xs
xsm
sm
md
lg

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 17-18

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 17

รุ่งเช้า...สุดนภายืนครุ่นคิดมองออกไปนอกบ้าน เสี่ยอ๋าเดินเข้ามาหา

“ยังไม่ทานข้าวอีกเหรอลูก หรือว่ารอป๊า”
“ฟ้ายังไม่หิวค่ะ”
“คิดถึงใครล่ะ ลูกไอ้จรัลล่ะสิ”
“ค่ะป๋า ฟ้ากำลังคิดถึงพี่จิ”
“ฟ้าแน่ใจแล้วเหรอลูก ที่จะชอบลูกไอ้จรัลน่ะ”
“แน่ใจค่ะ เขาเป็นคนที่ถูกใจฟ้าที่สุด”
“แต่ถ้าวันนึงมันหมดตัว ป๋าไม่เอามาทำลูกเขยนะ”
สุดนภาหัวเราะ
“ป๋าพูดยังงี้อีกแล้ว คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ”
“ใครจะไปรู้” เสี่ยอ๋าเปลี่ยนเรื่อง “ไปๆ ไปกินข้ากับป๋าเถอะ ป๋าหิวแล้ว”
สองพ่อลูกเดินไปนั่งที่โต๊ะ สุดนภาหยิบซองคอฟฟี่เพรียวมาฉีกใส่ เสี่ยอ๋ามองงงๆ
“อ้าว ไม่ทานข้าวเหรอลูก”
“ไม่ล่ะค่ะฟ้ากลัวอ้วน แค่นี้ก็พอแล้ว หอมอร่อย มีประโยชน์”
“ตามใจ ดีเหมือนกัน ใครๆ จะได้ชมว่าลูกสาวพ่อสวย”
สองพ่อลูกยิ้มให้กัน

จิรายุอยู่ในห้องทำงานที่บ้าน เขายืนเปิดๆ แฟ้มหนึ่ง ยิ้มพอใจแล้ววางลงที่โต๊ะใกล้ๆ กับแฟ้มที่เปิดอยู่ก่อน...แฟ้มทั้งสองมีแฟ้มหนึ่งที่เป็นโน้ตเพลง อีกแฟ้มหนึ่งเป็นเนื้อเพลง จิรายุเลือกเอาโน้ตมาหนึ่งแผ่นและเนื้อเพลงอีกแผ่นออกมาวางบนคีย์บอร์ด แล้วเริ่มเล่นและร้องไปสักหนึ่งท่อน พอจบก็ยิ้มพอใจ
“เอาเพลงนี้ เป็นเพลงเปิดตัวแล้วกัน”
จิรายุคิดเครียดเรื่องกุ้งนางไม่ยอมมาคัดตัว
“แล้วจะทำยังไง กุ้งนางถึงจะยอมมาร้องล่ะ”

จรัล จิรายุ คมกริช นั่งประชุมกัน ทุกคนมีสีหน้าแปลกใจมองไปยังจิรายุ คมกริชถามเสียงดัง
“อะไรนะครับ โปรเจ็คท์ปั้นนักร้องใหม่นี่คุณจิจะทำคนเดียว”
“ก็ไม่ถึงกับคนเดียวหรอกครับ ยังไงเรื่องควบคุมการร้อง ภาพลักษณ์ ผมขอให้พี่ตู่ ทัศนีย์ มาช่วยแทนพี่คม”
คมกริชจ้องเขม็ง
“เรื่องการตลาดท่านประธานก็จะเป็นคนดูแลเองทั้งหมด”
จรัลที่นั่งอยู่สะดุ้งเฮือกที่ลูกชายเอ่ยชื่อ
“ไอ้จิ ตกลงใครเป็นประธานกันแน่ นี่แกกำลังใช้ฉันนะ”
“ขอความร่วมมือครับ”
คมกริชถามขึ้น
“แล้วผมล่ะ”
“พี่คมก็ทำงานอื่นๆ ไปสิครับ โปรเจ็คนี้ของผม ผมขอแสดงฝีมือเอง”
คมกริชไม่พอใจ
“แบบนี้มันเหมือนยึดอำนาจผมนี่ เพลงก็แต่งเอง อะไรๆ ก็ดูเอง แล้วยังเอาคนมาแทนผมอีก”
จรัลมองลูกชาย
“นั่นสิไอ้จิ ให้คมกริชช่วยหน่อยดีกว่า”
“อย่าเลยครับพ่อ ผมไม่อยากกวนพี่คมครับ นับตั้งแต่วันนี้ไป อะไรที่เกี่ยวกับโปรเจ็คนี้ อำนาจตัดสินใจต่างๆ ขอให้ผมเป็นคนกำหนดนะครับ”
จรัลงงๆ
“ไอ้จิ นี่แกจะทำอะไรของแกวะ”
จิรายุยิ้ม แต่พอมองไปที่คมกริชก็เจอสายตาที่ไม่พอใจ

จิรายุเชิญ ทัศนีย์ ศิลปินนักร้องชั้นเยี่ยมที่ผันตัวมาเป็นครูสอนร้องเพลงและดูแลภาพลักษณ์นักร้องมาร่วมงาน จิรายุกับทัศนีย์นั่งดูคลิปที่ส่งเข้ามาแข่งร้องเพลง ภาพนักร้องคนแล้วคนเล่าที่เปิดแต่จิรายุกับจรัลก็โบกมือตลอด ทัศนีย์หน้าเสีย
“พี่ตู่ว่าไม่รอดซักราย ที่คุณจิเปิดๆ มา บางคนร้องดีแต่หน้าตาไม่ไหว บางคนหน้าตาไหว แต่มันยืนทื่อเป็นผีดิบ ออกอัลบั้มมาก็เจ๊งแน่”
จิรายุเห็นด้วย
“ก็จริงของพี่ตู่ แต่วันนี้เราจะมีคัดตัวอีก คราวนี้ผมรับรองว่า โดนใจพี่ตู่แน่”
“อุ๊ย พี่ก็ยินดีช่วยคุณจิเต็มที่อยู่แล้ว แต่ถามหน่อยนะคะ ว่าทำไมต้องจ้างพี่มาช่วย ทำไมไม่ให้คุณคมกริชทำ”
“ก็…ผมแค่อยากให้ไอเดีย และทุกอย่างเป็นแบบที่ผมอยากให้เป็นน่ะครับ”
“อ๋อ เข้าใจแล้วล่ะค่ะ” ทัศนีย์พยักหน้ารับ

ในห้องซ้อมเต้น กุ้งนาง ก้าน ด้วง ชะเอม ดีใจพูดพร้อมกัน
“คุณจิให้เข้าคัดเลือกทุกคน”
ริสายิ้มแย้ม
“ใช่...ชะเอมที่ไม่อยากร้องก็ให้เข้าคัดเลือกได้นะ”
ชะเอมกรี๊ด
“อ๊าย คุณจิ โถ...พ่อคุณหล่อและดี หน้าตาแบบนี้เอง”
กุ้งนางกระซิบ
“พี่ชะเอม เมื่อวานยังว่าเขารังแกฉันอยู่เลย”
“นั่นมันเมื่อวาน พี่เป็นคนไม่คิดแค้นใคร พี่จะเป็นนักร้อง”
กุ้งนางค้อนขวับ ด้วงถามอย่างตื่นเต้น
“งั้นจะให้ด้วงน้อยหอยสังข์ไปคัดเมื่อไหร่ครับคุณริสา”
“ตอนนี้เลย คุณจิกับท่านประธานรออยู่”
ด้วงตาโต
“ห๊า...ตอนนี้เลยเหรอครับ...”
ก้านยิ้มกับด้วง
“ยินดีด้วยนะพี่ด้วง โอกาสเป็นนักร้องมาถึงแล้ว ทำให้ดีที่สุดนะพี่”
ริสามองกุ้งนาง
“แต่มีข้อแม้ว่ากุ้งนางก็ต้องคัดเลือกด้วย”
กุ้งนางหน้าเหวอ
“แต่ฉันไม่...”
ริสาตัดบท
“ไม่ได้จ้ะ คุณจิบอกว่า ถ้ากุ้งไม่มาคัดตัว คนอื่นก็หมดสิทธิ์”
กุ้งนางฉุน
“จะมาบังคับกันได้ยังไง ฉันไม่ร้องค่ะ”
ริสาถอนใจ
“เอ่อ...ฉันว่ากุ้งไปบอกคุณจิเองเถอะ”
ทุกคนตกใจกับคำบอกของริสา กุ้งนางกำมือแน่นด้วยความโกรธ

จิรายุ จรัล และโปรดิวเซอร์ ยืนคุยเลือกเพลงกันในห้องคอนโทล ทัศนีย์หันมาบอก
“ผู้ชายพี่ตู่เลือกไว้ให้ร้องสองเพลง ช้าเพลงเร็วเพลง ส่วนผู้หญิงก็สองเพลงเหมือนกันค่ะ”
ระหว่างนั้น กุ้งนางเปิดประตูเดินเข้ามา จิรายุกับจรัลหันมายิ้มรับ จรัลรีบเข้าไปหา
“หนูกุ้งนาง มาเลยๆ ฉันดีใจนะ ที่หนูมาคัดตัวด้วย”
กุ้งนางยกมือไหว้
“หนูขอบคุณค่ะ ที่ท่านเมตตาหนู แต่เอ่อ หนูขอคุยกับคุณจิสักครู่ได้ไหมคะ”
จิรายุมองหน้า
“เราได้คุยกันแน่...แต่หลังจากที่เธอ กับเพื่อนเธอคัดตัวแล้ว”
“แต่ฉันต้องการคุยกับคุณตอนนี้”
กุ้งนางก็เดินออกไป จิรายุหน้าเสียแต่เดินตามออกไป ทุกคนมองหน้ากันงงๆ จรัลถามเบาๆ
“มันแปลกๆ นะคุณตู่”

“ค่ะ คุณจรัล” ทัศนีย์เห็นด้วยทันที

กุ้งนางจ้องหน้าจิรายุด้วยความโกรธ

“คุณทำแบบนี้ได้ไง ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ต้องการเป็นนักร้อง แต่คุณมาตัดสิทธิ์พี่ด้วงกับคนอื่นๆ ทำไม”
จิรายุยิ้ม
“ถ้าไม่ทำแบบนี้เธอก็ไม่ยอมคุยกับฉันอีก ฉันก็คงไม่ได้ขอโทษเธออย่างที่ตั้งใจไว้”
“นี่เหรอคะ วิธีขอโทษของคุณ”
“ฉันเข้าใจผิดเอง เรื่องเธอกับพี่นทีทอง”
“ดีใจด้วยค่ะ ที่สมองคุณใช้ได้เหมือนชาวบ้านเขาแล้ว”
จิรายุรู้สึกผิดอย่างจริงใจ
“ขอโทษนะกุ้งนาง”
กุ้งนางนิ่งอึ้งไป จิรายุยิ้มอ่อนโยน
“ตกลงเราคืนดีกันแล้วนะ”
“คุณจิ คุณไม่ต้องให้ฉันเป็นนักร้องหรอกค่ะ หรือคิดว่าทำแบบนี้จะช่วยให้ฉันหายโกรธคุณเรื่องพี่นที”
“เปล่าหรอก เรื่องเป็นนักร้องนี่ ฉันอยากให้เธอช่วยฉัน”
กุ้งนางไม่เข้าใจ
“หมายความว่ายังไง”
“เพลงที่ฟ้าร้อง เป็นเพลงของฉัน แต่มีคนขโมยไปขายที่เบสท์ มิวสิค”
กุ้งนางตกใจ
“อะไรนะ”
“พี่คมกริชกำลังหักหลังสยาม ซอง ฉันจำเป็นต้องสู้ และก็อยากจะให้เธอช่วย ฉันยังมีเพลงที่เคยแต่งไว้เยอะ ฉันอยากให้เธอเป็นคนร้อง”
“ฉันน่ะเหรอ ไม่เอาหรอก นักร้องหญิงมีเยอะแยะ คุณชามาดาหรือกบก็ได้”
“ไม่ได้ ฟ้าน่ะ เป็นทั้งไฮโซมีการศึกษา เป็นลูกสาวเจ้าของค่าย การโปรโมตก็เต็มที่ นี่ไม่นับเรื่องความสวยกับการร้องเพลงดีอีก เพราะฉะนั้นคนที่จะสู้กับฟ้าได้ ต้องใหม่และสดที่สุด ซึ่งฉันคิดว่าเป็นเธอ”
กุ้งนางนิ่งเงียบไม่ตอบเอาแต่ครุ่นคิดหนัก
“กุ้งนาง เธอจะให้ฉันทำอะไรฉันก็ยอม ขอแต่ให้เธอร้องเพลงที่ฉันแต่งนะ”
จิรายุคุกเข่าลง กุ้งนางเริ่มเขิน รีบดึงแต่เขาไม่ยอมลุก
“คุณจิ ลุกเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น”
“ฉันจะไม่ลุกขึ้น จนกว่าเธอจะตอบตกลง”
กุ้งนางเครียดตัดสินใจไม่ถูก

