xs
xsm
sm
md
lg

มณีแดนสรวง ตอนที่ 18

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มณีแดนสรวง ตอนที่ 18

ชิโลนอนแช่อยู่ในบ่อน้ำและถูกรุมขัดสีฉวีวรรณจนเจ็บแสบไปหมดทั้งตัว

“โอ๊ย...เบาๆหน่อยได้มั้ย ผิวฉันดีอยู่แล้วไม่ต้องขัดอีกหรอก”
“ไม่ได้ค่ะ ถึงผิวคุณจะสวยเด้งอยู่แล้ว แต่ท่านสั่งมาพวกดิฉันขัดไม่ได้ ช่วยถอดสร้อยที่ คอด้วยนะคะ ดิฉันจะได้ขัดผิวต่อ”
ชิโลรีบปัดมือไม่ให้มาโดนทันที
“ไม่ได้ ถอดไม่ได้เด็ดขาด แค่นี้ก็พอแล้ว ฉันจะจัดการตัว ฉันเอง ออกไปให้หมด”
พวกหญิงรับใช้มองหน้ากันเอาไงดี
“ก็ได้ค่ะ...แต่อีก 10 นาทีเราต้องพาคุณไปอบสมุนไพรต่อ”
พวกพนักงานหญิงพากันออกไปทิ้งชิโลให้นอนแช่อยู่ในบ่อน้ำคนเดียว หญิงสาวบ่นงึมงำ
“โอ้ย...เป็นมนุษย์ทำไมช่างยากเย็นเหลือเกิน...จะไหวมั้ยเนี่ยชิโล”
ชิโลบ่นไปก็จุ่มหัวลงในน้ำเพราะอึดอัดเหลือเกิน เธอเป่าฟองอากาศอยู่ในน้ำได้ครู่ก็โผล่พรวดหัวขึ้นมาแล้ว ตกใจร้องเสียงหลงเพราะเห็นคนที่ยืนอยู่คือสการ
“ผู้...ผู้...ผู้กอง”
ชิโลนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังโป๊อยู่เลยกวักน้ำสาดใส่ไม่หยุด
“คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง หันไปเดี๋ยวนี้นะ”
สการจุ๊ปาก
“ชู่ว์...เงียบๆสิชิโล เดี๋ยวพวกนั้นก็รู้หรอกว่าฉันเข้ามา”
สการพูดไม่ทันขาดคำเสียงหญิงรับใช้ก็ดังเข้ามา
“คุณคะ...คุณ...”
สการกับชิโลมองหน้ากันเหวอๆ เอาไงดี

มัดหมี่มองรุจน์อย่างสงสัย...
“ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าท่านชี้คมีหลานชายด้วย”
รุจน์ยิ้มรับ
“อย่าเพิ่งมั่นใจในสิ่งที่คุณไม่รู้สิครับ สุภาษิตทะเลทรายที่บ้านผมเขาว่ากันว่า เวลาอยู่กลางพายุทะเลทราย สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น”
รุจน์พูดไปก็ขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าแทบประชิดติดกับมัดหมี่ แล้วใช้สายตาจ้องเธอเขม็ง
“เหมือนเม็ดทรายที่พัดเข้าตา ทำให้เราต้องปิดตาลงข้างนึง เราถึงมองอะไรไม่ชัด แต่ถ้า เราเปิดใจมองด้วย เราก็จะเห็นโอเอซีสที่คนอื่นไม่เห็น อย่างเช่นตอนนี้ที่ผมเห็นโอเอซีส อันสวยงามอยู่ตรงหน้า”
รุจน์จับมือมัดหมี่มาหอมที่หลังมืออีก คราวนี้มัดหมี่แทบระทวยรีบดึงมือกลับอย่างเขินอาย คิดในใจอย่างตื่นเต้น
‘สุภาษิตทะเลทราย ช่างโรแมนติคเหลือเกิน...ถึงจะเด็กไปหน่อย แต่อภิมหารวยแบบนี้ ไม่ต้องคิดอะไรแล้วมัดหมี่...ได้เวลาสลัดผู้กองจนๆแล้วจี๊ดถึงใจกับเด็กเอ๊าะๆดีกว่า’
มัดหมี่หันขวับกลับมาแล้วคว้ามือรุจน์มากุมฉีกยิ้มกว้างอ่อยสุดฤทธิ์เหมือนกัน
“สุภาษิตไทยเขาก็มีเหมือนกันนะคะ...เคยได้ยินมั้ยเอ่ย...น้ำขึ้นให้รีบตัก”

หญิงรับใช้เดินเข้ามาอย่างสงสัย
“ฉันได้ยินเสียงดังไปถึงข้างนอก มีอะไรเหรอคะ”
“เสียง...เสียงอะไรเหรอ”
ชิโลทำทีเป็นหยิบฟองน้ำมาถูตัวไปมา แต่สายตาจับจ้องไปที่สการซึ่งดำน้ำอยู่ในบ่อเดียวกับเธอ
“งั้นดิฉันคงหูแว่วไปเอง ให้ฉันช่วยมั้ยคะ”
“เอ่อ...ไม่ต้องหรอก ฉันอยากแช่ตัวสบายๆคนเดียว ออกไปได้แล้ว”
หญิงรับใช้เดินออกไป ชิโลรอจนออกไปเรียบร้อยแล้วถึงค่อยดึงหัวสการขึ้นจากน้ำ
“โอ๊ย...เกือบตาย นี่ดีนะเนี่ยที่ฉันเคยเป็นนักว่ายน้ำ ไม่งั้นได้จมน้ำตายอยู่ในนี้แน่”
ชิโลตีหน้ายักษ์ใส่ก่อนจะใช้สองมือตบหน้าสการทันที...เพี๊ยะ สการหน้ายู่ปากจู๋เจ็บมาก
“นี่ฉันมาช่วยเธอนะ ไม่ได้มาให้เธอตบหน้าเล่น”
“ก็มาให้ถูกจังหวะหน่อยสิ ไม่ใช่มาตอนฉันกำลังอาบน้ำอยู่แบบนี้”
สการชะงักนึกขึ้นได้เลยมองหญิงสาว ชายหนุ่มถึงกับตาโต ชิโลเลยซัดเปรี้ยงเข้าอีกที
“ตาบ้า!”
สการโดนหมัดเข้าแสกหน้าเลือดกำเดากระฉูดดาวระยิบหงายหลังตึงลงไปในบ่อ….ตูม

มัดหมี่กระพริบตาปิ๊งๆใส่รุจน์อ่อยสุดฤทธิ์แต่ก็ยังทำเป็นวางฟอร์มเชิดหน้านิดนึงให้ดูดี
“ดิฉันดีใจมากนะคะที่ได้รู้จักกับคุณ แต่ว่าเรื่องสำคัญที่ฉันมาถึงที่นี่ จำเป็นต้องคุยกับ ท่านชี้คเป็นการส่วนตัว”
“คุยกับผมก็ได้ครับ เพราะคุณอาไว้ใจผมทุกเรื่อง ไม่มีเรื่องไหนที่คุณอารู้แล้วผมไม่รู้”
“แต่เรื่องที่ฉันจะบอกมันเกี่ยวกับผู้หญิงที่อยู่กับท่านชี้ค”
“คุณหมายถึง นางฟ้าคนสวยของคุณอา”
“นางฟ้าคนสวย...เชอะ...มันไม่ใช่นางฟ้านางสวรรค์อะไรหรอกค่ะ นังนั่นมันเป็นนาง มารต่างหาก แล้วก็ไม่ใช่นางมารธรรมดาด้วย แต่มันเป็นสายของตำรวจ ฉันได้ยิน พวกตำรวจคุยกัน รับรองว่าไม่มีผิดตัวแน่”
รุจน์ทำตกใจ
“สายตำรวจ...นั่นไง ผมว่าแล้วเชียวว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีอะไรแปลกๆ”
“งั้นจะรออะไรอยู่ล่ะคะ รีบไปจัดการมันเลย”
“ใจเย็นก่อนครับ ถ้าเราผลีผลามมันอาจจะหนีไปได้ เอาเป็นว่าผมจะจัดการกับมัน ให้แนบเนียนที่สุดรับรองว่ามันจะต้องโดนผมทรมานแน่”
“ขอฉันอยู่ดูมันถูกทรมานด้วยได้มั้ยคะ คือฉันกับมันมีความแค้นส่วนตัวกันอยู่”
“ไม่ดีหรอกครับ วิธีการทรมานของผมมันทารุณโหดร้ายเกินกว่าที่ผู้หญิงบอบบางอย่าง คุณจะทนดูได้”
รุจน์จับมือมัดหมี่มาหอมหลังมืออีก มัดหมี่ระทวยแล้วรีบจับมือรุจน์ หยิบปากกามาจดเบอร์โทรศัพท์บนฝ่ามือ
“ดิฉันเป็นคนชอบเรื่องเสียวสยอง ยิ่งเรื่องทรมานคนที่ฉันเกลียดขี้หน้ายิ่งอยากฟังทุก รายละเอียด โทรมานะคะคุณฮัดซัน ดิฉันจะรอ”
มัดหมี่กัดริมฝีปากอ่อย ลุกเดินนวยนาดออกไป รุจน์เป่าปากโล่งอกแล้วมองเบอร์บนฝ่ามือยิ้มอย่างกรุ้มกริ่ม

ชิโลสวมชุดคลุมปั้นหน้าโกรธ สการมีทิชชู่อุดรูจมูกร้องซี้ด
“ที่ฉันต้องเสี่ยงตายตามเธอมาถึงที่นี่ ก็เพราะจดหมายที่เธอเขียนไปบอกฉัน”
“จดหมายนั่นฉันเขียนไปขอให้คุณช่วยดูแลอุ้มสม ไม่ได้ขอให้คุณตามมาซะหน่อย”
“ฉันเป็นตำรวจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์ เพราะฉะนั้นฉันไม่รับฝาก เธอต้องกลับ ไปดูแลอุ้มสมเอง”
“แต่ถ้าเกิดฉันถูกจับได้ แล้วโดนยิงตายขึ้นมาเหมือนอย่างดาบดารุณีล่ะ”
ชิโลพูดไปก็ชะงัก ทั้งคู่ต่างนิ่งกันไปเพราะต่างไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
“งั้นก็ถอนตัวซะตั้งแต่ตอนนี้เลย ฉันจะพาเธอออกไปเอง”
สการเข้าไปจับมือจะพาออกไปแต่ชิโลแกะมือเขาออก
“ฉันไม่ไป...ฉันต้องทำงานให้เสร็จ”
“แต่เธอยอมรับแล้วว่าเธอก็กลัวตาย”
“ฉันไม่ได้กลัวตาย ความตายเป็นเรื่องปกติ ตายแล้วก็ไปจุติ มันเป็นวัฏจักรของทุกสิ่ง แต่ที่ฉันกลัว...ฉันกลัว...”
ชิโลนิ่งไปไม่กล้าพูดออกมา สการมองเธอแล้วมีความรู้สึกเดียวกันจึงเดินเข้าไปใกล้เชยคางเธอขึ้นมา
“ฉันก็กลัวเหมือนกับที่เธอกลัวนั่นแหละ...กลัวที่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก”
สการและชิโลสบตากันซึ้ง ใบหน้าของทั้งคู่ค่อยๆเข้าใกล้กัน ริมฝีปากค่อยๆสัมผัสแตะกันอย่างแผ่วเบา แล้วกลายเป็นจูบที่อบอุ่นและสวยงาม ชายหนุ่มกับหญิงสาวกอดและจูบกันก่อนที่จะเกิดแสงสว่างเรืองรองห่อหุ้มทั้งสองเอาไว้ จากนั้นเส้นด้ายสีเขียวจึง ค่อยๆโผล่ขึ้นจากนิ้วก้อยของทั้งคู่แล้วพันวนรอบตัวก่อนจะมาบรรจบกัน หมายถึงว่าเส้นพรหมลิขิตของชิโลและ สการได้เริ่มขึ้นแล้ว

