xs
xsm
sm
md
lg

มาหยารัศมี ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มาหยารัศมี ตอนที่ 4

ดุจแขลงจากรถ แวะเข้าห้องน้ำในบริษัทธิติรัตน์ ยืนแต่งหน้าดูความเรียบร้อยด้วยความพอใจ ดวงหน้าสวยยิ้มพรายตลอดเวลา อย่างคนมั่นใจในตัวเอง สวยสมใจแล้วดุจแขก็คว้ากระเช้าดอกไม้สวยหรูเดินออกไป

วีระกับศรัณย์เดินมาตามทางเดินในบริษัท หน้าตาเซ็งๆ
“เลิกกองตั้งแต่งานแรก เซ็งจริงๆ” วีระบอก
“ฉันอยากรู้มากกว่า ทำไมจู่ๆ ลูกค้าถึงได้เปลี่ยนใจไปได้”
ดุจแขเดินเข้ามาพร้อมกระเช้าดอกไม้ ยิ้มหวาน ตีหน้าสวยไม่รู้เรื่องราว
สองคนอึ้ง อุทานพร้อมกัน “คุณดุจแข”
ดุจแขยิ้มหวาน “แขมาแสดงความยินดีกับงานชิ้นแรกของคุณชายค่ะ คุณชายล่ะคะ”
สองคนยิ้มเจื่อนโดยเฉพาะวีระ

พอรู้ว่าธิติรัตน์ไม่อยู่แล้ว ในใจดุจแขร้อนรุ่ม แต่ไม่กล้าอาละวาด จึงเดินหนีออกมา วีระวิ่งตาม ด้วยความสงสาร
“คุณแขครับคุณแข”
ดุจแขหันมา “คะ”
“นายชายคงไม่รู้ว่าคุณแขจะมา ไว้ผมจะบอกให้นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ดุจแขเดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิด สบตาวีระ “คุณวีระดีกับแขจริงๆ ไว้แขโทร.หานะคะ”
ดุจแขยิ้มสายตาหวานกว่าเดิม วีระยิ้ม ในใจเริ่มหวั่นไหว ดุจแขเดินออกไป
ศรัณย์ยืนมองภาพนั้น อย่างเหนื่อยใจ “ไปยุ่งกับคุณแขจนได้ วีระเอ๊ย”
ดุจแขเดินหน้าหงิกออกไป ใจร้อนรุ่ม นัยน์ตากร้าวคิดในใจ “คุณชายหนีแขไม่พ้นหรอก

สรรชัยขับรถมาตามทาง เห็นธิติรัตน์ขับรถออกไปกับเดือนแรม ธิติรัตน์เหลือบมองเดือนแรมตลอดเวลา สายตาห่วงใย
สรรชัยมองยิ้มออกมาอย่างสะใจ ก่อนขับรถตรงไป เป้าหมายคือบริษัทธิติรัตน์

ดุจแขเดินวางมาดสง่าราวนางพญามาที่หน้าบริษัท แต่หน้าตาหงิกงอไม่พอใจ เดินตรงมาที่รถจอด แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นรถของสรรชัยขับเข้ามาจอดเทียบ
ดุจแขมีสีหน้าตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโกรธ มองซ้ายมองขวา กลัวคนเห็น แล้วหันมาจ้องหน้าสรรชัยแบบโกรธมาก
สรรชัยยิ้มเยาะ “เสียใจด้วย คุณชายออกไปกับคนอื่นแล้ว
ดุจแขจ้องหน้าสรรชัยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ธิติรัตน์ขับรถมาตามทาง แล้วจอดถนนพักถนนสายสวยแห่งหนึ่ง ธิติรัตน์มองเดือนแรม
“โอเคหรือเปล่าเธอ”
เดือนแรมยิ้มหน้าเศร้า แต่แสร้างทำเข้มแข็ง
“ค่ะ ก้าวแรก ก็คงต้องมีอุปสรรคบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ดีนะคะ มันช่วยสอนให้แรมตั้งรับกับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นมาในชีวิต ว่าคงไม่มีอะไรที่จะได้มาอย่างงง่ายๆ”
ธิติรัตน์ยิ้มเยื้อนอย่างเอ็นดู “เธอเข้มแข็งมากกว่าที่ฉันคิด”
เดือนแรมยิ้ม แต่หน้าเศร้า “เพราะว่าชีวิตของแรม ไม่ต่างจากคืนเดือนแรมมังคะ” หน้าเศร้าลงกว่าเดิม“ตั้งแต่เกิดมา แรมก็อยู่กับความโดดเดี่ยว ไร้คนเคียงข้าง ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น แรมก็ต้องสู้อยู่คนเดียว”
“จริงๆ อาจจะมีก็ได้ เพียงแต่บางทีเธออาจจะไม่ได้มองเห็นมัน” ธิติรัตน์ยิ้มให้ “ยังอยากถ่ายแบบอยู่หรือเปล่า?”
เดือนแรมยิ้มนิดๆ “ก็...ค่ะ” เดือนแรมยังอยากได้งาน
ธิติรัตน์ยิ้มกว้าง “งั้นตามลงมา”
ว่าพลางธิติรัตน์คว้ากล้อง แล้วก้าวลงมาจากรถ เดือนแรมมองงง
“ลงมาสิ เร็ว ลงมา”
เดือนแรมมองธิติรัตน์อย่างงงๆ ก่อนจะก้าวลงตามไป

ธิติรัตน์ พาเดือนแรมเดินตรงมายังสวนสวยแห่งนั้น แล้วบอก “โพสท่าสิแรม”
“คะ” เดือนแรมงง
“ก็โพสท่าสิ เร็ว ฉันจะถ่ายรูปให้”
เดือนแรม ยังนิ่ง ธิติรัตน์เริ่มดุท่าทีน่าขำ
“ยังจะงงอีก ก็เธออยากถ่ายแบบไม่ใช่เหรอ มา...ฉันจะถ่ายให้เธอ”
คราวนี้เดือนแรมหัวเราะขำ ธิติรัตน์กดชัตเตอร์ถ่ายรูป เดือนแรมโวยเขินๆ
“คุณชาย ถ่ายอะไร แรมยังไม่ได้ตั้งท่าเลยค่ะ”
ธิติรัตน์ดุใส่ “งั้นก็รีบตั้งท่า เร็วสิ”
“ได้ค่ะ”
เดือนแรมโพสท่า ลีลาขำๆ ฮาๆ ตลกยั่วล้อ ธิติรัตน์หัวเราะออกมา
“จะโพสไปเป็นเพื่อนลิงหรือไงเธอนี่? โพสดีๆ เร็ว ฉันจะถ่ายให้ แล้วจะอัดใหญ่ๆ ขนาดเท่าตัวจริง ไปติดที่ไว้ที่ฝาห้องเธอให้เธอเลย”
เดือนแรม ยิ้มหวาน ซาบซึ้งตื้นตันใจนัก “แรมโชคดีจังค่ะ ทุกครั้งที่แรมมีเรื่องเศร้า เสียใจ แรมมีคุณชาย”
ธิติรัตน์ประชดแกมเหน็บแนม “แต่ฉันโชคร้ายจัง เจอเธอทีไร ต้องปลอบคนขี้แยทุกที”
“งั้น...ตั้งแต่วันนี้ แรมจะยิ้มแล้วค่ะ”
เดือนแรมยิ้มกว้าง เริ่มโพสท่าสวย ยิ้มสดใส น่ารัก และธิติรัตน์กดชัตเตอร์ถ่ายไม้ยั้ง ด้วยสายตาเอ็นดูเดือนแรม

ดุจแขกลับถึงบ้านมาอาละวาดอย่างหนัก ทั้งโกรธจัด ขัดใจมาก ดุจแขกำมือแน่น
“ถ้ารู้ว่าคุณชายไปกับใครล่ะน่าดู”

ส่วนธิติรัตน์พาเดือนแรมไปทานอาหารในสวนอาหารร่มรื่น ธรรมชาติรอบด้านสวยงามแห่งหนึ่ง ดูแลเดือนแรมอย่างอ่อนโยน เพราะอยากให้เดือนแรมสบายใจ พอทานอิ่มสองคนให้ขนมปังในสระปลา เดินซื้อของในสวนอาหาร ธิติรัตน์เลือกซื้อหมูหยองหลายถุง
“คุณชายชอบทานหมูหยองหรือคะ”
“ฮื่อ ตอนเช้าๆ ทานกับข้าวต้มง่ายดี อร่อยด้วย”
เดือนแรมยิ้ม สายตาเหมือนคิดอะไรอยู่ ธิติรัตน์หันมาถามอย่างอาทร
“ไง..สบายใจขึ้นหรือยัง?”
“มากค่ะ แรมจำได้..แรมบอกคุณชายว่าจะยิ้ม แรมก็จะยิ้ม ยิ้มกับทุกอย่าง”
ธิติรัตน์ยิ้มอย่างเอ็นดู “บ้า สบายใจแล้วงั้นก็..กลับ
ธิติรัตน์คว้ามือเดือนแรมจูงออกไปเหมือนผู้ใหญ่จูงเด็กหลงทาง เดือนแรมยิ้มอุ่นใจ

เวลาเดียวกัน เพ็ญประกายเดินไปเดินมาท่าทางไม่สบายใจอยู่ในห้อง เอาแต่ทอดถอนหายใจเฮือกๆ แบบเบื่อหน่าย ที่สุดเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เตียง คว้านิตยสารมาอ่าน พลิกไปพลิกมาแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นรูปธิติรัตน์ที่ดูดีหล่อลากในหน้าข่าวสังคมซุบซิบ
“หล่อ รวย เก่ง ครบสูตร ใครกุมหัวใจคุณชายธิติรัตน์ได้อยู่หมัด คงเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก”
อ่านข่าวนั้น ดวงตาเพ็ญประกายเป็นประกายระยิบระยับ ก้มลงมองที่รูปธิติรัตน์หล่อมากมายอย่างชื่นชม

เสียงโทรศัพท์ดังก้องไปทั้งบ้าน ป้ามะลิเดินมารับ “สวัสดีค่ะ”
หม่อมรัตนาโทร.จากวังศิลาลาย คุยสายด้วย “ขอเรียนสายคุณมะลิค่ะ
มะลิทำหน้าแปลกใจ “กำลังพูดอยู่ ใครหรือคะ?”
“ดิฉัน...หม่อมรัตนา กมเลศ ณ อยุธยาค่ะ”
“สวัสดีค่ะหม่อม ไม่ได้เจอกันเสียนาน...มีอะไรหรือคะ”

จันทราแต่งตัวสวยเฉิดฉายเดินออกมา แป้นวิ่งมาหา จันทราถาม “คุณเมินล่ะ”
“รอคุณจันทราอยู่ที่รถค่ะ” แป้นบอก
“งั้นแกรีบไปตามคุณเพ็ญเร็ว บอกว่าฉันกับคุณเมินรออยู่”
“ค่ะ”
แป้นวิ่งหายเข้าไปในบ้าน ชุติมาเดินออกมามอง แววตาช้ำ ท่าทางน้อยใจไม่วาย
จันทราพูดบอกเสียงเบาๆ “ฉันไม่ลืมหรอก ที่บอกกับแกเอาไว้ว่า แกจะได้ทุกอย่างเทียบเท่ากับคุณเพ็ญ” เน้นเสียง “แต่...ไม่ใช่การเป็นมาหยารัศมี”
จันทราเดินออกไปทันที ชุติมามองตาม ช้ำใจ น้ำตาคลอ ด้วยความเจ็บปวด
เมินยืนหน้าตึงรออยู่หน้าบ้าน จันทราเดินมา
“ผมไม่เห็นด้วยจริงๆ กับวิธีการของคุณ” เมินบอก
“ไว้ฉันจะจัดการเรื่องทุกอย่างเองค่ะ”
เพ็ญประกายแต่งตัวสวยเฉิดฉาย เดินออกมาดวงหน้ามีรอยยิ้มอ่อนๆ
“คุณแม่คะ”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น”
“เพ็ญแค่จะบอกว่า เพ็ญพร้อมทำตามคำสั่งของคุณแม่แล้วค่ะ”
“ดีมากจ้ะ งั้นก็จำเอาไว้ ต่อไป ลูกไม่ใช่เพ็ญประกาย แต่ลูกคือมาหยารัศมี ขึ้นรถจ้ะ”
เพ็ญประกายเดินขึ้นรถกับจันทรา สีหน้าเมิน มีแววเครียดเห็นได้ชัด
เมินพูดกับตัวเองในใจ “ผมไม่อยากทำอย่างนี้เลย ถ้าคุณไม่ใจร้ายทำกับผมก่อน ราศี”
แล้วเดินขึ้นรถไป ป้ามะลิยืนมองสามพ่อแม่ลูกอย่างสนใจและนึกสงสัย

ป้ามะลิเดินกลับเข้ามาในบ้าน เจอพิมทำความสะอาดบ้านอยู่ มะลิบ่นออกมา
“นายเมินนะนายเมิน ไม่น่าเล้ย”
ป้าพิม ถามแบบเกรงใจ “มีอะไรหรือคะคุณ”
“ก็...หม่อมรัตนาโทร.มาบอก ว่าเย็นนี้ นายเมินจะพาแม่จันทรากับยัยเพ็ญไปหา หม่อมเลยเชิญฉันไปทานข้าวด้วย”
“แล้วคุณไปหรือเปล่าล่ะคะ” พิมถาม
มะลิกลั้วหัวเราะ “อ๊าว!!แม่พิมก็ ถ้าไป ฉันจะยืนอยู่ตรงนี้หรือ?” มะลิส่ายหน้าระอาใจ “ให้ตายฉันก็ไม่ไปหรอก ฉันอาย” แล้วบ่นต่อ “เฮ้อ!!ถ้าฝ่ายชายเค้ากระตือรือร้นฉันจะไม่ว่าเลยซักคำ แต่นี่เค้าก็เฉยๆ แสดงว่าคำสัญยิงสัญญาเค้าคงอยากให้มันจบไปพร้อมๆ การจากไปของท่านชายธีรดำรงนั่นล่ะ”
แม้นเทพเดินเข้ามาทันด้ยินพอดี “สัญญาอะไรครับคุณแม่”
“ก็ที่ทางนั้น เค้าอยากให้ลูกสาวของอาเรา แต่งงานกับคุณชายธิติรัตน์ น่ะสิ”
มะลิ พูดเสียงเนือยๆ

เย็นนั้นธิติรัตน์ขับรถมาตามทาง เดือนแรมนั่งข้างๆ ธิติรัตน์เอ่ยขึ้น
“บ้านเธออยู่ไหน เดี๋ยวฉันไปส่ง”
เดือนแรมยิ้มให้ “ไม่เป็นไรค่ะ แรมกลับเองได้ แรมเกรงใจรบกวนคุณชายมาทั้งวันแล้ว”
ธิติรัตน์ยิ้มอย่างเอ็นดูยืนยันจะไปส่งให้ได้ “งั้นรบกวนอีกนิดคงไม่เป็นไร บ้านอยู่ที่ไหน”
“ขอบคุณค่ะ บ้านแรมอยู่ที่…”
เดือนแรมพูดไม่ทันจบ เสียงมือถือของธิติรัตน์ก็ดังขึ้น ธิติรัตน์รับโดยไม่ได้สนใจฟังเดือนแรม
“ครับคุณแม่”

หม่อมรัตนา โทร.จากวังศิลาลาย สีหน้าเจื่อนๆ คุยสายเบาๆ “ชายกลับเข้ามาบ้านก่อนลูก คุณเมินกับคุณจันทรา มาถึงแล้ว”
“ครับ” ธิติรัตน์วางสาย หันมาบอกเดือนแรม
“เธอติดรถฉันไปก็แล้วกัน ฉันมีธุระด่วนที่บ้าน”
“คุณชายจอดรถให้แรมตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวแรมเรียกรถกลับเอง”
ธิติรัตน์มองออกไปนอกรถ “มันจะมืดแล้ว อันตราย เสร็จธุระแล้วฉันจะไปส่ง”
ธิติรัตน์บอกเหมือนสั่ง ขับรถออกไป เดือนแรมแอบมองถอนหายใจเบาๆ ไม่กล้าขัดคำสั่งตามเคย

ธิติรัตน์ขับรถเข้ามาจอดในวังศิลาลาย นายกล่ำวิ่งมาเปิดประตู ธิติรัตน์ก้าวลงมา เดือนแรมมองวังอย่างตื่นๆ ธิติรัตน์บอก
“ลงมาได้แล้วแรม”
“ค่ะ”
เดือนแรมลงมาแบบกลัวๆ กล้าๆ ธิติรัตน์คว้าแขนเดือนแรม จูงไป
“มัวชักช้า..เร็ว”
นายกล่ำมองธิติรัตน์จับมือเดือนแรมตาโต
ระหว่างนั้นละเอียดวิ่งเข้ามา “คุณชายขา...หม่อมบอกว่า ถ้าคุณชายกลับมา ให้รีบเข้าไปค่ะ”
ละเอียดมองมือธิติรัตน์ที่จับข้อแขนเดือนแรมอยู่ ธิติรัตน์รู้สึกตัวรีบปล่อยมือเดือนแรม
“แรมรออยู่ข้างนอกได้ค่ะ”
“งั้นฝากด้วยนะละเอียด”
“ค่ะ” ละเอียดรับคำหันไปยิ้มให้กับเดือนแรม
ธิติรัตน์เดินเข้าไปด้านใน เดือนแรมยกมือไหว้ละเอียด และนายกล่ำ ละเอียดมองเป็นเชิงถาม
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อเดือนแรมค่ะ”
“คุณเดือนแรม เป็นเพื่อนคุณชายเหรอคะ”
“เปล่าค่ะ แรมมาทำงานกับคุณชาย บังเอิญติดรถมา มีอะไรให้แรมช่วย ป้าละเอียดบอกแรมได้นะคะ”
“ได้ค่ะ”
ละเอียดกับกล่ำมองเดือนแรมด้วยความเอ็นดู

