xs
xsm
sm
md
lg

พริกกับเกลือ ตอนที่ 7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พริกกับเกลือ ตอนที่ 7
 

ศยามรับใบรับงานมาจากแต๋ว
 
“ขอบคุณครับ”
แต๋วหน้าตึง เสียงตึง
“ไม่เป็นไร”
ศยามรู้สึกถึงความผิดปกติในน้ำเสียง แต๋วรีบเดินออกไป พอดีลุงแปลงเดินเข้ามา
“แต๋ว...ไอ้โพไปไหน หยุดงานเหรอ”
“ไม่ทราบจ๊ะ ตัวไม่ได้ติดกัน”
แต๋วรีบเดินออกไปทันที ลุงแปลงมองตามแต๋วงงๆ
“เฮ้ย...อารมณ์เสียอะไรของมันเนี่ย”
ศยามอมยิ้ม ไม่ถือสาแต๋ว...ลุงแปลงหันมามองศยาม
“ปกติถ้ามันจะไม่มา มันก็ต้องโทรมาบอก นี่หายจ้อยเลย โทรตามก็ไม่ติด”
“ลองไปตามที่บ้านดูดีมั้ยครับลุง...ผมไปด้วย”
ลุงแปลงพยักหน้ารับอย่างเห็นดีด้วย

จิตรวรรณเดินเข้ามาในร้านอาหาร ลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับเงาะในสภาพบอบช้ำ และทรุดโทรมนั่งอยู่อย่างหวาดระแวง
“เงาะ...”
“มีใครรู้มั้ย...ว่าเธอมาหาฉัน”
“ทำไมต้องหลบซ่อนขนาดนี้ เธอกลัวอะไร ใคร เธอไปไหนมา รู้มั้ยว่าทุกคนเป็นห่วง...”
เงาะตัดบท
“พี่เทวัญ จี๊ด...พี่เทวัญ”
“อะไรนะ!”
เงาะร้องไห้โฮออกมา จิตรวรรณหน้าเสีย ใจเสีย

ใจดีกำลังเก็บของจะกลับบ้าน เทวัญเข้ามา
“ใจดี...จี๊ดล่ะ”
“อ้าว...ใจดีคิดว่าจี๊ดกลับไปกับพี่เทวัญแล้วซะอีก”
เทวัญนึกแปลกใจจิตรวรรณไปไหน

เงาะสารภาพความจริงกับจิตรวรรณทั้งหมด ในขณะที่จิตรวรรณนั่งตะลึง ตัวแข็ง ช็อก
“ฉันอิจฉาเธอ ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขามา โดยที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เราเห็น เขาหลอกเธอ หลอกฉัน หลอกทุกคน”
“ไม่จริง...”
“ฉันไม่มีอะไรยืนยันนอกจากคำพูดกับสภาพร่างกายของฉัน...เห็นฉันมั้ยจี๊ด...เขาทำร้ายฉัน เพราะฉันขู่เขาว่าจะบอกเธอเรื่อง เขาเอาฉันไปขังไว้ที่คอนโด...เธอเกือบเห็นฉัน...แต่น้องชายของเขาช่วยปิดบัง”
จิตรวรรณพูดไม่ออก
“จี๊ด...ที่ผ่านมา ฉันขอโทษ แต่เลิกกับเขาซะ ก่อนที่เธอจะลงนรกไปกับผู้ชายคนนี้” เงาะบอกย้ำ...
หลังจากที่แยกมาจากเงาะ จิตรวรรณยืนร้องไห้อยู่ที่สวนสาธารณะด้วยความเสียใจ หัวใจแหลกสลายไปกับพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน

ค่ำนั้น...ศยามยืนมองโพที่กำลังลงนั่งบนเก้าอี้ในห้องเช่าของตัวเอง สภาพบอบช้ำ ลุงแปลงยืนอยู่ใกล้ๆ
“ดีนะที่ดิ่งมันบอกให้ลุงลองมาดูแกที่บ้าน ไม่งั้น นอนระบมทั้งคืนแน่ เพราะไม่มีเงินไปหาหมอ...เดี๋ยวนี้ขโมยขโจรมันเกลื่อนเมืองจริงๆ คราวก่อนก็คุณรัตนา คราวนี้ก็แกอีก”
“ขอบคุณลุงนะ”
โพมองศยามตัดสินใจอย่างยากลำบาก ก่อนจะพูดออกมา
“แล้วก็...ขอบใจนายด้วย”
“ไม่เป็นไร ว่าแต่ว่า จะไม่ให้แจ้งความจริงเหรอ”
โพตัดสินใจจะเล่าดีหรือไม่ดี แล้วก็ไม่อยากเล่า
“ช่างมันเหอะ แจ้งไปก็จับตัวมันไม่ได้ ถือว่าฟาดเคราะห์”
“งั้นก็นอนพักซะ จะได้หายเร็วๆ ไปดิ่ง กลับกันเถอะ ไอ้โพจะได้พักผ่อน”
โพไหว้ลาลุงแปลง ศยามตามลุงแปลงออกไป แต่อดหันมามองโพอย่างติดใจไม่ได้ มีบางอย่างยังอยากจะถาม โพลงนอนหันหลังให้ทุกคน ในขณะที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจและเครียดเรื่องด้วงทำงานให้เทวัญ

วันดีนั่งเครียด ขณะที่ยอดชายและใจดีนั่งอยู่ด้วย
“จี๊ดเป็นอะไรไป ไปไหนก็ไม่บอก ชอบทำให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อยๆเลย” วันดีบ่น
“ใจเย็นๆก่อนนะครับคุณแม่ ผมว่า จี๊ดอาจจะอยาก...”
ยอดชายอึ้งไป ใจดีถามอย่างสงสัย
“อยากอะไรยอด”
ยอดชายพูดเบาๆกับใจดี
“ไม่รู้เหมือนกัน คิดไม่ทัน ก็อยากจะปลอบใจคุณแม่อ่ะ”
ใจดีถอนใจ
“เฮ้อ...”
เทวัญเข้ามา แปลกใจที่เห็นใจดีและยอดชายอยู่ที่นี่
“มากันทำไม”
ยอดชาย ใจดีแอบไม่พอใจคำพูดของเทวัญ
“พวกผมเป็นเพื่อนจี๊ด เพื่อนหายไป ติดต่อไม่ได้ จะให้ใจเย็นอยู่เฉยๆ ไม่เอาเรื่องมาบอกพ่อแม่จี๊ดก็คงไม่ได้”
ใจดีรีบแก้ตัว แต่ตั้งใจกัดเต็มๆ
“พวกเราไม่ได้ว่าพี่เทวัญใจเย็นอยู่เฉยๆเลยนะคะ”
เทวัญโมโห
“พวกเธอว่าฉัน ไม่รู้ว่าฉันไปไหน ทำอะไรบ้าง ก็อย่าพูดดีกว่า ไม่ชอบพวกมือที่สามที่คอยเสียบทุกครั้งที่มีโอกาส”
“คุณว่าใคร” ยอดฃายย้อน
“ว่านายไง...นายชอบแอบชอบจี๊ด ตอนนี้ก็มาเสนอหน้าบอกคุณแม่ แล้วใส่ร้ายฉัน อยากจะให้ฉันกับจี๊ดมีปัญหากันนักใช่มั้ย”
ยอดชายฉุนกึก
“คุณเทวัญ!”
วันดีตะโกนแทรก
“พอ...หยุดได้แล้ว เกรงใจฉันบ้างสิ”
เทวัญ และยอดชายชะงัก ถอยกันออกมาด้วยความเกรงใจคุณวันดี แต่ต่างไม่พอใจกันและกัน
“ใครจะรู้บ้างเนี่ย ว่าจี๊ดไปไหน”
ทุกคนเครียด เป็นห่วงจิตรวรรณ

จิตรวรรณกำลังจะเข้าบ้าน ป้าเพ็ญเดินมาพอดี
“คุณหนูจี๊ด กลับมาแล้วเหรอคะ ทุกคนเป็นห่วงคุณหนูจี๊ดมากเลย ทั้งคุณแม่คุณยอด คุณใจดีและคุณเทวัญ ทุกคนอยู่ในบ้าน รอฟังข่าวคุณหนูจี๊ดกันอยู่นะคะ”
“พี่เทวัญ...”
“ป้าจะไปบอกทุกคนก่อนนะคะ ว่าคุณหนูจี๊ดกลับมาแล้ว”
ป้าเพ็ญวิ่งเข้าไปข้างใน จิตรวรรณยืนอึ้ง ยังเสียใจเรื่องเทวัญ

ป้าเพ็ญเข้ามารายงานทุกคน
“คุณหนูจี๊ดกลับมาแล้วค่ะ อยู่ข้างนอกค่ะ”
ทุกคนดีใจ ต่างหันออกไปมองที่ประตูบ้าน รอคอยการเข้ามาของจิตรวรรณ วันดีจะออกไปหาลูกสาว
“จี๊ด..ลูก!”
ยอดชายจะก้าวไปด้วย แต่ถูกเทวัญยกมือกันเอาไว้
“ถึงเป็นเพื่อน แต่ก็ถือว่าสำคัญน้อยกว่าฉันที่เป็นคู่หมั้น”
ยอดชายอึ้ง เทวัญรีบเดินไปกับวันดี ใจดีเข้ามาปลอบยอดชาย

เทวัญประคองวันดีออกมา ยอดชาย ใจดีและป้าเพ็ญตามออกมา ทุกคนแสดงอาการดีใจที่จะได้เจอจิตรวรรณแต่แล้ว...มีแต่ความว่างเปล่า
“จี๊ดอยู่ไหน ป้าเพ็ญ ไหนบอกว่ากลับมาแล้วไง”
“ไม่ทราบค่ะ หรือว่าออกไปอีกก็ไม่รู้ เหมือนคุณหนูจี๊ดร้องไห้มาหนักมากนะคะ คุณผู้หญิง...ตาบวมเป่งเลย”
“โธ่จี๊ด ลูกแม่ เป็นอะไรเนี่ย...ทำไมไม่คุยกับแม่”
เทวัญชักร้อนใจ ในขณะที่ยอดชายและใจดีต่างเป็นห่วงจิตรวรรณ ยอดชายอาสา
“ผมจะไปตามหาจี๊ดเอง รถก็ยังอยู่ อาจจะยังไปไม่ไกล”
“ไม่ต้อง! ให้ตาเทวัญไป เธอรออยู่ที่นี่แหละ”
ยอดชายชะงัก เทวัญรีบวิ่งออกไปทันที นึกสะใจที่ยอดชายถูกวันดีกีดกัน

จิตรวรรณวิ่งร้องไห้มาตามถนนในซอยบ้าน ศยามเดินมาตามถนน กำลังจะกลับเข้าบ้าน พอถึงมุมถนน จิตรวรรณวิ่งเลี้ยวเข้ามาชนกับศยามพอดี
“ว้าย!”
“คุณจี๊ด!” ชายหนุ่มแปลกใจที่เห็นหญิงสาวร้องไห้อย่างหนัก “คุณเป็นอะไร ใครทำอะไรคุณ”
จิตรวรรณพยายามจะไม่ร้องไห้ให้เขาเห็น
“พี่เทวัญโกหก โกหกมาตลอด”
“ใจเย็นคุณจี๊ด ค่อยๆพูด”
“ช่วยพาฉันไปที”
“คุณจะไปไหน”
“ไปไหนก็ได้ ฉันไม่อยากเจอใคร ฉันอยากอยู่คนเดียว”
ศยามสงสาร ดึงตัวจิตรวรรณเข้ามากอดเอาไว้เพื่อปลอบใจ หญิงสาวกลั้นร้องไห้ต่อไปไม่ไหว ร้องไห้ตัวโยนแต่พยายามไม่ให้มีเสียง
ศยามกอดเธอไว้แน่นขึ้นอย่างสงสารจับใจ จิตรวรรณกอดศยามเอาไว้เหมือนคนเสียหลักที่พยายามหาที่ยึด
เทวัญวิ่งมาตามถนน พยายามมองหาจิตรวรรณ แต่ไม่เห็น เทวัญจะออกวิ่งต่อ แต่แล้ว...ก็ชะงักฝีเท้าไว้ ตัดสินใจไม่ตามต่อไป
“จะอะไรนักหนา ทำตัววุ่นวายไม่เลิก น่ารำคาญ”
เทวัญตัดสินใจหันหลังกลับจึงไม่เห็นว่าจิตรวรรณยืนกอดศยาม อยู่ใกล้ๆเพียงแค่เลี้ยวไปก็เจอ...

