xs
xsm
sm
md
lg

ขุนเดช ตอนที่ 21

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ขุนเดช ตอนที่ 21 

ประดับมาที่โรงพัก ทันทีที่ดาราเห็นหน้าประดับก็ตรงเข้าไปชี้หน้าเอาเรื่อง
“นี่แกยังมีหน้ากล้าโผล่มาที่นี่อีกเหรอ”
“ทำไมผมจะมาที่นี่ไม่ได้ล่ะครับอาจารย์ ช่วยบอกผมหน่อย”
“แก…ไอ้สารเลว”
ดาราเข้าไปตบหน้าประดับ…เพี๊ยะ! ประดับหน้าหันแล้วนิ่งไป พวกลูกน้องไม่พอใจเข้าไปจับตัวดาราเอาไว้
“เฮ้ย…ปล่อยอาจารย์นะเว้ย…บอกให้ปล่อย” จ่าแท่นบอก
“ปล่อยอาจารย์ดารา…” ประดับบอกแต่ลูกน้องยังเฉย “ชั้นบอกให้ปล่อย” ประดับย้ำ พวกลูกน้องจึงปล่อยตัวดาราตามที่สั่ง ประดับขยับเข้ามาจ้องหน้าดาราเขม็ง “ชั้นไม่รู้ว่าเธอไปเข้าใจอะไรชั้นผิดมา แต่ชั้นมีความเป็นสุภาพบุรุษพอ เพราะถ้าชั้นจะเอาเรื่องเธอ ตำรวจที่นี่ก็คงช่วยชั้นจัดการกับเธอไปแล้ว…ใช่มั้ยจ่า” จ่าแท่นนิ่งไปอย่างเจ็บใจ “แต่ครั้งนี้ชั้นจะยอมให้เธอไปก่อน เพราะที่ชั้นมาที่นี่ ชั้นมีเรื่องสำคัญมากกว่าเรื่องเธอมากนัก...จ่า”
ประดับหันไปทางจ่าแท่น จ่าแท่นจึงตอบเสียงแข็ง
“อะไร”
“ทำไมหมวดยงยุทธถึงไม่พาตัวขุนเดชมาสักที”
“ก็แล้วทำไมหมวดต้องพาตัวขุนเดชมาด้วย” จ่าแท่นถามอย่างสงสัย
“หึๆๆ...นี่แสดงว่ายังไม่มีใครรู้ความจริงของไอ้ขุนเดชกันเลยล่ะสิ”
“ความจริงอะไร...แล้วเกี่ยวอะไรกับพี่ขุนเดช” บัวทองถามอย่างสงสัย
“โถ...น่าสงสารเธอจริงๆ เลยบัวทอง แสดงว่าเธอโดนไอ้ขุนเดชโกหกมาตลอด”
“ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ไปให้พ้น” ดาราบอก บัวทองจึงยิ่งสงสัย
“อาจารย์คะ หมายความว่ายังไง”
“บัวทองอย่าไปฟังมัน ขุนเดชไม่มีความลับอะไรทั้งนั้น”
“ถ้าพี่ขุนเดชไม่มีความลับอะไร แล้วทำไมอาจารย์ถึงไม่ยอมให้บัวทองฟังเขา”
ดาราชะงักไป ประดับเลยอ่านดาราออก
“อ๋อ...ชั้นรู้แล้ว ที่อาจารย์ดาราพยายามปกป้องขุนเดชแบบนี้ แสดงว่าเธอรู้ความจริงมาตลอด และช่วยปกปิดโฉมหน้าที่แท้จริงให้มันใช่มั้ยดารา”
ดารายิ่งหน้าเสีย บัวทองยิ่งอยากรู้มากขึ้น
“โฉมหน้าที่แท้จริงของพี่ขุนเดช...หมายความว่ายังไงคะอาจารย์ บอกบัวทองมาสิคะ”
“บัวทองคือ...” ดาราอึกอัก
“ถ้เธอไม่กล้าพูดเอง ชั้นก็จะช่วยทำให้ทุกคนในศรีสัชนาลัยได้หูตาสว่างกันซะที ตัวตนที่แท้จริงของวีรบุรุษบาปฆาตกรที่ไล่ฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมมันก็คือ... ไอ้ขุนเดช”
ทุกคนตกใจโดยเฉพาะบัวทอง

อีกด้านหนึ่งขณะนั้นขุนเดชซึ่งยังติดกุญแจมือที่ยงยุทธจับใส่ไพล่หลังวิ่งเข้ามาพร้อมกับดาบดำแต่เกิดทำดาบดำหลุดมือตกพื้น ขุนเดชจะหยิบดาบดำขึ้นมาแต่เสียงยงยุทธไล่ตามมาทำให้จำเป็นต้องตัดสินใจทิ้งดาบดำไว้แล้วสีหน้าครุ่นคิด
ยงยุทธไล่ตามขุนเดชเข้ามาแต่ไม่เจอตัว พบเพียงดาบดำที่ขุนเดชทำตกไว้ ยงยุทธกวาดสายตามองไปรอบๆ มั่นใจว่าขุนเดชต้องยังอยู่แถวนี้
“หยุดคิดหนีชั้นดีกว่าขุนเดช ถึงเวลาทีต้องยอมรับความจริง ว่าหน้าที่ของแกจบลงแล้ว” ทุกอย่างรอบตัวเงียบกริบ ยงยุทธเลยเอาดาบดำของขุนเดชมาชักออกจากฝักแล้วควง “แกจะไม่ยอมให้ทุกอย่างมันจบลงแบบไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อใช่มั้ย...ได้...แกต้องการแบบนี้เองนะไอ้ขุนเดช”
ยงยุทธหันไปที่แอ่งน้ำตกจิกหน้ามองเอาเรื่อง

ยงยุทธถือดาบดำลุยเข้ามายืนอยู่กลางแอ่งน้ำ แล้วพยายามเงี่ยหูฟังทุกการเคลื่อนไหวรอบๆ ตัว ขุนเดชค่อยๆโผล่หัวอย่างเงียบกริบขึ้นมาจากใต้น้ำพร้อมมือที่ถูกจับใส่กุญแจมือไว้แต่ได้ย้ายจากไพล่หลังมาอยู่ข้างหน้าแทน ยงยุทธหันขวับพร้อมฟันดาบดำ แต่ขุนเดชใช้โซ่กุญแจมือรับคมดาบดำไว้ได้และออกแรงงัดกัน
“สภาพแกตอนนี้คือนักโทษ ยังไงก็สู้ชั้นไม่ได้หรอก...ยอมมอบตัวกับชั้นดีกว่า”
“ยอมให้แกพากลับไปโรงพักน่ะเหรอ นั่นเท่ากับส่งชั้นไปให้ไอ้ประดับมันฆ่า”
“ชั้นรับปากว่าจะไม่มีใครแตะต้องแก ทุกอย่างต้องไปตามกระบวนการตามกฏหมาย”
“ตอนนี้กฏหมายในมือพวกมันคือสิ่งที่จะลบทิ้งแล้วเขียนขึ้นใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ คนอย่างไอ้ประดับถ้ามันไม่ตาย มันจะใช้อิทธิพลทุกอย่างทำให้ทั้งแกและชั้นกลายเป็นพวกเดียวกัน”
ขุนเดชออกแรงผลักยงยุทธแล้วใช้สองมือทุบเข้าที่ท้องและเสยเข้าปลายคางจนยงยุทธผงะเสียหลัก ยงยุทธตั้งตัวได้อีกทีขุนเดชก็ดำน้ำหายไปอีก ยงยุทธควงดาบดำตั้งท่ารอ
“แต่กฏหมายคือความจริง มันเป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่ใครก็ไปเปลี่ยนไม่ได้”
ยงยุทธกำดาบดำแน่นพร้อมเสมอถ้าขุนเดชโผล่ขึ้นมา แต่ยงยุทธคาดผิดหันขวับฟันแล้วขุนเดชโผล่มาอีกข้าง และใช้กุญแจมือจัดการล็อคยงยุทธเอาไว้ ใช้โซ่รัดคอยงยุทธให้ดิ้นไม่หลุด
“อยู่เฉยๆ…อย่าพยายามขัดขืน…ไม่งั้นคอแกหักแน่”
“เอาสิวะขุนเดช ถ้าแกคิดกำจัดชั้นเพราะต้องการคิดแค่หนี แกคิดผิดแล้ว…ป่านนี้ไอ้ ประดับมันคงป่าวประกาศให้ทุกคนในศรีสัชนาลัยรู้ความจริงกันหมดแล้วว่าแกคือใคร”
“ชั้นรู้อยู่แล้วว่าสักวันทุกคนต้องรู้ความจริง และชั้นก็ไม่เคยคิดเสียดายชีวิตของขุนเดช เพราะชั้นได้เลือกทางเดินสุดท้ายเอาไว้แล้ว”
“ทางเดินสุดท้าย แกหมายความว่ายังไง”
“หลังจากที่ชั้นหยุดแผนการสัตตะโลหะบุรุษของพวกมันได้ ชั้นจะชดใช้บาปด้วยความตาย...และคนที่จะฆ่าชั้นได้ก็มีแต่...แกคนเดียวเท่านั้น...ยงยุทธ”
ยงยุทธถึงกับอึ้ง
“ไม่มีทาง...ชั้นไม่ใช่เพชรฆาต ชั้นเป็นแค่ผู้รักษากฏหมาย”
“แกต้องทำ...เชื่อชั้นสิ...แกจะต้องเป็นคนลงมือฆ่าชั้นด้วยตัวเอง”
“ไม่...ไม่”
ยงยุทธพยายามดิ้นแต่ขุนเดชก็ยิ่งใช้โซ่ของกุญแจมือรัดคอแน่นจนยงยุทธหายใจไม่ออกหมดสติไปคามือขุนเดช

ยงยุทธนอนหมดสติอยู่ที่ริมน้ำตก ก่อนจะรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างมึนๆ พอตั้งสติได้ก็รีบมองหาขุนเดชแต่ไม่เจอ พบเพียงแค่กุญแจมือที่ขุนเดชใช้ลูกกุญแจของยงยุทธไขทิ้งเอาไว้
“ไอ้ขุนเดช..ขุนเดช...”