ที่หน้าประตูห้องมีแสงว่างที่เกิดขึ้นจากพรหมลิขิตของสการและชิโลสว่างเล็ดลอดออกมา เสียงฮัดชิ้วดังขึ้น อุ้มสมกลายจากร่างนกแก้วมาเป็นมนุษย์กำลังจะมาหาชิโลแต่เห็นแสงสว่างออกจากห้องก็แปลกใจจึงค่อยๆแง้มประตูดู อุ้มสมเห็นเป็นภาพชิโลกับสการถูกห่อหุ้มด้วยเชือกสีเขียวพันรอบตัวสวยงามไม่มีที่ติก็ชะงักไป

ในอดีต...พระกามเทพเอาสมุดพรหมลิขิตขึ้นมาวางที่แท่นแล้วค่อยๆเปิดสมุดออก แสงสว่างเจิดจ้าออกมาจากหนังสือ รายชื่อของมนุษย์ลอยออกมานับร้อยนับพันนับหมื่นล่องลอยอยู่รอบๆตัวเทวดานางฟ้าทุกองค์ แต่ละชื่อจะมีเส้น สายโยงใยเชื่อมหาคนนั้นคนนี้เหมือนใยแมงมุม พันกันให้วุ่นไปหมด
‘อุ้มสม...บอกอาจารย์มาสิว่าเส้นสีเขียวที่เชื่อมโยงรายชื่อมนุษย์ที่ลอยอยู่ตรงหน้าเจ้า หมายถึงอะไร’
อุ้มสมชะงัก
‘เอ่อ...เอ่อ...’ อุ้มสมหรี่ตามองชิโลที่มุบมิบช่วย ‘อ๋อ...เส้นสีเขียวที่เกิดขึ้นระหว่าง มนุษย์สองคนนั้นคือการทำบุญร่วมกันมา เป็นคู่แท้ที่จะได้ร่วมหอลงโรงกันครับ พระอาจารย์’
อุ้มสมตกใจไม่คาดคิดว่าชิโลกับสการคือคู่พรหมลิขิต

ภาพสการกับชิโลจูบกันปรากฏในกระจกบานใหญ่ที่อสุเรศพร้อมสมุนสองตนกำลังจ้องดู อัคราสูรเห็นฉากจูบแล้วมีอารมณ์คล้อยตาม ตาเยิ้มอินจัด มือจึงเอื้อมไปจับมือจิตราสูรที่ตกใจสะดุ้งโหยง
“เฮ้ย...เอ็งทำอะไรข้าวะไอ้อึ่งอ่าง”
อัคราสูรตกใจ
“ข้า...ข้าเปล่าไม่ได้ทำอะไร”
“ไม่ได้ทำอะไรได้ไงวะ เอ็งดูมนุษย์จูบกันแล้วเอ็งก็มีอารมณ์ แล้วเอ็งก็มาจับมือข้า ข้าชักสงสัยแล้วว่าเอ็งต้องไม่ใช้อสูรธรรมดา”
“ไม่ธรรมดาตรงไหนวะ”
“เอ็งเป็นอสูรแบบชายเหนือชายไง เอ็งถึงไม่เคยยุ่งกับพวกนางอสูรเลย”
อัคราสูรชะงักเหมือนร้อนตัวรีบโวยวายกลบเกลื่อน
“ไอ้อึ่งอ่าง...ที่ข้าไม่เคยยุ่งกับพวกนางอสูร เพราะข้ายังหาถูกใจไม่ได้เว้ย”
อสุเรศดุเสียงดัง
“เฮ้ย ! จะหยุดไร้สาระกันได้รึยัง”
อสุเรศขึ้นเสียงดุดันสองสมุนหยุดเถียงกันทันที อสุเรศเดินมาดูที่กระจก ภาพยังค้างเหมือนหยุดภาพไว้
“รัศมิชโลธร...หึๆๆ น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเทวดาบนสวรรค์กำลังวุ่นวายกับเทวาสุรสงคราม ไม่อย่างนั้นข้าจะเอาภาพนี้ส่งให้พวกมันดู พวกมันจะได้รู้ว่านางสวรรค์ผู้ เย่อหยิ่ง กำลังลดตัวเปลืองกายให้กับมนุษย์ต่ำต้อย”
จิตราสูรหยิบแฟลชไดร์ฟขึ้นมา
“ไม่ต้องห่วงขอรับนายท่าน กระผมก๊อบปี้ใส่แฟลชไดร์ฟไว้แล้ว เก็บเอาไว้ใช้เมื่อไหร่ก็ได้ขอรับ”
อัคราสูรรีบเสนอแนะ
“นายท่าน...ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่ารัศมิชโลธรมีใจให้กับมนุษย์คนนี้ ถ้าใช้มันให้เป็นประ โยชน์ รับรองว่านางต้องยอมแลกตัวนางกับชีวิตมันแน่”
อสุเรศยิ้มร้ายแล้วเดินเข้าไปที่กระจกมองภาพชิโลกับสการที่จูบกันแล้วชี้นิ้วไปที่สการ...กระจกค่อยๆเกิดรอยร้าวเป็นทางยาวตรงหน้าสการและแตกดัง...เพล้ง

สการกับชิโลยังจูบค้างกันอยู่ เสียงฮัดชิ้วดังมาจากนอกห้องเลยทำให้ทั้งคู่รู้สึกตัว แสงสว่างและเชือกสี เขียวหายวับ ชิโลรู้ว่าเป็นอุ้มสมอยู่ข้างนอกเลยรีบเปิดประตูออกไป แต่ไม่เจอตัวอุ้มสม เจอแต่ขนนกตกอยู่
“อุ้มสม”
สการตามมา
“ชิโล...ชิโล...มีอะไรเหรอ”
“เอ่อ...เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร คุณรีบไปจากที่นี่เถอะค่ะผู้กอง”
“ไม่...ฉันจะแฝงตัวอยู่ที่นี่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันจะได้ช่วยเธอได้”
“สภาพคุณตอนนี้ ถ้าพวกมันเจอคุณมีหวังความลับแตกแน่ๆ เชื่อฉันเถอะค่ะ ปล่อยให้ เป็นหน้าที่ของฉัน”
“แต่ว่า...”
ชิโลกุมมือเขาให้ความมั่นใจ
“เชื่อมั่นในตัวฉัน เหมือนที่คุณมีศรัทธาต่อการทำความดี แล้วปาฏิหาริย์ก็จะเกิด...เชื่อฉันนะคะผู้กอง”
สการกับชิโลสบตากัน ระหว่างนั้นรุจน์เข้ามา
“คุณชิโล...อ้าว...ผู้กอง...นี่แอบเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย”
“ฉันเป็นห่วงชิโล กลัวว่านายจะจัดการกับมัดหมี่ไม่ได้”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจัดการคุณมัดหมี่เรียบร้อยไปแล้ว”
“ถ้างั้นคุณก็ไม่ต้องห่วงอะไรฉันอีกค่ะผู้กอง รุจน์...พาผู้กองออกไปอย่าให้เขาถูกจับได้”
รุจน์พยักหน้ารับ แต่สการยังลังเล
“เชื่อฉันเถอะค่ะ...ถ้าคุณมีศรัทธา ปาฏิหาริย์ก็จะเกิด”
“รีบไปเถอะครับผู้กอง”
สการจำเป็นต้องออกไปกับรุจน์ ชิโลมองส่งสการแล้วมือก็แตะที่ริมฝีปากที่ยังรู้สึกถึงรสจูบของเขา

รุจน์พาสการออกมาที่รถของสการข้างนอกเรือนไทยอย่างปลอดภัย
“รุจน์...นายต้องคอยช่วยเหลือชิโลอย่าให้พวกมันจับเธอได้เด็ดขาด”
“ครับผู้กอง ไว้ใจผมได้ ผู้กองรีบไปเถอะครับ เดี๋ยวพวกมันจะหาเจอเข้า”
สการพยักหน้ารับ
“ฝากจัดการคนของมันที่ฉันเล่นงานไปด้วย อย่าเพิ่งให้มันรู้ตัว รอให้ คืนนี้ชิโลทำงานให้สำเร็จก่อน”
“ได้ครับ”
รุจน์ทำนิ้วโอเคแล้วรีบกลับไป สการมองตามก่อนจะกลับมานั่งในรถ สายตาของเขายังทอดมองไปที่เรือนไทยอย่างเป็นห่วงชิโลก่อนจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นเหม็นๆใกล้ๆตัว
“กลิ่นอะไร...เหม็นชะมัด”
สการหันมองข้างตัว อสุเรศนั่งประกบข้าง จิตราสูรกับอัคราสูรนั่งที่เบาะหลัง แต่สการมองไม่เห็นตัว สการไม่รู้ว่ากลิ่นเหม็นเกิดจากอะไรจึงขับรถออกไปพร้อมกับพวกอสูรที่ติดตามสการไปด้วยเพื่อตามจัดการเขา

เสียงฮัดชิ้วดังมาแต่ไกล อุ้มสมนั่งอยู่บนกิ่งไม้ของต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านสวนดรัณ อุ้มสมน้ำตาคลอเบ้าสะอื้นเสียใจฟูมฟาย
“ชิโล...ฮือๆๆ ในที่สุด...คู่บุพเพอาละวาดของเจ้าก็คือผู้กอง นางฟ้ากับมนุษย์กำลังจะลง เอยกัน ส่วนเราก็ต้องกลายเป็นนกแก้วหัวเน่า...ฮือๆๆๆ ชาตินี้อุ้มสมคงไม่ได้ กลับสวรรค์อีกแล้ว...คงได้เป็นนกแก้วให้ลูกเจ้าเล่นแน่...ฮือๆๆ”
อุ้มสมฟูมฟายไปก็สั่งขี้มูกดัง...พรืด ก่อนจะได้ยินเสียงคุยกันของดรัณกับตรีชฎาดังมา อุ้มสมหลบฟัง
“ว่าไงนะครับ...ไอ้แซมบุกไปช่วยคุณชิโล”
“ค่ะ...ไปตั้งนานแล้วยังไม่ติดต่อกลับมาเลย ดิฉันจะติดต่อไปก็กลัวว่าผู้กองยังไม่ได้ ออกมาจากที่นั่น”
“แล้วทำไมคุณไม่รีบบอกผม”
“บอกสิคะ แต่ดิฉันติดต่อผู้กองไม่ได้เลย”
ดรัณนึกได้
“สิผลักผมตกน้ำ โทรศัพท์ผมเลยเจ๊งพอดี” ดรัณหน้าเครียด “งานนี้แย่แล้วแน่ๆ สิเขารู้ว่าชิโลเป็นสายให้ตำรวจ และถ้าเขาบอกนายทองทิวล่ะก็...”
ตรีชฎาหน้าตื่น
“ทั้งคุณชิโล ทั้งผู้กองต้องโดนพวกมันเก็บแน่”
“ผมต้องรีบไปเตือนไอ้แซม...ยกเลิกแผนปฏิบัติการทันที”
ดรัณรีบออกไปพร้อมกับตรีชฎา อุ้มสมกระโดดลงจากกิ่งไม้ มองตามสองคนนั้นไป อย่างเป็นห่วงขึ้นมา

