xs
xsm
sm
md
lg

แสบสลับขั้ว ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แสบสลับขั้ว ตอนที่ 4

เซียนนั่งใช้ความคิดอยู่ในห้อง ที่เปลี่ยนสภาพจากรกเรื้อกลายเป็นสะอาดสะอ้าน และข้าวของจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หน้าต่างเปิดให้ลมพัดเข้ามา เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงสายไหม

“เซียน ป้าเข้าไปได้ไหม”
“เชิญครับ”
สายไหมเปิดประตูเข้ามา แล้วมองไปรอบๆ ห้องอย่างแปลกใจ
“นึกยังไงถึงลุกขึ้นมาทำความสะอาดเสียเรี่ยมไปเลย”
“ผมไม่ชอบห้องสกปรกครับ”
“เฮ้อ...บอกตรงๆ นะ ป้าชอบผีที่มันเข้าสิงเอ็งจัง อยากให้มันสิงนานๆ”
“คุณป้ามีธุระอะไรกับผมหรือครับ”
“เออใช่ เห็นห้องเอ็งสะอาดสะอ้านแล้วลืมไปเลย ยายปิ่นกับไอ้พิณเขาซื้อของมาให้เอ็งกิน”
เซียนมีสีหน้าประหลาดใจแว่บหนึ่ง

เซียนเดินออกมานอกชานบ้าน ขณะที่สายพิณเทเกี๊ยวน้ำร้อนๆ วางบนโต๊ะ ซึ่งมีบัวลอยไข่หวานวางไว้ 4 ถ้วย สำหรับทุกคน
“เกี๊ยวน้ำของโปรดพี่เซียนจ้ะ”
“ผมไม่รับประทาน Supper ครับ ซึ่งคุณยายกับคุณป้าก็ไม่ควรจะรับประทาน เพราะเท่าที่เห็นขนมนั่นมีแต่แป้ง ไข่และน้ำตาล” แต่ละคนมองเซียนเหมือนเห็นสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ปรากฏขึ้นตรงหน้า “ของพวกนี้...ขอโทษนะครับ ผู้สูงอายุไม่ควรรับประทานมาก โดยเฉพาะในเวลาก่อนนอนเช่นนี้” ยายปิ่นค่อยๆ วางช้อนลง “มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพครับ”
“กูอยากจะบ้าตาย”
“แต่ก็ต้องขอบคุณที่ซื้อมาฝาก” เซียนบอกแล้วขยับลุกขึ้น “ขอตัวก่อนนะครับ”
เซียนเดินกลับเข้าห้อง
“ทำไมต้องขอด้วยวะ ก็ตัวของมันแท้ๆ”
“แหม มันเป็นคำพูดที่สุภาพไงจ๊ะ ในละครเขาชอบพูดกัน”
ยายปิ่นมองอาหารตรงหน้า
“เลยกินไม่ลงเลย...” ยายปิ่นมองไปที่ชามเกี๊ยว “แล้วไอ้อ๊ะเป้อร์เนี่ยล่ะใครจะกินชามละตั้ง 30 บาท”
“ซัปเปอร์จ้ะ ยาย ...แปลว่าอาหารว่างรอบดึก”
“อ้าว ไม่ได้แปลว่าเกี๊ยวหรอกเรอะ”
“หนูกินเอง ใครไม่กินอย่ากิน”
สายพิณดึงชามเกี๊ยวมาปรุงกินเอร็ดอร่อย

เช้าวันรุ่งขึ้นขณะที่สายไหมกำลังเตรียมทำขนมไปขายอย่างเดิม เซียนโขยกเขยกมายืนมอง
“ผมช่วยไหมครับ”
สายไหมเงยหน้ามองเซียนเพ่งพิศครู่หนึ่ง
“นี่แกแกล้งหรือเปล่า”
เซียนสบตาสายไหมจริงจัง
“หน้าตาผมเหมือนแกล้งหรือครับ”
สายไหมวางของในมือลง แล้วถอนใจยาว
“ตั้งแต่แกฟื้นขึ้นมาจนกลับบ้านได้นี่ รู้มั้ยว่าฉันนอนไม่ค่อยหลับเลย”
“กลัวผมจะเป็นผีหรือครับ”
“เออ... เอ๊ย ไม่ใช่ เพราะฉันเฝ้าแต่คิดว่าทำไมอุบัติเหตุทำให้แกเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้”
“คงไม่ใช่คุณป้าคนเดียวหรอกครับที่คิดอย่างนั้น ทุกคนที่บ้านผมก็คงคิดเหมือนกัน”
“เซียน ป้ารู้ว่าแกอยากจะรวย อยากจะมีชีวิตที่สุขสบายเหมือนพวกเศรษฐีมีเงิน แต่เราทำบุญมาแค่นี้”
สายไหมบอกเสียงจริงจัง ขณะที่เซียนมีสีหน้าแน่วแน่และทรนงในตัวเอง
“เรื่องบุญกรรมมันก็อย่างนึง แต่ผมจะไม่มีวันงอมืองอเท้ายอมรับชะตากรรมเด็ดขาด คุณพ่อเคยสอนไว้
อย่างนั้น”
สายไหมสะดุ้ง
“สอนตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”
เซียนหยิบกล้วยมาปอกเปลือกตามที่เห็นสายไหมทำโดยไม่โต้ตอบอีก สายไหมมองเซียนที่ตั้งอกตั้งใจทำงานอย่างเพ่งพิศ

“2 เดือนผ่านไป”
เซียนเดินมาหน้าปากซอกโดยเพื่อนๆ ทุกคนที่วินมอเตอร์ไซด์หันมามอง
“หายดีแล้วเรอะ” ลุงป่องถาม
“ค่อยยังชั่วขึ้นมากแล้วครับ คุณมอมแมม”
“ครับ...คุณเซียน”
“ผมอยากให้คุณช่วยอะไรหน่อย”
“ด้วยความยินดีครับ”

เซียนขอให้มอมพาไปหาน้ำเพชร มอมจึงพาเซียนซ้อนมอเตอร์ไซค์มาที่ร้านทอง เมื่อมาถึงเซียนลงจากรถอย่างระมัดระวังและไม่ถนัดนัก
“ขอบคุณมาก”
เซียนขยับจะเดินไป มอมตัดสินใจเดินตาม
“คุณเซียน” เซียนหันมามอง มอมจึงพูดต่อด้วยท่าทางเรียบร้อย “คุณน่าจะรออยู่ที่นี่ดีกว่า ผมจะไปตามคุณน้ำเพชรให้”
“ผมทราบดีว่าคุณเป็นห่วง แต่ไม่เป็นไรคุณน้ำเพชรเป็นเลขาฯของผม ผมมั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเรียบร้อย”
สีหน้าเซียนดูมั่นอกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง

น้ำเพชรตบเปรี้ยงจนเซียนหน้าหัน ท่ามกลางความตกใจจนอ้าปากค้างของที่ถืออยู่ในมือหล่นร่วงลงพื้น
ของกิมฮวยและสุมาลีซึ่งกำลังจะปิดประตูอ้าปากค้าง และเติมศักดิ์เดินเข้ามาพร้อมปืนในมือ ปืนเกือบร่วง
“อีกซักทีดีมั้ย กำลังมันมือเลย”
น้ำเพชรบอก เซียนพยายามข่มความเจ็บ แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ
“คุณน้ำเพชรมือหนักนะครับ”
“ก็เออน่ะซิ ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”
มือน้ำเพชรที่ยกขึ้นชี้หน้าเซียนเริ่มกระตุก
“อาเซียน ลื้อออกไปก่อนที่จะหน้าเละ เห็นมั้ยมืออีกระตุกอีกแล้ว” กิมฮวยบอก
“คุณน้ำ มองผมซิครับ มองอย่างพินิจพิจารณา แล้วจะรู้ว่าผมคือปลาใหญ่ ไม่ใช่นายเซียน”
“ฉันมองยังไงๆ แกก็คือนายเซียน จะยืนมอง นั่งมองห้อยหัวมองตะแคงมอง แกก็คือไอ้เฒ่าทารกเซียน”
มือน้ำเพชรกระตุกมากยิ่งขึ้น
“อาเซียน ลื้อเชื่ออั๊วเถอะ ไปเสียก่อนที่แก้มจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ”
“ทุกคนจำได้มั้ยครับ ตอนผมมาที่นี่ครั้งแรก ผมมาส่งคุณน้ำเพชรคุณพ่อคุณแม่คิดว่า คุณครรชิตเป็นประธานบริษัท และเรียกผมว่าอาตี๋เพราะนึกว่าผมเป็นลูกคุณครรชิต”
สีหน้าแต่ละคนชะงัก หันมามองหน้ากันเหมือนประหลาดใจ

เซียนเดินก้มหน้าก้มตามาที่มอม

“เป็นไงวะ เอ๊ย ครับ...เขาเชื่อ ...” เซียนเงยหน้าขึ้น เห็นแก้มแดงเป็นรอยนิ้วมือ มอมสะดุ้ง “เฮ้ย”
“ผมเพิ่งรู้ว่า คุณน้ำเพชรมือหนักมาก หน้ายังสะเทือนไม่หาย”
“กู...เอ๊ย ผมเตือนแล้วว่าเจ๊ คือมือตบหุ้มทอง หาเรื่องเจ็บตัวเปล่าๆ”
“ผมว่า ไม่เปล่าหรอก อย่างน้อยครอบครัวคุณน้ำเพชรต้องฉุกคิดกันบ้าง”
เซียนบอกด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจอย่างยิ่ง

“อั๊วว่ามันแปลกๆ อยู่นะ ทำไมอีถึงรู้ว่าพวกเรา ...”
กิมฮวยบอกอย่างแปลกใจ
“ไม่ใช่พวกเรา ลื้อคนเดียว” เติมศักดิ์แย้ง
“อาเติม อย่าลืมกฏข้อที่ 1 ...ห้ามเถียงอั๊ว”
“หม่าม้าอย่าลืมว่า วันนั้นไอ้เซียนปลอมเข้ามาเป็นกุ๊ก เพราะฉะนั้นเขาต้องรู้อะไรหลายอย่าง”
“แต่อีรู้ลึกเกินไป”
เติมศักดิ์อ้าปากขยับจะพูด
“อั๊วบอกแล้วว่า ห้ามเถียง!...หรือว่าอีจะเล่นของ อาน้ำลื้อต้องระวังตัวให้ดี”
“โอ๊ย มันไม่กล้าทำอะไรน้ำหรอกค่ะ”
“ลื้ออย่าประมาทเป็นอันขาด” เติมศักดิ์อ้าปาก “เอาอีกแล้ว อั๊วบอกว่าไม่ให้เถียง”
“อั๊วไม่ได้เถียง อั๊วจะหาว”
“หาวตอนอั๊วพูดก็ไม่ได้”
เติมศักดิ์กำลังหาวรีบหุบทันที
“น้ำไปทำงานก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวหม่าม้าจะให้อาพิชิตตามไปส่ง”
“ตามไปเป็นภาระมากกว่าค่ะ ตัวของแกยังจะเอาไม่รอดเลย น้ำไปละค่ะ”
น้ำเพชรไหว้พ่อแม่แล้วเดินออกไป
“อั๊วให้อาหมอแม่นนั่งทางในดู”