ภายในห้องรับแขก มุมหนึ่งเมินนั่งอยู่กับเพ็ญประกาย อีกมุมหนึ่งจันทราเจื้อยแจ้ว คุยกับหม่อมรัตนา
“ที่จริงแล้ว ดิฉันเองก็ไม่ได้คิดอยากเอาคำสัญญามาเป็นข้อผูกมัดหรอกนะคะ แต่พอนึกถึงความประสงค์ของท่านชายธีรธำรง ก็อดเกรงใจไม่ได้เพราะถ้าไม่ทำตาม มันก็เหมือนคุณเมิน ตระบัดสัตย์ที่ให้ไว้กับท่าน”
“ถ้าเช่นนั้น ดิฉันก็ขอขอบคุณมากค่ะ เพราะถึงท่านชายจะสิ้นไปแล้ว แต่คุณเมินกับคุณจันทรายังให้เกียรติต่อท่าน” หม่อมรัตนากล่าว
“ผมให้เกียรติและระลึกถึงท่านชายเสมอ”
“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ” หม่อมว่าพลางมองไปที่เพ็ญประกาย “หนูมาหยารัศมีหน้าตาดูคล้ายคุณจันทรานะคะ ไม่เห็นเหมือนคุณราศีเลย”
จันทราหน้าเจื่อน รีบบอก “คงเป็นเพราะดิฉันเลี้ยงหนูมาหยารัศมีมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกน่ะค่ะ” รีบตัดบท “เอาเป็นว่า..ดิฉันจะไปหาฤกษ์ยามที่ดีๆ มาเรียนให้หม่อมทราบนะคะ อะไรๆ จะได้เสร็จสิ้นตามความประสงค์ของท่านชายเสียที”
“อย่าเพิ่งรีบร้อนก็ได้ค่ะดิฉันอยากให้ตาชายกับหนูมาหยารัศมีได้ศึกษากันก่อน”
จันทราสวนคำออกมา “จะศึกษาทำไมคะ ในเมื่อ ทั้งคุณชายและหนูมาหยารัศมีก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี” จันทราเน้นเสียงอีกผูกมัด “ดิฉันว่าเรารีบทำตามความประสงค์ของท่านชายดีกว่าค่ะ”
ธิติรัตน์เดินเข้ามาพอดี ยกมือไหว้ทักทาย “สวัสดีครับ”
ทุกคนรับไหว้กล่าวคำทักทายหันมามอง เพ็ญประกายมองธิติรัตน์อย่างหลบตา
จันทรารีบแนะนำ อย่างภาคภูมิใจ “ดิฉันพาหนูมาหยารัศมีมาสวัสดีคุณชายค่ะ”
“สวัสดีค่ะ” เพ็ญประกายยกมือไหว้นอบน้อม
ธิติรัตน์รับไหว้ “สวัสดีครับ”
ธิติรัตน์ ทำหน้าแปลกใจ มองเพ็ญประกายเต็มสองตา
นึกถึงวันในงานเลี้ยง ธิติรัตน์ได้รู้จักเธอในชื่อของเพ็ญประกาย
สีหน้าเพ็ญประกายยิ้มเจื่อน เหมือนถูกจ้องจับผิด

สนามบริเวณวังศิลาลาย เพ็ญประกายบอกธิติรัตน์เสียงอ่อยๆ ไม่อยากโกหกแต่จำเป็น
“ที่จริง เพ็ญรู้มานานแล้วค่ะ ว่าเพ็ญคือมาหยารัศมี”
“แล้วทำไมคุณเพ็ญไม่เคยบอกผม”
เพ็ญประกายเสียงอ่อย “เพราะเพ็ญเห็นว่าคุณชายมีคุณดุจแขอยู่แล้ว เพ็ญเลยไม่อยากนำสิ่งที่เรียกว่าคำสัญญาของผู้ใหญ่ มาทำให้คุณชายลำบากใจ”
ธิติรัตน์ยิ้มอ่อนโยน “ผมเชื่อท่านพ่อแล้วครับ ว่าท่านหวังดี อยากให้ผมได้ครองคู่กับคู่ครองที่ดีที่สุด เพราะคุณเพ็ญเป็นผู้หญิงที่มีความเข้าใจคนอื่นจริงๆ”
“เพ็ญก็ต้องขอบคุณคุณชายด้วยค่ะที่เข้าใจเพ็ญ เพราะตอนแรกเพ็ญกลัวมาก กลัวว่าคุณชายจะโกรธ หาว่าเพ็ญอุปโลกน์ตัวเป็นมาหยารัศมี”
“ไม่มีใครอยากเป็นคนอื่นหรอกครับ ทุกคนอยากเป็นตัวเอง เป็นตัวจริงกันทั้งนั้น หรือคุณเพ็ญว่าไง”
เพ็ญประกาย อ้ำๆ อึ้งๆ “ค่ะ”
“ต่อไป..ผมจะเรียกคุณเพ็ญว่ามาหยารัศมี คุณเพ็ญจะเป็นมาหยารัศมีของผม”
แววตาธิติรัตน์มีความหวานเจือ จนทำให้เพ็ญประกายยิ้มออกมา
“ค่ะ เพ็ญก็จะเป็นมาหยารัศมี และจะเป็นมาหยารัศมีของคุณชายตลอดไป”
สองคนยิ้มให้กัน แต่แววตาของธิติรัตน์เหมือนมีความสงสัยบางอย่างค้างคาอยู่

ในมือของเดือนแรมทำห่อหมกปลากราย ม้วนสาหร่ายอย่างคล่องแคล่ว สองคน
มองทึ่ง
“หนูแรมทำอาหารเก่งจัง นี่เค้าเรียกว่าอะไรล่ะ?”
“ห่อหมกปลากรายม้วนสาหร่ายค่ะ พอดีคุณพ่อชอบทานอาหารญี่ปุ่นกับอาหารไทย แรมเลยหัดทำให้คุณพ่อลองทานดู”
ตากล่ำยิ้มชื่นชม “น่ากินจริงๆ เลยหนูแรม”
“มีประโยชน์ด้วยนะคะ สาหร่ายมีไอโอดีนสูง ช่วยเรื่องสมองแล้วก็บำรุงเนื้อเยื่อของร่างกาย”
“โอ๊ย..ยิ่งพูดยิ่งน่ากิน รีบเอาอาหารไปเสิร์ฟคุณๆเถอะแม่ละเอียด”
ละเอียดกลับ ยิ้มแหย “เห็นอาหารที่หนูแรมทำแล้ว บอกตรงๆ ฉันไม่อยากเอาอาหารที่ตัวเองทำไปเสิร์ฟเลยตากล่ำ”
“ไปเถอะ ยังไง ก็ได้ฝีมือหนูแรมเชิดหน้าชูตา”
“ฉันก็ว่างั้นแหละ ขอบใจจ้ะหนูแรม”
สองคนช่วยกันลำเลียงอาหารออกไป เดือนแรมมองตามอมยิ้ม มีความสุข
อาหารมากมายถูกลำเลียงลงบนโต๊ะ ห่อหมกปลากรายห่อสาหร่ายถูกวางลงตรงหน้าของเมิน หม่อมรัตนายิ้ม มองอย่างแปลกใจ
“นี่อะไรหรือละเอียด”
“ห่อหมกปลากรายห่อสาหร่ายค่ะ”
“หน้าตาน่าเอ็นดู น่ารับประทานเสียจริง” พูดเชื้อเชิญทุกคน “เชิญทุกคนรับประทานอาหารค่ะ”
ทุกคนรับประทานอาหาร หม่อมรัตนาชมไม่ขาดปาก
“ห่อหมกปลากรายห่อสาหร่ายอร่อยจริงๆเลย ตาชาย...ตัดให้น้องชิมดูจ้ะ”
“ครับคุณแม่”
ธิติรัตน์ตักอาหารให้เพ็ญประกาย เมินชะงักมองห่อหมกปลากรายห่อสาหร่าย สายตา
ครุ่นคิดอะไรอยู่

วันนั้น เมินนั่งทำงานอยู่ เดือนแรมยกสำรับอาหารมาให้ “คุณพ่อขา พักทานอาหารก่อนนะคะ”
เมินเสียงห้วนตัดรอน “ฉันไม่กิน”
เดือนแรมอ้อน “ทานซักนิดนะค่ะ แรมอุตส่าห์ตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือ นะคะ”
เมินมองมาที่อาหาร เห็นหน้าตาน่ากินน่าเอ็นดู เดือนแรมรีบบอก
“ห่อหมกปลากรายห่อสาหร่ายค่ะ แรมรู้ว่าคุณพ่อชอบทานอาหารไทย แล้วก็อาหารญี่ปุ่น เลยลองเอามารวมกันดู คุณพ่อลองชิมนะคะ”
เดือนแรมตักข้าวใส่จาน ตักห่อหมกคำเล็กๆ ให้ จันทรามองอยู่ด้านหลังด้วยความไม่พอใจ

บนโต๊ะเวลานั้น จันทรามองจ้องเมินอย่างไม่พอใจ รู้ว่าเมินคิดอะไร จึงรีบตัดบท
“คุณเมินคะ...ปวดหัวหรือคะ”
“นิดหน่อย”
จันทราสบโอกาสรีบบอกหม่อม “คุณเมินมีโรคประจำตัวน่ะค่ะ เราสามคนคงต้องขอตัวกลับก่อนไว้ดิฉันจะรีบหาฤกษ์มาให้หม่อมกับคุณชายพิจารณานะคะ”
หม่อมรัตนารับคำอย่างงงๆ “ค่ะ”
“เดี๋ยวผมไปส่ง” ธิติรัตน์อาสา
“ไม่เป็นไรค่ะ เชิญคุณชายกับหม่อมตามสบาย ...พะ” เกือบจะหลุดปากแทนตัวเองว่า เพ็ญ จันทราต้องรีบช่วยกู้ ตัดบท “มาหยารัศมีกลับลูก”
“โอกาสหน้า เชิญหม่อมกับคุณชายที่บ้านนะคะ” เพ็ญประกายยิ้มหวาน
“ค่ะ”
เมิน จันทรา และเพ็ญประกายสวัสดีล่ำลาหม่อมรัตนา หม่อมทำหน้างงๆ ธิติรัตน์เองก็ทำ
หน้าเหมือนคิดอะไรอยู่
“เดี๋ยวผมมานะครับคุณแม่”
ธิติรัตน์ตามออกไป สงสัยอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

จันทรา เมิน และเพ็ญประกายเดินออกมายังที่จอดรถ เพ็ญประกายถามเสียงอ่อย
“ทำไมรีบกลับนักละคะคุณแม่?”
“ขืนไม่กลับ แม่คงได้อาละวาดให้ขายหน้าหม่อมรัตนา”
“เธอเป็นอะไรของเธอ” เมินแปลกใจ
“เป็นบ้าน่ะสิคะ ทำยังกับฉันไม่รู้ ว่าทันทีที่เห็นห่อหมกปลากรายห่อสาหร่ายนั่น คุณคิดอะไร?” จันทราเยาะ
เมินมองอย่างเหนื่อยหน่าย “คิดอะไร”
จันทราเสียงสั่นเครือ “คิดถึงนังเดือนแรม”
เพ็ญประกายตกใจมาก “คุณแม่”
จันทราตวาดลูกสาว “ไม่ต้องมาห้าม....” หันมาทางเมินอย่างเอาเรื่อง “ทำไมฉันจะไม่รู้ ว่าคุณยังอาลัยอาวรณ์เมียเก่าของคุณ จนพาลรักนังเดือนแรม ทั้งๆ ที่มันคือลูกชู้” จันทราเน้นเสียงอย่างเดือดดาล “ได้ยินมั้ยคะมันคือลูกชู้”
จันทราสะบัดหน้าเดินหนีขึ้นรถ เพ็ญประกายตามแม่ เมินมีสีหน้าเสียใจ ก่อนเดินตามขึ้นไป
สามคนไม่รู้ว่า ธิติรัตน์มองอยู่ แม้ไม่ได้ยิน แต่เห็นชัดว่าจันทรากับเมินมีปากเสียงกัน

ละเอียดกำลังเก็บสำรับอาหารที่โต๊ะ เห็นอาหารแทบไม่พร่องเลย จึงถาม
“อาหารไม่อร่อยหรือคะหม่อม แทบไม่พร่องลงไปเลย”
“อร่อย แต่แขกรีบกลับ”
ละเอียดมองหน้า หม่อมไม่ตอบอะไร ย้อนถามกลับขึ้น
“อ้อ!!แล้วไปหัดทำห่อหมกปลากรายห่อสาหร่ายมาตั้งแต่ตอนไหน หน้าตาน่าเอ็นดูเสียจริง”
“ละเอียดไม่ได้ทำหรอกค่ะ” ละเอียดสารภาพ
“อ้าวแล้วใครทำ” หม่อมประหลาดใจนัก
“หนูเดือนแรมที่มากับคุณชายน่ะค่ะ” ละเอียดบอก

ขณะที่เดือนแรมทำความสะอาดอยู่ในครัว ละเอียดเดินนำหม่อมรัตนาเข้ามา
“หนูเดือนแรม”
เดือนแรมหันมามอง “คะป้าละเอียด”
“คุณแม่ของคุณชาย หม่อมรัตนาจ้ะ”
เดือนแรมยกมือไหว้หม่อมรัตนาด้วยท่าทางอ่อนน้อม “สวัสดีค่ะหม่อม”
หม่อมรัตนารับไหว้ยิ้ม ถามอย่างเอื้อเอ็นดู “เก่งมากเลยจ้ะเดือนแรม อาหารอร่อย ชอบทำอาหารหรือจ๊ะ”
“ค่ะ แรมชอบทำให้คุณพ่อทาน”
“งั้นถ้าว่าง มาทำให้ฉันชิมอีกนะ ฉันชอบรสมือหนู”
“ด้วยความยินดีค่ะ” เดือนแรมชะเง้อมองไปทางด้านหลังเหมือนมองหาใคร
หม่อมยิ้มอย่างรู้ทัน “ตาชาย ติดธุระอยู่น่ะจ้ะ”
“งั้นดึกมาแล้ว แรมขอตัวกลับก่อนนะคะ” เดือนแรมว่า
“จ้ะ ละเอียด ไปบอกตากล่ำให้ไปส่งหนูแรมหน่อยไป”
“ค่ะหม่อม”
“สวัสดีค่ะหม่อม แรมคงมีโอกาสทำอาหารให้หม่อมรับประทานอีกนะคะ”
“จ้ะ”
เดือนแรมยิ้มหวาน เดินออกไปพร้อมกับละเอียด หม่อมรัตนายิ้ม มองตามอย่างเอ็นดู

ธิติรัตน์เดินกลับเข้ามาในวัง เป็นจังหวะเดียวกับที่เดือนแรมเดินสวนออกไปพร้อมกับตากล่ำ สองคน ไม่เห็นกัน

ธิติรัตน์เดินเข้ามายังด้านใน เจอละเอียด ถามหาเดือนแรม “แรมล่ะละเอียด”
“กลับไปแล้วค่ะ”
ธิติรัตน์หงุดหงิดนัก โวยวายเสียงดังอย่างเอาแต่ใจ “กลับไปได้ยังไง ก็ฉันบอกให้รอ”
รัตนาเดินเข้ามาทันได้ยิน “แม่เห็นว่ามันดึกมากแล้วนะจ้ะ แรมเองก็อยากกลับ แม่เลยให้ตากล่ำไปส่ง”
ธิติรัตน์หน้าหงิก จนหม่อมรัตนาทัก “เรื่องแค่นี้ทำไมต้องหงุดหงิดด้วยลูก เป็นอะไร”
ธิติรัตน์ตอบมารดาไม่เต็มเสียง “ก็ผมไม่ชอบ ให้ใครมาขัดใจ โดยเฉพาะเดือนแรม”
ธิติรัตน์เดินหน้าหงิกออกไป หม่อมรัตนาหันไปมองละเอียด แปลกใจนัก

นายกล่ำขับรถมาจอดที่หน้าบ้านของเมิน เดือนแรมไหว้ “ขอบคุณคุณลุงมากค่ะ ที่มาส่ง”
“จ้าๆ บ้านสวยจังนะ”
เดือนแรมยิ้มให้ตากล่ำ “ค่ะ”
“ไม่บอกเค้าไปล่ะว่ามันไม่ใช่บ้านของแก” ชุติมาเดินมา
ตากล่ำอึ้ง เดือนแรมเถียง “บ้านแรม เพราะว่าเป็นบ้านคุณพ่อของแรม”
“เหรอ? แต่เท่าที่รู้ คุณเมินไม่ได้รับว่าแกเป็นลูกนะ”
เห็นตากล่ำมองจ้อง ชุติมาตวาดแว้ด “แล้วมาจ้องทำไม? กลับไป ไป๊”
“คร้าบ..ไปแล้วคร้าบ แหม้! ดุซะจริง”
ตากล่ำขับรถออกไป เดือนแรมน้ำตาคลอเดินเลี่ยงไป
ชุติมาเบ้หน้าใส่ พึมพำกับตัวเอง
“อย่างน้อยฉันก็เป็นลูกที่แท้จริงของแม่จันทรา ไม่เหมือนแกนังแรม แกเป็นแค่ลูกชู้”