เช้าวันใหม่...ท่าเรือข้ามไปเกาะ มีเรือจอดอยู่เรียงราย ทั้งเรือประมงและเรือข้ามฟาก จิตรวรรณยืนอึ้งอยู่ข้างๆศยาม
“เห็นเกาะข้างหน้านั่นมั้ย”
จิตรวรรณพยักหน้า
“นั่นแหละ ที่ผมจะพาคุณไป”
“ให้พาไปที่ไหนก็ได้...แต่ไม่คิดว่าจะพามาไกลขนาดนี้”
“ไม่ไปก็ได้ แค่หันหลังกลับ แล้วขึ้นรถทัวร์ ซื้อตั๋วได้เลย รถออกทุกชั่วโมง”
“ไม่! คนอย่างจิตรวรรณ ไม่มีคำว่าหันหลังกลับ”
จิตรวรรณออกเดินไป
“แล้วรู้เหรอ ว่าจะลงเรือลำไหน”
“ไม่รู้! แต่ไม่ชอบเดินข้างหลัง”
“เออเนอะ อวดเก่งได้ตลอดเวลา งั้นก็ไปเอง”
ศยามหันหลังกลับ จิตรวรรณวิ่งเข้าไปง้อ
“ตัวก็ใหญ่ ทำไมใจเท่ามด”
“จะง้อก็พูดดีๆ พูดใหม่”
จิตรวรรณยอมง้อพูดดีๆ
“ก็ได้...อย่าทิ้งกันกลางทางแบบนี้สิ พามาแล้วก็พาไปให้ตลอดรอดฝั่ง ฉันไปคนเดียวไม่ถูกหรอก ถ้านายไม่นำทางไป”
จิตรวรรณมองศยาม อ้อนวอน ขอร้องอย่างจริงใจ ศยามอึ้ง มองจิตรวรรณตะลึง ไม่คิดว่าจิตรวรรณจะพูดคมคายแฝงด้วยความหมาย
“คมป่ะ อึ้งเลยอ่ะดิ่ ฮ่ะๆๆๆๆๆ”
จิตรวรรณหัวเราะชอบใจ บรรยากาศโรแมนติกหายวับไปทันที ศยามเซ็ง ตัดสินใจจูงมือจิตรวรรณเดินลิ่วออกไป
“ไปเรือเฟอรี่ป่ะ!”
“หรูเหมาะกับคุณหนูอย่างคุณเลยล่ะ”
จิตรวรรณตัวปลิวตามศยามออกไป

จิตรวรรณนั่งหน้าตึงอยู่บนเรือประมงลำเล็กๆข้ามไปเกาะ หญิงสาวเหล่ตามองศยามอย่างไม่พอใจ
“หรู...เหมาะกับคุณหนูอย่างฉัน เรือหาปลาเนี่ยนะ”
“อ้าว...ไม่หรูเหรอ สำหรับผม...แค่นี้ก็หรูแล้ว ดีแค่ไหนที่ไม่ต้องว่ายน้ำข้ามไปเนี่ยบริการฟรี ไม่มีชาร์จ...หรูจะตาย!”
“ทำไมต้องว่ายน้ำ เงินก็มีจ่าย”
“เงินคุณ ไม่ใช่เงินผม ผมมีแค่ไม่กี่บาท ผมต้องประหยัด”
“เงินฉันมี ก็เอาไปสิ”
“ผมเป็นคนพาคุณมา ผมต้องรับผิดชอบดูแลคุณ ไม่เอาเงินคุณหรอก เก็บไว้เถอะ”
จิตรวรรณอึ้ง...ที่เห็นศยามตั้งใจดูแลเธอจริงๆ หญิงสาวรู้สึกประทับใจ ชายหนุ่มหันไปเห็นสายตาของหญิงสาว เลี่ยงลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย...จิตรวรรณมองตามศยามยิ้มๆ ก่อนจะรู้สึกแปลกๆที่เท้า จิตรวรรณก้มมองลงไป เห็นปลาตัวเป็นๆหลุดมานอนดิ้นที่เท้าก็ตกใจ
“ว้าย! อ๊าย”
จิตรวรรณตกใจกระโดดเกาะคอศยาม ยกเท้าขึ้น ชายหนุ่มตกใจอุ้มเธอโดยอัติโนมัติ
“เป็นอะไร!”
“ปลาดิ้น”
จิตรวรรณดิ้นๆๆ
“แต่คุณอย่าดิ้นได้มั้ย ผมหนัก”
“ก็ฉัน...อี๋!”
จิตรวรรณยังดิ้นไม่หยุด ศยามทนไม่ไหว ปล่อยตัวเธอร่วงลงพื้นดังตุ๊บ
“โอ๊ย! นายดิ่ง”
จิตรวรรณลุกขึ้นจะเอาเรื่อง แต่เจอศยามหยิบปลาที่ดิ้นอยู่ ชูใส่หน้า จิตรวรรณผงะ
“ว้าย!”
ศยามหัวเราะชอบใจรีบส่งปลาคืนให้ ชาวประมงรับไปรีบเอาไปใส่ถัง จิตรวรรณหน้าง้ำ เดินไปนั่งอยู่มุมหนึ่ง พยายามสงบ นั่งมองวิวสวยงาม หญิงสาวรู้สึกดีขึ้น
ศยามชะงัก เมื่อเห็นจิตรวรรณโดนแดดส่อง...เขามองซ้ายมองขวาแล้วสะดุดสายตาที่มุมหนึ่ง

จิตรวรรณนั่งมองวิวเพลินอยู่ หมวกเก่าๆปอนๆ ถูกยื่นเข้ามาตรงหน้า หญิงสาวหันมองไปข้างหลัง ศยามเป็นคนยื่นให้ จิตรวรรณหันกลับ ทำงอน ไม่สน ไม่รับ ชายหนุ่มถอนใจกับความเยอะของหญิงสาวเลยเอาหมวกครอบลงบนหัวของเธอ
“ว้าย!”
“หยิ่งแล้วได้อะไร ไม่รู้สึกอะไรด้วยหรอก”
“ใช่สิ อย่างนายมันทั้งหนาทั้งด้าน”
“บอกแล้วไงว่าไม่รู้สึก...พูดไปก็เท่านั้น ใส่ๆซะเหอะ แดดมันแรง เดี๋ยวไม่สบาย ขี้เกียจดูแล”
“ที่ยอมใส่เพราะไม่อยากเป็นภาระใคร”
“ก็ดี”
ศยามเดินกลับออกไป จิตรวรรณยอมใส่หมวกงอนๆ แต่ก็รู้สึกดีที่ศยามดูแล...ก่อนจะเศร้าหมองลงอีกครั้ง
“คุณพ่อคุณแม่ขา...จี๊ดขอโทษนะ แต่จี๊ด ยังไม่พร้อมที่จะเจอใครจริงๆ”
จิตรวรรณนั่งเศร้า...ศยามลอบมองด้วยความเห็นใจ แต่ไม่คิดรุกเร้าให้เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมด ได้แต่มองอยู่อย่างนั้นด้วยสายตาอ่อนโยน มีความหมายลึกซึ้ง

วันดีนั่งร้อนใจอยู่ เทวัญนั่งอยู่ข้างๆ เจตนาเข้ามาอย่างร้อนใจ
“จี๊ดติดต่อกลับมาหรือยัง”
“มาได้แล้วเหรอ โทรไปบอกตั้งแต่เพิ่งเกิดเรื่อง เพิ่งจะโผล่มาตอนนี้เนี่ยนะ กกกันเพลินอยู่ล่ะสิ”
เจตนาไม่สนใจวันดี หันไปถามเทวัญ
“ว่าไง เทวัญ”
“ยังครับ...ผมรอให้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง แล้วจะไปแจ้งความให้ตำรวจช่วยตามหาครับ”
“รู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นกับจี๊ด”
“ไม่ทราบครับ ทราบแต่ว่า...ไอ้ดิ่งมันก็หายไปด้วย”
“ดิ่งบอกฉันว่า จะขอย้ายออกไปอยู่ข้างนอก”
ป้าเพ็ญรีบบอก
“แต่ข้าวของของคุณดิ่งงอยู่ครบทุกอย่างเลยนะคะ ถ้าจะย้ายออกไปจริงๆ ดิฉันกับคนอื่นๆก็ต้องทราบเรื่อง”
วันดีจ้องมองเจตนาอย่างโกรธเคือง
“มันอาจจะลักพาตัวยัยจี๊ดไป ฉันบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปไว้มัน กินบนเรือนขี้บนหลังคา แล้วเป็นไง"
“แต่ก็อาจจะไม่ใช่ อย่าเพิ่งกล่าวหาใคร จนกว่าจะมีหลักฐาน”
วันดีไม่พอใจ ลุกเดินหนีเจตนาไป เจตนาหันมามองหน้าเทวัญ
“แน่ใจเหรอ เทวัญ ว่ายัยจี๊ดไม่ได้มีเรื่องทะเลาะอะไรกับใครก่อนจะหายตัวไปแบบนี้ ทะเลาะกับเธอหรือเปล่า”
“เป็นไปไม่ได้หรอกครับ เราเพิ่งปรับความเข้าใจกันได้ด้วยซ้ำ...ผมแน่ใจว่านายดิ่งต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
เจตนาหนักใจ เทวัญแอบสะใจที่ได้ใส่ร้ายศยาม

ศยามยืนเท้าสะเอวมองไปเบื้องหน้าอย่างมีความสุข จิตรวรรณเดินเข้ามามองไปด้วยเช่นกัน ตกตะลึงไม่ใช่น้อย
“โห...”
“ไง...สวยมั้ย”
เบื้องหน้าของศยามและจิตรวรรณคือเกาะที่สวยงามและยังคงความบริสุทธิ์เอาไว้
“สวยจังเลย นายรู้จักที่นี่ได้ยังไง”
ศยามหน้าหมองลง....
“จะเชื่อมั้ย ถ้าผมบอกว่า...ตอนเด็กๆผมกับพ่อแม่และน้องสาวเคยมาเที่ยวที่นี่ เป็นการเที่ยวครั้งสุดท้ายอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันของครอบครัวเรา...หลังจากนั้นไม่นาน แม่ผมก็เสีย”
จิตรวรรณมองศยามอย่างเห็นใจ
“เหรอ...”
“อืม...”
“แต่นายไม่เคยบอกฉันเลยนะว่าแม่นายเสียแล้ว”
ศยามอึ้ง
“เหรอ...” ชายหนุ่มรีบกลบเกลื่อน “บางเรื่อง มันไม่จำเป็นต้องบอก”
“ก็ใช่...แล้ว...ไม่มีเรือเล็กมารับไปส่งที่หาดเหรอ”
ศยามหันมองจิตรวรรณเซ็งๆ ถอนใจออกมา
“บางอย่าง มันก็ไม่จำเป็นต้องใช้”

ศยามลงมาจากเรือ จะเดินลุยน้ำไปที่หาด ในขณะที่จิตรวรรณยังเก้ๆกังๆ
“นี่ รอฉันก่อนสิ!”
“ก็รีบลงมาสิ”
“ก็มันกลัวเปียก มีชุดอยู่ชุดเดียว เปียกแล้วจะเอาเสื้อผ้าที่ไหนเปลี่ยนล่ะ จะให้แก้ผ้าหรือไง”
“ได้ตายกันทั้งเกาะแน่ๆถ้าเห็นคุณแก้ผ้า”
“อ๊าย!”
ศยามเดินย้อนไปหาหันหลังให้ จิตรวรรณแดกดัน
“ทำไม ให้ดูขี้กลากที่หลังหรือไง”
“เนื้อคู่ผมเท่านั้นแหละที่จะได้มีบุญได้เห็น...ให้ขี่หลังเดินไป จะได้ไม่เปียกหรือไม่เอา”
“เอาสิ! ตัวใหญ่ใจมดอีกแล้ว” จิตรวรรณแอบอมยิ้มอย่างพึงพอใจ “น่าจะคิดได้ซะตั้งแต่ทีแรกนะ ว่าควรจะทำยังไง ไม่เห็นต้องให้บอกเลย สมองช้า กินปลาเยอะๆหน่อยนะ”
จิตรวรรณจะลงไปเกาะหลังแต่ศยามหมั่นไส้ เพราะเธอพูดเยอะ แกล้ง ออกตัวเดินออกไปเลยทำให้เธอวืดตกน้ำ
“อ๊าย!”
ศยามยืนมองหัวเราะอย่างชอบใจ จิตรวรรณโผล่ขึ้นมาจากน้ำ โกรธไล่ตี ชายหนุ่มวิ่งหนีไปทางริมหาด หญิงสาววิ่งไล่ตาม
“อย่าหนีนะ โอ๊ย! นายนี่มัน! โอ๊ย! ฉันจะฆ่านาย นายดิ่ง”
“อ่ะ อยากจะฆ่าคนก็วิ่งตามให้ทัน เร็วสิ เร็ว!”
ศยามยิ่งยั่วโมโห จิตรวรรณยิ่งอารมณ์ขึ้น วิ่งตาม

