xs
sm
md
lg

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 10

เผยแพร่:

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10
 
ปราบเดินออกจากบ้านมาพร้อมกล้องกับขาตั้ง แล้วก็ประหลาดใจเมื่อเห็นนับดาวนั่งดูดาวอยู่คนเดียว

“ออกมาถ่ายรูปเหรอคะ”
“ครับ...ผมนึกว่าคุณเมาไวน์หลับไปแล้วซะอีก”
“ไม่ได้เมาหรอกค่ะ ฉันหลอกน้าอะซ่าน่ะค่ะ แต่น้าอะซ่าน่ะหลับปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้ว”
“ทำไมต้องหลอกน้าคุณด้วย”
“ถ้าพูดตรงๆเขาไม่เข้าใจหรอกว่า ฉันคิดถึงดวงดาวบนท้องฟ้าที่ไร่นี้”
“คุณโชคดีมากเลยนะ ความจริงช่วงนี้เมฆเยอะมาก ฟ้าไม่ค่อยเปิดอย่างนี้หรอก”
“แม่ของฉันอาจจะจัดให้ก็ได้”
“งั้นฝากขอบคุณแม่คุณด้วย ที่ทำให้ผมได้ถ่ายรูปหมู่ดาวในเดือนนี้ได้”
“รู้มั้ย พอกลับไปกรุงเทพ ฉันอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าพ่อหรือแม่ฉันไม่ตาย ฉันอาจจะโตเป็นสาวชาวไร่อยู่ที่นี่ ซึ่งฉันอาจจะชอบมากกว่าเป็นนับดาวว้าวแซ่บก็ได้”
ปราบหันมามองนับดาวด้วยความแปลกใจ นับดาวหันมาเห็นสายตาของเธอที่มองมา นับดาวหัวเราะเบาๆ
“ไม่ต้องมองฉันอย่างนั้นหรอก ฉันแค่คิดเล่นๆน่ะ เอาเข้าจริงๆฉันรู้ตัวว่าฉันทิ้งแสงสีไปไม่ได้หรอก มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันไปแล้ว...ที่นี่เป็นได้แค่ที่หลบพักชั่วคราวเท่านั้น”
“ได้แค่นั้นก็พอใจแล้ว”
นับดาวได้ยินแล้วเอะใจหันมามองปราบ ทั้งสองมองตากันอยู่ครู่หนึ่ง
“ที่คุณเคยบอกว่าฉันจอมปลอมน่าสมเพชน่ะ จริงๆคุณก็พูดถูกนะ เพราะอย่างงั้นฉันถึงไม่เหมาะกับที่นี่ ไม่ใช่ที่นี่เป็นแค่ที่หลบพักสำหรับฉันหรอก ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าฉันต่างหากที่เป็นได้แค่คนมาเยือนของไร่ปรีดา”
“ถ้าอย่างนั้นผมก็อยากให้คุณรู้ว่าไม่ว่าคุณจะมาที่นี่ในฐานะนับดาวว้าวแซ่บ หรือแค่คนมา
เยือน หรือยัยตัวแสบสารพัดพิษก็ตาม ที่นี่พร้อมจะต้อนรับคุณเสมอ”
นับดาวอึ้งไป พูดไม่ออก ปราบถอดแจ็คเก็ตของเขาออก ห่มให้นับดาว
“น้ำค้างมันเยอะ จะไม่สบายได้”
“แล้วคุณล่ะ”
“ผมชินแล้ว”
“ขอบคุณนะคะ”
ปราบกับนับดาวนั่งดูดาวด้วยกัน แอบมองกันนิดหนึ่ง

เช้าวันใหม่...ปราบมาส่งนับดาว น้อยหน่า อลิสาที่รถ ปราบหันไปกำชับนับดาว
“หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ยัยน้อยหน่าลูกผมใจแตกนะ”
“อยู่กับฉันน่ะ น้อยหน่าจะได้เรียนรู้โลกของวัตถุนิยมอย่างรู้ทันที่สุด รับรองไม่มีเรื่องใจแตกแน่ๆวางใจได้”
ปราบหันไปหาลูกสาว
“ถึงจะอยู่กับพี่ดาว แต่เธอก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ เข้าใจไหม”
“ค่ะ...ขอบคุณมากนะคะพ่อที่ไว้ใจหน่า”
น้อยหน่ากอดพ่อ อลิสาตัดบท
“ไปกันเถอะค่ะ”
ปราบยิ้มให้อลิสา แล้วหันมาหานับดาว ทั้งสองสบตากัน อลิสาเดินเข้ามาขวาง
“อ้ะๆๆ ไปกันได้ละ มัวโอ้เอ้เดี๋ยวก็ต้องค้างคืนอีกคืนหรอก”
อลิสาต้อนนับดาวกับน้อยหน่าขึ้นรถไป นับดาวขับรถออกไป


ชนะชัยเดินเข้ามาในห้องรับแขก พบชัชฎาคุยมือถืออยู่ หน้าตาเคร่งเครียด
“คุณต้องซื้อเวลาให้ฉันให้ได้...ฉันเข้าใจ เสี่ยงก็เสี่ยง ฉันต้องการยื้อเวลาให้ได้มากที่สุดเท่าที่
จะทำได้...ส่วนเรื่องค่าดำเนินการของคุณ คุณไม่ต้องห่วง...ขอบคุณค่ะ”
ชัชฎาวางสาย หันมาเจอลูกชายพอดี
“คุณเอกโทรมา”
“เราจะโดนฟ้องแล้วเหรอครับ”
“ยังหรอก แม่ให้เขาหาทางยื้อไว้ก่อน เราอาจต้องปั้นตัวเลขขึ้นมาเองตบตาคนอื่นไปก่อน”
“ทำอย่างนี้ไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอครับแม่”
“เสี่ยงน้อยเสี่ยงมากก็ต้องเสี่ยง เพราะเราไม่มีทางเลือก...ถ้าเราได้เงินซื้อหุ้นจากนับดาวมาก็จะอุดช่องว่างตรงนี้ได้ อย่างน้อยก็ทำให้เราพอมีเวลาหายใจไปได้อีกปีสองปี ระหว่างนั้นเราก็ค่อยๆแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ ว่าแต่นับดาว…”
“คือ...”
“หาวิธีกดดันเขาหน่อยสิ”
ชนะชัยลำบากใจ
“แม่ไม่ได้บอกให้แกไปปอกลอกหรือหลอกลวงเขานะ มันก็คล้ายๆขอยืมเงินนั่นแหละ พอเราเอาตัวรอดจากวิกฤตครั้งนี้ได้ เราก็คืนเงินเขาพร้อมดอกเบี้ย ส่วนความรักของแกกับเขา แม่ก็จะไม่ขัดขวางอะไรอีกเลย”
“งั้นผมเล่าความจริงให้เขาฟังเลยดีกว่า แล้วก็ขอยืมเงินจากเขาตรงๆ”
“ขืนทำอย่างนั้นเขาทิ้งแกแน่ ไม่เชื่อก็ลองดูสิ...แล้วแกก็จะอกหัก ส่วนธุรกิจของเราก็จะเจ๊ง ดีไม่ดีแม่อาจจะต้องติดคุกด้วย”
ชนะชัยเงียบไปไม่กล้าพูดอะไรอีก