เช้ามืดวันต่อมา นาฬิกาในห้องจันทราบอกเวลาตีห้า จันทรากระสับกระส่ายนอนไม่หลับ เหลือบตามองเมินอย่างเคืองโกรธ
จันทราพูดเสียงเบา “ขนาดคุณคิดว่านังแรมมันเป็นลูกชู้ คุณยังรักยังมีเยื่อใยกับมัน ทั้งๆ ที่ความจริงมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณเลย”
จันทราลุกเดินออกมา ในรัศมีที่ห่างจากเตียง ติดหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไป
“ฉันต้องกำจัดแกให้พ้นไปจากบ้านหลังนี้ให้ได้ นังแรม”
จันทราลุกเดินออกไป

ท่ามกลางความมืดสลัว จันทราเดินลงมาจากด้านบน แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นร่างของ
ใครคนหนึ่งยืนอยู่ โดยไม่รู้ว่าป็น เพราะเห็นแค่เงาดำๆ มืดๆ จันทราจะอ้าปากถาม ร่างนั้นก็เดินออกไปด้านนอก จันทรากัดฟันกรอด บอกไม่กลัว
“ผีก็ผี นังราศรี ถ้าเป็นแก ฉันจะฟาดให้ตายซ้ำสองเลยคอยดู”
จันซากวาดสายตามองหาอาวุธ ก่อนคว้าไม้กวาดที่วางอยู่แถวนั้นเดินตาม

จันทราเดินออกมาถึงบริเวณสวน เงื้อไม้กวาดขึ้น กวาดสายตามองตั้ง ท่าเล็ง ชุติมาเดินเข้ามาด้านหลังถาม
“คุณแม่จะทำอะไรหรือคะ?”
จันทราสะดุ้งเฮือกหันมาด้วยความตกใจ พอตั้งสติก็ตวาดแว้ด “ฉันต้องถาม แกนั่นแหละมาทำอะไรแถวนี้ ตกใจหมด นึกว่าผี”
ชุติมามองสายตาหม่นหมอง “ชุนอนไม่หลับ เลยออกมาเดินเล่น”
จันทราอึ้งไป ก่อนบอก “จะคิดมากทำไม” เสียงอ่อนลงแล้ว “ยังไงแกก็เป็นลูกแม่”
“ลูกที่แม่ไม่ต้องการ”
แป้นตื่นแล้ว หาวหวอดๆ เดินออกมาชะงัก รีบหลบมุมแอบฟัง
จันทราเสียงอ่อนโยน “แม่ไม่เคยไม่ต้องการแกนะชุ”
ชุติมาเสียงสั่นเครือ “ยี่สิบกว่าปี จนชุได้มารู้เอง นี่หรือคือลูกที่แม่ต้องการ”
แป้นได้ยินเต็มๆ ตาโตหูผึ่ง ชุติมาว่าต่อ
“แม่บอกว่าชุจะได้ทุกอย่างเหมือนเพ็ญประกาย แต่เอาเข้าจริง แม่ก็ไม่ให้สุดท้ายแม่ก็ให้นังเพ็ญเป็นมาหยารัศมีอยู่ดี ทั้งๆ ที่แม่ก็รู้ว่าชุแอบรักคุณชาย”
จันทราดุทันที “อย่าเพิ่งโวยวายสิชุ ฟังแม่ก่อน”
ชุติมาเสียงดังและดุกว่า “ชุไม่ฟัง จำไว้ ชุจะแย่งทุกอย่างทุกอย่างจากเพ็ญประกาย” น้ำเสียงเข้มกร้าวมากกว่าเดิมนัยน์ตาน่ากลัว พูดช้าๆ ชัดๆ “ชุจะแย่งทุกอย่างจากเพ็ญประกาย”
ว่าแล้วชุติมาสะบัดหน้าวิ่งเข้าไปในบ้าน จันทราทำหน้าเหนื่อยใจ สาวเท้าเดินตาม
แป้นตาโต “นังแป้นมีเรื่องสนุกทำแล้วล่ะเว้ย เฮ้ย”
แป้นยิ้มกว้าง มองเห็นทางหาเงิน ดวงตาเป็นประกาย แข่งกับแสงทองที่เริ่มจับที่ขอบฟ้า

สายวันนั้นธิติรัตน์เดินเล่นอยู่ในวัง สีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด นึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เพ็ญประกาย บอกเหตุผลที่เป็นมาหยารัศมี
ตอนที่ได้ยินคนร้องที่บ้านเมิน
และฉุกคิดที่ดุจแขบอกในปาร์ตี้ “น้องสาวของคุณเพ็ญหรือเปล่าคะ? แขได้ยินมาว่าแกเป็นบ้า เลยมักจะถูกขังไว้ในห้อง”
สีหน้าธิติรัตน์ครุ่นคิดอย่างหนัก สงสัยบางอย่าง

ธิติรัตน์เดินเข้ามาในห้องอาหาร ละเอียดจัดสำรับ หม่อมรัตนาบอก
“แม่กำลังจะไปตามอยู่พอดี ...ทานข้าวลูก”
ธิติรัตน์นั่งลงสีหน้าขรึม รัตนาบอกละเอียด
“มีอะไรทำก็ไปทำเถอะละเอียด เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง”
“ค่ะหม่อม”
“ไม่สบายใจเรื่องหนูมาหยารัศมีหรือลูก”
“ก็นิดหน่อยครับ”
“แม่บอกชายแล้วไงจ๊ะ ถ้าชายไม่เต็มใจ แม่ยอมเสียผู้ใหญ่”
“ผมยังยืนยันว่าผมจะทำตามความประสงค์ของท่านพ่อ และตอนนี้ ผมก็ว่ามีบางสิ่งที่น่าค้นหา ท้าทาย ที่บ้านของคุณเมิน”
หม่อมรัตนางง “อะไรลูก”
“ไว้ให้ผมพิสูจน์ได้ก่อน ผมจะบอกคุณแม่เป็นคนแรกเลยครับ”
“ชายยิ่งพูดแม่ก็ยิ่งอยากรู้”
“ผมสงสัยว่า มาหยารัศมีที่คุณจันทราพามาอาจจะไม่ใช่มาหยารัศมีตัวจริง”

สีหน้าของหม่อมรัตนาตื่นตะลึง

อ่านต่อหน้า 2

มาหยารัศมี ตอนที่ 4 (ต่อ)

เช้านั้นเดือนแรมอยู่ในชุดนักศึกษา เดินมาจะออกไปเรียนหนังสือ  จันทราเดินเข้ามาขวาง เดือนแรมชะงัก

“คุณอามีอะไรจะให้แรมรับใช้คะ”
“ฉันอยากได้ตารางเรียน ตารางทำงานของเธอ จะได้รู้ ว่าเธอว่างเมื่อไหร่จะได้ผลัดกันมาดูแลคุณเมิน”
เดือนแรมตกใจ “อาการคุณพ่อกำเริบหรือคะ”
“เปล่า...เพียงแต่ฉันเห็นช่วงนี้ คุณเมินเครียดๆ ไป เลยอยากดูแลเป็นพิเศษ”
“คุณอาบอกมาเถอะค่ะสำหรับคุณพ่อตอนไหนแรมก็พร้อมดูแลรับใช้เสมอค่ะ”
“ขอบใจ แต่ยังไงฉันก็อยากให้เธอได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง เอาตารางเวลาของเธอมาให้ฉันแล้วกัน ตอนค่ำๆ ก็ได้”
“ค่ะ งั้น กลับมา แรมจะรีบเอามาให้คุณอาค่ะ”
เดือนแรมเดินออกไป จันทราเบ้ปาก หยิบมือถือขึ้นมากดโทร.ออก
“พี่เจิม...ฉันมีอะไรให้ช่วยหน่อย ว่างๆ เดี๋ยวนัดเจอกัน”

จันทรามองเดือนแรมอย่างประสงค์ร้าย ชุติมาแอบมองอยู่ นึกสงสัยครามครัน

ดุจแขแต่งตัวสวยงามจะออกไปข้างนอก สรรชัยเดินมาหาเหมือนรออยู่ก่อนแล้ว
“คุณจะไปไหน”
“ถึงฉันไม่บอก คุณก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ไม่งั้น วันนั้นคงไม่ตามไปถึงออฟฟิศของคุณชาย”
“ที่ผมตาม เพราะผมรักคุณ”
ดุจแขหัวเราะเย้ยหยัน “แล้วถ้าตาม ฉันจะรักคุณหรือ มันก็ไม่?”
“ถึงไม่ แต่ถ้าเจอคุณชาย..ผมจะได้บอกเค้าว่าผมนี่แหละเป็นสามีของคุณ” สรรชัยโต้
ดุจแขตวัดมือตบหน้าสรรชัยสุดแรง
สรรชัยหันมาโกรธมาก “ดุจแข”
“อย่าพูดคำนี้ให้ฉันหรือว่าใครได้ยินเป็นอันขาด เพราะมันไม่ใช่ความจริง”
“แล้วแบบนี้ใช่มั้ยที่เป็นความจริง”
สรรชัยกระชากร่างดุจแขเข้ามากอด ระดมจูบ ดุจแขขัดขืน ปัดป้อง ตบเข้าที่หน้าสรร
ชัยอย่างจัง สรรชัยนิ่ง มองหน้าดุจแขด้วยความเสียใจ
“เพราะคุณชายกลับมาใช่มั้ย คุณถึงทำผมแบบนี้”
“สิ่งที่ถาม เป็นสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้วสรรชัย”
สรรชัยเสียงกร้าวขึ้นมาทันที “ใช่ ผมรู้...แล้วก็รู้ด้วยว่าคุณอยากกลับไปหาคุณชายใจจะขาด แต่เค้าไม่สนคุณ คุณเลยหาทางทำลายคนอื่น แต่อย่าหวังเลย ว่าคุณจะเอาชนะใจคุณชายได้เพราะคุณชายไม่มีทางมองผู้หญิงใจโลเลอย่างคุณ”
สรรชัยเดินพรวดออกจากบ้าน อย่างโกรธจัด ดุจแขยืนนิ่ง กำมือแน่น
ดุจแขมองตามนิ่งเฉย “ก็ให้รู้ไปสิ ว่าไม่มีทาง”

ไม่นานต่อมา ดุจแขพาตัวเองมาอยู่ที่วังศิลาลาย กำลังยกมือไหว้หม่อมรัตนาอย่างนอบน้อม พร้อมยื่นกระเช้าผลไม้ให้
“แขเอามาฝากหม่อมแม่ค่ะ”
หม่อมรัตนายิ้มตามมารยาท “ขอบใจจ้ะ แต่วันหลังไม่ต้องลำบากก็ได้”
ละเอียดเอาน้ำมาเสิร์ฟให้ ดุจแขประจบ
“ไม่ได้ลำบากอะไรเลยค่ะ แขก็เป็นเหมือนลูกเหมือนหลานของหม่อมคนหนึ่ง ที่สำคัญแขกับคุณชายก็...คุ้นเคยกันมานาน”
“ดีที่ตาชายมีหนูดุจแขเป็นเพื่อน ตั้งแต่เป็นหนุ่ม จนกระทั่งจะแต่งงานก็ยังคบหาเป็นเพื่อนกันอยู่”
“อะไรนะคะคุณชายจะแต่งงาน?”
หม่อมรัตนายิ้มอ่อนโยน “ตาชายคงกำลังยุ่ง เลยไม่ได้บอกเพื่อนสนิท ถึงวันงานหนูแขอย่าลืมมาแสดงความยินดีกับตาชายนะจ๊ะ”
ดุจแขถามแบบแผ่วๆ แทบจะหมดแรง “ว่าที่เจ้าสาวของคุณชายคือใครหรือคะ”
“มาหยารัศมีจ้ะ เธอชื่อมาหยารัศมี”
ดุจแขหน้าซีดเผือด

ครู่ต่อมาดุจแขโกรธเดินกระฟัดกระเฟียดตรงไปที่รถ แล้วขับออกไปแร็วและแรงด้วยความโกรธ จนแทบจะพุ่งชนตากล่ำที่ยืนอยู่แถวนั้น หม่อมรัตนายืนมองอยู่หน้าวัง ส่ายหน้าอย่างระอา
ตากล่ำร้องโวยวาย “ขับรถอะไรของเค้าเนี่ย? หน้าตาก็ส้วยสวย ไม่น่าเลย”
ละเอียดเดินเข้ามาพอดี “คงทำใจไม่ได้น่ะ เสียดายที่คุณชายจะแต่งงาน”
“คุณชายจะแต่งงานกับใคร” ตากล่ำตกใจ
“กับคุณมาหยารัศมีที่มาวันนั้นไง” ละเอียดบอก
“โถ! ฉันก็นึกว่าจะเป็นหนูเดือนแรม เพราะคุณชายไม่เคยพาผู้หญิงที่ไหนมาที่วังเลย นอกจากคุณดุจแข น่าเสียดายนะแก”
“ฉันก็เสียดาย แต่เบื้องบนคงกำหนดมาแล้วว่าคุณชายต้องแต่งงานกับคุณมาหยารัศมี ทำใจอย่างเดียวว่ะตากล่ำ” ละเอียดว่า
บ่าวสองคนยิ้มให้กันทำหน้าเสียดาย

ภายในมหาวิทยาลัย เสียงดนตรีดังกระหึ่ม เดือนแรมกำลังซ้อมลีดเดอร์อยู่ โดยมีรุ่นพี่เป็นคน
ช่วยซ้อมให้ คนที่มามุงดูถ่ายรูปเดือนแรมเป็นว่าเล่น เพราะเดือนแรมน่ารักสดใส โดดเด่นกว่าใคร เดือนแรมยิ้มดวงตาเป็นประกาย แม้นเทพในชุดทหารยืนมองเดือนแรมอยู่ เดือนแรมยิ้มให้แม้นเทพ
เดือนแรมซ้อมลีดเดอร์เพิ่งเสร็จท่าทางเหนื่อยมากเดินเข้ามาในโรงอาหาร แม้นเทพเดินถือแก้วน้ำมา
“เอ้า!ดื่มซะ น้องสาวคนสวยของพี่”
“ขอบคุณค่ะ” เดือนแรมรับน้ำมาดื่ม “พี่ต้อมมาทำอะไรแถวนี้คะ”
“มาช่วยชาวบ้านลอกคลองจ้ะ”
เดือนแรมบอกหน้าจ๋อย “แรมไม่ได้ไปทำงานพิเศษ แรมไปช่วยพี่ต้อมได้มั้ยคะ”
“ได้สิ...ที่พี่แวะมานี่ ก็อยากมาชวนแรมนี่แหละ”
สองคนยิ้มให้กัน

ที่คลองแห่งนั้น ทหารมาช่วยเหลือชาวบ้าน ลอกคูคลอง เดือนแรมช่วยแม้นเทพเก็บขยะ ที่ถูกโยนขึ้นมาใส่ถุงดำอย่างขยันขันแข็งโดยไม่รังเกียจ มีนักข่าวทีวี มาช่างภาพหนังสือพิมพ์ มาทำข่าว ดวงหน้าของเดือนแรมสดใสมีรอยยิ้มพรายตลอดเวลา

ที่ออฟฟิศธิติรัตน์ ช่างยกรูปขนาดเท่าตัวจริงออกมาวางลง เป็นรูปเดือนแรมสวยน่ารักสดใสที่ธิติรัตน์ถ่าย ธิติรัตน์ยิ้มอย่างพึงพอใจ
ช่างบอกธิติรัตน์ “แฟนคุณสวยจริงๆเลย”
ธิติรัตน์แทบหุบยิ้ม ช่างถามอีก “จะให้แก้ไขเพิ่มเติมอะไรอีกมั้ยครับ”
“เดี๋ยวผมพาเจ้าตัวมาดูเองดีกว่า”
“งั้นผมขออนุญาตเอารูปมาโชว์หน้าร้านนะครับ เพราะว่าแฟนคุณสวยจริงๆ
ธิติรัตน์ยิ้ม ไม่ปฏิเสธ
ธิติรัตน์นั่งทำงานอยู่ในห้อง มีเสียงเคาะประตู เลขาเดินเข้ามา
“เบอร์โทรศัพท์ที่คุณชายให้หา ได้แล้วค่ะ”
“ขอบใจ”
ธิติรัตน์หยิบกระดาษโน้ต มองแล้วยิ้ม ก่อนกดโทร.ออก รอสาย
เสียงมือถือดัง มือของเดือนแรมยังจับขยะอยู่ เดือนแรมรับไม่ทัน สายหลุด
เดือนแรมหยิบมือถือมาดู “เบอร์ใครเนี่ย?” กดโทร.ออก