ด้วงร้องเพลงในห้องอัดแนวทะเล้นทะลึ่งอย่างมีความสุข...ในห้องควบคุม จิรายุ กุ้งนาง ก้าน ชะเอม จรัล ทัศนีย์ ยืนเต้นตามเพลง จรัลชื่นชม
“เออ...ไอ้หมอนี่มันเลือกเพลงไม่หล่อแต่ตลกสมตัวมันดีนะ”
จิรายุเห็นด้วย
“ครับพ่อ เพลงแนวนี้จะทำให้ด้วงมีแฟนๆเอ็นดูแน่นอน”
ด้วงร้องเพลงจนจบแล้วเดินออกมาจากห้องร้องมาที่ห้องคอนโทรล
“เป็นไงครับ”
จิรายุยิ้มชื่นชม
“ร้องดีมาก”
ด้วงดีใจ
“นี่ผมจะเป็นนักร้องแล้วเหรอครับ”
ชะเอมกอดด้วง
“ดีใจด้วยพี่”
จรัลพูดขึ้น
“เฮ้ย...เดี๋ยวๆ ร้องดีแต่จะปั้นได้หรือเปล่า มันคนละเรื่องนะ”
ทุกคนชะงักไป จรัลหันไปถามจิรายุ
“จิว่าไงลูก”
“ขอให้ร้องหมดทุกคนก่อนได้ไหมครับ” จิรายุหันไปหาก้าน “ก้านนายจะร้องด้วยหรือเปล่า”
“ไม่ครับ ผมไม่ได้อยากเป็นนักร้อง”
“ถ่อมตัวทำไมไอ้ก้าน” ชะเอมบอกกับจิรายุ “ไอ้ก้านนี่ร้องเพราะมาก แต่มันขี้อาย”
ก้านแย้ง
“ไม่ได้อาย แต่ไม่ชอบ”
ด้วงเตือนสติ
“ไอ้ก้าน คนเก่งแต่ขาดโอกาสน่ะ มันก็เหมือนกับคนพิการ นี่เอ็งมีโอกาสแล้วก็เหมือนมีแขนมีขา เอ็งจะมานั่งง่อยอยู่ทำไม”
ทัศนีย์เห็นด้วยกับด้วง
“จริงของนายด้วง ลองดูก่อนก็ยังดี เรื่องอื่นไว้ว่ากันทีหลัง”
ก้านยังลังเล กุ้งนางเดินมาจับมือ
“พี่ก้าน ลองดูเถอะนะ ฉันอยากฟังพี่ร้องเพลง”
“ได้...ถ้าเป็นกุ้งขอพี่จะทำ”
ก้านเดินออกไปแล้วเข้าไปในห้องอัดใส่หูฟัง กุ้งนางและทุกคนเป็นกำลังใจให้ จิรายุเดินมาข้างๆ กุ้งนางแล้วกระซิบ
“หึงนะ”
กุ้งนางเหวอหันหน้าไปมองเห็นจิรายุยักคิ้วยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ค้อนแต่แอบยิ้ม ก้านเริ่มร้องเพลงแล้วทุกคนก็อึ้งทั้งจรัล จิรายุ ทัศนีย์ ขณะที่กุ้งนาง ด้วง ชะเอมยกนิ้วให้ก้าน

กุ้งนาง ก้าน ด้วง ชะเอม เดินออกมาจากห้องอัด จิรายุเดินตามมาแล้วดึงแขนกุ้งนางไว้
“ฉันอยากจะคุยอะไรด้วย”
ก้าน ด้วง ชะเอม หยุดหันกลับไป จิรายุบอกกับทุกคน
“ฉันขอตัวกุ้งนางแป๊บนะ”
ระหว่างทีกุ้งนางยังเหวอๆ ไม่ทันตั้งตัวจิรายุก็ลากไปเลย ก้านจะเดินตามไป
“กุ้ง...รอด้วย”
ด้วงกับชะเอมดึงเอาไว้ ชะเอมเตือนสติเพื่อน
“ตามไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
ก้านแย้ง
“ไม่กลัวเกิดเรื่องเหมือนเมื่อวานหรือไง”
ด้วงมองตามหลังสองคนไปแล้วหันมาบอกก้าน
“คนที่กลัวควรเป็นกุ้งมัน ไม่เห็นเหรอว่ามันก็เดินตามคุณจิไป ไม่เห็นขัดขืนอะไร
นี่หว่า”
ก้านชะงักเซ็ง ด้วงตบไหล่ปลอบ
“ตัดใจเถอะวะไอ้ก้านเอ๊ย”

กุ้งนางกับจิรายุเดินคุยกันมาตามทาง
“ขอบใจนะที่ช่วยฉันในวันนี้”
“เรื่องที่ช่วยก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่คุณเข้าใจผิดเรื่องฉันกับพี่นทีน่ะยังไม่จบ”
“อ้าว...ยังโกรธอยู่อีกเหรอ ตกลงฉันต้องทำยังไง กุ้งถึงจะพอใจ”
“ไปขอโทษพี่นที ที่คุณล่วงเกิน คิดไม่ดีกับเขา”
“ทำไมกุ้งต้องแคร์พี่นทีมากขนาดนี้”
“เพราะพี่นทีทองเป็นผู้ใหญ่ที่ฉันรัก และเคารพมาก”
จิรายุถามกวนๆ
“มากขนาดไหนเหรอ”
“ก็...เหมือนพ่อเลยล่ะ”
“ขนาดนั้นเชียวเหรอ นี่กุ้งพูดจริงนะ”
“ถ้าคุณไม่เชื่อและไม่อยากขอโทษก็ไม่เป็น แต่ต่อจากนี้ไป ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน เราก็ไม่ต้องมาพูดกัน”
กุ้งนางจะเดินหนี จิรายุคว้าไว้
“กุ้ง... อย่างอนนักสิ เรื่องแค่นี้เอง งั้นไปกันเดี๋ยวนี้เลย”
ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาว
“จะไปไหน วันนี้พี่นทีไม่มาที่นี่นะ”
จิรายุลากกุ้งนางวิ่งไปด้วยกัน

จิรายุพากุ้งนางมาที่บ้านหลังใหญ่ของนทีทอง จิรายุ กุ้งนาง นทีทอง ซองจูนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขก จิรายุยกมือไหว้นทีทอง
“ผมขอโทษด้วยนะครับพี่นที ที่เข้าใจพี่กับกุ้งนางผิดวันนั้น”
“ไม่เป็นไรหรอก ชามาดาไม่น่าเล่นแรงแบบนี้เลย ถ้าคนอื่นในวงรู้ กุ้งนางจะเสียหายมาก”
“ผมดีใจนะที่พี่นทีไม่โกรธ” จิรายุหันมาถามกุ้งนาง “สบายใจหรือยังล่ะ”
กุ้งนางยิ้ม
“มากเลยล่ะค่ะ”
“เอางี้ ไหนๆ ก็มาแล้ว อยู่ทานอะไรด้วยกันนะ” นทีทองหันไปบอกกับซองจู “ซองจูให้แม่บ้าน
ทำอะไรมาเลี้ยงแขกหน่อยสิ”
“เอ่อ...สงสัยจะไม่ทันแล้วครับพี่นที แม่บ้านกลับไปแล้วครับ”
“เฮ้อ เอาไงดี...ปกติ ถ้าอยู่บ้าน ผมไม่ค่อยทานข้าวเย็น”
ซองจูเสนอตัว
“เดี๋ยวผมแสดงฝีมือเองครับ”
“งั้นให้กุ้งไปช่วยนะคะ”
“ไม่เป็นไร กุ้งเป็นแขก”
“แขกก็ช่วยได้นี่พี่ซองจู”
ซองจูยิ้มรับแล้วเดินออกไปกับกุ้งนาง นทีทองกับจิรายุมองตามไปจนทั้งคู่เดินออกไป
“คุณจิ ผมต้องบอกว่าแปลกใจนะครับ”
“เรื่องอะไรครับ”
นทีทองยิ้ม
“ก็เรื่องที่กุ้งนางบังคับคุณจิได้”

จิรายุหน้าเจื่อนไป

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 17 (ต่อ)

ภายในห้องครัว กุ้งนางทำอาหารพวกกระทงทอง ขนมปังหน้าหมู โดยมีซองจูเป็นลูกมือ

“โห...กุ้งทำอาหารเก่งจัง วันหลังพี่ต้องขอเป็นลูกศิษย์แล้ว”
กุ้งนางยิ้มแย้ม
“ได้เลยจ้ะ เออ...แล้วบ้านนี้พี่นทีอยู่คนเดียวเหรอ”
ซองจูอึกอัก
“เอ่อ...กุ้งหมายความว่ายังไง ก็มีคนทำความสะอาด คนขับรถ คนสวน แต่แม่บ้านเขาจะไปเช้าเย็นกลับ”
“แล้วลูกเมียพี่นทีล่ะ”
“ไม่มี”
“แฟนล่ะ”
“ไม่มี นี่...อย่าถามพี่เยอะสิ แอบเป็นสายนักข่าวหรือเปล่า”
“เปล่านะ กุ้งแค่สงสัยว่าพี่นทีเขาจะแอบมีครอบครัวซ่อนไว้ที่ไหนหรือเปล่า”
“ไม่มีแน่นอน”
“พี่ซองจูแน่ใจเหรอ”
“พี่เป็นผู้จัดการพี่นทีนะ ถ้าพี่นทีมีใคร พี่ก็ต้องรู้สิ”
“แล้วถ้ามีครอบครัวก่อนล่ะ อาจจะมีเมียมีลูกซ่อนไว้ที่ไหนสักที่ พอดังแล้วก็ไม่เปิดเผย”
“นี่กุ้ง พี่รับรองเลยว่าพี่นทีไม่มีแน่นอน ถ้ามีพี่ต้องรู้ ลูกเมียพี่นทีเขาก็ต้องติดต่อกันบ้าง จริงไหม”
กุ้งนางหน้าเสีย
“ก็จริง”
กุ้งนางทำอาหารต่อเซ็งๆ

กุ้งนางกับซองจู ช่วยกันยกถาดอาหารมาวางที่โต๊ะอาหาร
“เดี๋ยวพี่จัดโต๊ะเอง กุ้งช่วยไปตามพี่นทีกับคุณจิหน่อยนะ”
กุ้งนางยิ้มรับแล้วเดินออกไป...กุ้งนางเดินมาถึงทางเข้าห้องรับแขกแล้วได้ยินเสียงนทีทองกับจิรายุคุยกันจะก้าวเข้าไปก็หยุดชะงักแอบดู
“ผมเองก็แปลกใจนะครับ ที่เห็นพี่นทีกับกุ้งสนิทกันขนาดนี้”
“ผมรู้สึกถูกชะตากุ้งน่ะ หน้าตาเขาคล้ายเพื่อนผมที่ชื่อแก้วตา นิสัยก็คล้ายกัน”
กุ้งนางแอบอมยิ้ม
“ตอนแรกผมคิดว่า พี่นทีจะเอ่อ...”
นทีทองตัดบท
“ชอบกุ้งเขาแบบชู้สาวน่ะเหรอครับ”
“ครับ”
นทีทองหัวเราะ
“เรื่องแบบนั้นน่ะ ให้ชามาดาคิดคนเดียวเถอะครับ ผมน่ะเอ็นดูกุ้งนางเหมือนลูกเหมือนหลาน ถ้าผมมีลูกสาว ก็คงหน้ารักเหมือนกุ้งนาง”
กุ้งนางดีใจ
“แม่จ๋า พ่อเริ่มจำแม่ได้แล้ว กุ้งต้องทำให้พ่อยอมรับเรื่องแม่กับลูกกุ้งให้ได้จ้ะ”
กุ้งนางยิ้มมีความสุข