นับดาว อลิสา น้อยหน่า เดินอยู่ในห้างหรู อลิสาพูดขึ้น
“เอางี้มั้ยดาว เดี๋ยวเธอไปกินข้าวกับคุณจ๊อบ แล้วน้าจะพาน้อยหน่าไปหาอย่างอื่นกินดีกว่า จะ
ได้ไม่รบกวนเธอสองคน”
น้อยหน่าแปลกใจ
“คุณจ๊อบคือใครเหรอคะ”
“เป็นแฟนพี่เองจ้ะ”
“หน่าอยากเห็นแฟนพี่ดาวจัง หน่าไปด้วยได้มั้ยคะ”
“อย่าเพิ่งเลยจ้ะ สองคนนี้เขาไม่ค่อยได้เจอกัน ให้เขาได้งุ้งงิ้งบ้าง อะไรบ้าง ถ้าเราไปเดี๋ยวจะ
กลายเป็นกอขอคอพวกเขานะจ๊ะ”
“จริงๆไปด้วยกันก็ได้นะคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะน้าอะซ่า”
“อย่าเลย ไปสวีทกันสองคนเถอะ”
น้อยหน่าพยักหน้าเข้าใจ
“อือ งั้นหน่าค่อยเจอแฟนพี่ดาววันหลังก็ได้ค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวเจอกันนะจ๊ะ”
นับดาวเดินแยกไป น้อยหน่ามองตามนับดาว ก่อนจะเดินไปอีกทางหนึ่งกับอลิสา


อลิสาพาน้อยหน่ามาที่ฟูดคอร์ต
“นี่เขาเรียกว่าฟูดคอร์ตนะจ๊ะ แล้วนี่คูปอง ในนี้มีเงินอยู่ 500 บาท หน่าเดินดูให้ทั่วๆเลยนะ อยากกินอะไรก็บอกคนขายเขาแล้วยื่นคูปองนี่ให้ เข้าใจไหมจ๊ะ แล้วเดี๋ยวเจอกันแถวนี้นะเข้าใจไหมจ๊ะ”
อลิสายิ้มให้น้อยหน่า แล้วเดินไปเลือกของกิน
“อะไรเนี่ย นี่หนังหน้าของหน่ามันดูโง่มากหรือไง ถึงนึกว่าไม่รู้จักฟู้ดคอร์ตเนี่ย”
น้อยหน่ามองไปรอบๆ เห็นอลิสายังเดินดูร้านนู้นร้านนี้อยู่ เธอจึงเดินออกไปจากฟู้ดคอร์ต


