xs
sm
md
lg

เล่ห์ร้อยรัก ตอนที่ 7

เผยแพร่:

เล่ห์ร้อยรัก ตอนที่ 7
 
บริเวณระเบียงบ้าน เอนกนั่งดื่มเหล้าอยู่ อนุทินเดินเข้ามาพอดีแล้วถามขึ้น

“พ่อยังไม่นอนอีกหรือครับ”
“อืมม์ แกไปไหนมากลับซะดึก”
“สังสรรค์กับเพื่อนน่ะครับ ผมขอตัวนะครับ”
อนุทินเดินเข้าบ้านไป เอนกกดโทรศัพท์หาลูกน้อง ปลายสายไม่มีใครรับ เอนกวางสาย
อย่างหงุดหงิด ญาดาเดินเลี้ยวผ่านมาทางบ้านเอนกก็ต้องรีบหลบทันที
“ คุณอาเอนกนี่หว่า”
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เอนกกดรับแล้วลุกขึ้นยืนพูด
“ฮัลโหล เออชั้นเอง มีเรื่องจะให้แกช่วยหน่อย”
ญาดาก้มตัวลงมุดต่ำเพื่อจะคลานผ่านไป
“ชั้นต้องการให้แกอุ้มหลานชายชั้นให้หายไปจากเมืองไทย”
ญาดาที่กำลังคลานอยู่ชะงักทันที
“ใช่ ชื่อภูบดี”
ญาดาสะดุ้งแล้วหยุดมองไปที่เอนก
“อย่าให้พลาดนะ เออ เออ”
เอนกวางสายแล้วยกเหล้าขึ้นสาดลงลำคอจนหมด แล้วเดินเข้าบ้านไป ญาดาสีหน้าตกใจเพราะคิดไม่ถึง
“หมายความว่าไง”
โทรศัพท์มือถือญาดาสั่นเข้ามา ตาลกดรับ
“ฮัลโหล”
“อยู่ไหนเนี่ย แม่รอนานแล้วนะ”
“เอ่อ แม่ สงสัยหนูจะไปกับแม่ไม่ได้แล้ว”
“ทำไม” เจ๊อ้อยถาม
“คุณภูกำลังมีอันตราย หนูต้องอยู่กับเค้าก่อน”
“นี่เอ็งจะบ้าหรือ”
“แต่หนูทิ้งเค้าไปตอนนี้ไม่ได้ แม่ไปก่อนนะ ถ้าหนูจัดการทางนี้เรียบร้อยหนูจะตามไป”
“ไอ้ตาล”
“แค่นี้นะแม่”
ญาดาวางสายแล้วสะพายเป้เดินกลับไปที่บ้านของพิพัฒน์
ภายในรถ เจ๊อ้อยบ่นฮุบ
“ตาล ฮึ่ย ไอ้ตาลนี่มันจะบ้าใหญ่แล้ว”
“เอาไงครับ” คนขับถาม
“กลับ”
รถตู้ขับออกไป


ภายในบ้านพิพัฒน์ในเวลาต่อมา ญาดาย่องกลับเข้าบ้าน มองซ้ายขวาเห็นไม่มีใคร สายตาใครคนหนึ่งมองลงมาห็นญาดากำลังย่องขึ้นบันได และแล้วญาดาก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อเห็นธาวินยืนรออยู่
“คุณภู”
“ไปไหนมา”
“เอ่อ ตาล ตาลออกไปเดินเล่นน่ะค่ะ”
“เดินเล่นในชุดนี้น่ะหรือ” ธาวินถาม
ญาดาสะดุ้งเหลือบมองตัวเองแล้วยิ้มกลบเกลื่อน
“คือ ตาลบอกความจริงก็ได้ค่ะ เพื่อนตาลเค้าชวนไปเต้นระบำน่ะค่ะ แต่ตาลเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว”
“แล้วทำไมไม่บอกผมตรงๆ ต้องแอบหนีมาตอนผมหลับ”
“ก็ .ตาลกลัวว่าคุณภูจะไม่ให้ไปนี่คะ”
“แล้วนั่นอะไร”
ธาวินชี้ไปที่เป้
“อ๋อ เมื่อกลางวันตาลซื้อของมาน่ะค่ะ เลยฝากไว้ที่ห้องต้นหอม”
ธาวินจ้องหน้าด้วยสายตาคาดคั้นแล้วถามตรงๆ
“นี่ตาลไม่ได้คิดจะหนีผมใช่มั้ย”
“เปล่าค่ะ ตาลจะหนีคุณภูไปไหนล่ะคะ ตาลเป็นเมียคุณภูนะ ไปนอนต่อเถอะค่ะ”
ญาดาเข้ามาเกาะแขน ธาวินมองอย่างไม่เชื่อใจ ญาดาหอมแก้มเอาใจ
“ไปค่ะ”
ญาดายิ้มแล้วดึงแขนของธาวินเข้าไปในห้องนอน
บนเตียงนอน ธาวินและญาดานอนหันหลังให้กัน ธาวินนอนลืมตาคิดถึงเรื่องเมื่อครู่
“ไปไหนมา”
“เอ่อตาล ตาลออกไปเดินเล่นน่ะค่ะ”
ธาวินเหลือบมองญาดาอย่างไม่ไว้ใจ
ญาดานอนลืมตาคิดเรื่องเอนก
“ชั้นอยากให้แกอุ้มหลานชั้นให้หายไปจากเมืองไทย ใช่ ชื่อภูบดี”
ญาดาถอนหายใจเบาๆก่อนจะขยับตัวหันมาเล่าเรื่องให้ธาวินฟัง
“คุณภูคะ คุณภูหลับรึยัง”
ธาวินชะงักแกล้งหลับตาไม่ตอบ ญาดาชะโงกมอง เห็นธาวินหลับก็ถอนหายใจเบาๆแล้วล้มตัวลงนอนลืมตาสีหน้าเครียด