รถของสการขับมาคันเดียวตามถนนเปลี่ยว แต่อยู่ๆเขาก็จอดรถเข้าข้างทาง แล้วลงมา เปิดฝากระโปรงรถเช็ค เครื่องอย่างงงๆ สองสมุนอสูรโผล่มายืนข้างหลังโดยไม่รู้ตัว พวกมันจ้องสการด้วยแววตาสีแดงก่ำน่ากลัว เขี้ยวงอกโง้งพร้อมขย้ำ แต่สการรู้สึกว่ามีคนปองร้ายอยู่ข้างหลัง หันขวับไปมอง...ไม่มีใคร สการเริ่มมั่นใจตามสัญชาติญาณว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ จึงชักปืนออกมาจากเอวกวาดระวังไปทั่ว
“ใคร...ออกมานะ “
จิตราสูรกับอัคราสูรก้าวเข้ามาเปิดเผยตัว สการจำได้
“พวกแกอีกแล้วเหรอ ยกมือขึ้น คุกเข่าลง”
สองสมุนอสูรเห็นสการพยายามใช้ปืนขู่บังคับก็พากันหัวเราะสมเพชใส่ จิตราสูรหัวเราะเยาะ
“หึๆๆๆ คิดว่าปืนของแกจะทำอะไรเราได้งั้นเหรอ เจ้ามนุษย์หน้าโง่ ฮ่าๆๆๆ”
“อย่ามาท้าทาย พวกแกรอดมือไปได้หลายครั้งแล้ว คราวนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้หนีไปได้อีก”
“ข้าเบื่อเล่นสนุกกับมันแล้ว วันนี้ขอจัดหนักๆให้หายหงุดหงิดหน่อยเถอะวะ”
อัคราสูรขยับเข้าหา สการเล็งปืนขู่
“หยุดอยู่ตรงนั้น...ฉันสั่งให้หยุด”
อัคราสูรไม่หยุดยังเดินเข้าหา สการจำเป็นต้องตัดสินใจยิง...เปรี้ยง! อัคราสูรหยุดอยู่กับที่ สการลดปืนลงนึกว่าจัดการมันได้ แต่อัคราสูรยิ้มร้ายแล้วแบมือออกมา กระสุนปืน อยู่ในมือมัน ทำเอาสการอึ้งงง
“เป็นไปไม่ได้...พวกแกเป็นใคร”
อัคราสูรกับจิตราสูรหัวเราะชอบใจเสียงดังลั่น อสุเรศก้าวเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม
“เหนือจากภพภูมิของมนุษย์อย่างเจ้าคือแดนสวรรค์ ถัดลงมาเป็นที่ๆอยู่ของพวกข้า ...ที่พวกเจ้ารู้จักกันว่า...อสูร”
“อสูร...เป็นไปไม่ได้”
สการยกปืนขึ้นจะยิงใส่ แต่พออสุเรศยกมือขึ้น มือของสการกลับแข็งเกร็งขยับไม่ได้เพราะถูกควบคุมและ บังคับให้สการหันปืนเข้าใส่ตัวเอง สการพยายามฝืนมือตัวเองอย่างที่สุด เขาใช้มืออีกข้าง จับไว้แล้วผลักมือออกไปทันที...เปรี้ยง กระสุนจากปืนสการเฉียดหน้าตัวเอง แล้วพุ่งเข้ากลางอกจิตราสูรที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เลือดพุ่งกระฉูดร้องโอดโอย
“โอ้ย...เจ็บๆๆๆ เข้ากลางลิ้นปี่เลย”
อัคราสูรหัวเราะ
“ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้า ใครกันแน่ที่โง่ ไอ้อสูรอึ่งอ่าง”
“มันก็แค่เจ็บๆคันๆเท่านั้นแหละโว้ย”
จิตราสูรล้วงมือเข้าไปในอกที่ถูกสการยิงใส่แล้วควักเอาหัวกระสุนออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน สการเห็นเข้าก็ อึ้งเหวอ ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
“นายท่าน ก่อนจะเอาตัวมันไป ข้าขอหักแขนหักขามันเล่นก่อนได้มั้ย”
อสุเรศยิ้มร้ายแล้วตวัดมือทีเดียวปืนในมือสการกระเด็นจากมือ
“จะทำอะไรก็ทำ แต่อย่าให้ถึงตาย เพราะข้าต้องใช้มันเป็นเหยื่อล่อรัศมิชโลธร ฮ่าๆๆๆ”
สการหน้าเสียเมื่อสองสมุนอสูรย่างสามขุมเข้าหาอย่างน่ากลัว

มณีแดนสรวง ตอนที่ 18 (ต่อ)

ชิโลก้าวเข้ามายืนหน้ากระจกมองตัวเอง ที่อยู่ในชุดไทยประยุกต์สวยงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ สร้อยที่คอเปล่งประกายเหมือนพยายามเตือนอะไรบางอย่างทำเอาเธอแปลกใจ ระหว่างนั้นเสียงฮัดชิ้วดังขึ้น หญิงสาวหันไปเห็นอุ้มสมยืนอยู่
“แย่แล้วล่ะชิโล”
“เกิดอะไรขึ้น”
“คุณสิรู้เรื่องที่เจ้าเป็นสายสืบตำรวจแล้ว ผู้กองดรัณกลัวว่าถ้าคุณสิบอกนายทองทิว เจ้ากับผู้กองสการต้องโดนเก็บแน่ ตอนนี้เขากำลังมายกเลิกแผนปฎิบัติการ”
ชิโลตกใจ
“แต่อีกนิดเดียวแผนการก็จะเสร็จสมบูรณ์แล้วนะ”
“แต่เจ้าไม่ควรเสี่ยงต่อ”
ชิโลคิด
“ไม่...เราจะยกเลิกตอนนี้ไม่ได้ คิดดูสิอุ้มสมถ้าคุณสิบอกพ่อเธอไปแล้ว ป่านนี้พวกมันก็คงบุกมาเล่นงานเราแล้วสิ”
อุ้มสมหน้าตื่น
“ชิโล !”
“ไม่ต้องห่วงเราหรอกอุ้มสม ถ้าเกิดอะไรขึ้นร้ายแรงกับเราจริงๆ ยังไงเราก็เหลือพรที่ ท่านพ่อมอบให้อีก”
“แต่นั่นเป็นพรข้อสุดท้ายที่เจ้าเหลืออยู่ ถ้าเจ้าใช้พรข้อนั้นไป เจ้าก็จะไม่เหลืออะไรอีก”
ระหว่างนั้นเสียงรุจน์เคาะประตูเรียก
“คุณชิโลครับ...คุณชิโล เขาให้ผมมาตามคุณแล้ว”
ชิโลหันมาพูดเบาๆ
“เราถอยไม่ได้แล้วอุ้มสม เจ้ารีบไปช่วยผู้กองสการเถอะ อยู่ๆแก้ววิเศษของเรา ก็ส่องแสงเตือนขึ้นมา เราสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับผู้กอง”
“เจ้าหมายถึงพวกอสูรน่ะเหรอ”
ชิโลพยักหน้ารับ
“รีบไปเถอะ...พรที่เราใช้ช่วยชีวิตเจ้าเมื่อคราวก่อนจะคุ้มครองเจ้าจากพวกอสูรไม่ให้ทำอะไรเจ้าได้อีก...เราฝากผู้กองสการด้วยนะ”
ชิโลจับไหล่อุ้มสมแล้วตัดสินใจเปิดประตูออกไป อุ้มสมหน้าสลด
“ชิโล!”

สการถูกเล่นงานกระเด็นกลิ้ง อัคราสูรกับจิตราสูรแสยะยิ้มตามมา สการยันตัวลุกขึ้นเลือดกลบปาก จิตราสูรแสยะยิ้ม
“อึดใช้ได้...เพิ่งจะมีเจ้านี่แหละเป็นมนุษย์คนแรกที่ทนมือทนเท้าข้าได้นานถึงขนาดนี้”
สการเจ็บใจกำหมัดร้องเสียงดังแล้วปรี่เข้าไประดมหมัดชกใส่จิตราสูรไม่ยั้ง ทั้งใบหน้าและลำตัว แต่จิตราสูรยืน เฉยแล้วหัวเราะคิกคัก
“บอกแล้วไงว่าอย่างมากก็ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนถูก...จั๊กจี้”
สการผงะ อัคราสูรเข้ามาจับแขนล็อคเอาไว้ไม่ให้ขยับ จิตราสูรจ้องหน้า
“กลิ่นเลือดเจ้ามันหอมจนข้าอดใจแทบไม่ไหว ถ้านายท่านไม่อยากได้ตัวเจ้าเอาไว้ เล่นงานรัศมิชโลธรล่ะก็ ข้าควักหัวใจเจ้าออกมากินแล้ว”
สการงงๆ
“ใคร...ใครคือรัศมิชโลธร”
จิตราสูรแสยะยิ้มหยัน
“หึๆๆ...นี่เจ้าไม่รู้หรอกเหรอ อ๋อ...เพราะเจ้าไม่เคยเชื่อสิ่งที่นางบอก เจ้าก็เลยไม่รู้ว่านั่น เป็นชื่อจริงๆของชิโล”
สการอึ้ง
“ชิโล”
อัคราสูรยิ้มเย้ย
“แต่ถึงรู้ตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว ควักหัวใจมันไม่ได้ก็ขอหักแขนมันมาแทะเล่นแล้วกัน”
อัคราสูรออกแรงบิดอย่างแรงจนสการร้องเจ็บปวดเสียงดังลั่น ทันใดนั้นเสียงนกแก้วดังขึ้น...แคว๊กๆมาแต่ไกล จิตราสูรชะงักเงยหน้าขึ้นฟ้าก่อนจะโดนระเบิดขี้นกตกใส่กลางกะบาล จิตราสูรสงสัย แตะๆมาดมแล้วลองชิมดู
“แหวะ...ขี้นก”
อัคราสูรหัวเราะชอบใจสมน้ำหน้าจิตราสูร แต่ไม่ทันไรตัวเองก็โดนขี้นกตกใส่กลางกะบาลอีกเหมือนกัน
จิตราสูรหันมาหัวเราะชอบใจเยาะเย้ย แล้วทันใดนั้นขี้นกก็ระดมตกลงมาใส่สองอสูรอย่างกับห่าฝน...แหมะ เต็มกะบาลและเลอะเปรอะเต็มหน้า สองอสูรมัวแต่วุ่นวายกับขี้นกที่ตกใส่ เลยเผลอ สการได้โอกาสรีบฉวยโอกาสหนีไปทันที จิตราสูรหันนไปเห็นสการหนีรอด และขี้นกหยุดตกใส่ก็เจ็บใจ กัดกรามหน้าตาดุดันเอาเรื่อง
“หนอย…ฝีมือไอ้นกแก้วอุ้มสมแน่ๆ…ข้าจะฆ่ามัน”

รุจน์พาชิโลเข้ามาในห้องที่ตกแต่งด้วยเทียนหอม บรรยากาศชวนโรแมนติคสุดฤทธิ์
“ท่านครับ นางฟ้าของท่านมาแล้วครับ”
ชี้คอาเหม็ดแต่งตัวเป็นแม่ทัพนายกองสมัยอยุธยาเดินออกมา ชิโลกับรุจน์เห็นเข้าก็อึ้งเหวอ
“อุ๋ย…ทำไมท่านแต่งตัวแบบนั้นล่ะครับ”
“นี่เป็นวันที่ข้าจะต้องเผด็จศึก จะให้ใส่ชุดนักบวชเหรอไง…ฮ่าๆๆ”
ชิโลกลืนน้ำลายเอื๊อกบ้าไปแล้ว…รีบเดินหนีแต่รุจน์จับมือไว้
“จะไปไหนครับคุณชิโล”
“ฉันกลัว…แบบนี้มันโรคจิตชัดๆ”
“แต่นี่เป็นโอกาสเดียวของเราแล้วนะครับ”
ชิโลหันมามองชี้คอาเหม็ดที่ชักดาบออกมากวัดแกว่งไปมา ทำตัวอย่างกับขุนศึกจริงๆ เดี๋ยวเสียบๆแล้ว…หน้าเสีย
“แกออกไปได้แล้ว…แล้วก็คอยเฝ้าเอาไว้ อย่าให้ใครรบกวนเวลาออกศึกของฉัน”
รุจน์จะออกไป ชิโลจับมือรุจน์ไว้แน่นส่ายหน้าว่าอย่าออกไปนะ รุจน์ส่ายหน้าว่าไม่ได้ แล้วแกะมือชิโล
“ไม่ต้องห่วงครับ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผน”
รุจน์ทิ้งชิโลไว้ตามลำพังกับชี้คอาเหม็ดที่เอาดาบมากวัดแกว่งทำท่าจ้วงแทงๆ ชิโลหน้าเสีย
“แย่…ชิโล…แย่แล้ว”