ศยามวิ่งขึ้นมาจากน้ำ จิตรวรรณลากสังขารตามมาอย่างเหนื่อยอ่อนเต็มที หอบ ชายหนุ่มหันไปมองเห็นหญิงสาวหมดแรง ก็สงสาร จิตรวรรณเปียกโชกทั้งตัว ทั้งเสื้อผ้าและกระเป๋าถือ มองสภาพตัวเองแล้วเซ็ง ศยามเดินไปยื่นมือให้จิตรวรรณจับ
“มา...ผมช่วย!”
จิตรวรรณโอกาสเอาคืน รีบปั้นยิ้ม
“ขอบใจนะ”
ศยามหดมือกลับ
“แต่ไม่ดีกว่า ผมรู้ว่าคุณคิดจะเอาคืน...ไม่สำเร็จหรอก เดินเร็วๆ”

ศยามวิ่งออกไป จิตรวรรณเจ็บใจ จนร้องไม่ออก ได้แต่เต้นเร่าๆอยู่คนเดียว จนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมองด้วยสายตาแปลกประหลาด จิตรวรรณไม่สนใจ เต้น เร่าๆ ร้องด้วยความไม่ได้อย่างใจต่อไป
 
อ่านต่อหน้า 2



พริกกับเกลือ ตอนที่ 7 (ต่อ)
 
 
ศยามเข้ามาถามแม่ค้าร้านขายของชำบนเกาะ จิตรวรรณเดินตัวเปียก หน้างอตามหลังมา
 
“มีโทรศัพท์มั้ยครับ”
“จะโทรหาใคร ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้บอกใคร...”
“โทรหาที่พักให้คุณ!”
จิตรวรรณอึ้ง แต่ไม่ยอมเสียหน้า วีนต่อ
“มือถือมี ทำไมไม่ใช้”
ศยามหยิบมือถือในกระเป๋ากางเกงให้จิตรวรรณดู
“แบตหมด”
“ของฉันก็มี! ทำไมไม่ขอ! หรือใช้ของไฮโซไม่เป็น”
จิตรวรรณนึกขึ้นได้ ว่าตัวเองตกน้ำทั้งกระเป๋าถือ หญิงสาวรีบเปิดกระเป๋าถือออก หยิบมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดราคาแพงขึ้นมาดู ชุ่มน้ำไหลติ๋งๆ
“มือถือฉัน!”
ศยามแอบยิ้มขำ จิตรวรรณเดินไปอาลัยอาวรณ์มือถือไกลออกไป
“มือถือฉัน มือถือฉัน มือถือฉัน ตายสนิทเลย โหย!”
ศยามหันไปรับมือถือมาจากแม่ค้า แล้วกดเบอร์ เลี่ยงไปคุยที่มุมหนึ่ง ซึ่งไม่มีใคร และเป็นส่วนตัว
 
 
เจตนาอยู่ในห้องพักของโรงแรม เสียงมือถือดังขึ้น เขาเห็นเบอร์ไม่คุ้น กดรับสาย
“ฮัลโหล เจตนาพูดครับ”
ศยามพูดสายอย่างเคร่งเครียด
“ท่านครับ...ผมดิ่งครับ”
“นายดิ่ง!เกิดอะไรขึ้น นายหายไปไหน รู้มั้ยว่าทุกคนสงสัยว่านายกับ...”
ศยามรีบตัดบท
“คุณจี๊ดอยู่กับผมครับ”
เจตนาตกใจ
“นายดิ่ง คิดจะทำอะไร”
“คุณจี๊ดเธอผิดหวังกับเรื่องบางอย่าง เธอเจอผมโดยบังเอิญ...และขอร้องให้ผมพาเธอหนีมาและห้ามบอกใคร”
“ตอนนี้พวกเธออยู่ที่ไหนกัน”
“เกาะ...”
ศยามมองจิตรวรรณที่กำลังเขย่ามือถือตัวเองให้ฟื้นคืนชีพ
“ท่านไม่ต้องห่วงนะครับ พอคุณจี๊ดสบายใจแล้วเมื่อไหร่ ผมจะรีบพาเธอกลับทันที”
“แล้วฉันจะติดต่อพวกเธอได้ยังไง มือถือติดต่อไม่ได้ทั้งสองคน”
“นี่เป็นเบอร์ของร้านค้า ฝากเรื่องที่เบอร์นี้ก็ได้ครับ แล้วผมจะมาเช็คทุกวัน”
ศยามเหลือบเห็นจิตรวรรณเดินมา
“คุณจี๊ดมาแล้ว แค่นี้ก่อนนะครับท่าน”
“เดี๋ยวก่อน ดิ่ง...”
“ครับ”
“ฝากยัยจี๊ดด้วยนะ ฉันอยากรู้ว่าลูกมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ได้เรื่องแล้วรีบบอกฉัน แล้วฉันจะบอกทุกคนว่านายกลับต่างจังหวัด จะได้ไม่มีปัญหา”
“ครับ...สวัสดีครับ”
เจตนากดวางสาย นึกโล่งใจที่ศยามติดต่อกลับมา รีบกดหาเทวัญทันที
“เทวัญ...จี๊ดติดต่อมาหาฉันแล้วนะ”
 
 
เทวัญคุยมือถือกับเจตนา พยายามเก๊กน้ำเสียงเป็นปกติที่สุด ในขณะที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“เพื่อความสบายใจของน้องจี๊ด ผมเข้าใจดีครับ สวัสดีครับ”
เทวัญกดวางสาย ก่อนจะทุบโต๊ะด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
“โธ่เว้ย!”
มารศรีเข้ามา
“ฉุนแบบนี้ คงไม่ต้องเดาว่าเป็นเรื่องคู่หมั้น”
“จี๊ดแอบไปพักผ่อนคนเดียว...แล้วไม่ให้บอกใคร”
“แล้วไง ไม่เห็นจะต้องโมโห หรือว่ากลัวเขาจะเบื่อคุณแล้ว”
“จี๊ดไปกับไอ้ดิ่ง! ซึ่งผมไม่เชื่อที่คุณพ่อจี๊ดบอกหรอกว่ามันกลับบ้านที่        ต่างจังหวัด”
มารศรีงงๆ
“ดิ่งมีบ้านที่ต่างจังหวัดที่ไหนกันล่ะ เป็นคนกรุงเทพนี่แท้ๆ”
“อะไรนะ”
เทวัญยิ่งโกรธ
 
 
ทั้งสองลงจากรถสองแถว ศยามจ่ายเงินแล้วรถสองแถวก็วิ่งออกไป ศยามนำจิตรวรรณเดินมาที่หน้าบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่งซึ่งเป็นของครอบครัวเขา จิตรวรรณมองบ้านพัก แปลกใจ
“บ้านใคร”
“บ้านผม เอ๊ย...บ้านของอดีตเจ้านายแม่ผมที่แกเคยทำงานเป็นแม่บ้านให้ พวกเราถึงได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่กันไง ไม่งั้นจะมีปัญญาเหรอ”
“แล้วเจ้านายแม่นายรู้หรือเปล่าที่เรามา”
“คิดว่าผมจะโทรหาใครล่ะเมื่อกี้น่ะ ไม่ขออนุญาตแล้วจะกล้าบุกรุกมั้ย กินปลาเยอะๆหน่อยนะเรา จะได้ฉลาดๆ”
“บอกดีๆก็ได้ ทำไมต้องยอกย้อนด้วยนะ”
“จะเข้าไปมั้ย”
“เข้า!”
ศยามเดินไปที่มุมหนึ่งของรั้วที่มีต้นไม้ปกคลุมอยู่ สอดมือเข้าไป หยิบกล่องใบหนึ่งออกมา เปิดออกหยิบกุญแจไขประตูรั้วเข้าไป...
 
 
 
 
 
ศยามเปิดประตูหน้าต่างออกเพื่อรับลมทะเล จิตรวรรณเดินสำรวจบ้าน ด้วยความทึ่ง ชุดของจิตรวรรณเริ่มแห้งแล้ว
“เจ้านายแม่นายนี่ รสนิยมดีเนอะ”
“ดูออกด้วยเหรอ แบบไหนรสนิยมดีหรือไม่ดี”
จิตรวรรณเห็นหมอนอิงใกล้มือ หยิบปาใส่
“ดูออกสิ! เพราะฉันเป็นคนมีรสนิยม”
“ยกเว้น เรื่องการเลือกคบผู้ชาย”
จิตรวรรณอึ้ง ถูกสะกิดต่อมเศร้า เดินหนีไป ศยามรู้สึกผิดที่พลั้งปากออกไป
 
 
เทวัญนั่งครุ่นคิดอยู่ที่บาร์ในบ่อน
“ไอ้ดิ่งโกหก มันต้องแอบมีแผนอะไรอยู่แน่ๆ”
“คนอย่างดิ่ง ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนคุณหรอก คุณเทวัญ”
เทวัญหันมองมารศรี ท้าทาย
“รู้ความซับซ้อนของผมด้วยเหรอ”
“ทำไมจะไม่รู้...และก็รู้ด้วยอีกต่างหากว่า...คุณไม่ได้รักยัยจี๊ดนั่นจริงๆ”
“ก็เหมือนคุณ ที่ไม่ได้รักหรือพิศวาสผัวแก่ๆอย่างนายเศกนั่นเท่าไหร่หรอก เพราะคุณยังคงห่วงหาอาลัยไอ้ดิ่งอยู่ไม่เลิก”
มารศรีแอบไม่พอใจที่เทวัญรู้ทัน
“รู้ได้ยังไง”
“ไม่งั้นจะมายืมมือผมคอยขัดขวางความสัมพันธ์ระหว่างจี๊ดกับมัน ที่คุณกลัวว่าจะพัฒนาไปมากกว่านี้หรือไง”
มารศรีหัวเราะชอบใจ
“ฮ่ะๆๆๆๆ สมกับเป็นว่าที่ลูกเขยของโมเดิร์นคาร์จริงๆ”
“ส่วนลักชัวรี่คาร์ ก็มีแต่คนแก่ๆกุมบังเหียน จะทนความน่าเบื่อไปอีกนานแค่ไหน หรือกลัวไม่ได้สมบัติ”
มารศรีฉุนกึก
“ชักจะรู้ดีมากไปแล้วนะ คุณเทวัญ”
“เป็นผม...เบื่อตายชัก คงต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้ตัวเองได้ใช้ชีวิตตามที่ปรารถนา...ได้อยู่กับคนที่รักจริงๆอย่างสุขสบายกับกองเงินกองทองที่หาทั้งชาติก็หาเองไม่ได้”
มารศรีคิดตามที่เทวัญพูด เริ่มคล้อยตาม แต่พยายามปกปิด เทวัญยิ้มอย่างสบายใจ มีแผนที่จะใช้มารศรีเป็นเครื่องมือกำจัดเศกต่อไปอยู่ภายในใจ
 
 
จิตรวรรณนั่งซึมอยู่ที่ริมหาด ศยามเดินเข้ามาลงนั่งข้างๆ จิตรวรรณกระเถิบหนีทันที
“ผมขอโทษ”
จิตรวรรณหันมองหน้าแปลกใจที่เขายอมขอโทษ
“รู้ทั้งรู้ว่าคุณไม่สบายใจเรื่องคู่หมั้น แต่ก็ยังแขวะให้คุณรู้สึกเครียดขึ้นมาอีก”
“ชอบอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ที่ทำให้ฉันเครียดได้”
“บางทีก็ชอบ บางทีก็...ไม่อยากให้คุณรู้สึกอย่างนั้น”
จิตรวรรณอึ้ง
“ทำไม”
“เพราะคนอื่นจะยิ่งเครียดตามไปด้วย หรือไม่ก็ต้องเครียดมากกว่า จากการโดนคุณเหวี่ยงวีน หาระบายอารมณ์”
จิตรวรรณหน้าเศร้า
“ฟังดูแย่เนอะ”
“อืม แย่มาก”
“นายเคยบอกว่าฉันนิสัยไม่ดี มันไม่ดีมากมั้ย”
“ประมาณนึง”
“แล้วอย่างฉัน จะมีคนมารักจริงๆได้มั้ย”
“ถามทำไม”
“พี่เทวัญรักฉันจริงๆหรือเปล่า หรือว่าที่ยอมเป็นแฟนกับฉัน เอาใจฉัน ดูแลฉัน       เพราะต้องการอย่างอื่นจากฉัน”
ศยามอึ้งเมื่อเห็นจิตรวรรณน้ำตาซึมเมื่อพูดถึงปัญหา
“เงาะมาหาฉัน...และสารภาพความจริงกับฉันทุกอย่างเรื่องพี่เทวัญ”
ศยามอึ้ง ในที่สุดจิตรวรรณก็รู้ความจริงที่เทวัญพยายามปกปิด
 