ค่ำนั้น...ชะเอมกับด้วง นั่งฟังกุ้งนางเล่าเรื่องอยู่ในห้องพัก
“จริงๆ นะ พ่อบอกว่าถ้ามีลูกสาวก็คงเหมือนกุ้ง พ่ออาจจะรู้ว่าแม่มีกุ้ง”
กุ้งนางหยิบกล่องมาดูแล้วหยิบเนื้อเพลงออกมา
“พรุ่งนี้ กุ้งจะเอาเนื้อเพลงนี้ไปหาพ่อดู”
ชะเอมชะงัก
“อ้าว...แล้วไม่กลัวเหรอว่า พ่อจะไม่ยอมรับ”
ด้วงแปลกใจ
“นั่นสิ ไหนบอกว่า ซองจูไม่รู้เรื่องเลยไง”
กุ้งนางกังวล
“กุ้งก็กลัว แต่พอได้ยินพ่อพูดแบบนี้ กุ้งก็อยากจะลองดู”
ด้วงมองหน้า
“ถ้าใช้คำว่าลอง นั่นหมายถึงเอ็งต้องยอมรับผลที่จะเกิดตามมาได้ใช่ไหมกุ้ง ไม่ว่าคำตอบจะใช่หรือไม่ใช่”
กุ้งนางอึ้งไป ชะเอมหนักใจ
“นั่นสิ...ถ้าเกิดพี่นทีทองไม่ยอมรับขึ้นมา เอ็งจะทำไงวะกุ้ง”
กุ้งนางพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

ก้านนั่งเซ็งคนเดียว กุ้งนางเดินเข้ามาหา
“พี่ก้าน”
“มีอะไรเหรอ”
“กุ้งคุยเรื่องที่ไปบ้านพ่อมา ทำไมพี่ก้านไม่อยู่ฟังด้วย”
“พี่อยากฟังเรื่องพ่อกุ้ง แต่พี่ไม่อยากฟังเรื่องคุณจิ”
“พี่ก้าน”
“กุ้งรักคุณจิไหม”
“กุ้ง...กุ้งยังไม่คิดอะไรทั้งนั้น นอกจากเรื่องพ่อ”
“ก่อนตอบพี่ ถามใจตัวเองก่อนดีกว่า บางทีคำตอบมันอาจจะไม่เหมือนกับที่กุ้งตอบพี่ก็ได้”
“ทำไมพี่ก้านพูดแบบนี้ล่ะ”
“พี่ดูจากการกระทำของกุ้งไง”
“กุ้ง...เอ่อ...”
“พี่ขอเวลาหน่อยนะกุ้ง แล้วพี่จะกลับมาเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดของกุ้ง มันยากมาก”
“พี่ก้าน”
“แต่พี่ก็จะทำให้ได้ เพราะพี่ก็ไม่อยากเสียน้องสาวที่ดีที่สุดคนนี้ไป”
กุ้งนางยิ้ม
“ขอบคุณจ้ะพี่ก้าน”
ก้านกับกุ้งนางยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร

เช้าวันใหม่...จิรายุและทุกคน นั่งประชุมกันอยู่ในห้องประชุม
“ผมคิดแนวเพลงอัลบั้มชุดนี้แล้ว แต่คู่แข่งเราเป็นสายแข็ง ผมถึงคิดว่า เราจะเปิดด้วยการปั้นเป็นศิลปินกลุ่ม”
ระหว่างนั้นกบเคาะประตูเข้ามา
“คุณจิตามกบเหรอคะ”
“ใช่...เพราะกบมีชื่ออยู่ในอัลบั้มใหม่นี้ด้วย มานั่งรวมกับเพื่อนๆ สิ”
กบเดินไปนั่งกับกลุ่มกุ้งนาง ก้าน ด้วง ชะเอม จรัลมองอึ้งๆ
“ไอ้จิ ตกลงกลุ่มศิลปินของแก ก็คือหมดนี่เลยเหรอ”
“ครับ”
จรัลดูในแฟ้ม
“แต่เมื่อวานชะเอมร้องเพลงไม่ผ่านนะคุณตู่”
ทัศนีย์หันมาบอก
“ชะเอมจะเป็นตัวเต้นหลักในเพลงเร็วทุกเพลงค่ะคุณจรัล”
จิรายุเสริม
“ก้าน ผมจะให้ร้องคู่กบแนวหวานๆ ด้วงจะเน้นเพลงตลกสนุกสนานไม่เครียด”
ทัศนีย์มองกุ้งนางยิ้มพึงใจ
“ส่วนกุ้งนาง มีศักยภาพต่างๆ ทั้งความสามารถในการร้อง การเต้นและพลังเสียง กุ้งอาจจะเป็นราชินีลูกทุ่งคนต่อไปก็ได้นะคะ”
กุ้งนางหน้าเหวอตกใจ จรัลดีใจตบมือลั่น ทุกคนตบมือตาม ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออก คมกริช กับ ชามาดาเดินเข้ามา
“ขอโทษที่มารบกวนการประชุมที่ไม่ได้เชิญผม”
จรัลหันไปถาม
“มีอะไรล่ะคมกริช”
“ผมกับชามาดาจะมาบอกว่า เราสองคนขอยกเลิกสัญญา”
จรัลชะงัก
“คุณว่ายังไงนะ! คมกริช...”
ทุกคนตกใจ คมกริชย้ำ
“เรามาขอยกเลิกสัญญา”
จรัลโกรธ
“คุณพูดอะไรออกมา รู้ตัวรึเปล่า”
ชามาดาพูดขึ้น
“รู้ค่ะ ดาไม่อยากอยู่ที่สยามซองแล้ว”
จิรายุงงๆ
“นี่มันเรื่องอะไรกันดา”
ชามาดามองกุ้งนาง
“ก็เพราะพวกต่ำๆ กับนังบ้านนอกที่นั่งชูคออยู่นี่ไงคะ”
จรัลไม่พอใจมาก
“สัญญายังไม่หมดอายุ ผมจะฟ้องพวกคุณ และชามาดายังต้องออกทัวร์คอนเสิร์ตกับนทีทองอีกเกือบปี”
คมกริชยิ้มหยัน
“คิดง่ายไปมั้งคุณจรัล ผมกับชามาดาต่างหากที่จะฟ้องสยามซอง”
ทุกคนงง ชามาดาหยิบซองจดหมายจากทนายออกมาให้ คมกริชวางซองลงบนโต๊ะก่อนพาชามาดาเดินออกไป จิรายุหยิบซองมาเปิดอ่านกับจรัล ทั้งสองช็อค จรัลทุบโต๊ะดังปัง!จนทุกคนตกใจ

“มันจะมากไปแล้วไอ้คมกริช!”

คมกริชกับชามาดาเดินเข้ามาในห้องทำงาน คมกริชเดินไปที่โต๊ะทำงานท่าทางสบายใจ แต่ชามาดายังกังวลอยู่

“พี่คม...”
“อะไร”
“ถ้าแผนเราไม่สำเร็จล่ะ แล้วดาจะทำยังไง เกิดเขายอมจ่ายเงิน...ยอมยกเลิกสัญญาจริงๆ แล้ว... แล้วดา...”
คมกริชรำคาญ
“เฮ้ย! จะบ้าเหรอดา กลัวไม่เข้าเรื่อง เราถือไพ่เหนือกว่ามัน จะกลัวอะไร แค่เห็นจดหมาย พวกมันก็ช็อคตาค้างไปแล้ว ไม่เห็นรึไง”
พูดจบคมกริชก็หัวเราะสะใจ ชามาดาพอใจชื้นขึ้นมาบ้าง

จรัลหน้าตาตึงเครียด ทุกคนกำลังลุ้นรอฟัง จรัลขบกราม
“ไอ้คมกริช! ไอ้หัวหมา ไอ้สารเลว”
ทัศนีย์อ่านจดหมายทนาย
“ทนายยื่นฟ้องจากช่องโหว่ในสัญญาที่ว่า จะทำแต่อัลบั้มเดี่ยว การที่ให้ออกอัลบั้มคู่กับใคร ต้องทำสัญญาอีกฉบับ”
“ผมไม่น่าพลาด อัลบั้มนี้ดันทำแต่สัญญาลิขสิทธิ์”
ทุกคนเครียด กุ้งนางมองจรัลเป็นห่วง ทัศนีย์อ่านต่อแล้วอึ้ง
“จะฟ้องเรียกค่าเสีย 30 ล้าน...”
ก้านโพล่งออกมา
“30 ล้าน!”
ด้วงตะลึง
“หลายแท้! 30 ล้าน...เลี้ยงน้ำชาใส่ซองรวมกันหมดบริษัทมันจะได้ถึงมั้ยเนี่ย”
ชะเอมหันมาขัดด้วง
“นี่ไม่ใช่งานบวชนะพี่ด้วง”
กุ้งนางคิดนิดนึงก่อนจะเสนอแนะ
“ท่านคะ เรื่องเกิดขึ้น เพราะคุณชามาดาไม่ต้องการให้พวกเราร้องเพลง ท่านทำตามความต้องการของคุณชามาดาเถอะค่ะ”
กบแย้งขึ้น
“กุ้งพูดแบบนี้ แล้วพี่ด้วง พี่ก้าน พี่ชะอมล่ะ ใจคอกุ้งจะตัดอนาคตพี่ๆ เค้าเลยเหรอ”
ทุกคนมองกุ้งนางเพราะยังคิดไม่ทัน กุ้งนางมองเพื่อนๆ
“ที่บริษัทจะโดนฟ้องนี่น่ะ พวกเราจะไม่ช่วยรับผิดชอบเลยเหรอ”
ก้านเข้าใจ
“ก็ถูกของกุ้งนะ เราอาจจะต้องเสียสละ เพื่อบริษัท แล้วก็อีกหลายชีวิตในวงจะได้มีงานทำ”
ชะเอม ด้วง ก้าน พยักหน้ารับ ด้วงยกมือ
“ท่านครับ ผมเห็นด้วยครับ”
ด้วงมองไปที่ชะเอม ที่ลังเล สุดท้ายชะเอมยกมือ
“หนูด้วยค่ะ”
“เป็นอันว่า เราคงต้องพับโครงการของจิรายุไปก่อน”
จิรายุทั้งเจ็บใจและเสียใจ

จรัลกับจิรายุนั่งคุยกันที่โซฟา
“ผมไม่เข้าใจทำไมพ่อต้องให้หยุดโปรเจ็คท์ของผม ทำยังงี้เท่ากับเรายอมแพ้สองคนนั่นนะครับ”
จิรายุถามหาเหตุผลจากจรัลที่นั่งเครียดอยู่ที่โต๊ะ
“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง แกคิดว่ามีทางออกที่ดีกว่านี้งั้นเรอะ”
จิรายุมองจรัลนิ่งอึ้งไป
“ไอ้เงิน 30 ล้านมันไม่ใช่ปัญหาหรอก ที่แต่ถ้าชามาดาไปตอนนี้ ผลกระทบกับบริษัทคงแรง ทั้งเรื่องข่าวและภาพลักษณ์ของเรา ที่จะมีแต่ภาพลบ”
“ให้ผมลองไปปรึกษาทนายของบริษัทก่อนนะพ่อ บางทีอาจจะมีทางแก้ไข”
“ก็ลองดู แต่ถ้ามีโอกาสน้อยที่จะชนะ แกต้องยกเลิกโปรเจ็คต์ของแกเก็บชามาดาไว้ แฟนเพลงของชามาดาเยอะมาก ไอ้จิแกต้องคิดให้ดี ก่อนที่จะทำอะไร ได้มันจะไม่คุ้มเสียนะลูก”
จิรายุเข้าใจจรัล แต่ก็อดเซ็งไม่ได้

ทัศนีย์เดินมา คมกริชกับชามาดายืนดักรออยู่
“เป็นไงบ้างครับพี่ตู่ ที่ประชุมสรุปเรื่องของผมกับดาว่าไง”
คมกริชถามอย่างผู้มีชัย ทัศนีย์ไม่อยากเสวนาด้วย
“ยังให้คำตอบอะไรไม่ได้หรอกค่ะค่ะ”
“หึ...คงจะใบ้กินกันทั้งพ่อทั้งลูก”
ชามาดายิ้มเหยียด
“นี่เห็นพี่คมกับเอาจริงขึ้นมา คงจะเห็นความสำคัญของเราสองคนมั่งละนะคะ”
ทัศนีย์มองอย่างเอือมระอา
“เรื่องนั้นไม่ทราบค่ะ แต่ที่ให้คำตอบอะไรไม่ได้ ไม่ใช่ไม่มีคำตอบ แต่ฉันไม่อยากเอาความลับของเจ้านายมาขาย ไม่อยากเป็นคนเนรคุณคน”
คมกริชกับชามาดาสะอึกกับคำพูดของทัศนีย์
“นี่...พี่ตู่! คิดว่าไอ้จิรายุมันจะเอาคุณมาแทนผม แล้วจะมาทำยะโส ปากดีไปน่ะ มันมากไปหน่อยมั้ง คุณมันก็แค่ลูกจ้าง คิดว่าจะได้เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทหรือไง”
“ฉันเป็นลูกจ้าง ก็ไม่ต่างอะไรกับสุนัข แต่ก็เป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ เจ้านายเลี้ยงไก่ ก็คอยเป็นหูเป็นตาเฝ้าดูแลไก่ให้ คอยระวังคนบางคนที่มันมักจะกลายพันธ์ ชอบหักหลังเจ้านาย จ้องแต่จะลักไก่ลากไปกินในน้ำ”
ว่าแล้วทัศนีย์ก็เดินออกไป ชามาดากรี๊ด
“อ๊าย...พี่คม อีนี่มันว่าเราเป็นตัวกินไก่! มันหาว่าเราเป็น เป็นตัว...”ชามาดาพูดไม่ออก “อ๊ายๆๆ”
ทัศนีย์เดินไปไม่สนใจ คมกริชได้แต่ขบฟันกั้นโมโหไว้

ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าในโรงอาหาร ชะเอมแหกปากร้องลั่นเสียดายที่ไม่ได้เป็นนักร้องดัง ด้วงก็สะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ ไม่สนใจจานข้าวที่วางอยู่ตรงหน้า ก้านปลอบใจ
“โธ่! พี่ด้วง ชะเอม กินข้าวก่อนเถอะ นี่ร้องจนแรงจะหมดแล้วมั้งเนี่ย”
กบช่วยปลอบอีกแรง
“ใช่พี่ เรื่องเป็นนักร้องอย่าเพิ่งไปคิดเลยนะ ถ้าดวงเราจะได้เป็นนักร้อง ยังไงเราก็ได้เป็นอยู่
วันยังค่ำ”
“กบ กำลังจะบอกว่าดวงของเราจะไม่ได้เป็นนักร้องใช่มั้ย”
ทั้งด้วงทั้งชะเอมยิ่งร้องลั่นเข้าไปอีก กุ้งนางที่นั่งฟังอยู่พูดขึ้น
“พี่ด้วงพี่ชะเอม เราได้งานทำที่นี่มีเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องทุกวันนี้ก็ได้มาจากบริษัท เราต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง ตอบแทนผู้มีพระคุณของเรานะ”
ก้านตบไหล่ด้วงปลอบ
“ฉันเข้าใจนะ ว่าพี่เสียใจมาก แต่อย่างน้อยเราก็ยังไม่อดตายน่า วันข้างหน้ายังมีนะพี่ด้วง ชะเอม”
กบเสริม
“ใช่จ้ะ ท่านประธานก็พูดว่าหยุดโครงการ ต่อไปท่านแก้ปัญหาได้ พวกพี่ๆ กับกุ้งก็อาจจะได้ร้องเพลงนะ”
ชะเอมนิ่งคิดได้
“เออเนอะ จริงด้วย”
ด้วงยิ้มได้
“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า นังซุปเปอร์ชะมดนั่นจะพ้นความผิดนะ ยังมีข้อหาสะกัดกั้นความดังของพี่พี่ด้วงกับน้องชะเอม ทำให้อดเป็นนักร้องคู่ขวัญของประเทศไทย”
ชะเอมแค้นๆ
“คอยดูนะ ฉันจะไม่ฟังเพลง จะไม่เต้นให้ จะเกลียดๆๆๆ”
ก้านตัดบท
“เอาเถอะ ยังไงก็กินข้าวก่อนเถอะนะ”
“อืม...งั้นพี่ด้วง เรากินข้าวกัน...”
ชะเอมพูดยังไม่ทันจบ หันมาเห็นด้วงซัดข้าวจะหมดจานแล้ว
“ไอ้พี่ด้วง!”
ทุกคนหัวเราะท่าทางที่ตลกของทั้งสอง

คมกริชเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของจิรายุ ชามาดาตามมา จิรายุนั่งทำงานอยู่ คมกริชเข้ามาถาม
“คุณจิ...ตกลงกับท่านประธานได้รึยังครับ ว่าจะเอายังไง หวังว่าผมกับดาคงจะได้รับคำตอบที่ดีนะครับ”
จิรายุเน้นเสียงเข้ม ดัง ร้าย
“ผมก็กำลังคิดกับพ่ออยู่ ว่าไอ้คำตอบที่ดีน่ะ มันน่าจะเป็นยังไง แต่คงจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด สำหรับสยามซองของเรา”
ชามาดาได้ยินคำพูดแกมรอยยิ้มร้ายของจิรายุแล้วชักเริ่มใจเสีย คมกริชหัวเสียแต่ยังทำยิ้มสู้
“ผมว่าให้คำตอบมาตอนนี้เลยดีกว่า ผมกับดาขี้เกียจรอฟัง พ่อกับลูกที่ชอบพลิกลิ้นไปมา”
คมกริชท้าทายจิรายุ บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ชามาดาไม่กล้าสบตาจิรายุ
“ต้องใจเย็นหน่อยมั้งคุณคมกริช เงิน 30 ล้าน ไม่ใช่น้อยๆ ผมต้องขอเวลาไปคิดทบต้นทบดอกซักหน่อย” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเชิงขู่ “ที่ถูกทำมามันก็แรงพอสมควร...เอาเป็นว่า ถ้าผมคิดดอกหนักๆ ได้เมื่อไหร่ สาบานได้ ผมจะบอกคุณเป็นคนแรกเลยคุณคมกริช”
คมกริชแค้นจัด
“ไอ้จิรายุ...”
จิรายุจ้องตาเขม็ง คมกริชแววตาแค้น ชามาดหน้าเสีย กลัวๆ

คมกริชเดินหน้าเครียดมา ชามาดาหน้าตาตื่นตามมา
“พี่คมๆ หยุดก่อนได้ไหม”
คมกริชหยุด
“มีอะไรอีกล่ะ”
“พี่คม! ถ้าพวกเขาไม่ทำตามที่เราคิดไว้จะทำไงดีละคะ”
“หุบปากได้แล้วดา! กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง”
“แล้วไอ้ที่ได้เรื่องมันเป็นยังไงล่ะ! ไม่ได้ยินที่จิพูดรึไง ท่าทางเขาเหมือนยอมเราซะที่ไหน”
คมกริชกระชากแขนมา
“ชามาดา!”
“ปล่อยนะ ดาเจ็บ”
คมกริชยิ่งบีบแขนแน่นขึ้น
“เธอจะอยู่ฝ่ายไหน”
“ดาไม่รู้ ตอนนี้ดาไม่แน่ใจอะไรทั้งนั้น”
“งั้นก็แน่ใจซะ เธอเป็นเมียฉัน ก็ต้องช่วยฉัน จริงไหม”
ชามาดาทั้งเจ็บทั้งแค้น
“ไอ้คมกริช”
คมกริชหน้าตาเลวมาก
“ถ้าเธอไม่อยู่กับฉัน เธอตายแน่ชามาดา...คงเป็นข่าวใหญ่ที่นักร้องที่ขายตัวตามผับตามบาร์อย่างเธอ กลายมาเป็นซุปเปอร์สตาร์”
ชามาดาสะบัดหลุด
“แกมันชาติชั่วจริงๆ ไอ้คมกริช”
“ฉันจะเป็นยังไงก็ได้ แต่เธอคิดเรื่องตัวเองให้ดีก็แล้วกัน”

ชามาดากัดปากด้วยความแค้น คมกริชยิ้มเยาะแล้วเดินออกไป ชามาดามองตามไปด้วยความแค้น

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 18

วันใหม่...สามสาวเดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้า ชะเอมมองอย่างตื่นตาตื่นใจ

“โห...ใหญ่โตสวยกว่าตลาดบ้านเราอีกเน๊อะกุ้ง ขอบใจนะกบที่พามาเดินห้างเล่น”
“ก็เห็นเศร้าเรื่องไม่ได้เป็นนักร้อง...ไม่อยากให้เครียดน่ะ”
กุ้งนางมองสินค้า
“สงสัยคงมีแต่ของแพงเน๊อะ”
กบยิ้มๆ
“ก็นิดนึง แต่เขาก็จะมีพวกของลดราคาด้วยนะ กุ้งกับชะเอมจะซื้ออะไรล่ะ กบจะได้พาไป”
ชะเอมมองไปรอบๆแล้วเดินไปที่ชั้นวางสินค้าผ้าอ้อมเด็กดรายเพอร์ส หยิบมาดูกุ้งนางกับกบเดินตามมา
“ซื้อไอ้นี่ไหม”
กุ้งนางมองงงๆ
“ผ้าอ้อมเด็กเนี่ยนะ พี่จะเอาไปทำอะไร”
กบยิ้มรู้ทัน
“นั่นแน่ จะเอาไว้ซ้อมเป็นแม่บ้านของพี่ด้วงใช่ไหม”
ชะเอมเขิน
“ก็นิดนึง ตอนที่ฉันกับพี่ด้วงมีลูกจะได้ใช้คล่องๆไง”
“ถามพี่ด้วงเขาหรือยังล่ะพี่ชะเอม”
ชะเอมจ๋อยไป
“ไอ้กุ้ง ขัดซะเสียอารมณ์เลย”
ชะเอมวางกล่องแล้วเดินไป กุ้งนางหัวเราะ
“พี่ชะเอมจะไปไหนล่ะรอด้วย”
“จะไปฉี่แล้วจะไปร้องไห้ด้วย เสียใจที่เอ็งเบรกพี่หัวทิ่ม”
กุ้งนางกับกบส่ายหน้าระอาใจแล้วรีบตามชะเอมไป

สามสาวอยู่ในห้องน้ำหญิง...กุ้งนางกับกบยืนอยู่หน้ากระจกดูความเรียบร้อย ชะเอมออกมาจากห้องสุขา กบหันไปถาม
“เป็นไงหายเศร้าหรือยัง”
“ถ้าเศร้าเรื่องปวดฉี่น่ะหายแล้ว แต่เศร้าเรื่องพี่ด้วงยังอยู่”
กุ้งนางถอนใจ
“พี่ชะเอม ขอร้องอย่าเยอะ ยังไม่ได้เป็นแฟนกะเค้าจะเศร้าอะไรนักหนาจ๊ะ”
ชะเอมค้อน กบกับกุ้งนางขำ ระหว่างนั้นมีแม่อุ้มเด็กเข้ามา แล้วดึงที่เปลี่ยนผ้าอ้อมข้างผนังลง แล้วลงมือเปลี่ยนผ้าอ้อม ชะเอมยืนมองนิ่ง กุ้งนางกับกบหันมามอง กุ้งนางเรียกเบาๆ
“พี่ชะเอม”
“เมื่อก่อนพี่ก็อยากเป็นนั่นเป็นนี่ไปเรื่อยนะ แต่ตอนนี้พี่ว่าพี่อยากเป็นเมียเป็นแม่ที่ดี มีครอบครัวที่อบอุ่นว่ะ”
กบอึ้ง
“โห...นี่พี่ชะเอมจริงจังนะเนี่ย”
ชะเอมมองหน้าสองสาว
“ถามจริงๆ เถอะ แกสองคนนี่ ไม่มีหัวใจรักใครเลยเหรอ”
กุ้งนางกับกบอึ้งพูดไม่ออก เสียงโทรศัพท์ของกบดังขึ้น หญิงสาวกดรับ
“ว่าไงคะพี่ซองจู...อ๋อค่ะ อยู่ค่ะ...”
กบยื่นโทรศัพท์ให้กุ้งนาง
“สวัสดีค่ะ...ค่ะ...พี่นทีทองเชิญพวกเราไปทานขาวที่บ้าน...ค่ะ...ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่ซองจู”
กุ้งนางกดวางสาย ชะเอมถามอย่างแปลกใจ
“นี่กุ้ง คุณนทีทองชวนพวกเราไปปาร์ตี้ที่บ้านเขาเหรอ เนื่องในโอกาสอะไรเนี่ย”
กุ้งนางส่ายหน้า
“กุ้งก็ไม่รู้เหมือนกัน”

