xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10
 
ปราบเดินออกจากบ้านมาพร้อมกล้องกับขาตั้ง แล้วก็ประหลาดใจเมื่อเห็นนับดาวนั่งดูดาวอยู่คนเดียว

“ออกมาถ่ายรูปเหรอคะ”
“ครับ...ผมนึกว่าคุณเมาไวน์หลับไปแล้วซะอีก”
“ไม่ได้เมาหรอกค่ะ ฉันหลอกน้าอะซ่าน่ะค่ะ แต่น้าอะซ่าน่ะหลับปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้ว”
“ทำไมต้องหลอกน้าคุณด้วย”
“ถ้าพูดตรงๆเขาไม่เข้าใจหรอกว่า ฉันคิดถึงดวงดาวบนท้องฟ้าที่ไร่นี้”
“คุณโชคดีมากเลยนะ ความจริงช่วงนี้เมฆเยอะมาก ฟ้าไม่ค่อยเปิดอย่างนี้หรอก”
“แม่ของฉันอาจจะจัดให้ก็ได้”
“งั้นฝากขอบคุณแม่คุณด้วย ที่ทำให้ผมได้ถ่ายรูปหมู่ดาวในเดือนนี้ได้”
“รู้มั้ย พอกลับไปกรุงเทพ ฉันอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าพ่อหรือแม่ฉันไม่ตาย ฉันอาจจะโตเป็นสาวชาวไร่อยู่ที่นี่ ซึ่งฉันอาจจะชอบมากกว่าเป็นนับดาวว้าวแซ่บก็ได้”
ปราบหันมามองนับดาวด้วยความแปลกใจ นับดาวหันมาเห็นสายตาของเธอที่มองมา นับดาวหัวเราะเบาๆ
“ไม่ต้องมองฉันอย่างนั้นหรอก ฉันแค่คิดเล่นๆน่ะ เอาเข้าจริงๆฉันรู้ตัวว่าฉันทิ้งแสงสีไปไม่ได้หรอก มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันไปแล้ว...ที่นี่เป็นได้แค่ที่หลบพักชั่วคราวเท่านั้น”
“ได้แค่นั้นก็พอใจแล้ว”
นับดาวได้ยินแล้วเอะใจหันมามองปราบ ทั้งสองมองตากันอยู่ครู่หนึ่ง
“ที่คุณเคยบอกว่าฉันจอมปลอมน่าสมเพชน่ะ จริงๆคุณก็พูดถูกนะ เพราะอย่างงั้นฉันถึงไม่เหมาะกับที่นี่ ไม่ใช่ที่นี่เป็นแค่ที่หลบพักสำหรับฉันหรอก ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าฉันต่างหากที่เป็นได้แค่คนมาเยือนของไร่ปรีดา”
“ถ้าอย่างนั้นผมก็อยากให้คุณรู้ว่าไม่ว่าคุณจะมาที่นี่ในฐานะนับดาวว้าวแซ่บ หรือแค่คนมา
เยือน หรือยัยตัวแสบสารพัดพิษก็ตาม ที่นี่พร้อมจะต้อนรับคุณเสมอ”
นับดาวอึ้งไป พูดไม่ออก ปราบถอดแจ็คเก็ตของเขาออก ห่มให้นับดาว
“น้ำค้างมันเยอะ จะไม่สบายได้”
“แล้วคุณล่ะ”
“ผมชินแล้ว”
“ขอบคุณนะคะ”
ปราบกับนับดาวนั่งดูดาวด้วยกัน แอบมองกันนิดหนึ่ง

เช้าวันใหม่...ปราบมาส่งนับดาว น้อยหน่า อลิสาที่รถ ปราบหันไปกำชับนับดาว
“หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ยัยน้อยหน่าลูกผมใจแตกนะ”
“อยู่กับฉันน่ะ น้อยหน่าจะได้เรียนรู้โลกของวัตถุนิยมอย่างรู้ทันที่สุด รับรองไม่มีเรื่องใจแตกแน่ๆวางใจได้”
ปราบหันไปหาลูกสาว
“ถึงจะอยู่กับพี่ดาว แต่เธอก็ต้องดูแลตัวเองดีๆ เข้าใจไหม”
“ค่ะ...ขอบคุณมากนะคะพ่อที่ไว้ใจหน่า”
น้อยหน่ากอดพ่อ อลิสาตัดบท
“ไปกันเถอะค่ะ”
ปราบยิ้มให้อลิสา แล้วหันมาหานับดาว ทั้งสองสบตากัน อลิสาเดินเข้ามาขวาง
“อ้ะๆๆ ไปกันได้ละ มัวโอ้เอ้เดี๋ยวก็ต้องค้างคืนอีกคืนหรอก”
อลิสาต้อนนับดาวกับน้อยหน่าขึ้นรถไป นับดาวขับรถออกไป

ชนะชัยเดินเข้ามาในห้องรับแขก พบชัชฎาคุยมือถืออยู่ หน้าตาเคร่งเครียด
“คุณต้องซื้อเวลาให้ฉันให้ได้...ฉันเข้าใจ เสี่ยงก็เสี่ยง ฉันต้องการยื้อเวลาให้ได้มากที่สุดเท่าที่
จะทำได้...ส่วนเรื่องค่าดำเนินการของคุณ คุณไม่ต้องห่วง...ขอบคุณค่ะ”
ชัชฎาวางสาย หันมาเจอลูกชายพอดี
“คุณเอกโทรมา”
“เราจะโดนฟ้องแล้วเหรอครับ”
“ยังหรอก แม่ให้เขาหาทางยื้อไว้ก่อน เราอาจต้องปั้นตัวเลขขึ้นมาเองตบตาคนอื่นไปก่อน”
“ทำอย่างนี้ไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอครับแม่”
“เสี่ยงน้อยเสี่ยงมากก็ต้องเสี่ยง เพราะเราไม่มีทางเลือก...ถ้าเราได้เงินซื้อหุ้นจากนับดาวมาก็จะอุดช่องว่างตรงนี้ได้ อย่างน้อยก็ทำให้เราพอมีเวลาหายใจไปได้อีกปีสองปี ระหว่างนั้นเราก็ค่อยๆแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ ว่าแต่นับดาว…”
“คือ...”
“หาวิธีกดดันเขาหน่อยสิ”
ชนะชัยลำบากใจ
“แม่ไม่ได้บอกให้แกไปปอกลอกหรือหลอกลวงเขานะ มันก็คล้ายๆขอยืมเงินนั่นแหละ พอเราเอาตัวรอดจากวิกฤตครั้งนี้ได้ เราก็คืนเงินเขาพร้อมดอกเบี้ย ส่วนความรักของแกกับเขา แม่ก็จะไม่ขัดขวางอะไรอีกเลย”
“งั้นผมเล่าความจริงให้เขาฟังเลยดีกว่า แล้วก็ขอยืมเงินจากเขาตรงๆ”
“ขืนทำอย่างนั้นเขาทิ้งแกแน่ ไม่เชื่อก็ลองดูสิ...แล้วแกก็จะอกหัก ส่วนธุรกิจของเราก็จะเจ๊ง ดีไม่ดีแม่อาจจะต้องติดคุกด้วย”
ชนะชัยเงียบไปไม่กล้าพูดอะไรอีก

นับดาว อลิสา น้อยหน่า เดินอยู่ในห้างหรู อลิสาพูดขึ้น
“เอางี้มั้ยดาว เดี๋ยวเธอไปกินข้าวกับคุณจ๊อบ แล้วน้าจะพาน้อยหน่าไปหาอย่างอื่นกินดีกว่า จะ
ได้ไม่รบกวนเธอสองคน”
น้อยหน่าแปลกใจ
“คุณจ๊อบคือใครเหรอคะ”
“เป็นแฟนพี่เองจ้ะ”
“หน่าอยากเห็นแฟนพี่ดาวจัง หน่าไปด้วยได้มั้ยคะ”
“อย่าเพิ่งเลยจ้ะ สองคนนี้เขาไม่ค่อยได้เจอกัน ให้เขาได้งุ้งงิ้งบ้าง อะไรบ้าง ถ้าเราไปเดี๋ยวจะ
กลายเป็นกอขอคอพวกเขานะจ๊ะ”
“จริงๆไปด้วยกันก็ได้นะคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะน้าอะซ่า”
“อย่าเลย ไปสวีทกันสองคนเถอะ”
น้อยหน่าพยักหน้าเข้าใจ
“อือ งั้นหน่าค่อยเจอแฟนพี่ดาววันหลังก็ได้ค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวเจอกันนะจ๊ะ”
นับดาวเดินแยกไป น้อยหน่ามองตามนับดาว ก่อนจะเดินไปอีกทางหนึ่งกับอลิสา

อลิสาพาน้อยหน่ามาที่ฟูดคอร์ต
“นี่เขาเรียกว่าฟูดคอร์ตนะจ๊ะ แล้วนี่คูปอง ในนี้มีเงินอยู่ 500 บาท หน่าเดินดูให้ทั่วๆเลยนะ อยากกินอะไรก็บอกคนขายเขาแล้วยื่นคูปองนี่ให้ เข้าใจไหมจ๊ะ แล้วเดี๋ยวเจอกันแถวนี้นะเข้าใจไหมจ๊ะ”
อลิสายิ้มให้น้อยหน่า แล้วเดินไปเลือกของกิน
“อะไรเนี่ย นี่หนังหน้าของหน่ามันดูโง่มากหรือไง ถึงนึกว่าไม่รู้จักฟู้ดคอร์ตเนี่ย”
น้อยหน่ามองไปรอบๆ เห็นอลิสายังเดินดูร้านนู้นร้านนี้อยู่ เธอจึงเดินออกไปจากฟู้ดคอร์ต

น้อยหน่าเดินชะเง้อชะแง้มองไปในร้านอาหารต่างๆ
“เอ เมื่อกี้เห็นมาทางนี้นี่นา อยู่ร้านไหนน้า”
น้อยหน่าเดินไปชะแง้ไป ไม่ทันมองทาง เดินชนกับใครบางคน
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ”
อีกฝ่ายหันมามอง
“น้อยหน่า”
“ตะวันวาด”
ทั้งสองฝ่ายงงกันไป
“เธอมาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย”
“แม่ฉันมาคุยงานที่นี่ ฉันเลยออกมาเดินเล่น แล้วเธอล่ะมากับใคร”
“ฉันมากับพี่ดาว”
“พี่ดาวมาด้วยเหรอ แล้วอยู่ไหนล่ะ”
“ก็กำลังหาอยู่เนี่ย เขากำลังกินข้าวกับแฟนเขาอยู่”
“อะไรนะ แฟนพี่ดาวเหรอ มันเป็นใคร”
น้อยหน่ามองท่าทางที่ขึงขังของตะวันวาดอย่างแปลกใจ
“ทำไมต้องโกรธด้วย หึงเหรอ”
ตะวันวาดยิ้มประจบ
“เปล่าหรอกจ้ะ ถามไปงั้นแหละ เธอก็รู้นี่นาว่าฉันชอบใคร”
“เชอะ...”
ตะวันวาดรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ไปๆ ฉันเดินไปเป็นเพื่อนเธอเอง”
ตะวันวาดรีบพาน้อยหน่าเดินหานับดาวตามร้านต่อ
นับดาวกับชนะชัยนั่งกินข้าวด้วยกัน...
“ผมว่าตอนนี้ใครๆก็เห็นข่าวเรื่องรูปคุณเอมี่พกสนับมือกันหมดแล้ว ถือว่าคุณดาวกอบกู้ชื่อเสียงกลับมาได้แล้วสินะครับ”
“ค่ะ ต้องขอบคุณคุณจ๊อบด้วยที่อยู่เคียงข้างดาวตลอดเวลา”
“ชีวิตของนับดาว ว๊าวแซบก็จะกลับสู่สภาพปกติซะที”
“จะพูดแบบนั้นก็ได้ค่ะ”
“ผมว่าจะถามเลยไปถึงเรื่อง...เอ่อ...เรื่องหุ้นน่ะครับ”
“อ๋อ...”
น้อยหน่ากับตะวันวาดเดินเข้ามา
“พี่ดาวอยู่นี่เอง”
ตะวันวาดยกมือไหว้
“สวัสดีครับพี่ดาว”
นับดาวรับไหว้
“หวัดดีตะวันวาด มายังไงเนี่ย อย่าบอกนะว่าเธอสองคนแอบนัดเจอกันที่นี่”
“เปล่านะคะ แม่ตะวันเขามาคุยธุระที่นี่”
ชนะชัยมองน้อยหน่ากับตะวันวาดด้วยความรู้สึกรำคาญ ทั้งสองทำเหมือนไม่เห็นเขาเลย
“คุณดาว ใครเหรอครับเด็กพวกนี้”
น้อยหน่าได้ยินคำว่าเด็กพวกนี้ ก็หันขวับมามองชนะชัยหัวจรดเท้า
“พี่ดาว นี่ใครเหรอคะผู้ชายพวกนี้เนี่ย”
นับดาวหน้าเหวอ
“อ้าวเด็ก นี่แฟนพี่ ชื่อคุณชนะชัย เรียกพี่จ๊อบก็ได้...นี่น้อยหน่ากับตะวันวาดค่ะ น้อยหน่าอยู่
ไร่ปรีดาส่วนตะวันวาดอยู่รีสอร์ทใกล้ๆไร่ปรีดา”
ชนะชัยมองหน้าน้อยหน่า
“ฉันเคยเจอที่ไหนหรือเปล่า หน้าเธอดูคุ้นๆนะ”
“ไม่รู้คุณสิคะ”
ชนะชัยหน้าตึงที่ถูกน้อยหน่าย้อน นับดาวรีบบอก
“น้อยหน่าเป็นลูกสาวคุณปราบน่ะค่ะ คุณจ๊อบอาจจะเคยเห็นจากรูปถ่ายที่บ้านคุณปราบก็ได้”
“คุณปราบมีลูกด้วยเหรอครับ ไหนบอกว่าเขาเป็น...”
นับดาวสะดุ้ง นึกได้ว่าโกหกชนะชัยไว้ รีบเตะขาชนะชัย ทำท่าบอกใบ้ว่าอย่าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าน้อยหน่า ชนะชัยพยักหน้าเข้าใจ น้อยหน่าสงสัย
“พ่อหนูเป็นอะไรเหรอ”
ชนะชัยรีบแก้
“คุณปราบเป็นโสดไม่ใช่เหรอ”
“เรื่องของพ่อหนู คุณไม่ต้องสงสัยก็ได้”
ชนะชัยเงียบไป พยายามข่มโทสะ ตะวันวาดแกล้งพูดลอยๆ
“โอ๊ย หิวแล้วล่ะ”
น้อยหน่ารีบเสริม
“หิวเหมือนกัน”
นับดาวแปลกใจ
“แล้วน้าอะซ่าล่ะ ไหนบอกจะไปกินข้าวด้วยกัน”
“อ๋อ หลงกันน่ะค่ะ”
“อ้ะ งั้นมากินด้วยกันก็ได้ นะคะจ๊อบ”
ชนะชัยเซ็งๆ
“เอาสิครับ”
นับดาวจะเรียกพนักงานแต่ไม่มีใครมา
“เดี๋ยวดาวขอตัวไปห้องน้ำแป๊ป”
 