ที่โรงพัก ภายในห้องทำงานของยงยุทธ บัวทองนั่งเสียใจน้ำตาคลอหลังจากรู้ความจริงเรื่องขุนเดช ดารากับจ่าแท่นตามเข้ามา
“บัวทอง”
“อาจารย์คะ...บัวทองยังไม่เชื่อ...มันไม่จริงใช่มั้ยคะ...ทั้งหมดที่ไอ้ประดับพูดมา มันโกหก มันใส่ร้ายพี่ขุนเดชใช่มั้ยคะ” ดารานิ่งไม่กล้าสบตาบัวทอง “อาจารย์...บอกบัวทองมาสิ...พี่ขุนเดชไม่ใช่วีรบุรุษบาป...ไม่ใช่...ไม่ใช่”
“ชั้นขอโทษด้วยนะจ๊ะบัวทอง ที่ชั้นไม่บอกความจริงให้เธอรู้เพราะขุนเดชไม่ยอมให้ชั้นพูดเรื่องนี้กับใคร เขาไม่อยากให้คนที่เขารักต้องเสียใจ...โดยเฉพาะเธอ”
“พี่ขุนเดช...”
บัวทองเจ็บปวดร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร จ่าแท่นเห็นหลานสาวเศร้าก็รู้สึกสะเทือนใจไปด้วย ดาราต้อง เข้าไปดึงบัวทองมาโอบกอดปลอบใจ
“ขุนเดชรักเธอมากนะบัวทอง เขาเคยคิดจะเลิกเพราะห่วงเธอ แต่ในเมื่อพวกมันไม่หยุด เขาก็หยุดหน้าที่ของเขาไม่ได้”
“แต่บัวทองไม่เคยกลัวอันตราย ถ้าเขารักบัวทองจริงๆ เขาต้องไม่ผลักไสให้บัวทองออกไปจากชีวิตเขาสิคะ”
“เธอต้องเข้าใจนะบัวทอง สุดท้ายแล้วชีวิตของทั้งขุนเดชและวีรบุรุษบาปไม่มีทางเลือกอื่น เขาจะใช้ชีวิตอยู่กับ
พวกเราไม่ได้ เราต้องยอมรับการจากไปของเขาเท่านั้น”
“จากไป...อาจารย์หมายความว่ายังไงครับ” จ่าแท่นถามอย่างสงสัย
ดารานิ่งไปไม่ทันตอบระหว่างนั้นหมู่เข้ามารายงานขัดจังหวะพอดี
“จ่าครับ...ผู้หมวดกลับมาแล้วครับ”

ดารารีบวิ่งเข้าไปหายงยุทธที่กลับมาโรงพักในสภาพเหนื่อย
“ยงยุทธ”
“คุณปลอดภัยแล้วเหรอดารา ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่”
“ชั้นไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ...ว่าแต่เธอเถอะ...ขุนเดชล่ะ”
ยงยุทธมองแววตาของดาราแล้วมองไปที่บัวทองกับจ่าแท่นก็พอจะเข้าใจ
“นี่ทุกคนรู้ความจริงกันแล้วใช่มั้ย”
“ครับหมวด ไอ้ประดับมันมาขู่ว่าถ้าไม่ส่งตัวขุนเดชให้มัน ผู้หมวดจะมีความผิด ยิ่งถ้าผู้หมวดช่วยให้ขุนเดชหลบหนีด้วย จะมีคำสั่งให้จับตายทั้งคู่”
“แต่หมวดกลับมาคนเดียวแบบนี่ แสดงว่าปล่อยพี่ขุนเดชไปแล้วใช่มั้ยคะ”
“บัวทอง ชั้นพยายามจับขุนเดชกลับมาเพื่อให้เขารับโทษตามกฏหมาย แต่เขาขัดขืนการจับกุมและทำร้ายชั้น ชั้นอยากเอาตัวเขามารับโทษนะ”
“แต่ถ้าหมวดเอาพี่ขุนเดชมา พวกมันจะฆ่าเขา”
“ชั้นรู้...แต่ชั้นจะปกป้องขุนเดช...จะไม่ให้มันคลาดสายตาไปจากชั้นเด็ดขาด ขอเพียงแต่ให้มันยอมรับว่าชั้นช่วยมันได้”
ยงยุทธบอกบัวทองไปแล้วหันมาสีหน้าจริงจังเป็นห่วงขุนเดช

คืนนั้นประดับพาลูกน้องบุกมาตามหาตัวขุนเดชที่กระท่อมและรื้อค้นกระท่อมขุนเดชจนกระจุยกระจาย
“หาตัวมันให้เจอ มีหลักฐานอะไรที่จะตามมันได้ให้เอามาให้ชั้น”
พวกลูกน้องเข้าไปรื้อค้นและพังข้าวของๆ ขุนเดช ระหว่างนั้นประดับเข้าไปมองพระพุทธรูปที่ขุนเดชหล่อเอาไว้ และตั้งเรียงรายอยู่ที่ชั้นวาง
“ไม่มีร่องรอยว่ามันจะกลับเข้ามาเลยครับนาย”
“หนีจนหางจุกตูด เหมือนหมาจนตรอกไม่มีผิด แต่แกจะหนีชั้นได้ไม่นานหรอก” ประดับพูดไปก็สีหน้าร้ายกาจหยิบพระพุทธรูปที่ขุนเดชหล่อเอาไว้ขึ้นมามองอย่างร้ายกาจ “ทุกอย่างที่เป็นของไอ้ขุนเดชจะต้องถูกทำลาย ชีวิตมันจะต้องไม่เหลืออะไรอีก แม้แต่ศรัทธาของมันก็จะต้องไม่เหลือด้วย...เผาทุกอย่างให้ราบ”
“เฮ้ย…ได้ยินที่นายสั่งแล้วไม่ใช่เหรอ…เผาให้เกลี้ยง” พวกลูกน้องเฮโลรับคำสั่ง เอาคบไฟโยนเข้าใส่กระท่อม จนไฟลุกติดอย่างรวดเร็ว “แล้วพระพุทธรูปที่มันหล่อไว้พวกนี้ล่ะครับนาย”
ประดับมองพระพุทธรูปในมืออย่างร้ายกาจ
“จะทำลายมัน ขยี้หัวใจมันให้แหลกก็ต้องทำลาย ศรัทธาของมันด้วย…เผาให้หมดอย่าให้เหลือ”
ประดับยิ้มร้ายแล้วเอาพระพุทธรูปของขุนเดชโยนเข้ากองไฟ เสียงหัวเราะของประดับชั่วร้ายเลวทรามต่ำช้าสุดๆ

ขุนเดชอยู่ที่วัดเกาะน้อยและกราบหลวงลุงที่นั่งขัดสมาธิอยู่หน้าองค์พระประธานในโบสถ์
“ข้าได้ยินพวกชาวบ้านพูดกันว่าโฉมหน้าที่แท้จริงของเอ็งถูกเปิดเผยแล้ว”
“ครับหลวงลุง...เวลาที่ผมคิดเอาไว้ได้มาถึงแล้ว”
“ข้าขอถามเอ็งเป็นครั้งสุดท้าย มีใครพอที่จะหยุดเอ็งได้อีกมั้ย”
ขุนเดชนิ่งไปครู่แล้วตอบอย่างหนักแน่น
“มีครับหลวงลุง”
“ใคร”
“มัจจุราชที่จะมาเอาตัวผมไปชดใช้บาปหลังจากที่ผมฆ่าพวกมันจนหมด”
“ขุนเดช...”
“ผมมากราบลาหลวงลุงและขอให้หลวงลุงอโหสิกรรมที่ผมไม่สามารถทดแทนพระคุณที่หลวงลุงให้ที่อยู่อาศัย ให้ธรรมเทศนาเตือนสติผมมาตลอด”
“ข้าอโหสิกรรมให้เอ็ง”
“กราบขอบคุณหลวงลุงมากครับและผมมีสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะรบกวนหลวงลุง”
“เอ็งอยากให้ข้าช่วยอะไร”

เมื่อเผากระท่อมขุนเดชแล้ว ประดับก็พาพวกลูกน้องมาที่วัดเกาะน้อยอย่างกร่าง
“หาดูที่นี่ให้ทั่ว เผื่อมันจะแอบมาหลบอยู่ พระเณรที่หลับอยู่ก็ปลุกมาถามให้หมด”
“ครับนาย
พวกลูกน้องแยกย้ายกันออกไป คำปันแอบเห็นพวกประดับมาตามขุนเดชก็ตกใจ

ภายในโบสถ์ขณะนั้นหลวงลุงชักดาบดำหักของนายเดื่องออกจากฝัก
“ผมอยากจะขอให้หลวงลุงช่วยเก็บรักษาดาบดำของพ่อไว้ เพราะจากนี้ไปจะมีแต่ผมและดาบดำของวีรบุรุษบาปแค่นั้น”
“ได้...ดาบของไอ้เดื่องข้าจะเก็บรักษาไว้ให้ แต่ดาบดำของเอ็ง”
ขุนเดชหยิบขึ้นมามอง
“ครับ...เป็นอย่างที่หลวงลุงเตือนผม ความอาฆาตแค้นเหมือนไฟนรกทำให้ผมเกือบเสียสติระหว่างฝึกเพลงดาบเดือนดับ”
“แล้วเอ็งกลับมาเป็นคนเดิมได้ยังไง”
“ยงยุทธครับ ไอ้หมอนั่นมันหยุดความบ้าคลั่งของผมเพราะความดีในตัวมัน ตอนนี้ผมสามารถควบคุมดาบดำได้และใช้เพลงดาบเดือนดับได้โดยไม่เป็นแบบนั้นอีก”
ขุนเดชพูดไปก็มองดาบดำตัวเองไป ระหว่างนั้นคำปันรีบเข้ามาเตือน
“ขุนเดช...แย่แล้ว”

พวกลูกน้องเดินกลับมาหาประดับหลังจากค้นจนทั่วแต่ไม่เจอตัวขุนเดช
“ไอ้ขุนเดชไม่ได้หลบมาอยู่ที่นี่ครับนาย”
“แกแน่ใจนะ”
“ครับนาย...ผมถามหมดแล้วทั้งพระลูกวัดกับเณรที่นี่ไม่มีใครเห็นมัน เหลือก็แต่หลวงลุง เจ้าอาวาสที่ไม่ได้อยู่ที่กุฏิ”
“หลวงลุงเหรอ”
ประดับจิกหน้ายิ้มร้าย

ขุนเดชชักสีหน้าไม่พอใจคว้าดาบดำจะออกไป แต่คำปันรีบขวาง
“อย่านะขุนเดช...ถ้าเธอออกไปเจอพวกมัน...เธอจะทำให้ที่นี่นองไปด้วยเลือด”
“ผมไม่ยอมให้เลือดชั่วๆ ของพวกมันเปรอะเปื้อนวัดหรอกครับ ผมจะล่อมันไปที่อื่น”
“แต่ข้าว่าเวลายังไม่ใช่ เอ็งควรจะหนีไปจากที่นี่ซะ”
“หลวงลุงครับ ผมรู้จักคนอย่างไอ้ประดับดี ถ้ามันไม่ได้ตัวผม มันจะทำทุกอย่างแม้แต่พระแต่เจ้ามันก็เล่นงานได้”
“ถ้าข้าจะต้องเป็นอะไรไป มันก็เป็นเพราะกรรมของข้า เอ็งไปซะเถอะ..ไปตามทางที่เอ็งเลือก จากนี้ไปข้าคงช่วยอะไรเอ็งอีกไม่ได้แล้ว”
“เชื่อที่หลวงลุงบอกเถอะขุนเดช...นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เธอจะต้องเจอกับพวกมัน”
ขุนเดชมองคำปันและหลวงลุงอย่างตัดสินใจ