มอมพาเซียนซ้อนมอเตอร์ไซค์มาปากซอย เด็กแว้นท์กลุ่มหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาแล้วตะโกนบอก
“พี่เซียน คืนนี้ที่เก่าเวลาเดิมนะ”
เซียนมองตามแล้วหันมาทางพรรคพวก
“ที่เก่าเวลาเดิมอะไรครับ”
“ก็ไปแว้นกับพวกมันไง”
“แว้น...”
“ไอ้เซียน เอ็งจำไม่ได้จริงๆ เรอะ”
“ผมจำทุกอย่างในชีวิตได้ เช่นผมเป็นใคร มาจากไหน”
“แล้วทำไมจำไอ้พวกแก๊งค์แว้นของเอ็งไม่ได้”
“เพราะผมคือ ...”
“ปลาใหญ่”
ทุกคนบอกออกมาพร้อมกัน ปลาใหญ่ในร่างเซียนมองหน้าทุกคนแล้วถอนใจยาว
“ไม่มีใครเชื่อผมอยู่ดี”
เซียนเดินเข้าไปในซอย ทุกคนมองตามพินิจพิจารณา
“หรือว่า มันจะเป็นปลาใหญ่จริงๆ”
“เราต้องพิสูจน์”
“พิสูจน์ยังไง”
“ก่อนอื่น ต้องหาอาสาสมัคร 2 คน ให้ขับรถชนกันเอง...”
“ข้าหาคนแรกได้แล้ว” ลุงป่องบอก
“ใครฮึ ลุง”
“เอ็งไง ช่างคิดดีนัก”
“ฉันเป็นคนออกไอเดีย”
กระหังและกระสือ ลงรถเมล์มาขณะที่ทั้งหมดคุยกัน
“เฮ้ย จะไปมั้ย หรือว่าจะคุยกันไม่ทำมาหากินแล้ว จะได้รู้เอาไว้”
“ไปจ้ะไป ไอ้ป๋อง ไอ้ชาย รับผู้โดยสาร 2 ท่านนี่ด่วน”
“แล้วไป จะได้ไม่ต้องไปซื้อรถเบ๊นซ์”
ทั้งคู่ขึ้นซ้อนท้ายป๋องและชายสี่ขี่ออกไป
“หน็อย จะซื้อรถเบ๊นซ์”
“ได้ยินนะเว้ย” กระสือหันมาตะโกน
“ไอ้พวกหูผีจมูกมด” ลุงป่องต่อว่า

เซียนเดินมาที่ร้านสายไหม ขณะนั้นสายพิณกำลังตักข้าวแกง หันมามอง
“ไปไหนมา พี่เซียน”
“เอ็งจะรู้ไปทำไมฮึ ไอ้พิณ” ยายปิ่นถาม
“ก็หนูอยากรู้นี่”
“คุณป้าครับ ผมอยากจะขอยืมเงินคุณป้าสัก 500 บาท แล้วผมจะใช้ให้”
“ฮั่นแน่ นึกแล้วว่ามาแผนสูง ไม่ให้โว้ย ทำเป็นคนดีมาตั้งหลายเดือนแล้วมาตลบหลังขอยืมเงิน ข้าไม่ให้เด็ดขาด ถ้าหากไม่คืนที่เคยยืมไปให้หมด”
“เท่าไหร่หรือครับ”
“ยังจะมีหน้ามาถาม 5 พันเว้ย ไปหามาใช้ข้าให้ได้ก่อน”
สายพิณเดินมาใกล้
“พี่เซียนจะเอาไปทำอะไร ตั้ง 500”
เซียนมองหน้าสายพิณด้วยสีหน้าแน่วแน่

สายพิณเดินนำเซียนมาหน้าบ้าน
“รอตรงนี้แหละ” สายพิณไขกุญแจบ้าน
“ขอบคุณมากนะครับ”
สายพิณหันกลับมา
“พิณจะพิสูจน์ดูซิว่า พี่ใช่พี่เซียนคนเดิมหรือเปล่า”
“นายเซียนเขาไม่ให้คืนหรือครับ” สายพิณพยักหน้า
“แล้วถ้าพี่เซียนยังทำแบบเดิม พิณจะไม่พูดกับพี่อีกเลยจนตลอดชีวิต”
สายพิณเปิดประตูเดินเข้าไป
“คุณสายพิณจะไปกับผมด้วยไหมล่ะครับ”

เซียนถาม สายพิณหยุดเดินหันมามองหน้าเซียนเหมือนไม่แน่ใจ

ที่ร้านยายปิ่น เสียงยายปิ่นตะโกนใส่สายไหมซึ่งกำลังขายของอย่างฉุนๆ

“ไม่ได้ยินเรอะนังไหม หลานแกกำลังหลอกเอาเงินไอ้พิณมัน”
“ได้ยิน แล้วจะให้ทำยังไง”
“แกก็ไปห้ามหลานแกซิ”
“ไอ้เซียนมันเคยฟังฉันที่ไหน”
“อ้าว พูดแบบนี้ก็เท่ากับแกสนับสนุนให้ไอ้เซียนปอกลอกไอ้พิณนี่หว่า หลานแกเป็นผู้ชายนะเว้ย”
“อ๋อ ถ้าเป็นผู้หญิง สายพิณจะให้มันยืมเงิน”
ยายปิ่นถือกระบวยตักแกงชี้หน้าสายไหม เต้นเหย็งๆ
“นังสายไหม แกหาว่าหลานฉัน บ้าผู้ชาย หลานแกนั่นแหละแมงดา”
ผู้คนที่ผ่านไปมาเริ่มรุมล้อมฟัง คนที่กินข้าวแกงอยู่ก็ถือโอกาสย่องมาตักเพิ่ม
“หลานฉันแมงดา หลานแกก็นารีที่อยู่ในซ่อง” สายไหมสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“นี่แน่ะ มาหาว่าไอ้พิณเป็นโส”
ยายปิ่นเหวี่ยงกระบวยใส่สายไหม สายไหมหลบแล้วหยิบมันสัมปะหลังขึ้นปาใส่ยายปิ่น
“ฉันก็มีเหมือนกันเว้ย”
ต่างฝ่ายต่างปาใส่กันจนเละเทะ โดยบรรดาไทยมุงต่างแบ่งเชียร์คนละข้าง

เซียนรับซองเงินมาจากสายพิณ
“ผมรับรองว่าผมจะคืนให้มากกว่าเงินจำนวนนี้”
“สายพิณ...ไอ้เซียน ยายกับป้าพวกเอ็งตีกันระเบิดเถิดเทิงไปแล้ว”
หมอแม่นรีบเข้ามาบอก
“อ้าว เรื่องอะไรกันล่ะ”
สายพิณพูดพลางเดินแกมวิ่งออกไป เซียนรีบตาม เสียงโทรศัพท์หมอแม่นดังขึ้นหมอแม่นหยิบขึ้นมาดู
“อ้อ คุณนายกิมฮวยคนนี้นี่เอง ฮัลโหลจ้า...เมื่อไหร่จ๊ะ ... ได้จ๊ะได้ เย็นนี้นะจ๊ะ”
หมอแม่นปิดโทรศัพท์เก็บ

ที่ร้านยายปิ่นและสายไหม กับข้าวกับปลาเละเทะไปหมด ชาวบ้านต้องจับยายปิ่นและสายไหมแยกกันมานั่งดมยาดม ด้วยสีหน้าท่าทางของคนแก่เป็นลม สายพิณรีบเข้ามาโดยมีเซียนตามติดๆ ทั้ง 2 แยกกันไปหาผู้ใหญ่ของตัวเอง
“เกิดอะไรขึ้นจ้ะยาย”
“สายพิณ ต่อไปห้ามเอ็งคบกับไอ้เซียนเด็ดขาด”
“ช่างหัวมัน ไอ้เซียน ผู้หญิงเยอะแยะไปในโลกนี้”
“เออ เยอะแยะไป แต่ไม่มีใครเอามันซักคน”
สายไหมแค่นหัวเราะเยาะ
“แน่ใจเรอะ ข้าเห็นแถวๆ นี้ก็มีอยู่คนนึง”
ยายปิ่นชี้หน้า อ้าปากจะพูด สายพิณจับนิ้วนั้นกลับเข้าไปรวมกลุ่มกับนิ้วอื่นๆ แล้วดึงลงมา พลางชิงพูดขัดขึ้นก่อน
“อย่าทะเลาะกันเลยจ้ะ ยายไม่อายพวกชาวบ้านเขาเหรอจ้ะ”
สายไหมขยับจะพูดเช่นกัน แต่เซียนรีบห้ามไว้
“มีอะไรก็ค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากันดีกว่านะครับ คุณป้าพอจะลุกขึ้นไหวหรือเปล่า”
“แน่นอน ข้าสาวกว่ายัยปิ่นตั้งหลายปี”
สายไหมลุกขึ้น แต่เซแซ่ดๆ เซียนรับไว้ได้ทัน ยายปิ่นหัวเราะเยาะ
“พูดยังไม่ทันจะขาดคำ นี่แหละน้า”
“กลับไปบ้านดีกว่ายาย”
สายพิณประคองพายายปิ่นเดินไป
“ไปครับ คุณป้า”
“ไอ้เซียน ต่อไปเอ็งก็ไม่ต้องคบกับหลานยายปิ่นมัน”
สายไหมสั่ง เซียนประคองสายไหมเดินออกไป คนแถวนั้นจัดการกับอาหารและขนมที่เหลือ

อีกด้านหนึ่งขณะนั้นครรชิตกำลังนั่งหน้ายุ่งสะสางงานของปลาใหญ่ จนกระทั่งโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะดังขึ้น
“เบอร์ใคร” ครรชิตทำท่าจะไม่รับแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ “ฮัลโหล”
“คุณครรชิต นี่ผมเองปลาใหญ่”
“นั่นไม่ใช่เสียงคุณปลาใหญ่”
“เพราะเป็นปลาใหญ่ในร่างนายเซียน”
“มาอีกแล้ว...”
“อย่าเพิ่งปิดโทรศัพท์ ฟังผมให้จบก่อน คุณครรชิตช่วยไปไขกุญแจโต๊ะทำงานผมให้หน่อย...ลิ้นชักเล็กทางซ้ายมือมีซองสีน้ำตาลอยู่ ในนั้นมีเงินสด 5 หมื่นบาท ที่ผมเก็บเอาไว้”
“ถ้าไม่มีล่ะ”
“ผมจะไม่รบกวนคุณอีกเลย...จะยอมรับชะตากรรมทุกอย่างแต่โดยดี เพราะสวรรค์ลิขิตให้ชีวิตผมเป็นอย่างนี้ ... ครับ ....ขอบคุณมาก”
เซียนปิดโทรศัพท์ แล้วส่งให้สายพิณ
“เขาว่ายังไง”
“เดี๋ยวจะติดต่อกลับมา”
เซียนมีสีหน้าเคร่งเครียด

ครรชิตเข้ามาในห้องทำงานปลาใหญ่กับน้ำเพชร ทั้งคู่เดินเข้ามาโดยครรชิตพูดพลางแล้วเดินมาที่โต๊ะทำงานปลาใหญ่
“เขาบอกว่าอยู่ในลิ้นชักเล็กทางซ้ายมือ”
“คุณลุงเชื่อหรือคะ”
“ไม่เชื่อหรอก แต่จะได้หมดเรื่องหมดราวไป”
ครรชิตพูดพลาง ไขกุญแจที่หยิบขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง ครรชิตดึงลิ้นชักออกมาแล้วรื้อของขึ้นมา ครรชิต
ชะงักเมื่อเห็นซองสีน้ำตาล
“พบแล้วหรือคะ” ครรชิตหยิบซองสีน้ำตาลขึ้นมา น้ำเพชรมีสีหน้าประหลาดใจและงุนงง “เอ๊ะ นายเซียนรู้ได้ยังไง”
“ลองนับดูก่อน”
ครรชิตค่อยๆ เปิดซองออก แล้วดึงธนบัตรออกมาปึกใหญ่
“โห...”