โปรดติดตามตอนต่อไป


หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10
 

นับดาวลุกออกไป ชนะชัยมองตามไปเห็นนับดาวเดินไปไกล เขารีบหยิบเงินออกมาสองพัน ยื่นให้น้อยหน่ากับตะวันวาด

“นี่ เธอสองคน เอาไปคนละพัน แล้วออกไปหาอะไรกินกันเองนะ ฉันอยากอยู่คุยกับคุณดาวสองต่อสอง ช่วยฉันหน่อยนะ”
ชนะชัยยิ้มและขยิบตาให้ น้อยหน่าไม่รับเงินมา หยิบกระเป๋าตังก์เธอหยิบเงินออกมาสามพัน ยื่นให้ชนะชัย
“เอางี้ดีกว่า หนูให้คุณสามพัน คุณไปให้พ้นๆหน้าหนูได้ไหม”
น้อยหน่ายิ้มและขยิบตาให้ ชนะชัยจ้องหน้าไม่พอใจ
“อยู่ที่ไร่ได้เรียนหนังสือบ้างรึเปล่าเนี่ย”
“เรียนสิ ถามทำไม”
“ฉันรู้ว่าพ่อเธอยุ่ง ไม่มีเวลาสอนมารยาท แต่ครูที่โรงเรียนน่าจะสอนบ้างนะ”
น้อยหน่าฉุนกึก
“นี่คุณว่าพ่อหนูเหรอ”
“ฉันว่าเธอต่างหาก กลับบ้านไปหัดกินปลาซะบ้าง จะได้เข้าใจที่ฉันพูด”
“หนูอาจจะไม่ฉลาด แต่คุณน่ะเข้าขั้นโง่เลยล่ะ ตอนเด็กๆดูหนังโป๊มากไปรึเปล่า สมองเลยไม่
พัฒนา”
ชนะชัยโมโห
“มารยาทแย่มากนะเราเนี่ย อยู่ใกล้ๆคุณดาว ก็หัดซึมซับความเป็นผู้ดีจากเขามาบ้าง”
“ผมว่าคุณก็แย่เหมือนกันนะ ชอบดูถูกคนอื่นเขาแบบเนี้ย” ตะวันวาดโต้
“ฉันไม่ถือพวกเธอหรอกนะ พวกเธอยังเด็กอยู่ ที่สอนเนี่ยเพราะเมตตา ไม่อยากให้ติดนิสัยต่ำๆ
แบบนี้ไปจนโต”
น้อยหน่าจะเถียงต่อ นับดาวเดินกลับมา
“ทำไมหน้าบึ้งกันจัง อย่าบอกนะว่าทะเลาะกันน่ะ”
ชนะชัยรีบบอก
“ไม่มีอะไรหรอกครับ”
“ค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
น้อยหน่ามองหน้าชนะชัยรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าอย่างมาก

ชนะชัยเดินเข้ามาในบ้าน เจอชัชฎารออยู่อย่างใจจดใจจ่อ
“เป็นไงบ้าง คุยกับนับดาวหรือยัง”
“ยังครับ”
“อ้าว ทำไมล่ะ ทำไมไม่คุย”
“พอดีมีคนอื่นอยู่ด้วย เลยไม่สะดวกน่ะครับ”
“ไม่ได้เรื่องเลย กะอีแค่คุยง่ายๆแค่นี้ ทำไมทำไม่ได้ มันยากเย็นมากนักหรือไง หา”
“แม่อย่าจ้ำจี้จ้ำไชให้มันมากนักเลยครับ ขอเวลาผมอีกนิด”
“ฉันบอกแล้วไงว่าเราไม่มีเวลาแล้ว แกอยากเห็นฉันล่มจม อยากเห็นฉันติดคุกมากนักใช่มั้ย”
ชนะชัยเอะใจ ที่แม่เกรี้ยวกราดผิดปกติ เขามองไป เห็นซองยาบนโต๊ะจึงรีบเข้ามาดู
“แม่ไม่สบายอีกแล้วเหรอครับ”
ชัชฎาเงียบไป ร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดลูกชาย
“แม่ไม่ไหวแล้ว...ถ้าพวกเขารู้ พวกเขาฟ้องแม่แน่ๆ...แม่ไม่รู้จะทำยังไง จ๊อบ ช่วยแม่ด้วย”
ชนะชัยกอดแม่ไว้

นับดาวอาบน้ำแช่อยู่ในอ่างอย่างสบายอารมณ์ โทรศัพท์ดังขึ้นเธอมองหน้าจอก่อนกดรับ
“จ๊อบเหรอคะ…พรุ่งนี้ดาวมีงานเดินแบบน่ะค่ะ คุณอยากเจอดาว โอเคค่ะงั้นเราเจอกันหลังงานเลิกได้มั้ยคะ...ตามนั้นค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน ฝันดีนะคะ”
นับดาววางสายก่อนอาบน้ำต่อ

น้อยหน่าคุยกับตะวันวาดอยู่ในร้านฟาสต์ฟู้ด
“นะ นะ นะ ไปช่วยฉันหน่อยนะ”
“ก่อนจะรับปากเธอน่ะ ขอถามอะไรหน่อยสิเราอดสงสัยไม่ได้”
“เรื่องอะไรเหรอ”
“ที่เธอชวนเราไปป่วนนายชนะชัยกับพี่ดาวเนี่ย คิดดีแล้วเหรอ”
“หมายความว่ายังไง”
“ก็เธอกลัวว่าพ่อเธอจะชอบพี่ดาว แต่นี่พี่ดาวมีแฟนแล้ว รักกัน แต่งงานกันถึงพ่อเธอชอบพี่ดาวยังไงก็ไม่ได้กันอยู่แล้ว ถูกป่ะ”
“ถูก ถึงฉันไม่อยากให้พ่อคิดอะไรกับพี่ดาวก็จริง แต่ฉันก็ชอบพี่ดาวมากจนทนไม่ได้ที่เห็นเขามีแฟนเป็นผู้ชายที่น่ารังเกียจแบบนั้น เข้าใจไหม”
“เข้าใจละ ใจตรงกันเลย ฉันก็เกลียดหน้าหมอนั่นเหมือนกัน...เอาเป็นว่าตกลง ฉันจะช่วยเธอ”
ตะวันวาดจับมือกับน้อยหน่า

ค่ำนั้น...ชนะชัยนั่งจิบเครื่องดื่มอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรม น้อยหน่าแอบซุ่มนั่งดูอยู่ห่างๆ สักพักตะวันวาดก็ออกจากลิฟต์ เดินหลบสายตาชนะชัยมาหาน้อยหน่า
“เป็นไงบ้าง”
“งานเลิกแล้ว เห็นพี่ดาวกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เดี๋ยวก็คงมาหานายชนะชัยแล้วล่ะ”
“งั้นก็ได้เวลาลงมือแล้วสิ”
ตะวันวาดล้วงมือลงไปในกระเป๋า หยิบซองยาสีน้ำตาลทึบแสงออกมาตรวจดู
“โอเค...ลุย”
ตะวันวาดกับน้อยหน่าเดินออกไปหาชนะชัย ทั้งสองยกมือไหว้พร้อมกัน
“หวัดดีครับ พี่จ๊อบ”
“หวัดดีค่ะ”
ชนะชัยงงๆ
“นี่พวกเธอ...คุณดาวพาพวกเธอมาด้วยเหรอ”
“ไม่พามาแล้วเราจะมาถูกได้ไงล่ะคะ”
ชนะชัยไม่ค่อยพอใจนัก
“คุณดาวล่ะ”
“งานเลิกแล้ว กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวก็คงมาน่ะค่ะ...อ้ะ นี่ค่ะ”
น้อยหน่ายื่นซองจดหมายให้ มีลายมือผู้หญิงเขียนจ่าหน้าว่า "ถึงคุณจ๊อบ" ชนะชัยรับมามองงงๆ
“คุณดาวให้มาเหรอ”
น้อยหน่ายิ้มรับ ชนะชัยยิ้มเล็กน้อย จะแกะซองจดหมาย แต่ซองจดหมายผนึกมาแน่นหนามาก ชนะชัยต้องง่วนอยู่กับมัน ระหว่างนั้นตะวันวาดก็เขยิบเข้ามา แอบหยิบซองยาออกมา เคาะๆเทของภายในซองลงไปในแก้วเครื่องดื่มของชนะชัย แต่เหมือนเทไม่ออก ตะวันวาดต้องเอานิ้วดีดๆเคาะๆ จิ้งจกหล่นจากซองลงไปในแก้วชนะชัย ตะวันวาด น้อยหน่าแอบทำหน้าขยะแขยง ชนะชัยเปิดซองออกแล้ว เจอจดหมายมีลายมือตัวกระจิ๋วหลิว ชนะชัยต้องเพ่งอ่าน
“ขอโทษนะคะ จากน้อยหน่า... อ้อ ที่แท้จดหมายจากเธอเองเหรอ”
“ค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ถือเด็กเมื่อวานซืนอย่างพวกเธอหรอก”
นับดาวเดินออกมาพอดี
“อ้าว น้อยหน่า ตะวันวาด มาได้ไงเนี่ย”
“หน่ามาหาพี่จ๊อบน่ะค่ะ แต่คุยธุระกันเสร็จแล้ว”
นับดาวมองชนะชัย
“ต้องมีอะไรปิดบังดาวแน่เลย”
ชนะชัยยิ้มแย้ม
“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ คุณดาวเสร็จแล้วเราก็ไปเถอะครับ แต่วันนี้เธอสองคนไปด้วยไม่ได้นะ เข้าใจไหม”
น้อยหน่าพยักหน้ารับ
“เข้าใจค่ะ”
ชนะชัยพอใจ ลุกขึ้น หยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม แล้วก็ทำหน้าพิกล บ้วนของในปากออกมาในแก้ว เจอจิ้งจก น้อยหน่ากับตะวันวาดหัวเราะลั่น ชนะชัยเอะใจ หันมามองทั้งสอง
“ฝีมือพวกแกเองเหรอ”
น้อยหน่ากับตะวันวาดระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมาอีก นับดาวอึ้งงง
“นี่มันเรื่องอะไรกันคะเนี่ย”
ชนะชัยกำลังจะพูด จิ้งจกในแก้วไต่ขึ้นมาจากแก้ว มาที่มือของเขา ชนะชัยร้องตกใจสะบัดมือเต็มแรง แก้วหลุดกระเด็นลงโต๊ะแตกเพล้ง ตะวันวาดเย้ยหยัน
“ท่าตกใจคุณ ทุเรศสายตาจริงๆว่ะ”
ชนะชัยปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อตะวันวาด ง้างหมัด แต่นับดาวมาขวางไว้ก่อน
“จ๊อบ อย่านะคะ...”
ทันใดนั้นน้อยหน่าก็ร้องขึ้น
“พี่ดาวช่วยด้วยค่ะ”
ชนะชัย นับดาว ตะวันวาด หันไปมองน้อยหน่าที่ยกมือปิดตา
“เศษแก้วกระเด็นเข้าตาหน่า...”
“โกหก ฉันไม่เชื่อเธอหรอก...”
ชนะชัยยังพูดไม่ขาดคำ ก็เห็นเลือดไหลออกมาผ่านซอกนิ้วน้อยหน่า

ปราบนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว ป้ายวงอยู่ข้างๆ
“เงี้ยบเงียบ...คุณดาวไม่อยู่ก็ว่าเงียบแล้ว หนูหน่าไม่อยู่อีกคนมันเลยยิ่งเงี้ยบเงียบเชี้ยบเชียบ
เข้าไปกันใหญ่...”
“ป้าจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ คุณดาวเขาไม่ใด้อยู่ที่นี่อยู่แล้ว ส่วนยัยหน่า ซักวันเขาก็ต้องออกไปอยู่หอเรียนมหาลัย ไปแต่งงาน ไปมีครอบครัว ยังไงมันก็ต้องเงียบอย่างนี้แหละครับ”
“แหม ทำพูดเข้า คุณพูดเหมือนไม่ห่วงคุณหน่าอย่างงั้นแหละ”
“ห่วงสิครับ แต่ต้องยอมปล่อยให้เขาออกไปผจญโลกภายนอกบ้าง จะได้หัดดูแลตัวเองได้”
“แล้วไม่กลัวเขาเป็นอะไรไปเหรอคะ”
“กลัวครับ แต่ผมไว้ใจคุณดาว คิดว่าคุณดาวคงดูแลน้อยหน่าแทนผมได้ระดับหนึ่ง”
ขณะเดียวกันนั้น มือถือดังขึ้น ปราบดูชื่อโทรเข้าแล้วกดรับสาย
“สวัสดีครับคุณดาว แหม อายุยืนจัง พูดถึงก็โทรมาพอดี...ครับ...หา แล้วเป็นอะไรมากมั้ยครับ โรงพยาบาลอะไรครับ...ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
ปราบวางสาย รีบวิ่งไปหยิบกุญแจรถ กับกระเป๋าสตางค์ ป้ายวงแปลกใจ
“มีอะไรเหรอคะคุณปราบ”
“น้อยหน่าเกิดอุบัติเหตุครับ เศษแก้วกระเด็นเข้าตาตาอาจจะบอดครับ”
ป้ายวงตกใจ
“คุณพระช่วย”
ปราบวิ่งออกไปนอกบ้าน ป้ายวงหน้าซีด ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
“เจ้าประคู้น ขออย่าให้หนูหน่าเป็นอะไรไปเลยนะคะเจ้าค่ะ”


โปรดติดตามมตอนต่อไป


หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

นับดาว ชนะชัย ตะวันวาด รอกันอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด...ปราบพรวดออกมาจากลิฟท์ ตรงมาที่ห้องผ่าตัด นับดาวรีบมาหาเขา
 
“น้อยหน่าเป็นไงบ้าง”
“ยังไม่รู้อะไรเลยค่ะ กำลังผ่าตัดอยู่ค่ะ”
ชนะชัยหน้าเสีย
“คุณปราบ ผมขอโทษ ผมไม่ตั้งใจ...”
ปราบใช้มือข้างเดียวขย้ำคอชนะชัยอัดร่างเขากระแทกผนังโครม
“ถ้าน้อยหน่าเป็นอะไรไปล่ะก็...”
“พวกเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนะ”
ปราบได้ยินแล้วปรี๊ด กำหมัดแน่น กำลังจะอัดชนะชัยแต่นับดาวแทรกตัวเข้ามาขวาง ผลักเขาออกไปจนได้
“คุณปราบ หยุดเดี๋ยวนี้นะ...ปล่อยคุณจ๊อบเดี๋ยวนี้ ฉันรู้ว่าคุณกำลังโกรธ แต่ระงับสติอารมณ์หน่อย”
ปราบยังฮึดฮัดจะเข้าไปหาชนะชัย นับดาวหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะมาทำท่าจะสาดหน้า ปราบหันมามองขวับ นับดาวเลยเอาน้ำสาดหน้าตัวเอง ปราบชะงัก ทุกคนก็งง มองนับดาว
“คุณทำอะไรน่ะ”
“ให้คุณใจเย็นไง”
“แล้วทำไมไม่สาดหน้าผม”
“ก็คุณกำลังโกรธ ถ้าสาดหน้าคุณเดี๋ยวคุณจะต่อยฉันน่ะสิ สาดหน้าตัวเองดีกว่า”
นับดาวสำลักน้ำแค่กๆ ปราบอดหัวเราะไม่ได้
“ใจเย็นลงแล้วใช่ไหม”
ปราบรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้
“เช็ดหน้าก่อนเถอะครับ”
นับดาวเช็ดหน้าเช็ดตา ตะวันวาดเดินมาหา
“พี่พูดถูกแล้วครับอาปราบ ผมกับน้อยหน่าไปแกล้งเขาก่อนครับ...ผมขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้”
ปราบถอนใจ เดินมาหาชนะชัย
“ผมขอโทษนะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ”
ปราบไปนั่ง ก้มหน้าเงียบ นับดาวเดินเข้าไปหา
“รอหมอก่อนดีกว่านะ อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ร้ายนะคะ”
เธอเอื้อมมือไปจับมือเขารู้ว่าเขาเป็นห่วงน้อยหน่ามาก ชนะชัยมอง รู้สึกอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นประตูห้องเปิดออกมา หมอเดินออกมา พยาบาลเข็นเตียงที่มีน้อยหน่านอนหมดสติอยู่ออกไปอีกทางหนึ่ง ปราบ นับดาว ชนะชัย ตะวันวาด มารุมหมอ หมอมองหน้าทุกคน จบสายตาลงที่ชนะชัย
“คุณเป็นพ่อเด็กใช่ไหม คืองี้นะครับ...”
ปราบแทรกขึ้น
“ผมเป็นพ่อเขาครับ”
หมอมองหน้าปราบ
“ตอนนี้ที่เราสบายใจได้คือเขาปลอดภัยแล้ว โชคดีมากๆเศษแก้วไม่ฝังลึก มีแค่แผลที่กระจกตาทั้งสองข้าง ถ้าไม่มีการติดเชื้อก็ปลอดภัย”
ทุกคนโล่งอก
“แต่ผมก็บอกไม่ได้ว่า การมองเห็นเขาจะกลับมาเป็นปกติได้แค่ไหน ต้องรอดูอีกทีนะครับ”
หมอเดินออกไป

น้อยหน่านอนหลับอยู่ในห้องพักผู้ป่วย มีผ้าปิดตา ปราบนั่งอยู่ข้างๆ จับมือลูกสาวไว้ นับดาวอยู่ข้างๆปราบ ตะวันวาดอยู่ที่โซฟา ชนะชัยยืนดูอยู่ห่างๆ นับดาวถามปราบเบาๆ
“คุณหิวมั้ย เดี๋ยวฉันจะซื้ออะไรมาให้กิน”
ปราบสั่นหน้า
“ก่อนหน้านี้ผมเคยหวังว่าสักวันแม่เขาจะกลับมา แล้วเราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแต่ตอนนี้ ถ้าแม่ของน้อยหน่ากลับมาจริงๆ ผมคงไม่กล้าสู้หน้าเขาแน่ๆ”
“อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้นเลยคุณ เขาไม่ได้กลับมาสิบกว่าปีแล้ว คงไม่กลับมาในวันสองวันนี้
หรอก”
ปราบเงียบไป นับดาวมองเขาด้วยความเห็นใจ ชนะชัยมองสองคนแล้วกระแอมเบาๆ นับดาวหันมา
“ผมกลับก่อนนะครับ”
“ค่ะ แล้วดาวจะโทรไปหานะคะ”
ชนะชัยมีหน้าตาผิดหวัง แต่นับดาวไม่ทันสังเกตเพราะห่วงปราบมากกว่า หันไปดูปราบต่อ ชนะชัยเดินออกมาจากห้อง ปิดประตู มองผ่านช่องกระจกเข้าไป ดูนับดาวกับปราบ ก่อนจะเดินออกไป

ชัชฎาดูรอยช้ำที่คอชนะชัย ทั้งกังวล ทั้งโกรธ
“นายนั่นมันทำกับลูกแบบนี้ได้ไง ป่าเถื่อนที่สุด”
“เอาเถอะครับแม่ ลูกสาวเขาเกือบจะตาบอด เป็นใครใครก็โกรธทั้งนั้นแหละครับ”
“แต่นังเด็กนั่นมันหาเรื่องแกก่อนไม่ใช่เหรอ ต่อให้ตาบอดไปเลยก็โทษใครไม่ได้หรอก”
“เด็กนั่นไม่ได้แกล้งอะไรผมรุนแรง ผมก็ไม่ได้ตั้งใจเอาคืนแบบนี้ มันเป็นอุบัติเหตุครับ แม่พูดอย่างนี้ ผมยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีก”
“แต่ยังไงก็เหอะ แกไม่ต้องไปเยี่ยมยัยเด็กนั่นอีกแล้วนะ เดี๋ยวพ่อมันเกิดประสาทรับประทานขึ้นมา มาเล่นงานแกอีก แกอาจจะเจ็บหนักกว่านี้ก็ได้”
“คงไม่หรอกครับ นายปราบเขามีคนอื่นคอยปลอบให้เขาใจเย็นอยู่แล้วล่ะครับ”
ชนะชัยพูดคล้ายๆน้อยใจ

ปราบนั่งหลับอยู่ที่โซฟา น้อยหน่ารู้สึกตัวตื่นขึ้น
“มีใครอยู่บ้างมั้ยคะ”
ปราบลืมตาพรวด วิ่งมาหาลูกสาว
“น้อยหน่า พ่ออยู่นี่”
“พ่อ หน่ามองไม่เห็น หน่าเป็นอะไร หน่าตาบอดเหรอคะ”
“หน่าไม่เป็นอะไรแล้วจ๊ะ เศษกระจกบาดกระจกตาหน่า แต่หมอเขารักษาให้แล้ว เดี๋ยวลูกก็มองเห็นเหมือนเดิม”
“หน่าอยู่โรงพยาบาลใช่ไหมคะ”
“ใช่จ้ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะ พ่อจะอยู่กับหน่านะ”
ขณะเดียวกันั้นมือถือปราบดังขึ้น เขากดรับสาย
“ว่าไงแก้ว...ทำไมเป็นงั้นล่ะ...เอ่อ ตอนนี้พี่ไม่ว่าง แก้วดูแลแทนพี่ไปก่อนนะหรือตามหมอศุภที่โรงพยาบาลไปช่วยได้มั้ย...”
น้อยหน่าจับมือปราบ
“พ่อไปทำงานเถอะค่ะ หน่าไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“ไม่หรอก พ่อห่วงหน่า”
“หน่าดูแลตัวเองได้ พ่อไปทำงานเถอะค่ะ”
ปราบมองลูกสาว เขายิ้มบางๆพูดกับมือถือ
“โอเค พี่จะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ปราบวางสาย ลูบศีรษะลูกสาว
“ลูกเก่งมาก พ่อภูมิใจในตัวลูกมากรู้มั้ย”
“ค่ะ”
“เสร็จงานแล้วพ่อจะรีบมานะ”
ปราบจุ๊บหน้าผากลูกสาวแล้วออกไป

ปราบรอลิฟต์อยู่พอลิฟต์เปิด คนในลิฟต์เดินออกมา เขาจึงเดินเข้าไป ในกลุ่มคนที่เดินออกมาจากในลิฟต์ มีปรายฟ้าอยู่ด้วย เธออยู่ในชุดลำลอง ปรายฟ้าเอะใจนิดหนึ่งตอนเดินสวนกับปราบ หันกลับไปมอง แต่ประตูลิฟต์ปิดลง ปรายฟ้าไม่ได้ติดใจอะไร เดินมาเคาน์เตอร์นางพยาบาล ยิ้มทักทายกับเพื่อนๆนางพยาบาล ก่อนเดินไปตอกบัตร

น้อยหน่าอยู่คนเดียว คลำหาแก้วน้ำ คลำหาเหยือกน้ำ จะเทน้ำกินแต่พลาดทำแก้วตกแตกเพล้งน้อยหน่าคลำเจอสวิทช์ กดเรียกนางพยาบาล สักครู่ ปรายฟ้าในชุดหัวหน้านางพยาบาลก็เปิดประตูเข้ามา น้อยหน่ารีบบอก
“ระวังนะคะ หน่าทำแก้วแตก”
“ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ...จะกินน้ำใช่มั้ยคะ...เอ ปกติเราจะเอาแก้วพลาสติกมาให้นะคะ เดี๋ยวพี่
จัดการให้ค่ะ”
ปรายฟ้าเปิดตู้หยิบแก้วพลาสติกออกมา รินน้ำ ส่งให้ถึงมือน้อยหน่า
“นี่ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“อยากฟังวิทยุมั้ยคะ จะได้ไม่เบื่อ”
“หน่าเอาโทรศัพท์มาด้วย แต่ตามองไม่เห็น เปิดไม่ได้ค่ะ”
ปรายฟ้ามองไป เห็นมือถือน้อยหน่า
“รุ่นนี้พี่ใช้ไม่เป็นซะด้วย เดี๋ยวเอาของพี่มาเปิดให้ฟังละกันเนาะ”

หลังจากพนักงานมาทำความสะอาดพื้นห้อง ปรายฟ้าเอาเครื่องเล่นวิทยุของเธอมาให้น้อยหน่าใช้
“ปรับเสียงตรงนี้ หาคลื่นตรงนี้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“งั้นพี่ให้ยืมเลยละกัน เปิดเพลงฟังจะได้ไม่เบื่อ”
“แล้วพี่ไม่ใช้เหรอคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เอาไปฟังเถอะนะ”
“ขอบคุณมากนะคะ”
“พี่ต้องไปทำงานต่อแล้วล่ะ เดี๋ยวว่างๆพี่จะแวะมาเยี่ยมอีกนะ”
“มาจริงๆนะคะ”
“มาจริงๆค่ะ”

น้อยหน่ายื่นนิ้วก้อยออกมา ปรายฟ้ายื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวด้วย น้อยหน่ายิ้ม


โปรดติดตามตอนต่อไปเวลา 17.00น.