เช้าวันรุ่งขึ้น ธาวินเดินจ๊อกกิ้งผ่านมาทางบ้านพักคนงาน ธาวินมองซ้ายขวาไม่เห็นใครก็เปิดประตูเข้าไปในห้องบุญทันทันที ธาวินนั่งตรงข้ามกับบุญทัน
“แกคิดว่าเธอจะหนีหรือ” บุญทันถามขึ้น
“ตอนแรกชั้นก็คิดอย่างงั้น แต่ทำไมอยู่ๆเธอถึงเปลี่ยนใจกลับมาก็ไม่รู้”
“ชั้นว่าเค้าคงตัดใจจากแกไม่ได้มากกว่า ถ้าเป็นแบบนี้แกยิ่งต้องระวังตัว”
“ทำไม”
“อ้าว ก็แสดงว่าเค้าตั้งใจจะจับแกจริงจังน่ะสิ”
“ชั้นว่าแกมองตาลเค้าแง่ร้ายเกินไป”
“แล้วแกว่าเค้ามีมุมไหนที่เรามองแง่ดีได้บ้าง ชั้นบอกตามตรงเลยนะ แกควรจะหาทางเลิกกับเค้าซะ”
เสียงเคาะประตูดังพร้อมๆกับสียงของมณทกานต์
“บุญทัน”
บุญทันกับธาวินสะดุ้ง
“น้องเมย์ แกไปแอบในห้องน้ำก่อน” บุญทันบอก
ธาวินรีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องน้ำ บุญทันเปิดประตู เห็นเมย์ยืนอยู่หน้าห้อง
“ชั้นได้ยินเสียงเหมือนนายคุยกับใคร”
“อ๋อ ผมฟังวิทยุน่ะครับ คุณเมย์มีอะไรหรือครับ”
“ชั้นมีเรื่องจะคุยด้วย”
มณทกานต์เดินเข้ามาในห้อง บุญทันเดินตามเข้ามา
“มีอะไรครับ”
“ชั้นจะแต่งงานกับนาย” มณทกานต์บอก
บุญทันสีหน้าอึ้งไปทันที
“ชั้นมาคิดดูแล้วเรื่องมันจะได้จบซะที”
ธาวินซึ่งหลบแอบอยู่ในห้องน้ำชะเง้อฟังจนเผลอก้าวเท้าเตะกระป๋องดังโครม !
มณทกานต์กับบุญทันชะงักกึกไปทันที
“ใครอยู่ในห้องน้ำ” มณทกานต์ถาม
“ไม่มีหรอกครับ สงสัยจะเป็นแมว”
มณทกานต์จะเดินไปดู แต่บุญทันขวางไว้แล้วบอก
“ไม่มีอะไรจริง ๆ ครับ”
“ถอยไป”
ในห้องน้ำ ธาวินมองซ้ายขวาหาทางหนีแต่ไม่มี
“เชื่อผมสิครับว่าไม่มีอะไร”
มณทกานต์ไม่เชื่อจะเดินไปที่ห้องน้ำ บุญทันรีบแก้สถานการณ์ดึงตัวมณทกานต์เข้ามาจูบ ธาวินแง้มประตูออกมาแอบดูก็เห็นบุญทันจูบมณทกานต์อยู่ ธาวินอมยิ้ม
มณทกานต์ได้สติผลักบุญทันออกแล้วต่อว่าทันที
“ไอ้บ้า ไอ้คนฉวยโอกาสนายนี่มันเลวจริง ๆ”
มณทกานต์เดินสะบัดหน้าออกจากห้องบุญทันไป บุญทันมองตามแล้วถอนหายใจ ธาวินเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วบอก
“แกนี่มันร้ายไม่เบานะ ไอ้ภู เห็นทำขรึมๆ”
“นี่ ไอ้วินที่ชั้นต้องทำแบบนี้เพราะชั้นไม่อยากให้น้องเมย์เค้าเจอแกหรอกนะ”
“จริงอ้ะ”
“ก็จริงสิ”
“แต่ชั้นว่าเมื่อกี้ถ้าไม่มีชั้นอยู่ด้วย แกคงจะ...” ธาวินพูดค้างไว้
“ชัทอัพ ชั้นไม่เหมือนแกที่บ้าผู้หญิง เอาล่ะ แกไปได้แล้ว”
บุญทันเดินออกไปที่หน้าประตูเพื่อมองลู่ทาง...ฉลุย ไม่เห็นใครในบริเวณนั้น
“ไม่มีใครแล้ว”
ธาวินเดินออกทำจ๊วบปากจุ๊บล้อเลียนใส่บุญทัน บุญทันผงะ
“ไอ้บ้านี่”
ธาวินเดินหัวเราะออกไป บุญทันมองตามแล้วส่ายหน้า
“ไอ้วินนะไอ้วิน น้องเมย์เลยโกรธเราไปอีก”


มณทกานต์เดินเข้ามาในบ้านมด้วยสีหน้าบึ้งตึง เจอกับอนุทินที่กำลังดื่มกาแฟ อนุทินมองน้องสาวแล้วถาม
“ไปไหนมาแต่เช้า”
“เดินเล่น”
“แล้วตกลงแกกับไอ้บุญทันจะแต่งกันเมื่อไหร่”
“พี่เอจะสนใจทำไม”
“ถ้าแกไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกับชั้น ชั้นคงไม่สน”
“งั้นพี่ก็คิดว่าชั้นเป็นคนอื่นแล้วกัน เพราะชั้นยังไม่ยุ่งเรื่องของพี่กับนังปารมีเลย”
“แกพูดเรื่องอะไร”
“ชั้นรู้นะว่าพี่แอบมีอะไรกับมัน”
“แล้วทำไม ชั้นไม่ได้เอาคนใช้มาเป็นเมียซะหน่อย อย่างน้อยปารมีเค้าก็ไม่ใฝ่ต่ำเหมือนแก”
มณทกานต์มองด้วยสายตาโกรธแล้วพูดประชด
“ใช่ ชั้นใฝ่ต่ำ ชั้นก็จะคอยดูว่านังปารมีมันจะดีกับพี่แค่ไหน”
มณทกานต์เดินสะบัดหน้าขึ้นชั้นบนไป
“หือ นังนี่”
อนุทินมองตามมณทกานต์ คิดว่า ถ้าไม่ใช่น้องสาวจะตบสักฉาด