ซองสีน้ำตาลถูกวางไว้บนโต๊ะในห้องรับรองของบริษัท เซียนมองซองนั้นด้วยสีหน้าปกติ แล้วมองครรชิตและน้ำเพชรสลับกัน ในขณะที่สายพิณมีสีหน้าตื่นเต้น
“หมายความว่าพี่เซียนพูดถูกใช่มั้ยจ้ะ”
“เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง”
“เบื้องหลังเบื้องหน้าบ้าบออะไร พูดแบบนี้สมคบกันจะโกงใช่มั้ยล่ะ”
“เงิน 5 หมื่นบาทอาจจะทำให้เธอโกงได้ แต่สำหรับฉัน ไม่มีวัน”
“อ้ะ พูดแบบนี้ก็สวยซิ”
น้ำเพชรลุกขึ้นแล้วมือกระตุก
“ยังไงก็ได้”
“หยุดทั้ง 2 คน” เซียนบอกน้ำเสียงนิ่งๆ แต่เด็ดขาด สองสาวค่อยๆ ทรุดลงนั่ง หดมือลง “ผมไม่ได้ต้องการเงินจำนวนนั้น เพียงแต่แค่อยากจะให้พวกคุณสะกิดใจขึ้นมาบ้างว่า ทำไมผมถึงได้รู้ว่ามีเงิน 5 หมื่นบาทอยู่ในลิ้นชัก”
สายพิณมองเซียนครุ่นคิด ขณะที่น้ำเพชรสบตากับครรชิต

พอออกจากบริษัทเซียนและสายพิณมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านข้างทาง ทั้ง 2 ปรุงรสก๋วยเตี๋ยวเงียบๆ โดยสายพิณลอบมองสีหน้าเซียนเป็นระยะๆ
“ผมมีอะไรผิดปกติหรือ”
เซียนถามลอยๆ โดยไม่เงยหน้ามอง
“พี่เซียนรู้ได้ยังไงน่ะ”
“ผมเป็นคนเก็บเอาไว้เอง ทำไมจะไม่รู้”
“นึกแล้วว่าต้องพูดแบบนี้ พิณอยากรู้ความจริง”
“ก็นี่แหละความจริง” สายพิณถอนใจเฮือก “ผมอยากเจอนายเซียน” สายพิณเหลือบตามอง “หมายถึงปลาใหญ่น่ะ”
“เขาไม่ยอมมาพบเราหรอก”
“มันต้องมีวิธีซิ”
สายพิณมีสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด

สายพิณกับเซียนกลับไปแล้วแต่ครรชิตยังนั่งคุยอยู่กับน้ำเพชร
“แต่มันก็น่าแปลก ทำไมนายเซียนถึงได้รู้เรื่องนี้”
“หมายความว่า คุณลุงเชื่อที่เขาพูดหรือคะ”
ครรชิตถอนใจเฮือก
“ถ้าเรื่องนั้นเป็นความจริง มันก็ยิ่งแปลกไปใหญ่”
น้ำเพชรนิ่งคิดครู่หนึ่ง
“เราต้องพิสูจน์ค่ะ...พิสูจน์หลายๆ ครั้ง ให้มันรู้เรื่องกันไปเลย”
ครรชิตพยักหน้าช้าๆ

เย็นวันนั้นครรชิตมาหาปลาใหญ่ที่ห้องซึ่งปลาใหญ่ยังงัวเงียอยู่ในชุดนอน
“จะไปทำงานแต่เช้าเลยเรอะ”
“นี่มันหกโมงเย็นแล้วครับ”
“หกโมงเย็น ตายจริง ทำไมเหมือนหกโมงเช้าเลย”
“คุณปลาใหญ่ไปอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ผมจะรออยู่ข้างนอกนี่”
“ทำไม คุณคันจะพาผมไปไหน” ปลาใหญ่ถามอย่างระแวง
“เดินเล่นข้างล่างนี่เองครับ”
“ผม ...”
“ผมจะรออยู่ข้างนอกนี่”
ครรชิตตัดบทแล้วเดินไปนั่งรอ ปลาใหญ่มองตามแล้วจำใจปิดประตู

ครรชิตและปลาใหญ่เดินเข้ามาที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ปลาใหญ่มองไปโดยรอบอย่างตื่นตาตื่นใจ ครรชิตลอบสังเกตท่าทีนั้นครู่หนึ่ง ระหว่างนั้นเอ็กซ์ออกมาแอบมองจากข้างเสา
“พรุ่งนี้ คุณปลาใหญ่ตื่นแต่เช้าหน่อยนะครับ” ปลาใหญ่หันขวับมามองทันที ครรชิตยังคงพูดเรื่อยๆ “เพราะถึงเวลาที่คุณจะต้องไปตรวจโรงงาน”
ปลาใหญ่สะดุ้ง
“แล้วคุณอาก้องล่ะ”
ครรชิตเดินมาถึงโต๊ะสนาม
“นั่งก่อนซิครับ”
ปลาใหญ่นั่งลง ครรชิตนั่งตาม
“คุณปลาใหญ่ไม่ได้เข้าโรงงานเลยตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ พวกคนงานก็ลือกันไปต่างๆ นาๆ ... คุณปลาใหญ่ถึงต้องไปแสดงตัวให้เห็นว่าคุณหายเป็นปกติแล้ว”
“คุณคันไปบอกเองก็ได้”
“มันเป็นหน้าที่ของคุณปลาใหญ่ที่จะต้องไปดูว่าโรงงานเราก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว...ยังมีอะไรที่ต้องแก้ไขปรับปรุงบ้าง แล้วก็ให้นโยบายกับหัวหน้างานที่นั่น”
“โหย แค่ฟังก็ปวดกบา...เอ๊ย ปวดหัวแล้ว”
“อ้าว คุณปลาใหญ่เคยชอบเรื่องพวกไอที นี่ยังกับอะไรดี”
“คนเรามันเปลี่ยนกันได้ แต่โอเค” ปลาใหญ่วางท่าภาคภูมิขณะลุกขึ้นยืน “ไปก็ไป ของๆ เราเองนี่นะ จริงมั้ย ... คุณคัน”
“ต้องยังงี้ซิ คุณปลา”
สองคนหัวเราะกัน ซึ่งปลาใหญ่ดูมีความกังวลแฝงอยู่ เอ็กซ์จับตามองแทบจะทุกอิริยาบถ

“หัวเราะหาอะไรกัน”


แสบสลับขั้ว ตอนที่ 4 (ต่อ)

ปลาใหญ่กลับเข้าห้องด้วยสีหน้าเครียดๆ

“เอาไงดีวะ” ปลาใหญ่เดินมานั่งคิดครู่หนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ “ไม่ดี ขืนโทร.ถาม คุณอาก้องต้องสงสัยแน่ว่าทำไมหลานปลาใหญ่ถึงได้เกิดโง่ขึ้นมากระทันหัน” ปลาใหญ่ลุกเดินไปเดินมาอย่างใช้ความคิด “เอาไงโว้ย เอาไงดี”

คืนนั้นเมื่อรถเกริกก้องแล่นมาจอดหน้าตึก เอ็กซ์ซึ่งคอยอยู่รีบเปิดประตูให้
“มีอะไร”
เกริกก้องถามเอ็กซ์เมื่อลงจากรถ
“พอนายไม่อยู่ ไอ้เจ้าครรชิตมันถือโอกาสพาคุณปลาใหญ่ลงมากล่อมที่สนามครับ”
“กล่อมยังไง”
“ผมไม่ได้ยินครับ แต่รู้ว่าต้องพยายามเกลี้ยกล่อมอะไรบางอย่าง”
“ไล่มันออกไปเลยค่ะ คุณพ่อ สาระแนดีนัก”
รัญญาบอก เกริก้องจึงหันมาทางรัญญากับจันทร์ทิพย์
“ดึกแล้ว เข้าบ้านไปก่อน”
สองสาวรับคำแล้วเดินเข้าบ้านแต่โดยดี เกริกก้องมองตามแล้วเดินออกไปที่สนามโดยมีเอ็กซ์ตามไปอย่างนอบน้อม
“มันคุยกันนานไหม”
“ก็เป็นชั่วโมงนั่นแหละครับ”
“เห็นจะต้องส่งไอ้ครรชิตไปรับใช้เจ้านายมันที่เมืองผีซะแล้ว”
สีหน้าเกริกก้องดูโหดเหี้ยมเลือดเย็น
ขณะนั้นครรชิตแอบยืนมองอยู่ที่หน้าต่างห้อง ครรชิตเดินกลับเข้ามาที่เตียง
“บ้านนี้เต็มไปด้วยคนของคุณก้อง จะทำยังไงดี”
ครรชิตเอนตัวลงนอนก่ายหน้าผากคิดหนัก

เช้าวันรุ่งขึ้น สมทรงกำลังเสิร์ฟอาหารเช้าให้ทุกคนครรชิตมีท่าทางเหมือนกำลังรอคอยใครบางคน แล้ววิตกว่าจะไม่มา
“รอใครหรือ คุณครรชิต”
“อ๋อ…”
ครรชิตพูดไม่ทันจบ ปลาใหญ่เดินเข้ามา โดยดัดแปลงชุดปลาใหญ่ให้ดูเป็นจิ๊กโก๋ เช่น พับแขนเสื้อ ไม่ติดกระดุมบน เอาชายเสื้อออกมานอกกางเกง
“จะไปไหนน่ะปลาใหญ่”
“ไปตรวจโรงงาน”
คำตอบนี้ทำให้เกริกก้อง จันทร์ทิพย์และรัญญาชะงัก ขณะที่ครรชิตก้มหน้าก้มตากินอย่างสบายใจ เกริกก้องปรายตามองครรชิตเยาะๆ แว่บหนึ่ง ด้วยเดาเรื่องออกหมด
“คุณครรชิตนัดแนะกับปลาใหญ่นี่เอง”
“ผมคิดว่าถึงเวลาที่คุณปลาใหญ่จะออกจากบ่อเสียที ว่ามั้ยครับ คุณก้อง”
“ถ้ายังไม่แข็งแรง ปลาใหญ่อาจจะถูกปลาที่ใหญ่กว่าจับกินได้”
“ถ้าอยู่แต่ในบ้าน เอ๊ย ในบ่อ ก็อาจจะถูกสัตว์ร้ายที่คอยจ้องหาโอกาส จู่โจมทำร้ายเอาได้เหมือนกัน” !
แววตาเกริกก้องเป็นประกายวาบออกมา
“คุณครรชิต ปลาใหญ่น่ะเป็นหลานแท้ๆ ของผม คิดหรือว่า ผมจะปล่อยให้เป็นอันตรายได้”
“ผมไม่ใช่คนเนรคุณครับ” ครรชิตเน้นคำว่าเนรคุณ ทำให้เกริกก้องสะอึก ปลาใหญ่มองคนโน้นทีคนนี้ทีขณะพูด
“พระคุณของคุณเกรียงไกรที่กรุณาชุบเลี้ยงผมมานั้นมากมายมหาศาลจนผมยอมสละแม้กระทั่งชีวิตของผมเพื่อลูกชายท่านได้ครับ”
เกริกก้องมีแววเหี้ยมในดวงตาทั้งๆ ที่ยิ้ม
“ดีใจแล้วก็โล่งใจที่ได้ยินอย่างนั้น”
“หมายความว่า ถ้าคุณคันเป็นอะไรไปคุณอาก้องจะโล่งใจแล้วก็ดีใจหรือครับ”
ปลาใหญ่ถามโพล่งขึ้นมาทำให้ปลาใหญ่ถึงกับสะอึก ส่วนครรชิตเกือบสำลักกาแฟ