ธิติรัตน์หน้าตาหงุดหงิดนัก เสียงโทรศัพท์ดัง เดือนแรมโทร.เข้า ธิติรัตน์รับแล้วตะคอกเสียงใส่ทันที
“ทำอะไรอยู่เธอ ทำไมไม่รับสาย”
เดือนแรมตกใจระคนดีใจ “คุณชาย..ขอโทษค่ะแรมช่วยชาวบ้านเค้าลอกคลองอยู่ คุณชายมีอะไรให้แรมรับใช้คะ”
แม้นเทพ อยู่ไม่ห่างนักได้ยินมองมา
“เบื่อจริงๆ คำนี้ เธอไม่ใช่แม่บ้านของฉันนะ จะได้มาคอยรับใช้ฉันน่ะ”
“ขอโทษค่ะ แรมนึกว่าคุณชายมีธุระ”
“ไม่มี”
เดือนแรมงงหนัก “แล้วคุณชายโทร.มาหาแรมมีอะไรหรือคะ”
“เมื่อคืนคุณแม่ชมว่าเธอทำกับอาหารอร่อย จะบอกเธอก็หนีกลับไปก่อน”
“แรมเห็นคุณชายมีแขกน่ะค่ะ เลยไม่ได้ลา”
“ไปไม่ลา มาไม่ไหว้ เธอต้องถูกทำโทษ”
“คุณชายจะให้แรมทำอะไรคะ?”
“เมื่อคืน ฉันไม่ได้ชิมฝีมือเธอเลย ทำมาให้ชิมหน่อยสิ”
เดือนแรมยิ้มกว้าง สีหน้าร่าเริงสดใจดีใจ “ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ”
“เย็นนี้เจอกัน ฉันจะรอที่วัง ถ้าเธอทำอร่อยถูกใจ ฉันมีรางวัลให้ด้วย”
“จริงๆ นะคะคุณชาย งั้นแรมจะทำสุดฝีมือเลยค่ะ แต่มีข้อแม้”
“เธอนี่เรื่องมากจริงๆ มีอะไร”
“คุณชายห้ามทานอะไรนะคะ เพราะถ้าคุณชายอิ่ม คุณชายจะหาว่าอาหารแรมไม่อร่อย”
ธิติรัตน์อมยิ้ม “งั้นตั้งแต่วินาทีนี้ ฉันจะไม่กินอะไรเลย”
“ขอบคุณค่ะ”
เดือนแรมยิ้มอย่างดีใจ และเป็นสุข แม้นเทพเห็นรอยยิ้มแสนสดใสพอดี

ทุกคนช่วยกันลอกคลองจนสะอาดเรียบร้อยทั่วบริเวณ ชาวบ้านขอบคุณทหารทุกคนที่มาช่วย
“ขอบคุณค่ะขอบคุณ ทหารใจดีจริงๆ เลย”
“ก็เพราะทหารอยู่เคียงข้างประชาชนเสมอ” แม้นเทพบอก
“งั้นวันหลังมีอะไรเรียกอีกนะ” ชาวบ้านอีกคนว่า
“ด้วยความยินดีครับ” แม้นเทพยิ้ม
ชาวบ้านเอาน้ำเอาท่ามาให้ เดือนแรมถามแม้นเทพ “พี่ต้อมจะกลับบ้านเลยหรือเปล่าคะ”
“ยังจ้ะ พี่ต้องไปทำงานที่อื่นอีก”
“งั้นแรมกลับก่อนนะคะ พอดีมีธุระนะค่ะ”
“ธุระอะไร ให้พี่ช่วยมั้ย?”
เดือนแรมยิ้ม “พี่ต้อมคงช่วยไม่ได้ค่ะ เพราะแรม จะกลับไปทำอาหารให้คุณชาย”
แม้นเทพหน้าหมองไปนิด “งั้น แรมกลับก่อนเลยจ้ะ” แม้นเทพหันหลังเดินไป
เดือนแรมเรียกไว้ “เดี๋ยวค่ะพี่ต้อม”
แม้นเทพหันมา เดือนแรมควักผ้าเช็ดหน้าออกมาบอกอย่างเป็นห่วง
“หน้าพี่ต้อมเลอะ เดี๋ยวแรมเช็ดให้นะคะ”
เดือนแรมเช็ดหน้าให้แม้นเทพ แบบน้องสาว จังหวะนั้นกล้องทีวีแพนมาเก็บภาพนั้นได้พอดี

ภายในห้องประชุมบริษัท กำลังเปิดทีวีดูข่าวไปด้วย ระหว่างนั้นเจ๊กอไก่เอ่ยขึ้น
“เจ๊ไปสืบมาแล้วนะคะ วงในบอกว่า มีคนต้องการสกัดดาวรุ่งน้องแรมค่ะ”
ธิติรัตน์นิ่วหน้า งงงวย “จะทำไปทำไม? แรมยังไม่ได้เป็นที่รู้จักของใครซักหน่อย”
“ก็เค้ากะให้แท้งตั้งแต่ยังเป็นวุ้นอยู่เลยน่ะสิคะคุณชาย ที่กอไก่มานี่....ก็ตั้งใจมาขอร้อง อย่าทิ้งน้องแรมนะคะ น้องแรมเป็นเด็กน่ารัก น่าเอ็นดู กตัญญูรู้คุณน่าสงสารค่ะ” เจ๊ก่อไก่พร่างพรู
“ถ้าสงสาร งั้นเจ๊ก็ไม่ต้องหักค่าตัวของแรมเลย ดีมั้ย?” ศรัณย์บอก
“ไม่ดีมังคะ เจ๊ขอนิ้ดดดดนึง” เจ๊ว่า
“ไม่ต้องห่วงครับเจ๊ ถ้ามีงานที่เหมาะสม เรานึกถึงแรมแน่” วีระว่า
“ขอบคุณค่ะขอบคุณ”
ศรัณย์มองดูข่าวทีวี “ทหารน่ารักจัง ช่วยเหลือชาวบ้านด้วย”
ทุกคนหันไปมอง เห็นทหารช่วยลอกคลอง และภาพตอนที่เดือนแรมเช็ดหน้าให้แม้นเทพหราอยู่บนจอพอดี เจ๊กอไก่กรี๊ดกร๊าดดีใจจนออกนอกหน้า
“อ๊าย...น้องแรม น้องแรมสวยน่ารัก จนถูกถ่ายมาออกทีวีเลยค่ะ”
ธิติรัตน์หน้าบึ้ง ของขึ้นทันที

ธิติรัตน์ มองตัวเองในกระจกห้องน้ำ สีหน้าบึ้งตึงโกรธจัด
“อยู่กับผู้ชายอีกแล้ว เดือนแรม”
ธิติรัตน์เปิดน้ำล้างมือแรงๆ ระบายความโกรธ

ส่วนเพ็ญประกายอยู่ที่บ้าน นั่งมองดูหนังสือแบบหลงในรูปโฉมธิติรัตน์สุดหัวใจ พูดเสียงอ่อยๆ กับตัวเอง
“เพ็ญขอโทษค่ะ เพ็ญไม่ได้ตั้งใจหลอกลวงคุณชาย...เพราะอย่างไรมาหยารัศมีคนนั้นก็ไม่มีตัวจริง”
เสียงมือถือดังขึ้น เพ็ญประกายรับ มองอย่างดีใจ
“คุณชาย” รีบกดรับ “สวัสดีค่ะคุณชาย มีอะไรคะ”
“เย็นนี้คุณว่างมั้ย..ผมจะพาไปทานข้าว”
“ว่างค่ะ”
“งั้น...เลิกงานแล้วเดี๋ยวผมรับ”
“เพ็ญจะรอค่ะคุณชาย”
เพ็ญประกายยิ้มอย่างดีใจ ในขณะที่ธิติรัตน์หน้าหงิก
“เอาอาหารของเธอ ไปให้ผู้ชายคนนั้นแล้วกัน แล้วรูปเริบก็ไม่ต้องเอาแล้วเดือนแรม”
ธิติรัตน์ว่าอย่างโกรธๆ

ภาพในคอมพ์ที่เดือนแรมดูอยู่ในตอนเย็นวันนั้น เป็นวิธีการทำหมูหยอง ซึ่งมีขั้นตอนเยอะแยะมากมาย
“โอ้โห!!วิธีการทำหมูหย็องหลายขั้นตอนจังเลย ใช้เวลาทำนานด้วย ไว้โอกาสหน้านะคะ แรมจะทำให้คุณชายชิม” ยิ้มกับตัวเอง “วันนี้ชิมอาหารที่เด็ดสุดของแรมไปก่อน”

เดือนแรมกำลังทำข้าวห่อสาหร่ายอย่างคล่องแคล่ว ข้างๆ ไม่ห่าง มีฐาน พายอันเล็กๆ วางเรียงรายกันอยู่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เพ็ญประกายแต่งตัวสวย เดินเข้ามา
“โอ้โห!! วันนี้พี่เพ็ญสวยจังเลยค่ะ จะไปไหนคะ”
“มีนัดทานข้าวข้างนอกจ้ะ”
“เสียดายจัง...วันนี้แรมทำข้าวห่อสาหร่ายแล้วก็พายเลมอน ที่พี่เพ็ญเคยบอกว่าแรมทำอร่อยด้วย”
“พี่รู้จ้ะ มันหอม จนพี่ต้องเดินตามกลิ่นมานี่ละจ้ะ”
“งั้นพี่เพ็ญทานนิดนึงนะคะ ใกล้เสร็จแล้ว”
“ไว้วันหลังแล้วกันจ้ะแรม วันนี้พี่มีนัด นัดพิเศษจริงๆ”
“น่าเสียดายจังเลยค่ะ”
“งั้น...แรมจัดใส่กล่องให้พี่ก็ได้จ้ะ พี่จะเอาไปฝากคนพิเศษ บอกว่าน้องสาวของพี่ทำ”
“ได้ค่ะ”
เดือนแรมยิ้มด้วยความดีใจ รีบลงมือทำอาหาร และขนม เพ็ญประกายเดินออกไปแล้ว ชุติมามองอยู่นานสีหน้าไม่พอใจ
เดือนแรมลงมือแต่งหน้าพาย บีบครีมคัสตาร์ดลงในพายแล้วแต่งหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่ ส้ม และกีวี่ ชิ้นเล็กๆ สีสันสวยงามบาดใจ เดือนแรมมีความสุขยิ่งนัก

เพ็ญประกายเดินออกไปหน้าบ้านรอคอยธิติรัตน์ ชุติมาตามออกมา
“ระริกระรี้เป็นปลากระดี่ได้น้ำเชียวนะคุณเพ็ญ อ้อ!ลืมไป ว่าตอนนี้คุณเพ็ญคือมาหยารัศมีแล้วนี่ จะเรียกเพ็ญอย่างเดิมคงไม่ได้”
“ได้ค่ะ พี่ชุยังเรียกเพ็ญได้เหมือนเดิม ยกเว้นต่อหน้าคุณชายเท่านั้น..เพ็ญขอ”
“พี่ถามจริงๆเถอะ คุณเพ็ญมีความสุข คุณเพ็ญภูมิใจเหรอคะที่ต้องเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง”
“เพ็ญทำตามที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องการค่ะ”
ชุติมายิ้มเยาะเย้ยหยัน “แสดงว่าฝืนใจ งั้น...พี่จะคุยกับคุณเมินแล้วก็คุณน้าให้เองค่ะ”
พูดจบชุติมาจะเดินเข้าบ้าน เพ็ญประกายฉุดมือเอาไว้ “อย่าค่ะพี่ชุ”
ชุติมาตาเขียว ตวาดแว้ด “แสดงว่าคุณเพ็ญเองก็เต็มใจใช่มั้ยล่ะคะ ใช่ซี้ หน้าตาท่าทางอย่างคุณเพ็ญ ชาตินี้คงหาผู้ชายที่แสนดีอย่างคุณชายไม่ได้ พอมีโอกาส เลยต้องรีบตะครุบใหญ่”
เพ็ญประกายหน้าซีด “ทำไมพี่ชุว่าเพ็ญอย่างนี้ล่ะคะ?”
“เพราะพี่ไม่ชอบพวกดัดจริต ปากไม่ตรงกับใจ”
เพ็ญประกายหน้าซีดเผือด เถียงไม่ทัน มองไปเห็นรถของธิติรัตน์วิ่งมาจอดพอดี
ธิติรัตน์ก้าวเดินลงมา “คุณชายมาแล้ว เพ็ญขอตัว”
เพ็ญประกายเดินออกไป ชุติมาหน้าหงิกหน้างอโกรธมาก เดือนแรมวิ่งถือกล่องอาหารตาม
ออกมา ร้องเรียก
“พี่เพ็ญคะพี่เพ็ญ”
เดือนแรมวางกล่องอาหารชุดหนึ่งลงบนโต๊ะ ก่อนถืออีกชุดวิ่งตามเพ็ญประกายออกไป

ธิติรัตน์เปิดประตูให้ เพ็ญประกายขึ้นรถยิ้ม “ขอบคุณคุณชายมากค่ะ”
ธิติรัตน์ขึ้นรถขับออกไป เดือนแรมวิ่งตามมาร้องเรียก
“พี่เพ็ญคะพี่เพ็ญ”
เดือนแรมวิ่งตามออกมาที่หน้าบ้าน เพ็ญประกายออกไปแล้ว ไม่มีรถแต่อย่างใด

ชุติมาเดินกระแทกเท้าโครมๆ เข้าไปในบ้าน “เกลียดๆๆๆฉันเกลียดทุกคน”
เดือนแรมเดินถือกล่องอาหาร กล่องขนมกลับเข้ามา ชุติมาโมโหพาลเดือนแรม
“หลีกไปนังแรม หลีกไป๊”
ชุติมาผลักเดือนแรมอย่างแรง จนเดือนแรมล้มลง กล่องอาหารในมือของเดือนแรมหล่น
เดือนแรมทั้งตกใจ และเสียใจ “อาหาร อาหารของแรม”
มือของเดือนแรมรีบคว้าเอากล่องอาหารที่หล่นพื้น ชุติมาหมั่นไส้
“มันจะอะไรกันนักกันหนานังแรม”
ชุติมาปัดกล่องอาหารในมือของเดือนแรมทิ้งอีก เดือนแรมโกรธ ปัดมือชุติมา
“คุณชุนั่นแหละ เกินไป เรื่องอะไรมาทำของๆ แรม”
“ทำแล้วจะทำไมหา? ถ้าฉันทำแล้วแกจะทำไม?”
ไม่พูดเปล่า ชุติมาคว้ากล่องอาหารบนโต๊ะมาปาใส่หน้าเดือนแรม เดือนแรมโกรธแล้ว
เดือนแรมตวาด “หยุดนะคุณชุ”
“กล้าพูดกับฉันอย่างนี้เหรอนังแรม? แกกล้าพูดกับฉันอย่างนี้เหรอ มานี่”
ชุติมากระชากแขนของเดือนแรมสุดแรง

ชุติมาออกแรงลากเดือนแรมมาที่ห้องเก็บของ “คนอย่างแกมันต้องอยู่ในนี้”
เดือนแรมมองอย่างหวาดกลัว “อย่าค่ะ อย่าทำแรม แรมกลัว อย่า”
เดือนแรมผลักชุติมาอย่างแรง จนตัวของชุติมากระแทกเข้ากับฝาผนังห้องเก็บของ
“โอ๊ย! นังแรม”
เดือนแรมวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้ชุติมาร้องโอดโอยเจ็บ!!

เดือนแรมวิ่งกลับมายังกล่องอาหารที่ตกลงพื้น ทั้งสองชุด เปิดกล่องออก เห็นอาหารเละเทะดูไม่ได้ เดือนแรมหน้าซีดเสียใจมาก

เดือนแรมทำอาหารใหม่ ท่าทางเหนื่อยใจ พลางบ่น “ไปไม่ทันเวลานัดแน่ๆ เลย”
เดือนแรมหยิบมือถือมาโทร.หา ในขณะนั้น ธิติรัตน์นั่งทานข้าวในร้านอาหารหรูกับเพ็ญประกาย เสียงมือถือดังขึ้น ธิติรัตน์เห็นเป็นเบอร์เดือนแรมไม่รับ
เพ็ญประกายสงสัยจึงถามขึ้น “คุณชายรับโทรศัพท์ก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องห่วง...มาหยา..”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่ใช่ธุระสำคัญ”
“แต่เค้าคงมีเรื่องด่วนจะคุยกับคุณชาย โทร.มาไม่หยุดเลย”
“ช่างเค้า ทานข้าวกันดีกว่าครับ”
ธิติรัตน์ตักอาหารให้เพ็ญประกายอย่างใส่ใจ เพ็ญประกายยิ้ม

เดือนแรมหน้าจ๋อยอยู่ที่บ้าน “คุณชายคงติดงานอยู่ ฝากข้อความคงได้มั้ง” กดฝากข้อความ

มือถือธิติรัตน์ แจ้งเตือนว่ามีข้อความ “ขอตัวเดี๋ยวนะครับ”
“เชิญค่ะ” เพ็ญประกายยิ้ม
ธิติรัตน์เดินออกไป

ธิติรัตน์เดินออกมา กดมือถือฟัง
“คุณชายคะ แรมขออนุญาตไปช้านะคะ พอดีมีธุระนิดหน่อย ขอโทษด้วยค่ะ”
ธิติรัตน์หน้าบึ้ง “อยู่กับผู้ชายล่ะสิ เธอนี่ไม่ไหวจริงๆ เดือนแรม”
ธิติรัตน์ส่ายหน้าอย่างระอาเดินกลับเข้าไปด้านใน ในขณะที่เดือนแรม ตั้งใจทำขนม
และอาหาร เหมือนเดิม
เดือนแรมยืนกดกริ่งหน้าวังศิลาลาย ตากล่ำวิ่งออกมา
“หนูแรม มา..เข้ามา มีอะไรเหรอ”
“แรมมาหาคุณชายค่ะ”
“คุณชายยังไม่กลับมาเลยจ้ะ ไปหาหม่อมก่อนนะ” ละเอียดตามมารีบบอก
“ค่ะป้าละเอียด”
เดือนแรมเดินตามละเอียดเข้าไปด้านใน ตากล่ำมองอย่างเอ็นดู “น่าเอ็นดูจริงๆ เด็กอะไร”

เดือนแรมยกมือไหว้ หม่อมรัตนาอย่างนอบน้อม “สวัสดีค่ะหม่อม”
หม่อมรับไหว้ ยิ้มเอ็นดู “สวัสดีจ้ะแรม แล้วนี่ทำอะไรมาเยอะแยะจ๊ะ”
“ข้าวห่อสาหร่ายแล้วก็พายเลมอนค่ะ”
“ของโปรดตาชายเลยนะเนี่ย”
เดือนแรมยิ้มกว้างดีใจนัก “จริงหรือคะ?”
“จริงจ้ะ เวลาไปทานอาหารญี่ปุ่น ตาชายสั่งข้าวห่อสาหร่ายทุกที นี่ตาชายคงไม่รู้ ว่าแรมจะมา ถึงได้นัดไปทานข้าวกับคนอื่น”
เดือนแรมเหวอ หน้าเจื่อนไปทันที “แรมนัดกับคุณชายไว้ค่ะ”
“อ้าว! แล้วทำไม ตาชายถึงไปกับคนอื่น” หม่อมประหลาดใจ
“คุณชายอาจจะมีธุระน่ะค่ะ งั้นหม่อมช่วยชิมอาหารให้แรมด้วยนะคะ”
“ด้วยความเต็มใจจ้ะ”
“สวัสดีค่ะ”
เดือนแรมค่อยๆ เดินออกมา แต่กระนั้นยังได้ยินหม่อมรัตนาพูดกับละเอียด
“นี่ถ้าตาชายไม่ไปทานข้าวกับว่าที่คู่หมั้น ฉันจะโทร.ตามตาชายกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”
เดือนแรมหน้าจ๋อยไปทันที “คุณชายไปทานข้าวกับว่าที่คู่หมั้น”

เดือนแรมเดินคอตกมารอรถเมล์จะกลับบ้าน เสียงมือถือดัง เดือนแรมกดรับ
“ว่าไงเหมียว?”