น้อยหน่าเดินชะเง้อชะแง้มองไปในร้านอาหารต่างๆ
“เอ เมื่อกี้เห็นมาทางนี้นี่นา อยู่ร้านไหนน้า”
น้อยหน่าเดินไปชะแง้ไป ไม่ทันมองทาง เดินชนกับใครบางคน
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ”
อีกฝ่ายหันมามอง
“น้อยหน่า”
“ตะวันวาด”
ทั้งสองฝ่ายงงกันไป
“เธอมาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย”
“แม่ฉันมาคุยงานที่นี่ ฉันเลยออกมาเดินเล่น แล้วเธอล่ะมากับใคร”
“ฉันมากับพี่ดาว”
“พี่ดาวมาด้วยเหรอ แล้วอยู่ไหนล่ะ”
“ก็กำลังหาอยู่เนี่ย เขากำลังกินข้าวกับแฟนเขาอยู่”
“อะไรนะ แฟนพี่ดาวเหรอ มันเป็นใคร”
น้อยหน่ามองท่าทางที่ขึงขังของตะวันวาดอย่างแปลกใจ
“ทำไมต้องโกรธด้วย หึงเหรอ”
ตะวันวาดยิ้มประจบ
“เปล่าหรอกจ้ะ ถามไปงั้นแหละ เธอก็รู้นี่นาว่าฉันชอบใคร”
“เชอะ...”
ตะวันวาดรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ไปๆ ฉันเดินไปเป็นเพื่อนเธอเอง”
ตะวันวาดรีบพาน้อยหน่าเดินหานับดาวตามร้านต่อ
นับดาวกับชนะชัยนั่งกินข้าวด้วยกัน...
“ผมว่าตอนนี้ใครๆก็เห็นข่าวเรื่องรูปคุณเอมี่พกสนับมือกันหมดแล้ว ถือว่าคุณดาวกอบกู้ชื่อเสียงกลับมาได้แล้วสินะครับ”
“ค่ะ ต้องขอบคุณคุณจ๊อบด้วยที่อยู่เคียงข้างดาวตลอดเวลา”
“ชีวิตของนับดาว ว๊าวแซบก็จะกลับสู่สภาพปกติซะที”
“จะพูดแบบนั้นก็ได้ค่ะ”
“ผมว่าจะถามเลยไปถึงเรื่อง...เอ่อ...เรื่องหุ้นน่ะครับ”
“อ๋อ...”
น้อยหน่ากับตะวันวาดเดินเข้ามา
“พี่ดาวอยู่นี่เอง”
ตะวันวาดยกมือไหว้
“สวัสดีครับพี่ดาว”
นับดาวรับไหว้
“หวัดดีตะวันวาด มายังไงเนี่ย อย่าบอกนะว่าเธอสองคนแอบนัดเจอกันที่นี่”
“เปล่านะคะ แม่ตะวันเขามาคุยธุระที่นี่”
ชนะชัยมองน้อยหน่ากับตะวันวาดด้วยความรู้สึกรำคาญ ทั้งสองทำเหมือนไม่เห็นเขาเลย
“คุณดาว ใครเหรอครับเด็กพวกนี้”
น้อยหน่าได้ยินคำว่าเด็กพวกนี้ ก็หันขวับมามองชนะชัยหัวจรดเท้า
“พี่ดาว นี่ใครเหรอคะผู้ชายพวกนี้เนี่ย”
นับดาวหน้าเหวอ
“อ้าวเด็ก นี่แฟนพี่ ชื่อคุณชนะชัย เรียกพี่จ๊อบก็ได้...นี่น้อยหน่ากับตะวันวาดค่ะ น้อยหน่าอยู่
ไร่ปรีดาส่วนตะวันวาดอยู่รีสอร์ทใกล้ๆไร่ปรีดา”
ชนะชัยมองหน้าน้อยหน่า
“ฉันเคยเจอที่ไหนหรือเปล่า หน้าเธอดูคุ้นๆนะ”
“ไม่รู้คุณสิคะ”
ชนะชัยหน้าตึงที่ถูกน้อยหน่าย้อน นับดาวรีบบอก
“น้อยหน่าเป็นลูกสาวคุณปราบน่ะค่ะ คุณจ๊อบอาจจะเคยเห็นจากรูปถ่ายที่บ้านคุณปราบก็ได้”
“คุณปราบมีลูกด้วยเหรอครับ ไหนบอกว่าเขาเป็น...”
นับดาวสะดุ้ง นึกได้ว่าโกหกชนะชัยไว้ รีบเตะขาชนะชัย ทำท่าบอกใบ้ว่าอย่าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าน้อยหน่า ชนะชัยพยักหน้าเข้าใจ น้อยหน่าสงสัย
“พ่อหนูเป็นอะไรเหรอ”
ชนะชัยรีบแก้
“คุณปราบเป็นโสดไม่ใช่เหรอ”
“เรื่องของพ่อหนู คุณไม่ต้องสงสัยก็ได้”
ชนะชัยเงียบไป พยายามข่มโทสะ ตะวันวาดแกล้งพูดลอยๆ
“โอ๊ย หิวแล้วล่ะ”
น้อยหน่ารีบเสริม
“หิวเหมือนกัน”
นับดาวแปลกใจ
“แล้วน้าอะซ่าล่ะ ไหนบอกจะไปกินข้าวด้วยกัน”
“อ๋อ หลงกันน่ะค่ะ”
“อ้ะ งั้นมากินด้วยกันก็ได้ นะคะจ๊อบ”
ชนะชัยเซ็งๆ
“เอาสิครับ”
นับดาวจะเรียกพนักงานแต่ไม่มีใครมา
“เดี๋ยวดาวขอตัวไปห้องน้ำแป๊ป”
 
โปรดติดตามตอนต่อไป

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10
 

นับดาวลุกออกไป ชนะชัยมองตามไปเห็นนับดาวเดินไปไกล เขารีบหยิบเงินออกมาสองพัน ยื่นให้น้อยหน่ากับตะวันวาด

“นี่ เธอสองคน เอาไปคนละพัน แล้วออกไปหาอะไรกินกันเองนะ ฉันอยากอยู่คุยกับคุณดาวสองต่อสอง ช่วยฉันหน่อยนะ”
ชนะชัยยิ้มและขยิบตาให้ น้อยหน่าไม่รับเงินมา หยิบกระเป๋าตังก์เธอหยิบเงินออกมาสามพัน ยื่นให้ชนะชัย
“เอางี้ดีกว่า หนูให้คุณสามพัน คุณไปให้พ้นๆหน้าหนูได้ไหม”
น้อยหน่ายิ้มและขยิบตาให้ ชนะชัยจ้องหน้าไม่พอใจ
“อยู่ที่ไร่ได้เรียนหนังสือบ้างรึเปล่าเนี่ย”
“เรียนสิ ถามทำไม”
“ฉันรู้ว่าพ่อเธอยุ่ง ไม่มีเวลาสอนมารยาท แต่ครูที่โรงเรียนน่าจะสอนบ้างนะ”
น้อยหน่าฉุนกึก
“นี่คุณว่าพ่อหนูเหรอ”
“ฉันว่าเธอต่างหาก กลับบ้านไปหัดกินปลาซะบ้าง จะได้เข้าใจที่ฉันพูด”
“หนูอาจจะไม่ฉลาด แต่คุณน่ะเข้าขั้นโง่เลยล่ะ ตอนเด็กๆดูหนังโป๊มากไปรึเปล่า สมองเลยไม่
พัฒนา”
ชนะชัยโมโห
“มารยาทแย่มากนะเราเนี่ย อยู่ใกล้ๆคุณดาว ก็หัดซึมซับความเป็นผู้ดีจากเขามาบ้าง”
“ผมว่าคุณก็แย่เหมือนกันนะ ชอบดูถูกคนอื่นเขาแบบเนี้ย” ตะวันวาดโต้
“ฉันไม่ถือพวกเธอหรอกนะ พวกเธอยังเด็กอยู่ ที่สอนเนี่ยเพราะเมตตา ไม่อยากให้ติดนิสัยต่ำๆ
แบบนี้ไปจนโต”
น้อยหน่าจะเถียงต่อ นับดาวเดินกลับมา
“ทำไมหน้าบึ้งกันจัง อย่าบอกนะว่าทะเลาะกันน่ะ”
ชนะชัยรีบบอก
“ไม่มีอะไรหรอกครับ”
“ค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
น้อยหน่ามองหน้าชนะชัยรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าอย่างมาก