 
ยอดชาย ใจดี เงาะคุยกันที่มุมหนึ่ง เงาะนั่งร้องไห้น้ำตาไหลพราก
“ฉันขอโทษนะ ขอโทษทุกคน ฉันคิดผิด มองผิด ผิดทุกอย่าง”
“ไม่เป็นไรเงาะ ไม่เป็นไร”
ใจดีพยายามปลอบเงาะ ยอดชายแค้นใจเทวัญ
“ไอ้คนเลว ทำร้ายผู้หญิง โกหกหน้าด้านๆ ไม่รู้ว่ามันปกปิดหลบซ่อนอะไรเลวๆไว้ใต้หน้ากากอีกบ้าง!”
ใจดีหนักใจเป็นห่วงจิตรวรรณ
“ที่จี๊ดหายไป คงเป็นเพราะเสียใจและผิดหวังเรื่องนี้แน่ๆ ทำไมจี๊ดไม่เล่าให้เรา       ฟังนะ เพื่อนกันแท้ๆ”
“ฉันถึงต้องมาบอกพวกเธอไง ฉันอยากให้ทุกคนรู้ความจริง ไม่อยากให้ถูกคนเลวๆหลอก”
“ไอ้...”
ยอดชายหุนหันพลันแล่นออกไป
“ยอด จะไปไหน ยอด”
ใจดีวิ่งตามยอดชายออกไป เงาะมองตามเพื่อนด้วยสายตากังวล...เงาะค่อยๆลุกขึ้น จากสายตาและใบหน้าที่ดูน่าสงสสาร กลับกลายเป็นใบหน้าแห่งความสะใจ
“เมื่อฉันไม่มีความสุข ทุกคนรอบๆตัวเธอและเธอก็จะต้องไม่มีความสุขเหมือนฉัน...จี๊ด”
 
 
จิตรวรรณยังนั่งซึม ร้องไห้ออกมาอีก
“คุณคงรักคุณเทวัญมากสินะ”
“ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้!”
จิตรวรรณลุกขึ้นวิ่งออกไป ศยามรีบวิ่งตามด้วยความเป็นห่วง
“เดี๋ยวก่อนคุณจี๊ด จะไปไหน”
 
 
จิตรวรรณวิ่งร้องไห้มาตามชายหาด ศยามวิ่งตามมา
“คุณจี๊ด หยุดก่อน”
“ไม่ต้องตามมา ฉันอยากอยู่คนเดียว!”
ศยามชะงัก มองตามจิตรวรรณที่วิ่งร้องไห้ไปคนเดียว อย่างเป็นห่วง ไม่ตามไป
 
 
เย็นนั้น ศุวิมลเดินเข้ามา หลังจากไปทำงาน แล้วก็แปลกใจเมื่อเห็นเศกกำลังเดินออกกำลังกายบนลู่วิ่ง
“คุณพ่อ!”
“ว่าไง ยัยศุ วันนี้กลับเร็วนะ”
“รู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ อยากพักผ่อน...คุณพ่อทำอะไรคะ”
“ออกกำลังกายไง ยืดเส้นยืดสาย”
“แต่คุณพ่อยัง...”
เศกตัดบท
“ยังไม่หายดี...เฮ้ย...พ่อไม่ได้เป็นอะไรมาก ขืนเอาแต่นอน เหมือนผักเน่าๆ สักวันคงได้ล้มไม่ต้องลุก ต้องทำตัวเองให้กระฉับกระเฉงสิ”
“กลัวเมียจะเบื่อเหรอคะ”
เศกชะงัก ไม่พอใจ ปิดเครื่องทันที หันมามองศุวิมลอย่างไม่พอใจ
“เป็นเรื่องธรรมดาของผู้หญิงที่ยังสวยยังสาว จะต้องเบื่อผัวแก่ๆ ขี้โรค คุณศรี       ไม่ผิดถ้าจะคิดแบบนี้ เพราะพ่อเข้าใจ...พ่อจะไม่มีวันทำให้เมียของพ่อไม่มีความสุข จำไว้”
“แล้วคุณพ่อรู้เหรอคะ ว่าความสุขของเมียพ่อคืออะไรกันแน่ ความรักหรือเงิน”
เศกอึ้ง...แต่ยังไม่ยอมรับ
“เมื่อไหร่จะมองคุณศรีในแง่ดีบ้าง ที่เขายอมทำสัญญาก่อนจดทะเบียนสมรสกับพ่อ ยังพิสูจน์ตัวเขากับแกไม่ได้อีกหรือไง”
เศกเดินออกไปอย่างไม่พอใจ ศุวิมลไม่พอใจมากที่เศกยังคงพยายามเข้าใจและมองมารศรีในแง่ดี
 
 
เศกเดินหงุดหงิดมา หยิบเครื่องดื่มขึ้นดื่มแก้กระหาย ศุวิมลเดินเข้ามา ยิงคำถามทันที
“ถ้าวันหนึ่งคุณพ่อรู้ความจริงเกี่ยวกับคนที่คุณพ่อรัก ว่าเขาอาจจะไม่ได้บริสุทธิ์เลิศเลออย่างที่คุณพ่อคิด คุณพ่อจะทำยังไง”
“เมื่อไหร่จะเลิกฟุ้งซ่านสักที หา ทำไม...แกไม่อยากให้พ่อม่ความสุขบ้างหรือไง”
“ด้วยการหลอกตัวเองไปวันๆแบบนี้เหรอคะ หนูรู้ว่าคุณพ่อก็รู้สึก แต่คุณพ่อไม่ยอมรับ ทำไมต้องกลัวแม่นั่นไม่รัก ทั้งๆที่คุณพ่อมีหนู มีพี่ดิ่ง”
“อย่าพูดถึงมัน!”
“ต้องพูด ยังไงวันนี้หนูก็จะพูด คุณพ่อรู้มั้ยว่าพี่ดิ่งกับยัยมารศรีน่ะเป็น...”
ทันใดนั้นเสียงมารศรีแทรกขึ้นทันที
“เป็นอะไรคะ!”
ศุวิมลชะงัก มารศรีเดินเข้ามา มองศุวิมลอย่างท้าทาย
“คุณศุกำลังจะบอกอะไรคุณเศกเหรอคะ! จะกุเรื่องอะไรเป่าหูคุณเศกเพื่อให้เข้าใจฉันผิดอีก”
ศุวิมลตกใจ งง เพราะมารศรีไม่เคยพูดแรงแบบนี้มาก่อนต่อหน้าเศก
“อะไรนะ!”
 
 
เจตนากำลังนั่งคุยงานอยู่กับนักธุรกิจคนหนึ่งอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม ใจดีผลักประตูเข้ามา มองหาเจตนาเห็นนั่งอยู่ ก็รีบวิ่งเข้ามาหายกมือไหว้ เจตนารับไหว้งงๆ
“สวัสดีค่ะ ขอบคุณคุณพระที่ท่านยังอยู่”
“มีอะไร ดูร้อนรน”
“ยอดชายมาบอกอะไรท่านหรือยังคะ”
“วันนี้ยังไม่ได้เจอเขาเลย”
“อ้าว...คิดว่าจะมาบอกท่านเรื่องพี่เทวัญ...แล้วไปไหนอ่ะ”
เจตนาสงสัย
“ทำไม ยอดชายจะมาบอกอะไรฉัน”
 
เทวัญเดินออกจากที่จอดรถ จะเข้าคอนโด ยอดชายปรี่เข้ามาต่อยเทวัญจนเซถลากระเด็น
“เฮ้ย อะไรวะ!”
ยอดชายจะเข้ามาซ้ำ
“ยังจะถาม ไปทำชั่วอะไรไว้ล่ะ ไอ้เลว”
ทันวิทย์เข้ามาแทรก ช่วยเทวัญเอาไว้ ยอดชายเลยยั้งเอาไว้
“หยุดนะ!”
“ไม่หยุด ถอยไปทันวิทย์”
“ไม่ถอย พี่ชายผมไปทำอะไรให้พี่”
“ไม่ได้ทำพี่ แต่ทำเพื่อนพี่ ทั้งทำร้ายจิตใจจี๊ด ส่วนเงาะ มันก็ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ”
เทวัญ และทันวิทย์อึ้ง ตกใจที่ยอดชายรู้ความจริง
“เตรียมตัวรับผลการกระทำของตัวเองได้เลย คุณเทวัญ เรื่องนี้ต้องถึงหูทุกคน”
ยอดชายเดินออกไป สะใจที่ได้ต่อยเทวัญ รู้สึกดี และมีความหวังขึ้นมาในหัวใจ ทันวิทย์ช่วยฉุดเทวัญขึ้นมา เทวัญร้อนใจ
“มันรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” เทวัญมองหน้าทันวิทย์ “เพราะแก ที่ปล่อยนังเงาะไป!”
เทวัญผลักอกทันวิทย์อย่างโมโห แล้วเดินออกไป ทันวิทย์มองตามอย่างเป็นห่วงและกังวล
 
 
มารศรีคาดคั้นศุวิมล
“ว่าไงล่ะคะ จะใส่ร้ายอะไรศรี อย่าเก่งแต่ลับหลังศรีสิคะ ต่อหน้าก็ให้มันแน่จริง”
“ฉันไม่เคยใส่ร้ายอะไรคุณ มีแต่พูดความจริง”
“พอเถอะ ยัยศุ...คุณศรี...”
เศกเริ่มหน้ามืด อาการไม่ดี หายใจติดขัด
“ศรีต้องอดทนกับอคติของลูกสาวคุณมานานเกินไปแล้วค่ะ ศรีจะไม่ทนแล้ว”
เศกพยายามห้าม
“อย่า...พูด...”
“คุณพ่อฟังหนูนะคะ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก จริงๆแล้วเขาเป็น...”
ศุวิมลพูดยังไม่ทันขาดคำ เศกก็ล้มลงไปกอง หมดสติ เพราะโรคหัวใจกำเริบ ศุวิมลตกใจ
“คุณพ่อ!”
มารศรีสะใจ ก่อนจะรีบลงไปดูอาการของเศก แสร้งเป็นห่วงเป็นใย
“คุณเศกขา คุณเศก”
 
 
ศยามเดินไปเดินมาด้วยความเป็นห่วงจิตรวรรณ ที่ยังไม่กลับมา สักครู่จิตรวรรณก็เดินเข้ามาในบ้าน หน้าตาเฉย ไม่พูดไม่จา
“คุณจี๊ด...”
จิตรวรรณยกมือห้ามว่าไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น เดินผ่านไป ศยามตามไปด้วยความสงสัย
 
 
จิตรวรรณเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์บาร์ ศยามเดินตามมาหยุดดู หญิงสาวเปิดตู้เย็น ก้มๆเงยๆหาอะไรบางอย่าง แต่ไม่มี ปิดประตูดังปัง จนศยามสะดุ้ง จิตรวรรณเดินมาที่เคาน์เตอร์บาร์ เปิดตู้หาแล้วก็เจอ หยิบขึ้นมาเป็นขวดเหล้า ศยามชะงัก
“จะทำอะไรคุณจี๊ด”
จิตรวรรณไม่ตอบ หยิบแก้ว ริน จะดื่ม ศยามเข้าไปกระชากแก้วมา
“อย่าเลยคุณจี๊ด”
จิตรวรรณไม่สนใจแก้วอีกต่อไป ยกขวดขึ้นดื่มทันที ศยามเข้าไปแย่งขวดเหล้ามา
“คุณจี๊ด!”
“จะยุ่งอะไรนักหนาเนี่ย”
“โง่หรือเปล่า อกหักแล้วจะกินเหล้าเนี่ย มีแต่คนโง่ๆที่ทำแบบนี้”
“นายก็เคยโง่ไม่ใช่เหรอ...”
ศยามอึ้ง วางขวดเหล้าและแก้วเหล้าลง
“ใช่ ใครๆก็ต้องเคยโง่กันทั้งนั้น แต่ไม่ควรจะโง่นาน มันไม่ได้ส่งผลดีกับใคร มีแต่ยิ่งทำให้ขาดสติ สุดท้ายอาจจะลงมือทำอะไรที่โง่ยิ่งกว่าโง่”
“อะไรล่ะ!”
“แต่คนอย่างคุณต่อให้ไม่ได้กินของพวกนี้...ก็ไม่ค่อยจะมีสติอยู่แล้ว”
“เออ ฉันมันไม่เคยมีสติ แถมในหัวเนี่ย มันก็เป็นแค่กะโหลกกลวงๆ เลยถูกหลอกแล้วหลอกอีก ตอนนี้พี่เทวัญคงกำลังหัวเราะเยาะฉันอยู่ที่หลงเชื่อเขาอยู่ได้ นังโง่! ฉันจะฆ่าเขา”
จิตรวรรณเดินลิ่วออกไปอีก ศยามเข้าไปรั้งเอาไว้ หญิงสาวดิ้นๆ
“ปล่อยฉัน!”
“ไม่ปล่อย!”
“บอกให้ปล่อย ฉันจะกลับ กลับไปฆ่าไอ้ผู้ชายเฮงซวย”
จิตรวรรณดิ้นพล่าน ศยามตัดสินใจลากเธอไปทางหนึ่ง
“มานี่เลย”
“ปล่อยสิ บอกให้ปล่อย”
 
ศยามลากจิตรวรรณเข้ามาในห้องน้ำ
“พาฉันเข้ามาทำไม! ปล่อย!”
“พามาสงบสติอารมณ์”
ศยามจับจิตรวรรณลงนั่งในอ่างอย่างทุลักทุเล จิตรวรรณยังดิ้น ศยามตัดสินใจใช้เท้าเหยียบเอาไว้เลย แล้วเอื้อมมือไปหยิบฝักบัวเปิดน้ำ
“อ๊าย! ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง อ๊าย!”
ศยามเปิดน้ำที่ฝักบัวได้ ราดจี๊ดทันที
“โดนน้ำเย็นๆหน่อยนะ เผื่อจะสงบขึ้น”
“ฉันยิ่งโกรธ!”
จิตรวรรณดึงขาศยามจนเขาลื่น ล้มมากองกับอยู่กับเธอ จิตรวรรณพยายามแย่งฝักบัวมาแล้วฉีดใส่เขาบ้าง
“ยัยตัวแสบเอ๊ย!”
 