ในเวลาเดียวกัน ญาดากำลังรินกาแฟให้พิพัฒน์
“ขอบใจ แล้วเอาเงินไปไถ่ตัวแม่รึยัง” พิพัฒน์ถาม
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณปู่ ตาลกราบขอบพระคุณคุณปู่อีกครั้งนะคะ”
“หนูเป็นเมียเจ้าภูก็เหมือนเป็นหลานสาวปู่”
“คุณปู่ดีกับหนูมาก จนหนูไม่รู้จะตอบแทนพระคุณยังไง”
“ก็ปู่บอกแล้วไงว่าให้รีบมีเหลนมาให้ปู่เลี้ยงเร็ว ๆ”
ญาดาฝืนยิ้มแล้วบอก
“ค่ะ”
ธาวินเดินลงมานั่งที่โต๊ะแล้วทักทายพิพัฒน์
“สวัสดีครับคุณปู่”
“เป็นไงบ้าง เมื่อวานทำงานวันแรก ไหวมั้ย” พิพัฒน์บอก
“ต้องไหวสิครับ คุณปู่ไม่ต้องห่วง”
ญาดารินกาแฟให้ธาวิน
“มีอะไรหนักใจตรงไหนรึเปล่า”
“ตอนนี้ยังไม่มีครับ”
เอนกเดินเข้ามาพอดี
“สวัสดีครับคุณพ่อ”
ญาดาชะงักมองหน้าเอนก
“อ้าว เอนก กินข้าว”
“ผมทานมาแล้วครับ” เอนกบอก
ธาวินเหลือบมองเอนกทำเหมือนไม่มีอะไรติดใจ
“สวัสดีครับคุณอา”
“อามีเรื่องจะมาปรึกษาหลานหน่อย”
“เรื่องอะไรครับ”
ญาดาเหลือบมองเอนกอย่างไม่ไว้ใจ
“ฝ่ายเอ็มแอลเค้าเสนอขอปรับปรุงสนามกอล์ฟที่รังสิต อาก็เลยอยากให้หลานแวะไปดูหน่อยว่าหลานมีความเห็นยังไง”
“ได้ครับ วันนี้วันหยุดผมว่างพอดี เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูบ่ายๆ” ธาวินบอก
“ดี งั้นเดี๋ยวอาจะโทรบอกทางนู้นให้เค้าต้อนรับ”
“ครับ”
“ขอตัวนะครับคุณพ่อ”
เอนกเดินออกไป ญาดามองตามอย่างรู้สึกถึงลางไม่ดี
“มีอะไรไม่เข้าใจก็ปรึกษาเอนกเค้าได้ทุกเรื่อง เค้าอยู่กับปู่มานานจนเหมือนเป็นลูกชายปู่คนนึง”
ธาวินฝืนยิ้มแล้วรับคำ
“ครับ”
ธาวินยกกาแฟขึ้นจิบไม่พูดอะไร ญาดามีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด


บุญทันขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพิพัฒน์ ธาวินเดินออกมาจากบ้าน บุญทันเปิดประตูรถให้ ธาวินจะก้าวขึ้นรถ ญาดาวิ่งตามลงมาแล้วเรียก
“เดี๋ยวค่ะคุณภู”
บุญทันกับธาวินชะงัก
“มีอะไรตาล” ธาวินถาม
“ตาลไปด้วยนะคะ”
“เอ่อ...”
ธาวินมองหน้าบุญทันราวกับจะขอความช่วยเหลือ
“แต่คุณภูไปทำงานนะครับ ไม่ได้ไปเที่ยว” บูญทันว่า
“ชั้นรู้”
ญาดาหันมาพูดกับธาวิน
“ตาลอยู่บ้านคนเดียวมันเบื่อน่ะค่ะ ให้ตาลนั่งรถเล่นไปด้วยคนนะคะ ตาลไม่ยุ่งกับงานคุณภูหรอกค่ะ”
ธาวินสบสายตากับบุญทัน
“ว่าไงบุญทัน”
“ทำไมต้องถามบุญทันด้วยคะ”
“อ๋อ ผมหมายถึงว่าบุญทันจะมีปัญหาอะไรรึเปล่า”
“นายมีปัญหาหรือบุญทัน ถ้าชั้นจะไปด้วย” ญาดาถาม
“ไม่มีครับ เชิญครับ”
ญาดาเดินนำขึ้นไปนั่งในรถ ธาวินมองหน้าบุญทันก่อนจะขึ้นตามไป บุญทันปิดประตูแล้วเดินไปขึ้นรถ เอนกยืนอยู่มุมหนึ่งมองตามรถที่บุญทันขับออกไปแล้วกดโทรศัพท์
“ออกไปแล้วนะ”


บุญทันขับรถขณะสายตาเหลือบมองกระจกหลัง เห็นญาดานั่งมองซ้าย มองขวา เดี๋ยวมองหลังอย่างคนระแวง วินเหลือบมองแล้วถาม
“มีอะไรรึเปล่า”
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ตาลแค่มองถนนน่ะค่ะว่าแถวนี้มันที่ไหน”
“ผมไปที่สนามกอล์ฟเลยนะครับ คุณภู” บุญทันว่า
“อืมม์ นายรู้ที่ใช่มั้ย”
“รู้ครับ”
ธาวินหันกลับมามองญาดาที่ยิ้มให้


รถขับไปตามทาง จนมาเลี้ยวเข้ามาจอดด้านหน้าของสนามกอล์ฟ ธาวินและญาดาก้าวลงจากรถ ผู้จัดการสนามกอล์ฟเข้ามาแนะนำตัว
“สวัสดีครับคุณภูบดี ผมประสิทธิ์เป็นผู้จัดการที่นี่ครับ”
“หวัดดีครับ นี่คุณตาลภรรยาผม”
“สวัสดีครับคุณตาล เชิญด้านนี้ครับ”
ประสิทธิ์เดินนำญาดากับธาวินไปที่ล็อบบี้