ชนะชัยเดินเข้ามาในบ้าน เจอชัชฎารออยู่อย่างใจจดใจจ่อ
“เป็นไงบ้าง คุยกับนับดาวหรือยัง”
“ยังครับ”
“อ้าว ทำไมล่ะ ทำไมไม่คุย”
“พอดีมีคนอื่นอยู่ด้วย เลยไม่สะดวกน่ะครับ”
“ไม่ได้เรื่องเลย กะอีแค่คุยง่ายๆแค่นี้ ทำไมทำไม่ได้ มันยากเย็นมากนักหรือไง หา”
“แม่อย่าจ้ำจี้จ้ำไชให้มันมากนักเลยครับ ขอเวลาผมอีกนิด”
“ฉันบอกแล้วไงว่าเราไม่มีเวลาแล้ว แกอยากเห็นฉันล่มจม อยากเห็นฉันติดคุกมากนักใช่มั้ย”
ชนะชัยเอะใจ ที่แม่เกรี้ยวกราดผิดปกติ เขามองไป เห็นซองยาบนโต๊ะจึงรีบเข้ามาดู
“แม่ไม่สบายอีกแล้วเหรอครับ”
ชัชฎาเงียบไป ร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดลูกชาย
“แม่ไม่ไหวแล้ว...ถ้าพวกเขารู้ พวกเขาฟ้องแม่แน่ๆ...แม่ไม่รู้จะทำยังไง จ๊อบ ช่วยแม่ด้วย”
ชนะชัยกอดแม่ไว้


นับดาวอาบน้ำแช่อยู่ในอ่างอย่างสบายอารมณ์ โทรศัพท์ดังขึ้นเธอมองหน้าจอก่อนกดรับ
“จ๊อบเหรอคะ…พรุ่งนี้ดาวมีงานเดินแบบน่ะค่ะ คุณอยากเจอดาว โอเคค่ะงั้นเราเจอกันหลังงานเลิกได้มั้ยคะ...ตามนั้นค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน ฝันดีนะคะ”
นับดาววางสายก่อนอาบน้ำต่อ


น้อยหน่าคุยกับตะวันวาดอยู่ในร้านฟาสต์ฟู้ด
“นะ นะ นะ ไปช่วยฉันหน่อยนะ”
“ก่อนจะรับปากเธอน่ะ ขอถามอะไรหน่อยสิเราอดสงสัยไม่ได้”
“เรื่องอะไรเหรอ”
“ที่เธอชวนเราไปป่วนนายชนะชัยกับพี่ดาวเนี่ย คิดดีแล้วเหรอ”
“หมายความว่ายังไง”
“ก็เธอกลัวว่าพ่อเธอจะชอบพี่ดาว แต่นี่พี่ดาวมีแฟนแล้ว รักกัน แต่งงานกันถึงพ่อเธอชอบพี่ดาวยังไงก็ไม่ได้กันอยู่แล้ว ถูกป่ะ”
“ถูก ถึงฉันไม่อยากให้พ่อคิดอะไรกับพี่ดาวก็จริง แต่ฉันก็ชอบพี่ดาวมากจนทนไม่ได้ที่เห็นเขามีแฟนเป็นผู้ชายที่น่ารังเกียจแบบนั้น เข้าใจไหม”
“เข้าใจละ ใจตรงกันเลย ฉันก็เกลียดหน้าหมอนั่นเหมือนกัน...เอาเป็นว่าตกลง ฉันจะช่วยเธอ”
ตะวันวาดจับมือกับน้อยหน่า


ค่ำนั้น...ชนะชัยนั่งจิบเครื่องดื่มอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม น้อยหน่าแอบซุ่มนั่งดูอยู่ห่างๆ สักพักตะวันวาดก็ออกจากลิฟต์ เดินหลบสายตาชนะชัยมาหาน้อยหน่า
“เป็นไงบ้าง”
“งานเลิกแล้ว เห็นพี่ดาวกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เดี๋ยวก็คงมาหานายชนะชัยแล้วล่ะ”
“งั้นก็ได้เวลาลงมือแล้วสิ”
ตะวันวาดล้วงมือลงไปในกระเป๋า หยิบซองยาสีน้ำตาลทึบแสงออกมาตรวจดู
“โอเค...ลุย”
ตะวันวาดกับน้อยหน่าเดินออกไปหาชนะชัย ทั้งสองยกมือไหว้พร้อมกัน
“หวัดดีครับ พี่จ๊อบ”
“หวัดดีค่ะ”
ชนะชัยงงๆ
“นี่พวกเธอ...คุณดาวพาพวกเธอมาด้วยเหรอ”
“ไม่พามาแล้วเราจะมาถูกได้ไงล่ะคะ”
ชนะชัยไม่ค่อยพอใจนัก
“คุณดาวล่ะ”
“งานเลิกแล้ว กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวก็คงมาน่ะค่ะ...อ้ะ นี่ค่ะ”
น้อยหน่ายื่นซองจดหมายให้ มีลายมือผู้หญิงเขียนจ่าหน้าว่า "ถึงคุณจ๊อบ" ชนะชัยรับมามองงงๆ
“คุณดาวให้มาเหรอ”
น้อยหน่ายิ้มรับ ชนะชัยยิ้มเล็กน้อย จะแกะซองจดหมาย แต่ซองจดหมายผนึกมาแน่นหนามาก ชนะชัยต้องง่วนอยู่กับมัน ระหว่างนั้นตะวันวาดก็เขยิบเข้ามา แอบหยิบซองยาออกมา เคาะๆเทของภายในซองลงไปในแก้วเครื่องดื่มของชนะชัย แต่เหมือนเทไม่ออก ตะวันวาดต้องเอานิ้วดีดๆเคาะๆ จิ้งจกหล่นจากซองลงไปในแก้วชนะชัย ตะวันวาด น้อยหน่าแอบทำหน้าขยะแขยง ชนะชัยเปิดซองออกแล้ว เจอจดหมายมีลายมือตัวกระจิ๋วหลิว ชนะชัยต้องเพ่งอ่าน
“ขอโทษนะคะ จากน้อยหน่า... อ้อ ที่แท้จดหมายจากเธอเองเหรอ”
“ค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ถือเด็กเมื่อวานซืนอย่างพวกเธอหรอก”
นับดาวเดินออกมาพอดี
“อ้าว น้อยหน่า ตะวันวาด มาได้ไงเนี่ย”
“หน่ามาหาพี่จ๊อบน่ะค่ะ แต่คุยธุระกันเสร็จแล้ว”
นับดาวมองชนะชัย
“ต้องมีอะไรปิดบังดาวแน่เลย”
ชนะชัยยิ้มแย้ม
“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ คุณดาวเสร็จแล้วเราก็ไปเถอะครับ แต่วันนี้เธอสองคนไปด้วยไม่ได้นะ เข้าใจไหม”
น้อยหน่าพยักหน้ารับ
“เข้าใจค่ะ”
ชนะชัยพอใจ ลุกขึ้น หยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม แล้วก็ทำหน้าพิกล บ้วนของในปากออกมาในแก้ว เจอจิ้งจก น้อยหน่ากับตะวันวาดหัวเราะลั่น ชนะชัยเอะใจ หันมามองทั้งสอง
“ฝีมือพวกแกเองเหรอ”
น้อยหน่ากับตะวันวาดระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมาอีก นับดาวอึ้งงง
“นี่มันเรื่องอะไรกันคะเนี่ย”
ชนะชัยกำลังจะพูด จิ้งจกในแก้วไต่ขึ้นมาจากแก้ว มาที่มือของเขา ชนะชัยร้องตกใจสะบัดมือเต็มแรง แก้วหลุดกระเด็นลงโต๊ะแตกเพล้ง ตะวันวาดเย้ยหยัน
“ท่าตกใจคุณ ทุเรศสายตาจริงๆว่ะ”
ชนะชัยปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อตะวันวาด ง้างหมัด แต่นับดาวมาขวางไว้ก่อน
“จ๊อบ อย่านะคะ...”
ทันใดนั้นน้อยหน่าก็ร้องขึ้น
“พี่ดาวช่วยด้วยค่ะ”
ชนะชัย นับดาว ตะวันวาด หันไปมองน้อยหน่าที่ยกมือปิดตา
“เศษแก้วกระเด็นเข้าตาหน่า...”
“โกหก ฉันไม่เชื่อเธอหรอก...”
ชนะชัยยังพูดไม่ขาดคำ ก็เห็นเลือดไหลออกมาผ่านซอกนิ้วน้อยหน่า


ปราบนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว ป้ายวงอยู่ข้างๆ
“เงี้ยบเงียบ...คุณดาวไม่อยู่ก็ว่าเงียบแล้ว หนูหน่าไม่อยู่อีกคนมันเลยยิ่งเงี้ยบเงียบเชี้ยบเชียบ
เข้าไปกันใหญ่...”
“ป้าจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ คุณดาวเขาไม่ใด้อยู่ที่นี่อยู่แล้ว ส่วนยัยหน่า ซักวันเขาก็ต้องออกไปอยู่หอเรียนมหาลัย ไปแต่งงาน ไปมีครอบครัว ยังไงมันก็ต้องเงียบอย่างนี้แหละครับ”
“แหม ทำพูดเข้า คุณพูดเหมือนไม่ห่วงคุณหน่าอย่างงั้นแหละ”
“ห่วงสิครับ แต่ต้องยอมปล่อยให้เขาออกไปผจญโลกภายนอกบ้าง จะได้หัดดูแลตัวเองได้”
“แล้วไม่กลัวเขาเป็นอะไรไปเหรอคะ”
“กลัวครับ แต่ผมไว้ใจคุณดาว คิดว่าคุณดาวคงดูแลน้อยหน่าแทนผมได้ระดับหนึ่ง”
ขณะเดียวกันนั้น มือถือดังขึ้น ปราบดูชื่อโทรเข้าแล้วกดรับสาย
“สวัสดีครับคุณดาว แหม อายุยืนจัง พูดถึงก็โทรมาพอดี...ครับ...หา แล้วเป็นอะไรมากมั้ยครับ โรงพยาบาลอะไรครับ...ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
ปราบวางสาย รีบวิ่งไปหยิบกุญแจรถ กับกระเป๋าสตางค์ ป้ายวงแปลกใจ
“มีอะไรเหรอคะคุณปราบ”
“น้อยหน่าเกิดอุบัติเหตุครับ เศษแก้วกระเด็นเข้าตาตาอาจจะบอดครับ”
ป้ายวงตกใจ
“คุณพระช่วย”
ปราบวิ่งออกไปนอกบ้าน ป้ายวงหน้าซีด ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
“เจ้าประคู้น ขออย่าให้หนูหน่าเป็นอะไรไปเลยนะคะเจ้าค่ะ”


โปรดติดตามมตอนต่อไป
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

นับดาว ชนะชัย ตะวันวาด รอกันอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด...ปราบพรวดออกมาจากลิฟท์ ตรงมาที่ห้องผ่าตัด นับดาวรีบมาหาเขา
 