เดือนแรมเดินมาที่ร้านอาหาร ไม่รู้ว่าเป็นร้านเดียวกับที่ธิติรัตน์มา เหมียวเพื่อนที่เป็นพนักงาน
เสิร์ฟรีบเดินมาหา
“กวนหน่อยนะแรม วันนี้วันหยุด คนเยอะจริงๆ พนักงานไม่พอ ผจก.เลยให้หาคนมาช่วย”
“ดีเลยจ้ะ แรมกำลังหางานพิเศษทำอยู่พอดี”
“งั้นมาเปลี่ยนชุดเร็ว”
เหมียวคว้ามือเดือนแรมเข้าไปด้านใน
เดือนแรมอยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟเดินออกมาทำงาน อย่างคล่องแคล่ว แต่แล้ว เดือนแรมก็ชะงัก เมื่อเห็นธิติรัตน์นั่งอยู่กับเพ็ญประกาย
เดือนแรมอุทานออกมาเบาๆ “คุณชาย..พี่เพ็ญ”
เดือนแรมอึ้ง ตะลึง นึกถึงคำพูดของเพ็ญประกายขึ้นมา
“ไว้วันหลังแล้วกันจ้ะแรม วันนี้พี่มีนัด นัดพิเศษจริงๆ”
“คนพิเศษของพี่เพ็ญคือคุณชาย” เดือนแรมพึมพำ พร้อมกับเสียงของหม่อมรัตนาดังเข้ามาแทน
“นี่ถ้าตาชายไม่ไปทานข้าวกับว่าที่คู่หมั้น ฉันจะโทร.ตามตาชายกลับมาเดี๋ยวนี้เลย”
เดือนแรมพึมพำกับตัวเอง “ว่าที่คู่หมั้นของคุณชายคือพี่เพ็ญ”
เดือนแรมนิ่ง หน้าซีด ใจหายบอกไม่ถูก
มองธิติรัตน์กับเพ็ญประกาย
“ขอบคุณมากนะครับที่มาทานข้าวเป็นเพื่อนผม”
“มาหยาถือว่าคุณชายให้เกียรติมากกว่าค่ะ ไว้วันหลังเชิญที่บ้านมาหยาบ้างนะคะ”
“ด้วยความเต็มใจครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”
ธิติรัตน์ลุกขึ้น เพ็ญประกายหน้าเหวอๆ ไป เพราะยังอยากอยู่ต่อ ได้แต่รับคำอ้อมแอ้ม
“ค่ะ”
ครู่ต่อมาธิติรัตน์กับเพ็ญประกายเดินออกไป เดือนแรมหลบเข้ามุมตัวลีบหน้าจ๋อยมองตามสองคนเดินเคียงกันไป

กว่าจะเลิกงาน เก็บร้านเสร็จก็ดึกมากแล้ว เดือนแรมเดินเหงาๆ มาตามทางคนเดียว เดือนแรมแหงนมองดูท้องฟ้า เห็นท้องฟ้ามืดมัว ไร้ดวงดาว
“สุดท้ายแรมก็เหมือนเดือนแรม ไม่มีดาวซักดวง ไม่มีใครซักคนจะเหลียวมอง”
สีหน้าของเดือนแรมเศร้าหมอง น่าสงสารยิ่ง

ด้านธิติรัตน์ขับรถมาจอดที่ถนนฝั่งตรงข้ามร้านถ่ายรูป มองดูรูปของเดือนแรมขนาดเท่าตัว
จริง นัยน์ตาธิติรัตน์หมองลง ก่อนจะขับรถจากไป

สรรชัยอยู่ในสภาพเมามาย คุมสติไม่อยู่ขับรถมาตามทาง จังหวะหนึ่งรถสรรชัยส่าย
มาตามทาง ก่อนที่จะแฉลบลงข้างทาง แทบจะชนร่างเดือนแรม เดือนแรมร้องหลบทัน ขณะที่รถของสรรชัยแฉลบลงข้างทาง และจอดนิ่ง เดือนแรมค่อยๆ ย่องเข้าไปดู เห็นสรรชัยนอนคอพับหมดสติอยู่ที่เบาะคนขับ เดือนแรมเรียก
“คุณคะ..คุณ”
สรรชัยนิ่ง ไม่ได้สติ เดือนแรมนิ่งคิดตรึกตรอง ที่สุดคว้ามือถือขึ้นมากดโทร.ออก
“พี่ต้อมคะ....มาหาแรมหน่อยได้มั้ยคะ”
เดือนแรมมองสรรชัย รู้สึกเป็นห่วง

แม้นเทพประคองสรรชัยเข้ามาในบ้าน มะลิ กับพิม รับไปดูแล “มา...พามาทางนี้ลูก”
“ป้าเตรียมห้องไว้ให้แล้วค่ะ
ทุกคนพาสรรชัยไปยังห้องที่เตรียมไว้ แม้นเทพพาสรรชัยนอนลงบนเตียง
“แล้วรถของเค้าล่ะต้อม เอาไว้ไหน?”
“ผมให้ลูกน้อง ขับตามมาแล้วครับ”
“มีเรื่องอาไร้ ทำไมถึงได้เมามายขนาดนี้ ไป..พิม..ไปเอาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เค้าหน่อยไป”
“ค่ะคุณ” ป้าพิมเดินออกไป สรรชัยละเมอออกมา
“ผมไม่ยอม ให้คุณเป็นของใครทั้งนั้นดุจแข ผมรักคุณ”
เดือนแรมมองสรรชัย ตะลึงที่ได้ยินชื่อดุจแข

เช้าวันใหม่ ระหว่างที่ ธิติรัตน์ หม่อมรัตนา ที่ทานข้าวเช้าอยู่ในวัง มีละเอียดคอยดูแล ตากล่ำวิ่งหน้าตาตื่นท่าทางร้อนรนเข้ามา ละเอียด หันมามองตากล่ำ
“คุณชายครับคุณชาย”
“มีอะไรตากล่ำ”
“เอ่อ!!” ตากล่ำตะกุกตะกัก “คุณดุจแขครับ....คุณดุจแข”
“ดุจแขมา” หม่อมอึ้ง
“ครับ”
ธิติรัตน์หน้านิ่งเฉย “บอกเค้าไปว่าฉันไม่ว่าง”
ตากล่ำเกาหัวยิกๆ “เอ่อ..ผมไม่รู้จะบอกยังไงน่ะครับ”
ละเอียดหน้าหงิก เอ็ดเบาๆ “ก็บอกอย่างที่คุณชายบอกสิ”
ตากล่ำทำหน้าเหมือนลำบากใจ ละเอียดรำคาญ บอกธิติรัตน์
“เดี๋ยวละเอียดบอกให้ค่ะ”
ละเอียดถลึงตาใส่ตากล่ำ ตากล่ำยิ้มแหยตามละเอียดไป

ตากล่ำพาละเอียดมาที่หน้าบ้าน ละเอียดบ่นอุบ “ตากล่ำ แกนี่จริงๆ เลย แค่นี้ก็พูดไม่ได้”
“ไม่ใช่พูดไม่ได้ แต่ไม่มีคนฟัง”
“ไม่มีคนฟัง...แล้วไหนแกบอกว่าคุณดุจแขมา”
“ก็มานั่นไง”
ตากล่ำชี้ไป ละเอียดมองตาม เห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ ละเอียดเดินเข้าไป
“แกบอกได้แกก็บอกสิ”
ตากล่ำบอก ละเอียดได้แต่ทำหน้าปูเลี่ยนๆ

หม่อมรัตนาคุยกับธิติรัตน์อย่างระอาอยู่ในวัง
“ขนาดแม่บอกแล้วนะว่าชายจะแต่งงาน ดุจแขยังมาวุ่นวายอีกหรือ”
“ผมก็ไม่เข้าใจเค้าเหมือนกัน จะทำไปเพื่ออะไร เพราะเรื่องของผมกับเค้ามันก็จบไปตั้งนานแล้ว”
“งั้นชายก็ต้องพูดตรงๆ”
ธิติรัตน์ถอนหายใจ อย่างระอา “ที่ผ่านมา ผมก็พูดตรงนะครับแม่ ว่าทุกอย่างมันจบไปแล้ว แต่ดูเหมือนแขทำเหมือนไม่เข้าใจ”
“งั้นไม่ต้องพบหน้ากันเลย ก็ดีแล้วจ้ะ”
ระหว่างนั้นละเอียดกับตากล่ำเดินเข้ามา หม่อมถามทันที “คุณดุจแขกลับไปแล้วเหรอ”
“ยังค่ะ”
“อ้าว! แล้วไม่ได้บอกเค้าเหรอว่าคุณชายไม่ว่าง”
“ไม่ได้บอกค่ะ” ละเอียดบอก
หม่อมรัตนางง “ทำไม?”
ละเอียด กับตากล่ำ พูดไม่ออก ได้แต่มองหน้ากันไปมา

ธิติรัตน์และหม่อมเดินไปที่รถดุจแข พอเข้าไปใกล้ๆ ธิติรัตน์ทำหน้าย่น กลิ่นละมุดหึ่งไปทั่ว
“กลิ่นเหล้าหึ่งเลย แข...” ธิติรัตน์เรียก
ธิติรัตน์เรียกได้แค่นั้น เห็นดุจแขนอนหลับไม่ได้สติไปแล้ว
“สงสัยคุณแขจะขับรถมาจอดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนนะครับ” ตากล่ำออกความเห็น
“เป็นผู้หญิงเมาหัวราน้ำอย่างนี้ได้ยังไง? ชาย..พาเข้าข้างในก่อนลูก”
ดุจแขหันหน้าไปอีกทางแอบยิ้ม แต่ต้องหุบยิ้มเมื่อได้ยินธิติรัตน์บอก
“ไม่ดีกว่าครับคุณแม่...เดี๋ยวผมพาเค้าไปส่งบ้านดีกว่า”
ดุจแขแอบยิ้มอีก ดีใจที่ธิติรัตน์จะพาไปส่งบ้าน
หม่อมรัตนาไม่อยากให้ลูกไป “ชาย”
ธิติรัตน์เรียกตากล่ำ “ตากล่ำ ไปกับฉัน”
“ครับๆ”
หม่อมรัตนาแอบยิ้มโล่งใจ แต่ดุจแขหน้าหงิก

เวลาต่อมาธิติรัตน์ประคองดุจแขที่มีสภาพเมา ยังแฮงค์อยู่เข้าไปในบ้าน
ดุจแขทำเป็นปรือตามอง “คุณชาย..คุณชายจริงๆ ด้วย คุณชายอยู่กับแข”
ธิติรัตน์ไม่ตอบ สาวใช้ สำลีวิ่งเข้ามา เห็นสภาพดุจแขก็ตกใจ
“คุณดุจแข...คุณดุจแขเป็นไรไปคะ?”
สำลีจะถลันเข้าหาแบบช่วยประคอง ดุจแขแอบถลึงตาใส่ สำลีถอยหลังกรูดแบบรู้กัน
“คุณชายขา..สำลีรบกวนช่วยพาคุณดุจแขไปทีห้องทีค่ะ”
“ฉันว่าคงไม่เหมาะ ที่โซฟานั่นดีกว่า”
ธิติรัตน์ประคองแบบจะลากดุจแขไป ดุจแขยึดแขนธิติรัตน์เอาไว้ โถมตัวเข้าหา
ทั้งตัว สำลีดูออก รีบบอก
“งั้นสำลี ไปเอาผ้าเย็นมาเช็ดให้คุณดุจแขก่อนนะคะ” จะวิ่งไป
“อย่าเพิ่งไปสำลี”
“ขา…”
“เธออยู่กับคุณดุจแขดีกว่า เดี๋ยวฉันไปเอาผ้าเย็นเอง”
“ค่ะๆ”
สำลีจำต้องอยู่กับดุจแข ธิติรัตน์เดินออกไป

ธิติรัตน์เดินเข้ามาด้านในคฤหาสน์ของสงคราม กวาดสายตามองหาห้องครัว แต่
ภาพกลับเห็นภาพงานแต่งงานของดุจแขกับสงครามที่ถ่ายคู่กัน ธิติรัตน์ชะงัก หยุดนิ่ง
สีหน้าธิติรัตน์มีแต่ความแสลงใจ เจ็บลึกๆ ในใจ

ดุจแขนอนอยู่บนโซฟา มีสำลีคอยนวดตามเนื้อตามตัว ดุจแขผงกศีรษะขึ้นมาแว้ด
“แล้วแกจะมาอยู่ตรงนี้ทำไมนังสำลี”
“ก็คุณชายบอกให้สำลีอยู่”
“ตกลง ใครเป็นนายแก ฉันหรือว่าคุณชาย”
สำลีหน้ามุ่ย “แล้วคุณดุจแขจะให้สำลีทำยังไงล่ะคะ”
ดุจแขกระซิบที่หูสำลี สำลีทำตาโต เก็ทแล้ว แต่ถามเสียงอ่อย
“แล้วถ้าคุณสรรชัยมาเห็นล่ะคะ”
“เห็นแล้วทำไม?” ดุจแขเน้นคำ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับสรรชัย อย่ามาทำสู่รู้”
“ค่ะๆ” สำลีรีบเดินออกไป

สำลีเดินออกไปมุมด้านนอก มองซ้ายมองขวาก่อนกดมือถือ
“เดี๋ยวก็รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า”
สรรชัยที่นอนแฮงค์อยู่บ้านป้ามะลิ งัวเงียขึ้นมารับสาย “สรรชัยครับ”
“คุณสรรชัยหรือคะ? ทำไมไม่กลับบ้านคะ?”
“แล้วมันเรื่องอะไรของแก?”
“ไม่ใช่เรื่องของสำลีหรอกค่ะ แต่สำลีห่วงคุณสรรชัย”
“มันหน้าที่อะไร แกถึงต้องมาห่วงฉันฮึ?”
สำลีกระซิบกระซาบ “ก็...ก็....คุณดุจแข พาคุณชายเข้ามาในบ้านน่ะสิคะ”
สรรชัยตาวาวโรจน์ โกรธจนแทบสร่างเมา

ครู่ต่อมาสรรชัย พยายามระงับความรุ่มร้อนในใจ ก้มลงกราบของคุณป้ามะลิ ป้ามะลิยิ้มอย่างเมตตา
“ไง..สร่างเมาแล้วเหรอ”
สรรชัยละอายใจ “ครับ...ขอบคุณคุณป้ามากครับที่ช่วย”
“ไม่ใช่ป้าหรอก แต่เป็นแรมต่างหาก”
“แรม”
“คุณเดือนแรมช่วยคุณเอาไว้ค่ะ”
ป้าพิมบอกพลางหันไปมองทางบ้านเมินเป็นเชิงบอก สรรชัยมองตามเห็นเดือนแรมกำลังรดน้ำต้นไม้ กิริยาอ่อนหวาน สดใส บริสุทธิ์แตกต่างจากท่าทางของดุจแขอย่างสิ้นเชิง

สรรชัยจำได้แม่น  ว่าเคยเห็นเดือนแรมนั่งรถไปกับธิติรัตน์

อ่านต่อหน้า 3

มาหยารัศมีตอนที่ 4 (ต่อ)

ธิติรัตน์เดินออกมาด้านนอกคฤหาสถ์ สาวเท้าเร็วรี่ สำลีวิ่งตามมาท่าทางเงอะงะ พอเห็นธิติรัตน์ตรงดิ่งไปที่รถ ก็ร้องเรียกไว้ด้วยหน้าตาเจ้าเล่ห์