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

ปราบหิ้วถุงของกิน ขนม น้ำ เข้ามา เดินผ่านแผงหนังสือในโรงพยาบาล

“หาอะไรไปให้น้อยหน่าอ่านหน่อยดีกว่า...เอ๊ะ มองไม่เห็นนี่หว่า”
ระหว่างนั้น นับดาวก็เข้ามาในโรงพยาบาล หิ้วช่อดอกไม้กับถุงขนมมาด้วย เห็นปราบ ก็จะเข้าไปทัก แต่ก็หยุด เมื่อเห็นเขาหยุดดูนิตยสารเล่มหนึ่งที่มีรูปนับดาวบนหน้าปก คนขายยิ้มแย้มบอกกับปราบ
“ขายดีนะคะเล่มนี้ นี่เล่มสุดท้าย”
“ผมเอาเล่มนึง”
“ผมก็ชอบอ่าน คุณชอบอ่านคอลัมน์ไหนอ่ะ”
“ผมไม่เคยอ่านหรอกครับ...แต่ชอบคนบนหน้าปก”
นับดาวได้ยินแล้วยิ้มแป้น คนขายพยักหน้าเข้าใจ ส่งหนังสือให้แล้วคนขายก็ชะงัก เมื่อมองหน้านับดาว แล้วก็หันไปมองปกหนังสือ ปราบหันกลับมาเจอนับดาวก็สะดุ้ง ทำหน้าบอกไม่ถูก รีบเอาหนังสือไว้ข้างหลัง นับดาวยิ้มเขินๆ
“หวัดดีค่ะ”
“ครับๆๆๆ หวัดดีครับ แหะๆ”
“คุณเป็นอะไรของคุณ ดูท่าทางแปลกๆ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ จะมาเยี่ยมลูกสาวน่ะครับ”
นับดาวหัวเราะ
“ก็ใช่น่ะสิ ไปเถอะค่ะ”
“ครับๆ”
ปราบยิ้มเก้อๆ เดินไปที่ลิฟต์ นับดาวรอให้ปราบเดินนำไป เธอถือโอกาสมองเขาแล้วมองหนังสือในมือเขา นับดาวยิ้มหวาน แล้วเดินตามไป
 
 
ปราบกับนับดาวเข้ามาในห้อง น้อยหน่าสวมหูฟังฟังวิทยุจากเครื่องของปรายฟ้าอยู่
“พ่อใช่ไหมคะ หน่าจำเสียงฝีเท้าพ่อได้ค่ะ ใครมาอีกคนคะ”
“พี่เองจ้ะ”
“พี่ดาว สวัสดีค่ะ หอมจังเลย กลิ่นอะไรคะ”
“กลิ่นดอกไม้น่ะ ชอบมั้ย”
“ชอบค่ะ ขอบคุณค่ะ”
“หน่าจ๊ะ พอดีพี่มีธุระเดี๋ยวพี่ต้องไปแล้วล่ะ เห็นหน่าดีขึ้นแล้ว พี่ก็ดีใจนะ”
นับดาวเอาดอกไม้ใส่แจกันวางไว้บนโต๊ะ
“ขอบคุณค่ะ”
“ไม่ยักรู้ว่าคุณรีบ เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ไม่เป็นไรหรอก คุณอยู่ดูหน่าเถอะ แล้วก็ คุณก็ต้องพักผ่อนเยอะๆนะ หน้าคุณดูโทรมมากเลยรู้มั้ย”
“ขอบคุณครับ”
ทั้งสองมองตากันวูบหนึ่ง นับดาวเดินออกไป ปราบปิดประตู ปราบเพิ่งเห็นวิทยุของน้อยหน่า
“นี่เอาวิทยุมาจากไหนเนี่ย”
“ของคุณพยาบาลค่ะ ชื่อพี่ฟ้า ใจดีกับหน่ามากเลยค่ะ ปกติหน่าไม่ชอบใครง่ายๆพ่อก็รู้ แต่ทำไมคนนี้หน่าชอบก็ไม่รู้”
“เหรอ เขาอยู่ไหนล่ะ”
“ออกเวรไปตั้งแต่ตอนเย็นแล้วค่ะ เดี๋ยวมาใหม่ตอนเช้า...วันนี้พี่เขาเข้ามาดูหน่าบ่อยมาก ชวนคุยนู่นคุยนี่ ซื้อขนมให้กินด้วย”
“งั้นพรุ่งนี้พ่อต้องขอบคุณเขาซะหน่อย ที่ช่วยดูลูกสาวของพ่อเป็นอย่างดี”
ปราบมองน้อยหน่าด้วยความสงสารและเป็นห่วง
 
 
ปรายฟ้าเคาะประตู เข้ามาในห้อง น้อยหน่าตื่นแล้ว ฟังวิทยุอยู่ ส่วนปราบนั่งก้มหน้ากดมือถืออยู่
“หวัดดีค่ะน้อยหน่า”
“หวัดดีค่ะพี่ฟ้า คนนี้พ่อหนูค่ะ...พ่อคะ...พ่อ”
“เดี๋ยวๆๆ ขอพ่อส่งชื่อยาไปให้แก้วก่อนนะ”
ปรายฟ้าเข้ามาวัดไข้ให้น้อยหน่า
“ไม่มีไข้นะ พี่เอายามาให้ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ ก็กินยานะคะ พี่ไปก่อนนะคะ”
ปรายฟ้ากำลังจะออกไป ปราบรีบกดส่งเอสเอ็มเอส
“เดี๋ยวครับ คุณฟ้า ผมอยากขอบคุณคุณที่ดูแลลูกสาวผม...”
ปราบอึ้งไป เมื่อเงยหน้ามาเห็นหน้าหญิงสาวเต็มๆ ปรายฟ้าก็ชะงัก แล้วก็อึ้งทั้งสองตกใจ ตะลึงกันไปจนพูดอะไรไม่ออก น้อยหน่าแปลกใจที่เห็นเงียบกันไป
“พ่อไม่ขอบคุณพี่ฟ้าล่ะคะ”
“เอ่อ...”
ปรายฟ้าหันมามองน้อยหน่า แล้วหันกลับไปมองปราบ ปราบพยักหน้า ปรายฟ้ารู้แล้วว่าน้อยหน่าเป็นลูกเธอ เธอปิดปาก เดินเข้าไปหาลูกสาว ยื่นมือจะจับหน้าแต่แล้วก็หยุดมือ ปิดปาก ร้องไห้ รีบวิ่งออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวพ่อมานะหน่า”
“พ่อคะ มีอะไรรึเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ”
ปราบเดินออกไป                  
 
 
ปราบเดินตามปรายฟ้าไปตามทางเดินแคบๆทึมๆสลัวๆ ปรายฟ้าเปิดประตูเดินออกไปสู่ดาดฟ้าที่สว่างจ้า ปราบเดินตามออกไปปลายฟ้ายืนอยู่ กำลังร้องไห้ท่ามกลางแสงสว่าง
 
ในอดีต...ปราบนั่งที่ร้านอาหารกับปรายฟ้า เขาจับมือเธอไว้
“ไปที่ไร่กับผมเถอะครับ ผมสัญญาว่าคุณจะมีความสุขที่นั่น”
“ฉันเชื่อค่ะ แต่ว่า...ฉันไม่อยากไปใช้ชีวิตแบบนั้น ฉันไม่ชอบต่างจังหวัด ฉันรู้ตัวว่าฉันคงใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นไม่ได้แน่ๆ”
“แต่ที่นั่นมันเป็นความฝันของผม...มันเป็นชีวิตของผม”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องเลือก...ไร่ปรีดาหรือว่าฉัน”
ปราบอึ้งไป ปรายฟ้าดึงมือเธอออกมา
“ฉันขอให้คุณโชคดีนะคะปราบ”
“ปรายฟ้า ผมรักคุณ”
“ฉันก็รักคุณ แต่ว่า...ชีวิตมันมีอะไรมากกว่านั้นค่ะ”
ปรายฟ้ามองหน้าเขาร้องไห้ ก่อนจะลุกเดินหนีออกไป ปราบได้แต่นั่งอึ้ง
 
 
ค่ำคืนหนึ่ง...ปราบนั่งกินเหล้ากับเพื่อน
“ฉันคงจะรักใครอีกไม่ได้แล้วล่ะ...ไหนใครบอกความรักมันทำได้ทุกอย่างเพื่อคนรัก ถ้าเขารักฉันจริงทำไมเขาไม่ยอมไปอยู่กับฉันที่ไร่วะ”
เพื่อนหมอปลอบใจ
“ไอ้ปราบเอ๊ย ฉันเคยเตือนแกแล้ว แกก็ไม่เชื่อ ปรายฟ้าเขามีคนอื่นตั้งนานแล้ว”
“ไม่จริง เขาไม่ใช่คนแบบนั้น”
“ตาสว่างได้แล้ว ไอ้ปราบ ถึงแกไม่ไปอยู่ไร่ปรีดา เขาก็หาเหตุผลอื่นทิ้งแกไปอยู่ดี”
“ปรายฟ้าเขาชอบใครแกรู้เหรอ”
“เป็นนักธุรกิจ หล่อ รวย ที่สำคัญหรูด้วย เสื้อผ้าหรู รถหรู คอนโดหรู...แกอาจจะมีเงินก็จริง แต่แกติดดินว่ะ ผู้หญิงอย่างปรายฟ้าเขาไม่ชอบแบบนี้หรอก”
“ไม่จริง แกดูถูกปรายฟ้าเกินไป...ต่อให้เขาชอบคนอื่น เขาก็ชอบเพราะเขาชอบจริงๆ เขาไม่ใช่
ผู้หญิงเห็นแก่เงินอย่างแกว่าหรอก”
“แล้วสำคัญตรงไหนวะ ยังไงๆเขาก็ชิ่งแกอยู่ดีแหละ”
“สำคัญสิ...ถ้าเขาชิ่งเพราะรักคนอื่น วันใดวันหนึ่ง ถ้าเขากับไอ้หมอนั่นไปไม่รอด เขาก็จะ
กลับมาหาฉัน”
หมอหัวเราะ
“อย่าบอกนะว่าแกจะรอน่ะ”
“เออ ฉันจะรอ...ฉันจะรอวันนั้น วันที่เขากลับมาหาฉัน”
หมออึ้งไป
 
 
ปราบร่วมกับคนงาน ช่วยกันต้อนวัวขึ้นรถ ปกป้องขี่จักรยานมาหา
“เฮ้ย ปราบ มีคนมาหา...ผู้หญิงด้วยเว้ย”
ปราบพรวดเข้ามาในบ้าน เจอปรายฟ้านั่งอยู่ที่โต๊ะ
“ฟ้า...คุณจริงๆด้วย”
ปรายฟ้าเห็นหน้าปราบก็ร้องไห้
“ปราบ...ฉัน...”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แค่คุณมาผมก็ดีใจแล้ว”
“แต่ว่า...”
ปรายฟ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ เขาจึงเห็นว่าเธอท้อง ปราบอึ้งไป ปรายฟ้าร้องไห้
“ฉันถูกทิ้ง ฉันไม่รู้จะไปไหน ไม่รู้จะไปหาใคร...”
ปราบเดินไปหา
“ขอบคุณที่มาหาผม”
ปราบโผเข้ากอดปรายฟ้า กอดตอบร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
 
โปรดติดตามตอนต่อไป เวลา 09.30น.


หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

หลายเดือนต่อมา...ปราบอุ้มทารกน้อยมาให้ปรายฟ้า ที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ ปรายฟ้าดูลูกสาวของเธอ

 

“สวยเหมือนแม่เลย”

ปรายฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา แล้วจับมือปราบ

“ขอบคุณมากนะปราบ ขอบคุณสำหรับความรักของคุณ ขอบคุณที่เป็นพ่อให้เด็กคนนี้”

“คุณและเด็กคนนี้คือครอบครัวของผม”

ปรายฟ้าจับมือปราบมาจูบ ทั้งสองหันไปมองทารกน้อย ยิ้มอย่างมีความสุข





ปราบกับปรายฟ้าเข็นรถพาลูกออกมาดูลมชมวิว ปกป้องเดินสวนมาพอดี เข้ามาดูเด็กน้อย

“อะไรเนี่ย ไม่เจอวันสองวันโตขึ้นอีกละ โตไวจริงๆเลยหลานปู่...กี่เดือนแล้วนะเนี่ย”

“6 เดือนแล้วครับ”

“ยังให้กินนมแม่อยู่ใช่ป่ะ”

“ใช่ค่ะ”

ปกป้องกับปราบก้มลงไปแหย่เด็กเล่น โดยไม่ได้สังเกตว่าปรายฟ้ามองลูกของเธอด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง





กลางดึก...ปราบนอนหลับอยู่บนเตียง ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ เขาตื่นเดินไปที่ห้องปรายฟ้ากับลูก แล้วอุ้มทารกขึ้นจากเตียง

“โอ๋ เงียบนะลูก...เอ คุณแม่หายไปไหนน้อ”

ปราบเปิดประตูห้องน้ำ ไม่มีใครเดินออกไปนอกห้อง

“ฟ้า...ฟ้า...”

สักพักปราบก็เดินกลับเข้ามา

“หม่ามี้ออกไปเดินเล่นนอกบ้านมั้ง”

ปราบเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งบนโต๊ะเครื่องแป้ง เขาเข้ามาดูก็ชะงัก เมื่อมันคือจดหมายของปรายฟ้า

‘ขอโทษนะปราบ ฉันไม่ดีพอที่จะเป็นครอบครัวของคุณ ไม่ดีพอจะเป็นแม่ของเด็กคนนี้ ฉันฝากลูกด้วยฉันรู้ว่าคุณจะรักเด็กคนนี้เหมือนกับลูกแท้ๆของคุณเอง ฉันคงไม่มีหน้ากลับมาอีก ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ ปรายฟ้า’

ปราบอึ้ง เด็กน้อยยังคงร้องไห้ไม่หยุด





ปราบเดินไปหาปรายฟ้าที่หันหลังให้ ร้องไห้ไม่หยุด เขาจับเธอหันหน้ากลับ ปรายฟ้าก้มหน้า ปราบจับหน้าเธอเงยขึ้น

“คุณจริงๆด้วย...ปรายฟ้า”

“ฉันเอง...ปราบ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ”

“คุณไปอยู่ที่ไหนมา”

“เรื่องมันยาว แต่ฉันสบายดี...คุณล่ะ เป็นยังไงบ้าง”

“ก็อย่างที่เห็นนี่แหละ”

“แล้วนั่น น้อยหน่า...”

“ใช่ ลูกของเรา”

“เขาสวยแล้วก็น่ารักมาก...ฉันรักเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเขา ฉันนึกในใจว่าอยากมีลูกสาว

แบบนี้ ไม่น่าเชื่อ...ไม่น่าเชื่อเลย...นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”

“เปล่าหรอก ไปหาเขาสิ เขารอให้คุณกลับไปหาอยู่ทุกลมหายใจ”

ปรายฟ้ายิ้มดีใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ

“ไม่...อย่าให้เขารู้เลยว่าแม่ที่ทิ้งเขาไป อยู่ที่นี่”

“ทำไม”

“ฉันไม่กล้าสู้หน้าเขาหรอก ฉันไม่อยากได้ยินคำถามว่าทำไมฉันถึงได้ทิ้งเขา ฉันยอมฆ่าตัว

ตายดีกว่าจะได้ลูกถามแบบนั้น”

“แต่ผมว่าเขามีให้คุณมากกว่าคำถามนะฟ้า เขารักคุณมาก”

ปรายฟ้าเงียบไป

“ขอเวลาฉันคิดก่อนนะ อย่าเพิ่งบอกอะไรเขานะปราบ”

ปราบพยักหน้า

“แต่คุณต้องเล่าให้ผมฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ”

“รอฉันเลิกงานก่อนละกัน...เฮ้อ นี่ฉันช็อคจริงๆนะ วันนี้ฉันคงต้องตั้งสติดีๆ ไม่งั้นเดี๋ยวฉีดยาผิด

ให้คนไข้แน่ๆ...เรื่องนี้มันเป็นปาฏิหารย์สำหรับฉันจริงๆ”

“อาจจะเป็นปาฏิหาริย์ ที่เกิดจากแรงอธิษฐานของน้อยหน่าก็ได้”

ปรายฟ้าฝืนยิ้ม





ในห้องคนไข้...ปราบนั่งอยู่เงียบๆ ขณะที่ปรายฟ้าปอกผลไม้ใส่จานให้น้อยหน่าหยิบกิน ปรายฟ้าดูลูกสาวไม่วางตา

“ช่วงนี้คนไข้น้อยเหรอคะ พี่ฟ้าถึงมาปอกผลไม้ให้หน่าได้”

“ค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีคนไข้หรอกค่ะ”

“ถ้าหน่าหายดี พี่ฟ้าไปเที่ยวที่บ้านหน่าไหมคะ เป็นไร่สารพัดค่ะ ทั้งเลี้ยงสัตว์ทั้งปลูกต้นไม้ ของพ่อหน่าเอง รับรองพี่ฟ้าต้องชอบแน่ๆ”

“ถ้าพี่ไป น้อยหน่าต้องพาพี่เที่ยวด้วยนะ”

“แน่นอนค่ะ ไม่ต้องห่วง หน่าอยากเห็นหน้าพี่ฟ้าเร็วๆจัง พี่ต้องเป็นคนสวยแน่ๆเลย”

ปรายฟ้ายิ้มเศร้า รีบเช็ดน้ำตาตัวเอง ขณะเดียวกันนั้นมีเสียงเคาะประตูห้อง แล้วนับดาวก็เดินเข้ามา

“สวัสดีค่ะคุณปราบ สวัสดีจ้ะน้อยหน่า”

น้อยหน่ายิ้ม

“สวัสดีค่ะพี่ดาว”

“นี่ วันนี้พี่เอาดอกไม้มาให้อีกแล้วนะ กลิ่นหอมกว่าเมื่อวานอีก”

นับดาววางของ แล้วก็หันหน้ามา เจอหน้าปรายฟ้า นับดาวหยุดนิ่งไปนิดหนึ่ง ปรายฟ้ายิ้มให้

ปราบเริ่มเอะใจสังหรณ์ว่านับดาวจะจำปรายฟ้าได้

“เอ๊ะ...คุณ...หน้าคุ้นๆนะคะ...เราเคยรู้จักกันไหมคะ ฉันชื่อนับดาวค่ะ”

“อ๋อ คุณนับดาวว้าวแซ่บ ฉันเคยเห็นคุณในทีวีค่ะ แต่คุณคงไม่รู้จักฉันหรอก”

นับดาวมองหน้าปรายฟ้า

“จำได้แล้ว คุณปราย...”

ปราบสะดุ้ง รีบเอามือปิดปาก นับดาวตกใจ มองปราบ ส่งเสียงอู้อี้ น้อยหน่าสงสัย

“คุณพ่อทำอะไรพี่ดาวรึเปล่าคะ”

ปราบรีบบอก

“ไม่มีอะไรจ๊ะ พี่ดาวเขาสำลักขนน่ะ”

“พ่อ พี่นับดาวไม่ใช่หมานะ”

“เอ๊ย เขาสำลักน้ำลายน่ะ พ่อพูดผิดจ้ะ”

ปราบลากนับดาวออกไปตรงระเบียงห้อง ปิดประตูบานเลื่อนกระจก นับดาวดิ้นหลุดพอดี ปรายฟ้ามองออกมาที่ทั้งสอง

“คุณทำอะไรน่ะ”

นับดาวมองหน้าปราบ เริ่มเดาเรื่องออก

“นั่นใช่คุณปรายฟ้ารึเปล่า”

“ใช่น่ะสิ แต่น้อยหน่ายังไม่รู้”

“เขาเป็นพยาบาลที่นี่เหรอ อะไรจะบังเอิญขนาดนี้”

“ผมก็ไม่รู้ ว่าแต่คุณรู้จักปรายฟ้าได้ยังไง”

“ก็ฉันเคยเห็นรูปเขาในห้องน้อยหน่า”

“แต่นั่นมันรูปตอนก่อนน้อยหน่าเกิดด้วยซ้ำ คุณจำเขาไม่ได้หรอก”

“น้อยๆหน่อยย่ะ นี่ฉัน นับดาวว้าวแซ่บ เซเล็บตัวแม่นะคะ คุณคิดว่าเซเล็บเขาเป็นกันได้ง่ายๆ

เหรอ แค่สวย รวย เชิ่ด น่ะไม่พอหรอกนะ อันนึงคือต้องจำคนเก่งด้วย ยิ่งระดับดาวสังคมแบบฉันเนี่ย ไปไหนมาไหนใครมาทักต้องทักตอบได้หมด ต่อให้ไม่เจอหน้ากันสิบปี เจอกันอีกทีฉันก็ยังจำได้”

“งั้นก็ขอโทษที่สบประมาท นึกว่าเซเล็บน่ะวันๆเอาแต่แต๊ดแต๋ๆ ใช้เงินฟุ่มเฟือยเป็นทาสวัตถุนิยมแค่นั้นเอง ไม่ยักรู้ว่ามันต้องมีความสามารถพิเศษด้านอื่นๆด้วย”

“วันไหนว่างๆฉันจะเปิดคอร์สเล็คเชอร์ให้ความรู้คุณ จะได้รู้ว่าเป็นเซเล็บน่ะมันยากกว่าเป็น

เคาบอยหลายเท่า...กลับมาเรื่องปรายฟ้าก่อน ตกลงว่าน้อยหน่ายังไม่รู้ใช่ไหม”

“ใช่ ปรายฟ้ายังไม่อยากให้บอก”

“แล้วต่อไปจะยังไง คุณปรายฟ้าจะกลับไปอยู่กับพวกคุณที่ไร่มั้ย”

ปราบอึ้งไป





น้อยหน่านอนหลับอยู่ ปรายฟ้าลูบใบหน้าลูกสาวแผ่วเบา จูบที่แก้มเบาๆ แล้วลุกเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ น้อยหน่าหลับอยู่ ละเมอพึมพำ

“แม่...”

ปราบกับนับดาวยังคุยกันอยู่ที่ระเบียง

“เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้”

“ก็คุยซะสิ”

“ทำไมเหรอ คุณมีอะไรรึเปล่า”

“ฉันจะไปมีอะไร ก็แค่อยากให้พวกคุณอยู่กันเป็นครอบครัว น้อยหน่าจะได้มีแม่ คุณก็จะได้มี

ภรรยา ครอบครัวเพอร์เฟ็ค ไม่ดีเหรอ”

“ดีสิ ดีมากๆด้วย”

“ก็เดี๋ยวพอคุยกัน คุณก็ขอร้องเขาดีๆสิ”

“อืม...ดูคุณอยากให้ผมกลับไปดีกับปรายฟ้านะ”

“ก็คุณสองคนดูเหมาะกันดีนี่”

ปราบเงียบไป นับดาวหันไป จะกลับเข้าห้อง

“เดี๋ยว คือว่าความจริง ผมกับฟ้าน่ะ...”

นับดาวไม่ทันฟัง เดินเข้าไปก่อน ปราบมองตามไป

ค่ำนั้น...ปราบคุยกับปรายฟ้าที่ร้านอาหาร ปรายฟ้านั่งเหม่อมองไป รำลึกความหลังในชีวิตเธอ

“ที่ฉันต้องออกมาจากที่นั่น เพราะฉันทนความเงียบเหงาไม่ได้ และที่สำคัญ ฉันทนสายตาของ

คนอื่นไม่ได้ คุณอาจจะรักฉันจนอาจจะลืมสังเกตคนอื่น อาป้อง ป้ายวง ลูกน้องคุณ ทุกคนมองฉันว่าเป็นคนน่ารังเกียจ”

“คุณคิดมากไปเอง...พวกเขาไม่คิดอะไรกับคุณแบบนั้นหรอก...”

“ช่างมันเถอะ ฉันไม่ได้จะโทษใครหรอก จริงๆฉันอาจจะทนตัวเองไม่ไหวก็ได้...ยังไงก็ตาม ฉัน

ก็ไม่อยากอยู่ที่นั่น แต่ฉันก็รู้จะไปไหน จะทำอะไร ฉันถึงทิ้งลูกไว้กับคุณ ฉันรู้ว่าถ้าเขาอยู่กับคนอย่างคุณมันต้องดีกว่าอยู่กับคนอย่างฉันแน่ๆ...แต่ฉันไม่ได้คิดจะกลับไปหาผู้ชายคนนั้นหรอกนะ ถึงฉันจะรักเขา แต่เขาก็อ่อนแอและทำให้ฉันผิดหวังมากเหลือเกิน”

“เขารู้ไหมว่าคุณท้องกับเขา”

“รู้ แต่เขาบอกให้ฉันทำแท้ง นั่นแหละที่ทำให้ฉันจากเขามา”

“คุณไปรักผู้ชายแบบนั้นได้ไง”

“เขาไม่ใช่คนเลวหรอก แต่เขาอ่อนแอเกินไป แม่ของเขาเป็นคนสั่งให้เขาทำแบบนั้น เขาก็ทำทั้งๆที่เขารักฉันแล้วก็ลูกในท้องมาก แต่เขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของแม่เขา”

ปราบถอนใจเบาๆ

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

“พอตั้งสติได้ ฉันก็มาทำงานที่นี่ ฉันอยากเจอลูกใจแทบขาด แต่ไม่กล้า ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้เจอน้อยหน่าแบบนี้”

 

“แล้ว...คุณมีครอบครัวรึยัง”

ปรายฟ้าส่ายหน้า

“ฉันไม่กล้าเปิดใจให้ใครทั้งนั้น ฉันไม่กล้ามีความสุขในชีวิต ฉันรู้สึกผิดที่ทิ้งลูกมาแบบนั้น”

“ถ้าคุณอยากอยู่กับลูก ที่ไร่ปรีดา...”