เย็นนั้น ทั้งหมดไปรวมตัวกันที่บ้านนทีทอง...ทุกคนอยู่ที่โต๊ะอาหาร ที่มีอาหารมากมายหลายอย่างเต็มโต๊ะ ด้วงกับชะเอมนั่งติดกันพูดขึ้นพร้อมกัน
“โอ้โฮ่ว”
“ป๊าด! หลายอย่างแท้ ลาบปาก”
ด้วงหันดูชะเอมที่ยังมองอาหารทั่วโต๊ะ ด้วงเอานิ้วชี้ปาดปากชะเอมกันน้ำลายหก ทุกคนหัวเราะ ซองจูยิ้มแย้มบอก
“ทานได้เต็มที่เลยนะครับทุกคน ถ้าไม่พอไม่ถูกปาก จะทำเอง ก็เชิญในครัวได้เลยครับ”
นทีทองมองทุกคนแล้วพูดขึ้น
“ตอนแรกได้ยินจากพี่ตู่ว่า พวกเธอจะได้ออกอัลบั้มกัน ก็เลยกะว่าจะเลี้ยงแสดงความยินดี แต่ก็ไม่เป็นไร เอาเป็นว่าวันนี้เลี้ยงปลอบใจก็แล้วกัน”
กุ้งนางมองอย่างขอบคุณ
“พวกเราต้องขอบคุณมากเลยนะคะ จริงๆ แล้ว ไม่น่าลำบากเลย”
นทีทองยิ้ม
“ไม่ได้ลำบากอะไรหรอก ฉันไม่ได้คิดว่าพวกเธอเป็นคนอื่นคนไกลนี่”
ก้านพูดขึ้นเรียบๆ
“แต่พี่นทีเป็นถึงนักร้องดังเราก็เกรงใจอยู่ดี”
“งั้นขอถามพวกเธอหน่อย ถ้าสักวัน พวกเธอเป็นนักร้องดังแล้ว พวกเธอจะคิดว่าตัวเองวิเศษกว่าคนอื่นรึเปล่า”
ทุกคนส่ายหน้า
“เพราะอะไรล่ะ”
กบพูดขึ้น
“ก็พวกเราเคยเป็นคนธรรมดา เคยลำบากมาก่อน เราก็เข้าใจคนที่ลำบากค่ะ”
นทีทองยิ้ม
“ก็เหมือนกัน ฉันดีใจนะ ที่ได้รู้จักกับพวกเธอ พวกเธอรักกันดี อดทนและไม่ทิ้งกัน เห็นแล้ว ฉันก็คิดถึงแก้วตาเพื่อนฉันทุกที”
ซองจูแปลกใจ
“ไม่เห็นพี่เล่าเรื่องเพื่อนคนนี้ให้ผมฟังเลย”
“มันนานมาแล้ว ตอนนั้นแก้วตาเป็นเด็กสาวต่างจังหวัด ที่มีความฝันเหมือนกับฉันเราจะคอยให้กำลังใจกันตลอด ลำบากแค่ไหนเราก็ไม่เคยทิ้งกันเลย...”
กุ้งนางพูดออกมาเบาๆ
“แม่...”
นทีทองชะงัก
“ว่าไงนะกุ้ง”
ก้าน ด้วง ชะเอม ลุ้นว่ากุ้งจะบอกนทีทองไหม กบแปลกใจ แล้วกุ้งนางก็ตัดสินใจไม่บอก
“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ”
นทีทองตัดบท
“ฉันคงพูดมากไป ท่าทางจะหิวกันแล้ว ทานกันเลยดีกว่านะ”
กุ้งนางเสียดายที่นทีทองไม่ได้เล่าต่อ กบก็ยังไม่เข้าใจว่าพวกนี้สนใจอะไรกันนักหนานะ

ค่ำนั้น ชะเอมกับกุ้งนางช่วยกันล้างจานอยู่ในครัว
“กุ้งนาง”
“อะไรจ๊ะพี่”
“พี่ว่าพี่นทีทองเนี่ย ไม่เหมือนกับที่เราคิดไว้ตั้งแต่แรกเลยเน๊อะ”
“จ้ะ ถึงตอนนี้ กุ้งก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ว่าพ่อจะเป็นคนใจดำทิ้งแม่ได้ลงคอ”
“นั่นสิ แล้วทำไมกุ้งไม่บอกไปเลยล่ะว่า พี่นทีเป็นพ่อ แก้วตาน่ะแม่กุ้ง”
กุ้งนางก็คิดไม่ตก
“มันยังไม่เหมาะ กุ้งอยากให้พ่อพูดเรื่องแม่มากกว่านี้ พ่อต้องยอมรับก่อน ว่าแม่เคยเป็นเมียพ่อ”
“เออก็จริงของเอ็ง เดี๋ยวเค้าจะหาว่าขี้ตู่ เอาเค้าเป็นพ่อ...” ชะเอมนึกได้ “เออ กุ้ง ที่จริงพี่นทีน่าจะชวนคุณจิมาด้วย ว่าไหม”
“อย่าทักได้มั้ยพี่ เดี๋ยวก็มาจริงๆ หรอก ตานี่ยิ่งเฮี้ยนๆ อยู่”
ชะเอมหัวเราะขำ
“ยังโกรธคุณจิ เรื่องจุ๊บๆ อยู่ใช่ไหมล่ะ”
ชะเอมหันมาเห็นจิรายุก็ตกใจชะงัก จิรายุเอานิ้วจุปาก ให้ชะเอมเงียบ แล้วทำท่าให้ออกไป ชะเอมค่อยเลี่ยงออกไป กุ้งนางก้มหน้าก้มล้างจานด้วยความเขินอาย
“ใครจะไม่โกรธล่ะพี่ชะเอม อยู่ๆ ก็โดนขโมยจูบน่ะ คนบ้าจูบเข้ามาได้...ไม่ทันได้ตั้งตัว”
“งั้นคราวหน้าฉันจะบอกก่อนนะ”
กุ้งนางชะงัก
“คุณ...” กุ้งนางพึมพำ “พี่ชะเอมล่ะ”
“ช่างชะเอมเถอะ พูดต่อสิ เรื่องที่ฉันจูบเธอนี่ ฉันอยากฟังบ่อยๆ”
กุ้งนางพูดไม่ออก เขินนิดๆ
“คนบ้า!”
กุ้งนางเดินหนีออกไป จิรายุเดินตาม
“เฮ้ยเดี๋ยวก่อน จานยังล้างไม่หมดเลย”
กุ้งนางหันกลับมา
“คุณน่าจะหาเวลาล้างจานบ้างนะ จะได้ไม่มีเวลาไปแกล้งใคร”
“อ้าว...พูดงี้เดี๋ยวปั๊ดขโมย...อีกรอบ”
ชายหนุ่มทำท่าขู่ หญิงสาวตั้งการ์ด
“อย่านะ!”
ว่าแล้วกุ้งนางก็จะรีบหนีออกไป จิรายุคว้าตัวไว้ กุ้งนางเขินอาย
“ปล่อยนะ”
“ก็อยู่ช่วยกันล้างจานก่อนสิ”
“ก็...ปล่อยกุ้งก่อนสิ”
จิรายุยิ้มกับท่าทางเขินๆ กลัวๆ ของกุ้งนาง แต่ไม่ปล่อย กลับกอดเข้ามามากขึ้น
 
กุ้งนางไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขา เธอรู้สึกแต่ว่ามีความสุข อบอุ่นที่อยู่ในวงแขนของชายหนุ่ม

ด้วง ชะเอม และซองจู นั่งทานผลไม้ฟังนทีทองคุยอย่างออกรส จิรายุเดินเข้ามากับกุ้งนาง ก้านมองแล้วถอนใจ ด้วงหันไปบอก

“พี่นทีกำลังเล่าเรื่องสนุกๆ สมัยเพิ่งเข้าวงการให้ฟัง ว่าแต่คุณจิหายไปมาครับ”
“อ๋อ เพิ่งล้างจานเสร็จ”
ด้วงหน้าเหวอ
“ล้างจาน!”
นทีทองถามเรียบๆ
“ข้าวก็ยังไม่ได้ทาน แล้วทำไมไปล้างจานล่ะครับ”
“ก็ต้องล้างน่ะครับ มีคนบังคับ”
กุ้งนางรีบเปลี่ยนเรื่อง
“เอ่อ...พี่นทีคะ เล่าเรื่องสมัยเข้าวงการต่อเถอะค่ะ”
กุ้งนางรีบเข้าไปนั่งข้างกบ นทีทองยิ้มให้กุ้งนาง
“ยังอยากฟังอีกเหรอ กุ้งยังไม่เกิดเลยมั้ง”
กุ้งนางยิ้มมีความสุข
“ไม่เป็นไรค่ะ กุ้งอยากฟังเรื่องทุกเรื่องของพี่นที เล่าอีกนะคะ”
นทีทองเอามือจับหัวกุ้งนางยิ้มแย้มดูสนิทสนม จนจิรายุรู้สึกแปลกใจ หันไปมองทางด้วงกับชะเอมก็เห็นหัวเราะคิกคักไปกับเขา
“เอางี้ พักทานผลไม้ก่อนดีกว่า” นทีทองหันไปบอกซองจู “ไปช่วยพี่ยกหน่อยไป”
กุ้งนางสวนขึ้น
“กุ้งไปช่วยเองค่ะ พี่ซองจูอยู่นี่ดีกว่า”
นทีทองยิ้มให้ กุ้งนางลุกตามนทีทองไป จิรายุมองตามหันมาถามด้วงกับชะเอม
“ทำไมเขาดูสนิทกันจัง ไม่แปลกใจมั่งเหรอ สนิทกันเร็วไปมั้ย”
ด้วงกับชะเอมส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ กุ้งกับพี่นทีควรจะสนิทกันมากกว่านี้ด้วยซ้ำ”
“ถูกต้องแล้วคร้าบ”
ด้วงยิ้มสนับสนุน จิรายุทั้งงงทั้งหงุดหงิดใจ

ก้านยืนอยู่คนเดียว คิดเรื่องจิรายุกับกุ้งนาง หน้าเศร้า ก้านถอนใจ กบมองก้านอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ขณะเดียวกันนั้น จิรายุเดินมาหากบ
“มาทำอะไรอยู่ตรงนี้”
กบหันมา
“คุณจิรายุ...มีธุระอะไรกับกบรึเปล่าคะ”
“เอ่อ...ก็ไม่แน่ใจว่า จะเป็นธุระรึป่าวนะ มันไม่เชิง คือ...”
กบลุ้นรอจิรายุพูด
“คืออะไรคะ”
“เรื่องของกุ้งนางน่ะ ฉันเห็นเขากับพี่นทีทองสนิทกันมาก จนรู้สึกว่ามันเร็วเกินไป กลัวจะเสียไปถึงเรื่องงานน่ะ”
กบงง
“คุณจิหมายความว่ายังไงคะ ทำไมพี่นทีกับกุ้งสนิทกันถึงจะเสียเรื่องงาน”
กบจ้องนิ่งถามจริงจัง จิรายุตกใจที่โดนยิงคำถาม จิรายุอึกอัก
“คือ...ฉันก็แค่อยากรู้ว่า ระหว่างสองคนนั้น ความสัมพันธ์เป็นยังไงกันแน่”
“แล้วทำไมไม่ถามกุ้งล่ะคะ”
จิรายุพูดจริงจัง
“ฉันเห็นว่าเธอสนิทกับพวกกุ้งนางก็เลยอยากให้ช่วยสืบให้หน่อย”
กบขำ
“ถึงกับต้องสืบเลยเหรอคะ เอ...นี่ คุณจิกับกุ้ง”
จิรายุยิ้มเขินๆ
“เอาเป็นว่า...เธอช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยนะ”
“งั้นกบก็จะช่วยค่ะ”
จิรายุเรียกไว้
“กบ...เธอดูฉันออก ก็เพราะว่าเธอก็กำลังรู้สึกกับใครบางคน” จิรายุมองไปที่ก้าน “แบบเดียวกับที่ฉันรู้สึกกับกุ้งนางใช่ไหม”
“ค่ะ ก็คงเป็นแบบนั้น”
กบยิ้มเศร้า จิรายุยิ้มปลอบใจ

ชะเอมป้อนผลไม้ให้ด้วง ขณะที่นทีทองหยิบหนังสือต่างๆ มาแนะนำให้กุ้งนางอ่าน ซองจูนั่งอยู่ข้างๆ นทีทอง กบจะเดินเข้ามาไปบ้านชะงักทำหน้าสงสัย มองที่นทีทองและกุ้งนาง ทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนม แต่ลักษณะที่เห็นไม่ได้ออกไปทางชู้สาว กบชักสงสัยเหมือนกันว่าทำไมสองคนนี้ถึงสนิทกันเร็วเหมือนรู้จักกันมานาน...กบนึกถึงอดีตที่ผ่านมาที่ก้านมาถามเธอถึงเรื่องส่วนตัวของนทีทอง...
‘ก็ตั้งแต่กบมาเป็นแดนเซอร์จนได้เป็นนักร้อง กบยังไม่เคยเห็นพี่นทีมีข่าวเสียหายเรื่องผู้หญิงเลยนะ’
‘หรือว่ามี แต่กบไม่รู้’
‘ไม่มีหรอก นิสัยพี่เค้าก็เหมือนที่พี่ก้านกับกุ้งเห็นนี่แหละ’