“คุณชายคะคุณชาย คุณดุจแขแย่แล้วค่ะ”
ธิติรัตน์ชะงักไป ลังเลนิดหนึ่ง สำลีบอกต่อ “ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย คุณชายช่วยคุณดุจแขหน่อยนะคะ”
ธิติรัตน์จำต้องเดินกลับเข้าไปข้างใน

ธิติรัตน์เดินมามีสำลีวิ่งตาม เห็นดุจแขเดินโงนเงนซวนเซเหมือนคนเมา ตรงไปที่มินิบาร์ในห้อง คว้าขวดเหล้าจะกรอกปาก สำลีร้องกรี๊ด
“ว้าย...คุณดุจแขจะดื่มอีกแล้ว”
ธิติรัตน์ไม่ใยดี มองหมิ่นอย่างดูแคลนเท่านั้น สำลีมองงงๆ ที่ธิติรัตน์ไม่ยอมเข้าไปช่วย
“คุณชายไปห้ามคุณดุจแขหน่อยสิคะ”
“ห้ามทำไม? ไม่รักตัวเอง ก็ช่วยไม่ได้”
ธิติรัตน์พูดเสียงแข็ง แล้วหันหลังกลับเดินออกไปแบบไม่สนใจ สำลีรีบตะโกนร้องถาม เป็นเชิงบอกดุจแขกลายๆ
“คุณชายกลับไปแล้ว
ดุจแขหันมามองหน้าเสีย รีบเดินเซตามธิติรัตน์ไป

ธิติรัตน์เดินออกมาที่หน้าบ้านตรงไปที่รถ ดุจแขแกล้งทำท่าเมา วิ่งตามติด
“คุณชายคะคุณชาย....ฟังแข อยู่กับแขก่อน”
ดุจแขโถมทั้งตัวเข้าหาทางด้านหลัง กอดธิติรัตน์แน่น
“อย่าทำอย่างนี้นะดุขแข” ธิติรัตน์ฉุนขาดสะบัดตัวออกสุดแรง
ดุจแขสบโอกาส แกล้งทำเป็นล้มลง สำออยร้องไห้ เสียใจนัก “ทำไมคุณชายถึงได้ใจร้ายกับแขขนาดนี้คะ”
“ผมทำในสิ่งที่สมควรทำ”
“ผลักผู้หญิงล้มลงอย่างนี้น่ะหรือคะ สมควรทำ” ดุจแขสะอึกสะอื้น
“ใช่!! เพราะถ้าให้คุณกอด ผมคงเสียหาย คนอื่นจะเข้าใจไปว่า ผมมักมากเห็นแก่ได้ เอาเปรียบผู้หญิง แล้วขอโทษนะ” สีหน้าธิติรัตน์ มองหมิ่น เหยียดหยาม “ยิ่งคุณทำอย่างนี้คุณค่าในตัวคุณยิ่งลดลง”
ดุจแขตกใจ อุทานเสียงดัง “คุณชาย”
“พูดกันเบาๆ ก็ได้ ไม่มีคุณสมบัติของการเป็นกุลสตรีไทยที่ดีบ้างเลย” ธิติรัตน์ดุ
“แต่ผู้หญิงที่คุณชายกำลังด่าคนนี้ เคยเป็นคนที่คุณชายรัก” ดุจแขควานคว้ามือธิติรัตน์มากอบกุมอย่างรักใคร่
ธิติรัตน์จ้องหน้า ตอกกลับ “คำว่าเคยคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ไม่มีทางกลับคืน อย่ารื้อฟื้น ที่สำคัญผมกำลังจะแต่งงาน คุณรู้แล้วใช่มั้ยว่าต้องทำตัวกับผมอย่างไร”
ธิติรัตน์ปลดมือดุจแขออก เดินไปที่รถแล้วขับออกไป
ดุจแขยืนนิ่งแสนเสียใจ แต่สีหน้าไม่ยอมแพ้

เวลาเดียวกันเดือนแรมรดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้านอยู่ กิริยาเดือนแรมสดใส สุขใจ เพ็ญประกายเดินเข้ามาหา
“แรม..วันนั้นพี่ขอโทษด้วยนะ ที่ไม่ได้อยู่ รอเอาขนมของแรม ...พอดี..พี่รีบจ้ะ”
เดือนแรมหน้าหมองลง รู้แล้วว่าเพ็ญประกายคือคู่หมั้นธิติรัตน์ “ค่ะพี่เพ็ญ”
“นี่..ต่อไปห้ามเรียกพี่เพ็ญนะ แรมต้องเรียกพี่ว่ามาหยารัศมี”
เดือนแรมงงและคุ้นชื่อเหมือนเคยได้ยิน “มาหยารัศมี”
“ใช่! ต่อไปพี่ชื่อมาหยารัศมี” เพ็ญประกายเดินไป
เดือนแรมนิ่งคิด ตรึกตรอง “มาหยารัศมี...ทำไมเราคุ้นกับชื่อนี้จัง”

ระหว่างนั้น สรรชัย ค่อยๆ เดินเข้ามาหาเดือนแรม มองด้วยสายตาเป็นมิตร
“สวัสดีครับคุณเดือนแรม
เดือนแรมยืนคิดอยู่ ถึงกับสะดุ้งนิดๆ แล้วยิ้มแหยๆ รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้เกี่ยวข้องกับดุจแข
ชุติมาที่ยังมีท่าทีเจ็บปวด จากการล้มก้นกระแทกมาเห็นเข้า ตาลุกวาว
“นังแรม”

จันทรานั่งอ่านหนังสือพิมพ์หน้าเครียด ใจไม่อยู่ที่ข่าวสาร พึมพำเบาๆ อย่างกังวล
“ถ้าคุณเมินรู้ว่าชุติมาเป็นลูกเรา จะทำยังไง?”
แป้นเดินมาจากด้านหลังยิ้มกริ่ม แม้ไม่ได้ยิน แต่รู้แล้วว่าชุติมาเป็นลูกจันทรา
“คุณนายคะ”
“อะไร” จันทราหันมาถาม
“เอ่อ...ดูไปดูมา...แป้นว่าคุณชุหน้าเหมื้อน เหมือนคุณจันทรานะคะ” แป้นหยั่งเชิง
จันทราสะดุ้งนิดๆ ก่อนจะแหวใส่ “ก็ต้องเหมือนสิ...เป็นน้าเป็นหลานกันนี่”
“แต่แป้นว่า...คุณนายกับคุณชุเหมือนกันยังกับเป็นแม่ลูกมากกว่าค่ะ”
“บ้า! จะเหมือนขนาดนั้นได้ยังไง? ก็แค่ญาติ” จันทราเถียง
ชุติมาเดินเข้ามาทันได้ยินคำพูดของจันทราพอดี ชุติมาเงียบหน้าบึ้งตึง
แป้นลอบมองสีหน้าจันทรา กับชุติมา แอบอมยิ้มเหมือนถือไพ่เหนือกว่า
จันทราหน้าเสีย ถามชุติมาเสียงอ่อนลง “มีอะไร?”
ชุติมาข่มความโกรธในใจ แต่ประชดประชันอยู่ในที “ญาติจะมาบอกว่า...ลูกสาวเจ้าของบ้านอย่างนังแรมมันพาผู้ชายเข้าบ้านค่ะ”

เดือนแรมไม่รู้สักนิดว่า ไม่กี่นาทีนี้จะเกิดเรื่องร้ายแรง ยังนั่งคุยกับสรรชัยต่อ
“ขอบคุณมากนะครับที่ช่วย” สรรชัยบอกด้วยสีหน้าซาบซึ้งใจ
“ยินดีค่ะ”
“จะรังเกียจมั้ยถ้าผมจะขออนุญาตเรียกคุณแรมว่าน้องแรม”
“ได้ค่ะ...พี่สรรชัย” เดือนแรมยิ้มให้
“วันหลังพี่มาหาน้องแรมได้มั้ย?” น้ำเสียงเป็นมิตรไม่ได้จีบแต่อย่างใด สรรชัยเห็นแล้วว่าเดือนแรมสนิทสนมกับธิติรัตน์ “เอ่อ...พี่...อยากเป็นเพื่อนกับน้องแรม”
เดือนแรมยิ้มกว้าง “ได้ค่ะ แล้วนี่พี่สรรชัยทานอะไรที่บ้านป้ามะลิมาหรือยังคะ”
“ยังเลยจ้ะ”
“เดี๋ยวแรมทำอะไรให้ทานนะคะ”
“ขอบใจจ้ะแรม”
สองคนมองหน้า แล้วยิ้มให้กันอย่างมีไมตรี ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
จันทราสั่งชุติมา “ถ่ายรูปมันเร็ว”
ชุติมาหยิบมือถือมาถ่ายรูปอย่างว่องไว

เมิน นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ มือถือมีเสียงข้อความเข้าดังขึ้น เมินรับมาเปิดดู ภาพเห็นเป็นเดือนแรมยืนยิ้มจ้องหน้ากับสรรชัย เมินหน้านิ่วไม่พอใจ เสียงมือถือดัง เมินรีบกดรับ
“ฉันส่งเมสเสจให้ เห็นแล้วใช่มั้ยคะ”
เมินไม่พอใจ โกรธเดือนแรมมากแล้ว “ใช่”
“รีบกลับมาเลยนะคะ ฉันเห็น แรมพาผู้ชายคนนั้นเข้าห้องไปแล้วค่ะ”
จันทราเติมเชื้อไฟ ยิ้มเหยียดสะใจนัก
ด้านเมินลุกพรวดขึ้นทันทีด้วยความโมโหสุดขีด ในขณะที่จันทราสั่งการชุติมากับแป้นเสียงดัง
“ไปตามดู ว่ามันทำอะไรกับผู้ชายคนนั้น ถ้าจัดการอะไรได้ จัดการ”
สองสาวแสบประสานเสียง “ค่ะ”
เดือนแรมนำเอาอาหารที่ทำเองง่ายๆ มาให้สรรชัยทาน สรรชัยมองเดือนแรมซึ้งในน้ำใจ
“ขอบใจมากจ้ะแรม...” สรรชัยมองจ้องหน้าเดือนแรมอยู่อย่างนั้น
“พี่สรรชัยมีอะไรกับแรมหรือเปล่าคะ?” เดือนแรมแปลกใจ
“ขอโทษนะ...แรม....เอ่อ....แรม แรมกับคุณชายธิติรัตน์เป็นอะไรกัน” สรรชัยตัดสินใจถามขึ้น
เดือนแรมมองอย่างแปลกใจระคนสงสัย แต่ก็ยอมตอบ “คุณชายเป็นผู้มีพระคุณของแรมค่ะ”
สรรชัยผิดหวังนิดๆ “แค่นั้น”
“ค่ะ..แค่นั้น...ขอโทษนะคะ พี่สรรชัยถามแรมแปลกๆ”
สรรชัยอ้ำอึ้ง “คือพี่...”
เดือนแรมค่อยๆ พูดถามสิ่งที่คาใจออกมา “ตอนพี่สรรชัยหมดสติ ..พี่สรรชัยพูดถึง คุณดุจแข”
สรรชัยสะดุ้งนิดๆ โกรธที่เผลอตัวขนาดนั้น เดือนแรมถามต่อ
“ขอโทษนะคะ...พี่สรรชัยเป็นอะไรกับคุณดุจแขคะ?”
สีหน้าสรรชัยดูออกว่าหนักใจมาก “เอ่อ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าไม่สะดวกที่จะบอกก็ไม่เป็นไร” เดือนแรมว่า
“ไม่ใช่อย่างนั้นแรม แต่พี่เป็นผู้ชาย พี่พูดไปมันก็เหมือนพี่เป็นคนเลว” สรรชัยกลัดกลุ้มมาก “แต่พี่..พี่ไม่รู้จะบอกจะพูดกับใครจริงๆและพี่ก็รู้สึกไว้ใจแรม” มองจ้องหน้าเดือนแรม “พี่..พี่...”
ในมุมที่ชุติมากับแป้นแอบฟังอยู่นั้น เห็นชัดว่าสรรชัยค่อยๆ ขยับตัวเข้าใกล้เดือนแรมมากขึ้น เหมือนสองคนเอียงหน้าแนบชิดกัน
สองคนตาเหลือก แป้นพยักเพยิด บอกเสียงเบาๆ “ถ่ายเร็วค่ะคุณชุ”
ชุติมาควักมือถือมาถ่ายรูปเดือนแรมอีก ภาพในกล้องเหมือนสรรชัยจะจูบเดือนแรม
แล้วสองคนก็วิ่งผละไป
ที่แท้สรรชัยกระซิบบอกเดือนแรม “ดุจแขเป็นภรรยาของพี่”
เดือนแรมตกใจตื่นตะลึง

จันทรามองดูรูปของเดือนแรมกับสรรชัยในมือถืออย่างสะใจ
“ถูกเฉดหัวออกจากบ้านแน่นังแรม” จันทรายิ้มอย่างพอใจ

เดือนแรมยังคงมองหน้าสรรชัยแบบอึ้งๆ ยังตกใจอยู่ เพราะคาดไม่ถึง
น้ำเสียงสรรชัยที่กลั่นออกมา เสียใจมาก “พี่เองก็ไม่อยากทำอย่างนี้ แต่พี่รู้ว่าตอนนี้ดุจแขกำลังจะกลับไปหาคุณชาย แรมช่วยพี่นะ...พี่ไม่อยากให้ดุจแขกลับไปหาคุณชายพี่รักดุจแข...รักมากจริงๆ”
เดือนแรมนิ่งอึ้ง เรื่องใหญ่เกินกว่าจะตัดสินใจเอง

ด้านดุจแขเวลานั้นอยู่ที่บ้าน หน้าตาถมึงทึง เพราะแค้นธิติรัตน์ไม่หาย
“แขไม่ยอมแพ้ธิติรัตน์หรอก” คว้ามือถือขึ้นมากดโทร.ออก

ที่ออฟฟิศธิติรัตน์ วีระกับศรัณย์กำลังคุยงานกันอยู่
“สรุปตามนี้นะ ฉันจะได้แจ้งเอเจนซี่” ศรัณย์สรุป
เสียงมือถือดัง วีระพอเห็นเป็นชื่อดุจแข ก็ทำหน้าแปลกๆ ส่อพิรุธ
“เดี๋ยวคุยกันต่อแล้วกัน”
วีระเดินเลี่ยงออกไป ศรัณย์มองตามอย่างแคลงใจ

วีระรับโทรศัพท์ “มีอะไรครับคุณแข”
ดุจแขบีบน้ำตาทันที “คุณ..คุณชาย...คุณชายโกรธแขอีกแล้วค่ะ แล้วก็ยังด่าแขว่าทำตัวไม่สมกับเป็นลูกผู้หญิง” สะอื้นฮักๆ
“นายชายว่าคุณแขขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” วีระฉุน
ศรัณย์แอบเดินตามมา ได้ยินชื่อดุจแขถนัดหู
ดุจแขเล่นละครต่อ สะอื้นฮักๆ “ค่ะ...แขทั้งอายทั้งเสียใจ ที่คุณชายดูถูกแขขนาดนี้..แขอยากตาย แขอยากตาย”
ไก่อ่อนวีระตกใจ เป็นห่วงดุจแขนัก “ใจเย็นๆก่อนครับคุณแข อย่าวู่วาม เลิกงานผมจะรีบไปหา”
ดุจแขอ้อนออดเสียงหวาน “คุณวีระต้องมาหาแขจริงๆ นะคะ”
“ครับ” วีระวางสายด้วยสีหน้าไม่พอใจ “นายชาย ทำไมเป็นคนใจร้ายแบบนี้”
วีระจะเดินกลับเข้าด้านใน เจอศรัณย์ยืนอยู่ ศรัณย์ชวนทันที
“เย็นนี้ไปกินข้าวกันนะ”
“ฉันไม่ว่าง ไว้วันหลังแล้วกัน”
วีระเดินกลับเข้าไปในออฟฟิศ ศรัณย์ส่ายหน้าระอา บ่นพึมพำ
“ทำไมไม่เข้าใจนายชายบ้างวะ วีระ”

เสียงมือถือดัง ในขณะที่ธิติรัตน์ขับรถมาตามทาง ธิติรัตน์รับ “สวัสดีครับ”
เพ็ญประกายโทร.จากบ้าน ยิ้มเอียงอาย “มาหยารัศมีนะคะคุณชาย”
ธิติรัตน์หน้านิ่งเฉย เสียงเรียบ “ครับ ว่าไงครับ”
“วันนี้คุณชายว่างหรือเปล่าคะ? มาหยา...อยากจะเชิญคุณชายมาทานข้าวที่บ้านค่ะ”
ธิติรัตน์ตอบทันควัน เพราะไม่อยากไป “พอดีผมมีประชุมครับ”
เพ็ญประกายหน้าจ๋อย “เสียดายจังเลยค่ะ งั้นไม่เป็นไรค่ะ”
จู่ๆ ธิติรัตน์เหมือนนึกบางอย่างได้ เกิดเปลี่ยนใจ “เดี๋ยวครับ”
“คะ”
“ผมไม่ไปประชุมดีกว่า...เดี๋ยวผมไปหาคุณเพ็ญเดี๋ยวนี้เลย”
“ค่ะ” เพ็ญประกายวางสาย ยิ้มเขินอาย
ที่แท้ธิติรัตน์ อยากรู้ขึ้นมาว่า ‘แรม’ ที่บ้านเมินจะเป็นคนเดียวกับ ‘เดือนแรม’ ที่ตนรู้จักหรือเปล่า?