“รันเกลียดพวกมันจริงๆ”
รัญญาบอกอย่างไม่พอใจหลังจากปลาใหญ่กับครรชิตออกจากบ้านไปแล้ว
“เมื่อวานไอ้พวกนั้นไปที่บริษัทอีกแล้ว”
“ไปทำไมคะ” รัญญากับจันทร์ทิพย์ถามออกมาพร้อมกัน
“3 ครั้งแล้วนะคะ ถ้านับที่มาที่บ้านนี่ด้วย”
“ผมให้ไอ้เอ็กซ์ไปสืบแล้ว”

ครรชิตพาปลาใหญ่มาที่โรงงาน พอเข้ามาในโรงงานปลาใหญ่แทบเข่าอ่อนเมื่อเห็นขบวนการผลิตอันทันสมัย
“เป็นอะไรครับ คุณปลาใหญ่”
ครรชิตถามและจับตัวปลาใหญ่ไว้
“ปวดกบาล .. เอ๊ย ปวดหัว”
“งั้นเชิญที่ห้องรับรองดีกว่าครับ”
ทั้งหมดพากันเดินไป ปลาหันกลับมามองแล้วพึมพำออกมา
“จะไหวหรือวะเนี่ย”

หัวหน้าโรงงานพาปลาใหย่กับครรชิตมาที่ห้องรับรอง พอเข้ามาในห้องปลาใญ่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสินค้าวางโชว์อยู่ ปลาใหญ่มองอย่างตื่นตาตื่นใจแล้วเดินดูไปเรื่อยจนมาหยุดที่มือถือรุ่นล่าสุด
“ผมจะเอาเครื่องนี้”
ครรชิตนิ่วหน้าแปลกใจขึ้นมาแว่บหนึ่ง
“ผมจัดเตรียมไว้ให้ครบทุกอย่างแล้วครับ” หัวหน้าบอก
“งั้นเรอะ คุณคัน”
“ครับ”
“เพิ่มเงินเดือนให้คุณอะไรนะ”
ครรชิตสะดุ้งขณะหัวหน้าดีใจสุดๆ มือไม้สั่น
“รังสรรค์ครับ”
“เออ... เพิ่มเงินเดือนให้รังสรรค์ด้วย”
ครรชิตพูดไม่ออก หัวหน้าแทบจะทรุดลงกราบปลาใหญ่
“ขอบพระคุณมากครับ ...ขอบพระคุณมาก ...”
“ไม่เป็นไร”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น แล้วพนักงานคนหนึ่งก็เดินเข้ามา โดยถือถาดวางน้ำหวาน ขนม และน้ำเปล่าเดินเข้ามาวางไว้อย่างเรียบร้อย
“อ้าว ป้าจัน” ปลาใหญ่ร้องทุกอย่างจำได้ พนักงานสะดุ้ง เช่นเดียวกับทุกคนในที่นั้น “หายไปตั้งนาน มาอยู่ที่นี่เองเรอะ...ป้าจันแกขายกล้วยแขกอยู่ที่ชุมชนพัฒนาสู่สุขาฯ ไง” ปลาใหญ่หันมาบอกครรชิต
“อิ...อิฉัน ...”
ครรชิตพยักหน้ากับจัน และหัวหน้าให้ออกไป ครรชิตรอจนทั้งคู่พ้นประตูห้องไปแล้วจึงหันมาถามปลาใหญ่
“คุณปลาใหญ่ไปรู้จักชุมชนอะไรนั่น แล้วก็ป้าคนเมื่อกี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
ปลาใหญ่มีท่าทางตระหนก แล้วกลอกตาไปมาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“ถ้าผมบอก คุณคันอาจจะไม่เชื่อ”
“ลองบอกมาเถอะครับ”
ปลาใหญ่หลับตาลง เอนหลังพิงพนักทำทีว่ากำลังพยายามประมวลเหตุการณ์
“ตอนที่ประสบอุบัติเหตุใหม่ๆ...ผมยังเข้าร่างไม่ได้ จึงต้องล่องลอยไปเรื่อยๆ...ผ่านถนนหนทาง ...ผ่านตรอกซอกซอยต่างๆ จนมาถึงชุมชนที่ว่านี้ หลังจากนั้นก็ได้ยินหัวใจตัวเองเต้นและเสียงคนเรียก”
ครรชิตฟังด้วยสีหน้าพิศวง
“เป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก”
“ใช่ บางทีผมยังนึกว่าตัวเองฝันไป”
“ผมเข้าใจคุณปลาใหญ่แล้ว”
“ว่า...”
“ที่คุณปลาใหญ่เปลี่ยนไปก็เพราะตกอยู่ระหว่างความจริงกับความฝัน”
ปลาใหญ่ลืมตานั่งตัวตรง แล้วตบเข่าฉาดทันที
“ใช่แล้ว ใช่เลย”
“แต่เรื่องแค่นี้ไม่ใช่เหตุผลที่คุณปลาใหญ่จะไม่ยอมกลับมาทำงาน”

ปลาใหญ่เลื่อนตัวกลับลงไปท่าเดิม

ครรชิตและปลาใหญ่คุยกันโดยไม่รู้ว่าภายในห้องมีกล้องวงจรปิด และรังสรรค์ได้ยินทุกอย่างจึงโทรบอกเกริกก้อง

“ขอบใจมาก คุณรังสรรค์ อ้อ ...แล้วห้องนั้นยังมีบันทึกเทปอยู่หรือเปล่า”
รังสรรค์มองโทรทัศน์ที่กำลังเป็นภาพครรชิตและปลาใหญ่คุยกัน
“มีครับ เดี๋ยวเขาคุยกันจบแล้ว ผมจะให้แมทเซนเจอร์เอาไปให้ท่านรอง ..เอ๊ย! ท่านประธานครับ”
“ดีมาก”
เกริกก้องวางโทรศัพท์ลง สีหน้าพอใจ ขณะที่รังสรรค์ยังนั่งดูปลาใหญ่และครรชิตคุยกัน

“คุณก้องให้เงินคุณปลาใหญ่ใช้เดือนละเท่าไหร่” ครรชิตถามปลาใหญ่
“2 แสน ทำไม”
“ปกติคุณปลาใหญ่ได้เดือนละ 5 แสน”
ปลาใหญ่ตาเหลือก แทบตกเก้าอี้
“5 แสน”
“ครับ”
“5 แสน”
“ใช่ครับ”
“คืองี้นะ พอฟื้นจากอุบัติเหตุ ผมรู้สึกตัวว่า ไม่ค่อยฉลาดเหมือนเดิม...”
“มิน่า คุณถึงไม่อยากมาทำงาน เอาอย่างนี้ คุณปลาใหญ่ไม่ต้องกลัวอะไร ผมกับหนูน้ำเพชรจะช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้”
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ แต่พวกคุณห้ามรำคาญนะ”
“ขอให้คุณปลาใหญ่ออกมาทำงานเท่านั้น ผมก็ดีใจที่สุดในโลกที่ได้มีโอกาสแทนพระคุณคุณพ่อของคุณปลาใหญ่บ้างแล้ว...ผมรับปากไว้ตอนที่ท่านเริ่มป่วยว่า “อาณาจักรมหาทรัพย์” จะไม่ตกไปเป็นของคนอื่นเด็ดขาด”
ครรชิตบอกด้วยสีหน้าหนักแน่น

เกริกก้องและจันทร์ทิพย์นั่งดูทีวีที่รังสรรค์บันทึกเทปส่งมาให้จบพอดี ปลาใหญ่และครรชิตหยุดค้าง
เกริกก้องกดรีโมทปิดสีหน้าดูเคร่งเครียดเกลียดชัง
“ต๊าย อีตานี่ร้ายกว่าที่คิดอีก หน็อยแน่ ! คิดจะรวบ “อาณาจักรมหาทรัพย์” ให้ปลาใหญ่คนเดียว จันทร์รู้เท่าทันมันหรอกว่าหากทุกอย่างตกเป็นของปลาใหญ่ตัวมันก็จะสบายด้วย แต่ถ้าเป็นของเรามันก็จะถูกเฉดหัวออกไป”
เกริกก้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด
“ว่าไง ถึงไหนแล้ว…ดี”
เกริก้องวางโทรศัพท์ลง จันทร์ทิพย์จึงถามอย่างสงสัย
“ใครคะ”
“เจ้าเอ็กซ์”
สีหน้าเกริกก้องมาดหมายบางอย่าง

เอ็กซ์ลงจากรถเมล์หน้าปากซอยชุมชนพัฒนาสู่สุขาวดี ทำเดินมองซ้ายมองขวาแล้วข้ามถนนตรงมาที่วินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมีลุงป่อง ป๋อง มอม นั่งเล่นหมากรุกกันอยู่อย่างกำลังมันส์กันเต็มที่
“พี่ชาย”
“ไอ้มอม ไปส่งผู้โดยสารก่อน”
ลุงป่องบอกโดยไม่เงิยหน้ามอง
“ตาไอ้ป๋อง”
“ตาลุงป่อง”
“ผมอยากรู้ว่า ในซอยนี้มีบ้านเช่าหรือเปล่า” เอ็กซ์บอก สามคนเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน “เอาแบบไม่แพงน่ะ ....ผมยังไม่มีงานทำ”
ขณะนั้นชายสี่ขี่รถเข้ามาจอดหลังจากส่งผู้โดยสายเสร็จแล้ว เอ็กซ์ชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นชายสี่ เอามือลูบหนวดเคราด้วยความระแวงว่าชายสี่จะจำได้
“ใครวะ หน้าคุ้นๆ” ชายสี่มองหน้าเอ็กซ์
“จะคุ้นได้ไง ผมเพิ่งมาจากบ้านนอก” เอ็กซ์ดัดเสียงตอบ
“มันมาหาบ้านเช่า”
“โฮ้ย ไม่มี้จะอยู่เองยังไม่มีเลย จะมีปัญญาที่ไหนไปปลุกให้เขาเช่าเฮ้ย ไอ้นี่ยิ่งดูยิ่งคุ้นหน้าว่ะ”
“เล่นยารึเปล่า บอกก่อนนะว่าชุมชนสุขาฯ ปลอดยาเสพติด”
“เห็นแบบนี้ ผมมีอนาคตนะพี่”
“แล้วทำไมเอ็งต้องเจาะจงจะมาอยู่ที่นี่”
“ผมชอบชุมชน น่ะพี่ ช่วยหาที่พักให้ผมหน่อย”
“เอ๊ะ ก็บอกว่าไม่มี...ไม่มี”
“โอ่.เค้ ไม่มีก็ไม่มี ทำไมต้องมีมะโหด้วยล่ะ”
เอ็กซ์เดินเข้าไปในซอย
“อ้าว เฮ้ย นั่นจะไปไหน”
เอ็กซ์หันมาพูดขณะเดิน
“หาอะไรกิน มีไรหรือเปล่าล่ะ”
ลุงป่องมองเอ็กซ์อย่างเพ่งพิศตลอดเวลา
“ชายสี่ ตามไปซิ ไอ้คนนี้ท่าทางแปลกๆ”
“ได้เลย กัปตัน”