กบนึกถึงอดีต ตอนที่คุยกับก้านและกุ้งนาง เธอมองกุ้งนางงงๆ ไม่เข้าใจก่อนจะหันมาถามก้าน
‘พี่ก้าน เรื่องพี่นทีน่ะเหรอ ที่กุ้งไม่สบายใจ’
‘ใช่จ้ะ กุ้งเขาอยากรู้จักนทีทองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้’
‘ทำไมล่ะ’
‘วันหนึ่งกบจะรู้เอง แต่รับรองไม่ใช่เรื่องต่ำๆ อย่างที่ยัยชามาดาชอบคิดแน่’
กบมองกุ้งนางไม่เข้าใจ กุ้งนางแอบอมยิ้มดีใจ

ปัจจุบัน...กบ พึมพำออกมา
“ทำไมพี่ก้านถึงได้สนับสนุนให้กุ้งนาง มาถามรายละเอียดของพี่นทีทองกับเรานะ แปลกจัง”
ทันใดนั้นเสียงก้านก็ดังขึ้น
“แปลกอะไร”
“ก็แปลกตรงที่...”
กบเผลอหันมาตอบโดยที่ไม่รู้ว่าก้านยืนอยู่ใกล้นิดเดียว จนหน้าของทั้งสองสัมผัสกัน
“พี่ก้าน...” หญิงสาวเขินๆ “คือ...ฉัน...ฉันเปล่า ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ”
“ทำไมไม่เข้าไปล่ะ”
“จ้ะ”
กบรีบเข้าไปด้านใน ทิ้งให้ก้านรู้สึกขำท่าทางโก๊ะๆ ของกบ

นทีทองกับซองจูเดินออกมาส่งทุกคนที่รถ
“วันนี้สนุกมาก ขอบคุณทุกคนมากนะที่อุตส่าห์มา”
ด้วงรีบบอก
“โอ้ย...ทางพวกเราต่างหาก ที่ต้องขอบคุณ พี่นทีทองที่ช่วยเลี้ยงพวกเรา”
ชะเอมยิ้มแย้ม
“ถ้ามีกินฟรีหยั่งงี้อีก เรียกได้ตลอดเลยนะคะ ชะเอมบ่อยั่น”
กุ้งนางปรามๆ
“พี่ชะเอม”
จิรายุรู้สึกว่ากุ้งนางเอาใจใส่ความรู้สึกของนทีทองเหลือเกิน นทีทองยิ้มให้กุ้งนางอย่างเอ็นดู
“ไม่เป็นไรหรอกกุ้ง ยังไงคราวหน้าถ้าเชิญก็ต้องมากันอีกนะ อยากมาบ่อยๆ ก็ได้ เราจะได้มีเวลาคุยกันอีกหลายๆ เรื่องไง”
กุ้งนางดีใจ
“ได้ค่ะ...งั้นไม่เกรงใจนะคะ วันไหนว่างๆจะมาช่วยทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูกให้ด้วย”
นทีทองกับซองจูหัวเราะเอ็นดูในความน่ารักของกุ้งนาง จิรายุแอบเบ้ปากหมั่นไส้
“ดึกแล้ว กลับกันได้แล้ว พี่นทีเขาจะนอน...” จิรายุบอกกับนทีทอง “พี่นทีง่วงแล้วใช่มั้ยครับ งั้นพวกเราไม่กวนแล้วนะครับ...ทุกคนขึ้นรถ”
ทุกคนลานทีทองและขึ้นรถ

เมื่อรถแล่นออกไป ซองจูหันมาถามนทีทอง
“คุณจิรายุดูหงุดหงิดยังไงไม่รู้นะครับพี่”
นทีทองขำ
“คนกำลังมีความรัก ก็หึงหงุดหงิดเป็นธรรมดา”
ซองจูงงๆ
“หึงใคร”
“ก็หึงพี่กับกุ้งนางไง”
“อ๋อ ครับ”
ซองจูหน้าเหวอไปเลย

เช้าวันใหม่...รถของคมกริชวิ่งเข้ามาจอดที่ลานจอดรถบริษัทเบสท์มิวสิค ชามาดาหวาดๆ
“แน่ใจแล้วนะที่พาดามาที่นี่”
“ก็แน่ใจแล้วสิ เธอน่ะควรมารู้จักกับเสี่ยเอาไว้นะ”
ชามาดาหยิบแว่นออกมาใส่ไม่ค่อยกล้าลงรถ
“แล้วจะมีนักข่าวอยู่แถวนี้รึเปล่าก็ไม่รู้”
คมกริชรำคาญ
“มีก็ช่างมัน จะได้เป็นข่าวไง”
“แต่ดาจะดูเลว ดูเนรคุณ ดูอุบาทว์ ดู...”
“พอแล้ว...บอกให้ไปก็ไปสิ”
คมกริชเอื้อมไปเปิดประตูรถฝั่งชามาดา
“ลงไป”
ชามาดามองแค้นใจ แต่ก็ต้องลงไป คมกริชมองอย่างไม่พอใจ

เสี่ยอ๋านั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน โดยมีชามาดากับคมกริชนั่งสนทนาด้วย
“ฮ่าๆๆ ผมดีใจจริงๆ ที่คุณชามาดาจะย้ายมาร่วมงานกับเบสท์มิวสิค”
เสี่ยอ๋าหัวเราะอารมณ์ดีมองชามาดาด้วยสายตาที่พอใจ ชามาดายังวางท่าหยิ่งๆ
“ที่ดามาที่นี่ ยังไม่ได้หมายความว่าดาจะย้ายค่ายนะคะ ดาแค่มารู้จักกับเสี่ยไว้ตามคำแนะนำของพี่คมเท่านั้นค่ะ”
“ก็ยังดี...ถือว่าเป็นวาสนาของผมที่ได้มารู้จักกับนักร้องแสนสวยอย่างคุณ”
“ค่ะ แค่รู้จัก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้ร่วมงานกัน”
คมกริชปราม
“ดา!”
“ฮ่าๆ เอาน่า...ว่าไงก็ว่ากัน ผมไม่ชอบบังคับใจใครอยู่แล้ว วันนี้พอจะให้เกียรติทานข้าวกับผมซักมื้อได้มั้ยล่ะครับคุณชามาดา”
“ทานข้าว”
เสี่ยอ๋ายิ้มเจ้าชู้
“สองต่อสอง”
ชามาดารู้ทัน
“เลว...พี่คม ดาทนไม่ไหวแล้วนะ”
เสี่ยอ๋าชักสีหน้ากำมือแน่นด้วยความไม่พอใจ คมกริชเองก็หงุดหงิดที่ชามาดาพูดไม่ค่อยเข้าหู
“เสี่ยเค้าชวนกินข้าวก็กินๆ ไปสิ เล่นตัวอะไรกันนักหนา เมื่อก่อนเป็นนักร้องค่าเฟ่ นั่งดริ๊งค์กะแขกเป็นร้อยๆ ก็เคยมาแล้วไม่เห็นสะท้าน”
“นี่พี่คม! เห็นดาเป็นอีตัวรึไง”
“คิดมากไปมั้ง”
“ดาจะกลับ”
พูดจบชามาดาก็ลุกขึ้นเดินเชิดหน้าออกไป คมกริชหน้าเสีย
“ขอโทษนะครับเสี่ย”
“ไม่เป็นไร ก็แค่การเล่นตัวขอเพิ่มราคา ผู้หญิงแบบนี้ฉันเจอมาเยอะแล้ว ไว้มาอยู่แน่ๆ ก่อน ขี้คร้านจะงอนง้อเป็นแมวเชื่อง”
ว่าแล้วเสี่ยอ๋าก็ยกหูหาฝ่ายพีอาร์
“ว่าไง ได้รูปบ้างมั้ย...อืม...ดีมาก”
เสี่ยอ๋ายิ้มร้าย

ชามาดาเดินออกมาจากลิฟท์ เจอกับสุดนภาที่เพิ่งกลับมาพอดี สุดนภาแปลกใจที่เจอชามาดาที่นี่ ชามาดาเชิดๆ
“ไม่ทราบว่ามาทำอะไรที่นี่คะ”
“พ่อแกเชิญฉันมา”
“เชิญเหรอ” สุดนภายิ้ม “ถ้าจะย้ายค่ายมาสังกัดที่นี่ ก็ยินดีต้อนรับนะคะ”
สุดนภาทำเป็นพูดดีด้วย ชามาดายิ่งหมั่นไส้
“แกละเมอไปรึป่าว นักร้องลูกทุ่งหญิงเบอร์หนึ่งของประเทศอย่างฉัน ไม่สนใจบริษัทกระจอกๆ เล็กๆ อย่างที่นี่หรอก”
สุดนภาไม่สะท้านกับคำพูดของชามาดา กลับยิ้มทำดีใส่
“อืม...วันก่อนฟ้าเอาซีดีเพลงไปให้พี่จิมานะ พี่จิชมด้วย ว่าฟ้าร้องดี ก็คงจริงอย่างที่พี่จิว่า เพราะตอนนี้เพลงของสุดนภากำลังมาแรง ไม่เหมือนนักร้องแก่ใกล้เหี่ยวบางคน”
ชามาดาโกรธ
“แก!...คนอย่างแกน่ะ ก็เป็นอีแค่เบอร์หนึ่งค่ายกระจอกเบอร์สอง อย่าคิดมาเทียบ รัศมีกับฉันเลย มันยาก”
สุดนภายิ้ม
“ขอบคุณนะคะที่เตือน แต่ถ้าที่โน่นเค้าไม่เอา ถูกเขาเฉดหัวออกแล้ว จะมาที่นี่ก็ยินดีต้อนรับนะ ในฐานะนักร้องรุ่นพี่อาวุโส เป็นศิลปินลูกจ้างของบริษัทเบสท์มิวสิค ที่มีฟ้า สุดนภาคนนี้เป็นเจ้าของ”
สุดนภายิ้มร้ายอย่างผู้มีชัยจะเดินออกไป
“อีฟ้า...”
สุดนภาหันกลับมา ชามาดาเงื้อมือจะตบ สุดนภาคว้ามือ
“คุณชามาดา ทำตัวให้สมกับเป็นซุปตาหน่อยสิคะ”
“ฉันไม่สน”
ชามาดาสะบัดแขนออกตบหน้าสุดนภาทันที
“เป็นไง อีฟ้า พอใจรึยัง”
“ยัง”
สุดนภาตบหน้าชามาดาฉาดใหญ่ชามาดากรี๊ด
“อ๊าย...แก”
สุดนภากระชากแขนชามาดามาใกล้
“อย่ามาทำกิริยาต่ำๆ ตามกำพืดของแกที่นี่”
“อีบ้า”
ชามาดาผลักออกไป ตามไปกระชากแขน ตบหน้าสุดนภาอีกครั้ง ทั้งสองทึ้งกับไปมา คมกริชเดินมาเห็นก็ตกใจ ชามาดาตบสุดนภาเซถลาไป คมกริชรับไว้ทัน
“คุณฟ้า!” คมกริชโอบไหล่สุดนภาไม่ปล่อย “นี่ดา ทำอะไรเนี่ย”
“ก็ตบสั่งสอน อีฟ้า ลูกไอ้เสี่ยหื่นกาม!นี่ไง”
สุดนภาเริ่มฉุน แต่ยังคุมสติผละตัวออก คมกริชเสียดาย
“คุณฟ้าครับ ผมต้องขอโทษแทนดาด้วยนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ผู้หญิงข้างถนนแบบนี้ ฟ้าไม่ใส่ใจหรอกค่ะ...มันก็ แค่นักร้องลูกทุ่งกำพืดต่ำ”
พูดจบสุดนภาก็เดินเชิดไป ชามาดากรี๊ดลั่นจน คมกริชต้องลากออกไป
“เงียบเลยนะ กลับกันได้แล้ว ไป”

คมกริชลากแขนชามาดาออกมาถึงหน้าบริษัทเบสท์มิวสิค
“ปล่อยได้แล้ว ดาเจ็บ”
“แล้วทีเมื่อกี้จะไปตีกับเขาไม่กลัวเจ็บ อย่าให้ฉันเห็นอีกนะ ว่าไปทำเสียมารยาทกับคุณฟ้า”
“เอาใจมันจริงนะ อย่าคิดนะ ว่าดาไมรู้ว่าพี่คมคิดอะไร จะเอามันเป็นเมีย คิดจะเป็นลูกเขยไอ้เสี่ยนั่นใช่ไหมล่ะ”
“เออ” คมกริชชี้หน้า “รู้แล้วก็หัดอยู่เฉยๆ ซะ อย่ากวนโมโหให้มันมากนัก ถ้าทนไม่ไหวจะส่งกลับซ่องไปเลย”
ชามาดาโกรธจี๊ด
“ไอ้คมกริช”
คมกริชกระชากเข้ามา
“อย่ามาหือกับฉัน ชามาดา”
ชามาดาแค้นจัด คมกริชจ้องเขม็งก่อนจะปล่อยแขนแล้วเดินออกไป