สรรชัยเดินออกมากับเดือนแรม สีหน้าแววตาเดือนแรมยังอึ้งๆ งงๆ อยู่
สรรชัยหยุดยืนมองจ้องหน้าเว้าวอนขอร้องเดือนแรม “ตกลง..แรม..แรมพอจะช่วยพี่ได้หรือเปล่า?”
“แรม..อยากช่วยนะคะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง?”
“ก็ถ้าแรมเห็นดุจแขอยู่กับคุณชายตอนไหน แรมกันคุณชายออกจากดุจแขนะ”
เดือนแรมอึ้ง ไม่ทันได้ตอบ สรรชัยก็คว้ามือเดือนแรมขึ้นมา พลางอ้อนวอน
“นะแรม”

จังหวะนั้นเมินเดินเข้ามาพร้อมกับจันทรา มีชุติมากับแป้นตามมาเชียร์
เมินตวาดขึ้นเสียงดุดัน “เดือนแรม”
เดือนแรมกับสรรชัยสะดุ้ง หันกลับมามองเมิน
“คุณพ่อ” เดือนแรมหน้าซีด
“งามหน้าฉันจริงๆ เลยเดือนแรม เอาผู้ชายเข้ามาทำบัดสีบัดเถลิงในบ้าน”
เดือนแรมพยายามอธิบาย “ไม่ใช่อย่างที่คุณพ่อคิดนะคะ”
“แล้วนี่มันอะไร?”
เมินชูมือถือมือขึ้น เป็นภาพเดือนแรมกับสรรชัยเหมือนกำลังจูบกัน
เดือนแรมกับสรรชัยตกตะลึง ไม่คาดฝัน
จันทราด่าเย้ย เรียบๆ เสียงหวาน “เห็นหน้าซื่อๆ หวานๆ ฉันไม่คิดเลยนะแรมว่าเธอจะไวไฟขนาดนี้ นี่ก่อนจะพาเข้าบ้าน คงพากันไปหลายที่มาแล้วสิ”
สรรชัยถลันออกมาปกป้องเดือนแรม “ไม่ใช่อย่างที่คุณๆ คิดนะครับ”
เมินชี้หน้าตวาดลั่น “ไม่ต้องมาแก้ตัว ไอ้สถุล”
เมินโกรธจัดปามือถือปาใส่หน้าสรรชัยอย่างแรง สรรชัยหลบทัน มือถือไปถูกหน้าเดือนแรมอย่างจัง เดือนแรมล้มลง
“โอ๊ย”
“น้องแรม!” สรรชัยรีบเข้าไปประคอง
ชุติมาร้องวี้ด เติมไฟใส่ใจเมิน “ว้าย! ดูซิคะ ต่อหน้าพวกเรามันสองคนยังหน้าไม่อาย กอดกันอยู่ได้”
“อ้อ! ที่ไม่ยอมเอาตารางเวลามาให้ฉันซักที เพราะ เอาเวลาไปทำเรื่องเสนียดจัญไร ไล่มันออกจากบ้านเลยค่ะคุณเมิน” จันทราสบโอกาส
เมินยืนตัวสั่นมองสองคนอย่างโกรธสุดขีด เดือนแรมพนมมือไหว้
“อย่านะคะคุณพ่อ....แรมไม่ได้ทำอย่างนั้น คุณพ่ออย่าไล่แรมออกจากบ้านนะคะ” โผเข้ามากอดขาเมินร้องไห้อย่างน่าเวทนา “แรมไม่มีที่พึ่ง แรมไม่มีใคร”
เมินมองหน้าสรรชัยยิ้มเหยียด “ก็ไอ้ที่แกพามานัวเนียอยู่ในบ้านฉันไง”
สรรชัยท้วงขึ้น พยายามอธิบาย “กรุณาฟังผมก่อนครับ....ผมกับแรมไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น”
เมินชี้มือ ตวาดไล่ส่ง “ไสหัวไป แกสองคนไสหัวไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”
เดือนแรมเสียใจร้องไห้โฮ “คุณพ่อ”
“ไปไหนก็ไป...อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก” เมินสะบัดเดือนแรมออก เอามือผลัก
เดือนแรมกอดขาเมินแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้น “คุณพ่อ..แรมไม่ไป”
จันทราตรงเข้ามาจิกตัว ดึงเดือนแรมออกไป “หน้าด้าน เลี้ยงแกคนเดียวไม่พอ ยังจะให้เลี้ยงผัวแกอีก ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ ไป๊” ผลักไสเดือนแรมออก
สรรชัยตัดสินใจกระชากเดือนแรมออกมาจากมือจันทราปกป้องไว้ “แรมไปกับพี่ก่อน”
“แอร๊ยยย” ชุติมากับแป้นร้องออกมา อิจฉามาก
“อู้ย! แมน…แมนมากเลยนะ ถ้าแมนขนาดนี้ก็พาเมียแกไปเลี้ยงดูที่บ้านเลยไป๊ ไอ้แมงกระจั๊วะ” ชุติมาด่าซ้ำ
“ชิ้วๆๆ” แป้นออกปากไล่เหมือนไล่หมา
เพ็ญประกายที่ตามเข้ามา เห็นเรื่องราวลุกลาม จึงรีบตัดบท
“คุณพ่อกำลังโกรธ แรมไปก่อนเถอะจ้ะ ท่านเย็นลงตอนไหนพี่จะบอกแล้วพี่ก็เชื่อแรม”
จันทราตวาดเสียงเขียวขุ่น “เพ็ญประกาย”
เพ็ญประกายหน้าเสีย เดือนแรมมองหน้าพ่อ ที่ยืนถมึงทึง ก่อนจะหันมาบอกเพ็ญประกาย
“ค่ะ..พี่เพ็ญ”
สรรชัยพาเดือนแรมเดินออกไป ที่เมินมองตามอย่างโกรธมาก

เมินเดินเข้าบ้านท่าทางเครียดจัง โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เมินสบถออกมา
เสียงเครือ อย่างเจ็บแค้น “เหมือนแม่ไม่มีผิด”
จันทรายืนอยู่ด้านหลังได้ยินเต็มหู ยิ้มออกมาอย่างสะใจ

สรรชัยเดินออกมานอกบ้านแล้วกับเดือนแรม ที่ยังคงร้องไห้อย่างน้อยอกน้อยใจ สองคนอยู่บนทางเดิน ห่างบ้านเมินออกมา
“พี่ขอโทษนะแรม พี่ไม่คิดจริงๆ ว่าเรื่องมันจะบานปลายถึงขนาดนี้”
เดือนแรมน้ำตาไหลร้องไห้ออกมาอีก “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร คุณพ่อก็ไม่เคยคิดจะเชื่อแรมอยู่แล้ว”
“พี่เห็นใจแรมจริงๆ”
สองคนมองหน้ากัน เห็นใจกันและกัน ธิติรัตน์ขับรถผ่าน มาเห็นเดือนแรมยืน
ร้องไห้จ้องมองอยู่กับผู้ชาย ก็โกรธขึ้นมาทันควัน
“เดือนแรม”
ธิติรัตน์ขับรถผ่านไป แต่ดวงตายังจับจ้องมองภาพเดือนแรมกับสรรชัยจากกระจก
หลัง เห็นทั้งคู่ยังมองหน้ากันอยู่อย่างเดิม
“เห็นแรมร้องไห้ พี่ยิ่งรู้สึกไม่ดี” สรรชัยควักผ้าเช็ดหน้ายื่นให้ “เช็ดน้ำตาซะ”
“ขอบคุณค่ะ” เดือนแรมเช็ดน้ำตา ปั้นหน้าฝืนยิ้ม “เดี๋ยวแรมพาพี่สรรชัยไปเอารถที่ซ่อมเลยนะคะ”
“ขอบใจจ้ะแรม”
สองคนเดินเคียงกันไป

ธิติรัตน์ขับรถมาตามทางด้วยความขัดเคืองใจ ก่อนเบนรถเข้าข้างทางจอดอย่างหงุดหงิด
“ไปไหนกัน?” หงุดหงิดไม่หาย กดโทร.หาเพ็ญประกาย)
เพ็ญประกายรับโทรศัพท์อยู่ที่บ้านด้วยความดีใจ “คุณชายมาถึงแล้วเหรอคะ”
“ขอโทษครับ...ผมไปไม่ได้แล้วครับ มีงานด่วน ไว้โอกาสหน้านะครับ”
เพ็ญประกายหน้าจ๋อยสนิท “ค่ะ”
ธิติรัตน์กลับรถออกไปทันที ในขณะที่เพ็ญประกายน้ำตาคลอ

บริเวณอู่ซ่อมรถแห่งนั้น สรรชัยรับรถเรียบร้อย “โชคดีจังที่รถไม่ได้เป็นอะไร เดี๋ยวพี่กลับไปส่งแรมนะ”
“อย่าดีกว่าค่ะ เดี๋ยวคุณพ่อท่านเห็น จะโกรธเข้าอีก”
“มันก็จริง งั้นเดี๋ยวพี่โทร.หา ขอบใจมากนะแรมสำหรับทุกสิ่งขอบใจจริงๆ”
เดือนแรมยิ้มสรรชัยขับรถออกไป แม้นเทพในชุดเครื่องแบบทหารขับรถเข้ามาจอดเทียบ ก้าวลงมา
“แรม คุณสรรชัยเค้าเอารถไปแล้วเหรอ?”
“ค่ะ”
“ป๊ะ กลับบ้าน”
“กลับไม่ได้หรอกค่ะ” เดือนแรมหน้าหมองเศร้า “คุณพ่อโกรธแรมอีกแล้ว”
แม้นเทพบอกทันที “งั้นไปบ้านพี่”
“ค่ะ” เดือนแรมขึ้นรถ
ธิติรัตน์ขับรถตามมา เห็นเดือนแรมขึ้นรถแม้นเทพ ก็ยิ่งโกรธจัด
“ผละกับผู้ชายอีกคน ขึ้นรถไปกับผู้ชายอีกคน ทำไมไวไฟอย่างนี้เดือนแรม”

ธิติรัตน์ยิ่งโกรธเดือนแรมมากขึ้น ขับรถออกไปตามแรงอารมณ์

อ่านต่อหน้า 4

มาหยารัศมี ตอนที่ 4 (ต่อ)

เดือนแรมนั่งหน้าหมองเศร้าอยู่ที่บ้านป้ามะลิ เลิกร้องไห้แล้วแต่สีหน้ายังเศร้าอยู่มาก

“เลือดบ้านายเมินขึ้นอีกแล้ว ไม่น่าเลย นี่ถ้าป้าไม่ออกไปซื้อของกับพิมคงไปช่วยแรมได้”
“งั้นคืนนี้ คุณแรมนอนนี่นะคะ” ป้าพิมบอก สงสารจับใจ
“ไม่ได้” มะลิเอ่ยขึ้น
แม้นเทพงง “ทำไมล่ะครับคุณแม่?”
“บ้านพ่อก็เหมือนบ้านลูก ขืนแรมออกมาก็เข้าทางแม่จันทราน่ะสิ” ป้ามะลิลงเสียงอ่อนโยนหันมาพูดกับเดือนแรม “แรม..ค่ำนี้กลับไปบ้านนะลูก ถ้านายเมินทำอะไรแรมอีก ป้าจะไปจัดการให้เอง”
“ค่ะคุณป้า”
“ฉันล่ะอยากรู้จริงจริ๊ง....ว่าใครแอบถ่ายรูปแรมไปให้นายเมิน ใจคออกุศลเสียจริงเชียว”
“ผมคิดว่า..ผมรู้ครับคุณแม่”
น้ำเสียงแม้นเทพมั่นใจมาก สีหน้าไม่พอใจและจะไปเอาเรื่องแน่
ชุติมาเดินหงุดหงิดงุ่นง่าน ไม่มีความสุขตลอดเวลา
“เฮ้อ! นังแรมก็ออกจากบ้านไปแล้ว เมื่อไหร่จะถึงคิวพี่เพ็ญซักที”
แม้นเทพเดินมาทางด้านหลังได้ยินเต็มหู “อย่างที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด”
ชุติมาสะดุ้งหันมาตกใจ “พี่ต้อม”
แม้นเทพเสียงแข็ง “แม้นเทพ”
ชุติมาคอแข็ง “ทำไม? คุณคิดอะไร?”
“คิดว่าเธอเป็นคนขี้อิจฉา วันๆ ในหัวไม่คิดอะไร คิดแต่ทำร้ายคนอื่น”
ชุติมาเยาะ กัดเจ็บ “ตุ๊ดหรือเปล่าเนี่ย ถึงมายืนด่าผู้หญิงแบบนี้?”
“อ้อ! ถ้าเป็นผู้ชาย เค้าไม่ด่าใช่มั้ย? ดี! มานี่”
แม้นเทพโมโหจัด ลากแขนชุติมาอย่างแรง ชุติมาร้องลั่น ขัดขืน แต่สู้แรงไม่ไหว
“ว้าย!จะทำอะไรฉัน ไอ้บ้า !!ปล่อยๆๆ”

แม้นเทพเหวี่ยงชุติมาลงในสระว่ายน้ำสุดแรง ชุติมาสำลักน้ำพรวด แม้น
เทพยืนหน้าบึ้ง ชุติมาชี้หน้าด่า
“ผู้หญิงกับผู้หญิงมีเรื่องกันไม่เท่าไหร่หรอก แต่ผู้ชายมาหาเรื่องผู้หญิง ไปหากระโปรงมานุ่งไป ไอ้หน้าตัวเมีย”
แม้นเทพได้ฟังยิ่งโกรธ กระโดดลงสระจับคอชุติมากดลงน้ำ จนชุติมาสำลักอีก
“ไอ้บ้า ไอ้ทุเรศ ไอ้...” ชุติมาจะโผล่พรวดขึ้นมา
แม้นเทพจับกดน้ำอีก “ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นลูกผู้ชายกับคนที่สกปรกทั้งกายทั้งใจอย่างเธอ”
ชุติมาสู้ ขืนตัวโผล่ขึ้นมาหายใจได้โกรธจัด “ไอ้แม้นเทพ”
“เธอด่าฉัน ฉันอดฉันทนได้แต่ถ้าเธอทำร้ายแรม เธอจะโดนหนักกว่านี้ชุติมา
แม้นเทพว่ายน้ำจะขึ้นจากสระน้ำ ชุติมาปรี๊ด ตามมาข้างหลังกระโดดเกาะหลัง จับ
ศีรษะแม้นเทพกดน้ำลงไป จับแน่นกดสุดแรง
“อย่าคิดว่าเป็นผู้ชายแล้วฉันจะกลัว จ้างให้ ฉันก็ไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกฉันได้” ด่าเย้ยยั่ว “ไอ้พี่ต้อม”
แม้นเทพพยายามสะบัดออก ชุติมารัดคอแน่น สองคนสู้กันอยู่ในน้ำ แป้นวิ่งออกมา วิ่งกลับเข้าไปในบ้าน