เอ็กซ์เดินเข้าซอยมาเรื่อยๆ สาดส่ายสายตามองซ้ายมองขวาอย่างเนียนๆ ไม่โจ่งแจ้งจนเป็นที่สะดุดตาเนื่องจากตนเป็นคนแปลกหน้าอยู่แล้ว ชายสี่เดินตามมาห่างๆ โดยทุกครั้งที่เอ็กซ์หันมาชายสี่จะหลบวูบทันทีอย่างผู้ชำนาญทาง
ในที่สุด เอ็กซ์ก็เดินมาถึงร้านยายปิ่นและสายไหม ชึ่งมีเซียนและสายพิณช่วยอยู่และมีลูกค้าอุดหนุนอยู่พอสมควร เอ็กซ์พึมพำขณะมองสายพิณผ่านแว่นดำ
“นังคนนั้นนี่หว่า..อ้อ! เป็นแม่ค้าข้าวแกง...อยู่กันครบเลย”
เอ็กซ์เดินตรงเข้าไปในร้าน ชายสี่หลบมุมแถวๆ นั้นสังเกตุการณ์ เอ็กซ์เข้ามาซื้ออาหาร 2 อย่างให้ยายปิ่นตัก แล้วเดินมานั่งโต๊ะโดยพยายามไม่พูดอะไรมาก สายพิณเดินเอาน้ำเปล่ามาวางให้ โดยปากยังพูดกับสายไหมและยายปิ่น
“ป้า...ยาย... ดีกันเถอะนะจ๊ะ คนกันเองแท้ๆ”
สายพิณบอกแล้วขยิบตากับเซียน
“ไม่มีวัน”
“ของข้าก็ไม่มีทาง”
“ชุมชนนี้เปรียบไปก็คล้ายกับองค์กรหนึ่ง ถ้าคนในองค์กรไม่รักกัน มันก็หาความเจริญไม่ได้”
เซียนบอก ทุกคนรวมทั้งเอ็กซ์หันไปมองเซียนอย่างทึ่งๆ
“ผีปลาใหญ่เข้าสิงอีกแล้วหรือวะ”
เอ็กซ์ชะงัก เซียนนิ่งไปเพราะไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวกระจายออกไป
“สิงซิดี...ไม่ได้หนักหัวใคร” สายไหมบอก
“อ๊ะ! พูดงี้ก็บิวตี้ฟูนซิ”
“ยายจ๋า... ขันติ...สันติ...จ้ะ...อย่าลืม...ขันติ...สันติ”
“ป้าครับ อย่ามีเรื่องมีราวกันเลยนะครับ เราอยู่ในซอยเดียวกัน องค์กรเดียวกัน”
“เห็นแก่ผีในร่างเอ็งนะเว้ยไอ้เซียน! ข้าจะไม่เอาเรื่องคนแก่ ตบไปก็ตายเปล่า”
“ลองดูมั้ยล่ะ”
“ขันติ...สันติจ๊ะยาย...ขันติ...สันติ”

ตลอดเวลา เอ็กซ์นั่งกินข้าวหูผึ่งฟังเงียบๆ

เอ็กซ์เก็บข้อมูลทุกอย่างแล้วโทร.บอกเกริกก้อง

“แน่ใจนะว่า แกได้ยินไม่ผิด”
“รับรองครับนาย ผมได้ยินตั้ง 2 ครั้ง แล้วไอ้เซียนนั่นมันก็พูดเป็นวิชาการพิลึก!”
“หรือว่า วิญญาณมันจะเข้าร่างสลับกัน”
“พูดเป็นละคร”
“ละครมันก็สะท้อนชีวิตจริงนะคะ! อีกอย่าง...เรื่องประหลาดลึกลับยิ่งกว่านี้ก็มีอยู่ตลอดเวลาแล้วก็เกิดขึ้นทั่วโลกด้วยไม่ใช่แต่เฉพาะบ้านเรา”
เกริกก้องมีสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด
“ยังไงก็ต้องพิสูจน์ดูก่อน”
“คุณก้องจะไปพบปลาใหญ่ในร่างนายเซียนหรือค่ะ”
“จะต้องไปเล่นยากๆ ทำไมในเมื่อเรามีนายเซียนในร่างปลาใหญ่อยู่ในมือ”
สีหน้าเกริกก้องดูโหดเหี้ยมเย็นชา

ขณะนั้นที่วินมอเตอร์ไซค์เดื่อนๆ ของเซียนก็กำลังนั่งคุยกันเรื่องเอ็กซ์
“ไอ้คนนั้นมันต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง” ชายสี่บอก
“แบบว่าดีหรือไม่ดี”
“ถ้าดีมันจะมาทำลับๆ ล่อๆ หรือวะ ไอ้บ้าป๋อง”
“งั้นก็เอามันเลย!จัดการให้เข็ด”
“เอ็งรู้เรอะว่ามันอยู่ที่ไหน”
“ก็สืบเอาซิ! มันยังมาสืบในถิ่นเราได้”
“คำถามเดิม...เอ็งรู้เรอะว่ามันอยู่ที่ไหน”
“ไม่รู้ แต่ก็สืบได้นิ”
“โอ๊ย! งั้นไปเดี๋ยวนี้เลย ไปซิ! กูบอกให้ไป”
ชายสี่บอกอย่างรำคาญ มอมทำหน้าเหวอๆ
“ไปไหน”
“ก็ไปสืบไง เห็นอยากนักนี่”
“ก็จะให้ไปสืบที่ไหนเล้า...า...า...” มอมลากเสียงยาวและสูง ป๋องจึงเบิดกระโหลกมอม 1 ที มอมโวยวายลั่น
“นี่แน่ะ หมั่นไส้นัก”
“หุบปาก ไอ้มอม”
“ไม่ยุติธรรม ไอ้ป๋องมันตบหัวผม แต่ลุงดันมาสั่งให้ผมหุบปาก”
“แล้วเอ็งจะหุบมั้ย”
“หุบจ้ะ หุบเป็นหอยเลย”
“เอาละ ถ้าไอ้เจ้านั่นมาอีก เราต้องวางแผน”
ทั้งหมดตั้งหน้าตั้งตาวางแผนกันไป

เย็นวันนั้นเซียนช่วยสายไหมแบกข้าวของกลับเข้ามาในบ้าน เซียนเลื่อนเก้าอี้ให้สายไหมนั่ง
“ป้าน่าจะเปลี่ยนเป็นขายอย่างอื่นสลับกันบ้าง”
“แล้วไอ้ที่ขายอยู่นี่มันเป็นยังไงฮึ”
เซียนรินน้ำมาวางให้
“ไม่เป็นยังไงหรอกครับ เพียงแต่ขายนานๆ เข้า ลูกค้าอาจจะเบื่อ ...ก็เหมือนสินค้าไอที.หรือสินค้าอะไรก็แล้วแต่ที่ต้องปรับปรุงและขยันเปลี่ยนรูปแบบทันสมัยไปเรื่อยๆ เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้ามาซื้ออีก” สายไหมสำลักน้ำ
“ค่อยๆ ดื่มครับ จะได้ไม่สำลัก”
“เออ รู้แล้ว” สายไหมกระแทกเสียงอย่างหมั่นไส้
“พรุ่งนี้ผมจะทำสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา”
“แม่เจ้าโว้ย พูดยังกับเคยทำกับข้าว! ชะ...ชะ...ชะ...เดาะสปาเม็ตตี้”
“ผมเคยทำกินเองตอนที่เรียนอยู่อังกฤษ”
“เวร เอ็งเรียนโรงเรียนวัดใกล้บ้านนี่ยังไม่อยากจะจบเล้ย”
“เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะลองทำให้ป้าทานก่อน”
“ถึงเอ็งจะทำเป็นจริง ใครที่ไหนเขาจะมากิน คนที่นี่มันแค่ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ ไม่ใช่นักเรียนนอกวงเล็บคอกอย่างเอ็งหรอก”
“เราก็เอามา Adapt ให้รสชาติเข้มข้นแบบไทยๆซิครับ”
“อะด๊ง...อาแด๊ปซะด้วย นี่! ไอ้นักเรียนนอกเซียน ข้าว่าเอ็งเอาเวลาไปขี่มอ’ไซค์รับจ้างดีกว่า ได้เงินด้วย ไม่ต้อฟุ้งซ่านด้วย”
“ผมไม่ขี่มอเตอร์ไซค์ครับ คุณพ่อห้ามเอาไว้”
“ไอ้จิมมี่พ่อเอ็งน่ะลงหลุมตั้งแต่เอ็งยังแดงๆ อยู่เล้ย”
“คุณพ่อผม ชื่อ เกรียงไกร มหาทรัพย์รุ่งเรืองกิจครับ”
“กูเป็นลมจริงๆ ดีกว่า”

สายไหมฟุบลงกับโต๊ะ


แสบสลับขั้ว ตอนที่ 4 (ต่อ)

อาการของเซียนทำให้สายไหมตัดสินใจมาหมอแม่นที่บ้าน

“เมื่อสองวันก่อนมันก็ไปหาคุณน้ำเพชรกับเจ๊ฮวย”
“หา”
“ไปยืนยันว่ามันชื่อปลาใหญ่ไม่ใช่ไอ้เซียน”
“เวร แล้วเขามิไล่มันออกมาแทบไม่ทันหรอกเรอะ”
“มันก็แน่อยู่แล้ว แถมยังเรียกกลับไปดูดวงคุณหนูน้ำเพชรด้วยว่ากำลังมีเคราะห์หรือเปล่าถึงได้ถูกไอ้เซียนตามรังควาน”
“เฮ้อ แล้วนี่ฉันจะทำยังไงดี”
“แกเชื่อว่า มันถูกผีสิงใช่มั้ย”
“มั่นใจเลยละ”
“งั้นก็ทำพิธีไล่ผี”
“เคยนิมนต์หลวงพ่อมาแล้ว มันกลัวเสียที่ไหน แถมยังนั่งคุยกับพระหน้าตาเฉย”
“ผีไม่กลัวพระมีที่ไหน”
“ฉันน่ะกลุ้มจะตายอยู่แล้ว แรกๆ ก็ดีอยู่หรอก เพราะมันเลิศกว่าไอ้เซียนมาก แต่ยิ่งนานไปยิ่งพูดแปลกๆ... แถมยังคิดแผลงๆ ฉันเลยชักจะคิดถึงไอ้เซียนคนเดิมซะแล้ว”

ขณะที่สายไหมอยู่ที่บ้านหมอแม่น เซียนก็เดินมาหาพวกที่วินมอเตอร์ไซค์
“ชายสี่...มอม..ผมมีเรื่องต้องขอรบกวนหน่อย”
“ที่นี่ไม่รับเรื่องรบกวนเพราะไม่ชอบถูกรบกวน”
“ผมอยากวานคุณคนใดคนหนึ่งไปซื้อเส้นสปาเก็ตตี้...หมู...ใบ...”
“เฮ้ย!” มอมขัดเสียงดัง “บอกว่าไม่รับเรื่องรบกวน ไม่ได้ยินเรอะ”
“เดี๋ยว! ลองฟังมันหน่อยซิ” ชายสี่บอกแล้วหันมาทางเซียน “แกจะเอาไปทำสวรรค์วิมานอะไร”
“สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา” ชายสี่ และมอม มองหน้ากัน “ว่ายังไงครับ พอจะเป็นไปได้หรือเปล่า”
ชายสี่และมอม เบือนกลับมามองหน้าเซียนพร้อมๆ กัน

เซียนมาทำสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาที่บ้านชายสี่ คนที่เดินผ่านไปมารวมทั้งบ้านใกล้เรือนเคียง พากันจามเฟี้ยวฟ้าว และตะโกนบ่นว่ากันไป
“ทำอะไรกันเว้ย”
เซียนผัดสปาเก็ตตี้ขี้เมาอย่างคล่องแคล่ว โดยชายสี่และมอม มองอย่างพิศวง พร้อมกับจามกันไป
“ขอชามใหญ่ๆ ชามนึงครับ” ชายสี่หันไปคว้ากาละมังให้ขณะเซียนปิดแก๊ส เซียนหันมาจะหยิบชามแล้วชะงัก
“ชามครับ...ไม่ใช่กาละมัง”
“ก็นี่แหละ เป็นทั้งชามทั้งกาละมัง แบบทูอินวัน” เซียนส่องดูความสะอาด “เฮ้ย!ล้างสะอาดแล้วเว้ย” เซียนตักสปาเก็ตตี้ใส่กาละมังมาวางบนโต๊ะ “น่ากินว่ะ”
มอมคว้าช้อนจะตักในกาละมัง
“ใครจะทานก็ตักใส่จาน คนอื่นเขาจะได้ทานได้” เซียนบอก
“อย่าไฮโซนักเลย ไอ้เซียน เอ็งนั่นแหละมูมมามกว่าใครเพื่อน”
เซียนไม่โต้ตอบ แต่หันไปหยิบจานมาตักแบ่งส่งให้
“ทานแบบนี้”
เซียนใช้ส้อมม้วนสปาเก็ตตี้ส่งให้มอม
“ไอ้เซียน เอ็งนี่ต้องหัวกระแทกอย่างแรงเลยว่ะ พอฟื้นขึ้นมาถึงได้กลายเป็นผู้ดีทั้งกาย...วาจา...ใจ...ไปหมด”
“ชายสี่ อร่อยจริงๆว่ะ” มอมบอก

เซียนเอาสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาไปให้สายไหมกิน สายไหมรับส้อมที่ม้วนสปาเก็ตตี้จากเซียนมาเข้าปากแล้วสายไหมก็ต้องแปลกใจสุดๆ กับความอร่อย
“ทำเองแน่เรอะ! ไอ้เซียน”
“ผมเป็นพยานได้เลย ป้า”
สายไหมมองเซียนอย่างเพ่งพิศ
“เซียน ทั้งหมดที่พูดมา เอ็งไม่ได้หลอกป้าใช่มั้ย”
“ป้าก็ชิมสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาของผมไปแล้วนี่ครับ”
สายไหมยังคงมองเซียนเพ่งพิศ
“ถ้าไม่เห็นมันผัดกับตา ผมก็ไม่เชื่อเหมือนกัน” ชายสี่บอก

ค่ำวันเดียวกันนั้นที่บ้านชายสี่ ชายสี่ ลุงป่อง ป๋อง มอมนั่งคุยกันถึงเรื่องนี้
“เราต้องการข้อพิสูจน์มากกว่า สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา”
“แต่มันก็ไม่เหมือนไอ้เซียนคนเดิมตั้งแต่ฟื้นแล้วนะ”
“เราต้องพามันไปพบกับคุณครรชิตอีกที”
“เขาจะได้หาว่า พวกเราเป็นสิบแปดมงกุฎ รวมหัวกันหลอกลวง”
“ข้ามีวิธีดีกว่านั่นอีก” ชายสี่บอก ทุกคนมองมาที่ชายสี่เป็นจุดเดียว “ต้องหาทางพบปลาใหญ่ให้ได้”
“เออ! ใช่ พาปลาใหญ่มาพบไอ้เซียน หรือไม่ก็พาไอ้เซียนไปพบปลาใหญ่”
“เขาจะยอมหรือวะ ปลาใหญ่ปลาเล็กอะไรนั่นนะ...ยิ่งถ้าสมมุติว่าเป็นเรื่องจริงนะ ยังไงไอ้เซียนในร่างปลาใหญ่มันยิ่งไม่ยอมทิ้งความสะดวกสบายมาแน่ๆ”
“เอาอย่างนี้”
ชายบอกแผนการณ์ ทุกคนฟังอย่างตั้งใจ

ทั้งหมดมาหาเซียนแล้วพากันเดินมาที่บริเวณมุมเงียบๆ
“เอาละบ้านปลาใหญ่เบอร์อะไร”
ชายสี่ถามเซียน เซียนสูดลมหายใจยาว
“ขอให้สำเร็จเถอะ”
โทรศัพท์ในห้องรับแขกบ้านปลาใหญ่ดังขึ้น สมศรีเดินเข้ามารับ
“ฮัลโหล! บ้านมหาทรัพย์รุ่งเรืองกิจ ค่ะ”
“ฝากบอกคุณปลาใหญ่ด้วยว่า ป้าสายไหมเจ็บหนัก”
“ใครนะ”
“หมอเค้าบอกว่า จะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน เท่านี้แหละ” มอมปิดโทรศัพท์ “เรียบร้อย”
เซียนมีสีหน้ากังวลตลอดเวลา
“เราทำไม่ถูก มันเหมือนแช่งป้าสายไหม”
“เออน่า ป้าแกไม่ว่าหรอก เพราะนี่เป็นวิธีเดียวที่จะล่อปลาใหญ่ออกมา”

เซียนยังคงมีสีหน้ากลุ้มและเป็นกังวล

ปลาใหญ่นอนก่ายหน้าผาก มองเพดานอย่างครุ่นคิด แต่แล้วจู่ๆ ปลาใหญ่ก็ผุดลุกขึ้น

“โอ้ย รวยจนเบื่อ...ไปทำงานก็ดี จะได้เห็นหน้าน้ำเพชร” เสียงเคาะประตูดังขึ้น “อะไรอีกล่ะ” ปลาใหญ่เดินมาเปิดประตู “ว่าไง สมทรง”
“สมศรีค่ะ สมทรงน่ะอีกคน... เมื่อกี้มีคนโทร.มาสั่งให้บอกคุณปลาใหญ่ว่าป้าสายไหมเจ็บหนัก จะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน” ปลาใหญ่หน้าซีดราวกับช็อค เซผงะไป 2-3 ก้าว สมศรีตกใจและแปลกใจ “คุณปลาใหญ่เป็นอะไรคะ” ปลาใหญ่ปิดประตูใส่หน้าสมศรีทันที “อุ๊ย”
ปลาใหญ่เดินมาทรุดตัวลงนั่ง สีหน้าแววตายังช็อคอยู่

ปลาใหญ่คิดถึงภาพในอดีตเมื่อครั้งยังเป็นเด็กที่สายไหมคอยดูแลเขาอย่างดีจนกระทั่งถึงปัจจุบันที่ทั้งดุทั้งด่าเขา...ปลาใหญ่ยกขาขึ้นมานั่งกอดเข่า
“ป้า”
ปลาใหญ่ตัดสินใจลุกขึ้น เดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์แล้วเดินออกไป

ปลาใหญ่เดินออกมาจากตึก มองซ้ายมองขวา เห็นเอ็กซ์กำลังเช็ดและทำความสะอาดรถอยู่มุมหนึ่ง ปลาใหญ่เดินตรงไปหาแล้วส่งเสียงเรียก
“เอ็กซ์” เอ็กซ์หันมามอง แล้วลุกขึ้นยืน “ขอยืมมอ’ไซค์หน่อย”
“คุณปลาใหญ่จะไปไหนหรือครับ”
เอ็กซ์ถามอย่างแปลกใจ ปลาใหญ่หยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาหยิบเงินส่งให้เอ็กซ์ 2 พัน
“ไม่ต้องถามมาก... เอ้า ...เอาไป”
“ขับรถไปไม่ดีกว่าเหรอครับ ผมขับไปให้ก็ได้”
“ก็ฉันจะขี่มอ’ไซค์ มีอะไรมั้ย”
“ผมไม่มีอะไรกับเจ้านายอยู่แล้วละครับ” ปลาใหญ่แบมือ เอ็กซ์ล้วงกระเป๋าหยิบกุญแจให้ “นี่ครับ...” ปลาใหญ่ขึ้นขี่มอ’ไซค์...แบบคล่องขี่ผาดโผนข้ามประตูบ้านออกไปอย่างชำนาญจนเอ็กซ์แทบไม่เชื่อสายตา “เฮ้ย”

ขณะนั้นสมทรงกับสมศรีกำลังกันเรื่องของปลาใหญ่อยู่
“ท่าทางคุณปลาใหญ่ยังกับเป็นญาติกับยัยสายไหมสายหมอกอะไรนั่นแน่ะ”
“แล้วทำไมแกไม่มาบอกฉันก่อน”
“ไปแล้ว” เสียงเอ็กซ์ดังขึ้นอย่างตื่นเต้น สองสาวหันมามอง “คุณปลาใหญ่มาขอยืมมอ’ไซค์ ฉันซิ่งไปแล้ว”

เอ็กซ์โทรรายงานเกริกก้องเรื่องนี้
“แล้วทำไมไม่ตามไป”
“ผมตามไม่ทันครับ คุณปลาใหญ่ซิ่งเก่งไม่แพ้ผมเลยครับ แถมยังผาดโผนข้ามกำแพงบ้านออกไปอีก”
“เป็นไปไม่ได้ ไอ้เด็กเนิร์ดนั่นมันไม่มีทางทำบ้าทำบออย่างนั้นแน่”
“ผมเห็นกับตาเลยครับนาย”
“แกลองตามไปที่ชุมชนฯ อะไรนั่นซิ มอเตอร์ไซค์ไม่มีก็ไปแท๊กซี่”
“ได้ครับ”
เอ็กซ์เก็บโทรศัพท์แล้วเดินไปที่ประตูเล็ก เกริกก้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มือยังถือโทรศัพท์ไว้
“ขี่ผาดโผนข้ามกำแพงบ้าน ...เป็นไปได้ยังไง”

ปลาใหญ่ซิ่งมอเตอร์ไซค์มาที่ชุมชนพัฒนาสู่สุขาวดี พอมาถึงปากซอยก็เบรครถสุดตัวเพราะกลุ่มชายสี่ได้จอดมอเตอร์ไซค์เรียงขวางไว้ ชายสี่และสายพิณเดินตรงมา ปลาใหญ่เหมือนเดาเรื่องออกรีบซิ่งออกไปจากที่นั้นทันที
“เฮ้ย ตามไป”
ป๋อง ลุงป่อง มอม รีบตาม ชายสี่และสายพิณรีบกลับมาขึ้นรถ และซิ่งตาม
ปลาใหญ่ซิ่งมอเตอร์ไซค์ลดเลี้ยวมาตามถนนค่อนข้างว่างโดยมีกลุ่มชายสี่ซิ่งตาม ปลาใหญ่ซิ่งหนี

ที่บ้านสายไหม เซียนกำลังยกหม้อก๋วยเตี๋ยวผัดปิดฝาเรียบร้อยออกมาจากบ้าน กลุ่มชายสี่เดินตรงมาอย่างรีบร้อน
“อ้าว ไม่ไปเข้าวินกันหรือครับ”
ชายสี่คว้าแขนเซียน
“มานี่หน่อย”
“โอ๊ย เดี๋ยวหม้อตกครับ”
“เอามานี่ พิณจัดการเอง” สายพิณดึงหม้อจากเซียน ส่งให้ลุงป่อง “ลุงเอาไปให้ป้าไหมที”
“อ้าว เฮ้ย” ลุงป่องรับมาอย่างงๆ
“ไม่อยากได้ความดีความชอบเรอะไง ป้าไหมเขาจะได้เห็นใจลุง”
“เออ...ก็ได้”
ลุงป่องรีบยกหม้อไป ชายสี่และพวกช่วยกันลากแขนเซียนออกไป เซียนพยายามขืนตัวไว้
“เดี๋ยว จะไปไหน”
“ไปซิ่งกันหน่อย”
“ผมซิ่งไม่เป็น”