“คนอย่างแก ไม่ตายดีแน่ไอ้คมกริช”

ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 18 (ต่อ)

ภายในห้องซ้อม ครูแจ๋ยืนอยู่กับเหล่าแดนเซอร์ เตรียมตัวกันอยู่ นทีทองเปิดประตูเข้ามา ครูแจ๋หันไปเห็น

“เอ้า พี่นทีทองมาแล้ว ใครไปตามคนอื่นมาครบหน่อย เดี๋ยวชามาดามา จะได้เริ่มซ้อมกันซะที”
วีวี่เปิดประตูเข้ามา ทุกคนมองหาชามาดานทีทองแปลกใจ
“อ้าว...แล้วน้องดาล่ะวีวี่”
วีวี่พูดเรียบเฉย
“ไม่รู้จะมาหรือเปล่า”
นทีทองต่อว่า
“วีวี่ดูแลศิลปินยังไงถึงไม่รู้”
“ก็เขาบอกไม่มีอารมณ์จะมาซ้อมนี่คะ”
ครูแจ๋ถอนใจอย่างเบื่อหน่าย
“ยัยซุปตาร์เอาอีกแล้ว ฉันล่ะเบื่อแม่คนนี้จริงๆ”

ในห้องทำงานจิรายุ ชายหนุ่มยืนหน้าตากังวล ส่วนครูแจ๋กับวีวี่นั่งอยู่
“ลองโทรตามแล้วใช่มั้ยครับครูแจ๋” จิรายุหันมาถามครูแจ๋
“ค่า…ให้แม่ผู้จัดการส่วนตัวเนี่ย โทรเป็นร้อยๆ ครั้งก็ไม่รับค่ะ”
จิรายุหันไปหาวีวี่
“แล้ววันนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดหรอกเหรอ พี่วีวี่”
วีวี่อึกอัก
“เอ่อคือ...ช่วงเช้าก็อยู่ด้วยกันค่ะ” วีวี่ตัดใจบอก “แต่สายๆ คุณคมกริชมารับน้องดาไปที่เบสท์มิวสิคค่ะ”
จิรายุอึ้ง หน้าเครียด ครูแจ๋ไม่เข้าใจ
“ไปทำไมที่เบสท์มิวสิค หรือว่าจะพากันย้ายค่ายคะคุณจิ”
จิรายุหยิบโทรศัพท์จะโทรหาดา แต่คมกริชกับชามาดาเปิดประตูเข้ามาก่อน
“พวกคุณไปที่เบสท์มิวสิคมาใช่ไหม”
ชามาดามองหน้าเอาเรื่องวีวี่ แต่คมกริชกลับไม่รู้สึกอะไร
“วีวี่ เธอนี่มัน ใช้ไม่ได้เลยนะ ปากสว่างจริงๆ”
วีวี่จ๋อย
“ก็ไม่ได้คิดร้ายกับใครนี่คะ ทำไมจะต้องปกปิดด้วย”
คมกริชยิ้มกวน
“อย่าคิดมากเลยน่าคุณจิ ผมก็แค่พาน้องดาไปทำความรู้จักกับเสี่ยอ๋าเขาไว้เท่านั้น ถ้าจะเครียด ก็เครียดเรื่องเงื่อนไขที่เราสองคนเสนอดีกว่า”
จิรายุยิ่งโกรธจ้องหน้าคมกริชกับชามาดาไม่กระพริบตา ชามาดาเริ่มรู้สึกอึดอัดไม่กล้าสบตา
“อย่าเก่งแต่พูดเลยครับคม ถ้าจะฟ้องก็ฟ้องเลย”
“นี่ท้าผมเหรอ”
“ครับ และถ้าพรุ่งนี้ชามาดาไม่ไปออกรายการทีวีกับพี่นที หรือไม่ออกคอนเสิร์ตอีก ผมก็จะฟ้องเหมือนกัน แรงมาก็แรงไป น่าสนุกดี”
ชามาดาชักกลัว คมกริชพูดอะไรไม่ออก
“ไอ้จิ!”
คมกริช โมโหเสียหน้าแต่ทำอะไรไม่ได้ เดินหนีออกไป ชามาดาลังเลก่อนจะรีบวิ่งตามออกไปอีกคน จิรายุยิ้มสะใจจนทั้งสองออกพ้นห้อง แววตาเปลี่ยนเป็นหนักใจ

คมกริชเดินหัวเสียมา ชามาดาตามมาดึงแขนไว้ หน้าตาเครียด กลัวว่าตัวเองจะตกต่ำ
“จิ รู้เรื่องแล้ว! ทีนี้จะทำยังไงกันล่ะ ดาว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ”
“ก็บอกแล้วไงว่าดี ยิ่งเรื่องใหญ่ ยิ่งแรงๆ ยิ่งดี คิดว่าฉันจะกลัวมันเหรอ คอยดูนะ ไอ้จิรายุ ไอ้จิรายุ มีฉันก็ต้องไม่มีสยามซอง”
“แล้วดาล่ะจะทำไง ถ้าบริษัทฟ้องดา ใครจะรับผิดชอบ”
“ก็ไปอยู่กับเสี่ยอ๋าสิ หรือไม่ก็รับผิดชอบตัวเอง”
คมกริชเดินออกไป ชามาดายืนอึ้ง รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่รู้จะทำยังไงดี วีวี่เดินเข้ามา
“พี่วีวี่เราจะทำยังไงดี”
“ไม่ใช่เราค่ะ น้องดาคนเดียว พี่ไม่เกี่ยว”
“แต่พี่วีวี่ต้องช่วยเคลียร์กับบริษัทให้ดาสิ”
“เสียใจค่ะ น้องดาหาเรื่องเอง ก็ต้องแก้ปัญหาเอง”
วีวี่หันเดินไป แล้วหันกลับมา
“อ้อ ลืมบอกไป ต่อไปนี้ ดูแลตัวเองก็แล้วกัน พี่จะไม่อยากอยู่กับคนเนรคุณคน”
วีวี่ออกไป ชามาดารู้สึกตกต่ำถึงที่สุดจนน้ำตาไหลออกมา

ในห้องพักนักแสดง สถานีโทรทัศน์ จิรายุอ่านหนังสือพิมพ์บันเทิง ทัศนีย์นั่งอยู่ด้วยหน้าตากังวล
จิรายุมองพาดหัวข่าวว่า
“ชามาดา กับการต้อนรับอย่างอบอุ่นของเบสท์ มิวสิค”
ภาพปกลงภาพคมกริชกับชามาดาคุยกันกับเสี่ยอ๋า ชามาดายืนคุยกับสุดนภา จิรายุขยำหนังสือพิมพ์ ปาไปด้วยความโมโห ทัศนีย์สะดุ้ง
“ใจเย็นๆ ก่อนค่ะคุณจิ”
จิรายุรู้สึกตัว
“ขอโทษครับพี่ตู่…” ชายหนุ่มถอนใจ “ชามาดามารึยังครับ”
“พี่เช็คทีมงานให้แล้ว ยังค่ะ”
จิรายุคิดหนักหาทางแก้ปัญหา

สุดนภาคุยกับเสี่ยอ๋าอยู่ในห้องทำงาน
“ฟ้าไม่เข้าใจ ป๊าทำอย่างนี้ทำไมคะ”
สุดนภาโวยวาย เสี่ยอ๋านั่งยิ้มพอใจหน้าหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ที่โต๊ะ
“หึๆ ถ้าโดยส่วนตัวป๊าก็ทำเพื่อความสะใจ แต่ในทางธุรกิจไอ้พวกสยามซองคงได้กระอักเลือดแน่”
“กระอักเลือดเลยเหรอคะป๋า”
“ก็ใช่สิลูก เพราะตัวแม่อย่างชามาดามาที่เบสท์ มิวสิค ก็เท่ากับทำลายความน่าเชื่อถือของสยามซองไปแล้ว ฮ่าๆๆ สะใจป๊าจริง”
สุดนภากังวลใจ
“ป๊าตัดสัมพันธ์กับสยามซองแบบนี้ แล้วฟ้ากับพี่จิละคะ”
“จะไปสนใจมันทำไม อีกหน่อยมันก็เหลือแต่ตัว เพราะงานวันนี้สยามซองจะเสียหายอีกบานเบอะแน่”
“ป๋าจะทำอะไรอีกคะ”
“อย่าเพิ่งถามเลย ตอนนี้ฟ้ารีบไปแต่งตัวรอขึ้นคอนเสิร์ตลูกทุ่งบานฉ่ำดีกว่า”
“ลูกทุ่งบานฉ่ำ เอ๊ะ...แต่วันนี้ไม่มีคิวคอนเสิร์ตนี่คะ”
“เพิ่งได้คิวมาเมื่อเช้าน่ะ”
ฟ้ามองหน้าเสี่ยอ๋างงๆ เสี่ยอ๋ากดโทรศัพท์หาเลขา
“เดี๋ยวช่วยตามครูชาตรีนะ บอกว่ามีงานด่วน ช่วยพาฟ้าไปโปรโมตในรายการลูกทุ่งบานฉ่ำหน่อย”


จิรายุยืนคุยอยู่กับนทีทองในห้องพักนักแสดง
“ถ้าเกิดชามาดาไม่มาจริงๆ เราจะทำยังไงคุณจิ”
“ผมว่าเขาต้องมา เพราะผมขู่ไปแล้ว ว่าจะฟ้องถ้าเขาไม่ขึ้นงานวันนี้”
ทีมงานรายการคนหนึ่งเข้ามาหาจิรายุ
“คุณจิครับ”
“ครับ มีอะไรครับ”
“ตกลงคุณชามาดามาหรือยังครับ”
“รออีกสักครู่นะครับ คงกำลังมาแล้ว”
นทีทองเสริม
“นั่นสิน้อง นี่คงใกล้ถึงแล้วล่ะ”
“แต่ถ้ามาถึงแล้วจะแต่งตัวทันเหรอครับ รายการเราเป็นรายการถ่ายทอดสดทุกอย่างต้องเป๊ะนะครับ”
“ครับ ผมจะเร่งให้”
“หรือไม่เราลองแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นดีไหมครับ”
จิรายุกับนทีทองมองหน้ากันงง
“คือเราจะให้ศิลปินคนอื่นขึ้นแทน”
จิรายุยิ้ม
“ไม่ได้หรอกครับ ผมตามมาตอนนี้คงไม่ทัน”
“ผมหมายถึงศิลปินบริษัทอื่นน่ะครับ”

จิรายุกับนทีทองมองหน้ากันออย่างกังวล

ที่เวทีลูกทุ่งบานฉ่ำ ทีมงานกล้องกำลังเตรียมงาน หัวหน้าทีมงานกำลังสั่งงานอยู่ จิรายุเดินนำนทีทองเข้ามาหา