เสียงร้องเอะอะโวยวายดังลั่น ได้ยินมาถึงในบ้าน
“ใครโวยวายอะไร?” เมินถาม
“นั่นน่ะสิคะ..โหวกเหวกโวยวายน่ารำคาญ” จันทราว่า
แป้นวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงาน “คุณท่านขา..คุณต้อมกับคุณชุติมา”
เมิน กับจันทรา เดินออกมา มีแป้นตามติด เห็นแม้นเทพกับชุติมายังผลักกันไปมา แต่ครั้งนี้ชุติมาเป็นฝ่ายได้เปรียบจับคอแม้นเทพกดลงน้ำ เมินตวาด
“หยุด!!ฉันบอกให้หยุด”
ชุติมากับแม้นเทพชะงัก ชุติมารีบดึงคอเสื้อให้หล่นลงไหล่ แล้วร้องโวยวาย
“ช่วยด้วยๆ คุณต้อมปล้ำชุ”
แม้นเทพตกใจ ขณะที่เมินมองอย่างดูถูก ชุติมาว่ายน้ำขึ้นไปนั่งแทบเท้าเมินรีบบอก
“คุณต้อมปล้ำชุคะ”
แม้นเทพสวนคำออกมา “เปล่านะครับคุณอา”
เมินเสียงเข้มเหมือนจะดุ “หยุด! ไม่ต้องพูดอะไรนายต้อม ฉันเห็นกับตา”
แม้นเทพหน้าเสีย จันทรา กับชุติมาแอบยิ้มพอใจ แต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อเมินตวาด
“ชุติมา เธอทำอย่างนั้นได้ยังไง?”
ชุติมาหน้าเสีย เถียงตาใส “ชุทำอะไรคะ ก็เห็นกันอยู่ ว่าคุณต้อมลวนลามเมิน”
“จะให้ฉันพูดอีกเหรอ? ก็ได้ ถ้าเธออายไม่เป็น”
จันทรางงปนตกใจ “อะไรคะคุณเมิน??
“ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าชุติมากระชากเสื้อตัวเอง” เมินบอก
ชุติมากับจันทราหน้าแตกยับ แป้นแอบยิ้มสมน้ำหน้า
“ที่นี่ไม่ใช่โรงละคร เธอจะได้ทำตัวเป็นดาวยั่ว ทำอะไรคิดถึงหน้าพ่อแม่ซะบ้าง”
เมินฉุนขาด เดินเข้าบ้านอย่างโมโห จันทราหน้าเสีย ชุติมาเองก็หน้าซีด แม้นเทพยิ้ม
“ถ้าเธอเป็นคนเขียนบท เธอก็เขียนบทได้ห่วยแตกมาก เพราะบทที่เธอเขียน เค้าใช้กันมาเยอะแล้วชุติมา”
แม้นเทพขึ้นจากสระน้ำมองหน้าจันทราแล้วยิ้มหยัน จันทรามองชุติมาสลับกับแม้นเทพโกรธ
จันทราผลักชุติมาเข้าห้อง โกรธจัด แล้วเหวี่ยงปิดประตูดังปัง แป้นวิ่งตามมาแอบฟัง ได้ยินเสียงแว่วๆ ทุกอย่าง
“งามหน้าจริงๆ เลยแก ทำอะไรโง่ๆ”
“ใช่ซี้!!ชุมันโง่ ขนาดอยู่กับแม่ทนโท่ ไม่รู้นานเท่าไหร่ ยังไม่รู้ว่าเป็นแม่” ชุติมาเถียงกลับ
“นังชุ” จันทราตบผลัวะ “แกจะมารื้อฟื้นอีกทำไม”
ชุติมาทั้งโกรธทั้งน้อยใจ เสียใจระคนกัน “ไม่ได้รื้อฟื้น แค่อยากจะตอกย้ำตัวเองให้รู้ ว่าชุทำอะไรก็ไม่เคยดี ไม่เหมือนเพ็ญประกายที่แม่อุปโลกน์ให้เป็นมาหยารัศมี ยังคิดว่าคนอื่นเค้าจะเชื่อ ฉลาดนักล่ะ!”
แป้นฟังอยู่ด้านนอก ตาวาว รีบปิดปาก ขณะที่จันทราตบหน้าชุติมา อย่างแรง
“นังชุ! อย่ามาคิดต่อปากต่อคำกับฉันเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นแกได้กระเด็นออกนอกบ้านเหมือนนังแรมแน่”
พูดจบจันทรากระแทกส้นเท้าเดินออกไปทันที แป้นได้ยินเสียงฝีเท้ารีบชิ่งวิ่งหนีก่อน
ทันทีที่ประตูปิดลง ชุติมาก็พูดพร่ำด้วยน้ำเสียงขมขื่น
“หนูเชื่อว่าแม่ทำได้ ถ้าไม่แอบฟังวันนั้น วันนี้แม่ก็ไม่ยอมรับว่าเป็นลูก แล้วนับประสาอะไร ที่จะเขี่ยหนูออกจากชีวิต หนูเกลียดแม่”
ชุติมาปาดน้ำตาทิ้ง สีหน้าขมขื่นปวดร้าว ดวงตากร้าว!!
ดวงจันทร์บนฟ้าทอแสงหม่นหมอง เพ็ญประกายออกมาเดินเล่นที่สนาม น้ำตาซึมเสียใจเรื่องธิติรัตน์ พึมพำกับตัวเอง
“คุณชายทำเหมือนเพ็ญไม่มีค่าอะไรเลย”
ชุติมาเดินเข้ามา มองอย่างเกลียดชัง เย้ยออกมาทันควัน
“ก็เพราะเธอไม่ใช่มาหยารัศมีตัวจริงน่ะสิ”
เพ็ญประกายหันขวับไปมอง “พี่ชุ”
“นี่! เลิกแอ๊บซักทีได้มั้ย? ฉันรำคาญ” ชุติมาพูดแทบเป็นตวาด
เพ็ญประกายงง อยู่ดีๆ ถูกด่า ถามหน้าจ๋อย “ทำไม..ทำไมพี่ชุ ว่าเพ็ญแบบนี้ล่ะคะ? เพ็ญแอ๊บยังไง?”
ชุติมาหมั่นไส้มาก อยากจะเข้าไปขย้ำ แต่ยังเกรงใจจันทราอยู่ “ก็อย่างที่เธอทำนี่แหละ เค้าเรียกว่าแอ๊บ ฮึ้ยย!ทำเป็นบีบน้ำตา แต่ใจจริงน่ะ อยากแล่นไปหาเค้าถึงที่ล่ะสิ” ชุติมาตรงเข้าผลัก “ไปเล้ย ไปเลยเพ็ญประกาย ถ้าคิดว่ากระซิกๆ แบบนี้” เย้ยแกมหยัน “แล้วคุณชายจะเห็นใจน่ะ”
เห็นเพ็ญประกายร้องไห้ ชุติมามองยิ่งหมั่นไส้ เย้ยอีก
“โกหกก็แล้ว มารยาหญิงก็แล้ว แต่คุณชายก็ยังไม่สนใจ น่าสมเพช จำไว้! เธอไม่ใช่มาหยารัศมีตัวจริงเพ็ญประกาย! เธอไม่ใช่มาหยารัศมีตัวจริง” ชุติมาเดินออกไป
เพ็ญประกายร้องไห้อย่างเสียใจ เดือนแรมยืนถือดอกไม้จะไปไหว้ศาลอีกมุม ได้ยิน ดวงตาของเดือนแรมเต็มไปด้วยคำถาม งุนงง
เดือนแรมเอาดอกไม้ ธูปเทียนไปไหว้ศาลพระภูมิในบ้าน ยังนึกสงสัยไม่วาย
“หมายความว่ายังไง? พี่เพ็ญไม่ใช่มาหยารัศมีตัวจริง...แล้วมาหยารัศมีตัวจริงคือใคร?”
เดือนแรมพึมพำ
เมินเดินกระวนกระวายกวาดสายตามองไปที่ประตูบ้านพึมพำ
“ป่านนี้เธอจะเป็นยังไงเดือนแรม? ก็น่าจะรู้ว่าตอนนั้นฉันโมโห จะไปทำไมจริงๆ”
เดือนแรมเดินกลับบ้านมา พอเห็นพ่อก็ชะงัก ค่อยๆ ย่องไม่ให้เห็น กลัวจะถูกไล่ออกอีก
เมินหันมาเห็นพอดี ทั้งดีใจ ทั้งโมโห “เดือนแรม”
เดือนแรมสะดุ้งสุดตัว ผวากลัว รีบนั่งลงยกมือไหว้ อธิบาย “คุณพ่อ อย่าไล่แรมไปเลยนะคะแรมไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสีย...ผู้ชายคนนั้นเค้าชื่อคุณสรรชัยเค้าประสบอุบัติเหตุ แรมกับพี่ต้อมเลยช่วยเค้าเอาไว้ เค้าเลยมาขอบคุณแรมเท่านั้นเองค่ะ”
“ขอบคุณแบบถึงเนื้อถึงตัวน่ะเหรอ?” เมินเย้ยหยัน
“คุณพ่อไม่เชื่อแรม”
“ผู้หญิงยังไงก็ต้องรู้จักเล่ห์เหลี่ยมผู้ชาย นอกซะจากว่า เธอพร้อมเสนอให้เค้า เหมือนแม่เธอ”
เดือนแรมเจ็บช้ำ นั่งน้ำตาคลอ เมินมอง ทั้งโกรธ ทั้งสงสาร
“ไม่ต้องมาบีบน้ำตา” ควักเงินส่งให้ “เอ้า! นี่ค่าเทอม เธอจะได้ไม่ต้องตะลอนๆ ไปไหนให้ฉันได้อับได้อาย”
เดือนแรมไม่รับเงิน เมินมองหมั่นไส้ ดุอีก
“ไม่เอา!! นี่เธอคงอยากให้คนด่าฉันอีกใช่มั้ย?ว่าเป็นพ่อไม่ได้เรื่อง
เดือนแรมรับเงินมา แล้วยกมือไหว้ “ขอบพระคุณค่ะ”
เมินเดินไป โดยไม่รู้ว่าจันทราแอบมองอยู่ กำมือแน่น โกรธจัด
“บาทเดียวฉันก็ไม่ให้กระเด็นไปถึงแก นังแรม”

ขณะที่เดือนแรมจะเดินเข้าห้อง จันทราเดินตามมา ตะคอก “หยุด! นังเดือนแรม”
เดือนแรมพูดเสียงสุภาพนอบน้อม “คะคุณอา”
“เอาเงินคืนมา” จันทราแบมือออกมา
เดือนแรมแย้ง “คุณพ่อให้แรมแล้ว”
“ไหนว่าไม่อยากได้...ไม่อยากได้ก็เอามานี่” จะคว้าเงินไป
เดือนแรมหลบหลีก ไม่ยอมให้ “ไม่”
จันทราเดือดดาล “ถ้าจะหยิ่ง แกต้องหยิ่งให้ถึงที่สุด อย่ามาทำมารยาเหมือนแม่แก พวกปากอย่างใจอย่าง เอาคืนมาเดี๋ยวนี้” ตรงเข้ามาดึงเงินจากมือเดือนแรม
เดือนแรมไม่ยอม “อย่าค่ะคุณอา ของแรม”
“ของฉัน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ของคุณเมินเป็นของฉัน เอามานี่เดี๋ยวนี้”
“ไม่ค่ะ”
“ฉันบอกให้เอามานี่” จันทราผลักเดือนแรมสุดแรง จนล้มลงและแย่งเงินไปได้
“ถ้าเงินแค่นี้ คุณอาอยากได้นักก็เอาไป”
“ฉันไม่ได้อยากได้...แต่ฉันไม่ต้องการให้เงินของคุณเมินไปอยู่กับแกแม้แต่บาทเดียว นังแรม!”
จันซากระแทกเสียงใส่ แล้วเดินหนีไป เดือนแรมนั่งร้องไห้เสียใจหนัก

เดือนแรมเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างเดียวดาย เคว้งคว้าง น้ำตาไหลอาบสองแก้ม เดินตรงไปยังรูปภาพของพ่อที่วางไว้บนโต๊ะหนังสือ
“ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แรมก็จะอดทน อดทนจนกว่าคุณพ่อจะรักแรม”
เดือนแรมหยิบจดหมายและการ์ดที่ธิติรัตน์ให้ออกมาจากหลังกรอบรูป มองหน้าเศร้า
“เวลาที่แรมทุกข์ใจ แรมเคยมีคุณชาย” เหมือนจะนึกได้ “แต่ตอนนี้แรมไม่มีใครใช่มั้ยคะ...เพราะคุณชายคือคู่หมั้นของพี่เพ็ญ....คุณชายคือคู่หมั้นของพี่เพ็ญ”
เดือนแรมย้ำบอกกับใจตัวเอง

ธิติรัตน์เดินหงุดหงิดไปมาที่สนามหน้าบ้าน
“ต่อไปฉันจะไม่มีวันญาติดีกับเธออีกแล้วเดือนแรม”
หม่อมรัตนาเดินเข้ามาทางด้านหลัง “คิดอะไรอยู่หรือลูก?”
“เปล่าครับ”
“มีอะไรบอกแม่ได้หรือเปล่า? แม่เห็นชายหงุดหงิด มาตั้งหลายวันแล้ว”
ธิติรัตน์นิ่งกลบเกลื่อน “เปล่าครับ”
หม่อมรัตนายิ้มรู้ทันลูกชาย “แต่แม่ว่ามีน้า.... แล้วแม่ก็อยากรู้จริงๆว่าใครน้อทำให้ชายหงุดหงิดได้ตลอดเวลาขนาดนี้”
ธิติรัตน์โพล่งออกมา “ก็เดือนแรมน่ะสิครับ ชอบขัดใจผม ทำให้ผมหงุดหงิดอยู่เรื่อย”
หม่อมรัตนาเลิกคิ้ว ตามองลูกชายอมยิ้มประหลาดใจ แกล้งถาม
“อืมห์! น่าสงสารหนูแรมจริงๆ”
ธิติรัตน์งง “สงสารทำไมครับ”
หม่อมรัตนายิ้ม “ก็จากอาการของชาย แค่หนูแรมหายใจ แม่ก็ว่าผิดแล้วล่ะ”
“คุณแม่ก็..ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ” ธิติรัตน์แย้ง
“นี่..ชาย..แม่จะบอกอะไร??คนที่ทำให้เราหงุดหงิดใจได้ตลอดเวลา แม้จะหายใจก็ผิด แสดงว่าเราแคร์เค้ามากกว่าใคร แม่ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ชายไม่ควรแต่งงานกับมาหยารัศมี”

ธิติรัตน์พูดไม่ออก เดินครุ่นคิด ถึงคำพูดของหม่อมแม่ อยู่ที่มุมหนึ่งในวังศิลาลาย
“ชาย..แม่จะบอกอะไร? คนที่ทำให้เราหงุดหงิดใจได้ตลอดเวลา แม้จะหายใจก็ผิด แสดงว่าเราแคร์เค้ามากกว่าใคร แม่ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ชายไม่ควรแต่งงานกับมาหยารัศมี”
ธิติรัตน์ดึงตัวเองออกจากความคิดนั้น
“ไม่! เราไม่ได้คิดอะไรกับเดือนแรมอย่างนั้น เราแค่สงสาร” ธิติรัตน์นิ่งเงียบ ไปนิดหนึ่ง คิดตรึกตรอง “แล้วถ้าสงสาร เราจะไปหงุดหงิดใส่แรมทำไม?”
ธิติรัตน์พึมพำ ได้แต่นึกสงสัยใจตัวเอง

ส่วนเดือนแรมนั่งทานข้าวอยู่กับเจ๊กอไก่ ที่ร้านอาหารข้างทาง หน้าตาเดือนแรมยังหมองเศร้า จนเจ๊กอไก่ต้องออกโรงปลอบ
“น่าแรม ยิ้มหน่อย ทำหน้าตาอย่างนี้ใครเค้าจะจ้างไปทำงาน?”
“ก็แรมกลุ้มใจนี่คะเจ๊...ยังไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมเลย แล้วนี่ก็ใกล้ถึงวันเกิดคุณพ่อแล้ว แรมก็ยังไม่มีเงินซื้อของขวัญวันเกิดให้ท่านเลย”
“แรมเอ๊ย! เงินค่าเรียนยังไม่มี ยังคิดถึงของขวัญวันเกิดให้พ่อ...ถ้าพี่เป็นพ่อแรม...พี่ใจดำกับแรมไม่ได้หรอก”
เดือนแรมแก้ตัวให้พ่อ “คุณพ่อไม่ได้ใจดำกับแรมถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ...แต่คุณพ่อมีความจำเป็น”
เจ๊กอไก่ทำหน้าเบื่อมาก ใส่แบบจัดหนัก “แรมจะรักพ่อ เข้าข้างพ่อไปถึงไหน นี่! เจ๊จะบอกอะไรให้ ถ้าพ่อแรมเค้ารักแรมบ้าง เค้าไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำอะไรแรมได้ขนาดนี้หรอก ไม่ใช่ครั้งเดียวแต่ครั้งแล้วครั้งเล่าซ้ำยังทำเป็นหูหนวก ตาบอดอีกด้วย”
“เจ๊...อย่าว่าพ่อแรม” เดือนแรมเคืองนิดๆ
“ขอโทษนะ....พี่ไม่ได้อยากว่าพ่อของแรม แต่ถ้าใครมารู้มาเห็น เค้าก็ต้องว่าเหมือนพี่ทั้งนั้นแหละ ไม่เชื่อ! แรมก็ไปฟ้องพ่อดูสิ...ว่าถูกอาจันทราแย่งเอาเงินไป ดูสิ..พ่อแรมจะเชื่อใคร”
เท่านั้นเดือนแรมก็นั่งน้ำตาไหลพราก เสียงมือถือดังขัดจังหวะ เจ๊กอไก่กดรับสาย
“เหวย! กอไก่คร่า...” เจ๊กอไก่ดี๊ด๊า ฟังด้วยอาการดีใจมาก “ได้ค่ะได้...พรุ่งนี้กอไก่จะพาน้องแรมไปทันทีเลยค่ะ ขอบคุณคุณศรัณย์มาก รักนะคะ จุ๊บๆ” วางสายแล้วหามาพูดกับเดือนแรม “นี่!!หยุดร้องไห้ได้แล้ว เดี๋ยวตาก็ช้ำหมดหรอก พรุ่งนี้มีงาน”

เดือนแรมปาดน้ำตาทันที ยิ้มกว้างอย่างดีใจ

อ่านต่อตอนที่ 5
มาหยารัศมี ตอนที่ 2
มาหยารัศมี ตอนที่ 2
เหตุการณ์วันนั้นในอดีต หม่อมเจ้าธีรธำรงกับหม่อมรัตนาเดินออกมาด้วยกัน ที่ลานจอดรถของโรงแรม บริเวณนั้นค่อนข้างมืด หม่อมรัตนาแต่งตัวหรูหรา เครื่องประดับเต็ม สองคนจะเดินขึ้นรถ คนร้ายสองคนขับมอเตอร์ไซค์คน อีกคนซ้อนท้าย ทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด เหมือนรออยู่ก่อนแล้ว มองไปที่เครื่องประดับตามตัวหม่อมรัตนา ทันทีที่มีจังหวะ สองวายร้ายขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาทำท่าจะพุ่งชนหม่อมรัตนาเต็มแรง หม่อมเจ้าธีรธำรงร้องเสียงดัง “ระวัง” ธีรธำรงกระชากแขนหม่อมรัตนาเต็มแรง จนพ้นทางรถ หม่อมรัตนาล้มลง ธีรธำรงมองหม่อมรัตนาอย่างเป็นห่วง จังหวะนั้นเองที่คนร้ายจอดรถพุ่งเข้าหาสองสามีภรรยาอย่างรวดเร็วทำร้ายเพื่อหมายเอาเครื่องประดับราคาแพง
กำลังโหลดความคิดเห็น...