สการเจ็บเอาเรื่องเพราะโดนพวกมันเล่นงาน แขนข้างที่โดนอัคราสูรบิดแทบไม่มีแรงยกขึ้น เสียงพวกมันตามไล่ล่ามาไม่ไกล สการแทบจะหมดแรงหนีทันใดนั้นมีมือมาจับไหล่หมับ สการง้างหมด
“หยุดๆๆๆ นี่ผมเองผู้กอง”
สการชะงัก
“อุ้มสม ! นี่นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“ผมมาช่วยผู้กอง”
“ช่วยฉัน”
“อย่าเพิ่งถามอะไรเลยครับ เอาเป็นว่าอยู่ใกล้ๆผมไว้ รับรองว่าผู้กองปลอดภัยแน่ รีบไปเถอะ”
อุ้มสมรีบเดินนำ สการจะตามไปแต่ขาไม่สามารถขยับตามได้เหมือนร่างถูกตรึงเอาไว้
“อุ้ม...อุ้มสะ...สม”
อุ้มสมชะงักหันกลับมาเห็นสการยืนตัวแข็งเพราะถูกอสุเรศที่โผล่มาใช้พลังควบคุมเอาไว้
“อสุเรศ! ปล่อยผู้กองเดี๋ยวนี้”
“อุ้มสม...เจ้าอย่ามาขวางทางข้าดีกว่า ไม่อย่างนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน”
อสุเรศพูดไปก็ทำมือบีบแน่น สการหน้าดำหน้าแดงเหมือนถูกอสุเรศบีบคอหายใจไม่ออก อุ้มสมเป็นห่วง
“ผู้กอง!”
อุ้มสมจะเข้าไปช่วย แต่อสุเรศยกมืออีกข้างขึ้นมา อุ้มสมก็โดนแรงผลักกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ดัง อั๊ก!
“ข้ารำคาญไอ้นกแก้วปากมากนี่เต็มทนแล้ว จัดการมัน”
อสุเรศออกคำสั่ง จิตราสูรกับอัคราสูรโผล่มาแยกเขี้ยวตาแดงก่ำเข้าไปหาอุ้มสม แต่พอพวกมันเข้าใกล้ตัวแสง สว่างจากตัวอุ้มสมก็เปล่งประกายออกมาทำให้สองสมุนอสูรแสบตาและร้อนวาบๆ รีบถอยกลับทันที อัคราสูรตะโกนลั่น
“นายท่าน ! พวกเราเข้าใกล้มันไม่ได้ขอรับ”
จิตราสูรหันมาบอก
“พรของรัศมิชโลธรที่เคยช่วยมันไว้ ยังมีฤทธิ์ปกป้องมันอยู่”
อุ้มสมลุกขึ้นเจ็บจุกอยู่ไม่น่อยก่อนจะรีบเข้าไปจับตัวสการเอาไว้ สการกลับมาขยับตัวได้เพราะหลุดจากอำนาจ ของอสุเรศ เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง
“อุ้มสม...นี่นายกับชิโลเป็นเทวดาอย่างที่มันบอกจริงๆเหรอ”
“โธ่เอ้ย...ไอ้พวกอสูรปากมากความลับแตกจนได้ ไปให้พ้นเลย พวกเจ้าทำอะไรเรา ไม่ได้ก็อย่าคิดว่าจะทำอะไรผู้กองได้ ไป”
อสุเรศขบกรามเจ็บใจ
“ไอ้นกแก้วตัวแสบ...ฝากไว้ก่อนเถอะ”
อสุเรศหายตัวไป จิตราสูรกับอัคราสูรเข็ดเขี้ยวอยากเล่นงานอุ้มสม
“ยังไม่ไปอีกไอ้อสูรหางแถว หรืออยากโดนข้าระเบิดขี้นกใส่อีก...ห๊ะ”
สองสมุนอสูรแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆก่อนจะหายตัวตามนายไป อุ้มสมโล่งอกสการรีบถาม
“อุ้มสม...ถึงเวลาที่นายต้องพูดความจริงทุกอย่างให้ฉันรู้แล้ว”
“ทีอย่างนี้ล่ะอยากฟังความจริง ทีเวลาเล่าให้ฟังมาหาว่าบ้า…อู้ย…ขอพักให้หายจุก ก่อนได้มั้ยผู้กอง”
อุ้มสมยังเจ็บไม่หาย สการมองอย่างอยากรู้ความจริงเต็มทน

ชิโลอยู่กับชี้คอาเหม็ดตามลำพังในห้อง ชิโลหลบมุมห้องสุดฤทธิ์พยายามพนมมือสวดมนต์ ท่องนะโม ขอพรพระคุ้มครองสุดฤทธิ์ ชี้คอาเหม็ดยิ้มกริ่ม
“นางฟ้าคนสวยจ๊ะ”
ชิโลสะดุ้งเฮือกเมื่อชี้คอาเหม็ดเอามือมาจับไหล่
“ชิ้วๆๆ ไปไกลๆ เดี๋ยวเอาน้ำมนต์สาดเลย”
ชี้คอาเหม็ดชะงัก
“หือ… คนนะจ๊ะ ไม่ใช่เปรต มุขนี้ฉันไม่ขำ”
ชิโลพยายามปัดป้องไม่ให้ชี้คอาเหม็ดเอามือมาเกาะแกะจนเขาเริ่มสงสัย
“เอ่อ…คือ ฉัน...ฉันต้องสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน ไม่อย่างนั้น นอนไม่หลับ”
ชี้คอาเหม็ดจับมือหมับ
“เลิกเล่นเกมยั่วอารมณ์ฉันได้แล้ว ฉันไม่ใช่คนใจเย็น แล้วก็ไม่ได้ใจบุญ”
ชี้คอาเหม็ดบีบมือชิโลแล้วผลักกระเด็นไปที่เตียง หญิงสาวเซล้มลงบนเตียงแล้วร้องตกใจ…
“ว๊าย”
ชี้คอาเหม็ดหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่าๆๆๆ ได้เวลาที่ขุนศึกจะเผด็จศึกแล้ว”
ชี้คอาเหม็ดปลดเสื้อปลดผ้าคาดเอวออก ชิโลหน้าเหวอ

รุจน์ลุ้นอยู่แถวๆหน้าห้อง ระหว่างนั้นบอดี้การ์ดร่างยักษ์เข้ามาจับไหล่…หมับ รุจน์สะดุ้ง
“มาเกะกะอะไรหน้าห้องท่าน…คิดจะแอบดูเหรอ…ห๊ะ!”
บอดี้การ์ดกระชากคอเสื้อรุจน์
“ปละ…เปล่าลูกพี่ ท่านสั่งให้มาเฝ้าหน้าห้องไม่ให้ใครรบกวน”
บอดี้การ์ดไม่เชื่อ
“สั่งแกเนี่ยนะ”
“ก็พวกลูกพี่กำลังกินข้าวอยู่ ท่านก็เลยสั่งผมแทน ว่าแต่ลูกพี่ไม่ไปกินกับคนอื่นเขาเหรอ”
“กินแล้ว เสร็จแล้ว ฉันจะเฝ้าท่านเอง แกไปได้แล้ว”
รุจน์อึกอัก
“เอ่อ…แต่ว่า…”
บอดี้การ์ดดุเสียงเข้ม
“ไป”
“จ้ะๆ”
รุจน์ถอยห่างออกมาแล้วไปหลบหลังเสาแอบสังเกต
“เอาไงดีวะเนี่ย ป่านนี้ยาน่าจะออกฤทธิ์แล้วนี่หว่า”

ชิโลกลิ้งตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว ชี้คอาเหม็ดหน้าคะมำหัวทิ่มหมอนเลยชักโมโห
“เลิกหลอกล่อฉันซะที ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นสนุกกับเธอแล้ว”
“ใจเย็นๆร่มๆก่อนสิคะท่าน คือว่า...สำหรับเรื่องแบบนี้แล้ว...ฉัน...ฉัน”
ชิโลกลั้นใจแล้วแล้วเข้าไปเอามือเกาคางส่งสายตายั่วยวน
“ฉันยังไม่เคยค่ะ”
หญิงสาวทำเหนียมอายยิ้มหวาน ลูบหน้าอกของเขาพอให้รู้สึกเคลิ้มก่อนจะผลักลงบนเตียง ชี้คอาเหม็ดนอนแผ่ยิ้มหวานคิดว่าใกล้เวลาสำคัญแล้ว ชิโลเลยนวยนาดเดินมาที่โต๊ะเครื่องดื่ม ทำทีเป็นรินไวน์ใส่ แก้วแล้วใช้ตัวบังก่อนจะแอบหยิบเอายากล่อมประสาทที่สการให้ติดตัวเอาไว้ นึกถึงคำพูดของเขา
‘นี่เป็นยากล่อมประสาทอย่างแรง มันจะออกฤทธิ์ทำให้เคลิ้มไม่รู้สึกตัว เห็นภาพลวงตา ในสิ่งที่ตัวเองกำลังหมกมุ่นอยู่’
ชิโลหย่อนยาลงในแก้วไวน์แล้วถือเข้ามายื่นให้
“หมดแก้วเลยนะคะท่าน”
อาเหม็ดยิ้มรับ
“ได้...แต่เราต้องชนแก้วกันก่อน...ฉันชอบผู้หญิงเวลาเมาดูแล้วเซ็กส์ซี่ดี”
ชิโลหน้าเหวออึ้งไป

สการหน้าเสียหลังจากที่อุ้มสมเล่าความจริงทุกอย่างจบ
“ชิโลคือนางฟ้า...งั้นก็หมายความว่าเธอไม่เคยโกหกฉันแม้แต่ครั้งเดียว แต่ฉันมันโง่เอง ที่ไม่ยอมเชื่อ”
“ถูกต้อง...เจ้าเป็นมนุษย์ที่โง่ ไม่ฉลาด ไม่เฉลียว ดีแต่ใช้กำลังแล้วก็เอะอะโวยวาย ขนาดนางฟ้าอยู่ใกล้เจ้าแค่จมูกชนกัน เจ้ายังไม่รู้เลย นี่ถ้าไม่เกิดเรื่องกับพวกอสุเรศ ก็น่าจะปล่อยให้โง่ต่อไป”
“อุ้มสม...นี่นายหลอกด่าฉันเหรอ”
“อ๊ะๆๆ...อย่ามาทำขึ้นเสียงกับเรานะ เราก็เป็นเทวดาเหมือนกับชิโล รู้แบบนี้แล้วเจ้าก็ ควรต้องรู้จักที่ต่ำที่สูงบ้าง”
สการนิ่งไป
“ชิโลเป็นเทพนารีมาจากสวรรค์...” สการเครียด “นี่เราทำอะไรลงไปเนี่ย”
“ทำบาปไง ที่เจ้าสอนชิโลแต่ละเรื่องมีแต่เรื่องผิดศีล ทั้งมุสาทั้งดื่มสุรา ถ้าไม่ใช่เพราะ ชิโลห่วงเจ้า ชิโลไม่มีทางทำแน่ บาปกรรมเยอะแบบนั้นไม่รู้ว่าจบชาตินี้จะได้เกิดเป็น นางฟ้าอีกรึเปล่า”
สการฟังอุ้มสมบ่นไปแล้วก็อดเป็นห่วงชิโลไม่ได้