“น้อยหน่าเป็นไงบ้าง”
“ยังไม่รู้อะไรเลยค่ะ กำลังผ่าตัดอยู่ค่ะ”
ชนะชัยหน้าเสีย
“คุณปราบ ผมขอโทษ ผมไม่ตั้งใจ...”
ปราบใช้มือข้างเดียวขย้ำคอชนะชัยอัดร่างเขากระแทกผนังโครม
“ถ้าน้อยหน่าเป็นอะไรไปล่ะก็...”
“พวกเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนะ”
ปราบได้ยินแล้วปรี๊ด กำหมัดแน่น กำลังจะอัดชนะชัยแต่นับดาวแทรกตัวเข้ามาขวาง ผลักเขาออกไปจนได้
“คุณปราบ หยุดเดี๋ยวนี้นะ...ปล่อยคุณจ๊อบเดี๋ยวนี้ ฉันรู้ว่าคุณกำลังโกรธ แต่ระงับสติอารมณ์หน่อย”
ปราบยังฮึดฮัดจะเข้าไปหาชนะชัย นับดาวหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะมาทำท่าจะสาดหน้า ปราบหันมามองขวับ นับดาวเลยเอาน้ำสาดหน้าตัวเอง ปราบชะงัก ทุกคนก็งง มองนับดาว
“คุณทำอะไรน่ะ”
“ให้คุณใจเย็นไง”
“แล้วทำไมไม่สาดหน้าผม”
“ก็คุณกำลังโกรธ ถ้าสาดหน้าคุณเดี๋ยวคุณจะต่อยฉันน่ะสิ สาดหน้าตัวเองดีกว่า”
นับดาวสำลักน้ำแค่กๆ ปราบอดหัวเราะไม่ได้
“ใจเย็นลงแล้วใช่ไหม”
ปราบรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้
“เช็ดหน้าก่อนเถอะครับ”
นับดาวเช็ดหน้าเช็ดตา ตะวันวาดเดินมาหา
“พี่พูดถูกแล้วครับอาปราบ ผมกับน้อยหน่าไปแกล้งเขาก่อนครับ...ผมขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้”
ปราบถอนใจ เดินมาหาชนะชัย
“ผมขอโทษนะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ”
ปราบไปนั่ง ก้มหน้าเงียบ นับดาวเดินเข้าไปหา
“รอหมอก่อนดีกว่านะ อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ร้ายนะคะ”
เธอเอื้อมมือไปจับมือเขารู้ว่าเขาเป็นห่วงน้อยหน่ามาก ชนะชัยมอง รู้สึกอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นประตูห้องเปิดออกมา หมอเดินออกมา พยาบาลเข็นเตียงที่มีน้อยหน่านอนหมดสติอยู่ออกไปอีกทางหนึ่ง ปราบ นับดาว ชนะชัย ตะวันวาด มารุมหมอ หมอมองหน้าทุกคน จบสายตาลงที่ชนะชัย
“คุณเป็นพ่อเด็กใช่ไหม คืองี้นะครับ...”
ปราบแทรกขึ้น
“ผมเป็นพ่อเขาครับ”
หมอมองหน้าปราบ
“ตอนนี้ที่เราสบายใจได้คือเขาปลอดภัยแล้ว โชคดีมากๆเศษแก้วไม่ฝังลึก มีแค่แผลที่กระจกตาทั้งสองข้าง ถ้าไม่มีการติดเชื้อก็ปลอดภัย”
ทุกคนโล่งอก
“แต่ผมก็บอกไม่ได้ว่า การมองเห็นเขาจะกลับมาเป็นปกติได้แค่ไหน ต้องรอดูอีกทีนะครับ”
หมอเดินออกไป


น้อยหน่านอนหลับอยู่ในห้องพักผู้ป่วย มีผ้าปิดตา ปราบนั่งอยู่ข้างๆ จับมือลูกสาวไว้ นับดาวอยู่ข้างๆปราบ ตะวันวาดอยู่ที่โซฟา ชนะชัยยืนดูอยู่ห่างๆ นับดาวถามปราบเบาๆ
“คุณหิวมั้ย เดี๋ยวฉันจะซื้ออะไรมาให้กิน”
ปราบสั่นหน้า
“ก่อนหน้านี้ผมเคยหวังว่าสักวันแม่เขาจะกลับมา แล้วเราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแต่ตอนนี้ ถ้าแม่ของน้อยหน่ากลับมาจริงๆ ผมคงไม่กล้าสู้หน้าเขาแน่ๆ”
“อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้นเลยคุณ เขาไม่ได้กลับมาสิบกว่าปีแล้ว คงไม่กลับมาในวันสองวันนี้
หรอก”
ปราบเงียบไป นับดาวมองเขาด้วยความเห็นใจ ชนะชัยมองสองคนแล้วกระแอมเบาๆ นับดาวหันมา
“ผมกลับก่อนนะครับ”
“ค่ะ แล้วดาวจะโทรไปหานะคะ”
ชนะชัยมีหน้าตาผิดหวัง แต่นับดาวไม่ทันสังเกตเพราะห่วงปราบมากกว่า หันไปดูปราบต่อ ชนะชัยเดินออกมาจากห้อง ปิดประตู มองผ่านช่องกระจกเข้าไป ดูนับดาวกับปราบ ก่อนจะเดินออกไป


ชัชฎาดูรอยช้ำที่คอชนะชัย ทั้งกังวล ทั้งโกรธ
“นายนั่นมันทำกับลูกแบบนี้ได้ไง ป่าเถื่อนที่สุด”
“เอาเถอะครับแม่ ลูกสาวเขาเกือบจะตาบอด เป็นใครใครก็โกรธทั้งนั้นแหละครับ”
“แต่นังเด็กนั่นมันหาเรื่องแกก่อนไม่ใช่เหรอ ต่อให้ตาบอดไปเลยก็โทษใครไม่ได้หรอก”
“เด็กนั่นไม่ได้แกล้งอะไรผมรุนแรง ผมก็ไม่ได้ตั้งใจเอาคืนแบบนี้ มันเป็นอุบัติเหตุครับ แม่พูดอย่างนี้ ผมยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีก”
“แต่ยังไงก็เหอะ แกไม่ต้องไปเยี่ยมยัยเด็กนั่นอีกแล้วนะ เดี๋ยวพ่อมันเกิดประสาทรับประทานขึ้นมา มาเล่นงานแกอีก แกอาจจะเจ็บหนักกว่านี้ก็ได้”
“คงไม่หรอกครับ นายปราบเขามีคนอื่นคอยปลอบให้เขาใจเย็นอยู่แล้วล่ะครับ”
ชนะชัยพูดคล้ายๆน้อยใจ