เซียนบอกอย่างตกใจ แต่ทั้งหมดไม่ฟังช่วยกันลากเซียนออกไปจนได้

กลุ่มชายสี่ลากตัวเซียนมาถึงหน้าปากซอย

“ขึ้นรถ”
มอมบอกเซียนสะบัดจนหลุด หน้านิ่วคิ้วขมวด
“พวกคุณเป็นอะไรไป”
“พวกผมจะให้คุณซิ่งมอ’ไซค์”
“ผมไม่นิยมความเร็วแบบนี้ ถ้าหากจะคิดเลขแข่งกันละก็ผมยินดี”
“หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับเท่าหร่าย...” ป๋องทำเสียงล้อเลียน
“ป๋องไม่ควรเอาวิชาการมาล้อเล่น ถ้าผมขี่มอ’ไซค์เป็นละก็ผมคงมารับจ๊อบตามที่ลุงป่องชวนแล้ว แต่เพราะผมไม่เป็นก็เลยพยายามช่วยป้าสายไหมทำมาหากินด้วยวิธีอื่น ...”
กลุ่มชายสี่เกาหัว แล้วมองหน้ากัน
“พี่เซียน มองหน้าพิณซิ” สายพิณจับแขนเซียนให้หันมา เซียนเบือนหน้ามาทางสายพิณ “เรารู้จักกันมานานแล้ว ...”
“ไม่จริง... ผมเพิ่งรู้จักคุณครั้งแรกที่หน้าบริษัท คุณเรียกผมลงจากรถแล้วตบหน้าผม”
สายพิณชะงักแล้วปล่อยแขนเซียน
“พิณตบนายปลาใหญ่”
“ไอ้พิณ” ทุกคนเรียกสายพิณพร้อมกัน
“ผมคือปลาใหญ่ แต่พูดไปคุณก็ไม่เชื่อ”
“เรื่องนี้ต้องพิสูจน์”
“แต่เราก็พิสูจน์หลายอย่างแล้วเหมือนกันนะ”
“ผมก็อยากให้พวกคุณพิสูจน์จนมั่นใจ เรื่องอย่างนี้มันเหลือเชื่อก็จริงแต่สามารถพิสูจน์ได้ ผมยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่างเพื่อให้ความจริงเปิดเผยเร็วที่สุด เพราะผมเป็นห่วงงานเต็มทีแล้ว”
สีหน้าแต่ละคนมองเซียนอย่างทึ่งๆ

ค่ำวันเดียวกันนั้นที่บ้านยายปิ่น หลังจากยายปิ่นอาบน้ำเสร็จจึงทรุดตัวลงนั่งทาแป้ง
“มันน่าแปลกจริงๆ นะจ๊ะ ยาย” สายพิณบอก
“พิณเอ๊ย คนสมัยนี้มันหลอกลวงกันได้สารพัด เอ็งก็เห็นตามข่าวบ่อยๆ ป้าหลานมันอาจจะร่วมมือกันสร้างเรื่อง”
“ป้าไหมไม่ใช่คนแบบนั้น พี่เซียนก็อาจจะไม่ใช่คนดีนัก ...”
“อ๋อ มันเลวเลยละ ไม่ต้องมีอาจจ่งอาจจะหรอก”
“แต่เขาก็ไม่ฉลาด ขนาดพยายามสร้างเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ได้”
“อ้อ ยอมรับแล้วเรอะว่ามันโง่”
“ฮื้อ ยายนี่แหละ พี่เซียนเขาไม่ได้โง่ ยายเองก็เคยบอก”
แต่ตอนนี้ข้าว่ามันโง่แล้ว นังป้าของมันก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่าไปยุ่งด้วยเด็ดขาด”
“ยายจะโกรธอะไรเขาขนาดนั้น เคยรักกันปานจะกลืน”
“เพราะความโง่ย่อมมาก่อนความฉลาดไง”
สายพิณถอนใจเฮือก

ช่วงเวลาเพียวกันนั้นชายสี่และมอมเดินเงอะๆ งะๆ เข้ามาในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ครรชิตยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ สองหนุ่มรีบเดินตรงมาที่โต๊ะแล้วไหว้
“นั่งซิ”
“ขอบคุณครับ”
“พวกนายบอกว่ามีเรื่องสำคัญ”
“ครับ วันนี้คุณปลาใหญ่มาที่ชุมชน ความจริงก็ไม่ได้มาเองหรอกครับ แต่เราหลอกมา...”
“เพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นใคร และใครเป็นเขากันแน่”
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ”
ชายสี่กับมอมผผลัดกันเล่าให้ครรชิตฟัง ครรชิตฟังด้วยสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด

ส่วนที่บ้านปลาใหญ่ขณะนั้นเกริกก้อง จันทร์ทิพย์และรัญญากำลังนั่งปรึกษากันเรื่องปลาใหญ่
“ถ้าหากว่า ปลาใหญ่ไม่ใช่ปลาใหญ่จริงๆ ล่ะคะ”
“ก็ดีน่ะซิคะ น้องรัน”
สมศรีเข้ามาคุกเข่าเรียบร้อย
“คุณครรชิตไม่อยู่ค่ะ”
“หายหัวไปไหน”
“กลัวจะต้องตอบคำถามเรามั้งคะ”
“ไอ้ครรชิตนี่แหละ ตัวอุปสรรค”
“ไม่ยากนี่คะ กำจัดมันไปก็สิ้นเรื่อง”
เกริกก้องหันมาทาทางสมศรี
“ถ้าเขากลับเมื่อไหร่ บอกว่าฉันต้องการพบทันที”
“ค่ะ”
สมศรีลุกเดินออกไป
“แล้วปลาใหญ่มันเตลิดเปิดเปิงไปไหนก็ไม่รู้”
“ไปแล้วไปเลย ไม่ต้องกลับมายิ่งดี”

ขณะนั้นปลาใหญ่อยู่ที่ถนนสวายหนึ่งกับก๊วนเด็กแว้นท์ที่กำลังแข่งซิ่งกันเสียงดังสนั่นหนวกหู มอเตอร์ไซค์ ปลาใหญ่แล่นเฟี้ยวผ่านไป ปลาใหญ่สนุกสนานเต็มที่
ที่ร้านอาหาร ครรชิตมีสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิดกับสิ่งที่ชายสี่และมอมเล่าให้ฟัง
“คุณปลาใหญ่เป็นคนขี้สงสาร ท่านอาจจะไปเยี่ยมเพราะความสงสาร”
“โดยที่ไม่เคยรู้จักกันเลยเนี่ยนะครับ ผมว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนไม่รู้จักกันจะเป็นห่วงกันมากขนาดนั้น”
“ฉันก็ไม่รู้ ... แต่ไอ้อย่างที่นายเล่ามา มันก็เป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่าอีก”
“ผมถึงบอกว่าต้องพิสูจน์กันไงครับ”
“ไหน พวกนายมีแผนอะไร”
“อย่าเรียกว่าแผน เพราะมันฟังดูไม่ค่อยดี เอาเป็นเรียกว่าทำให้ทุกอย่างกลับเข้าที่เข้าทางดีกว่า”
“ว่ามา”
ชายสี่กับมอมช่วยกันเล่าแผนการให้ครรชิตฟัง

คืนนั้นเมื่อครรชิตกลับถึงบ้าน สมศรีรออยู่แล้วจึงรีบบอกตามที่เกริกก้องสั่ง
“คุณผู้ชายให้คุณครรชิตไปพบค่ะ”
ครรชิตมีสีหน้าแปลกใจนิดหนึ่งแล้วพยักหน้า สมศรีเดินออกไปครรชิตนึกได้จึงถามขึ้นมา
“อ้อ คุณปลาใหญ่กลับมาหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ”

ครรชิตมีสีหน้าเป็นห่วงและดูกังวลมาก


แสบสลับขั้ว ตอนที่ 4 (ต่อ)

ขณะนั้นการแข่งขันของเด็กแว้นท์ยังคงดำเนินต่อไป ทันใดนั้นเสียงไซเรนก็ดังขึ้น รถตำรวจแล่นมากันมากพอสมควร กลุ่มเด็กแว้นท์แตกกระเจิง ปลาใหญ่ซิ่งหนีไปด้วยความเร็ว

เกริกก้องยืนหันหลังให้ทอดสายตามองออกไปภายนอกเหมือนกำลังใช้ความคิด ครรชิตเดินเข้ามา
“สมศรีบอกว่าคุณก้องต้องการพบผม”
เกริกก้องหันมา
“ปลาใหญ่ยังไม่กลับบ้านใช่ไหม”
“ไม่ทราบเหมือนกันครับ ผมเองก็เพิ่งกลับ”
“ผมพูดถึงปลาใหญ่” เกริกก้องตวาด ครรชิตนิ่งไป “ปลาใหญ่ไปหัดมอเตอร์ไซค์ผาดโผนมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“คุณปลาใหญ่ไม่ชอบกีฬาชนิดนั้น คงไม่ได้หัดหรอกครับ”
“แต่มันขี่มอเตอร์ไซค์เจ้าเอ็กซ์ ข้ามกำแพงบ้านออกไปเมื่อตอนบ่าย”
ครรชิตสะดุ้ง
“ขะ...ขะ... ข้ามกำแพงเลยหรือครับ”
“ฉันไม่เห็น แต่เจ้าเอ็กซ์มันยืนยันอย่างนั้น”
“เอ็กซ์คงจะตาฝาด”
“คุณครรชิต”
“ครับ”
“มีหลายๆ อย่างไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับปลาใหญ่ ความจริง ฉันก็ไม่ได้อยากทำหรอกนะ แต่ถ้าปลาใหญ่ยังคงผิดปกติอย่างนี้อยู่ ฉันก็คงต้องยื่นศาลขอเป็นผู้จัดการมรดกของพี่เกรียงไกรแทน”
ครรชิตสะดุ้งเฮือก ขณะที่เกริกก้องมองด้วยสีหน้าของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า

ครรชิตเดินออกมามือถือรีโมทปิดเปิดประตู ครรชิตนั่งลงตรงหน้าบ้านนั้นเองด้วยสีหน้ากลุ้มใจ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ ท่านประธานเกรียงไกร”
มีเสียงมอเตอร์ไซค์ และแสงไฟตรงมา ครรชิตกดรีโมท... ประตูเปิดออก ปลาใฝหญ่ขี่มอเตอร์ไซค์เลี้ยวเฟี้ยวฟ้าวมาจอดหน้าบ้าน ปลาใหญ่ลงจากรถและถอดหมวกกันน๊อคออก
“ยังไม่นอนอีกเรอะ คุณคัน”
“จะนอนได้ยังไงครับ ในเมื่อคุณปลาใหญ่ยังไม่กลับ”
“เฮ้ย ไอ้ปลาใหญ่น่ะมันโตจนหมาเลียตู...เอ๊ย ก้นไม่ถึงแล้วนะ”
ครรชิตลุกขึ้นยืน
“หมาอาจจะเลียก้นไม่ถึงก็จริง แต่อันตรายมันจะเอื้อมมาถึงโดยไม่รู้ตัว”
ปลาใหญ่ส่ายหน้าและพูดขณะเดินเข้าบ้าน
“เลี้ยงแบบนี้ไม่ไหว”
ครรชิตเดินตามเข้าไป
“พรุ่งนี้ อย่าลืมตื่นแต่เช้านะครับ”
ครรชิตบอก ปลาใหญ่ยกมือขึ้นเป็นเชิงรับรู้โดยไม่ได้หันมา

เช้าวันรุ่งขึ้นครรชิตมาเคาะประตูหน้าห้องปลาใหญ่
“คุณปลาใหญ่ คุณปลาใหญ่ครับ คุณปลาใหญ่”
ครรชิตทุบประตูอยู่ครู่หนึ่ง ประตูจึงเปิดออก ปลาใหญ่ยืนงัวเงียโงนเงนตาปรือ
“คุณคัน ผมจะสั่งหักเงินเดือนคุณโทษฐานรบกวนเจ้านายแต่เช้า”
“นี่มันจะแปดโมงแล้วนะครับ”
“8 โมง ปกติผมตื่น 11 โมง” ปลาใหญ่โวยลั่น
“แต่นี่มันไม่ปกติ เพราะคุณปลาใหญ่ต้องไปทำงาน”
ปลาใหญ่ชะงัก