ชิโลกลั้นใจดื่มไวน์แก้วตัวเองจนหมด หญิงสาวหน้าตึง แก้มแดงเป็นลูกตำลึง....ออกอาการกึ่มๆ
“ฉันดื่มหมดแก้วแล้ว...ท่านก็ต้องดื่มให้หมดด้วย...เอิ๊ก”
ชิโลเรอออกมาเสียงดัง ชี้คอาเหม็ดหัวเราะชอบใจ
“เซ็กส์ซี่ที่สุด...แบบนี้แหละ ถูกใจกดไลท์ให้เลย ฮ่าๆๆๆ”
ชี้คอาเหม็ดกระดกแก้วไวน์ในมือตัวเองจนหมดแก้ว ชิโลถอนใจโล่งอก แต่ชี้คอาเหม็ดกลับลุกพรวดเข้ามาบีบไหล่
“มามะ...นางฟ้าคนสวย ได้เวลาที่ฉันกับเธอจะไปเที่ยวเล่นกันบนสวรรค์แล้ว”
“เอ่อ...เดี๋ยวค่ะท่าน...ขอฉันอุ่นเครื่องอีกสักแก้วนึงนะคะ”
ชิโลรีบแกะมือแล้วถอยไปรินไวน์ใส่แก้วตัวเอง ปากก็บ่นไปเบาๆ
“กว่ายาของผู้กองจะออกฤทธิ์ ฉันได้เป็นนางฟ้าขี้เมาแน่...ชิโล...แย่แล้ว”

มณีแดนสรวง ตอนที่ 18 (ต่อ)

รุจน์แอบดูบอดี้การ์ดที่ยังเฝ้าอยู่หน้าห้องไม่ยอมไปไหน
“เอาไงดีวะเนี่ย...ถ้ามันไม่ออกไป คุณชิโลแย่แน่”
รุจน์หน้าเสียไม่รู้จะแก้สถานการณ์ยังไง ระหว่างนั้นเองที่บอดี้การ์ดร่างยักษ์เริ่มรู้สึกผิดปกติ ท้องไส้ปั่นป่วน มีลมถูกปล่อยออกมาจากก้นเบาๆแต่ส่งกลิ่นเหม็นฉุน...บอดี้การ์ดพยายามกลั้นแต่กลั้นไม่อยู่ ข้าศึกกำลังจะทะลวงประตูหลังเลยรีบวิ่งออกไป รุจน์เข้ามา
“ค่อยยังชั่ว นึกว่าไส้แข็ง ซูเปอร์ยาถ่ายจะทำอะไรไม่ได้ซะอีก...” รุจน์เหม็น “หือ...แต่กลิ่น ต้องปรับปรุงนะเนี่ย”
รุจน์พูดไปไม่ทันจบประตูห้องเปิดผ่าง ชิโลก้าวออกมาหน้าแดงก่ำ แก้มชมพู ตาปรือ รุจน์หน้าตื่น
“คุณชิโล!”
ชิโลเมาพูดลิ้นรัว
“นายรุจน์...โอ...เคแล้ว...งานของฉันสำเร็จ...เอิ๊ก”
ชอโลเลอยาว รุจน์เบ้หน้า
“อี๋...กลิ่นองุ่นเน่าหึ่งเลย...นี่...นี่คุณเมาเลยเหรอครับเนี่ยคุณชิโล”
“ครายมาว....ม่ายมี...นางฟ้าอย่างฉาน...ห้ามทำผิดศีล...เข้าจายมะ...อิอิอิ”
ชิโลหัวเราะชอบใจเมาเต็มที่เซแทบจะยืนไม่อยู่ รุจน์ต้องประครองสุดฤทธิ์
“เวรกรรมแล้วเนี่ย แบบนี้เมาแหง ผมว่าคุณอยู่แถวนี้ก่อน ให้ผมเข้าไปจัดการกับ ชี้คอาเหม็ด เอาหลักฐานมัดตัวนายทองทิวออกมาได้ เรียบร้อยแล้วจะได้หนีออกไป จากที่นี่กัน”
รุจน์ช่วยพยุงพาชิโลไปนั่งที่ระเบียงในสภาพที่เมากึ่ม

ชี้คอาเหม็ดนอนหัวเราะคิกคักเมาไม่ได้สติอยู่บนเตียง พร่ำเพ้อละเมอฝันหวาน
“นางฟ้าของฉาน...สวรรค์น้อยๆของเรา...มามะ...มาพาฉันไปสวรรค์ที”
“ได้สิคะท่าน...หนูจะพาท่านไปค้างอยู่บนสวรรค์ไม่ต้องกลับมาเลย”
ชี้คอาเหม็ดสลึมสลือตาปรือมองรุจน์ที่สวมวิกทำยิ้มยั่วยวนแบบชิโล โดนยากล่อมประสาทจนมองเห็น รุจน์เป็นชิโล
“นางฟ้าของฉาน...จู...จุ๊บ”
ชี้คอาเหม็ดทำปากจู๋สุดฤทธิ์

รุจน์เปิดประตูออกมาจากห้อง กระชากวิกผมทำหน้าอยากจะอ้วก
“แหวะ...ไอ้โรคจิตเอ้ย...” รุจน์ชูแฟลชไดร์ฟขึ้นมอง “หลักฐานพวกนี้ไปถึงมือตำรวจเมื่อไหร่ พวกแกได้ทัวร์คุกยกแกงค์แน่”
รุจน์ยิ้มชอบใจก่อนจะมองหาชิโลแต่ไม่เจอตัวซะงั้น
“คุณชิโล...คุณชิโล...เฮ้ย...หายไปไหนแล้ววะเนี่ย”

สการรับโทรศัพท์จากรุจน์...
“ว่าไงนะ...ได้หลักฐานมาแล้วเหรอ นายทำดีมากรุจน์ แล้วชิโลล่ะ...ห๊ะ นายดูแลชิโล ยังไงถึงได้ปล่อยให้หายไปได้ หาตัวให้เจอแล้วรีบพาไปพบฉันที่จุดนัดพบ”
สการวางสายไปหน้าเครียด อุ้มสมรีบเข้ามาถาม
“แผนการสำเร็จแล้วเหรอผู้กอง”
“ชิโลช่วยให้เราได้ข้อมูลไว้เปิดโปงพวกนายทองทิวแล้ว แต่ชิโล...”
อุ้มสมหน้าตื่นเป็นห่วงชอโล
“แต่อะไรผู้กอง!”

ชิโลเมากึ่มเดินตุปัดตุเป๋
“ตง...หนาย...นะ...คือทางออก ตงนั้น...ม่ายช่าย...ตงนี้...ม่ายช่าย”
ชิโลมึนหัวหมุนงงงวย ระหว่างนั้นบอดี้การ์ดที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำถ่ายทุกข์จนหน้าซีด ชิโลเข้าไปถาม
“นี่...คุณ...คุณ ช่วยบอกฉานหน่อยได้ม้าย...ว่าฉานจะหนีไปจากที่นี่ได้ยางงาย...เอิ๊ก”
ชิโลเรอกลิ่นองุ่นเน่าใส่หน้าบอดี้การ์ดก้อนใหญ่โดยไม่รู้ตัว บอดี้การ์ดงงๆ
“หนี”
“ช่าย...ฉานทำภารกิจเสร็จแล้ว...ฉานต้องไปหาตามหรวด”
“ตามหรวด...ตำรวจน่ะเหรอ”
“ช่าย...ตามหรวดแบบนี้ไง” หญิงสาวทำท่าตะเบ๊ะ “คับผม...อิอิอิ”
ชิโลหัวเราะคิกคักเมาไม่รู้เนื้อรู้ตัว บอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมใส่
“นึกแล้วว่าแกต้องเป็นสายตำรวจ...เสร็จฉันแน่”
บอดี้การ์ดกำลังจะชักปืนเล่นงานชิโลแต่รุจน์โผล่มาข้างหลังและทุ่มหัวมันด้วยกระถางต้นไม้...โครม บอดี้การ์ดสลบเหมือด ชิโลยืนงงๆเหวอ
“ปายทำเขาทำมาย...เดี๋ยวเขาก็เจ็บหรอก”
รุจน์ส่ายหน้า
“เวรกรรม คุณไปทำให้พวกมันรู้ตัวทำไม แทนที่จะหนีง่ายๆ งานเข้าเลยทีนี้ รีบไปเถอะ ครับ ผู้กองสการกำลังรอคุณอยู่”
รุจน์คว้าข้อมือชิโลแล้วพาจูงหนีทันที บอร์ดี้การ์ดที่นอนสลบเหมือดอยู่ที่พื้นได้ครู่ เท้าของสาโรจน์ก็ก้าวเข้ามา สาโรจน์จับตัวบอดี้การ์ดพลิก ตัวดูแล้วปั้นหน้าเหี้ยม กดโทรศัพท์หาทองทิว
“เป็นอย่างที่นายสงสัยจริงๆครับ เรากำลังโดนล้วงคองูเห่า”

ทองทิวเจ็บใจโกรธแค้นมากระหว่างคุยโทรศัพท์และกำลังเดินมาที่ห้องของสิริสุดา
“ฉันคงไม่ต้องบอกแกนะว่าต้องทำยังไง...จับเป็นมันไม่ได้ก็ยัดลูกปืนใส่กบาลมัน”
ทองทิวกดปิดสายก่อนจะหันไปเคาะประตูห้องสิริสุดา
“สิ...เปิดประตูให้พ่อหน่อยสิลูก พ่อไม่ชอบให้ลูกกับพ่อไม่คุยกัน ให้พ่อได้เข้าไปปรับ ความเข้าใจกับลูกได้มั้ย”
ทองทิวเคาะเรียกแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบก็เริ่มแปลกใจสงสัยเลยตัดสินใจเปิดประตูเข้าไม่เจอตัวสิริสุดา พบเสื้อผ้าถูกรื้ออกมาจากตู้ที่เปิดค้างเอาไว้ ทองทิวรู้ทันทีว่าลูกสาวได้ หอบเสื้อผ้าหนีออกจากบ้านไปแล้ว

รุจน์พาชิโลเข้ามาหลบที่มุมหนึ่งของเรือนไทย สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน รุจน์เห็นพวกทั้งของสาโรจน์ ทั้งของบอดี้การ์ดชี้คอาเหม็ดออกมากันให้ขวั่ก
“ซวยแล้วไง...พวกมันรู้ตัวกันหมดแล้ว ไม่น่าเลยคุณชิโล แล้วแบบนี้เราจะหนีออก ไปจากที่นี่ได้ยังไง”
รุจน์บ่นไปก็หันมาที่ชิโลแล้วตกใจเพราะเห็นเธอยืนหลับ...แถมยังกรน...คร่อกๆ
“คุณชิโล !...คุณชิโลครับ...คุณจะมายืนหลับแบบนี้ไม่ได้นะครับ”
ชิโลไม่รู้สึกตัว รุจน์หันไปเห็นแจกันดอกไม้เลยเอาดอกไม้ออกแล้วใช้น้ำในแจกันสาดหน้า ชิโลสะดุ้งโหยง
“เกิดอะไรขึ้น ฉันมาทำอะไรที่นี่ แล้วที่นี่ที่ไหน”
“ชู่ววว์ เงียบๆครับอย่าส่งเสียงดัง เดี๋ยวพวกมันเห็นเข้า เราโดนยิงไส้แตกแน่”
ชิโลรีบปิดปากเงียบ หน้าตาตื่นตกใจเมื่อหันไปเห็นสาโรจน์นำคนของตัวเองเข้ามา
“มันยังหนีไปไหนไม่ไกลหรอก หาตัวให้เจอ นายสั่งให้จับเป็น แต่ถ้ามันขัดขืนก็ยิงหัว มันได้เลย”
พวกลูกน้องรับคำแล้วออกไปพร้อมกับสาโรจน์ รุจน์เครียด
“เวรแล้วไง คุณชิโลไม่น่าไปทำให้พวกมันรู้ตัวเลย”
ชิโลจ๋อย
“ฉันขอโทษ”
“ช่างมันเถอะครับ คิดเรื่องหนีเอาตัวรอดให้ได้ก่อนดีกว่า” รุจน์ครุ่นคิด “พวกมันเต็มไปหมด แบบนี้ ผมจะล่อมันแล้วเปิดทางให้คุณหนีไปพบผู้กอง”
“แต่มันอันตรายนะ”
“ต้องมีสักคนที่ต้องรอดออกไปเพื่อเอาหลักฐานให้ผู้กอง” รุจน์เอาแฟลชไดร์ฟยื่นให้ชิโล “คุณต้องทำได้ครับ”
ชิโลอึ้ง
“รุจน์”
รุจน์หน้าตาจริงจังยัดแฟลชไดร์ฟใส่มือชิโล