ปราบนั่งหลับอยู่ที่โซฟา น้อยหน่ารู้สึกตัวตื่นขึ้น
“มีใครอยู่บ้างมั้ยคะ”
ปราบลืมตาพรวด วิ่งมาหาลูกสาว
“น้อยหน่า พ่ออยู่นี่”
“พ่อ หน่ามองไม่เห็น หน่าเป็นอะไร หน่าตาบอดเหรอคะ”
“หน่าไม่เป็นอะไรแล้วจ๊ะ เศษกระจกบาดกระจกตาหน่า แต่หมอเขารักษาให้แล้ว เดี๋ยวลูกก็มองเห็นเหมือนเดิม”
“หน่าอยู่โรงพยาบาลใช่ไหมคะ”
“ใช่จ้ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ พ่อจะอยู่กับหน่านะ”
ขณะเดียวกันั้นมือถือปราบดังขึ้น เขากดรับสาย
“ว่าไงแก้ว...ทำไมเป็นงั้นล่ะ...เอ่อ ตอนนี้พี่ไม่ว่าง แก้วดูแลแทนพี่ไปก่อนนะหรือตามหมอศุภที่โรงพยาบาลไปช่วยได้มั้ย...”
น้อยหน่าจับมือปราบ
“พ่อไปทำงานเถอะค่ะ หน่าไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“ไม่หรอก พ่อห่วงหน่า”
“หน่าดูแลตัวเองได้ พ่อไปทำงานเถอะค่ะ”
ปราบมองลูกสาว เขายิ้มบางๆพูดกับมือถือ
“โอเค พี่จะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ปราบวางสาย ลูบศีรษะลูกสาว
“ลูกเก่งมาก พ่อภูมิใจในตัวลูกมากรู้มั้ย”
“ค่ะ”
“เสร็จงานแล้วพ่อจะรีบมานะ”
ปราบจุ๊บหน้าผากลูกสาวแล้วออกไป


ปราบรอลิฟต์อยู่พอลิฟต์เปิด คนในลิฟต์เดินออกมา เขาจึงเดินเข้าไป ในกลุ่มคนที่เดินออกมาจากในลิฟต์ มีปรายฟ้าอยู่ด้วย เธออยู่ในชุดลำลอง ปรายฟ้าเอะใจนิดหนึ่งตอนเดินสวนกับปราบ หันกลับไปมอง แต่ประตูลิฟต์ปิดลง ปรายฟ้าไม่ได้ติดใจอะไร เดินมาเคาน์เตอร์นางพยาบาล ยิ้มทักทายกับเพื่อนๆนางพยาบาล ก่อนเดินไปตอกบัตร


น้อยหน่าอยู่คนเดียว คลำหาแก้วน้ำ คลำหาเหยือกน้ำ จะเทน้ำกินแต่พลาดทำแก้วตกแตกเพล้งน้อยหน่าคลำเจอสวิทช์ กดเรียกนางพยาบาล สักครู่ ปรายฟ้าในชุดหัวหน้านางพยาบาลก็เปิดประตูเข้ามา น้อยหน่ารีบบอก
“ระวังนะคะ หน่าทำแก้วแตก”
“ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ...จะกินน้ำใช่มั้ยคะ...เอ ปกติเราจะเอาแก้วพลาสติกมาให้นะคะ เดี๋ยวพี่
จัดการให้ค่ะ”
ปรายฟ้าเปิดตู้หยิบแก้วพลาสติกออกมา รินน้ำ ส่งให้ถึงมือน้อยหน่า
“นี่ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“อยากฟังวิทยุมั้ยคะ จะได้ไม่เบื่อ”
“หน่าเอาโทรศัพท์มาด้วย แต่ตามองไม่เห็น เปิดไม่ได้ค่ะ”
ปรายฟ้ามองไป เห็นมือถือน้อยหน่า
“รุ่นนี้พี่ใช้ไม่เป็นซะด้วย เดี๋ยวเอาของพี่มาเปิดให้ฟังละกันเนาะ”


หลังจากพนักงานมาทำความสะอาดพื้นห้อง ปรายฟ้าเอาเครื่องเล่นวิทยุของเธอมาให้น้อยหน่าใช้
“ปรับเสียงตรงนี้ หาคลื่นตรงนี้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“งั้นพี่ให้ยืมเลยละกัน เปิดเพลงฟังจะได้ไม่เบื่อ”
“แล้วพี่ไม่ใช้เหรอคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เอาไปฟังเถอะนะ”
“ขอบคุณมากนะคะ”
“พี่ต้องไปทำงานต่อแล้วล่ะ เดี๋ยวว่างๆพี่จะแวะมาเยี่ยมอีกนะ”
“มาจริงๆนะคะ”
“มาจริงๆค่ะ”

น้อยหน่ายื่นนิ้วก้อยออกมา ปรายฟ้ายื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวด้วย น้อยหน่ายิ้ม


โปรดติดตามตอนต่อไปเวลา 17.00น.
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

ปราบหิ้วถุงของกิน ขนม น้ำ เข้ามา เดินผ่านแผงหนังสือในโรงพยาบาล

“หาอะไรไปให้น้อยหน่าอ่านหน่อยดีกว่า...เอ๊ะ มองไม่เห็นนี่หว่า”
ระหว่างนั้น นับดาวก็เข้ามาในโรงพยาบาล หิ้วช่อดอกไม้กับถุงขนมมาด้วย เห็นปราบ ก็จะเข้าไปทัก แต่ก็หยุด เมื่อเห็นเขาหยุดดูนิตยสารเล่มหนึ่งที่มีรูปนับดาวบนหน้าปก คนขายยิ้มแย้มบอกกับปราบ
“ขายดีนะคะเล่มนี้ นี่เล่มสุดท้าย”
“ผมเอาเล่มนึง”
“ผมก็ชอบอ่าน คุณชอบอ่านคอลัมน์ไหนอ่ะ”
“ผมไม่เคยอ่านหรอกครับ...แต่ชอบคนบนหน้าปก”
นับดาวได้ยินแล้วยิ้มแป้น คนขายพยักหน้าเข้าใจ ส่งหนังสือให้แล้วคนขายก็ชะงัก เมื่อมองหน้านับดาว แล้วก็หันไปมองปกหนังสือ ปราบหันกลับมาเจอนับดาวก็สะดุ้ง ทำหน้าบอกไม่ถูก รีบเอาหนังสือไว้ข้างหลัง นับดาวยิ้มเขินๆ
“หวัดดีค่ะ”
“ครับๆๆๆ หวัดดีครับ แหะๆ”
“คุณเป็นอะไรของคุณ ดูท่าทางแปลกๆ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ จะมาเยี่ยมลูกสาวน่ะครับ”
นับดาวหัวเราะ
“ก็ใช่น่ะสิ ไปเถอะค่ะ”
“ครับๆ”
ปราบยิ้มเก้อๆ เดินไปที่ลิฟต์ นับดาวรอให้ปราบเดินนำไป เธอถือโอกาสมองเขาแล้วมองหนังสือในมือเขา นับดาวยิ้มหวาน แล้วเดินตามไป
 