ศยามพยายามแย่งคืน กลายเป็นสงครามฝักบัวระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาว ที่พยายามจะเป็นผู้ยึดครองฝักบัว แต่แล้วก็ลื่นล้มกันไปทั้งคู่ จิตรวรรณล้มลงบนตัวศยาม ในสภาพที่ทั้งคู่เปียกโชก...ใกล้ชิดกัน...
 
อ่านต่อหน้า 3



พริกกับเกลือ ตอนที่ 7 (ต่อ)
 

ศยามกับจิตรวรรณในสภาพที่เปียกปอนแนบชิดกัน สบตากันด้วยความหวั่นไหวกันทั้งสองคน ศยามลืมตัว เหมือนมีแรงดึงดูด ค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของเธอ จิตรวรรณหัวใจเต้นแรง ไม่เป็นส่ำ จนใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันมาก จิตรวรรณลังเลกับความรู้สึกอันอบอุ่นนี้ แล้วเธอก็ตัดสินใจ ผลักเขาออกไป แล้วรีบลุกออกไปทันที ศยามรู้สึกเจ็บใจตัวเองที่เผลอไผลลืมตัว
 
จิตรวรรณเดินลิ่วมาหยุดที่ริมหาด ความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจ...เกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อศยาม ภาพความใกล้ชิดกับศยามที่ผ่านมาแวบเข้ามาในความรู้สึกอีกครั้ง หญิงสาวอึ้ง...เริ่มรู้สึกตัว
“ฉัน...ไม่...มันผิด...จะบ้าเหรอ...ไปรู้สึกแบบนี้กับนายนั่นได้ยังไง ฉันต้องเกลียดสิ ไม่ใช่...”
จิตรวรรณอึ้ง ยั้งไว้ที่จะไม่พูดว่า...มันคือการชอบ หญิงสาวอึ้งไปชั่วขณะ ทันใดนั้นเสียงศยามดังขึ้น
“ถ้าคุณไม่ได้เกลียดผม...แล้วคุณรู้สึกยังไงกับผม”
จิตรวรรณสะดุ้ง ตกใจหันไป...ศยามยืนอยู่ ตื่นเต้น อยากรู้ว่าหญิงสาวรู้สึกกับเขายังไง
“นาย...ยืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“คุณรู้สึกยังไงกับผม”
จิตรวรรณไม่ตอบ เดินหนี ศยามรีบเดินตามทันที

จิตรวรรณเดินหนีมา ศยามวิ่งตามเข้ามาขวางทางเอาไว้
“ตามมาทำไม”
“ผมอยากรู้...ว่าคุณรู้สึกยังไงกับผม”
“อยากรู้”
“คุณไม่ได้เกลียดผม”
“ใช่ ฉันไม่ได้เกลียดนาย แต่ฉัน...เกลียดนายมาก”
ศยามอึ้ง ก่อนจะยิ้มออกมา
“นั่นสินะ”
“แล้วคิดว่าฉันจะรู้สึกอะไร”
“ผมอยากให้คุณ...”
ชายหนุ่มยั้งไว้ หญิงสาวอยากรู้ขึ้นมาบ้าง
“อะไร...พูดออกมาสิ”
“เปล่า ไม่มีอะไร”
คราวนี้ศยามเป็นฝ่ายเดินหนี จิตรวรรณไม่พอใจ อยากรู้ว่าเขาคาดหวังอะไรจากเธอ
“เดี๋ยวก่อนนายดิ่ง!”
จิตรวรรณวิ่งตามไป

ศยามเดินเข้าไปในบ้าน จิตรวรรณเข้ามาขวาง
“นายอยากให้ฉันรู้สึกยังไงกับนาย”
“อยากรู้”
“ไม่อยากรู้แล้วจะถามทำไม”
“งั้นมานี่เลย!”
ศยามลากจิตรวรรณไปทางหนึ่ง
“ว้าย จะพาฉันไปไหน”

ศยามจูงจิตรวรรณจะเข้าห้องนอนห้องหนึ่ง จิตรวรรณตกใจ แข็งขืน
“พาฉันเข้าห้องเนี่ยนะ จะบ้าเหรอ”
“ไม่ได้บ้า มีสติมาก เข้าไป”
“ไม่เข้า”
“บอกให้เข้าไป”
“ไม่เข้า!”
จิตรวรรณยันตัวเองกับประตูเอาไว้ ยังไงก็ไม่เข้า ศยามดึงตัวจิตรวรรณจนเข้ามาในห้องได้สำเร็จปิดประตูปัง จิตรวรรณหน้าตื่น
“จะทำอะไรฉัน!”

จิตรวรรณยืนอยู่ ศยามโยนผ้าเช็ดตัวใส่ เธอคว้าผ้าเช็ดตัวเอาไว้
“รู้หรือยังว่าพาเข้ามาในนี้ทำไม ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดซะ”
“ตอบมาก่อน อยากให้ฉันรู้สึกยังไงกับนาย”
“ได้! บอกก็บอก”
ศยามเข้าไปประชิด จิตรวรรณหายใจเต้นแรง จะเคลิ้มอีกแล้ว เลยรีบถอยออกมา
“ไปบอกห่างๆก็ได้”
ศยามนึกอยากแกล้งจิตรวรรณ
“ตอนนี้เจ็บคอ ไม่อยากพูดเสียงดัง”
ศยามเขยิบเข้าไปใกล้อีก จิตรวรรณถอย
“กลัวผมจะทำอะไรคุณ”
“ไม่ได้กลัว แต่เกลียด”
“เกลียดแล้วร้องไห้กอดผมทำไม”
จิตรวรรณอึ้ง
“เกลียดแล้วเมื่อกี้ทำไมต้องหน้าแดง”
จิตรวรรณอึ้งอีก ตัดบท
“ฉันให้นายตอบฉัน ไม่ใช่ให้ฉันตอบนาย”
“ได้...ผมไม่อยากให้คุณเกลียดผม”
ชายหนุ่มจ้องตาหญิงสาวลึกซึ้ง
“ผมอยากให้คุณรู้สึกดีกับผม อ่อนโยนกับผมบ้าง”
จิตรวรรณอึ้งหวั่นไหว หัวใจเต้นโครมคราม คล้ายจะถูกเขาสารภาพรัก
“เวลาที่ผมทำอะไรให้คุณ จะได้ไม่รู้สึกหมั่นไส้ รำคาญ อยากจะโยนทิ้งทะเล ไม่รู้กี่รอบตั้งกี่รอบ”
“อะไรนะ”
“ทำดีกับผมบ้างน่ะ เข้าใจมั้ย นี่คุณกำลังพึ่งผมอยู่นะ อย่าลืมสิ ยัยคุณหนูนิสัยเสีย ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด เลือกเอาชุดไหนก็ได้ในตู้ แต่มีไม่กี่ชุดหรอก ไม่ต้องเลือกมาก”
จิตรวรรณอึ้ง ไม่คาดคิดว่าเขาจะหักมุม...ศยามรีบออกไป ปิดประตูให้เรียบร้อย หญิงสาวยังยืนอึ้ง ศยามยืนอยู่หน้าห้องถอนหายใจโล่งอก ก่อนที่จะได้ยินเสียงประตูห้องเหมือนมีอะไรมากระแทกดังโครม ชายหนุ่มสะดุ้ง
“เฮ้ย ทำอะไรของคุณน่ะ เกรงใจเจ้าของบ้านบ้างสิครับ”
จิตรวรรณเปิดประตูห้องโผล่หน้าออกมา
“บ้านของนายหรือไง”
ศยามนิ่งไป รู้สึกตัวว่าพลาด
“เพราะไม่ใช่บ้านผมไง ถึงต้องยิ่งเกรงใจ นี่บ้านผู้มีพระคุณของผม เพราะฉะนั้น กรุณา...”
จิตรวรรณปิดประตูกระแทกใส่หน้าดังโครม ศยามฉุนหนักใจกับนิสัยของหญิงสาว
“เฮ้อ...!”

เศกลงนอน...อ่อนเพลีย มารศรีห่มผ้าให้อย่างเบามือ ศุวิมลยืนดูพ่ออย่างเป็นห่วงใกล้ๆ
“พักผ่อนเยอะๆนะคะ ศรีจะคอยดูแลคุณเอง”
มารศรีปรายตามองศุวิมลอย่างไม่พอใจ
“ศรีจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้คุณต้องไม่สบายใจอีกแล้วค่ะ”
ศุวิมลพยายามแย้ง
“คุณพ่อคะ แต่ศุ...”
เศกยกมือขึ้นห้าม แล้วโบกมือไล่ออกไป ศุวิมลอึ้ง มารศรีเย้ย
“เห็นแล้วไม่ใช่เหรอคะคุณศุ ว่าคุณเศกไม่ได้อยากฟังคุณ ออกไปก่อนเถอะค่ะ”
ศุวิมลมองมารศรีอย่างเจ็บใจ เป็นห่วงพ่อก็ห่วง แต่จำใจต้องออกไปก่อน มารศรียิ้มเยาะอย่างผู้ชนะก่อนจะหันไปดูแลเศก
“ศรีรักคุณนะคะ อย่าเอาคำพูดของคุณศุมาคิดมากนะคะ”
“คุณโกรธยัยศุหรือเปล่า”
“ไม่เลยค่ะ ศรีเข้าใจ คุณศุคงกลัวว่าศรีจะมาแย่งความรักจากคุณไป”
“คุณรักผมจริงๆใช่มั้ย”
“ไม่มีอะไรจะเป็นความจริงมากไปกว่านี้แล้วค่ะ ศรีจะอยู่เคียงข้างคุณ ดูแลคุณเอง”
มารศรีลุกออกไป มีเรื่องต้องจัดการกับศุวิมล...เศกมองตามด้วยความรัก...แต่ก็คิดมาก และกลัวสิ่งที่ศุวิมลพยายามจะบอกแต่ไม่พูดออกมาให้ใครรู้ เศกมองไปที่ประตูห้อง ตัดสินใจอะไรบางอย่าง

ศุวิมลกดมือถือต่อสายหาศยามอย่างร้อนใจ รอสาย ได้ยินเสียงตอบกลับว่าไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายปลายทางที่ท่านเรียก
“โอ๊ย...พี่ดิ่ง จะปิดเครื่องทำไมเนี่ย”
มารศรีที่เดินเข้ามาจะคุยกับศุวิมลได้ยินเข้าพอดี ตกใจ พึมพำเบาๆ
“ยัยศุวิมล...เจอดิ่งแล้วเหรอ”
ศุวิมลพยายามกดหาศยามอีกครั้ง มารศรีพยายามตั้งสติ แล้วรีบเดินไปกระชากมือถือจากศุวิมลทันที
“โทรหาใคร!”
“โทรหาพี่ชายฉัน ซึ่งก็คือแฟนเก่าที่เธอถีบหัวส่งแล้วมาแต่งงานกับพ่อเขาแทนไงล่ะ”
มารศรีอึ้ง เศกเข้ามา อย่างมีสติที่สุด
“ไอ้ดิ่งมันอยู่ที่ไหน”
มารศรีตกใจ ศุวิมลดีใจ รีบเข้าไปหาพ่อ
“พี่ดิ่งมากลับมาแล้วค่ะคุณพ่อ เมื่อถูกยัยมารศรีตีจากโดยไม่บอกเหตุผล แล้วมาแต่งงานกับคุณพ่อ ผู้หญิงคนนี้โกหกว่าไม่รู้จักพี่ดิ่ง ทั้งๆที่เขากับพี่ดิ่งเคยรักกัน และพี่ดิ่งวาดฝันจะแต่งงานกับเขาด้วยซ้ำ...แล้ว...”
เศกตัดบท
“พอ...พ่อถามว่าไอ้ดิ่งมันอยู่ที่ไหน”
“เรื่องที่คุณพ่อต้องสนใจก่อนคือเรื่องของผู้หญิงลวงโลกคนนี้นะคะ”
“ไม่ต้องมาตัดสินใจแทนฉัน”
ศุวิมลอึ้ง...มารศรีเริ่มยิ้มออก เมื่อเห็นเศกไม่มีท่าทีว่าจะเชื่อสิ่งที่ศุวิมลพูด
“ทั้งๆที่ฉันไม่สบาย แกก็ยังสร้างเรื่องมาทำให้พ่อทุกข์ใจ...ถ้าแกเกลียดคุณศรีมากขนาดนี้...ก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่ เพราะฉันไม่มีทางเลิกกับคุณศรีเพียงเพราะคำพูดของแก”
“คุณพ่อไม่เชื่อศุเลยเหรอคะ”
เศกนิ่ง เบือนหน้าหนี แล้วเดินออกไป ศุวิมลสียใจ
“คุณพ่อ...”
มารศรีเย้ยศุวิมล
“รู้คำตอบจากคุณเศกแล้วใช่มั้ย...เขาไม่เชื่อคุณ”
มารศรียิ้มเย้ยออกไปอย่างผู้ชนะ ศุวิมลผิดหวังและทุกข์ใจมากที่เศกไม่ยอมเชื่อ