รุจน์พาชิโลออกมาหน้าบ้านเรือนไทยแล้วพยักหน้าส่งสัญญาณ ก่อนที่ตัวเองจะทำเป็นวิ่งออกไปให้พวกมันเห็น ลูกน้องตะโกนลั่น
“เฮ้ย ! มันอยู่นั่น”
รุจน์วิ่งหนีหลอกล่อไปอีกทางพวกมันไล่ตาม เปิดโอกาสให้ชิโลรีบหนีไปอีกทางสำเร็จ

รุจน์วิ่งหนีพวกลูกน้องสาโรจน์ที่ไล่ยิงตามหลัง...ปัง ๆๆๆ กระสุนเฉี่ยวหัว เฟี้ยวฟ้าว รุจน์ล้มลุกคลุกคลานไปหลบที่กองเศษมะพร้าว แล้วรู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัวไหล่ พอเอามือแตะดูก็เจอเลือดเต็มมือ
“โธ่เว้ย...โดนจนได้...อู้ย”
รุจน์เจ็บเอาเรื่องแล้วจะรีบหนีต่อ แต่ลูกน้องสาโรจน์ก็โผล่เข้ามาพร้อมยกปืนขึ้นเล็ง
“แกหนีไม่รอดหรอก”
รุจน์อึ้ง
“เอ่อ...พี่...ผมว่าเข้าใจอะไรผิดกันรึเปล่า ผม...ผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น”
“ไม่รู้เรื่อง...คิดว่าจะเชื่องั้นเหรอ”
ลูกน้องเอาด้ามปืนตบหน้า รุจน์กระเด็นล้มกลิ้งเลือดกบปาก พวกมันเข้าลากตัวรุจน์ขึ้นมาตะคอกถาม
“หลักฐานที่แกเอาออกมา...อยู่ไหน”
“หลักฐานอะไร ไม่มีเว้ย”
ลูกน้องตบอีกที
“อย่ายั่วประสาท ไม่งั้นจะยิงให้หัวแบะ”
“ไม่กลัวเว้ย ฆ่าฉันตายยังไงพวกแกก็ต้องโดนจับ”
ลูกน้องสาโรจน์โกรธมาก ขึ้นไกเตรียมยิงทิ้ง รุจน์หลับตาปี๋
“พ่อแก้วแม่แก้ว ช่วยลูกด้วย”
ทันใดนั้นดรัณโผล่เข้ามาข้างหลังพวกมันอีกที พร้อมปืนจ่อ
“ทิ้งปืนซะ...ฉันบอกให้ทิ้งปืน”
พวกลูกน้องสาโรจน์ชะงัก ดรัณกระชับปืนแล้วเอากุญแจมือโยนให้รุจน์
“ใส่กุญแจมือพวกมัน”
“ครับผู้กอง”
รุจน์รับกุญแจมือมา เตรียมจะจับพวกมันใส่กุญแจมือ แต่พวกมันกลับขัดขืน กระแทกหัวใส่รุจน์จนหน้าหงาย ดรัณเผลอหันไปมองรุจน์เลยโดนอีกคนศอกเข้าลิ้นปี่ ก่อนที่พวกมันจะรีบชิงหนีออกไป ดรัณคว้าปืนจะตามไป แต่รุจน์เรียกไว้
“เดี๋ยวครับผู้กอง...รีบตามไปช่วยคุณชิโลก่อนเถอะครับ หลักฐานมัดตัวพวกมันอยู่กับ คุณชิโล”

บริเวณสวนมะพร้าวของชาวบ้าน ซึ่งเป็นบริเวณของโฮมสเตย์ ไกด์นำกรุ๊ปทัวร์ญี่ปุ่น มาชิมมะพร้าวสดๆจากสวน ชาวบ้านใช้มีดเฉาะกะลาเอาหลอดจิ้มให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นดูดน้ำมะพร้าว
“ฮ้า...โออิชิ!”
นักท่องเที่ยวแย่งกันดูดน้ำมะพร้าวหอมชื่นใจ ระหว่างนั้น ชิโลที่อยู่ในชุดไทย โซซัดโซเซเข้ามาเพื่อจะไปพบกับสการที่จุดนัดพบ แต่อาการเมายังไม่หมดดี หญิงสาวรู้สึกมึนหัว
“ไปทางไหนเนี่ย”
ชิโลมึนๆมองซ้ายๆขวาๆ แล้วก็ต้องตกใจเพราะเห็นสาโรจน์กับลูกน้องอีกคนเดินเข้ามาตามหาเธอ
“แย่แล้ว”
ชิโลจะรีบเดินหนี แต่เจอนักท่องเที่ยวเข้ามารุมสนใจเพราะเห็นชิโลแต่งชุดไทยเลยนึกว่าเป็นพวกแต่ง คอสเพลย์
“ฮ้า...ไทย คอสเพล เดซึก๊ะ”
พวกนักท่องตื่นเต้นกันใหญ่แล้วรีบหยิบกล้องขอถ่ายรูปกับชิโลที่พยายามบ่ายเบี่ยง
“เอ่อ...ไม่ได้ค่ะ ฉันต้องรีบไป”
พวกนักท่องเที่ยวไม่ฟังเข้ามารุมแล้วถ่ายรูปกับชิโลกันใหญ่ ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้น....ปัง! ชิโลกับพวกนักท่องเที่ยวตกใจ ชิโลรีบวิ่งหนีออกไปทันที พวกสาโรจน์กรูกันเข้ามา แต่ถูกพวกนักท่องเที่ยวขวาง ตื่นเต้นเพราะนึกว่าเป็นการถ่ายหนัง
“ฮ้า...ไทยแกงค์สเตอร์ฟิลม์ เดซึก๊ะ...” นักท่องเที่ยวทำท่าจาพนม “ช้างกูอยู่ไหน...ไฮ้”
พวกนักท่องเที่ยวเข้ารุมล้อมประกบถ่ายรูปกับพวกสาโรจน์กันใหญ่บางคนก็มาจับปืนของสาโรจน์ทำให้สาโรจน์ ฉุนตะคอกเพราะเกะกะขวางทาง
“เฮ้ย...ไม่ได้ถ่ายหนังอยู่เว้ย”
สาโรจน์กระชากคอนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นคนหนึ่งเข้ามาตะคอกใส่หน้าแล้วคิดอะไรได้

สการกับอุ้มสมเข้ามาถึงและพยายามมองหาชิโล อุ้มสมหันไปเห็นชิโลกำลังวิ่งมาพอดี
“ชิโล...ทางนี้!”
สการกำลังจะไปรับ แต่สาโรจน์โผล่เข้ามา พร้อมกับมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น และชาวบ้านที่โดนจับเป็นตัวประกัน
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละผู้กอง...เธอก็ด้วยนังตัวแสบ ถ้าไม่อยากให้ที่นี่นองไปด้วยเลือด”
ชิโลชะงักอยู่กับที่หน้าเสีย สการเองก็ตกใจ พวกนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นพากันร้องไห้ตกอกตกใจกลัวกันระงม
“นังตัวแสบ กลับมานี่เลย เอาหลักฐานมาคืนฉันด้วย”
ชิโลหนักใจ
“ปล่อยพวกเขาไป พวกเจ้าต้องการหลักฐานนี่ ไม่ใช่ชีวิตคนบริสุทธิ์”
“เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับฉัน”
สาโรจน์ลั่นไก…เปรี้ยง กระสุนเจาะขาชาวบ้านที่ถูกจับเป็นตัวประกันมาด้วย ชาวบ้านร้องโอดโอยดิ้นพราดๆ สการโกรธมาก
“ไอ้สารเลวเอ้ย”
สการชักปืนขึ้นเล็งอย่างโกรธแค้น ชิโลร้องห้าม
“อย่าค่ะผู้กอง” ชิโลหันไปหาสาโรจน์ “หยุดทำร้ายพวกเขาเถอะ ฉันต่างหากที่เจ้าต้องการตัว”
ชิโลตัดสินใจขยับเท้าเข้าไปหาสาโรจน์...หนึ่งก้าว อุ้มสมร้องห้าม
“ไม่นะ...อย่าทำอย่างนั้นนะชิโล”
ชิโลตัดสินใจ
“ปล่อยพวกเขาไปซะ แล้วฉันจะเดินเข้าไปหาพร้อมหลักฐาน”
สาโรจน์นิ่งคิดอยู่ครู่
“ได้...เอาไว้ก็เกะกะ”
สาโรจน์พยักหน้าให้พวกลูกน้อง ปล่อยพวกนักท่องเที่ยวกับชาวบ้าน ที่โดนยิงบาดเจ็บให้เดินไปหาสการที่อยู่ผั่งตรงข้าม กลายเป็นสถานการณ์ลุ้นระทึกแลกตัวประกัน พวกนักท่องเที่ยวพยุงชาวบ้านเดินไปหาสการ ส่วนชิโลเดินไปหาพวกสาโรจน์ จนเมื่อชิโลกับพวกนักท่องเที่ยว เจอกันตรงกลาง ชิโลเข้าไปประครองชาวบ้านที่เกือบล้มเพราะได้รับบาดเจ็บ
“เดี๋ยวก็ปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ”
ชิโลยิ้มให้ ชาวบ้านมองอย่างแปลกใจ ชิโลพยักพยักหน้าให้ชาวบ้านเข้าใจเหตุผลบางอย่าง แล้วรีบผละจาก ชาวบ้านเพื่อเดินไปหาสาโรจน์ สการกับอุ้มสมได้ตัวชาวบ้านกับนักท่องเที่ยว ส่วนสาโรจน์ได้ตัวชิโล
“นังตัวแสบ...หาเรื่องนักนะ เอาหลักฐานมา”
“อยากได้ก็ค้นเอา”
ชาวบ้านยื่นแฟลชไดร์ฟที่ชิโลยัดใส่มือตอนช่วยประคองเอาไว้ให้สการ
“ผู้หญิงคนนั้นเขาคงอยากให้ผมเอามาให้คุณ”
สการอึ้ง
“ชิโล !”
สาโรจน์ค้นไม่เจอหลักฐานจากตัวชิโลก็โกรธตบหน้าทันที...เพี๊ยะ
“นังตัวแสบเอ้ย!”
ชิโลหันไปตะโกนบอกสการ
“ทำหน้าที่ของคุณไป ไม่ต้องห่วงฉันค่ะผู้กอง”
สการตะโกนสั่ง
“ปล่อยชิโลมาเดี๋ยวนี้!”
สาโรจน์ยิงสวนกลับไปที่สการทันที…เปรี้ยง! สการกับทุกคนรีบก้มหลบกระสุนที่พวกสาโรจน์ระดมยิงใส่ พอสการลุกขึ้นมาอีกทีก็เห็นพวกสาโรจน์เอาตัวชิโล หนีไปพร้อมกับพวกมัน สการตกใจ
“ชิโล…ชิโล…ชิโล”
สการไม่สามารถตามไปได้ เพราะมีชาวบ้านและพวกนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ แต่ได้กำหลักฐานเอาไว้ในมือ ด้วยความเจ็บใจ