เมื่อประดับกับพรรคพวกเปิดประตูโบสถ์เข้ามาเจอหลวงลุงอยู่กับคำปัน
“นี่มันดึกดื่นมากแล้วนะ โยมไม่ควรจะมารบกวนเวลาจำวัดของพระเณร”
“ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญผมก็ไม่ได้อยากมารบกวนเวลาของหลวงลุงหรอกครับ แต่ผมกำลังตามล่าตัวขุนเดชอยู่ ถ้าหลวงลุงรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนก็บอกผมมา พวกผมจะได้ไม่อยู่รบกวน” หลวงลุงนิ่งไปมองประดับ คำปันเองก็มีสีหน้าหนักใจ “ว่ายังไงล่ะหลวงลุง...ไอ้ขุนเดชมันอาศัยอยู่ที่นี่และสนิทกับหลวงลุง มันคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับถ้าหลวงลุงจะไม่รู้อะไรเลย”
“อาตมาเป็นพระย่อมต้องไม่ผิดศีลโกหก ใช่...ขุนเดชมาหาอาตมา แต่ไปเมื่อสักครู่นี่เอง”
“หลวงลุง” ประดับชี้หน้าหลวงลุง “แสดงว่าหลวงลุงช่วยเหลือไอ้ฆาตกร มันเป็นความผิด ผมสามารถแจ้งความให้เอาผิดหลวงลุงได้”
“นี่พระนะ...แกกล้าชี้หน้าท่านแบบนี้ได้ยังไง”
“ไม่เป็นไรหรอกคำปัน...ที่เขาพูดมาก็ถูก ขุนเดชมาพบอาตมาจริงๆ แต่อาตมาไม่ได้ทำผิดอะไร เพราะอาตมาเป็นพระจะจับเขาไว้ก็ไม่ใช่หน้าที่ของพระ”
ประดับชะงักไป
“แต่ท่านน่าจะรู้ว่ามันหนีไปไหน”
“ถ้าเขาบอกว่าอยู่ที่ไหน อาตามาย่อมไม่ผิดศีลแน่นอน แต่เพราะเขาไม่บอกอะไรเลย อาตมาจึงไม่มีอะไรจะบอกโยม”
ประดับเจ็บใจที่โดนหลวงลุงปฏิเสธแบบที่ทำอะไรไม่ได้

ที่บ้านคำปัน ขณะนั้นบัวทองนั่งสวดมนต์อยู่หน้าพระพุทธรูป ดาราเข้ามาเห็นบัวทองก็เข้าใจเลยนั่งใกล้ๆ แล้วพนมมือ
“ชั้นขอสวดมนต์ให้คุณพระคุ้มครองขุนเดชด้วยคนนะบัวทอง”
“ค่ะอาจารย์”
สองสาวพนมมือไหว้พระพุทธรูป ระหว่างนั้นจ่าแท่นแต่งชุดตำรวจเข้ามา
“อาจารย์ดาราครับ..ขอโทษด้วนะครับ..ผมฝากอาจารย์ช่วยดูแลบัวทองให้หน่อยนะครับ”
“ได้ค่ะ ว่าแต่ดึกแล้วจ่าจะออกไปไหนเหรอคะ”
“หรือว่าหมวดเจอตัวพี่ขุนเดชแล้ว”
“เปล่าหรอกบัวทอง ลุงเพิ่งได้รับวิทยุมาบอกว่าพวกไอ้ประดับมันบุกไปเผากระท่อมของขุนเดช ลุงต้องรีบไปแล้ว อยู่ที่นี่กันนะไม่ต้องออกไปไหน”
จ่าแท่นบอกเสร็จก็รีบออกไป บัวทองหน้าเสียหันมาจับมือดาราอย่างตกใจ

ส่วนที่โบสถ์ ประดับมองหลวงพ่ออย่างไม่พอใจก่อนจะหันไปสั่งแจ็ค
“ไอ้แจ็ค...แกพาพวกเราไปตามล่ามัน” แจ็ครับคำแล้วออกไปกับลูกน้อง เหลือประดับกับเบิ้ม “เพราะหลวงพ่อเป็นพระนะครับผมถึงได้เชื่อว่าหลวงพ่อไม่โกหกผมแน่ แต่ผมก็ยังอยากรู้ว่าไอ้ขุนเดชมันมาหาหลวงพ่อทำไม”
“ชั้นว่ามันจะเกินไปแล้วนะ...แกไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องหรอก” คำปันบอกอย่างไม่พอใจ
“หุบปากไปซะ...ไอ้ขุนเดชคือคนที่ชั้นต้องการตัว ทุกอย่างที่เกี่ยวกับมัน ชั้นต้องรู้”
“ที่ขุนเดชมาหาอาตมา เพราะเขาเอาของของพ่อเขามาให้อาตมาเก็บรักษา”
“งั้นผมขอดู...ไอ้เบิ้ม”
เบิ้มเข้าไปแย่งดาบดำหักของนายเดื่องที่หลวงพ่อถืออยู่มาให้ประดับชักออกจากฝักแล้วมองอย่างครุ่นคิด ระหว่างนั้นยงยุทธเดินเข้ามาพอดี
“ดาบดำหักเล่มนั้นไม่มีประโยชน์อะไรกับคดีของขุนเดช ชั้นว่าแกควรจะคืนให้ หลวงพ่อไปซะ”
ประดับหันมาจ้องยงยุทธที่เข้ามาพร้อมกับจ่าแท่น

ยงยุทธกับประดับกลับมาเอาเรื่องกันที่โรงพัก
“แกทำเกินไปแล้วไอ้ประดับ ถึงขนาดเผากระท่อมของขุนเดช ข่มขู่หลวงพ่อ”
ประดับแกะมือยงยุทธแล้วผลักออก
“ถ้าชั้นทำเกินไป แล้วแกล่ะไอ้ตำรวจคนเก่ง แกไปขัดขวางไม่ให้ไอ้แจ็คจัดการมัน แถมยังปล่อยตัวมันไปอีก”
“หมวดไม่ได้ปล่อยตัวขุนเดชไป แต่ขุนเดชขัดขืนการจับกุม” จ่าแท่นแย้ง
“คิดว่าชั้นจะเชื่อเหรอ แกกับมันเป็นเพื่อนรักกัน แกเลยไม่กล้าจับแถมยังช่วยเหลือให้มันหนีคดี...เรื่องใหญ่ขนาดนี้ แกได้รับผิดชอบในสิ่งที่แกทำแน่...หึๆ” ประดับยิ้มร้ายๆ
ยงยุทธกับจ่าแท่นมองประดับที่หัวเราะอย่างร้ายกาจแล้วสงสัย

ยงยุทธถูกจับเข้าคุกในโรงพักตัวเอง ส่วนจ่าแท่นถูกเบิ้มคุมตัวเอาไว้
“ไอ้ประดับ ปล่อยชั้นออกไปนะเว้ย แกไม่มีหน้าที่จับชั้นเข้าคุก” ยงยุทธโวยวาย
“ถ้าอยากจะถามหาความถูกต้อง แกถามถูกคนแล้ว คนที่มีอำนาจคือคนที่คุมเกมทุกอย่าง จำไว้ไอ้ยงยุทธ”
“แต่ข้าไม่ยอมให้แกใช้อิทธิพลเล่นงานหมวดหรอก”
จ่าแท่นศอกใส่เบิ้มจะผงะแล้วจะเข้าไปเอาเรื่องประดับแต่กลับถูกประดับชักปืนออกมาชี้หน้าจ่าแท่น
“เอาสิจ่า...ถ้าแตะเนื้อต้องตัวผมแม้แต่นิดเดียว จ่าได้ถูกจบโยนเข้าไปอยู่ในคุกกับหมวด จบชีวิตตำรวจอย่างไร้ศักดิ์ศรีด้วยแน่”
“ใจเย็นๆ จ่า” ยงยุทธบอก
“แต่หมวดไม่ได้ผิดนะครับ ผมยอมให้มันใช้อำนาจมาทำกับหมวดแบบนี้ไม่ได้”
“ผมไม่เป็นไรหรอกจ่า คำว่ายอมแพ้ผมสะกดไม่เป็นอยู่แล้ว ไอ้ประดับแกจัดการชั้น คนเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องไปยุ่งกับจ่า”
ประดับยิ้มแล้วลดปืนลง
“ได้...ถ้าแกยอมรับว่าแกแพ้ต่ออำนาจในมือชั้น พรุ่งนี้เช้าแกจะถูกพาตัวไปสอบสวนที่กรุงเทพฯ และชั้นรับรองได้เลยว่าอาชีพตำรวจของแกจบลงแล้ว”
ประดับหัวเราะชอบใจแล้วเดินออกไปกับเบิ้ม จ่าแท่นหันมามองยงยุทธที่ถูกขังอยู่ในคุกอย่างเป็นห่วง

วันต่อมาที่ร้านของอาฮวดชาวบ้านหลายคนรุมล้อมอาฮวดกับสาลี่
“จริงเหรอไอ้ฮวด”
“ก็จริงน่ะซี้...อั้วกับอาสาลี่ไปเห็นมากับตาอาหมวดยงยุทธถูกจับขังคุก รอโดนพาตัวไปสอบสวน เห็นทีคราวนี้หมดอนาคตแน่”
“เฮ้อ...น่าสงสารหมวด ก็ขุนเดชคือวีรบุรุษบาปแล้วหมวดจะไปกล้าจับมาลงโทษได้ยังไง”
“อั้วเป็นหมวดอั้วก็ไม่จับ อาขุนเดชเป็นคนดี ต่อให้เป็นฆาตกรแต่อีก็ฆ่าแต่พวกคนบาป ถ้าไม่ได้อีช่วยเราจะเหลือสมบัติไว้ชื่นชมอีกมั้ย”
ชาวบ้านพยักหน้าเห็นด้วยแต่สาลี่แย้ง
“ชั้นก็รู้ว่าขุนเดชเป็นคนดี พวกเราทุกคนก็รักขุนเดช แต่ถ้าหมวดไม่จับขุนเดชพวกเราก็ต้องเสียหมวดคนเก่งไปนะ”
พวกชาวบ้านหันมาที่สาลี่เห็นด้วยกับที่สาลี่พูดมา ระหว่างนั้นดารากับบัวทองเข้ามา
“ถ้าทุกคนไม่อยากให้ทั้งขุนเดชและยงยุทธต้องถูกอิทธิพลทำร้าย เราต้องไม่อยู่เฉย”
“อาจารย์หมายความว่ายังไงคะ”
“ก็หมายความว่า เราทุกคนต้องช่วยพวกเขาน่ะสิพี่สาลี่”
สาลี่กับอาฮวดและชาวบ้านทุกคนมองที่ดารากับบัวทองซึ่งมีสีหน้ามุ่งมั่น