ศยามนั่งเหม่อมองออกไปยังท้องทะเล จิตรวรรณในชุดลำลองสบายๆ และรัดกุมมาก เดินเข้ามาพูดเสียงอ่อนโยนมาก
“นายดิ่ง...”
ศยามหันมองแปลกใจในน้ำเสียงของเธอ
“ก็นายอยากให้ฉันเกลียดนายน้อยลง และอ่อนโยนกับนายมากขึ้นไม่ใช่เหรอ”
“จะให้ผมทำอะไรให้อีกล่ะ”
“นายก็น่าจะรู้นะ...ปาเข้าไปกี่โมงแล้วล่ะ...ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย...หิว”
ศยามชี้ไปที่มุมหนึ่ง
“โน่น...ทำไว้ให้แล้ว”
จิตรวรรณหันไปมองที่โต๊ะอาหารมีชามอาหารร้อนๆ ควันฉุยลอยคลุ้งตั้งอยู่บนโต๊ะ
“น่ารักอ่ะ...ขอบใจนะ”
จิตรวรรณรีบเดินออกไปหาอาหารทันที ศยามมองตามยิ้มขำๆ


จิตรวรรณเดินลิ่วมาที่ชามอาหารแล้วก็หยุดชะงัก อาหารในชามเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่ไข่ หญิงสาวมองอย่างผิดหวัง
“อะไรเนี่ย...”
“อาหารยอดนิยม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ใส่ไข่”
“ใครนิยม ฉันไม่นิยม ไม่มีอย่างอื่นหรือไง ที่มันมีคุณค่าอาหารมากกว่านี้”
“ไม่มี”
“ไม่คิดก่อนตอบสักหน่อยเหรอ”
“ไม่คิด เพราะคิดมาแล้ว เหลืออยู่แค่นี้ในตอนนี้”
“อะไร บ้านหลังใหญ่โต มีของอยู่แค่นี้”
“อย่าเยอะ จะกินหรือไม่กิน”
“ไม่กิน”
“ก็อย่ากิน...โอเค งั้นผมกิน หิว”
ศยามลงนั่ง ลงมือกินทันที จิตรวรรณห้ามไว้
“เดี๋ยว!”
“อะไรอีกล่ะ”
“ไปทำของตัวเองใหม่สิ ฉันจะกิน”
จิตรวรรณลงนั่งกระแทกศยามให้หลุดไปจากเก้าอี้
“พูดใหม่...ขออ่อนโยนเหมือนเมื่อกี้ ไม่งั้น...”
ศยามลงนั่งกระแทกจิตรวรรณจนพ้นจากเก้าอี้
“ไม่ให้กิน”
จิตรวรรณเจ็บใจ แต่ก็ยอม
“ก็ได้...” หญิงสาวเสียงอ่อนโยน “นายดิ่ง...ไปทำกินเองสิคะ อย่ามาแย่ง ผู้ชายแย่งผู้หญิงกิน นิสัยไม่ดีนะคะ ผู้หญิงแหวะ”
ศยามเซ็งเต็มทน ลุกขึ้นจับเธอกดลงนั่ง แล้วตัวเองก็เดินไป จิตรวรรณลงมือกินอย่างสบายใจ ศยามเดินไปเปิดซีดีที่มุมหนึ่งใกล้ๆกันเลือกซีดีเพลงสากลโรแมนติกมากๆ จิตรวรรณอึ้ง...
“ชิ...ฟังรู้เรื่องด้วยเหรอ”
“เพลงโปรด”
“หิวแล้วทำไมไม่ไปทำของตัวเองกินซะล่ะ”
ศยามลงนั่งฟังเพลง
“ไม่มีเหลือแล้ว ที่คุณกินน่ะซองสุดท้าย”
จิตรวรรณอึ้ง...มองดูบะหมี่ในชามของตัวเอง มองศยาม...รู้สึกเห็นใจ คิดอะไรบางอย่าง

จิตรวรรณส่งช้อนและตะเกียบให้ในขณะที่ตัวเองนั่งอยู่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ชามบะหมี่อยู่กลางโต๊ะ ศยามยิ้ม รับอุปกรณ์มา ลงนั่งตรงข้าม
“ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าใจจืดใจดำ กินคนเดียว”
“ใครจะไปว่าอะไรคุณ”
“นายไม่พูด แต่ฉันรู้ว่าคิดในใจ”
“จะพูดอีกนานมั้ย ผมรอให้คุณตัดริบบิ้นอยู่ จะได้กินสักที หิว”
“ขอบใจฉันสักคำไม่ได้หรือไง ที่ฉันมีน้ำใจ”
ศยามส่ายหัว ไม่พูด ตักเส้นกินเลย จิตรวรรณตาโต
“เฮ้ย ได้ไง ต้องฉันก่อนสิ”
“ก็มัวแต่บ้าน้ำลาย”
“ว้าย! ปากเสีย”
จิตรวรรณไม่ยอม ตักบะหมี่กินบ้าง สองคนดูเชิง ไม่มีใครยอมแพ้ ตักกินให้ได้มากที่สุด กลายเป็นภาพปาร์ตี้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอันดุเดือด ท่ามกลางเสียงเพลงโรแมนติก ทั้งสองแย่งกันกิน...

น้ำซุปเหลือค่อนถ้วย..จู่ๆจิตรวรรณก็มองไปทางข้างหลังศยามแล้วตกใจ
“นายดิ่ง!”
ศยามชะงัก
“มีอะไร...”
“ใครอยู่ตรงนั้น”
ศยามหันไป จิตรวรรณเลื่อนชามบะหมี่เข้ามาใกล้ตัวแล้วตักซุปช้อนสุดท้ายกินทันที
“ฮ้า...อร่อยกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว...”
ศยามหันมารู้ว่าถูกหลอก วางตะเกียบและช้อน อารมณ์เสีย จิตรวรรณยกน้ำขึ้นดื่ม สบายท้อง สบายใจ
“ฮ้า...สงสัยคืนนี้จะนอนหลับฝันดี ไปนะ มื้อนี้อร่อยมาก”
จิตรวรรณลุกขึ้นเดินสวยๆออกไป ศยามมองตามเซ็งจัด หันมองชามบะหมี่ที่มีตะเกียบและช้อนของจิตรวรรณวางอยู่บนปากชาม ศยามยิ้มน้อยๆ
“อืม...สงสัยคืนนี้จะนอนหลับฝันดีเหมือนกัน”

จิตรวรรณลงนอน ยิ้มอารมณ์ดี จะหลับ ก่อนจะคิดถึงสิ่งที่ทำให้ตัวเองเสียใจและหนีมา
“พี่เทวัญ...”
จิตรวรรณถอนใจตัดสินใจแน่วแน่
“พรุ่งนี้ ฉันจะตื่นมา แล้วลืมเรื่องเลวร้ายทุกอย่าง ฉันจะเข้มแข็ง ฉันต้องทำได้ หญิงสาวหันปิดไฟหัวเตียงนอนหลับ
ศยามยืนอยู่ที่ประตูห้อง ยิ้มน้อยๆ
“คุณต้องทำได้สิ คุณจี๊ด ผมเอาใจช่วย”

ทะเลยามเช้า...จิตรวรรณนั่งซึม ห่อเหี่ยว มองทะเล ไม่ได้เข้มแข็ง แข็งแรงอย่างที่ประกาศไว้เมื่อคืน ศยามเดินเข้ามา มองหาเห็นจิตรวรรณนั่งซึมอยู่
“โธ่เอ้ย...ไหนบอกว่าต้องทำให้ได้ไง...”
ศยามมองอย่างสงสารและเห็นใจ จิตรวรรณนั่งนิ่งอยู่ เขาลงนั่งข้างๆ พูดเปรยๆ
“ตื่นเช้านะ”
“ไม่ได้นอนเลยดีกว่า”
“ผมคิดว่า...คุณจะ...เข้มแข็งและก็ดีขึ้นแล้วซะอีก”
“ไม่รู้สิ บอกไม่ถูก...เดี๋ยวดีเดี๋ยวเศร้า สลับกันไปมา บางทีก็คิดนะ จะเศร้าดีหรือไม่เศร้าดี พอจะเศร้าก็ไม่อยาก พอจะดีก็ดันเศร้า”
“อืม...บ้าแล้วล่ะ”
“ไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงนะ”
“แล้วมีอารมณ์จะทำอะไร”
จิตรวรรณมองหน้าศยามเขินๆ
“หมายความว่าไง”
“ตอนนี้อารมณ์คุณน่ะ อยากทำอะไร”
“อยากทำอะไม่รู้ รู้แต่ ไม่อยากเศร้าแล้วล่ะ อยากลืมโลก ลืมความความวุ่นวาย”
ศยามลุกขึ้น ส่งมือให้
“ทำอะไร”
“ให้ยืม...จะช่วยให้ลุกขึ้น”
“ลุกเองได้”
“ก็ลุกสิ”
“ลุกไปไหน”
“ไม่อยากเศร้าไม่ใช่เหรอ ไป ผมจะพาไปร่าเริง”
ศยามช่วยดึงตัวจิตรวรรณขึ้นมา บนยอดผา
“โอ๊ย เหนื่อย แฮ่กแบบนี้ บ้านนายเรียกว่าพามาร่าเริงหรือไง เขาเรียกพามาเหนื่อย”
“ดูซะก่อน แล้วจะร่าเริงจริงๆ”
ศยามผายมือ จิตรวรรณมองออกไป แล้วตะลึง หญิงสาวกับชายหนุ่มยืนอยู่บนหน้าผา เบื้องหน้าคือทะเลกว้างไกลสุดสายตา คลื่นต้องแสงอาทิตย์เป็นประกายระยิบระยับ
“สวยจังเลย”
“ไง...”
“เขาไม่ได้เรียกพามาร่าเริง...เขาเรียก...ลั้ลลา”
จิตรวรรณวิ่งไปสูดอากาศสดชื่นริมหน้าผาลั้ลลาร่าเริงมาก ท้าแดดท้าลม ไม่สนใจเขาอีกต่อไป ศยามยืนมองยิ้มตามไปด้วยอย่างมีความสุข

ยอดชายลากใจดีมาคุยที่มุมหนึ่ง ยอดชายกระซิบกระซาบกลัวใครได้ยิน
“เงาะเป็นไงบ้าง”
“ตอนฉันออกจากบ้าน ยังหลับอยู่ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เงาะสัญญาว่าจะไม่ไปไหน”
“ดี...”
เทวัญยืนแอบฟังอยู่ที่มุมหนึ่ง
“บอกเงาะนะ ให้อดทน”
“ไม่ต้องห่วง เงาะแค้นพี่เทวัญมาก ตั้งใจว่าจะช่วยพวกเราเขี่ยพี่เทวัญไปให้พ้นจากชีวิตของจิตรวรรณและทุกคนให้ได้ เงาะพร้อมเป็นพยานยืนยัน”
“สงสารเงาะจังเลย”
“คุณเจตนาก็รู้เรื่องแล้ว แต่จี๊ดดันไม่อยู่ คนที่จะตัดสินใจและทำให้เรื่องนี้จบได้คือจี๊ดคนเดียว”
“ก็ต้องรอจี๊ด”
ใจดีพยักหน้าเห็นด้วยกับยอดชาย เทวัญ โกรธแค้นมาก เดินออกไปทันที