มณีแดนสรวง ตอนที่ 18 (ต่อ)

ค่ำนั้น ตรีชฎารออยู่ที่บ้าน ครู่หนึ่งสการ ดรัณและอุ้มสมพากันกลับเข้ามา
“เป็นยังไงบ้างคะผู้กอง ตามเจอตัวคุณชิโลรึเปล่าคะ”
ดรัณส่ายหน้าผิดหวัง
“พวกผมพากำลังบุกไปที่นั่นแล้ว แต่พวกมันคงไหวทัน ไม่มีใครอยู่ ที่นั่นไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ คิดว่าชิโลคงถูกพวก มันพาตัวไปด้วย”
ตรีชฎาตกใจ
“พวกมันจะทำร้ายคุณชิโลรึเปล่าคะ”
อุ้มสมหันมาหาสการ
“ผู้กองสการ เจ้ารับปากเราว่าจะไม่ปล่อยให้ชิโลเป็นอะไรไป บอกเรามาสิ ผู้กอง เจ้าจะต้องช่วยชิโลกลับมาให้ได้ บอกเรามา”
ดรัณรีบบอก
“อุ้มสม...ใจเย็นๆก่อน”
อุ้มสมไม่พอใจ
“คุณก็ด้วยอีกคนผู้กองดรัณ ถ้าไม่ใช่เพราะความเจ้าชู้ของคุณ ป่านนี้เรากับชิโลได้กลับ ไปมีความสุขอยู่บนสวรรค์แล้ว ไม่ต้องมาซวย ผจญกิเลศหยาบหนาของมนุษย์หรอก”
อุ้มสมโมโหต่อว่าทุกคนแล้วเดินออกไป ดรัณยืนอึ้งหันมามองสการอย่างแปลกใจ
“ไอ้แซม...นี่มันอะไรกันวะเนี่ย”
สการไม่อยากพูดอะไรลุกขึ้นจะแยกออกไป แต่ตรีชฎารีบเรียกไว้
“เดี๋ยวค่ะผู้กอง...ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของผู้กองนะคะ แต่ว่า...ท่านผู้การถามถึงเรื่อง หลักฐานที่ได้มา”
“หลักฐานอยู่ที่ผม ไว้ผมจะเอาไปให้ท่านเอง”
สการตอบสั้นๆแล้วเดินออกไปเหมือนคนที่ไร้จิตวิญญาณ ดรัณมองตามอย่างสงสัย

สการเดินออกมากำหมัดแน่น เครียดเจ็บใจ ดรัณตามเข้ามาห่วงความรู้สึกของเพื่อน
“ถ้าชิโลเป็นอะไรไป...ฉันจะไม่มีวันยกโทษให้ตัวเอง และถ้าต้องแลกด้วยชีวิตของฉันเพื่อ ให้ชิโลได้กลับไปสวรรค์อีกครั้ง ต่อให้ต้องตกนรกหมกไหม้...ฉันก็ยอม”
ดรัณสงสัย
“ฉันเองก็เป็นห่วงคุณชิโลไม่น้อยไปกว่าแก…แต่ฉันไม่เข้าใจที่แกพูดมาเมื่อกี้”
สการนิ่ง
“ไอ้แซม…เกิดอะไรขึ้น ทำไมตอนนี้แกถึงเชื่อว่าคุณชิโลเป็นนางฟ้ามาจากสวรรค์จริง”
ดรัณดึงเพื่อนมาถามอย่างซีเรียสจริงจัง สการนิ่งมองดรัณตัดสินใจเล่าความจริง

รถสิริสุดาวิ่งไปตามถนนยามค่ำคืน เสียงร้องไห้สะอื้นของสิริสุดาดังออกมาตลอดทาง เอิงเอยนั่งข้างสิริสุดาที่ขับรถไปร้องไห้ฟูมฟายไป รถขับฉวัดเฉวียนตลอดทาง
“ยัยสิ...ฉันว่าสภาพจิตใจแกตอนนี้ อย่าเพิ่งขับรถเลย จอดรถแล้วร้องไห้ให้พอดีกว่ามั้ย”
“ไม่...ฉันไม่อยากอยู่อีกแล้ว”
“เย้ย !แกจะบ้าเหรอ แกอยากตายก็ไปตายคนเดียวดิ จะเอาฉันไปกับแกด้วยทำไม”
“ใครบอกฉันอยากตาย ฉันไม่อยากอยู่ใกล้ๆพ่อฉันอีก ฉันจะหนีไปให้ไกลที่สุดเลย”
เอิงเอยถอนใจ
“โธ่เอ้ย...แล้วแกจะไปไหน”
“พัทยา”
เอิงเอยหน้าเหวอ
“ห๊ะ...ไกลมากเลยแก หนีออกจากบ้านไปแค่พัทยาเนี่ย”
“ไม่รู้ล่ะ รอบตัวฉันมีแต่คนโกหก หลอกลวง ไม่จริงใจ ฉันไม่อยากเจอพวกเขาอีก”
สิริสุดากระทืบคันเร่งแล้วปล่อยโฮเสียงดังลั่น....ทันใดนั้นแสงไฟรถสาดส่องเข้ามา เอิงเอยตกใจ
“ยัยสิ...เบรค...เบรค แก...แกวิ่งผิดเลนแล้ว”
สิริสุดาตกใจตาโตร้องเสียงหลง...

ทองทิวตบหน้าลูกน้องเรียงตัวรวมทั้งสาโรจน์ด้วย
“ขอโทษครับนาย”
ทองทิวกระชากคอเสื้อสาโรจน์
“ฉันไม่อยากได้คำขอโทษ ฉันอยากได้หลักฐานที่พวกมันจะเล่นงาน ฉันได้คืนมาเว้ย”
ทองทิวระเบิดอารมณ์ผลักอกสาโรจน์กระเด็น พวกลูกน้องกลัวกันจนหัวหด
“ผมจะตามไปเก็บไอ้ผู้กองสการให้ครับ จะเอาหลักฐานคืนมาให้ได้”
“ไม่ต้อง หลักฐานอยู่ในมือมันแล้ว ถึงฆ่ามันตาย มันก็อาจจะ copy เอาไว้ก็ได้ ถ้าจะหยุดไม่ให้มันเล่นงานฉัน...มันต้องใช้วิธีอื่น”
ทองทิวหันมายิ้มร้าย

วันใหม่...ชิโลถูกพวกลูกน้องสาโรจน์ลากตัวเข้ามาในโกดังร้างแห่งหนึ่ง
“ปล่อยนะ บอกให้ปล่อย”
ชิโลพยายามขัดขืนแต่ถูกพวกมันจับล็อคตัวเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ชี้คอาเหม็ดเดินเข้ามามอง
“เอามือสกปรกของพวกแกออกไปจากตัวนางฟ้าของฉัน”
พวกลูกน้องปล่อยตามสั่ง ชี้คอาเหม็ดเข้ามามองชิโลใกล้ๆตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเอามือจับแก้ม ชิโลสบัดหน้าหนี ชี้คอาเหม็ดเลยโมโหตบหน้าทันที...
“ยังคิดจะพยศใส่ฉันอีกเหรอ เธอทำกับฉันไว้แสบขนาดนี้ ฉันไม่ให้พวกมันรุมโทรมเธอ ก็ถือว่าใจดีกับเธอมากแล้ว”
“ไม่ต้องมาทำพูดโอ้อวดว่าเจ้าเป็นคนดี มนุษย์ที่จิตใจหมกมุ่นแต่กิเลศอย่างเจ้า สิ้นบุญ ชาตินี้เมื่อไหร่ ที่สุดท้ายก็ไม่พ้น...ขุมนรก”
ชี้คอาเหม็ดโกรธ
“เธอไม่ใช่นางฟ้าสำหรับฉันอีกแล้ว อย่างเธอน่ะมันนังมาร”
ชี้คอาเหม็ดเงื้อมือจะตบอีกทีแต่ทองทิวเข้ามาจับมือไว้...
“ผมว่าพอได้แล้วล่ะครับท่าน”
“ทองทิว”
“หน้าที่จัดการกับนังคนนี้ ให้ผมเองดีกว่า พวกผมเคยรับมือกับสายของตำรวจมาแล้ว”
“ฉันพลาดเอง น่าจะฟังคำเตือนของคุณ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมมีวิธีใช้เธอแก้ไขปัญหาที่มันก่อเอาไว้แล้ว เพียงแต่ผมอยากจะให้ท่านยืนยันว่า ธุรกิจของเราจะยังเดินหน้าต่อไป”
“ไม่ต้องห่วง ถ้าคุณแก้ปัญหาได้ ผมสนับสนุนคุณเต็มที่ แถมยังจะจ่ายให้มากกว่าเดิม”
ทองทิวยิ้มรับ
“ถ้าอย่างนั้นผมก็สบายใจ เรือของท่านมารอรับแล้ว เชิญครับ”
ชี้คอาเหม็ดหันมาที่ชิโลเป็นครั้งสุดท้าย
“ทันที่ที่คุณใช้ประโยชน์จากผู้หญิงคนนี้เสร็จ ส่งเธอไปให้ผมด้วย ผมจะแก้แค้นให้ สาสมเลย”
ชี้คอาเหม็ดอาฆาตแค้นก่อนจะออกไป ทองทิวหันไปมองชิโล แล้วพยักหน้ากับพวกลูกน้องให้พาตัวออกไปก่อน ชิโลโวยวายลั่น
“จะทำอะไรฉัน...ปล่อยนะ...บอกให้ปล่อย”
พวกลูกน้องพาชิโลกลับเข้าไปในโกดัง ระหว่างนั้นสาโรจน์เข้ามาหาทองทิว
“นายครับ”
“ว่าไง ตามเจอลูกสาวฉันรึเปล่า”
“ติดต่อไม่ได้เลยครับ”
ทองทิวหงุดหงิด
“งั้นก็ปล่อยไปก่อน ถึงยังไงก็หนีไปไหนได้ไม่ไกล คุณหนูไม่เคยเจอความ ลำบากแบบนั้น ตังค์หมดก็ซมซานกลับมาเอง”

ในห้องพักฟื้นไข้ในโรงพยาบาล เอิงเอยนอนเข้าเฝือกอยู่บนเตียง ที่คอมีเฝือกบล็อคไว้ ส่วนที่ขาก็มีเฝือกแขวนห้อยต่องแต่ง ส่วนสิริสุดาบาดเจ็บมีแผลบ้างตามแขนขานิดหน่อยๆ
“ยัยเอิง แกเป็นไงมั่ง”
“ถามได้...แกลองมานอนเป็นหุ่นชักใยแบบฉันนี่สิ ปวดฉี่ยังลำบากเลย ฮือๆๆ ไม่น่าเลย จริงๆ ฉันไม่น่านั่งรถไปกับแกเลย”
“แกเลิกบ่นเถอะน่า ไม่ตายก็ถือว่าบุญเท่าไหร่แล้ว”
“ไม่ต้องเลย แกทะเลาะกับพ่อแก ทะเลาะกับแฟนแก เดี๋ยวก็ดีกัน แต่ฉันเจ็บตัวยาว”
“ไม่...คราวนี้ฉันไม่มีวันคืนดีกับคุณป๋า ฉันรับไม่ได้กับสิ่งเลวๆที่คุณป๋าทำ ฉันจะไม่กลับไปเหยียบที่บ้านนั่นอีก คุณป๋าจะไม่มีวันตามฉันเจอ”
“อ้าว...แล้วฉันล่ะแก แกจะไม่บอกพ่อแม่ฉันเลยเหรอ”
“พ่อแม่แกเคยสนใจแกที่ไหนล่ะ ฉันรับผิดชอบแกเอง ไม่ต้องห่วงหรอก”
สิริสุดาบอกเสร็จก็เข็นรถออกจากห้องไป เอิงเอยร้องเสียงหลง
“ยัยสิ...กลับมาก่อน...กลับมาช่วยเกาขาให้ฉันก็ยังดี...ยัยสิ”