ยงยุทธอยู่คนเดียวในห้องขัง นั่งอยู่มุมห้องสีหน้าครุ่นคิดตัดสินใจครั้งสำคัญเมื่อนึกถึงคำพูดของขุนเดช
“ตอนนี้กฏหมายในมือพวกมันคือสิ่งที่จะลบทิ้งแล้วเขียนขึ้นใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ คนอย่างไอ้ประดับถ้ามันไม่ตาย มันจะใช้อิทธิพลทุกอย่างทำให้ทั้งแกและชั้นกลายเป็นพวกเดียวกัน”
ขุนเดชออกแรงผลักยงยุทธแล้วใช้สองมือทุบเข้าที่ท้องและเสยเข้าปลายคางจนยงยุทธผงะเสียหลัก ยงยุทธตั้งตัวได้อีกทีขุนเดชก็ดำน้ำหายไปอีก ยงยุทธควงดาบดำตั้งท่ารอ
“แต่กฏหมายคือความจริง มันเป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่ใครก็ไปเปลี่ยนไม่ได้”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ยงยุทธลุกขึ้นอย่างตัดสินใจระหว่างนั้นจ่าแท่นเข้ามา
“หมวดครับ เป็นยังไงบ้าง”
“ผมไม่เป็นอะไรหรอกจ่า”
“ผมโทรปรึกษาท่านผู้การทรงยศแล้ว ท่านไม่เห็นด้วยกับไอ้ประดับและพยายามหาทางช่วยหมวด แต่เพราะตำแหน่งของมัน ผู้ใหญ่เลยให้อำนาจมันจัดการกับเรื่องนี้โดยตรง”
“ไม่เป็นไรหรอกจ่า ผมรู้ว่าตอนนี้เรารับมืออำนาจของไอ้ประดับมันไม่ได้อีกแล้ว”
“หมายความว่าหมวดจะยอมแพ้มันเหรอครับ”
“ไม่หรอกจ่า ขืนยอมให้คนชั่วครองอำนาจ แล้วผมจะมีหน้าไปกราบไหว้บรรพชนได้ไง”
“หมวดจะทำอะไรครับ” จ่าแท่นถามอย่างสงสัย ยงยุทธมองหน้าจ่าแท่นแล้วกระซิบบอกบางอย่าง ทำเอาจ่าแท่นชะงัก “นี่…หมวดจะทำแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ…ผมว่ามัน…มัน...”
“จ่า…ในเมื่อขับรถทางตรงไม่ได้ ถึงจะต้องเสียเวลาอ้อมบ้าง แต่ก็ถึงจุดหมายเหมือนกัน”
ยงยุทธบอกจ่าแล้วยิ้มแบบมั่นใจ

ในถ้ำศิลาจ่าแท่นเขามาตะโกนเรียกขุนเดช
“ขุนเดช...ขุนเดช...เอ็งอยู่ที่รึเปล่า...ไอ้ขุนเดช”
ภายในถ้ำศิลาเงียบสงบ จ่าแท่นพยายามมองหาจนหันไปเห็นพระศิลาที่ไร้เศียร จ่าแท่นพนมมือไหว้พระศิลา ได้ครู่ ขุนเดชก็ก้าวออกมาจากหลังพระศิลา
“ถ้าอาจ่ามาตามหาผมเพื่อขอร้องให้ผมมอบตัว ผมคงต้องขอโทษด้วย”
“ขุนเดช...อารู้ว่าอาคงห้ามเอ็งไม่ได้ เพราะเอ็งกับพี่เดื่องมีนิสัยไม่ยอมแพ้เหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้นอามาตามหาผมทำไม”
จ่าแท่นมองขุนเดชแล้วตรงเข้าไปชกหน้าขุนเดชจนหน้าหัน
“นั่น...สำหรับคำโกหกที่เอ็งหลอกข้ามาตลอด ทั้งๆ ที่ข้ารักเอ็งเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่เอ็งกลับทำเหมือนข้าเป็นหัวหลักหัวตอ”
ขุนเดชเข้าไปคุกเข่าพนมมือก้มกราบเท้าจ่าแท่น
“ผมขอโทษครับอาจ่า”
จ่าแท่นนิ่งมองอย่างเข้าใจก่อนจะช่วยจับบ่าให้ลุกขึ้น
“เอาเถอะ...ถึงเอ็งจะทำผิด แต่มันก็คือความกล้าหาญ กล้าเสียสละ ถ้าเอ็งบอกข้าตั้งแต่แรก ข้าจะลาออกจากตำรวจแล้วมาช่วยเอ็งจัดการพวกคนบาป”
“อาจ่า”
“แต่ถึงตอนนี้มันจะสายไปแล้วเพราะข้าคงไปลุยกับเอ็งไม่ได้ แต่ก็มีคนที่เขาพร้อมแล้วที่จะลุยกับเอ็ง”
ขุนเดชมองจ่าแท่นอย่างสงสัย

อ่านต่อหน้าที่ 2





ขุนเดช ตอนที่ 21 (ต่อ)

ที่หน้าโรงพักยงยุทธถูกคุมตัวใส่กุญแจมือลงมาพร้อมส่งตัวไปสอบสวนที่กรุงเทพฯ ดารากับบัวทองพร้อมชาวบ้านพากันมาให้กำลัง
“ยงยุทธ”
ดาราเป็นห่วงจะเข้าไปหายงยุทธแต่ถูกเบิ้มกันไว้
“ไม่เป็นไรไอ้เบิ้ม ถือว่าเป็นของขวัญจากชั้นให้คนรักได้ร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย”
ประดับบอก เบิ้มจึงเปิดทางให้ดาราเข้าไปหายงยุทธอย่างเป็นห่วงเป็นใย
“ไม่ต้องห่วงผมหรอกดารา เราคงไม่ได้เจอกันแค่สักพักเท่านั้น”
“แต่เธอไม่ใช่คนผิด เราจะปล่อยให้เธอถูกทำร้ายไม่ได้”
“ใช่ค่ะหมวด...พวกเราทุกคนที่นี่มาเพื่อช่วยไม่ให้หมวดถูกจับ”
“ตำรวจดีๆ ต้องอยู่ช่วยเหลือประชาชนสิ ใช่มั้ยพวกเรา”
พวกชาวบ้านพากันเห็นด้วยใช่ๆๆๆ เสียงดัง แต่พอประดับชักปืนแล้วยิงขึ้นฟ้า...เปรี้ยง! ทุกคนเงียบกริบ
“ถ้าใครคิดจะช่วยเหลือมันล่ะก็ ห้องขังข้างบนยังว่างอยู่ มีใครอยากเข้าไปมั้ย”
พวกชาวบ้านพากันกลัวไม่มีใครกล้า
“ผมขอบคุณทุกคนมากที่มาให้กำลังใจ แต่ขอให้กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้วทำในสิ่งที่ถูกต้อง อย่ายอมก้มหัวให้กับอำนาจที่ไร้ความชอบธรรม แค่นี้เราก็ช่วยกันหยุดเชื้อชั่วไม่ให้โตได้แล้ว”
ยงยุทธพูดไปก็หันไปจ้องเขม็งที่ประดับจนมันไม่พอใจ
“เอาตัวมันไปได้แล้ว”
ยงยุทธถูกตำรวจคุมตัวพาไปขึ้นรถ จึงจำเป็นต้องปล่อยมือจากดารา
“ยงยุทธ”
“ผมรักคุณนะดารา”
พวกมันพาตัวยงยุทธนั่งรถจี๊ปออกไป ดารามองตามน้ำตาคลอเสียใจ พวกชาวบ้านต่างพากันสลด ส่วนประดับนั่งรถจี๊ปอีกคันตามไปด้วย

ยงยุทธถูกนำตัวนั่งรถจี๊ปวิ่งมาตามทางพร้อมกับตำรวจและลูกน้องประดับ แต่ระหว่างทางเจอแจ็คกับลูกน้องอีกสองสามคนยืนรออยู่กลางถนน รถจี๊ปจอดไม่ผิดกับที่ยงยุทธคิดไว้แล้ว รถประดับมาจอดต่อท้าย ประดับลงจากรถพร้อมกับเบิ้มมาสั่งพวกตำรวจ
“หมดหน้าที่ของพวกคุณแล้ว จากนี้ไปผมจะรับผิดชอบเรื่องหมวดยงยุทธเอง”
“แต่มีคำสั่งให้พาตัวหมวดไปสอบสวนที่กรุงเทพฯ”
“คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของผมหมดแล้ว พวกคุณต้องฟังคำสั่งผม...ไปได้แล้ว” พวกตำรวจมองหน้ากันเอาไงดี แต่ก็จำเป็นต้องยอมฟังพากันลงจากรถทิ้งยงยุทธไว้คนเดียว “ดูสีหน้าแกไม่สะทกสะท้านเลยนะไอ้ยงยุทธ”
“สันดานคนอย่างแก...ชั้นรู้จักดี แกแค้นชั้นมาเป็นสิบปี ถ้าปล่อยให้ชั้นยังมีลมหายใจอยู่ แกคงนอนไม่หลับ”
“ฮ่าๆๆๆ...ดี...ปลงแบบนี้ได้ชั้นจะได้ไม่เหนื่อย...ไอ้แจ็ค...เอาตัวมันไป”
แจ็คเข้ามากระชากตัวยงยุทธลงจากรถ แล้วมองยงยุทธอย่างยิ้มเยาะ

ยงยุทธถูกคุมตัวเข้ามาในบริเวณโรงสีร้างที่มีแต่พวกของประดับล้อมรอบ เบิ้มเข้าไปช่วยไขกุญแจมือให้
“ถ้าแกอยากแกแค้นชั้น น่าจะมาตัวๆ กับชั้น ดีกว่าให้ลูกน้องแกหมาหมู่”
“ซัดกับแกตัวๆ น่ะเหรอ...หึๆๆ ชั้นอยากทำมานานแล้ว”
ประดับพูดจบก็ชกยงยุทธเข้าหน้าทันที ยงยุทธกระเด็นไปทางลูกน้อง พวกมันช่วยกันจับยงยุทธให้ลุกขึ้นประดับหักนิ้วดังกร่อบ บิดคอตั้งท่าเชิงมวยพร้อมสู้ ยงยุทธถูกผลักเข้าใส่ประดับให้โดนประดับเล่นงาน

บริเวณหน้าโรงสีมีลูกน้องประดับสองคนเฝ้าทางเข้า ขุนเดชปรากฏตัวย่องเงียบเข้ามาใช้ดาบดำจัดการปาดคอมันตายคาที่ อีกคนหันมาเห็นเลยใช้ดาบเข้าต่อสู้แต่สู้ได้แค่ไม่กี่เพลงดาบก็โดนขุนเดชจัดการด้วยดาบดำ เสียบทะลุท้องตาตั้ง