เอนกเดินถือโทรศัพท์ในมือแล้วเดินไปมาอย่างกระวนกระวายใจ มณทกานต์ลงมาจากชั้นบนเพื่อเปิดตู้เย็นรินน้ำเย็นดื่ม เหลือบมองเห็นพ่อเดินไปมาคอยดูโทรศัพท์ตลอดเวลา
“พ่อรอโทรศัพท์ใครหรือคะ”
“อ๋อ เปล่า ไม่มีอะไร”
เอนกรีบเดินขึ้นชั้นบนไป มณทกานต์มองตามอย่างแปลกใจ


ประสิทธิ์นำแผนที่ในสนามกอล์ฟมากางให้ธาวินดูโดยมีญาดานั่งอยู่ด้วย ส่วนบุญทันยืนอยู่ห่างออกไป ประสิทธิ์อธิบาย
“พื้นที่ส่วนสนามกอลฟ์ของเราจะแบ่งเป็นสามโซนครับ ด้านนี้เป็นโซนA ด้านนี้เป็นโซนB ส่วนโซนC ตอนนี้เราปิดไม่ได้ให้บริการครับ”
“อ้าว ทำไมล่ะครับ”
“ตอนที่น้ำท่วมส่วนโซน C ได้รับความเสียหายครับ”
ธาวินมองตามแผนที่ ขณะที่ญาดามองไปรอบบริเวณอย่างสำรวจและไม่ได้สนใจฟังการสนทนาของธาวินกับประสิทธิ์จนธาวินรู้สึกได้ จึงบอกว่า
“ถ้าตาลเบื่อจะไปเดินเล่นก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ตาลไม่เบื่อ ตาลนั่งอยู่กับคุณภูดีกว่า”
ญาดาส่งยิ้มให้ ธาวินยิ้มตอบเล้วหลือบมองไปที่บุญทัน
บุญทันมองญาดาอย่างไม่ชอบใจรู้สึกรำคาญที่ญาดาเกาะติดธาวินได้แต่ฝืนยิ้มอย่างเสียไม่ได้
“แล้วปัจจุบันนี่เรามีลูกค้ามาใช้สนามมากน้อยแค่ไหนครับ” ธาวินถาม
“จริงๆแล้วถ้าปีที่แล้วไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วม ผมคิดว่ายอดลูกค้าจะสูงขึ้นกว่าเดิมเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์”
ประสิทธิ์ส่งสมุดบันทึกรายงานให้ ธาวินเปิดดู
“คุณภูอยากจะดูพื้นที่จริงมั้ยครับ เดี๋ยวผมจะพานั่งรถดูรอบๆ”
“ดีครับ”
“งั้นรอซักครู่นะครับ” ประสิทธิ์บอก
สายตาใครบางคนมองเห็นประสิทธิ์ลุกเดินออกไป ธาวินยกน้ำขึ้นจิบแล้วนั่งเปิดดูเอกสารต่อ


ภายในห้องเอนก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เอนกซึ่งเดินไปมาอยู่รีบกดรับสายทันที
“ฮัลโหล เจอตัวแล้วใช่มั้ย อย่าให้พลาดนะชีวิตชั้นขึ้นอยู่กับแก”
มือปืนในชุดตีกอล์ฟตอบกลับว่า
“ครับ นายไม่ต้องห่วง”
มือปืนวางสายแล้วโผล่หน้าออกมามองธาวินอีกครั้ง
ขณะนั้น ประสิทธิ์ พาญาดา ธาวินและบุญทันขึ้นรถกอล์ฟออกวิ่งไปในสนาม ประสิทธิ์อธิบาย ธาวินซักถาม บุญทันนิ่งฟังอย่างตั้งใจ ส่วนญาดามองไปรอบๆอย่างระแวง


เมื่อเสร็จกิจ รถกอล์ฟขับเข้ามาส่ง ทุกคนก้าวลงจากรถ ธาวินพูดขึ้น
“เดี๋ยวผมจะคุยสรุปกับคุณเอนกอีกครั้งนะครับ”
“ครับ ถ้าจะปรับปรุงยังไงต้องบอกล่วงหน้าซักสามเดือนนะครับ เราจะได้ยกเลิกแขกที่จองมาทางอินเตอร์เน็ต”
“ครับ”
“งั้นเดี๋ยวเชิญคุณภูกับคุณตาลทานอะไรที่ห้องอาหารก่อนนะครับแล้วค่อยกลับ” ประสิทธิ์บอก
“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมไปหาอะไรทานข้างนอก”
“เอางั้นหรือครับ”
“ครับ ห้องน้ำอยู่ทางไหนครับ ผมจะขอเข้าห้องน้ำหน่อย” ธาวินถาม
“ทางนี้เลยครับ”
ประสิทธิ์จะเดินนำไป แต่ธาวินบอก
“ไม่เป็นไรครับคุณประสิทธิ์ เดี๋ยวผมไปเอง”
“งั้นผมไปเอารถนะครับคุณภู” บุญทันบอก
ธาวินพยักหน้าจะเดินออก
“ตาลไปด้วยค่ะ”
ญาดาเดินตามธาวินออกไป บุญทันมองตามแล้วส่ายหน้าอย่างหมั่นไส้
“ยัยนี่ติดไอ้ภูยังกะหมากฝรั่ง”