นารีเพิ่งตรวจสุขภาพเสร็จเดินคุยมากับหมอมาตามทางเดินของโรงพยาบาล
“สุขภาพของคุณป้าแข็งแรงยิ่งกว่าสาวๆอีกนะครับ”
“ไม่ต้องมายอป้าหรอกค่ะคุณหมอ”
“จริงๆนะครับ ตรวจเที่ยวนี้ไม่พบอะไรผิดปกติเลย”
“ป้าก็ทำตามที่หมอแนะนำนั่นแหละค่ะ อายุมากขึ้นก็ต้องหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำบุญให้จิตใจสงบไม่มีความเครียด ร่างกายก็เลยแข็งแรง”
หมอเดินมาส่งนารีที่ลิฟท์
“ขอบคุณมากนะคะ ส่งป้าแค่นี้ก็พอ”
หมอยกมือไหว้นารีแล้วเดินกลับไป นารีกำลังจะเดินเข้าไปในลิฟท์ที่มาถึงแต่เหลือบไปเห็นสิริสุดาเดินกลับห้อง ผ่านหน้าลิฟท์ไป นารีจำสิริสุดาได้ก็แปลกใจ
“นั่นมันหนูสินี่”

ในห้องของสการบรรยากาศเงียบเหงาเศร้าซึม ชายหนุ่มมองตรงโน้น ตรงนั้น ตรงนี้ ก็เห็นแต่ภาพของชิโลที่เคยอยู่ เคยไล่ตี เคยทะเลาะเบาะแว้งกับเขา ภาพเหตุการณ์ต่างๆแว่บเข้ามาเป็นระยะๆ ก่อนที่ดรัณจะเข้ามาจับบ่าให้สการรู้สึกตัว
“ไอ้แซม...อุ้มสมส่งข่าวคุณชิโลมาบ้างรึยัง”
“ฉันกำลังรออยู่เหมือนกัน”
ระหว่างนั้นเสียงฮัดชิ้วดังขึ้น สองหนุ่มหันไปทันที อุ้มสมหน้าตาเหนื่อยเดินเข้ามาจากทางระเบียงห้อง สการถามอย่างร้อนใจ
“อุ้มสม เจอชิโลมั้ย”
อุ้มสมถอนใจเฮือกใหญ่ ดรัณถามย้ำ
“ว่าไงล่ะอุ้มสม”
“พวกเจ้าดูหน้าเราสิ...หน้าเราห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรงแบบนี้ เจ้าคิดว่าเราจะตามเจอมั้ย”
สการหงุดหงิด
“ทำไมถึงตามไม่เจอ ก็ไหนบอกว่าชิโลมีรัศมีความดีของนางฟ้าที่สามารถตามหาตัวได้”
“ใช่...เราเคยบินตามหาชิโลเจอด้วยรัศมีความดีที่แตกต่างจากมนุษย์ธรรมดาอย่างพวก เจ้าได้ แต่นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ชิโลไม่มีรัศมีความดีให้หาอีกแล้ว”
ดรัณสงสัย
“ทำไมล่ะ”
อุ้มสมหันไปมองสการด้วยสีหน้าเคืองๆ
“ก็เพราะเจ้าไงผู้กองสการ เจ้าให้ชิโลทำแต่เรื่องผิดศีล ตอนนี้ชิโลจึงไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ทั่วไป รัศมีความดีจึงหมอง ทำให้เรามองหา ชิโลไม่เจอ”
ดรัณมองสการอย่างเห็นใจ
“ท่านเทวดาอุ้มสมครับ อย่าไปว่าเพื่อนผมเลย แค่นี้มันก็รู้สึกผิดจนอยากจะตกนรก วันละหลายรอบแล้ว”
สการนิ่งไปอย่างรู้สึกผิดจริงๆ ระหว่างนั้นโทรศัพท์สการดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับสายแล้วหน้านิ่งฟังอยู่ครู่ ก่อนจะปิดสาย
“ท่านผู้การเรียกให้ฉันไปพบ ฉันต้องไปแล้ว”
สการหน้าเครียดๆเดินออกไป อุ้มสมมองตามอย่างไม่พอใจ
“นั่นไง...เห็นมั้ยผู้กองดรัณ เขาสนใจความปลอดภัยของชิโลที่ไหน มนุษย์อย่างเขา สนใจแต่เรื่องตัวเอง ชิโลจะเป็นจะตายยังไงเขาไม่สนแล้ว เขาสนแต่จะทำงานให้สำเร็จแค่นั้น ...โธ่เอ้ยชิโล...นี่น่ะเหรอคู่พรหมลิขิตของเจ้า”
“คู่พรหมลิขิต”
ดรัณมองอุ้มสมอย่างแปลกใจสงสัย...คู่พรหมลิขิตคืออะไร

สการรีบเดินเข้ามาที่ลานจอดรถของคอนโด เขากวาดสายตามองอย่างร้อนรนและเป็นห่วง คำพูดของทองทิวที่คุยโทรศัพท์กับเขาเมื่อครู่ ยังดังก้องอยู่ในหัว
“สวัสดีครับผู้กองสการ ผู้กองไม่ต้องพูดอะไรให้มีพิรุธ ตอนนี้มีหน้าที่แค่ฟังผมอย่าง เดียว ผมรู้ว่าผู้กองกำลังเป็นห่วงสายสืบคนสวยอยู่ ผมก็เลยพาเธอมาพบผู้กองแล้ว แต่ผู้กองต้องมาคนเดียว ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด”
สการพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นชิโลยืนอยู่ที่สุดทางเดิน
“ชิโล!”
“ผู้กอง”
สการรีบวิ่งไปหาเธอด้วยความเป็นห่วงแต่ไปไม่ถึงตัว ก็ต้องชะงักเมื่อเจอพวกทองทิว ที่โผล่มาขวางทางพร้อมกับ ปืนที่เล็งใส่สการไม่ต่ำกว่า6-7กระบอก
“ไอ้ทองทิว!”
“ปล่อยเขาไปนะ...อย่าทำอะไรเขา”
ทองทิวหันไปพยักหน้าให้ลูกน้อง เอาผ้าไปปิดปากชิโลไม่ให้พูด สการกำหมัดเจ็บใจ
“พวกแกห้ามทำร้ายชิโลเด็ดขาด จะเอายังไงก็บอกมา”
ทองทิวยิ้มเย้ย
“ฉลาดมากผู้กอง...สมกับเป็นตำรวจมือหนึ่งที่ถูกส่งมาให้ไล่ล่าผม แต่เกมส์นี้ผู้กองยัง ไม่ใช่ผู้ชนะ ถ้าไม่อยากให้ผมฆ่าสายสืบคนสวยคนนี้ เหมือนกับคนก่อนที่โดนยิงตาย ไป ผู้กองคงรู้นะว่าต้องทำยังไง”
สการอึ้ง
“แก !”
ทองทิวหันไปพยักหน้าให้สาโรจน์เอามีดพกมาแนบแก้มชิโลแล้วกดลงไป สการหน้าตื่น
“อย่า!”
ทองทิวหัวเราะเหี้ยม
“หึๆๆ...ผมให้เวลาผู้กองเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยแค่พรุ่งนี้เท่านั้น ถ้ามีหมายจับมาถึงผมเมื่อไหร่ล่ะก็...ผมจะแยกส่วนนังนี่ ให้ผู้กองไปประกอบเองที่บ้าน”
ทองทิวหัวเราะข่มซ้ำสะใจก่อนจะพากันขึ้นรถตู้ที่เข้ามารับ ชิโลส่งเสียงอู้อี้เรียกสการน้ำตาคลอ
“ชิโล....ชิโล!”

ดรัณถึงกับอึ้งไปเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดของชิโลจากปากอุ้มสม
“ไงล่ะ ถึงกับพูดไม่ออกเลยเหรอผู้กอง ทั้งหมดที่พวกเราต้องมายุ่งวุ่นวายอยู่บนโลก มนุษย์ก็เพราะเริ่มต้นมาจากความเจ้าชู้ของผู้กองนั่นแหละ”
“อ้าว...กลายเป็นว่าผมผิดเหรอท่าน”
“ก็ใช่น่ะสิ...เจ้ากับคุณสิริสุดาไม่สมควรจะแต่งงานกัน เพราะเส้นชะตาชีวิตของพวกเจ้า เป็นสีแดงหมายถึงคู่เวรคู่กรรม ไม่ใช่สีเขียวที่หมายถึงคู่พรหมลิขิต”
“แต่ผมรักสิจริงๆนะครับท่าน รักอย่างที่ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อน”
อุ้มสมมองหน้า
“เหรอ แล้วไอ้กะล่อนตัวไหนที่เคยตามตื้อชิโล จะเป็นจะตายให้ได้”
ดรัณชะงัก
“ก็เอ่อ...ตอนนั้นผมอยู่ในช่วงอารมณ์ขึ้นๆลงๆ ไม่คงที่ น่าสงสาร ไม่ฉะบาย”
“มุขนี้เทวดาไม่ขำ นี่แหละมนุษย์มีข้ออ้างได้ตลอด”
“แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้วนะครับท่าน ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะแห่งตน ต่อให้เส้นชะตาชีวิตผม จะบอกว่าผมกับสิไม่ใช่คู่พรหมลิขิต ผมก็ไม่สน”
“เจ้านี่กล้ามากนะ รู้มั้ยว่าการฝืนชะตาลิขิตจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกเท่าไหร่”
“ท่านอย่ามาสอนผมเลย ขนาดไอ้แซมเป็นมนุษย์ คุณชิโลเป็นนางฟ้า ดูยังไงก็ไม่น่ารัก กันได้ แต่ก็ยังดันทุรังรักกันได้เลย”
ทันใดนั้นเสียงนารีดังเข้ามา
“ไม่ได้นะ ชิโลกับตาแซม จะรักกันไม่ได้เด็ดขาด”
อุ้มสมกับดรัณชะงักหันไปเห็นนารีก็ตกใจ

 
โปรดติดตาม "มณีแดนสรวง" ตอนต่อไป 
มณีแดนสรวง ตอนที่ 17
มณีแดนสรวง ตอนที่ 17
สามสาวสวมแว่นดำเอาผ้าคลุมหน้าอำพรางกันสุดฤทธิ์ แอบย่องอย่างเงียบกริ๊บเข้ามาที่บนบ้านพัก สิริสุดานำทีมส่งสัญญาณมือชี้โบ้ชี้เบ๊ให้มัดหมี่กับเอิงเอยดูต้นทางเพราะเธอจะใช้กุญแจไขเข้าไปในห้อง มัดหมี่หันไปถามเอิงเอย “คุณสิส่งสัญญาณมาว่าอะไร” เอิงเอยส่ายหน้า “ไม่รู้ ฉันดูไม่ออก” “นี่เธอเป็นเพื่อนกันภาษาอะไร” เอิงเอยชักฉุน “นี่หล่อน ฉันกับยัยสิไม่ได้เป็นใบ้นะจะได้ส่งภาษามือคุยกันเป็นเรื่องปกติน่ะ” สิริสุดาเข้ามา “นี่ ! พวกเธอจะคุยกันเสียงดังทำไม อยากให้นังชิโลมันรู้ตัวเหรอว่าเราบุกมา เล่นงานมัน” มัดหมี่เถียง “ก็ฉันไม่รู้ว่าเธอส่งภาษามือบอกให้เราทำอะไร”
กำลังโหลดความคิดเห็น...