็งๆ พิไลพรรีบวิ่งออกไป ทิวบ่นลอยๆ
“ถ้าเป็นไปได้ ไม่อยากยุ่งเลยด้วยซ้ำ”
หญิงมานศรีฉุนกึก
“นายก็ไม่มีตัวตนสำหรับฉันเหมือนกัน!”
“เอ๊า มัวแต่สำบัดสำนวน รีบๆเดินไปเร็ว ฉันต้องไปทำงาน”
หญิงมานศรีเดินไปอย่างช้าๆ ทิวหันมาเร่ง
“เร็วๆ อ้อยอิ่งอยู่ได้ ไม่ได้มีเวลาให้เดินทั้งวันหรอกนะ”
“ฉันไม่สบาย!”
“แต่ก็ไม่ได้โคม่า อย่ามาทำสำออย”
“ฉันไม่ได้สำออย”
“รำคาญ”
ทิวเดินนำหน้าไป หญิงมานศรีเจ็บใจ จำใจเพิ่มความเร็วเดินตามไป

ทิวขับรถมาจอดหน้าคฤหาสน์...
“ถึงแล้วลงไป”
ทิวไล่ หญิงมานศรีจะลง
“เป็นผู้ดีซะเปล่า แต่ไม่มีสมบัติผู้ดีเอาซะเลย”
หญิงมานศรีหันขวับไปมองหน้า
“อะไรของนายอีก”
“ขอบใจสักคำน่ะพูดเป็นมั้ย”
หญิงมานศรีเชิด
“ทำไมต้องขอบใจ ในเมื่อนายเป็นคนทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้”
หญิงมานศรีหันเดินออกไป ทิวจะโต้ตอบ แต่หญิงสาวเห็นรถของวังกฤตยาจอดอยู่ก็ดีใจมาก จนลืมป่วย
“หม่อมแม่ พี่ชาย”
หญิงมานศรีรีบเดินเข้าไปในคฤหาสถ์ ทิวมองตามอย่างหมั่นไส้ ขับรถออกไปอย่างหงุดหงิด

หญิงมานศรีวิ่งเข้ามาด้วยความดีใจ หม่อมสรัสวดีและเทพเดินออกมา
“หม่อมแม่คะ...”
“ลูกหญิง!”
หม่อมสรัสวดีเข้าไปกอดลูกสาวอย่างคิดถึง
“เป็นไงบ้างลูก ไม่สบายมากเลยใช่มั้ย แล้วใครพาไปหาหมอ พิไลพรอยู่ไหน”
หญิงมานศรีอึกอัก
“เอ่อ...”
พวงทองเข้ามา
“ทิว น้องชายของดิฉันเป็นคนพาคุณหญิงไปโรงพยาบาลค่ะ”
เทพชะงัก
“อะไรนะ!”
“ค่ะ ทิว”
เทพหน้าเครียดก่อนจะปรับสีหน้าแล้วบอก
“ทิวเป็นน้องชายของพวงทองและเป็นหุ้นส่วนของที่นี่ด้วยครับ ความจริงคุณหญิงน่าจะบอกผม”
“ไม่อยากรบกวนค่ะ”
“พอดีทิวอยู่ใกล้ๆ แล้วก็ไม่มีใครที่พอไว้ใจได้ ฉันเลยให้ทิวเป็นคนดูแลคุณหญิง” พวงทองอธิบาย
“แต่นายทิว...”
เทพยังพูดไม่จบ หญิงมานศรีรีบตัดบทไม่อยากพูดถึงทิวให้แม่เป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ หญิงไปหาหมอเรียบร้อยดีแล้ว”
“วันนี้พักสักวันนะครับ...ไม่ต้องไปทำงานหรอก”
“แต่หญิงยังมีงานค้าง...ตอนนี้หญิงก็ไข้ลดแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วค่ะ”
“อย่าดื้อสิครับ...”
หม่อมสรัสวดีเห็นด้วยกับเทพ
“นั่นสิลูก อย่าดื้อ”
“ค่ะ”
“เชิญหม่อมพักตามสบายนะครับ ผมเสร็จจากประชุมข้างนอกแล้วจะรีบกลับมา พวงทองดูแลหม่อมกับคุณหญิงด้วยนะ”
“ค่ะ”
พวงทองเดินออกไป เทพยิ้มให้หม่อมสรัสวดีและหญิงมานศรี ก่อนจะเดินออกไปหน้าเครียด หม่อมสรัสวดีหันมาจ้องหน้าลูกสาว
“ดูคุณเทพไม่ไว้ใจนายทิวอะไรนั่น มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก”
หญิงมานศรีอ้ำอึ้ง

ทิวเดินเข้ามาหน้าโรงงาน เข้มวิ่งเข้ามาหา
“นาย...คุณหญิงเลขาเป็นไงบ้าง”
“ยังเปรี้ยวใส่ฉันได้อีกนาน”
“ถามจริง...นายใช่มั้ย ทำคุณหญิงป่วยอ่ะ แล้วทำเป็นขรึม จริงๆก็รู้สึกผิดใช่มั้ยล่ะ เลยพาเขาไปหาหมอเองน่ะ”
ทิวตัดบท
“มอเตอร์ไซค์อยู่ไหน จะไปดูไร่”
“ข้างหลัง”
ทิวเดินไป เข้มมองตามยิ้มๆ ลูกน้องล้วนสองคนที่ซุ่มดูอยู่ รีบผลุบหายออกไป

เทพเดินมา ขณะที่ล้วนคุยมือถืออยู่ เห็นเทพเลยถือหูค้างไว้หันมาบอกนาย
“มันกำลังจะออกไปดูไร่ครับ”
“เอาให้หยอดน้ำข้าวต้ม จะได้อยู่ห่างๆคุณหญิงของฉัน”
“ครับนาย”
เทพเดินออกไป ล้วนสั่งการต่ออย่างรู้กันในหมู่ลูกน้อง
“เฮ้ย...ระดับสอง!”

ล้วนวางสาย เดินตามเทพไป

(โปรดติดตามอ่าน ตอนต่อไป เวลา 17.00 น.)
เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 6
เกิดเป็นหงส์ ตอนที่ 6
ในขณะที่ ทิวและเข้มขี่มอเตอร์ไซค์มาตามทาง ทันใดนั้นรถกระบะก็เร่งความเร็วเข้ามาจนแซงมอเตอร์ไซค์ทิวแล้วจอดขวางเอาไว้ ทิวและเข้มตกใจ จอดรถทันที “เอาแล้วไง...” “เตรียมตัวไอ้เข้ม” ทิวและเข้มรีบลงจากมอเตอร์ไซค์ ล้วนและสมุนลงมาจากรถ “หยุดเจรจากันก่อนสักครู่สิ คุณทิว” “จะเจรจาอะไร ถนัดแต่เรื่องลอบกัด ทำเรื่องซึ่งๆหน้าเป็นด้วยหรือไง” “คุณทิว ผมอุตส่าห์สร้างบรรยากาศให้รู้สึกชื่นมื่นทั้งสองฝ่าย อย่ากวนให้น้ำขุ่นน่า” “ถ้าไม่อยากให้กวน ก็เอารถออกไป ฉันไม่มีอะไรจะเจรจากับแก ไปไอ้เข้ม!” ทิวหันหลังจะเดินกลับไปที่มอเตอร์ไซค์ แต่เจอล้วนคว้าตัวเอาไว้ “เดี๋ยวสิคุณทิว” ทิวสะบัดออก “เฮ้ย!”
กำลังโหลดความคิดเห็น...