“ศิลปินที่จะมาแทนเราคือใครครับ”
“ศิลปินจากเบสท์ มิวสิคครับ”
จิรายุมองหน้านทีทอง อึ้งกันไปทั้งคู่ สุดนภากับครูชาตรีก็เดินเข้ามา สุดนภาเห็นจิรายุก็รีบปรี่เดินเข้าไปหา
“พี่จิ สวัสดีค่ะ...”
จิรายุถามทันที
“จะมาโชว์ในรายการเหรอครับ”
สุดนภายิ้ม
“ค่ะ ป๋าบอกว่าเพิ่งได้คิวมา”
ครูชาตรีหันมาบอกจิรายุ
“ผมก็งงเหมือนกันครับที่อยู่ดีๆ เราก็ได้คิวมากะทันหัน”
“แล้วนี่พี่จิก็เอาศิลปินมาออกรายการเหรอคะ”
จิรายุขมวดคิ้วสงสัย ระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จิรายุดูเป็นชื่อคมกริช ก็รีบรับ
“มีอะไรก็ว่ามา”
“ฉันขอยืนยันว่า วันนี้ชามาดาจะไม่ไปเล่นคอนเสิร์ตแน่”
จิรายุอึ้ง
“ขอบใจที่โทรมาบอก...”
“ก็ขอให้โชคดีแล้วกัน ไอ้โง่...”
คมกริช กดวางสาย จิรายุหันมาหาสุดนภา
“ฟ้า...คุณบอกว่าพ่อของคุณเพิ่งได้คิวมาใช่มั้ย”
“ค่ะ...”
“แปลว่าพ่อคุณรู้แต่แรกแล้ว ว่าชามาดาจะไม่มาเล่นคอนเสิร์ตในวันนี้”
นทีทอง สุดนภา ครูชาตรี พากันงง ทีมงานเดินเข้ามา
“เชิญคุณฟ้า แต่งหน้าทำผมเลยครับ”
สุดนภาเดินตามทีมงานออกไป หญิงสาวมองชายหนุ่มแต่เขาไม่อยากมองหน้าอีก ครูชาตรีหันมาแนะนำจิรายุ
“คุณจิอย่าเพิ่งท้อ ผมว่าคุณจิน่าจะมีทางออก ถ้าชามาดาไม่มาจริงๆ ก็หาคนที่จะมาร้องแทนได้ไม่แพ้กันสิครับ”
นทีทองหน้าเครียด
“หาคนมาแทนชามาดา พี่ชาตรี พี่ล้อเล่นหรือเปล่า”
ครูชาตรีน้ำเสียงจริงจัง
“พี่ไม่ได้พูดเล่น คุณจิก็น่าจะรู้ว่าพี่หมายถึงใคร”
จิรายุคิดถึงกุ้งนางได้ทันที ครูชาตรีเสนอแนะ
“ผมว่า คงต้องทำยังงี้แล้วล่ะคุณจิ ไม่งั้นสยามซองก็ตายอย่างเดียว”
จิรายุคิดหนัก นทีทองกังวลใจ จิรายุหันไปบอกนทีทอง
“พี่นทีไปเตรียมตัวเถอะครับ เรื่องนี้ ผมจะจัดการเอง”
นทีทองหันมองหน้าจิรายุที่หน้าตาเครียดอย่างหนักใจ

กุ้งนางตกใจที่อยู่ดีๆจิรายุกับครูชาตรีมาขอร้องให้ขึ้นเวทีแทนชามาดา
“ขึ้นร้องเพลงกับพี่นที”
จิรายุตัดบท
“ชามาดาเขาไม่มาแล้ว อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลยนะ”
ครูชาตรีขอร้อง
“คอนเสิร์ตใกล้จะเริ่มแล้วด้วย ครูอยากให้กุ้งช่วยคุณจิหน่อย”
“แต่กุ้งไม่เคยซ้อมร้องเพลงของชามาดาเลยนะคะครู”
ครูชาตรีแย้ง
“แต่หนูก็ฟังอยู่ทุกวัน ซ้อมเต้นทุกวัน ครูเชื่อว่า คนเก่งมีพรสวรรค์อย่างกุ้งต้องทำได้แน่”
กุ้งนางชักลังเล หันมองหน้าจิรายุมาที่ยืนหน้าเครียด หญิงสาวถามขึ้น
“คุณคิดว่า กุ้งจะทำได้เหรอคะ”
จิรายุตอบอย่างมั่นใจ
“ฉันเชื่อว่ากุ้งต้องทำได้”
กุ้งนางกังวลไม่มั่นใจ จิรายุพยายามอ้อนวอน
“ฉันขอร้องละนะกุ้ง ถ้าเสร็จงานนี้แล้ว กุ้งจะให้ฉันทำอะไร ฉันยอมทุกอย่าง”
กุ้งนางคิดหนัก
“แต่คนดูจะมาดูชามาดา”
ครูชาตรีพยายามปลอบ
“อย่าเพิ่งคิดมากสิ จำตอนที่กุ้งประกวดร้องเพลงได้มั้ย ตอนนั้นหนูร้องออกมาจากความรู้สึก ด้วยความสุข แล้วทุกอย่างมันก็ออกมาดี วันนั้นกับวันนี้ ก็ไม่ต่างกันหรอกนะ”
ครูชาตรียิ้มให้กำลังใจ ทำให้กุ้งนางมีกำลังใจมากขึ้น จิรายุหันมาถาม
“ตกลงเธอจะขึ้นร้องใช่ไหม”
กุ้งนางพยักหน้ารับ จิรายุยิ้มดีใจ ลืมตัวจะโผเข้าไปกอด
“ขอบใจนะกุ้งนาง”
กุ้งนางผงะ
“ปล่อยค่ะ”
ครูชาตรีมองยิ้มๆ

คมกริชนอนหลับตาอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ ชามาดาเดินเข้ามาในชุดนอน หน้าตาหงุดหงิดกังวล
“ทำไมป่านนี้ จิยังไม่โทรมาตามดาอีก แล้วดาจะไปทันออกรายการได้ไง”
“ก็ไม่ต้องออก ฉันว่าป่านนี้ ไอ้จิรายุ มันคงจะหอบวงกลับบริษัทแล้วมั้ง”
“หมายความว่าไง”
“คิดดูสิ คอนเสิร์ตอัลบั้มคู่นทีทองชามาดา แต่ไม่มีชามาดาแล้วมันจะเล่นคอนเสิร์ตกันได้ยังไง”
“แต่ดารู้สึกใจคอไม่ดียังไงไม่รู้”
คมกริชโมโห
“คิดว่ามันจะกล้าทิ้งนักร้องเบอร์หนึ่งของค่ายรึไง! เป็นไปไม่ได้ ไอ้จิรายุ มันจะได้รับบทเรียนว่า การไม่สนใจชามาดาเป็นความคิดที่ผิด”
ชามาดาคิดแผนบางอย่างยิ้ม
“แน่ใจนะพี่คม”
“แน่ใจ”
“ได้ยินหยั่งงี้ดาค่อยใจชื่นขึ้นหน่อย” ชามาดาเข้าไปนั่งข้างๆ ยิ้มยั่ว “งั้นวันนี้เราไปออกไปข้างนอก ไปเลี้ยงฉลองกันหน่อยดีมั้ยคะ”
คมกริชยิ้ม
“ก็ดีเหมือนกัน ฉลองให้กับความพินาศของไอ้พ่อลูกนั่น”
“ไปอาบน้ำแต่งตัวสิคะ พี่คม”
“จ้ะ”
คมกริชยิ้มลุกไปเข้าห้องน้ำ ชามาดามองๆชะเง้อดู พอได้ได้ยินเสียงเปิดน้ำ เธอก็รีบเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบได้เสื้อยืดกางเกงยีนส์ออกมาแล้ว รีบเปลี่ยน แล้วออกไปทันที

นทีทองหน้าตาไม่ค่อยสบายใจ หันมาถามจิรายุ
“ตกลงใครจะมาร้องแทนชามาดาคุณจิ...แล้วถ้าเกิดร้องได้ไม่ดี แฟนคลับเอาตายแน่”
จิรายุมั่นใจ
“ร้องดีแน่ พี่นทีไม่ต้องห่วงหรอกครับ”
“ถ้าไม่ให้ผมห่วงก็บอกหน่อยสิครับ ว่าใคร”
“กุ้งนางครับ”
นทีทองตกใจ
“กุ้งนาง...”
ครูชาตรีพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
“กุ้งนางมีพรสวรรค์ บางทีการขึ้นเวทีของกุ้งนางครั้งนี้ อาจจะทำให้แฟนคลับลืมชามาดาไปเลยก็ได้ครับ”
นทีทองงงๆ มองจิรายุที่ยิ้มด้วยความมั่นใจ ชามาดาเปิดประตูเข้ามา ในสภาพจืดๆ ไม่แต่งหน้า ใส่แว่นดำอันโต อำพรางตัว
“จิคะ...”
ชามาดาถอดแว่นออก น้ำตาคลอ
“พี่นที ขอดาคุยกับจิหน่อยนะคะ”
นทีทองส่ายหน้าระอาใจแล้วออกไป ชามาดาโผเข้ากอดจิรายุ ร้องไห้น่าสงสาร
“จิ...นี่จิกำลังทำอะไร จิจะให้พี่นทีขึ้นเวทีโดยที่ไม่มีดาเหรอคะ จิทำหยั่งงี้ไม่ได้นะคะ”
จิรายุไม่พูดอะไร แกะมือชามาดาออกจากแขน ทำให้ชามาดายิ่งเครียด
“วันนี้ดาจะยอมขึ้นเวทีก็ได้ ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม”
“ผมคิดว่ามันคงไม่ทันแล้ว”
“ทันสิคะ ดาจะไปแต่งหน้าแต่งตัวตอนนี้เลย ยังทันนะคะ”
จิรายุหน้านิ่ง ชามาดานิ่งอึ้งน้ำตานองหน้า ทันใดนั้นเสียงทัศนีย์ ดังเข้ามา
“ราชินีลูกทุ่งคนใหม่ของวงการแต่งตัวเสร็จแล้ว”
ชามาดาหันไปมอง กุ้งนางในชุดนักร้องเต็มยศ ทั้งสวยทั้งสง่าดึงดูดสายตา จิรายุตะลึง อึ้งในความสวยของหญิงสาว กุ้งมองมาเห็นสายตาของเขาก็เขินเล็กๆ ชามดาตกใจ อึ้งตะลึง! งงจนพูดไม่ออก จิรายุพูดใส่หน้า
“กุ้งนางจะร้องเพลงคู่กับพี่นทีทองแทนคุณ”
ชามาดาโกรธ
“จิ...นังเด็กบ้านนอกนี้เนี่ยนะ ฮ่ะๆ มันไม่มีอะไรดีเทียบดาได้ซักนิด จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว”
จิรายุไม่ได้สนใจคำพูดของชามาดา เดินเข้าไปหากุ้งนาง ทัศนีย์หันมาหาชามาดา
“น้องดาไม่มา คุณจิก็ต้องแก้ปัญหาให้บริษัทอยู่รอดต่อไป โดยไม่มีน้องดาไงคะ”
ชามาดาโวยวาย
“แกคิดว่า แฟนคลับของฉัน จะยอมรับมันรึไง”
“ก็อาจจะแปลกใจนิดหน่อย แต่คงไม่นาน คนดูก็จะลืมไปเองว่านี่ไม่ใช่ชามาดา”
“อีตู่ อีบ้า ฉันไม่ให้มันขึ้นเวที”
ชามาดาพุ่งจะเข้าไปกระชากตัวกุ้งนาง ทัศนีย์กันไว้ จิรายุหันมาปราม
“ดา คุณสงบสติหน่อยดีกว่านะคะ หลังคอนเสิร์ตวันนี้ เราค่อยมาคุยกันอีกที”
“พากุ้งนางไปเถอะค่ะคุณจิ ได้เวลาแล้ว” ทัศนีย์ยิ้มให้กุ้งนาง “ทำให้เต็มที่นะกุ้งนาง”
กุ้งนางยิ้มรับ
“ค่ะพี่ตู่”

จิรายุพากุ้งนางออกไป ทัศนีย์ยืนกันไว้ ชามาดามองตามไปทั้งโกรธทั้งแค้นทั้งรู้สึกตกต่ำ

 
โปรดติดตาม "ราชินีลูกทุ่ง" ตอนต่อไป
ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 13-14
ราชินีลูกทุ่ง ตอนที่ 13-14
จิรายุขับรถมาส่งกุ้งนางที่หน้าหอ ทั้งสองดูมีความสุข กุ้งนางจะลงจากรถ จิรายุเอื้อมมือไปจับแขนไว้ “เดี๋ยว...” กุ้งนางชะงัก หันกลับมามองแขนตัวเองที่ถูกจับอยู่ จิรายุรีบปล่อย “คุณมีอะไร” กุ้งนาง ถามด้วยน้ำเสียงที่นิ่มกว่าแต่ก่อน “คือ..ฉันขอขอบใจเธออีกครั้งนะเรื่องที่เธออธิษฐานช่วยฉัน” กุ้งนางยิ้ม “ไม่คิดว่า ฉันอาจจะเห็นแก่ตัวทำเพื่อตัวเองเหรอ เพราะถ้างานล่ม ฉันก็ตกงานเหมือนกันนะ” “คนเห็นแก่ตัวที่ไหน จะนึกถึงคนอื่นเยอะแยะไปหมด ฉันดีใจที่ได้รู้จักกับเธอนะ กุ้งนาง” บรรยากาศรอบข้างเงียบ ทั้งสองมองตารู้สึกดีต่อกันอยู่นานจนกุ้งนางเริ่มเขินแต่ทั้งคู่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อก้านมาเคาะกระจกรถด้วยความไม่พอใจ กุ้งนางมองออกไปเห็นก้าน และหันกลับมามองจิรายุอีกครั้ง “ฉันต้องไปแล้ว”
กำลังโหลดความคิดเห็น...