“ฉันคงไม่มีหน้ากลับไปหรอกค่ะปราบ ที่นั่นไม่เหมาะกับฉัน”

ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ปรายฟ้าจะถามขึ้น

“แล้วคุณล่ะ แต่งงานรึยัง”

“ผม...ยังไม่มีใคร”

“คุณคงไม่ได้...”

“ผมยังลืมคุณไม่ได้”

ปรายฟ้ามองตาปราบ

“ฉันไม่เชื่อ”

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ”

“สายตาที่คุณมองฉันมันไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่สายตาของปราบคนที่รักฉันมากมายเหลือเกิน...บางทีคุณอาจจะยังไม่รู้ตัว แต่เชื่อฉันเถอะ คุณลืมฉันได้แล้วล่ะ”

ปรายฟ้ายิ้ม





ปราบกับปรายฟ้าเดินออกมาจากร้านอาหาร จะไปที่ที่จอดรถ ปรายฟ้ามองผ่านกระจกเงาโดยไม่ตั้งใจ เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่แว่นดำนั่งหลบมุมอยู่แว้บหนึ่ง ปรายฟ้าหันมาถามปราบ

“แล้วคุณนับดาวนี่ ปราบไปรู้จักเขาได้ยังไงเหรอ”

“เรื่องมันยาว สรุปสั้นๆว่าเขามีความจำเป็นต้องมาทำงานที่ไร่ปรีดาอยู่ช่วงหนึ่ง”

ปรายฟ้าแปลกใจ

“ไฮโซอย่างเขาเนี่ยนะ ต้องมาทำงานที่ไร่คุณ”

“คนอื่นอาจจะมองเขาเป็นไฮโซ แต่จริงๆเขาคือยัยตัวแสบ”

“คุณชอบเขาใช่มั้ย”

ปราบอึ้งไป

“ใช่”

ปรายฟ้ายิ้ม

“ฉันว่าเขาก็ชอบคุณนะ”

“ผมไม่รู้”

“ฉันเชียร์ให้คุณจีบเขานะปราบ ฉันอาจจะมองผู้ชายไม่เก่ง แต่มองผู้หญิงด้วยกันออก ถึงคุณจะเรียกเขาว่ายัยตัวแสบ แต่ฉันดูออกว่าเขาเป็นคนดี”

“ผมก็ว่างั้น”

ทั้งสองเดินมาที่รถ

“ขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง”

“ไม่ต้องหรอก ฉันกลับเองได้”

ปรายฟ้าจะเดินจากไป ปราบจับมือไว้ ดึงเธอเข้ามากอด นับดาวนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง มองไป เห็นภาพปราบกอดกับปรายฟ้าแล้วหน้าเจื่อน เบือนหน้าหนี วางเงินไว้ลุกขึ้นเดินออกไป ปราบกอดปรายฟ้าอยู่ครู่หนึ่งก็แยกออกจากกัน

“ไม่ว่าจะยังไง คุณก็ยังเป็นคนพิเศษสำหรับผม”

“เช่นกันปราบ”

“โชคดีนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

ปราบยืนมองปรายฟ้าเดินจากไป ก่อนจะขึ้นรถ ขับออกไป ปรายฟ้ามองตามรถปราบ ข่มใจ เดินต่อไปตามทางของเธอ





อลิสาเข้ามาในบ้าน เจอนับดาวนั่งดูหนังตลกอยู่คนเดียว

“นึกไงเนี่ย เอาหนังตลกมาดูคนเดียว เรื่องนี้เคยดูแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะ อยากหาอะไรดูเล่นน่ะค่ะ”

“วันนี้ไปเยี่ยมน้อยหน่ามาใช่ไหม เป็นไงมั่ง”

“หมอบอกดีขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวก็คงถอดผ้าปิดตาได้แล้ว...โชคดีและโชคร้ายเดียวกันเลยนะคะ น้อยหน่าได้เจอแม่เขาด้วย”

อลิสาแปลกใจ

“จริงสิ แม่ที่ทิ้งเขาไว้กับคุณปราบน่ะเหรอ”

“ค่ะ ยังสวยน่ารักอยู่เลย มิน่า นายปราบถึงได้ยังเฝ้ารอคอยเขาอยู่”

“แล้วอย่างงี้ถ่านไฟเก่าจะคุมั้ยเนี่ย”

“จะเหลือเหรอคะ โชติช่วงชัชวาลเลยค่ะ ดาวเห็นเขากอดกันกลมดิกเลย...ดีแล้วล่ะค่ะ เขาจะได้

อยู่พร้อมหน้ากันพ่อแม่ลูกซะที”

จู่ๆนับดาวก็ร้องไห้ อลิสางง

“ดาว เป็นอะไร”

“ไม่รู้ค่ะ ดาวไม่รู้”

นับดาวกอดอลิสาที่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น...





ปรายฟ้าในชุดลำลองเข้ามาที่วอร์ดที่เธอทำงานอยู่ เข้ามาตอกบัตร เปิดประตูเข้าไปในห้องพักนางพยาบาล เห็นชนะชัยถือช่อดอกไม้เดินมาอีกทางหนึ่ง ปรายฟ้าตะลึงมอง ชนะชัยมองไม่เห็นปรายฟ้า

“คุณจ๊อบ...”

ปรายฟ้ารอจนชนะชัยเดินผ่านไป ก็แอบโผล่หน้าออกไปดู เห็นชนะชัยเข้าไปในห้องน้อยหน่า

“น้อยหน่า...เป็นไปไม่ได้ เขาจะรู้ได้ไง”

ปรายฟ้างงและสับสนมาก





ชนะชัยถือช่อดอกไม้เข้ามาในห้อง น้อยหน่านั่งคุยอยู่กับปราบ

“สวัสดีครับคุณปราบ สวัสดีจ๊ะน้อยหน่า”

“สวัสดีครับ” ปราบยิ้มให้

“สวัสดีค่ะ” น้อยหน่ายกมือขึ้นไหว้ตามเสียง

“อาการเป็นไงบ้างครับ”

“ดีครับ หมอบอกพรุ่งนี้ก็เอาผ้าพันแผลออกได้แล้ว”

ชนะชัยยิ้มโล่งใจ ปราบกระแอม ชนะชัยตกใจหันขวับมาทางปราบ

“เอ่อ...ไม่ต้องตกใจหรอกครับ คือผมจะขอโทษคุณเรื่องวันก่อน...ผมโกรธจนขาดสติไป”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจ คุณไม่ต้องขอโทษผมก็ได้ เพราะผมที่ทำให้น้อยหน่าเป็นแบบนี้”

“เอ่อ...หน่าก็ต้องขอโทษพี่ด้วยนะคะ ที่ไปแกล้งพี่ตอนแรก”

“ครับ ถึงพี่จะไม่รู้ตัวว่าไปทำอะไรให้น้อยหน่าไม่ชอบหน้าพี่ขนาดนี้ แต่ก็ถือว่าเราเคลียร์กันแล้วก็แล้วกัน โอเคมั้ย”

“โอเคค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

น้อยหน่าไหว้ ชนะชัยรับไหว้

“พี่ดีใจมากๆที่หน่าไม่เป็นอะไร ขอให้หายเร็วๆนะครับ...ผมต้องขอตัวก่อน”

“งั้นผมลงไปส่งคุณแล้วกัน ว่าจะไปลงไปซื้อกาแฟอยู่พอดี”

ปราบกับชนะชัยเดินออกไป สักครู่ ปรายฟ้าก็เดินเข้ามา

“หวัดดีจ้ะน้อยหน่า”

“หวัดดีค่ะพี่ฟ้า วันนี้มาเร็วจัง”

“ผู้ชายคนเมื่อกี้...เขาเป็นใครเหรอ พี่รู้สึกคุ้นหน้าเขาจัง”

“เขาชื่อชนะชัยน่ะค่ะ”

ปรายฟ้าพูดอะไรไม่ออกไปพักหนึ่ง

“แล้วเขาสนิทกับน้อยหน่ามั้ย”

“เขาเป็นคนที่สำคัญมากในชีวิตหน่า”

ปรายฟ้ารู้สึกหวั่นใจ

“หน่ารู้ได้ไงว่าเขา...”

“รู้สิคะ ก็เขานี่แหละเป็นคนทำให้หน่าเป็นแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา หน่าคงไม่ต้องมานอนโรงพยาบาลแบบนี้หรอก เรียกบุคคลสำคัญได้เลยแหละ”

ปรายฟ้าชักงง

“แค่นั้นเองเหรอ...แล้วเขาเป็นญาติหน่ารึเปล่า”

“ไม่เกี่ยวกันเลยค่ะ เขาเป็นแฟนของพี่นับดาว”

“ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเหรอ”

“ไม่มีค่ะ จะไปมีอะไรได้ไงคะ แค่เห็นหน้าครั้งแรกหน่าก็ไม่ชอบเขาแล้ว...แต่ไอ้เรื่องทำหน่าบาดเจ็บนี่โทษเขาก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นอุบัติเหตุ แล้วอีกอย่างหน่าก็ไปแกล้งเขาก่อน”

ปรายฟ้าถอนใจ เข้ามาลูบศีรษะน้อยหน่า

“ดีแล้วล่ะ เพราะถ้าหน่าเป็นอะไรไปมากกว่านี้ล่ะก็ เขาอาจจะต้องเสียใจที่สุดในชีวิต”

“แหม พี่ฟ้าพูดยังกะจะไปแก้แค้นให้หน่าแน่ะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกจ๊ะ”

ปรายฟ้าเงียบไปครู่หนึ่ง

“หน่า คือพี่ทำเรื่องขอย้ายแผนกแล้วนะ พี่คงมาเยี่ยมหน่าอีกไม่ได้แล้วล่ะ”

“ทำไมจู่ๆถึงขอย้ายล่ะคะ”

“พี่มีเหตุผลของพี่น่ะจ้ะ”

“แต่พรุ่งนี้หน่าจะได้ถอดผ้าพันแผลแล้ว หน่าอยากเห็นหน้าพี่นี่ค่ะ”

“วันหลังก็มาหาพี่ได้นี่นา”

น้อยหน่าเงียบไป

“พี่จะไปแล้ว ขอพี่กอดหน่าหน่อยนะคะ”

น้อยหน่าเงียบแทนคำตอบ ปรายฟ้าดึงน้อยหน่าเข้ามากอด ตอนแรกกอดแบบเบาๆแตะๆ ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว ทั้งมีความสุข ปรายฟ้ากอดแน่นขึ้นด้วยสัญชาติญาณของแม่ที่กอดลูก เธอน้ำตาไหลพรากขยับปากโดยไม่มีเสียง

“ลูกจ๋า แม่รักลูกนะ”

น้อยหน่าได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆของคนที่กำลังกอดเธอ ปรายฟ้าเช็ดน้ำตา พยายามข่มอารมณ์ตัวเอง

“พี่ไปละนะ”

ปรายฟ้ามองน้อยหน่าเต็มตา แล้วจะเดินออกไป

“เดี๋ยวค่ะ...”

ปรายฟ้ชะงัก น้อยหน่าเงียบไป

“แม่ใช่มั้ย”

ปรายฟ้าอึ้งไป ไม่สามารถข่มอารมณ์ตัวเองได้อีก ร้องไห้โฮ น้อยหน่า เรียกเสียงดัง

“แม่”

ปรายฟ้าวิ่งเข้ามากอดน้อยหน่า ร้องไห้ น้อยหน่ากระชากผ้าพันแผลออก

“อย่า”

“อย่าห้าม หน่ายอมตาบอด หน่าอยากเห็นแม่”

น้อยหน่ากระชากผ้าพันแผลจนหลุด แล้วก็ร้องลั่น หยีตา ปรายฟ้าตกใจ

“หน่า อย่า”

“หน่าไม่เป็นไร แม่อย่าไปไหน แม่อยู่กับหน่านะ”

น้อยหน่าค่อยๆปรับตา ขณะที่มือจับแขนปรายฟ้าไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น มองปรายฟ้า

“แม่...”