เจตนานั่งทำงานอยู่ เทวัญเปิดประตูห้องเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“เทวัญ...”
“ท่านมองเหมือนผมเป็นฆาตกร”
“เทวัญ ใจเย็นๆก่อน”
“ผมคงเย็นต่อไปไม่ไหวแล้วครับ เมื่อทุกคนทำอะไรกันลับหลัง โดยที่มีผมเป็นเหยื่อ”
เจตนาอึ้ง เทวัญมองอย่างเคร่งเครียด
“เธอพูดถึงเรื่องอะไร”
“อย่าปฏิเสธผมเลยครับ ว่ามีคนมารายงานท่านเรื่องผมกับเงาะ”
“ใช่ และเพราะเรื่องนี้ ยัยจี๊ดถึงได้หนีไป”
“ทุกคนฟังความข้างเดียวจากผู้หญิงขี้อิจฉาคนนั้น แต่ไม่มีใครฟังผม ซึ่งเป็น คนรักที่คบหากันมานานของน้องจี๊ด”
เจตนาอึ้ง เริ่มลังเลและคิดตามเหตุผลของเทวัญ

ศยามและจิตรวรรณนั่งคุยกัน เบื้องหน้าท้องทะเลอันกว้างใหญ่
“ฉันเจอพี่เทวัญครั้งแรก ตอนนั้นฉันเรียนอยู่ปีสุดท้าย และมาฝึกงานที่ออฟฟิศของคุณพ่อ โดยมีเพื่อนๆฉันอีกสามคนคือยอด ใจดีและเงาะมาด้วย”
ศยามฟังอย่างสงบ
“พี่เทวัญเป็นคนเก่ง หน้าตา นิสัย ฐานะ ดีมาก ดูแลฉันและเพื่อนดีที่สุด ตอนนั้นเขาคือคนที่เพอร์เฟ็ก และเป็นสุภาพบุรุษที่สุด...พี่เทวัญสารภาพกับคุณพ่อคุณแม่ว่ารักฉัน และขออนุญาตดูแลฉัน ฉันตอบตกลงก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะตอบซะอีก”
“คุณรักเขาใช่มั้ยถึงได้ตอบตกลง”
จิตรวรรณอึ้ง
“ที่ตอบตกลงเพราะ...ฉันอยากมีคนรัก อยากให้คนมารัก เพราะไม่มีใครรักฉัน”
ศยามมองหน้า จิตรวรรณมองตอบ
“นายเห็นฉันมั้ย...สวย รวย เก่ง แต่ไม่มีแฟน น่าเศร้านะ”
“ก็เลือกเยอะเองทำไม”
“ไม่มีมาให้เลือกต่างหาก ไม่มีใครทนนิสัยฉันได้สักคน มีแต่พี่เทวัญที่รักในสิ่งที่ฉันเป็น...แต่ในที่สุด เขาก็...หลอกฉัน เห็นมั้ย จะมีใครรักฉันจริง”
“มีสิ”
จิตรวรรณหันมองขวับ
“อย่าเพิ่งสิ้นหวัง ว่าจะไม่มีคนรักคุณจริง รักตัวเองซะก่อน แล้วค่อยไปรักคนอื่น เมื่อรักเป็น ตอนนั้น...คุณก็จะได้รับความรักที่จริงใจตอบแทนกลับมา”
จิตรวรรณอึ้งกับคำพูดของศยาม ครุ่นคิดตาม
“ภายใต้เงื่อนไข ถ้าคนๆนั้นจริงใจกับคุณ...”
 
อ่านต่อหน้า 4 เวลา 17.00น.



พริกกับเกลือ ตอนที่ 7 (ต่อ)
 

เทวัญเข้ามา
“ผมรักน้องจี๊ดอย่างจริงใจ สามปีที่พิสูจน์ตัวเองมา มันไม่หนักแน่นเท่าคำใส่ร้ายจากผู้หญิงคนนั้นไม่กี่ประโยคเหรอครับ”
“เทวัญ...ฉันตอบคำถามเธอไม่ได้ และฉันก็ไม่ใช่คนที่เธอต้องมาเสียเวลาอธิบาย เธอควรไปคุยกับจี๊ด”
“แล้วน้องจี๊ดอยู่ที่ไหนล่ะครับ”
“เมื่อเขาสบายใจ เขาก็กลับมาเอง”
“ถึงตอนนั้น ยังมีความยุติธรรมเหลือให้ผมอยู่อีกเหรอครับ น้องจี๊ดอาจจะปักใจเชื่อไปแล้วก็ได้ว่าผมมันเลว”
เจตนาอึ้ง ครุ่นคิด จะทำยังไงดี เทวัญลอบยิ้ม พอใจที่เห็นเจตนามีท่าทีลังเลและโอนอ่อน
 
 
ศยามและจิตรวรรณเดินผ่านร้านของชำ ศยามถูกเจ้าของร้านเรียกไว้
“คุณ...มีข้อความฝากมา”
“ครับ ขอบคุณครับ”
จิตรวรรณสงสัย
“ข้อความอะไร จากใคร”
“เจ้าของบ้าน อาจจะอยากสั่งให้ผมทำอะไร”
“ทำไมนายไม่บอกเขาให้ติดโทรศัพท์ที่บ้านนะ จะได้ไม่ต้องยุ่งยาก เดี๋ยวนี้ของ่ายจะตายไป รอไม่กี่วันก็ได้แล้ว”
จิตรวรรณมัวแต่ฝอย หันไปอีกที ศยามหายไปแล้ว ไม่ได้ยืนฟัง
“อ้าว...”
 
 
ศยามยืนอ่านข้อความในกระดาษเขียนด้วยลายมือ
“เทวัญต้องการคุยกับจี๊ด กลับบ้านด่วน...เจตนา”
ศยามเงยหน้าจากกระดาษ...รู้สึกหนักใจ
 
 
เมื่อกลับไปที่บ้านศยามบอกให้จิตรวรรณรู้ แต่เธอปฏิเสธทันที
“ฉันยังไม่กลับ”
“ทำไม”
“ยังไม่พร้อม”
“จะช้าหรือเร็วคุณก็ต้องกลับอยู่ดี”
“ก็ไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้นกลับไปตอนนี้หรือตอนไหน ก็คือกลับอยู่ดี”
ศยามเซ็ง
“เถียงคำไม่ตกฟาก ตามใจ...แต่จะบอกอะไรให้นะ ปัญหาถ้าเกิดแล้วไม่รีบเคลียร์ให้มันจบๆ มันจะยิ่งยุ่งยาก คุณไม่ควรหนี แต่ควรกลับไปเผชิญหน้า”
“นายไม่ใช่ฉัน นายไม่รู้หรอก ว่ามันยากแค่ไหนที่ฉันต้องกลับไปคุยกับพี่เทวัญ เรื่องที่เขามีอะไรกับเพื่อนสนิทฉัน มันไม่ง่าย นายเข้าใจมั้ย”
จิตรวรรณโกรธและเสียใจเมื่อต้องถูกสะกิดแผลใจ วิ่งออกไป ศยามถอนใจ ทรุดลงนั่ง กลุ้มใจ
“ทำไมจะไม่เข้าใจ ว่าการถูกหักหลังมันเป็นยังไง”
 
 
มารศรีประคองเศกเดินเล่นรอบๆบ้าน ชี้ชวนดูต้นไม้ต่างๆ เศกหน้าตาสดชื่นขึ้นมาก
“กลางวันนี้ทานอะไรดีคะ”
“อะไรก็ได้ คุณดูให้ผมเถอะ”
“ค่ะ งั้นศรีไปสั่งแม่บ้านก่อนนะคะ”
มารศรีจะเดินไป
“คุณศรี...”
“คะ”
“คุณเบื่อมั้ยที่ต้องมาดูแลไม้ใกล้ฝั่งอย่างผม”
“คุณเศกขา” มารศรีเข้ามาอ้อน “ศรีจะเบื่อคุณได้ยังไง ในเมื่อศรีตัดสินใจแล้ว ว่าชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ ศรีจะอยู่กับคุณ ดูแลคุณ เพราะศรีรักคุณ”
“ผมแค่...ไม่อยากกักขังคุณไว้ อยากให้คุณมีความสุข”
“ความสุขของศรีอยู่ที่นี่ค่ะ กับคุณ อย่าถามศรีแบบนี้อีกนะคะ ไม่งั้นศรีโกรธจริงๆด้วย”
“จ๊ะ”
“เดี๋ยวมานะคะ”
มารศรีเดินออกไป เศกมองตาม แล้วเดินไปทางหนึ่ง
 
 
เศกแอบมาคุยโทรศัพท์ที่มุมหนึ่ง
“สืบมาให้หมดว่าตอนที่มารศรีอยู่ที่เยอรมัน เรียนอะไรอยู่ทีไหนกับใคร และ...ที่สำคัญมีคนรักที่นั่นหรือเปล่า...ขอบใจ”
เศกวางสาย หลังจากที่ให้นักสืบสืบเรื่องของมารศรีเพื่อความแน่ใจ มารศรีเข้ามาพร้อมถ้วยซุป
“ทานซุปรองท้องก่อนนะคะ จะได้ไม่หิวมาก กว่าจะถึงมื้อกลางวัน”
“ขอบใจจ๊ะ”
มารศรีวางถ้วยซุป ปรนนิบัติอย่างเต็มอกเต็มใจ เศกมองมารศรีอย่างสะเทือนใจ มารศรีเปรยๆ
“ไม่เห็นคุณศุทานอาหารเช้าเลย คงโกรธศรีมาก คุณก็ไม่น่าจะไปไล่เธออย่างนั้น ยังไงนั่นก็ลูกนะคะ”
“ช่างเถอะ”
เศกลงนั่งทานซุปไปคนเดียวเงียบๆ...มารศรีมองเศกทานซุปอย่างพึงพอใจ
 
 
ก่อนหน้านี้ ขณะที่มารศรีเดินเข้าไปในครัว พบว่าแม่บ้านถือถ้วยซุปออกมา มารศรีเข้ามารับ
“ฉันเอาไปให้เอง”
“ค่ะ”
มารศรีรอจนแม่บ้านลับไป เธอวางถ้วยซุปลงแล้วหยิบห่อยาลักษณะเป็นผงออกมา เทใส่ถ้วยซุปเล็กน้อย จากนั้นก็เก็บห่อยาใส่ที่เดิม แล้วคนช้าๆ
 
มารศรีมองเศกทานซุป ยิ้มย่อง ค่อยๆเข้าไปเอาใจเพิ่มเติม
“น้ำค่ะ”
“ขอบใจจ๊ะ”
“ซุปอร่อยมั้ยคะ...รับเพิ่มมั้ย เดี๋ยวศรีไปตักมาให้”
“เอาสิ...วันนี้รสชาติดีกว่าทุกวันนะ”
“ค่ะ...ดีกว่าทุกวัน เพราะวันนี้ศรีใส่หัวใจลงไปด้วย”
เศกหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ฮ่ะๆๆๆๆ เข้าใจพูด”
“รอศรีแป๊บเดียวค่ะ”
มารศรียกถ้วยซุปออกไป เศกมองตามมารศรีอย่างเสียดาย หากสิ่งที่หวั่นใจเป็นจริง
“อย่าให้ความจริงเป็นอย่างที่ผมคิดเลย คุณศรี...ผมรักคุณนะ”
 
 
ยอดชายเดินอ่านเอกสารมา สวนกับศุวิมลที่เดินผ่านไปไม่สนใจ ยอดชายชะงัก
“คุ้นๆ”
ยอดชายหันกลับไปมอง เห็นศุวิมลเดินอยู่
“เฮ้อ...คนเรา เขาไม่รักก็ยังจะตื๊อ น่าสงสาร...” ยอดชายคิดบางอย่างได้ เรียกศุวิมลเอาไว้ “คุณ เดี๋ยวก่อน คุณ”
ยอดชายวิ่งไปหาศุวิมลที่หน้าเครียดมาก
“คุณ!”
“กรุณาถอยไป ตอนนี้ ฉันอารมณ์ไม่ดี”
“ใจเย็นๆก่อนนะ ผมมาดี”
“แต่ฉันไม่ดี ถอย”
ศุวิมลผลักยอดชายอย่างแรง จนกระเด็น ศุวิมลไม่สนใจ เดินลิ่วเข้าไปข้างใน
“เฮ้ย...ทำไมอีคิวต่ำงี้ล่ะคุณ คนเขาอุตส่าห์ดีด้วย มาแฮ่ใส่ซะงั้น”
ศุวิมลหันขวับ
“ไม่ใช่หมา”
“หน้างี้...ปักกิ่งชัดๆไม่ๆ ดูไปดูมาเหมือนพุดเดิ้ล ไม่ๆๆ ต้องเทอร์เรีย”
จู่ๆศุวิมลก็ร้องไห้ เพราะอารมณ์ที่เก็บกดอยู่ข้างใน บวกกับมาเจอความป่วนของยอดชาย
“ฮือ!พี่ดิ่งอยู่ไหน! ศุไม่ไหวแล้วนะ! พี่ดิ่ง”
ยอดชายตกใจ คิดว่าศุวิมลตัดใจจากศยามไม่ได้
“ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งโวยวาย รักษาภาพพจน์หน้าที่การงานคุณด้วยสิ”
“หน้าที่การงานฉันมาเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันร้องไห้เพราะฉันเครียด ครูก็คนนะ”
“ร้องไห้เพราะถูกผู้ชายทิ้ง แล้วไม่ยอมตัดใจ ควรจะให้คนอื่นรู้มั้ยเล่า มันดีนักหรือไง”
ศุวิมลอึ้ง ก่อนจะเปลี่ยนจากร้องไห้มาเป็นหัวเราะเพราะขำกับเหตุผลของยอดชาย
“ฮ่ะๆๆๆๆ”
“อ้าว...บ้าไปแล้ว”
ศุวิมลยังหัวเราะไม่เลิก ยอดชายงงๆ ว่าเธอหัวเราะอะไร
 