โปรดติดตามตอนต่อไป
เล่ห์ร้อยรัก ตอนที่ 7


ญาดากับธาวินเดินมาตามทางเพื่อจะไปห้องน้ำ เส้นทางนั้นมีคนเดินสวนไปมา
 
“ทำไมคุณภูต้องให้บุญทันนั่งรถกอล์ฟไปกับเราด้วย” ญาดาถาม
“ก็ผมเห็นว่าเรามาด้วยกัน”
“แต่เค้าเป็นคนขับรถนะคะ ไม่ควรให้เค้ามาฟังเรื่องธุรกิจ เดี๋ยวเกิดปากเสียเอาไปพูดเม้าท์มันจะไม่ดี” ญาดาเตือน
ธาวินนึกขำ
“บุญทันเค้าไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้นหรอก”
“คุณภูพูดเหมือนรู้จักเค้าดี”
“เอ่อ ไม่ใช่ ผมหมายถึงท่าทางเค้าไม่ใช่คนช่างพูด”
มือปืนโผล่หน้ามามองแล้วเดินตาม ญาดากับธาวินเดินเลี้ยวมาหน้าห้องน้ำ
“คุณภูเข้าเถอะค่ะ เดี๋ยวตาลจะรอข้างนอก”
“อ้าว ตาลไม่เข้าหรือ”
“ไม่ค่ะ ตาลมาเป็นเพื่อนเฉยๆ”
ญาดายิ้มให้ ธาวินพยักหน้าเดินเข้าห้องน้ำไป มือปืนที่แอบลอบมองอยู่ก็ชักปืนออกมาจากเอวเพื่อเตรียมตัว
หลังทำธุระเสร็จ ธาวินเดินออกมาหาญาดาแล้วบอก
“ไป เรียบร้อยแล้ว”
ญาดากับธาวินเดินกลับมายังทางเส้นเดิม มือปืนก้าวออกมายกปืนจะยิงธาวิน ทั้งญาดากับธาวินตะลึง อึ้งไป
มือปืนเหนี่ยวไก ญาดาตกใจเอาตัวเข้าขวางธาวินไว้ กระสุนทะลุเข้าร่างญาดา
“ตาล” ธาวินตะโกนร้องเรียกชื่อลั่น แล้วกอดตาลที่เลือดท่วมตัวไว้
รปภ.วิ่งเข้ามา มือปืนวิ่งหนีออกไป รปภ.วิ่งไล่ตาม
“ตาล ตาล”
บุญทันวิ่งเข้ามาถาม
“เกิดอะไรขึ้น”
“มีคนจะยิงชั้น แต่เธอเอาตัวเข้ารับกระสุน” ธาวินบอก
“พาเธอไปส่งโรงพยาบาลก่อน” บุญทันบอก
ธาวินอุ้มญาดาวิ่งออกไปขึ้นรถ


ญาดาหมดสตินอนอยู่บนเตียงรถเข็นของโรงพยาบาลที่กำลังเข็นมาอย่างรวดเร็ว ธาวินวิ่งตามร้องเรียก
“ตาล คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ”


ภายในห้องรับแขก พิพัฒน์เดินเข้ามานั่ง ปรารภรีบรายงานเรื่องญาดาโดนยิงให้ทราบ
“ว่าไงนะ หนูตาลถูกยิงงั้นหรือ”
“ใช่ครับ คุณภูโทรบอกผมเมื่อซักครู่นี้”
“แล้วตอนนี้เป็นยังไง”
“เห็นหมอบอกว่าอาการสาหัสครับ”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมหนูตาลถึงถูกยิง”
“คุณภูเล่าว่าคนร้ายต้องการยิงคุณภู แต่คุณตาลเอาตัวเข้ามาบังครับ”
“ใครกันที่มันคิดจะฆ่าหลานชั้น”
“ตอนนี้ตำรวจกำลังตามจับคนร้ายอยู่ เดี๋ยวผมจะไปโรงพยาบาล ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะโทรบอกท่านนะครับ”
“ชั้นไปด้วย”
“ผมว่าท่านอย่าไปเลยครับอยู่ฟังข่าวทางนี้ดีกว่า”
“ชั้นอยู่เฉยไม่ได้หรอก หนูตาลก็เหมือนเป็นหลานชั้นคนนึง”
“งั้นก็เชิญครับ”
พิพัฒน์เดินออก ปรารภเดินตามทันที


บริเวณหน้าห้องผ่าตัด ธาวินเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายใจ บุญทันนั่งรออยู่ด้วย
“ทำไมหมอไม่ออกมาซะที”
“ใจเย็นน่า ชั้นว่าเธอคงไม่เป็นอะไรหรอก หมอต้องช่วยเธอได้” บุญทันว่า
“ใจเย็นหรือ ตาลเค้าถูกยิงเพราะชั้นนะ แกยังบอกให้ชั้นใจเย็นอีกหรือไอ้ภู ถ้าเค้าตายไปใครจะรับผิดชอบ” ธาวินโวยวายลั่น
“นี่แกเป็นบ้าอะไร ชั้นรู้แล้วว่าเค้าถูกยิงเพราะช่วยแก แต่แกไม่เห็นต้องประสาทเสียขนาดนี้”
“ใช่สิ แกไม่ประสาทเสียหรอก เพราะแกไม่ได้เป็นอะไรกับเค้านี่”
“แล้วแกเป็นอะไรกับเค้า เค้าไม่ได้เป็นเมียแกจริงๆนะโว้ย”
“แต่เค้าช่วยชีวิตชั้นไว้ ถ้าไม่ใช่เค้าป่านนี้ชั้นตายไปแล้ว”
“เออ ชั้นรู้แล้วว่าเค้าช่วยชีวิตแก แล้วจะให้ทำไง หรือแกจะเข้าไปผ่าตัดเค้าเอง เอามั้ย หา”
ธาวินเจอบุญทันโวยกลับก็เงียบลง
“ชั้นว่าแกนั่งลงแล้วสงบสติอารมณ์ซะบ้าง เดี๋ยวหมอเค้าก็ออกมา” บุญทันบอก
ธาวินถอนหายใจแล้วนั่งลงอย่างหงุดหงิดและเป็นกังวลด้วยความเป็นห่วงญาดา บุญทันมองหน้าธาวินแล้วถาม
“ถามจริง แกชอบเค้าใช่มั้ย”
“ชั้นไม่รู้ ชั้นรู้แต่ว่าชั้นให้เค้าตายไม่ได้ แกเข้าใจรึเปล่าไอ้ภูว่าเค้าตายไม่ได้”
ธาวินบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง บุญทันมองอึ้ง
“ถ้าเป็นแบบนี้คงไม่ใช่แค่ชอบแล้วล่ะ”
“ออ ใช่ ชั้นรักเค้า มีอะไรรึเปล่า” ธาวินบอกด้วยน้ำเสียงหงุหงิดปนหาเรื่อง
“ก็เรื่องของแกสิ ไม่เกี่ยวกับชั้น”
ธาวินมองบุญทันอย่างหงุดหงิด บุญทันเมินหน้าไปอีกทางแล้วพยายามคิดว่าใครเป็นคนสั่งยิง หมอออกมาจากห้องผ่าตัดพอดี ธาวินลุกขึ้นถาม
“เป็นยังไงบ้างครับหมอ”
“ปลอดภัยแล้วครับ โชคดีที่กระสุนเฉียดปอดไปนิดเดียว”
“ผมเข้าไปดูเธอได้มั้ยครับ”
“อย่าเพิ่งเลยครับ ตอนนี้เธอยังไม่ได้สติ รอให้เธอฟื้นก่อนดีกว่า”
“ครับ”
ธาวินถอนหายใจโล่งอกแล้วว่า
“ขอบคุณพระเจ้า”
ธาวินลงนั่งสูดลมหายใจลึก บุญทันหันมามองแล้วพลอยถอนหายใจอย่างโล่งอกไปด้วย