ครรชิตพาปลาใหญ่เข้าบริษัทมา ปลาใหญ่เดินเข้ามาในห้องทำงานแล้วกวาดตามองไปจนทั่ว แม้กระทั่งเพดาน โดยมีน้ำเพชรเดินตามเข้ามาคอยจับจ้องทุกอิริยาบถ ปลาใหญ่ค่อยๆ หันกลับมาว่างท่าเก็กเต็มที่
“แล้วไงต่อ”
“เซ็นชื่อค่ะ เดี๋ยวน้ำจะไปเอาเอกสารเข้ามาให้”
ปลาใหญ่ชะงักนิดหนึ่ง
“แล้วตอนผมไม่สบาย ใครเซ็นล่ะ”
“ท่านรองประธานค่ะ”
“งั้นก็ให้เขาเซ็นต่อไป”
“ไม่ได้ค่ะ ก็ท่านประธานหายแล้ว”
“คุณน้ำเพชรคนสวย มือผมยังไม่แข็งแร็งพอ” ปลาใหญ่ยกมือข้างขวาขึ้น ทำเป็นห้อยไปมาตรงหน้าน้ำเพชร
“นี่ไง จะหยิบจะจับอะไรมันก็ไม่ถนัด”
“แล้วทำไมคุณปลาใหญ่ไม่ไปหาหมอล่ะคะ”
“ขี้เกียจ อูย ยกขึ้นแล้ว พอจะเอาลงก็ลำบาก คุณช่วยผมหน่อย”
“ช่วยอะไรคะ”
“ค่อยจับมือผมลง”
“ได้ค่ะ”
น้ำเพชรค่อยๆ เอื้อมมือมาจับมือปลาใหญ่ ปลาใหญ่มองด้วยใจจดจ่อ
“แหม... มือนิ้ม ... ม....นิ่ม” น้ำเพชรชะงัก “คือ... ผมเพิ่งจะเคยถูกมือผู้หญิงเป็นครั้งแรก”
ปลาใหญ่ทำตาระยิบระยับ น้ำเพฃรมองสบตาปลาใหญ่อย่างเพ่งพิศ ซึ่งเหมือนตอนที่เซียนกำลังจับมือเธออย่างซาบซึ้ง น้ำเพชรสะดุ้งสะบัดทันทีท่าทางเหมือนถูกผีหลอกจนปลาใหญ่หน้าคะมำ
“อะไรกันครับ”
“ขอโทษค่ะ”

น้ำเพชรรีบเดินออกไปข้างนอกทันที ปลาใหญ่มองตามงงๆ

น้ำเพชรเดินออกมาจากห้องปลาใหญ่แล้วทรุดตัวลงนั่ง สีหน้าเหมือนยังงงๆ

“เป็นไปไม่ได้ สงสัยจะฟังคุณลุงเล่ามากไป เลยเห็นคุณปลาใหญ่เป็นไอ้เซียน”
ปลาใหญ่เดินออกมา
“คุณน้ำเพชร เมื่อกี้ทำหน้ายังกับถูกผีหลอก”
“ปลาใหญ่” ปลาใหญ่และน้ำเพชรหันมามอง จันทร์ทิพย์เดินตรงมา ติดตามด้วยเลขาฯถือช่อดอกไม้ และผู้ติดตามอีกสองสาว “Welcome จ้ะ...อรผกา ... เอาดอกไม้ไปวางในห้องท่านรองประธานไป๊”
“เอ๊ะ คุณปลาใหญ่มาทำงานแล้ว ก็ต้องเป็นท่านประธานตามเดิมไม่ใช่หรือคะ”
จันทร์ทิพย์หัวเราะเจื้อยแจ้ว
“เปลี่ยนกลับไปกลับมา ลูกค้าเค้าก็งงแย่ซิจ๊ะ....เด็กโง่”
ปลาใหญ่กระแอมเล็กน้อย
“ไม่งงหรอกครับ” จันทร์ทิพย์หันขวับมามองปลาใหญ่ น้ำเพชรเองก็แปลกใจปนดีใจ “ผมกลับมาแล้ว และก็คงจะไม่มีเหตุจำเป็นอะไรต้องรบกวนให้คุณอาก้องต้องเดือดร้อนมารับตำแหน่งแทนอีก” จันทร์ทิพย์อ้าปากค้าง มองปลาใหญ่อย่างประหลาดใจเหลือแสน “ขอบคุณสำหรับดอกไม้”
จันทร์ทิพย์พยายามจะพูดแต่ก็ไม่มีเสียงออกมาจึงหันหลังเดินกลับไปติดตามด้วยหมู่มวล ปลาใหญ่หลิ่วตากับน้ำเพชรแล้วเดินเชิดเข้าห้องอย่างสง่า น้ำเพชรมองตามอ้าปากค้าง

“ไอ้ปลาใหญ่น่ะเรอะพูดอย่างนั้น”
เกริกก้องย้อนถามอย่างไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่จันทร์ทิพย์บอก
“ค่ะ มันบ้าๆ บอๆ แบบเอาเรื่องนะคะ”
“ฉันไม่ให้ ใครจะทำไม...ฉันเหนือกว่า มันทั้งวัยวุฒิ... คุณวุฒิ...และวุฒิภาวะ ฉันต้องเป็นประธานส่วนมันแค่รองประธานก็วิเศษเกินไปเสียด้วยซ้ำ”

น้ำเพชรโทรบอกครรชิต ครรชิตจึงบรีบมาหาปลาใหญ่ที่ห้องทำงาน ครรชิตเดินเข้ามาในห้องติดตามด้วยน้ำเพชรซึ่งหอบเอกสารตามเข้ามา ปลาใหญ่ลุกขึ้นทันที
“ผมเก่งมั้ย คุณคัน”
“เก่งมากครับ...หนูน้ำ”
น้ำเพชรเดินมาวางเอกสารลงบนโต๊ะ ปลาใหญ่ชักหน้าเสีย
“อะไรครับ”
“เอกสารที่ท่านประธานต้องเซ็นชื่อไงครับ”
“คือ... ผม ... ผมยังเซ็นไม่ถนัด”
ครรชิตเบือนหน้ามาสบตาน้ำเพชร
“แต่ถ้าท่านประธานไม่เซ็น ท่านรองฯ ก็จะเซ็นแทนในฐานะประธาน”
ปลาใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ใหม่
“โอ้ย ทำไมมันยุ่งอย่างนี้ งั้นใครอยากเป็นก็ให้เขาเป็นไปละกัน”

น้ำเพชรและครรชิต มองท่าทีนั้นอย่างเพ่งพิศ

อีกด้านหนึ่งที่ห้องรับรองของบริษัทเซียน สายพิณและชายสี่ นั่งรอกันเงียบๆ จนกระทั่งน้ำเพชรและครรชิตเดินเข้ามา โดยน้ำเพชรหอบเอกสารเข้ามาด้วย สายพิณกับน้ำเพชรสบตากัน

มือน้ำเพชรเริ่มกระตุก ส่วนสายพิณเขม่นเข่นเขี้ยว
“หนูน้ำ เวลานี้ไม่ใช่เวลาจะมาตบกันเอง ถือว่าลุงขอร้อง” ครรชิตบอก
“สายพิณก็เหมือนกัน เวลาจะตบกันยังมีอีกเยอะแยะ ถือว่าพี่ขอร้อง” ชายสี่บอกสายพิณ ท่าทีของสายพิณจึงผ่อนคลายลง
“ ก็ได้”
น้ำเพชรวางเอกสาร ลงตรงหน้าเซียน
“ขอบใจที่ช่วยรักษาผลประโยชน์ให้”
เซียนบอก น้ำเพชรตาเขียวมอง แต่เซียนรับปากกาจากครรชิตแล้วเซ็นชื่อลงไป สีหน้าแต่ละคนมองอย่างลุ้นเต็มที่ เซียนเซ็นชื่อเป็นลายเซ็นปลาใหญ่ น้ำเพชรและครรชิตเบิกตากว้าง
“คุณปลาใหญ่”
“เหมือนมั้ยครับ” ชายสี่ถาม
“ไม่ใช่แค่เหมือน ... แต่ใช่เลย” ครรชิตบอก “ผมไม่รู้จะพูดยังไง”
ครรชิตบอกพร้อมกับมองหน้าเซียยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ผมเข้าใจ เรื่องนี้พูดให้ตายก็ไม่มีใครเชื่อ แล้วถ้าเกิดแพร่ออกไป ผู้ไม่หวังดีอาจจะถือโอกาสเอาไป เป็นประโยชน์กับพวกตัวเอง”
“เอ้อ...แต่เราจะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ นายเซียนจะทำบริษัทเสียหายเจ๊งหมด” น้ำเพชรบอก
“มากไป เยอะ พี่เซียนไม่ได้แย่อย่างนั้นหรอกค่ะ แล้วเรื่องนี้พี่เซียนก็ไม่ได้ผิด นายปลาใหญ่ต่างหากที่เป็นต้นเหตุ” สายพิณออกตัวแทนเซียน ปลาใหญ่ในร่างเซียนจึงหันมามองสายพิณแว่บหนึ่ง
“ผมเสียใจที่เป็นสาเหตุให้ทุกคนต้องยุ่งยาก”
“รู้ตัวก็ดีแล้ว”
“อย่ามาพูดจาบ้านๆ แถวนี้”
“แล้วจะให้พูดยังไงย่ะ นังหมวย”
“จะหาเรื่องเรอะ นังนกฮูกตาถลน”
สองสาวถลาเข้าหากัน เซียนคว้าตัวน้ำเพชรไว้ ขณะชายสี่คว้าสายพิณ
“ไอ้พิณ อย่า”
“ผมขอร้องละ คุณน้ำ”
“ก็ได้”
“อย่าให้มันมายุ่งกับฉันละกัน”
ประตูเปิดออก รัญญาเดินเข้ามาตามด้วย รปภ. ร่างใหญ่สองคน
“เข้ามาสุมหัวทำอะไรกัน” ทุกคนหันมามอง รัญญากวาดตามอง “ฉันถามว่ามาสุมหัวทำอะไร”
“หน้าตาก็ดีหรอก แต่ปากเหม็น” ชายสี่บอก
“ว้าย ไอ้บ้า”
“ระวังเถอะ หนอนมันจะออกมากับคำพูดเน่าๆ”
“ลากมันออกไปเดี๋ยวนี้”
รัญญาหันไปสั่ง รปภ. ...รปภ.ก้าวเข้ามา
“เดี๋ยว... คุณเซียนคนนี้มีบุญคุณกับคุณปลาใหญ่ครับ” ครรชิตบอก “ถ้าเขาเอาเรื่อง เราอาจจะต้องเสียเงินเสียทองเพราะเขาไม่ใช่คนผิด”
“ไม่เกี่ยวกับฉันนี่”
“เกี่ยวครับ คุณปลาใหญ่เป็นเจ้านายของทุกคนที่นี่ เรื่องของคุณปลาใหญ่ย่อมมีผลกระทบต่อทุกคน”
รัญญามองครรชิตเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

ทางด้านปลาใหญ่ ขณะนั้นกำลังเล่นเกมส์อยู่อยู่ในห้อง เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เชิญครับ คุณน้ำ”

ประตูเปิดออก เซียนเดินนำครรชิตเข้ามา ปลาใหญ่ตกใจหน้าเสีย เซียนมองปลาใหญ่เขม็ง

โปดติดตาม "แสบสลับขั้ว" ตอนต่อไปเวลา 09.30 น.
กำลังโหลดความคิดเห็น