น้อยหน่าโผเข้ากอดแม่ ปรายฟ้าร้องไห้ ปราบเปิดประตูเข้ามา เห็นภาพสองแม่ลูกก็ทำอะไรไม่ถูก เสียงเอะอะเรียกพยาบาลคนอื่นๆกับหมอมาดู พอเห็นก็งงกันอยู่ตรงหน้าห้องนั่นเอง

 

โปรดติดตามตอนต่อไป


หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

ชนะชัยรับกาแฟจากเขาน์เตอร์ เดินมานั่งที่โต๊ะที่อลิสานั่งอยู่ก่อนแล้ว

“น้าอะซ่ามีอะไรสำคัญจะคุยกับผมเหรอครับ”
“เรื่องนับดาวน่ะคะ”
“อ๋อ ถ้าเรื่องของผมกับนับดาวล่ะก็ คือว่า...”
“ไม่ใช่ค่ะ เรื่องของนับดาวกับคุณปราบ”
ชนะชัยชะงัก นิ่งไปครู่หนึ่ง
“ครับ ว่าไงครับ”
“อย่างแรกเลย น้าอยากให้คุณรู้ว่าคุณปราบไม่ใช่เกย์”
“ผมไม่แปลกใจหรอก ถึงตอนแรกผมจะเชื่อคุณดาว แต่หลังๆผมว่าผมพอมองออกว่ายังไงๆ เขาก็ไม่ใช่เกย์”
“แล้วทำไมคุณยังเงียบอยู่”
“ผมเชื่อใจคุณดาว ผมคิดว่าเธอคงมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้ต้องไปอยู่ที่ไร่แห่งนั้น แต่เพื่อ
ตัดปัญหาจุกจิกก็เลยบอกว่าคุณปราบเป็นเกย์...อย่างน้อยวิธีนี้ก็ใช้ได้ก็กับแม่ของผม”
“แล้วคุณไม่ระแวงนับดาวกับคุณปราบเหรอ ว่าพวกเขาอาจจะ...”
“ผมบอกแล้วไง ว่าผมเชื่อใจเขา”
“ที่น้านัดคุณมาวันนี้ก็เพื่อจะบอกว่าคุณควรจะระแวงได้แล้ว”
“น้าหมายความว่า...”
“ถึงตอนแรกพวกเขาจะไม่ถูกกัน แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มเปลี่ยนไป ถ้าคุณไม่รีบทำอะไรสักอย่าง คุณจะเสียนับดาวไป...น้าเชียร์คุณนะ แต่ก็คงช่วยได้แค่นี้”
อลิสาลุกขึ้น เดินออกไป

ปรายฟ้านั่งคุยกับน้อยหน่าอยู่บนดาดฟ้าโรงพยาบาล ท่ามกลางแสงสวยงามของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า
“แม่อยากไปหาหน่าใจแทบขาด มันทรมานมากที่รู้ว่าลูกอยู่ที่ไหนแต่ต้องห้ามใจตัวเองไม่ให้ไป
หา”
“ทำไมล่ะคะ”
“แม่กลัว...เหมือนคนที่ทำความผิดแล้วหนีมา ไม่กล้ากลับไปรับโทษของตัวเอง แม่ละอายใจมากที่ทำกับปราบแบบนั้น แล้วที่สำคัญที่สุด แม่กลัวหน่าจะเกลียดแม่ แม่กลัวหน่าจะต่อว่าแม่”
“แม่คะ หน่าขอให้แม่กลับมาก็พอแล้ว ให้แม่อยู่กับหน่า อยู่กับพ่อ เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์”
“หน่า...แม่กลับมาอยู่กับลูกได้ แม่เป็นแม่ของลูกได้...แต่เราอยู่กันแบบครอบครัวไม่ได้หรอก”
“หมายความว่ายังไงคะ”
“แม่เป็นแม่ของลูกก็จริง แต่แม่ไม่อยากให้ลูกรู้ว่าลูกไม่มีพ่อ”
“หน่าไม่เข้าใจ”
“ลูกเป็นลูกแม่ แต่ลูกไม่ใช่ลูกของพ่อปราบ”
น้อยหน่ามองหน้าปรายฟ้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่จริง”
น้อยหน่ารับไม่ได้ จะวิ่งหนี ปรายฟ้ากอดลูกสาวไว้ น้อยหน่าดิ้นหนี
“ปล่อยหน่า หน่าจะไปหาพ่อ”
ปรายฟ้ากอดลูกไว้แน่น น้อยหน่าร้องไห้ หมดแรงวิ่ง
“พ่อปราบเขายังรักลูกเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”
“พ่อรู้เรื่องนี้...”
“รู้สิ เขาเห็นหน่ามาตั้งแต่หน่ายังอยู่ในท้องแม่ด้วยซ้ำ”
“แต่เขาก็...” น้อยหน่าพูดไม่ออกนิ่งไปนิด “แล้วทำไมเขาถึง...รักหน่าขนาดนั้น...ทั้งๆที่ผ่านมา...”
“หน่าก็ไปถามเขาสิ”
น้อยหน้าอึ้งๆ กับสิ่งที่ได้รู้...

ปราบนั่งอยู่บนเตียงรออยู่ในห้อง น้อยหน่าเปิดประตูเข้ามา
“แม่เล่าเรื่องให้ฟังหมดแล้วค่ะ”
“อืม”
“หน่ายังเรียกพ่อว่าพ่อได้ไหมคะ”
“หน่าคือลูกสาวพ่อ ไม่เรียกพ่อว่าพ่อแล้วจะเรียกว่าอะไร”
น้อยหน่าร้องไห้ วิ่งเข้ามากอดปราบ
“หน่ารักพ่อค่ะ พ่อจะเป็นพ่อให้หน่าไปตลอดไปได้ไหมคะ”
“พ่อจะเป็นพ่อหน่าไปตลอดชีวิตจ๊ะ”
ปรายฟ้ายืนอยู่ตรงประตู ดูปราบกับน้อยหน่า น้ำตาซึม

ค่ำนั้น...เมื่อปราบกับมาบ้าน เขาคุยกับปกป้องถึงเรื่องของปรายฟ้า
“ผมก็เลยชวนปรายฟ้าให้เขามาอยู่กับน้อยหน่าที่นี่สักพักหนึ่ง อาป้องว่าไงครับ”
“ถ้าแกถามฉัน เพราะกลัวว่าฉันจะมองเขาด้วยสายตาดูถูกอะไรนั่นน่ะ ขอบอกว่าไม่จริงเลย แกก็รู้ฉันเป็นคนยังไง ฉันไม่แคร์หรอกว่าอดีตเขาจะเป็นยังไง ฉันว่าเขาร้อนตัวไปเองมากกว่า ถ้าเขามาอยู่ที่นี่จริง ก็ดีสิ น้อยหน่าเขาจะได้อยู่กับแม่เขาสักที”
“แต่คงชั่วคราวเท่านั้นครับ เขาต้องกลับไปทำงานต่อ”
“อ้าว เหรอ นึกว่าเขาจะกลับมาอยู่ที่นี่ เป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก”
“ไม่ครับ ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่าความรักที่ผมมีให้เขามันตายไปแล้ว เขาเหมือนเพื่อนเก่าที่รู้จักกันมานาน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน รู้จักกันและกัน...แต่ไม่ใช่คนที่ผมจะใช้ชีวิตด้วย”
“น้อยหน่ารู้เรื่องนี้หรือยัง”
“หน่ารู้เรื่องหมดแล้วครับ เขาเข้าใจ”
“ก็ดี...แกจะได้หันไปจีบคุณนับดาวให้จริงจังๆซะที”
ปราบสะดุ้ง
“ใครบอกอาว่าผมจะชอบนับดาว”
“เห็นฉันเป็นควายรึไงวะ แค่นี้ดูไม่ออกเนี่ย”
ปราบเงียบไป หน้าตาไม่สบายใจ
“ทำไม มีอะไร”
“เอ่อ...อันนี้ผมไม่กล้าบอกใครแม้แต่ปรายฟ้า”
ปกป้องเงี่ยหูฟัง
“ผมไม่รู้จะทำยังไงดี”
ปกป้องมองปราบเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง
“จะบอกว่าจีบผู้หญิงไม่เป็น”
“เอาเป็นว่า...เคยเป็นแต่มันลืมไปแล้ว”
“อันนี้ช่วยไม่ได้ว่ะ ตัวใครตัวมัน แต่ขออวยพรให้โชคดีนะ”
ปกป้องตบบ่าปราบหนักๆ

วันต่อมา...หมอตรวจสายตาน้อยหน่า ส่องกล้องตรวจลานตา กระจกตาแล้วพยักหน้าพอใจ
“ทุกอย่างดูดีครับ แต่ถ้ารู้สึกมีอาการผิดปรกติ ให้รีบไปหาหมอเลยนะครับ แต่คิดว่าคงไม่มีอะไรแล้วละครับ กลับบ้านได้”
น้อยหน่ายกมือไหว้หมอ
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
ปราบ นับดาว ปรายฟ้า ไหว้ขอบคุณหมอ หมอเดินออกไป นับดาวหันไปหาน้อยหน่า
“ดีใจด้วยนะจ๊ะ”
น้อยหน่ายิ้มร่าเริง
“ขอบคุณค่ะ”
ปรายฟ้าหันไปบอกปราบ
“คุณกับคุณดาวลงไปรอที่ร้านกาแฟก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันขอคุยอะไรกับลูกก่อน เดี๋ยวตามลงไป”
“เอางั้นก็ได้ครับ”
ปราบกับนับดาวเดินออกไป น้อยหน่าหันไปถามแม่
“แม่มีอะไรจะคุยกับหน่าเหรอคะ”
“ไม่มีหรอก”
“อ้าว”
“แม่แค่อยากให้ปราบได้มีเวลาอยู่กับคุณนับดาวสองต่อสองบ้างน่ะ”
น้อยหน่าเงียบไป หน้าจ๋อยๆ
“แม่ไม่หึงพ่อเหรอคะ”
ปรายฟ้ายิ้ม เข้ามาโอบศีรษะลูกสาว
“แม่บอกแล้วหน่าแล้วนี่นา ว่าแม่กับปราบไม่มีความรู้สึกอะไรแบบนั้น”
น้อยหน่าหน้าเศร้า
“แม่รู้ว่าลูกคิดอะไร แต่ความฝันบางอย่างก็เป็นจริงไม่ได้”
“ค่ะ...มองในแง่ดี ก็ดีเหมือนกัน”
ปรายฟ้าแปลกใจ
“ดียังไงจ๊ะ”
“ถ้าไม่ใช่แม่ หน่าก็อยากให้พ่อเป็นแฟนกับพี่ดาวเหมือนกัน”
“เรามารอดูฝีมือจีบผู้หญิงของเขาก็แล้วกันนะ”
น้อยหน่าหัวเราะ
“งั้นสงสัยแห้วแหงๆ”

ปราบนั่งอยู่กับนับดาว จิบกาแฟกันคนละถ้วย
“ปกติคุณดาวว่างๆนี่ชอบไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษรึเปล่าครับ”
“ไม่มีที่ชอบจริงๆหรอกค่ะ งานดาวหลายๆครั้งก็เหมือนไปเที่ยวอยู่แล้ว”
“แล้วไม่ดูหนังไม่ฟังเพลงอะไรบ้างเหรอครับ”
“พวกหนังกับเพลงเนี่ย ดาวชอบซื้อแผ่นมาดูมาฟังที่บ้านมากกว่าค่ะ สบายใจดี”
“อืม แล้วอย่างดอกไม้ล่ะครับ ชอบดอกอะไรไหมครับ”
“ชอบเกือบทุกชนิดแหละค่ะ”
ปราบเงียบไป ยิ้มให้หญิงสาว นับดาวยิ้มตอบ ปราบครุ่นคิดในใจ
‘เอ ทำไมมันยากงี้วะ หรือว่าคุณดาวเขาไม่ชอบเรา’
นับดาวก็คิดในใจเหมือนกัน
‘พูดจาแปลกๆแฮะวันนี้ จะมาไม้ไหนเนี่ย หรือว่าจะจีบเรา’
ปราบมองหน้าแล้วถามขึ้นอีก
“แล้วคาราโอเกะหรือโยนโบวลิ่งอะไรทำนองนี้ล่ะครับ”
“ก็แล้วแต่จังหวะน่ะค่ะ”
ปราบคิดในใจ
‘ชักจะตันๆละเว้ย ไปทางไหนต่อดีวะเนี่ย’
นับดาวครุ่นคิดเซ็งๆ
‘จะชวนก็ชวน ถามนู่นถามนี่อยู่ได้ ตกลงว่าจะจีบรึเปล่าเนี่ย’
ปราบยิ้มให้อีกครั้ง นับดาวยิ้มตอบ
“แล้วปกติกินข้าวกลางวันที่ไหนเหรอครับ”
“ปกติ...กินโรงอาหารมั้งคะ แหม ก็แล้วแต่วันสิคะ ว่าอยู่ที่ไหนทำอะไรอยู่”
ปราบคิดในใจอย่างเซ็งตัวเอง
‘กูถามอะไรของกูวะเนี่ย โอย กูอยากตาย’
นับดาวครุ่นคิดกังวลนิดๆ
‘นี่ฉันแซวแรงไปรึเปล่าเนี่ย...เดี๋ยวไก่ตื่นหมด’
ปราบฝืนยิ้มให้ ไม่พูดอะไรอีก นับดาวก็ยิ้มตอบแล้วคิดในใจ
‘โอ๋ๆๆๆ ถามใหม่นะ ครั้งนี้จะตอบดีๆละ’
ปราบมองไปทางอื่น ไม่ถามอะไรอีกชักอึดอัด บ่นในใจ
‘เมื่อไหร่สองคนนั่นจะลงมาซักทีนะ ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว’
นับดาวเอาช้อนคนแก้วกาแฟเล่น แต่ปราบก็ไม่ถามอะไรสักที นับดาวแอบทำหน้าหงุดหงิด
“น้อยหน่ากับปรายฟ้าลงมาแล้วครับ”
ปราบยิ้มแป้น มองไปที่ปรายฟ้ากับน้อยหน่า แอบถอนใจ
‘รอดตัวแล้ว เดี๋ยวต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ดีๆ’
นับดาว ครุ่นคิดในใจ
‘ลืมไป ว่าเขาเจอแฟนเขาแล้วนี่นา จะมาจีบเราทำไม เฮ้อ เพ้อเจ้อจริงๆยัยนับดาว’
นับดาวยิ้มสดใส
“งั้นดาวไปก่อนนะคะ ขอให้คุณปราบกับคุณปรายฟ้าแล้วก็น้อยหน่ามีความสุขมากๆนะคะ”
“เอ่อ...ครับ ขอบคุณครับ”
ปราบไม่ทันคิดอะไร นับดาวยิ้มแล้วเดินจากมา...นับดาวเดินจากมาไกลพอสมควร มองกลับไปไม่เห็นปราบกับน้อยหน่าแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  ตอนที่ 10 (ต่อ)
 