 
จิตรวรรณนั่งอยู่ริมทะเลปาดน้ำตา หลังจากที่ร้องไห้มาพักใหญ่ ก่อนจะชะงัก เมื่อเห็นศยามเดินมาจากด้านหลังผ่านเธอไป จิตรวรรณมองตามศยามที่กำลังเดินไปทางทะเล อย่างแปลกใจ
“จะไปไหน!”
ศยามชะงักหันมา ไม่ตอบ
“ฉันถามว่าจะไปไหน”
ศยามเดินดุ่ยๆมา จิตรวรรณชักไม่ไว้ใจ ศยามเข้ามาอุ้มจิตรวรรณขึ้น
“ว้าย นายดิ่งปล่อยนะ จะทำอะไร”
“เอาไปทิ้งปะ”
“ทิ้งอะไร!”
ศยามอุ้มจิตรวรรณแล้ววิ่งไปที่ทะเล เมื่อลงไปในน้ำเขาทุ่มเธอลงน้ำไป
“ว้าย นายดิ่ง! จะบ้าหรือไง ฉันไม่อยากเล่นน้ำทะเล”
“ไม่ได้ให้มาเล่น ให้เอาความรู้สึกซึมเศร้าและหม่นหมองมาทิ้งทะเล”
“แหวะ เน่า เสร่อแป๊ะ! คิดได้ไง! โอ๊ย!! น้ำเข้าหู แสบตา”
จิตรวรรณโมโหวิ่งเข้าไปผลักหวังจะให้เขาล้มจมน้ำ ศยามเสียหลักล้ม จิตรวรรณกระโดดลงไปทับ กดเขาไม่ให้ลุกขึ้น ศยามพยายามพลิกตัวกลับ จับเธอกดน้ำอีก จิตรวรรณดิ้น ไม่ยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ง่ายๆ ชายหนุ่มกับหญิงสาวเล่นมวยปล้ำกันอยู่ในน้ำทะเล จากอารมณ์เคร่งเครียด กลายเป็นความเมามันสะใจที่ได้กระทำอีกฝ่าย และกลายเป็นความสนุกสนาน ลืมความทุกข์ไปชั่วขณะ จิตรวรรณกับศยามหัวเราะให้กันลืมความขัดแย้งที่เคยมีกันและกัน
 
 
ทั้งสองลงนอนอย่างเหนื่อยหอบบนหาดทราย หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันหน้ามามองกัน...จิตรวรรณก็ค่อยๆรู้สึกตัวว่าเป็นมิตรกับศยามมากเกินไปแล้ว เริ่มกลับมาไว้ท่า หยุดหัวเราะ ขยับตัวออกห่าง ศยามค่อยๆหุบยิ้ม รู้ตัวดี ว่าจิตรวรรณยังมีกำแพงอยู่
 
 
ยอดชายนั่งนิ่ง อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ศุวิมลนั่งอยู่ตรงข้าม ยังกลั้นหัวเราะไม่เลิก
“หึหึหึหึ”
“จะเลิกขำได้หรือยัง หน้าผมมีอะไรตลกนัก”
“หน้านายไม่ตลก แต่ที่นายคิด...ตลก คิดได้เนอะว่าฉันอกหักจากพี่ดิ่งแล้วตื๊อ      ไม่ยอมเลิก หึหึหึหึ”
“โอเค...ผมคิดผิด...งั้น...อะไรที่ถูก บอกหน่อยซิ”
“พี่ดิ่งเป็นพี่...เอ่อ...ไม่ใช่พี่ก็เหมือนพี่...ฉันนับถือพี่ดิ่งเป็นพี่ชายคนหนึ่ง”
“แค่ไม่กี่วันเนี่ยนะ นับถือเป็นพี่เป็นน้องกันแล้ว”
“ความจริงใจไม่ได้วัดกันที่ระยะเวลา บางคนถ้าถูกชะตาแค่แป๊บเดียวก็อาจจะตายแทนกันได้ แต่บางคนถ้าไม่ถูกชะตา ก็อยากจะฆ่าให้ตายได้เหมือนกัน”
ยอดชายสะดุ้งวาบ
“โอเค...ตกลง สงบสติอารมณ์เป็นปกติแล้วใช่มั้ย”
“ใช่...ฉันเป็นปกติแล้ว”
“ค่อยยังชั่ว ขืนปล่อยให้อยู่ข้างนอก คนเขาได้คิดว่าคนบ้ามาเพ่นพ่าน ต้องขอบคุณผมนะเนี่ย ขอบคุณหน่อยสิ”
“ไม่!”
“โอเค! ไม่ขอบคุณก็ได้...แล้วมาหานายดิ่งทำไม นายดิ่งไม่อยู่หรอก ลางานกลับบ้านต่างจังหวัด”
“ไปต่างจังหวัด จังหวัดไหน โอ๊ย คนยิ่งมีเรื่องร้อนใจ พี่ดิ่งอ่ะ” ศุวิมลร้องไห้ออกมาอีก “ฮึ ฮือๆๆ”
“อ้าว เวรกรรม! เฮ้อ...”
“อย่าอารมณ์เสียใส่ กดดันฉันได้มั้ย”
“ได้ๆๆๆ อย่าร้องเสียงดังสิ เบาๆ ชู่! โอ๋ๆๆ อย่าร้อง”
ยอดชายเข้าไปปลอบเพราะกลัวใครได้ยินเธอร้องไห้แล้วเข้าใจผิด
“เงียบนะ มีอะไรให้ผมช่วยได้บ้าง ก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ”
ยอดชายแอบปาดเหงื่อและอยากปาดคอศุวิมล ที่น้ำตาตกออกมาอีกจากความเครียด
 
 
จิตรวรรณและศยามตกอยู่ในสภาวะ ไม่รู้จะคุยอะไรกัน ศยามตัดสินใจถามขึ้นมา
“แล้วคุณคิดว่า...จะกลับบ้านได้เมื่อไหร่”
“ไม่รู้สิ...อีกสัก...สองสามวันมั้ง”
“ไม่เป็นห่วงคุณพ่อคุณแม่คุณบ้างหรือไง”
“ห่วง แต่...ไม่รู้สิ ไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ป้าเพ็ญกับสำรวยก็อยู่ ส่วนคุณพ่อท่านก็คงแข็งแรงเป็นปกติ”
“ผมหมายถึงพวกท่านจะใจหายแค่ไหน ที่ไม่รู้ว่าลูกสาวหายไปอยู่ที่ไหน ป่านนี้ไม่แจ้งความตามหากันให้ควักแล้วเหรอ”
จิตรวรรณพลิกตัวมองศยาม
“ฉันไม่ห่วง...เพราะฉันรู้ว่านาย...โทรไปบอกคุณพ่อฉันตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่แล้ว”
ศยามอึ้ง ไม่คิดว่าจิตรวรรณจะรู้ทัน
“ฉันบอกแล้วไง ฉันสวยและฉลาด แค่ทำแกล้งโง่ไปงั้นแหละ”
จิตรวรรณลงนอนอารมณ์ดี ศยามหัวเราะเบาๆ ชอบใจ
“เชื่อเขาเลย”
“นายไม่ต้องห่วงหรอก ขอเวลาฉันแข็งแรงกว่านี้อีกนิด ฉันจะกลับไปเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ฉันไม่ได้หนี แค่ขอตั้งหลัก”
“อืม...ตามใจ”
ศยามหันกลับไปมองท้องฟ้าต่อ จิตรวรรณยิ้มอย่างพอใจ รู้สึกดีกับศยาม หันไปมองทองฟ้าบ้าง แต่แอบขยับตัวเข้าไปใกล้ศยามนิดนึงเหมือนเดิม ศยามเหลือบตามอง พอจะรู้...แอบยิ้ม
 
 
เจตนายืนอยู่มุมหนึ่งในบ้าน วันดีเข้ามาโวยวาย
“ทำไมป่านนี้ ยัยจี๊ดยังไม่ติดต่อกลับมาอีกนะ”
เจตนายืนอยู่ที่มุมหนึ่ง
“ผมก็ไม่รู้ ตอนนี้ลูกอาจจะยังไม่หายโกรธ”
วันดีหันไปซักเทวัญ
“เอาไงดีล่ะ เทวัญ ตามไปหาจี๊ดเลยมั้ย”
“ผมก็อยากทำอย่างนั้น แต่...ท่าทางท่านจะไม่อยากให้ผมตามไป”
วันดีไม่พอใจ
“อะไรกันคุณ...เด็กเขาจะปรับความเข้าใจกัน ทำไมต้องทำตัวขัดขวาง หรือไม่อยากให้ลูกมีความสุข เพราะอยากแก้แค้นฉัน เห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า”
“เลิกเพ้อเจ้อก่อนเถอะคุณวันดี...ผมไม่บอกว่าจี๊ดอยู่ไหน เพราะผมเคารพความต้องการของลูก ต้องให้ลูกตัดสินใจเองว่าเขาจะพร้อมเมื่อไหร่”
“ทำไมยัยจี๊ดจะไม่พร้อม คุณไม่อยากให้สองคนนี่คืนดีกัน ทำไมล่ะ”
“ทำไมชอบคิดแทนคนอื่นอยู่เรื่อย!” เจตนาเบื่อ จะไป “เทวัญ ฉันช่วยเธอดีที่สุดแล้วนะ ที่เหลือ ก็ต้องแล้วแต่จี๊ด”
เจตนาเดินออกไปทันที วันดีมองตามอย่างเจ็บใจ เทวัญเองก็ไม่พอใจ ที่จิตรวรรณยังไม่ติดต่อกลับมา
 
 
 ยอดชายเดินมาส่งศุวิมล ที่หยุดร้องไห้แล้ว
“โอเคนะ”
“โอเค”
“หายเครียดยัง”
“ยัง”
“แล้วจะไปสอนหนังสือรู้เรื่องมั้ยเนี่ย”
“รู้เรื่องสิ ฉันแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวเป็น”
“โล่งอก ไม่งั้นสงสารลูกศิษย์แย่”
“นายยอดชาย”
“ขอโทษ...ไปเถอะไป เดี๋ยวผมบอกคุณดิ่งให้ว่าคุณมาหา และมีเรื่องร้อนใจมากอยากจะปรึกษา”
“ขอบใจ”
“เรื่องอะไร บอกได้ป่ะ เผื่อผมพอจะช่วยได้ก่อนที่คุณดิ่งจะกลับ”
ศุวิมลจริงจัง
“นายช่วยไม่ได้หรอก เรื่องนี้...ซับซ้อนเกินกว่าที่คนสมองไม่ค่อยมีรอยหยักอย่างนายจะเข้าใจ ไปนะ”
ศุวิมลเดินจากไป ยอดชายพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะนึกได้ว่าถูกด่า
“เฮ้ย!ว่าเราโง่นี่นา...ยัยเพี้ยน! ฉันจะคิดบัญชีกับเธออย่างสาสม...คอยดู”
 
 
จิตรวรรณเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว...กำลังเดินเล่นอยู่หน้าบ้าน แม่บ้านขีมอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้าน เห็นจิตรวรรณเดินอยู่ข้างใน แม่บ้านตกใจ ตะโกนลั่น
“เฮ้ย...ใครน่ะ...ช่วยด้วย”
จิตรวรรณตกใจ หันซ้ายหันขวา ทำอะไรไม่ถูก แม่บ้านตะโกนชี้หน้าจิตรวรรณ
“ช่วยด้วย โจรปล้นบ้าน”
“เฮ้ย ไม่ใช่นะ ไม่ใช่!”
ศยามวิ่งออกมาด้วยความตกใจ เห็นแม่บ้านยืนตะโกนอยู่หน้าบ้าน จิตรวรรณงงๆ
“นายดิ่ง...เขาว่าเราเป็นโจรปล้นบ้านเขา ยังไงเนี่ย”
ศยามหน้าเหวอ
“ซวยแล้ว!”
 

จบตอนที่ 7
 
อ่านต่อตอนที่ 8 พรุ่งนี้เวลา 09.30น.


กำลังโหลดความคิดเห็น...