xs
xsm
sm
md
lg

ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 20 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


 ลิขิตฟ้าชะตาดิน  ตอนที่ 20 อวสาน 

ช่วงบ่ายๆ บนเกาะแห่งนั้น เกียรติบดินทร์ลืมตาตื่นขึ้นมา เพราะรู้สึกปวดแผล เขาครางออกมาเบาๆ พอกวาดตามองรอบๆ แล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าในอีกมุมหนึ่งฟ้ากระจ่างนอนหลับอย่างหมดสภาพอยู่ใกล้ๆ โดยมีเทเรซ่านั่งเอาหนังสือพิมพ์เก่าๆ คอยพัดให้ ด้วยสีหน้าแววตาอ่อนโยน

เกียรติบดินทร์เขม้นมองอย่างขัดเคืองใจนิดๆ
จู่ๆ เกียรติบดินทร์ร้องตะโกนออกมา “โอ๊ย”
เทเรซ่าสะดุ้ง หันมามอง
“โอ๊ย..โอยๆๆ...” เกียรติบดินทร์ร้องด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้น
เทเรซ่ารีบลุกมาดู “คุณดิน..เจ็บแผลเหรอคะ”
เกียรติบดินทร์สำออยใส่“ใช่สิ เจ็บมากๆ ด้วย”
“สงสัยมันจะอักเสบแล้วล่ะ แต่ไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยวสักพัก คนของบ้านคุณก็คงมารับ คุณก็จะได้ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลแล้ว ไม่น่าจะเกินคืนนี้”
เกียรติบดินทร์ยันตัวขึ้นมา พยายามจะลุกยืน แต่ทำไม่ได้ นิ่วหน้า ร้องเบาๆ
“อ๊อย”
“คุณดินจะลุกทำไมคะ เจ็บก็นอนสิ” เทเรซ่าเอ็ด
เกียรติบดินทร์ “มันจำเป็น”
“จำเป็นอะไร” เทเรซ่างง
“ปวด...” เกียรติบดินทร์อ้อมแอ้มออกมา
จากงงเทเรซ่าเปลี่ยนเป็นกังวล “แต่ที่นี่ไม่มียาแก้ปวดเลยค่ะ เทเรซ่าลองหาดูหมดแล้ว”
เกียรติบดินทร์ตัดสินใจบอกออกมา “ไม่ได้ปวดอย่างนั้น..คือ..ปวด..ปวดฉี่”
“อ้าว..แล้ว”
“ช่วยผมให้ลุกหน่อย” เกียรติบดินทร์พูดสวนออกมา
“ได้ค่ะ” เทเรซ่าเข้ามาช่วยประคองให้ลุก
เกียรติบดินทร์ลุกขึ้นมายืนจนสำเร็จ
“ห้องน้ำอยู่ข้างล่างด้วยสิคะ มันอยู่ข้างหลังเรือน คุณจะไปเองได้ไง”
“ก็..คงต้องมีคนช่วย..” เกียรติบดินทร์หันไป “ปลุกจ้างดีกว่า”
“ฮ้า..อย่าปลุกคุณจ้างเลยค่ะ” เทเรซ่าว่า
เกียรติบดินทร์งง “อ้าว..แล้ว…”
เทเรซ่าตัดสินใจ “เทเรซ่าจะพาคุณไปเอง”
เกียรติบดินทร์ “จะดีเหรอ”
เทเรซ่าทำหน้าตาขวางๆ ใส่


เวลาต่อมาเทเรซ่ายอมให้เกียรติบดินทร์กอดคอ เดินเขยกๆ มาถึงหน้าห้องน้ำ ก่อนจะส่งเข้าไป
“ชั้นรออยู่ตรงนี้นะ”
“แต๊งกิ้ว..ขอบคุณ” เกียรติบดินทร์เกาะประตูแล้วเดินเขยกๆ เข้าไป พร้อมกับดึงประตูปิด
ระหว่างยืนรออยู่ข้างหน้า เทเรซ่าเดินไปเดินมา ใช้ความคิดอย่างหนัก
สักพักมีเสียงดังจากประตูห้องน้ำเอี๊ยดๆ ออกมา โดยมีเกียรติบดินทร์เขยกๆ ออกมา เทเรซ่าเข้าไปรับ
“โอเคแล้วใช่ไหมคะ”
“ใช่..แต่ผม..เหมือนจะเป็นลม”
“อ้าว” เทเรซ่าอึ้ง
เกียรติบดินทร์เอ่ยขึ้นท่าทีโรยแรง “ขอ..ผมนั่ง..สักพัก”
“ค่ะๆๆ” เทเรซ่า มองหา เห็นม้านั่งที่ดูดีแถวนั้น “มาตรงนี้ดีกว่า..นะคะ” พาเกียรติบดินทร์ไปนั่ง
เทเรซ่าคอยดูแลให้เกียรติบดินทร์นั่งลงอย่างดี
เกียรติบดินทร์เอนตัวพิงพนักของม้านั่ง หลับตา ปั๊มลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เทเรซ่ามองอย่างกังวล
“เดี๋ยวไปเอาน้ำมาให้นะคะ” เทเรซ่าวิ่งขึ้นเรือนพักไปอย่างเร็ว
เกียรติบดินทร์ลืมตา มองตาม หายใจลึกๆ ต่อไป สักพัก เทเรซ่าถือถ้วยสังกะสีเคลือบใส่น้ำลงมา
“คุณดิน..ดื่มน้ำค่ะ”
เกียรติบดินทร์รับไป ดมๆ แล้วดื่มชิมๆนิดนึง แล้วพอใจ ยกดื่มจนหมด “ชื่นใจดี”
เทเรซ่ามองจ้อง แววตาอ่อนลงก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
“ที่จริง..คุณกับคุณจ้าง..เป็นพี่น้องที่รักกันมากเลยนะคะ”
“อะไรนะ”
“คุณเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องคุณจ้าง...เทเรซ่าไม่เคยเห็นพี่น้องที่ไหนที่เสียสละให้กันเท่าพวกคุณ”
ได้ฟังที่เทเรซ่าพูดแล้วเกียรติบดินทร์ถึงกับอึ้งไป
“ผมเสียใจ..ที่ผมไปลักพาตัวคุณมาเป็นตัวประกัน ถ้าผมทำอะไรให้คุณเจ็บตรงไหน ผมขอโทษด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ เทเรซ่าดีใจ..ที่ทำให้คุณจ้างรอดมาได้” เทเรซ่ายิ้มปลื้ม
“ผมคาดไม่ถึงนะ ว่าคุณจะรักพี่จ้างมาก..จนยอมทำให้แดดดี้ตัวเองต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้”
“สงสารแดดดี้.. แดดดี้โกรธคุณจ้างเพราะคุณจ้างทำให้เทเรซ่าเสียใจ แล้วเวลานี้ เทเรซ่ากลับทำให้แดดดี้เสียใจเสียเอง..”
เทเรซ่าหน้าเศร้าลง รู้สึกสะท้อนใจจนน้ำตาไหลออกมา เกียรติบดินทร์มองดูด้วยความสงสาร