ค่ำคืนนั้น...นับดาวดินเนอร์อยู่กับชนะชัย ในร้านอาหารหรู เธอนั่งเหม่อ ยังคิดเรื่องเมื่อเช้าอยู่ ชนะชัยมองๆก่อนจะเรียก

“คุณดาวครับ”
“คะ”
ชนะชัยยื่นกล่องกำมะหยี่ให้ นับดาวงงไปนิดหนึ่ง ชนะชัยเปิดออก เห็นแหวนเพชรวงโต
“แต่งงานกับผมนะครับ”
นับดาวชะงัก
“เอ่อ...”
นับดาวอึ้งไป ชนะชัยมอง
“ค่ะ”
ชนะชัยยิ้ม
“เอ๊ย...เดี๋ยวๆๆค่ะ เอ่อ...ขออุ๊บอิ๊บก่อนได้ไหมคะ คือว่า...”
ชนะชัยมอง นับดาวเงียบไปครู่หนึ่ง
“ค่ะ”
“แปลว่าอะไรครับ”
“แต่งค่ะ ขอโทษทีนะคะ ไม่รู้เมื่อกี้ดาวคิดอะไร...แต่งสิคะ...แต่งค่ะ”
ชนะชัยยิ้มปลื้มใจ

นับดาวกลับเข้ามาในบ้าน เจออลิสากำลังคุยมือถืออยู่ หน้าตาเครียดๆ
“ค่ะๆ แล้วดิฉันจะติดต่อกลับไปค่ะ”
นับดาวรอจนอลิสาวางสาย
“วันนี้มีเรื่องใหญ่ค่ะน้าอะซ่า”
“ของน้าก็ใหญ่เหมือนกัน น้าเพิ่งวางสายคุณวัลลภไป จำได้ใช่มั้ย คนที่จะขอซื้อที่ของเราน่ะ”
“ทำไมคะ เขาจะไม่เอาแล้วเหรอ”
“ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่เขาบอกว่าถ้าเรายังไม่ขายสักทีเขาจะไปซื้อที่อื่นแล้วนะ”
“เขาให้เวลาเท่าไหร่คะ”
“ภายในสามวันนี้”
“ไหนตอนแรกบอกรอได้เป็นปี”
“เขาเป็นนักธุรกิจก็อย่างงี้แหละ...แล้วเรื่องใหญ่ของดาวล่ะ”
“คุณจ๊อบขอดาวแต่งงาน”
“แล้วเธอว่ายังไง เธอตกลงใช่มั้ย”
“ค่ะ”
“ยินดีด้วยจ้ะ...ถึงเราจะอยากแต่งเพราะฐานะการเงินของเขาก็ตาม แต่คุณจ๊อบก็เป็นผู้ชายที่ดี แล้วเขาก็รักดาวจริงๆ น้าดีใจด้วยนะ”
อลิสาเข้ามากอดหลานสาว นับดาวเฉยๆ
“เป็นอะไรไป ไม่ดีใจเหรอ”
“ดีใจสิคะ”
นับดาวทำเป็นยิ้มดีใจ

วันต่อมา...อลิสานั่งดูทีวีอยู่ เห็นนับดาวแต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอกก็ถามอย่างแปลกใจ
“จะไปไหนเหรอดาว”
“คุณจ๊อบเขาชวนไปเวดดิ้งสตูดิโอ แล้วก็จะคุยเรื่องโรงแรมด้วย”
“ใจร้อนจริงจริ๊ง”
นับดาวฝืนยิ้ม ระหว่างกำลังจะออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นจึงกดรับสาย
“สวัสดีจ้ะน้อยหน่า...หา เป็นไงมั่ง...แล้วทำไงกันมั่ง...จ้ะๆ ขอบใจมากนะ”
นับดาววางสาย หน้าเสีย
“โธ่...”
“ทำไม มีอะไร ใครเป็นอะไร”
“เฉาก๊วยน่ะค่ะ น้อยหน่าบอกมันอาการทรุดหนักลง”
“ไอ้ม้านั่นน่ะนะ เอ๊ย...นึกว่าใครเป็นอะไรซะอีก”
“ดาวอยากไปเยี่ยมมัน”
“อ้าว แล้วที่นัดกับคุณจ๊อบไว้ล่ะ”
“เลื่อนไปก่อนก็ได้ค่ะ...ดาวจะไปหาคุณปราบ”
อลิสาได้ยินปุ๊บก็มองหลานสาวขวับ นับดาวเห็นสายตาของน้าแล้วต้องรีบพูดต่อ
“คือ จะดูว่าเขารักษาเจ้าเฉาก๊วยยังไงบ้าง”
“เดี๋ยว”
“คะ”
“น้าไปด้วย” อลิสาบอกทันที

นับดาวจอดรถเอทีวี หน้าคอกเฉาก๊วย วิ่งลงไป อลิสารีบตามลงไปด้วย แต่แล้วนับดาวก็หยุดดื้อๆ อลิสาที่จ้ำตามมาชนแผ่นหลังเต็มๆ
“อะไรของเธอเนี่ย...”
นับดาวเหมือนไม่ได้ยิน มองไปข้างหน้า อลิสามองตามไป เฉาก๊วยดูอ่อนแอลงมา แต่ยังยืนได้ ปราบกำลังแนะนำปรายฟ้าให้รู้จักเฉาก๊วย ปรายฟ้าดูกลัวๆ ปราบจับมือปรายฟ้าไปจับหน้าเฉาก๊วย ปรายฟ้าจั๊กกะจี๋ ปราบเห็นท่าปรายฟ้าแล้วหัวเราะ ปรายฟ้าหันมาเห็นนับดาวพอดี สะกิด ปราบยิ้มให้นับดาว นับดาวยิ้มตอบ

ปราบนั่งคุยกับนับดาวตรงมุมโปรดของเธอ
“ความจริงอาการของเฉาก๊วยมันดีขึ้นเรื่อยๆแล้ว แต่โชคร้ายที่มีอาการติดเชื้อขึ้นมา เป็นเชื้อที่ไม่มียารักษาในเมืองไทย ต้องสั่งจากนอกเท่านั้น ถ้าเป็นม้าตัวอื่นยังพอถูๆไถๆไปได้ แต่กรณีเฉาก๊วยพูดยาก เพราะมันไม่แข็งแรงมาตั้งแต่แรกแล้ว”
“แย่อย่างงั้นเลยเหรอ”
“ตอนนี้เหมือนวิ่งแข่งกัน ว่ามันจะตายก่อนหรือว่ายาจะมาถึงก่อน”
“มีอะไรที่ฉันช่วยได้บ้างมั้ย”
“คุณมานี่ก็ช่วยได้มากเลย ม้าเหมือนคนอยู่อย่างหนึ่ง เวลาได้อยู่ใกล้ๆคนที่มันชอบมันก็มีความสุข เฉาก๊วยมันชอบคุณนะคุณรู้ตัวมั้ย”
ปราบยิ้มให้นับดาว อลิสาอยู่ไกลๆแอบมองมา

นับดาวเดินจูงเฉาก๊วยเดินเล่น ห่างออกมา ปราบยืนอยู่กับปรายฟ้ามองไปที่นับดาว
“รู้มั้ย น้อยหน่าเขาก็เชียร์คุณกับคุณนับดาวนะ”
“ในที่สุดผมก็ได้ไฟเขียวจากลูกสาวสุกที่รักซะที”
“อย่ามาหน่อยเลย ทำมาอ้างรอไฟเขียว จีบผู้หญิงไม่เป็นใช่มั้ย...อยากได้คำแนะนำมั้ยล่ะ”
“ขอโทษ ผมจีบของผมเองได้ ครั้งที่แล้วมันผิดพลาดทางเทคนิค วันนี้เอาจริงแล้ว ผมเตรียมแผนไว้หมดแล้ว คอยดูละกัน”
อลิสาเดินเข้ามาสมทบ
“น้าไม่เคยรู้เลยว่าดาวเขาชอบม้าขนาดนี้”
“น้าอะซ่าก็ให้คุณดาวมาที่นี่บ่อยๆสิครับ”
“คงมาบ่อยๆไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
“ทำไมล่ะครับ”
“อ้าว ดาวยังไม่ได้บอกคุณปราบเหรอคะเนี่ย ตายละ เรื่องใหญ่ขนาดนี้”
อลิสาหยุดไปนิดหนึ่งก่อนจะพูดออกมา
“คือนับดาวเขากำลังจะแต่งงานกับคุณชนะชัยน่ะค่ะ เพิ่งคุยกันเมื่อคืนนี้เอง”
ปราบอึ้งไปเลย
“เขาสองคนก็เหมาะกันดีนะครับ”
“น้าก็ว่างั้นแหละค่ะ”
ปราบยิ้ม ปรายฟ้ามองหน้าปราบอย่างเป็นห่วงความรู้สึก

ปราบมาส่งนับดาวกับอลิสาที่รถ พยายามยิ้มแย้ม...
“อย่าลืมส่งการ์ดให้ผมด้วยนะครับ”
“ไม่ต้องห่วง ฉันยังไม่แต่งงานเร็วๆนี้หรอก เพราะยังไงฉันก็จะอยู่ที่นี่ให้ครบตามสัญญาที่เราตกลงกันไว้ แล้วคุณก็ต้องขายที่ให้ฉัน”
“ถ้ารอนานระวังเจ้าบ่าวจะเปลี่ยนใจนะครับ”
“ถ้าคุณปราบกลัวอย่างนั้น คุณปราบเซ็นขายที่เลยสิคะ ถือว่าเป็นของขวัญล่วงหน้าให้ยัยดาว เป็นการแสดงถึงความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันของคุณทั้งสองคน” อลิสาเสนอ
“ไม่ได้หรอกครับ”
นับดาวค้อน
“คนใจจืด”
“ใจผมออกจะขมๆอยู่ครับ”
นับดาวเอะใจ แต่ปราบเดินกลับเข้าบ้านไปซะก่อน นับดาวกับอลิสาขึ้นรถ ขับออกไปห่างออกมา นักสืบที่เคยโดนเฉาก๊วยเตะซุ่มอยู่ในรถ มองดูอยู่
“แค่โดนม้าเตะเป้าหรือถ่ายรูปโป๊น่ะ หยุดคนอย่างผมไม่ได้หรอกครับคุณปราบ...ตอนนี้ป๋องแป๋งผมหายบวมแล้ว หึๆ”

โปรดติดตามตอนต่อไป

มาหยารัศมี ตอนที่ 10
มาหยารัศมี ตอนที่ 10
กลางดึกคืนนั้นเพ็ญประกายเดินพล่านอยู่ที่สนามหน้าตึก กดมือถือกระหน่ำ กดแล้วกดอีก แต่ปลายสายก็ไม่ยอมรับ เพ็ญประกายจิตตกร้องไห้โฮออกมา “คุณชายไม่รับสายเพ็ญจริงๆ” ชุติมาเดินออกมาทันได้ยิน และยิ่งเห็นอาการก็นึกรู้ทันที “มีผู้หญิงบางจำพวกที่บ้า รู้ว่าผู้ชายไม่รับสาย ยังกระหน่ำโทร.อยู่นั่นล่ะ” เพ็ญประกายหันขวับไปมอง โต้ทันควัน “แล้วก็มีผู้หญิงบางจำพวก ขี้อิจฉา เพราะไม่มีคนให้โทร.หา” ชุติมาไม่ยอม เถียงกลับ แถมด่าแรงๆ “ไม่มีคนให้โทร.หา ก็ยังดีกว่าโทร.ไปแล้วเค้าไม่รับ นี่!!เพ็ญประกาย ฉันไม่รู้จะด่าเธอยังไงแล้ว ถึงจะสมกับความหน้าด้านของเธอ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...