ด้านในขณะนั้นยงยุทธปะทะเชิงมวยกับประดับแลกกันมันส์หยด ฝีมือทั้งคู่สูสีและดูเหมือนประดับจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ประดับเลยเล่นสกปรกเตะทรายเข้าหน้าทำให้ยงยุทธตาพร่าโดนประดับถลุงจนทรุดและถูกเบิ้มล็อคตัวไว้
“หึ...อย่าเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆ สิวะไอ้ยงยุทธ กับชั้นมันแค่เบาะๆ แกยังเหลือไอ้แจ็คอีกคนที่รอสางบัญชีกับแก”
“หึๆๆ...ชั้นไม่ยอมแพ้หรอก...พวแกคนไหนอยากเข้ามาสะสางบัญชีกับชั้นก็มาเลย”
“อวดเก่งนักนะ...งั้นแกได้ตายทรมานแน่”
ระหว่างนั้นลูกน้องประดับคนที่ถูกขุนเดชแทงเดินเซเข้ามา
“คุณ...คุณประดับครับ”
ทุกคนหันไปเห็นมันมือกุมท้องที่เลือดอาบเต็มมือมันล้มลงขาดใจตายคาที่ ขุนเดชปรากฏตัวข้างหลังมันพร้อม กับปืนในมือ
“ขอโทษที่มาช้าไปหน่อยว่ะไอ้ยงยุทธ”
ขุนเดชยิงใส่พวกประดับไม่ยั้ง....เปรี้ยงๆๆๆๆ พวกมันกระโจนหาที่หลบ ยงยุทธได้โอกาสหันไปกระแทกศอก ใส่เบิ้มแล้วรีบแย่งปืนวิ่งหนีหายไปพร้อมกับขุนเดช
“ไอ้ขุนเดช...ไปจัดการพวกมันสิเว้ย” เบิ้มกับพวกลูกน้องรีบตามไป ประดับหันมากำชับแจ็ค “ไอ้แจ็ค...ครั้งนี้อย่าให้มีคำว่าพลาด...ชั้นต้องได้ดาบดำของมันมาทำพิธี”
แจ็คพยักหน้ารับว่าได้แล้วรีบตามไป ประดับจิกหน้าร้ายมองตาม

ยงยุทธถือปืนวิ่งหนีลูกน้องประดับออกมา พวกมันสองคนยิงใส่ยงยุทธจนต้องหยุดแล้วยิงสวนกลับไป ความแม่นของยงยุทธทำให้โดนเข้ากลางอกคนหนึ่ง ส่วนอีกคนเข้ามาจากอีกทางเล็งแล้วจะยิงแต่ยงยุทธม้วนตัวหลบแล้วยิงสวนกลับไปกระสุนเจาะอกตายไปอีก
ยงยุทธรู้สึกว่ามีอีกคนอยู่ข้างหลังเลยหันขวับเอาปืนจ่อ แต่นั่นคือขุนเดชที่จ่อปืนมาที่ยงยุทธเหมือนกัน
“ชั้นมาช่วยแก...แต่จะตอบแทนด้วยลูกปืนเลยเหรอวะ” ยงยุทธยังจ้องหน้านิ่งไม่ลดปืน ขุนเดชกลับเป็นฝ่ายชูมือว่าไม่สู้ “อาจ่าไปบอกชั้นว่าแกตัดสินใจทิ้งอาชีพตำรวจเพื่อมาร่วมอุดมการณ์เดียวกับชั้นแล้ว หวังว่านี่คงไม่ใช่อุบายที่แกหลอกให้ชั้นมาโดนแกจับนะ”
ยงยุทธไม่ตอบนิ้วเหนี่ยวไก ขุนเดชชะงัก...แล้วยงยุทธก็ยิงจริงๆ...เปรี้ยง กระสุนผ่านไหล่ขุนเดชพุ่งไปโดนลูกน้องประดับที่ตามมาแสกเข้าหน้าตายคาที่
“ทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้วะ...โดนรุมซ้อมมันเจ็บนะเว้ย”
ขุนเดชยิ้มรับแล้วยิงผ่านไหล่ยงยุทธไปโดนลูกน้องประดับอีกคนที่มาทางข้างหลังยงยุทธ...เปรี้ยง
“โทษทีว่ะเพื่อน อยากเห็นแกโดนซ้อมมั่งจะได้รู้ว่ามันเจ็บ”
“ไอ้เวรเอ้ย”
ขุนเดชกับยงยุทธยิ้มให้กัน ระหว่างนั้นแจ็ค ไอ้เบิ้มพร้อมลูกน้องอีกหลายคนวิ่งเข้ามายิงใส่
“แยกกันจัดการพวกมันแล้วกัน”
ยงยุทธพยักหน้ารับแล้วแยกไปคนละทาง เบิ้มกับพวกลูกน้องตามยงยุทธไป ส่วนแจ็คตามขุนเดชไปกับลูกน้อง ประดับอีกคนหนึ่ง

ที่ร้านอาฮวด สาลี่กับอาฮวดช่วยกันปลอบใจดารากับบัวทอง
“ไม่ต้องเสียใจนะคะอาจารย์คนดีพระย่อมคุ้มครอง หมวดทำหน้าที่ช่วยเหลือพวกเรามาตลอด สิ่งดีๆ ที่หมวดทำไว้จะช่วยปกป้องหมวด”
“ลื้อก็เหมือนกันนะอาบัวทอง ถึงขุนเดชจะเป็นฆาตกร แต่พวกเราก็ไม่มีใครเกลียดอี เพราะอีคือลูกหลานศรีสัชนาลัยที่ยอมเสียสละเพื่อพวกเรา”
“แต่ตอนนี้เราไม่มีทั้งขุนเดชทั้งหมวดยงยุทธ แล้วพวกเราจะอยู่กันยังไงล่ะไอ้ฮวด”
ชาวบ้านถามขึ้นมาอาฮวดกับสาลี่ชะงักไป ระหว่างนั้นจ่าแท่นเข้ามา
“อยู่ได้สิทุกคน เพราะหมวดกับขุนเดชหันมาร่วมมือกันแล้ว”
“อาจ่า...หมายความว่ายังไง อาจ่าอย่ามาล้อเล่นนะ”
“หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ข้าไม่เอามาล้อเล่นหรอกเว้ย หมวดเขาตัดสินใจร่วมมือกับขุนเดชแล้วจริงๆ”
“งั้นก็เท่ากับว่ายงยุทธยอมทิ้งอาชีพตำรวจเหรอคะจ่า”
“ครับอาจารย์...หมวดจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกทางนี้ เพราะโดนพวกมันบีบจนไม่มีทางเลือกให้เดินแล้ว”
“แหม...แบบนี้ก็มันส์แล้วสิไอ้ฮวด ทั้งหมวดทั้งขุนเดชช่วยกันต่อสู้กับพวกชิงนรกมาเกิด”
“เพื่อแผ่นดินศรีสัชนาลัยของเราทุกคน...ไชโย”
พวกชาวบ้านพร้อมอาฮวดและสาลี่ปรบมือโห่ฮิ้วดีใจ

ยงยุทธหนีเข้ามาที่บริเวณโรงงานไม้ มีกองท่อนซุงวางเรียงราย ยงยุทธหลบแล้วดูลูกปืนในลูกโม่พบว่าเหลือไม่กี่นัด ระหว่างนั้นลูกน้องประดับวิ่งเข้ามายิงใส่กระสุนปลิวว่อนหัว ยงยุทธต้องยิงสวนจนกระสุนหมด
พวกเบิ้มกับลูกน้องเห็นยงยุทธหยุดยิงก็รู้ว่ากระสุนหมด พวกมันเลยพากันกรูเข้าไปและคิดว่ายงยุทธต้อง หลบอยู่ แต่พอเข้าไปไม่เจอใคร ยงยุทธโผล่มาข้างหลังแล้วใช้มือเปล่าจัดการคนหนึ่ง ใช้ตัวมันเป็นกำบังให้พวกเบิ้มยิงใส่ก่อนจะฉวยโอกาสวิ่งหนีออกไป
“ตามไปสิเว้ย”

อีกด้านหนึ่งขุนเดชยิงสวนกลับไปที่ลูกน้องประดับซึ่งไล่ตามมา ขุนเดชยิงจนกระสุนหมดเลยหลบอยู่นิ่งๆ พอลูกน้องประดับตามเข้ามาใกล้ก็โผล่ออกมาพร้อมกับใช้ดาบดำออกมาจัดการฟันมาจนเลือดสาดตายคาที่
ขุนเดชควงดาบดำแล้วหันไปเห็นแจ็คที่ตามมาเล่นงาน มันมาพร้อมกับดาบที่รอสู้กับขุนเดช ขุนเดชกับไอ้แจ็คควงดาบเข้าฟาดฟันใส่กันอย่างหนักหน่วง ครั้งนี้ต่างทุ่มกำลังใส่ไม่มีกั๊ก

เบิ้มมากับลูกน้องที่เหลืออีกสองคน ยงยุทธยืนหลบอยู่นิ่งๆ พอมันเข้ามาใกล้ก็โผล่มาข้างหลังแล้วใช้มือเปล่าเข้าไปจัดการหักคอมัน เบิ้มตามเข้ามากับลูกน้องอีกคน ยงยุทธก็ผลักมันแล้วจัดการกับปืนพวกมันจนกระเด็น จากนั้นยงยุทธก็แลกหมัดกับลูกน้องประดับสลับกับไอ้เบิ้มที่รุมเข้ามาเป็นสู้แบบ 2 ต่อ 1 มีพลาดพลั้งโดนเล่นงานไปบ้าง แต่สุดท้ายยงยุทธก็จัดการสอยไปได้หนึ่ง เหลือไอ้เบิ้มที่มาวัดกันตัวต่อตัว
ยงยุทธกับเบิ้มซัดกันไปจนเบิ้มโงนเงนแล้วจัดการง้างหมัดไม้ตายหมัดฟ้าฟาดเล่นงานจนไอ้เบิ้มสลบเหมือด