เอนกเดินไปเดินมาอย่างหงุดหงิดอยู่ในห้องแล้วกดโทรศัพท์
“ทำไมมันไม่รับโทรศัพท์วะ”

ภายในโรงพยาบาล ปรารภกับพิพัฒน์เดินเข้ามาเจอวินและบุญทัน
“หนูตาลเป็นยังไงบ้าง”
“หมอบอกว่าปลอดภัยแล้วครับ”
พิพัฒน์ถอนใจอย่างโล่งอกแล้วถาม
“แล้วเห็นหน้าคนร้ายรึเปล่า”
“เห็นครับ แต่ผมไม่รู้จักมัน”
เสียงโทรศัพท์มือถือของปรารภดัง ปรารภกดรับทันที
“ฮัลโหล ได้ตัวแล้วหรือ”
ธาวิน พิพัฒน์และบุญทันมองไปมองปรารภเป็นตาเดียว
“อะไรนะ จริงหรือ ขอบใจมาก”
ปรารภวางสาย สีหน้าไม่เป็นปกติจนพิพัฒน์ต้องถาม
“มีอะไรปรารภ”
“ตำรวจบอกว่าจับคนร้ายได้แล้วครับ แต่มันซัดทอดว่าคุณเอนกเป็นคนว่าจ้าง”
“อะไรนะ”
ธาวินกับบุญทันมองหน้ากัน
“ตอนนี้ตำรวจกำลังไปเอาตัวคุณเอนกมาสอบปากคำครับ” ปรารภบอก
“จริงหรือ”
พิพัฒน์ทรุดลงนั่งอย่างหมดแรง ส่วนธาวินกับบุญทันมีสีหน้าเครียด

ภายในบ้านเอนก สาวใช้เดินนำตำรวจสามนายเดินเข้ามาที่บ้าน ขณะนั้น มณทกานต์กำลังนั่งกินข้าวอยู่ สาวใช้พูดขึ้น
“คุณเมย์คะ ตำรวจมาขอพบคุณพ่อค่ะ”
“มีเรื่องอะไร”
“สวัสดีครับ คุณเอนกอยู่มั้ยครับ” ตำรวจถาม
“อยู่ข้างบนค่ะ มีอะไรหรือคะ”
“มีคนซัดทอดว่าคุณเอนกเป็นผู้ว่าจ้างให้ไปยิงคุณภูบดีครับ”
“อะไรนะคะ ยิงคุณภูบดี”
“ใช่ครับ ขอโทษนะครับ”
ตำรวจเดินขึ้นไปที่ชั้นบน มณทกานต์ได้แต่ยืนงงทำอะไรไม่ถูก


บริเวณหน้าห้องนอนของเอนก ตำรวจกระชากปืนออกมาเตรียมป้องกันตัวแล้วเคาะประตู
“คุณเอนกครับ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เราได้รับแจ้งว่าคุณเป็นผู้ว่าจ้างให้นายชัยไปยิงคุณภูบดี”
ภายในห้อง เอนกมีสีหน้าอึ้งไป
“นี่ไอ้ชัยถูกจับหรือ”
“ขอให้คุณออกมามอบตัวด้วยครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจบอก
ที่ด้านนอก ตำรวจมองหน้ากันแล้วขยับลูกบิด ประตูล็อก
“ออกมามอบตัวเถอะครับ”
ภายในห้อง เอนกอยู่ท่ามกลางความสับสน
“ถ้าเรามอบตัวคุณพ่อต้องไม่ให้อภัยเราแน่ เอาไงดี”
เอนกเปิดลิ้นชักหยิบปืนออกมาดู
“อย่าให้เราต้องใช้กำลังกันเลยครับคุณเอนก” ตำรวจบอก
เอนกมองปืนแล้วมองไปที่ประตูแล้วคิดลังเลไปมา ตำรวจพยักหน้าให้ลูกน้อง เอนกมองปืนอีกครั้งราวกับตัดสินใจ
ลูกน้องตำรวจพุ่งตัวเข้ากระแทกประตู พร้อมกับเสียงปืนดัง ปัง
บริเวณชั้นล่าง มณทกานต์ได้ยินเสียงปืนก็ตะลึงไปชั่วขณะ เมื่อได้สติก็รีบวิ่งขึ้นชั้นบนทันที
“พ่อ! ”
ตำรวจพุ่งตัวเข้ามาก็เห็นเอนกนอนจมกองเลือด มณทกานต์วิ่งเข้าไปกอดศพในห้องจึงรู้ว่า เอนกใช้ปืนจ่อยิงที่ขมับตัวเอง
“พ่อ พ่อคะ พ่อ ทำไมทำแบบนี้ พ่อ”
มณทกานต์กอดศพเอนกร้องไห้สะอึกสะอื้น