 
ปราบกับนับดาวเข้ามาในห้อง น้อยหน่าสวมหูฟังฟังวิทยุจากเครื่องของปรายฟ้าอยู่
“พ่อใช่ไหมคะ หน่าจำเสียงฝีเท้าพ่อได้ค่ะ ใครมาอีกคนคะ”
“พี่เองจ้ะ”
“พี่ดาว สวัสดีค่ะ หอมจังเลย กลิ่นอะไรคะ”
“กลิ่นดอกไม้น่ะ ชอบมั้ย”
“ชอบค่ะ ขอบคุณค่ะ”
“หน่าจ๊ะ พอดีพี่มีธุระเดี๋ยวพี่ต้องไปแล้วล่ะ เห็นหน่าดีขึ้นแล้ว พี่ก็ดีใจนะ”
นับดาวเอาดอกไม้ใส่แจกันวางไว้บนโต๊ะ
“ขอบคุณค่ะ”
“ไม่ยักรู้ว่าคุณรีบ เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ไม่เป็นไรหรอก คุณอยู่ดูหน่าเถอะ แล้วก็ คุณก็ต้องพักผ่อนเยอะๆนะ หน้าคุณดูโทรมมากเลยรู้มั้ย”
“ขอบคุณครับ”
ทั้งสองมองตากันวูบหนึ่ง นับดาวเดินออกไป ปราบปิดประตู ปราบเพิ่งเห็นวิทยุของน้อยหน่า
“นี่เอาวิทยุมาจากไหนเนี่ย”
“ของคุณพยาบาลค่ะ ชื่อพี่ฟ้า ใจดีกับหน่ามากเลยค่ะ ปกติหน่าไม่ชอบใครง่ายๆพ่อก็รู้ แต่ทำไมคนนี้หน่าชอบก็ไม่รู้”
“เหรอ เขาอยู่ไหนล่ะ”
“ออกเวรไปตั้งแต่ตอนเย็นแล้วค่ะ เดี๋ยวมาใหม่ตอนเช้า...วันนี้พี่เขาเข้ามาดูหน่าบ่อยมาก ชวนคุยนู่นคุยนี่ ซื้อขนมให้กินด้วย”
“งั้นพรุ่งนี้พ่อต้องขอบคุณเขาซะหน่อย ที่ช่วยดูลูกสาวของพ่อเป็นอย่างดี”
ปราบมองน้อยหน่าด้วยความสงสารและเป็นห่วง
 
 
ปรายฟ้าเคาะประตู เข้ามาในห้อง น้อยหน่าตื่นแล้ว ฟังวิทยุอยู่ ส่วนปราบนั่งก้มหน้ากดมือถืออยู่
“หวัดดีค่ะน้อยหน่า”
“หวัดดีค่ะพี่ฟ้า คนนี้พ่อหนูค่ะ...พ่อคะ...พ่อ”
“เดี๋ยวๆๆ ขอพ่อส่งชื่อยาไปให้แก้วก่อนนะ”
ปรายฟ้าเข้ามาวัดไข้ให้น้อยหน่า
“ไม่มีไข้นะ พี่เอายามาให้ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ ก็กินยานะคะ พี่ไปก่อนนะคะ”
ปรายฟ้ากำลังจะออกไป ปราบรีบกดส่งเอสเอ็มเอส
“เดี๋ยวครับ คุณฟ้า ผมอยากขอบคุณคุณที่ดูแลลูกสาวผม...”
ปราบอึ้งไป เมื่อเงยหน้ามาเห็นหน้าหญิงสาวเต็มๆ ปรายฟ้าก็ชะงัก แล้วก็อึ้งทั้งสองตกใจ ตะลึงกันไปจนพูดอะไรไม่ออก น้อยหน่าแปลกใจที่เห็นเงียบกันไป
“พ่อไม่ขอบคุณพี่ฟ้าล่ะคะ”
“เอ่อ...”
ปรายฟ้าหันมามองน้อยหน่า แล้วหันกลับไปมองปราบ ปราบพยักหน้า ปรายฟ้ารู้แล้วว่าน้อยหน่าเป็นลูกเธอ เธอปิดปาก เดินเข้าไปหาลูกสาว ยื่นมือจะจับหน้าแต่แล้วก็หยุดมือ ปิดปาก ร้องไห้ รีบวิ่งออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวพ่อมานะหน่า”
“พ่อคะ มีอะไรรึเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ”
ปราบเดินออกไป                  
 
 
ปราบเดินตามปรายฟ้าไปตามทางเดินแคบๆทึมๆสลัวๆ ปรายฟ้าเปิดประตูเดินออกไปสู่ดาดฟ้าที่สว่างจ้า ปราบเดินตามออกไปปลายฟ้ายืนอยู่ กำลังร้องไห้ท่ามกลางแสงสว่าง
 
ในอดีต...ปราบนั่งที่ร้านอาหารกับปรายฟ้า เขาจับมือเธอไว้
“ไปที่ไร่กับผมเถอะครับ ผมสัญญาว่าคุณจะมีความสุขที่นั่น”
“ฉันเชื่อค่ะ แต่ว่า...ฉันไม่อยากไปใช้ชีวิตแบบนั้น ฉันไม่ชอบต่างจังหวัด ฉันรู้ตัวว่าฉันคงใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นไม่ได้แน่ๆ”
“แต่ที่นั่นมันเป็นความฝันของผม...มันเป็นชีวิตของผม”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องเลือก...ไร่ปรีดาหรือว่าฉัน”
ปราบอึ้งไป ปรายฟ้าดึงมือเธอออกมา
“ฉันขอให้คุณโชคดีนะคะปราบ”
“ปรายฟ้า ผมรักคุณ”
“ฉันก็รักคุณ แต่ว่า...ชีวิตมันมีอะไรมากกว่านั้
กำลังโหลดความคิดเห็น...