ขณะนั้นขุนเดชฟาดฟันเชิงดาบกับไอ้แจ็คมันส์หยดชนิดกินกันไม่ลง ขุนเดชฟันโดนแขนไอ้แจ็คแต่มันกลับยิ้ม ชอบใจ ไม่แสดงสีหน้าเจ็บ ซ้ำยังรุกใส่อย่างหนักกว่าเดิม ทำให้ขุนเดชเสียเปรียบเป็นฝ่ายตั้งรับ
ยงยุทธตามเข้ามาเห็นขุนเดชกำลังเสียเปรียบถูกไอ้แจ็คเล่นงาน ยงยุทธเห็นดาบของลูกน้องประดับอยู่ที่ศพ มันเลยคว้าขึ้นมาแล้วรีบเข้าไปช่วยขุนเดช ขุนเดชถูกแจ็คไล่ฟันจนพลาดท่าล้ม มันจะแทงขุนเดชยงยุทธก็กระโจนเข้ามาใช้ดาบตวัดปัดช่วย
“มันคนเดียวเอาไม่อยู่หรอก” ยงยุทธบอก
ขุนเดชพยักหน้ารับใช้ดาบดำเข้าลุยใส่ไอ้แจ็คพร้อมกันเป็น 2 รุม 1 ใส่กันไม่ยั้งแต่ไอ้แจ็คก็ยิ่งแสดงฝีมือสู้ไม่ถอย รับดาบยงยุทธแล้วหันไปเล่นงานขุนเดชแล้วตามไปเล่นงานยงยุทธต่อแบบไม่มีจุดอ่อนทำให้สองคนรุมมันได้
ทั้งคู่ผงะถอยออกมาแล้วตัดสินใจลุยเข้าไปอีกครั้งพร้อมๆ กัน คราวนี้ไอ้แจ็คฟันหนักหน่วงไปที่ยงยุทธจนดาบ กระเด็น ทำให้ยงยุทธพลาดท่าถูกไอ้แจ็คใช้ดาบจ่อคอเป็นตัวประกัน
“ยงยุทธ” ขุนเดชอึ้ง
ขุนเดชจะขยับเข้าไปช่วยแต่ประดับโผล่เข้ามาพร้อมกับปืน
“อย่าดีกว่าไอ้ขุนเดช ถ้าแกขยับอีกนิดเดียว...แกได้เห็นไอ้แจ็คเชือดคอเพื่อนแกแน่”
“ไม่ต้องสนใจชั้น...ใช้ดาบดำของแกจัดการพวกมัน”
ยงยุทธบอก ขุนเดชจะขยับ ไอ้แจ็คเลยใช้ดาบกดลงไปที่คอยงยุทธจนได้เลือด...ยงยุทธร้องเจ็บ...อ๊ากกกก
“ยงยุทธ”
“ชั้นบอกแล้วไงว่าอย่าพยายาม...ตอนนี้ดาบดำแกช่วยชีวิตเพื่อนแกไม่ได้หรอก...ทิ้งมันไปซะไอ้ขุนเดช”
“อย่าฟังมัน! ดาบดำเป็นอาวุธที่แกต้องใช้ลงโทษพวกคนบาป อย่าทิ้งมันไปนะขุนเดช”
แจ็คลงดาบที่คอยงยุทธอีกต่อหน้าต่อตาบีบบังคับให้ขุนเดชยอมทำตาม
“แน่ใจเหรอว่าแกจะทนเห็นเพื่อนแกโดนฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ทิ้งดาบดำไปซะไอ้ขุนเดช”
ขุนเดชกำดาบดำแน่นแต่สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ไอ้แจ็คยิ่งเล่นงานยงยุทธหนักขึ้น ในที่สุดขุนเดชเลยต้องตัดสินใจโดนดาบดำลงพื้น
“ดีมาก...ชั้นนับถือน้ำใจความเป็นเพื่อนของพวกแกจริงๆ” ประดับเล็งปืนไว้ที่ขุนเดชแล้วเข้าไปหยิบดาบดำขึ้นมาถือเอาไว้และมองอย่างชื่นชม “ดาบดำ...อาวุธของทหารพระร่วง...หึๆๆๆ แต่จากนี้ไปมันจะไม่ใช้อาวุธของแกอีกแล้ว เพราะมันคือโลหะศักดิ์สิทธิ์ชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้ข้าเป็นสัตตะโลหะบุรุษ...ฮ่าๆ”
ขุนเดชตกใจกับสิ่งที่ประดับบอก
“ไอ้ประดับ...นี่แก...”
ขุนเดชคิดจะเข้าไปแย่งคืนแต่ถูกประดับยิงเฉี่ยวใส่แขนจนล้มลง
“พวกแกหยุดชั้นไม่ได้อีกแล้ว อำนาจและบารมีของสัตตะโลหะบุรุษจะทำให้ชั้นยิ่งใหญ่เป็นมหาบุรุษเพียงหนึ่งเดียวบนแผ่นดิน...ไอ้แจ็ค ใช้หมัดสั่งตายของแกส่งพวกมันไปลงนรกพร้อมๆ กันเลย ฮ่าๆๆๆ”
ประดับหัวเราะสะใจแล้วเอาดาบดำไปด้วย ขุนเดชจะตามแต่แจ็คผลักยงยุทธใส่ แจ็คฉีกเสื้อแล้วเบ่งกล้ามเข้ามายืนขวางทั้งคู่ ถ้าผ่านแจ็คไม่ได้ก็ไม่มีทางแย่งเอาดาบดำกลับคืน

ที่บ้านกำนันบุญ กำนันบุญนั่งสมาธิอยู่ในห้องพระ งูเจ้าตัวเดิมเลื้อยมาจ้องเล่นงานกำนันบุญมันขู่ฟอดๆ ใส่ กำนันบุญลืมตา จ้องแล้วหลับตาท่องอาคมใส่ ลมพัดเข้ามาในห้องจนเทียนดับ ก่อนที่งูเจ้าจะหายตัวไปทุกอย่างจึงสงบ
กำนันบุญลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปที่แขนตัวเองซึ่งพันผ้าพันแผลปิดรอยแผลเกล็ดงูไว้ อาการปวดแสบปวดร้อน ยังทำให้กำนันบุญเจ็บปวดอยู่
“ข้าไม่มีวันยอมแพ้กรรมอาฆาตของเอ็งหรอก”
ระหว่างนั้นเสียงไอ้นะเคาะประตูเรียกดังเข้ามา
“พ่อกำนัน...พ่อกำนัน”
“เข้ามา”
ไอ้นะเปิดประตูเข้ามาล่ำละลักบอก
“ได้เรื่องแล้วจ้ะพ่อกำนัน ไอ้ประดับมันได้ดาบดำของขุนเดชมาแล้ว”
“ในที่สุดมันก็ทำสำเร็จจนได้”
“แล้วพ่อกำนันจะทำยังไงล่ะ เวลาของพ่อกำนันเหลืออีกไม่มาก ถ้าไม่ได้เป็นสัตตะโลหะบุรุษ พ่อกำนันก็ต้อง...”
“เอ็งไม่ต้องห่วงไปหรอก ข้ารู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องลงเอยแบบไหน ข้าถึงปล่อยให้ไอ้ประดับมันไล่ล่าเอาดาบดำมาให้ได้”
“พ่อกำนันวางแผนอะไรไว้เหรอ”
กำนันบุญยิ้มร้ายเจ้าเล่ห์

ที่คฤหาสน์ปราชญ์ คุณหญิงพาก้องเกียรติเข้ามานั่งที่ห้องโถง
“ขอโทษด้วยจริงๆ นะคะอาจารย์ที่ต้องเรียกตัวมาด่วน”
“ไม่เป็นไรครับคุณหญิงว่าแต่คุณหญิงมีเรื่องอะไรให้ผมช่วย”
ระหว่างนั้นปารมีเอาเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟให้
“ดื่มก่อนเถอะค่ะอาจารย์”
“คุยธุระของคุณหญิงเลยก็ได้ครับ”
“แต่ยัยปาอุตส่าห์เตรียมมาให้ เราสองคนแม่ลูกกำลังลำบาก ไม่รู้จะคุยกับใครที่พอจะไว้ใจได้ นะคะอาจารย์”
ก้องเกียรติมองสองแม่ลูกที่มีแต่แววตาอันน่าเวทนาสงสารเลยหยิบเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มอย่างไม่รู้สึกผิดสังเกต “ชั้นรู้เรื่องที่อาจารย์ช่วยเหลือไอ้ประดับทำให้สามีของชั้นต้องเป็นบ้าแล้ว”
ก้องเกียรติชะงัก
“คุณหญิง...คือเรื่องนั้น”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ชั้นรู้ว่าอาจารย์ถูกมันบีบบังคับเหมือนกับที่มันบีบบังคับเราสองคน แม่ลูกให้ต้องรับใช้มัน”
คุณหญิงพูดไปก็น้ำตาสะอื้น ปารมีก็ร้องไห้ตามสะอึกสะอื้น
“ผมขอโทษด้วยจริงๆ ครับคุณหญิง มันขู่จะเอาชีวิตลูกเมียผม คนอย่างมันไม่สมควรที่จะเป็นสัตตะโลหะบุรุษ”
“ค่ะ...คนอย่างมันไม่สมควรได้เป็น”
ระหว่างนั้นก้องเกียรติเริ่มมีอาการเจ็บปวดจากภายในร่างกายเพราะยาพิษที่กินเข้าไป
“คุณหญิง...นี่...นี่...คุณหญิงเอาอะไรให้ผมกิน”
คุณหญิงกับปารมีมองก้องเกียรติแล้วยิ้มร้าย ก้องเกียรติเริ่มกระอักออกมาเป็นลิ่มเลือด
“ยาพิษไงคะอาจารย์ ไอ้กำนันบุญให้ชั้นมา เพราะว่ามันรับปากว่าจะช่วยให้ชั้นพ้นจากขุมนรกของไอ้ประดับ”
“คุณ…คุณหญิง”
ก้องเกียรติดิ้นทุรนทุรายจนตายอย่างน่าอนาถ สองแม่ลูกมองหน้ากัน

กำนันบุญคุยโทรศัพท์กับคุณหญิง
“ดีมากครับคุณหญิง…อย่าลืมจัดการกับศพของอาจารย์ก้องเกียรติอย่าให้ลูกน้องไอ้ประดับมันรู้ด้วย”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นจัดการไปแล้ว ว่าแต่แกเถอะแน่ใจนะว่าให้ชั้นทำแบบนี้แล้ว แกจะช่วยให้ชั้นพ้นจากไอ้ประดับได้”
“ได้แน่นอนครับคุณหญิง คนที่สามารถทำพิธีสัตตะโลหะบุรุษได้นอกจากอาจารย์ก้องเกียรติแล้วก็มีผมเท่านั้น”
“ก็ดี…ชั้นไม่สนใจหรอกว่าใครจะได้เป็นสัตตะโลหะบุรษ ชั้นขอแค่ให้ชั้นได้สมบัติของชั้นคืนทุกอย่าง และขอให้ไอ้ประดับมันถูกจัดการ ถ้าได้ตามนั้นจะให้ชั้นทำอะไรก็ได้”
“ผมสัญญาว่าคุณหญิงจะได้อย่างที่ต้องการ ตอนนี้คุณหญิงแค่อยู่เฉยๆ ไว้ ผมจะรีบเดินทางไปเอาโลหะศักดิ์สิทธิ์ออกจากที่นั่นเดี๋ยวนี้” กำนันบุญวางสายไปแล้วยิ้มร้ายหันไปบอกไอ้นะ “ได้เวลาออกโรงของเราแล้ว”
กำนันบุญเอาหมวกมาสวมแล้วเดินออกไปพร้อมกับไอ้นะอย่างร้ายกาจ