เวลากลางคืนวันเดียวกัน ปรารภเดินมาหาพิพัฒน์และธาวินกับบุญทันที่บริเวณล็อบบี้โรงพยาบาล
“ว่าไงปรารภ เค้าได้ตัวเอนกมั้ย” พิพัฒน์ถามขึ้น
“คุณเอนกยิงตัวตายครับท่าน” ปรารภรายงาน
“หา จริงหรือ”
ธาวินกับบุญทันมองหน้ากัน ปรารภรายงานต่อ
“ครับ ตำรวจเพิ่งโทรมาบอกผมว่าคุณเอนกยิงตัวตาย”
“นี่มันอะไรกันเนี่ย หมายความว่าเอนกเป็นคนสั่งยิงนายภูจริงงั้นหรือ”
“ตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ครับ เดี๋ยวคงจะมาสอบปากคำคุณภู”
“ทำไมเอนกมันถึงทำแบบนี้”
พิพัฒน์ถึงกับหมดแรงและผิดหวัง
“ผมว่าคุณปู่กลับไปพักก่อนดีมั้ยครับ” ธาวินว่า
ปรารภสนับสนุนเห็นด้วย
“นั่นสิครับ ผมว่าท่านกลับบ้านก่อนดีกว่านะครับ เพราะตอนนี้คุณตาลก็ปลอดภัยแล้ว”
“บุญทันแกอยู่เป็นเพื่อนคุณภูนะ” พิพัฒน์สั่ง
“ครับ”
ปรารภประคองพาพิพัฒน์เดินออกไป ธาวินกับบุญทันหันมามองหน้ากัน
“แสดงว่าอาเอนกโกงบัญชีจริง ๆ เค้าถึงกลัวว่าเราจะจับได้เลยชิงลงมือสั่งยิงชั้นก่อน”
“นับว่าเค้าเลือดเย็นมากนะที่ทำแบบนี้” บุญทันบอก
“แกว่าเค้าจะเป็นคนที่ฆ่าคุณลุงภาคินมั้ย” ธาวินถาม
“ก็อาจจะเป็นไปได้ เค้าอาจจะฆ่าปิดปากลุงภาคิน เพื่อไม่ให้บอกคุณปู่เรื่องโกงเงินบริษัท”
ธาวินพยักหน้าถอนหายใจแล้วบอกว่า
“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าเงินมันจะทำให้คนเรากล้าทำเรื่องโง่ๆแบบนี้”
บุญทันนึกถึงมณทกานต์ก็ชะงักและบอกธาวิน
“น้องเมย์ เดี๋ยวชั้นมานะ”
“แกจะไปไหน”
“ชั้นจะไปดูน้องเมย์”
ธาวินพยักหน้า บุญทันรีบเดินออกไปทันที
ภายในห้องนอนคนไข้ในเวลากลางคืน ญาดานอนหลับอยู่บนเตียง ข้างตัวมีเสาที่ห้อยถุงน้ำเกลืออยู่ ธาวินเปิดประตูเดินเข้าห้องมาที่เตียง ธาวินจับมือญาดาที่ยังหลับอยู่ขึ้นมาจูบอย่างแผ่วเบา ญาดาขยับลืมตาตื่นด้วยอาการเบลอๆเพราะยังมีฤทธิ์ของอาการเมายาสลบอยู่ ญาดาเรียกเสียงแผ่ว
“คุณภู ”
“ตาลเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหน”
ญาดาส่ายหน้าแล้วยิ้มให้
“ไม่ค่ะ คุณภูเป็นอะไรรึเปล่า”
“ผมปลอดภัย ตาลต่างหากที่ต้องมาเจ็บตัวเพราะผม ผมขอโทษนะ ตาลหลับเถอะ เดี๋ยวผมจะนั่งเป็นเพื่อนอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน”
ญาดาพยักหน้าแล้วหลับตาลงอีกครั้ง ธาวินลงนั่งข้างเตียงกุมมือตาลไว้


ในเวลาเดียวกัน มณทกานต์นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในบ้าน บุญทันเดินเข้ามาหยุดมองแล้วเดินเข้าไปหา มณทกานต์เงยหน้ามอง บุญทันนั่งลงข้างๆ
“ผมเสียใจด้วย” บุญทันบอก
น้ำตาอาบแก้มมณทกานต์ บุญทันเช็ดน้ำตาให้ มณทกานต์โผเข้ากอดบุญทันร้องไห้สะอึกสะอื้น

ภายในห้องคนไข้ ธาวินนั่งมองญาดาอยู่ข้างเตียง แล้วนึกถึงคำพูดของบุญทัน
“ก็แสดงว่าเค้าตั้งใจจะจับแกจริงจังน่ะสิ”
“ชั้นว่าแกมองตาลเค้าแง่ร้ายเกินไป”
“แล้วแกว่าเค้ามีมุมไหนที่เรามองแง่ดีได้บ้าง ชั้นบอกตามตรงเลยนะ แกควรจะหาทางเลิกกับเค้าซะ”
และภาพที่มือปืนยกปืนจะยิงแล้วญาดาเอาตัวเข้าบังกระสุน
ธาวินเพ่งมองญาดาแล้วบอก
“ผมเป็นหนี้ชีวิตคุณ ผมสัญญาผมจะรักและดูแลคุณตลอดไป”
ธาวินยกมือญาดาขึ้นมาจูบอย่างเนิ่นนาน ญาดายังหลับไม่รู้เรื่อง