อ่านต่อหน้าที่ 3




ขุนเดช ตอนที่ 21 (ต่อ)
ขุนเดชถูกไอ้แจ็คถีบยอดอกกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงไม้จนทะลุ ยงยุทธหันไปมองอย่างเป็นห่วง
“ขุนเดช” ยงยุทธเห็นเพื่อนโดนซัดก็เจ็บใจตั้งท่าเชิงมวยเอาจริง “วันนี้แกกับชั้นต้องจบกันไปข้างแน่ไอ้แจ็ค”
ยงยุทธร้องเสียงดังแล้ววิ่งเข้าไปแลกหมัดกับไอ้แจ็ค ระดมทุกหมัดใส่ทั้งฮุคซ้ายขวา อัพเปอร์คัท และแย๊บ แต่ไอ้แจ็คก็รับได้ทุกหมัด ซ้ำยังเกร็งกล้ามเนื้อให้แข็งปึกปล่อยให้ยงยุทธรัวหมัดชกใส่ ไม่สะดุ้งสะเทือน ยงยุทธอึ้ง
“สะใจรึยัง...ขอชั้นบ้างนะ”
แจ็คยิ้มร้ายพลิกกลับมาชกใส่บ้าง คราวนี้ยงยุทธโดนหนักสุดๆ หน้ารับหมัด ตัวรับเข่า แถมสุดท้ายโดนจระเข้ ฟาดหางกระเด็นตัวปลิวไปกระแทกลังไม้ใกล้ๆ กับขุนเดช
ขุนเดชและยงยุทธค่อยๆ ลุกขึ้นมาในสภาพสะบักสะบอมเต็มที่เพราะเจอคู่ปรับที่ฝีมือเหนือกว่า
“ไอ้ยงยุทธ…บอกให้ชั้นสบายใจหน่อยได้มั้ยวะว่าเมื่อกี้นี้…แกยังออมมือให้มันอยู่”
“ชั้นไม่ชอบพูดโกหกว่ะ…เมื่อกี้นี้เต็มที่สุดๆ แล้ว” ยงยุทธพูดไปก็หอบแฮ่ก
ขุนเดชชะงักแล้วหันมามองเพื่อนอย่างเสียไม่ได้
“รอดไปคราวนี้แกน่าจะลองหัดโกหกบ้างนะ ช่วยให้คนอื่นรู้สึกดีบาปมันไม่หนาหรอก”
“ก็ขอให้รอดแล้วกัน แล้วจะลองทำบาปดู”
แจ็คมองสองคนที่ซุบซิบคุยกันอย่างไม่ยี่หระ มันตั้งท่าเชิงมวยแล้วกวักมือเรียกทั้งคู่
“แกจำที่เราเคยสู้กับลุงเถินพร้อมกันได้มั้ย”
“ได้”
“นั่นแหละ…ต้องแบบนั้นเลย หนักๆ อย่าหยุด…เพราะถ้าหยุดเมื่อไหร่…เราตาย”
ยงยุทธกับขุนเดชพยักหน้าให้กันแล้วส่งเสียงดังพร้อมกับลุยเข้ารุมใส่แจ็คพร้อมๆ กัน

ทึ่บ้านกำนันบุญ ประดับถือดาบดำเดินเข้ามา เบิ้มที่ยังเจ็บจุกไม่หายเดินตามหลังประดับ
“แกยังไหวนะไอ้เบิ้ม”
“ยังไหวครับนาย”
ประดับฟังเบิ้มแล้วหันไปมองในบ้านอย่างผิดสังเกต
“ไอ้กำนันมันหายไปไหน ทำไมที่นี่เงียบเชียบนัก”
“ผมไปดูให้ครับนาย”
เบิ้มเดินแยกออกไปได้ครู่ก็ลากคอลูกน้องกำนันบุญออกมาคนหนึ่ง
“นายครับ…รู้แล้วครับว่ากำนันบุญหายไปไหน”
เบิ้มผลักลูกน้องกำนันบุญไปหาประดับเลยโดนกระชากคอเสื้อขึ้นมาถาม
“ไอ้กำนันบุญไปไหน”
“ไป…ไปกรุงเทพฯ ครับคุณประดับ”
ประดับมีสีหน้าสงสัยว่ากำนันบุญไปกรุงเทพฯ ทำไม พอคิดได้ก็อึ้งไปทันที
“ไอ้กำนัน…หรือว่ามัน…”

ขณะนั้นที่โรงสีขุนเดชกับยงยุทธเข้ารุมแจ็คผลัดกันเตะ ต่อย เข่า ศอก ระดมทุกอย่างใส่แบบไม่มีช่องว่างให้หายใจ จนไอ้แจ็คเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบโดนหนักไม่ยั้ง ถูกยงยุทธชกหน้าหันเลือดกบปากแล้วโดนขุนเดชถีบกระเด็น อีกดอกไปกระแทกลังไม้แตกกระจุยแล้วนิ่งไป
“เฮ้ย…ได้ผลว่ะ ฝีมือล้วนๆ เลยนะเนี่ย” ยงยุทธบอกอย่างดีใจ
ขุนเดชยิ้มรับเห็นด้วยแต่ไม่ทันไรไอ้แจ็คก็ลุกพรวดขึ้นมาร้องเสียงดังลั่นอย่างโกรธแค้นหน้าแดงเถือก
“ยังไม่หมดฤทธิ์อีกเหรอวะ”
“ระวังนะขุนเดช ชั้นว่าคราวนี้ มันสั่งตายเราแน่”
แจ็คปัดลังไม้กระจุยกระจายแล้วตั้งท่าเชิงมวยไม้ตายพร้อมปลิดชีวิตทั้งคู่
“หมัด…สั่ง…ตาย”
นิ้วกลางของแจ็คขึ้นสันกลางหมัดทั้งสองข้าง มันลุยเข้ามาเล่นงานอย่างกับพายุทอร์นาโด ขุนเดชกับยงยุทธรับหมัดของมันอย่างเต็มที่แต่ก็โดนเข้ากลางอกไปคนละหมัดเล่นเอากระอักเลือดออกมา
“เราจะตายไม่ได้นะยงยุทธ…ชั้นต้องเอาดาบดำของชั้นคืนมา”
“งั้นแกต้องช่วยชั้นแล้ว”
ยงยุทธพยักหน้าให้ขุนเดชมองไปที่ดาบของไอ้แจ็คที่ตกอยู่ที่พื้นห่างไปอีกจุดหนึ่ง ขุนเดชพอจะเข้าใจแผนการ “เลยพยักหน้ารับ แล้วทั้งคู่ก็บุกจู่โจมพร้อมกันอีกครั้ง คราวนี้ขุนเดชโดนแจ็คชกกระเด็น ยงยุทธเลยเข้าไปรับ
หมัด กับแจ็คอย่างหนักหน่วงและตอบโต้ด้วยหมัดไม้ตาย
“หมัด…ฟ้าฟาด”
ยงยุทธเหวี่ยงหมัดฟ้าฟาดเข้าใส่แจ็คเต็มๆ จนมันทรุด ยงยุทธนึกว่าจะเล่นงานมันได้แต่มันกลับอึดลุกขึ้นมาเอา มือบีบคอยงยุทธจนหน้าแดงหายใจไม่ออกแต่ยงยุทธกลับมีสีหน้ายิ้มร้าย
ฉับ! ขุนเดชโผล่มาข้างหลังแจ็คแล้วใช้ดาบฟันเข้ากลางหลัง แจ็คสะดุ้งเฮือก ปล่อยมือจากคอยงยุทธแล้วหัน มาที่ขุนเดชเลยโดนขุนเดชใช้ไม้ตาย
“ฟ้า…ดิน..เป็นพยาน…ดาบเดือนดับ”
ขุนเดชฟัน…ฟัน…และฟัน เข้าเส้นเลือดใหญ่ที่คอและข้อมือสองข้างจนมันตายคาที่เป็นอันจบชีวิตไอ้แจ็ค

ขุนเดชกับยงยุทธประคองกันออกมาจากโรงสีในสภาพสะบักสะบอม ระหว่างนั้นจ่าแท่นพาดารากับบัวทองเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง
“ยงยุทธ”
ดาราเข้าไปกอดยงยุทธและช่วยประคอง ส่วนบัวทองก็เข้าไปที่ขุนเดช
“พี่ขุนเดช…เจ็บมั้ย”
ขุนเดชยิ้มให้บัวทองคิดว่าจะไม่เจ็บแต่ก็สะดุ้งเมื่อบัวทองเข้ามาประคอง
“ชั้นขอโทษจ้ะพี่”
“หมวดครับ…ผมว่าเราควรรีบไปจากที่นี่ก่อน ตอนนี้หมวดกลายเป็นผู้ต้องหาอยู่”
จ่าแท่นบอก ยงยุทธพยักหน้ารับแล้วพากันออกไปทั้งหมดพร้อมกัน

ที่คฤหาสน์ของปราชญ์ หน้าห้องเก็บสมบัติลูกน้องประดับที่เฝ้าหน้าประตูถูกไอ้นะใช้มีดแทงจนมิดด้ามและตายคาที่เป็นศพกองพื้น คุณหญิงกับปารมีเห็นกำนันบุญจัดการลูกน้องประดับก็เบือนหน้าหลบไม่อยากมอง ส่วนกำนันบุญยิ้มร้ายแล้วผลักประตูเข้าไปในห้องเก็บสมบัติ สองแม่ลูกรีบตามกำนันบุญเข้าไป
พอเข้ามาในห้องกำนันบุญมองโลหะศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 6 ชิ้นแล้วยิ้มพอใจก่อนจะหันไปไอ้นะ
“เดี๋ยวเอ็งขนเอาโลหะศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดออกไป เพราะข้าต้องใช้ทำพิธีสัตตะโลหะบุรุษในคืนเดือนมืดที่ประตูผี”
“ได้จ้ะพ่อกำนัน”
“แต่ชั้นว่ากำนันน่าจะขนเอาออกไปให้หมดเลยนะ ไอ้พวกเศษอิฐเศษหินพวกนี้ เก็บไว้ก็ รกบ้านชั้น” คุณหญิงบอก ปารมีหันไปหยิบเศียรพระศิลาขึ้นมา
“ดูสิคะคุณแม่…สวยก็ไม่สวย ไม่รู้คุณพ่อจะเอามา ประดับบ้านทำไม”
“วางเศียรพระศิลาลงเดี๋ยวนี้คุณปารมี”
“แกสั่งชั้นเหรอ”
“ผมสั่งให้วางลง”
กำนันบุญมีสีหน้าเอาจริงจนปารมีต้องรีบวางเศียรพระศิลาคืนที่เดิม กำนันบุญเข้าไปมองด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“เศียรพระศิลาองค์นี้มีความหมายกับผมมาก”
“งั้นก็รีบเอาไปให้พ้นบ้านชั้น แล้วก็อย่าลืมเรื่องที่ตกลงกันไว้ แกต้องจัดการไอ้ประดับให้ชั้น”
“เรื่องไอ้ประดับผมจัดการแน่ แต่สำหรับคุณหญิงและลูกสาว ผมมาคิดๆ ดูแล้ว คุณหญิงรู้เรื่องพวกผมมากเกินไปวันข้างหน้าอาจจะหันมาหักหลังผมได้”
“นี่แก…”
ไอ้นะรีบเข้าไปล็อคตัวคุณหญิงเอาไว้ไม่ให้ขยับ ส่วนปารมีถูกกำนันบุญจับมือลากมาที่ธรรมจักรสัมฤทธิ์
“แกจะทำอะไรชั้น”
“ช่วยให้คุณได้เห็นว่าจุดจบของคุณจะเป็นยังไงไงครับคุณปารมี”
กำนันบุญจับมือปารมีแตะที่ธรรมจักรสัมฤทธิ์ ปารมีตกใจหน้าเสียร้องลั่น…กรี๊ดดดดดด

คืนนั้นเมื่อประดับกลับมาที่บ้านปราชญ์ ประดับรีบเข้ามาในห้องเก็บสมบัติแล้วไม่พบโลหะศักดิ์สิทธิ์เลยสักชิ้น ประดับโกรธจัดในมือกำดาบดำ
“ไอ้กำนันบุญ…ไอ้อสรพิษ แกหักหลังชั้น”
ประดับโกรธเจ็บใจได้ครู่เบิ้มก็เข้ามา
“นายครับ รู้แล้วครับว่าใครเป็นคนช่วยให้กำนันบุญหักหลังนาย”

ภายในห้องโถงปารมีกรีดร้องตกใจกลัวจัด เพราะเสียงร้องของเด็กที่ร้องดังลั่นไปทั่ว
“ไป...ไปให้พ้น...คุณแม่ช่วยปาด้วยสิ…ไปบอกให้มันหยุดร้องที ปาไม่อยากได้ยิน”
“แต่แม่ไม่ได้ยินเสียงเด็กร้องที่แกได้ยินเลยนะยัยปา”
“คุณแม่หูหนวกเหรอไง มันร้องลั่นบ้านจนหูปาจะแตกอยู่แล้ว นั่นไง…มันร้องอีกแล้ว โอ๊ย…ปาจะทนไม่ไหวแล้ว”
ปารมีเอาแต่นั่งปิดหูตัวสั่นจนน่าเวทนา คุณหญิงทำอะไรไม่ถูกจนประดับเข้ามา
“ประดับ…ช่วยยัยปาด้วย...ยัยปาเป็นอะไรก็ไม่รู้ ได้ยินแต่เสียงเด็กร้อง”
“ไอ้กำนันบุญมันให้คุณปาแตะต้องธรรมจักรสัมฤทธิ์ใช่มั้ย”
“ใช่”
“งั้นคุณปาก็กำลังโดนวิญญาณเด็กที่ไปทำแท้งมาตามอาฆาตอยู่”
“แล้วจะช่วยยัยปาได้ยังไง” คุณหญิงถามอย่างตกใจ
ประดับมองปารมีแล้วเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะชักปืนออกมายิงใส่สามสี่นัดติดๆ กัน...เปรี้ยงๆๆๆ คุณหญิงตกใจสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นลูกสาวตัวเองตายคาที่
“ยัยปา!...ยัยปา...ไอ้ประดับ..แกฆ่ายัยปาทำไม”
“ก็คุณหญิงขอร้องให้ผมช่วยไง” ประดับบอกแล้วเข้าไปกระชากผมคุณหญิงมาจ้องหน้า “คุณหญิงเองก็ด้วยเหมือนกัน อยากจะเห็นผมโดนไอ้กำนันหักหลักนักใช่มั้ย”
“ชั้น...ชั้นขอโทษ...ชั้นผิดไปแล้ว ไว้ชีวิตชั้นเถอะ”
“ได้...ผมจะไว้ชีวิตคุณหญิง ถ้าบอกมาว่าไอ้กำนันบุญเอาโลหะศักดิ์สิทธิ์ไปทำพิธีที่ไหน”
“ชั้นรู้...ไอ้กำนันบุญมันฝากให้ชั้นบอกเธอไว้แล้ว..แต่เธอต้องสัญญาว่าจะไว้ชีวิตชั้นนะ”
ประดับมองคุณหญิงแล้วพยักหน้ารับ

คุณหญิงทรุดฮวบเลือดเต็มท้องลงไปนอนข้างๆ กับศพของปารมี ตัวเกร็งร่างกระตุกหายใจรวยริน ประดับเอาผ้ามาเช็ดเลือดออกจากดาบดำหลังจากใช้แทงคุณหญิง
“ดาบดำของไอ้ขุนเดชใช้ฆ่าคนได้เหมาะมือจริงๆ...ชั้นชักชอบแล้วสิ หึๆๆๆ”
ประดับหัวเราะชอบใจพร้อมควงดาบดำไปมาอย่างมันส์มือก่อนจะเดินออกไป คุณหญิงนอนตาปรือเลือดเต็มตัวแล้วตายช้าๆ อย่างน่าเวทนา

วันต่อมาที่หน้าถ้ำศิลา ยงยุทธออกมาซ้อมยิงปืนใส่เป้าอย่างตั้งใจระหว่างนั้นดาราเดินเข้ามาข้างหลัง
“ไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับเธออีกแล้วใช่มั้ย”
ยงยุทธหยุดนิ่งแล้วเก็บปืน
“เป้าหมายครั้งนี้คือไอ้ประดับ ทางเลือกอื่นถึงได้ไม่มีให้ผมเดิน”
“นั่นเท่ากับผมต้องทิ้งอาชีพตำรวจที่เธอภูมิใจ”
“คุณก็รู้ว่าผมปฏิเสธวิธีการนี้มาตลอด แต่ถ้าผมยังยืนอยู่ในที่สว่างผมก็ต้องกลายเป็นเป้าให้มันเล่นงาน ทางเดียวที่จะเอาชนะมันได้คือผมต้องเป็นเหมือนขุนเดช”
ดาราสงสารยงยุทธเลยเข้าไปสวมกอดจากข้างหลัง
“ถ้าเธอเลือกทางนี้แล้ว เธอสัญญากับชั้นได้มั้ยว่าสุดท้ายแล้วเธอจะไม่คิดจากชั้นไปเหมือนขุนเดช”
“ดารา...”
ยงยุทธหันกลับมาแล้วมองเข้าไปในดวงตาเธอเชยคางขึ้นมาสบตากันนิ่ง

ภายในถ้ำศิลา ขุนเดชกราบพระศิลาที่ไร้เศียร ระหว่างนั้นบัวทองมาข้างหลังแล้วยื่นสร้อยคอพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำให้
“ชั้นว่าถึงเวลาที่พี่ต้องเก็บรักษาท่านไว้กับตัวแล้ว”
“แต่พี่ให้ไว้เพื่อปกป้องบัวทองนะ”
“พี่จะให้ท่านปกป้องชั้นจากอะไร ถ้าไม่มีพี่อยู่กับชั้น แล้วมีแต่คนบาปเดินให้เกลื่อนแผ่นดิน ต่อให้ท่านศักดิ์สิทธิ์มากแค่ไหนก็คงปกป้องชั้นไม่ได้”
“ไม่ต้องห่วงพี่หรอก ถึงตอนนี้พี่จะไม่มีดาบดำแต่พี่จะหาทางอื่นไปสู้มัน”
“ไม่...พี่ต้องรับไป...ชั้นขอร้องล่ะ ชั้นไม่อยากให้พี่ต้องมีจุดจบอย่างพ่อของพี่” ขุนเดชนิ่งไปมองพระศิลาที่ไร้เศียร แล้วนึกถึงภาพในอดีตที่เห็นดาบดำของพ่อถูกฟันจนหักและพ่อถูกตัดคอ “นะจ๊ะพี่ขุนเดช...” บัวทองจับมือขุนเดชแล้วเอาสร้อยพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำใส่มือขุนเดช “พี่เป็นทหารของพระร่วง มีดาบดำเป็นอาวุธไว้คอยปกป้องสมบัติของแผ่นดินไม่ให้พวก คนบาปมาทำลาย ชั้นเชื่อว่าพี่จะต้องจัดการหยุดพวกมันได้”
ขุนเดชมองบัวทองและมองพระร่วงนั่งเนื้อเหล็กดำในมือแล้วคิดอยู่ครู่ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
“บัวทอง..ขอบใจมากนะ...พี่รู้แล้วว่าพี่จะทำยังไง”
ขุนเดชดึงบัวทองมากอดอย่างดีใจ บัวทองทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจ

บริเวณประตูผี โบราณสถานปรักหักพังวังเวงและน่าเกรงขาม กำนันบุญยืนยิ้มร้ายอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังและโลหะศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 7 ชิ้นถูกนำไปประจำในแต่ละทิศ
โล่ห์โลหะเขียวประจำทิศอุดร(เหนือ) , พระนารายณ์เนื้อเงินประจำทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) , พระพุทธรูป ฟ้าผ่าประจำทิศอีสาน(ตะวันออกเฉียงเหนือ) , ปืนคาบศิลาเหล็กไหลประจำทิศประจิม(ตะวันตก) , รูปปั้นนางรำ ทองคำประจำทิศบูรพา(ตะวันออก) , ธรรมจักรสัมฤทธิ์ประจำทิศตะวันออกเฉียงใต้ (อาคเนย์)
“ชั้นวางโลหะศักดิ์สิทธิ์ประจำแต่ละทิศแล้ว ขาดก็แต่ดาบดำที่ต้องประจำทิศหรดีจ้ะ” ไอ้นะบอก
“รอไม่นานหรอก เพราะเดี๋ยวไอ้ประดับมันต้องเอามาให้ข้าด้วยตัวเอง”
“แล้วพิธีจะเป็นยังไงเหรอจ๊ะพ่อกำนัน”
กำนันบุญยิ้มร้ายๆ
“คืนนี้เมื่อจันทรคราสมาถึง...อำนาจอันศักดิ์สิทธิ์จากโลหะโบราณทั้ง 7 อย่าง จาก 7 ทิศจะมอบพลังทำให้ข้าเป็นสัตตะโลหะบุรุษ...มหาบุรุษผู้มากด้วยอำนาจและ บารมีหนึ่งเดียวของแผ่นเดียว...ฮ่าๆๆๆๆ”
กำนันบุญได้ใจได้ครู่ลูกน้องกำนันบุญก็เข้ามาตาม
“พ่อกำนัน ไอ้ประดับมาแล้ว”
“ไอ้นะ...จัดการต้อนรับมัน”

จบตอนที่ 21

ติดตามอ่านขุนเดช ตอนอวสาน พรุ่งนี้ 







แก้วกลางดง ตอนที่ 21-22
แก้วกลางดง ตอนที่ 21-22
ค่ำนั้น...เมียวดีหยิบดาวกระดาษที่พับในงานขึ้นมาดู ก่อนจะถอนหายใจกับการตัดสินใจของตัวเอง หันกลับมาเจอทรงเผ่ายืนอยู่ เธอรีบเอาดาวซ่อนไว้ข้างหลัง “นั้นอะไร” “เปล่าไม่มีอะไร” “ก็ฉันเห็น” ทรงเผ่าจับมือเมียวดีแกะดูเห็นดาวกระดาษ สองคนมองหน้ากัน “เธอเจอด้วยเหรอ” “นายเคยบอกว่า มันเป็นเหมือนดาวประจำตัวของเรา...ไม่ใช่เหรอ” “เธอยังจำได้” “ได้ซิ...เราจำได้ทุกอย่างนั้นแหละ ที่เกี่ยวกับนาย ทั้งสุขและทุกข์” “เมียวดี ฉัน...เสียใจ ฉันรับปากตาจันว่าจะดูแลเธออย่างดี แต่กลับ...” “ไม่มีอะไรอะไรต้องเสียใจ นายไม่ได้ทำอะไรผิด ชีวิตคนเกิดมามันจะมีแต่สุขได้ยังไง คนที่พูดแบบนั้นต้องโกหก แค่ไม่มีข้าวกินมื้อหนึ่งเราก็ทุกข์แล้ว เห็นมั้ย...เราแค่อยากบอกว่าเราจะจำเรื่องทุกอย่างได้เท่านั้น”
กำลังโหลดความคิดเห็น...