ภายในบ้าน มณทกานต์เงยมองบุญทัน น้ำตายังคลอรื้นที่ดวงตา บุญทันแนะนำว่า
“ผมว่าคุณควรจะขึ้นนอนได้แล้วนะครับ เพราะพรุ่งนี้มีเรื่องที่คุณต้องทำอีกเยอะ”
“ชั้นนอนไม่หลับหรอก แล้วอีกอย่างชั้นต้องรอพี่เอ ตอนนี้พี่เอกำลังไปคุยกับตำรวจ”
“งั้นผมจะนั่งเป็นเพื่อนคุณ คุณหิวรึเปล่า”
“ไม่ ชั้นไม่หิว”
“งั้นดื่มอะไรเย็นๆหน่อยดีมั้ยครับ เดี๋ยวผมหยิบให้”
มณทกานต์พยักหน้า บุญทันลุกเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำแอปเปิลเทใส่แก้วเดินเอามาให้
“นี่ครับ น้ำแอปเปิล”
“ขอบคุณ”
มณทกานต์ยกน้ำแอปเปิลขึ้นดื่มแล้วบอก
“แล้วนายล่ะ นายอยากดื่มอะไรก็หยิบได้เลยนะ”
“ไม่ล่ะครับ”
มณทกานต์น้ำตาคลอมองหน้า บุญทันยิ้มให้อย่างปลอบใจ
“พ่อไม่น่าทำแบบนี้เลย ทำไมพ่อต้องฆ่าตัวตายด้วย”
“บางทีท่านอาจจะมีเรื่องอะไรที่หาทางออกไม่ได้”
“แต่พ่อไม่คิดถึงชั้นเลยหรือว่าชั้นจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีพ่อ ทำไมพ่อต้องทิ้งชั้นไปด้วย”
มณทกานต์ปิดหน้าร้องไห้ บุญทันมองอย่างเห็นใจ
อนุทินเดินเข้าบ้านมาก็ชะงักที่เห็นบุญทันนั่งอยู่กับมณทกานต์
“ไอ้บุญทัน แกเข้ามาทำอะไรในบ้านชั้น” อนุทินตวาด
“ผมมาอยู่เป็นเพื่อนคุณเมย์” บุญทันบอก
“ตำรวจว่าไงบ้างพี่เอ” มณทกานต์ถาม
“มันบอกว่าพ่อเป็นคนสั่งฆ่าไอ้ภูบดี”
“ไม่จริงใช่มั้ยพี่เอ พ่อต้องไม่ทำแบบนั้น”
“พรุ่งนี้ตำรวจเค้าจะสอบปากคำไอ้ภูบดี ชั้นก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะให้การว่าไง”
บุญทันยืนมองอยู่ อนุทินหันมาเห็นพอดี
“เอาล่ะ แกไปได้แล้ว แล้วคราวหน้าคราวหลังก็ไม่ต้องสะเออะเข้ามาบ้านชั้นอีกนะ”
บุญทันมองหน้าอนุทินอย่างไม่ค่อยพอใจแต่พยายามควบคุมอารมณ์ไว้
“ผมไปนะครับคุณเมย์”
มณทกานต์พยักหน้าตอบ บุญทันเดินออกจากบ้านไป อนุทินมองตามด้วยสายตาไม่พอใจแล้วพูดว่า
“ถึงคุณปู่จะให้แกแต่งงานกับมัน ก็ไม่ได้หมายความว่าชั้นยอมรับมันหรอกนะ”
มณทกานต์หน้าสลด อนุทินเดินขึ้นบ้านไปอย่างไม่สนใจ มณทกานต์นั่งน้ำตาไหลรินอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว


เช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนสาดเข้ามาในห้องพักคนไข้ญาดาขยับตัวลืมตาตื่นมองเห็นธาวินนอนหลับฟุบอยู่ ข้างเตียง ญาดาอมยิ้มแล้วเรียก
“คุณภูคะ”
ธาวินขยับตัวตื่น
“อ้าว ตาลตื่นแล้วหรือ”
“ทำไมมานั่งหลับอยู่ล่ะค่ะ เมื่อยแย่เลย”
“ผมเป็นห่วงตาล ตาลเป็นไงบ้าง เมื่อคืนตาลละเมอทั้งคืนเลยรู้มั้ย”
“จริงหรือคะ ละเมออะไร”
“ร้องงึมงัมไม่รู้เรื่อง สงสัยคงจะเจ็บแผล แล้วนี่ดีขึ้นมั้ย”
“ก็ยังเจ็บอยู่น่ะค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวผมไปบอกพยาบาลก่อนนะว่าตาลตื่นแล้ว”
“ค่ะ”
ธาวินมองหน้าญาดาแล้วก้มลงจูบที่หน้าผาก
“ผมรักตาลนะ”
“ตาลก็รักคุณค่ะ”
ญาดายิ้มอย่างตื้นตันใจและปลื้มใจ ธาวินหันเดินออกไปจากห้อง


โปรดติดตามตอนต่อไป พรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
เล่ห์ร้อยรัก ตอนที่ 7


เช้าวันเดียวกัน พิพัฒน์นั่งอยู่กับนภาและปารมีในห้องรับแขก

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะคุณลุง ว่าคุณเอนกจะกล้าสั่งให้คนไปฆ่านายภู เสียแรงที่คุณลุงรักและไว้ใจ” นภาว่า
“นั่นสิคะคุณปู่ โชคดีมากๆเลยนะคะที่พี่ตาลปลอดภัย”
“เอาล่ะ ชั้นว่าเราหยุดวิพากษ์วิจารณ์กันซะที มีใครไปเรียกเจ้าเอกับยัยเมย์รึยัง” พิพัฒน์ว่า
“นภาให้ต้นหอมไปเรียกแล้วค่ะ”
มณทกานต์กับอนุทินเดินเข้ามา ลงนั่ง อนุทินถามขึ้น
“คุณปู่เรียกเราสองคนหรือครับ”
“ใช่ ปู่เสียใจด้วยเรื่องพ่อแก ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในครอบครัวเรา”
“แต่ผมคิดว่าพ่อถูกใส่ร้ายครับ พ่อไม่ได้เป็นคนสั่งฆ่าภูบดีนะครับ” อนุทินว่า
“ถ้าพ่อแกไม่ได้ทำแล้วมันจะยิงตัวตายทำไม” พิพัฒน์ถาม
อนุทินอึ้งไป
“ผมไม่รู้ แต่ผมไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่พ่อจะทำแบบนั้น พ่อทั้งรักและเคารพคุณปู่มากนะครับ”
“ใช่ค่ะคุณปู่ เมย์ว่าพ่อไม่ทำเรื่องแบบนี้หรอก” มณทกานต์ว่า
ปรารภเดินเข้ามาในห้องพอดี
“ขอโทษครับท่าน”
“ว่าไงปรารภ”
“เมื่อเช้าตำรวจสอบปากคำคุณภูแล้ว ได้ข้อสรุปว่าคุณเอนกโกงเงินบริษัทครับ”
พิพัฒน์กับมณทกานต์มีสีหน้าอึ้งไป ปารมีกับนภามองหน้ากัน อนุทินโวยวายใส่ปรารภ
“นี่คุณพูดอะไร”
“คุณเอฟังให้จบก่อนนะครับ คืออย่างนี้ครับท่าน คุณภูกำลังสงสัยว่าบัญชีของปี
กำลังโหลดความคิดเห็น...