เวลาเดียวกันที่บริเวณท่าเรือ ฝั่งแผ่นดินใหญ่ บรรดาพวกผู้ชายกำลังปีนขึ้นเรือกัน บุรียืนเด่นบนเรือลำนั้น ดวงยิหวาแต่งตัวรัดกุมเหมือนผู้ชาย กระโดดตามขึ้นมา บุรีเข้ามาขวาง
“ดวง..ชั้นว่าเธออย่าไปดีกว่า”
“ทำไมล่ะคะ”
“นี่มันเรื่องของพวกผู้ชายเค้า มันเสี่ยงมากนะ”
“ดวงไม่เป็นไรค่ะ ดวงอยากไป” ดวงยิหวามองแบบเอาจริง
“ถ้าเธอเป็นไรไป ชั้นไม่อยากให้พ่อเธอเสียใจ”
“ดวงจะระวังตัวค่ะ”
บุรีรู้สึกหนักใจ “โอเค ถ้าเธอจะไปให้ได้..ก็ตามใจ” แล้วบุรีก็ถอยออกจากการยืนขวางทาง ดวงยิหวาก้าวเข้าไป พวกผู้ชายมองตาม
ชายคนหนึ่งเข้ามากระซิบถามบุรี “แล้วไงล่ะครับ..นาย
บุรีมองตามดวงยิหวาไป ทำหน้าตัดสินใจพลางกระซิบตอบ
“ชั้นพยายามแล้วนะ..ที่จะไม่ให้มันไปรับเคราะห์กะไอ้พวกนั้นด้วย..แต่ตัวมันเอง..ที่แส่จะไปเอง..ก็คงยอมให้มันไปตายด้วยอีกคน”
บุรีถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจ

เวลาเดียวกันฟ้ากระจ่างลืมตาตื่นขึ้นมา ลุกนั่ง ขยี้ตาในอาการงัวเงีย
สักพักฟ้ากระจ่างมองไปทางหนึ่ง เห็นเทเรซ่านั่งหลับอยู่ ครั้นมองไปอีกทาง เห็นเกียรติบดินทร์นอนตัวขดงอ มีผ้าห่มคลุม ฟ้ากระจ่างลุกขึ้น เดินไปคุกเข่าดูอาการเกียรติบดินทร์
เกียรติบดินทร์ดูซีดมาก นอนขดๆ ดูสั่นๆ จ้างลองเอามือแตะ แล้วสะดุ้ง เกียรติบดินทร์ก็สะดุ้ง ลืมตา เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบโหย
“มีอะไร..ใครตามมาหรือเปล่า” เกียรติบดินทร์ควักปืนออกมาจากใต้หมอน
“เปล่าครับ..แต่..คุณดินเป็นไข้..ตัวร้อนมาก”
“จะมีคนมารับเราไหม”
“มีสิครับ....นายหัวคงรีบส่งคนมา..อีกเดี๋ยวคงถึง ไม่มีใครปล่อยให้คุณดินเป็นอันตรายหรอกครับ
เกียรติบดินทร์”
เกียรติบดินทร์ยันตัวขึ้นมานั่ง มองหน้าพี่ชายเอ่ยขึ้น “นายก็เป็นทายาทนายหัวคนโต”
ฟ้ากระจ่างนิ่งไป แล้วยิ้มหยันๆออกมา “คุณดินก็ทราบ..ว่ามันคือเรื่องตลก”
เกียรติบดินทร์ย้ำคำพูด “ยังไงๆ..นายคือลูกชายคนโต..ของแม่”
สีหน้าฟ้าจ่างหมองลงไป “จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ทำไมจะไม่จริง..แม่รักนายแค่ไหน”
“คุณดินเข้าใจผิดแล้ว”
“ตั้งแต่ชั้นจำความได้..ชั้นก็รู้แล้วว่าแม่ไม่รักชั้น..แม่ทิ้งชั้นไปหาใครก็ไม่รู้..ตลอดๆ..ที่แท้..แม่ไปหานาย…”
ฟ้ากระจ่างอึ้งไป
“ถ้าเทียบกับคุณดินแล้ว..ผมคือคนที่เขาเลี้ยงมา..เพื่อ..เอามาใช้ประโยชน์แค่นั้นเอง”
“นายไม่ควรสงสัยในตัวแม่..แม่รักนายที่สุด รักมากกว่าชั้นหลายเท่า” เกียรติบดินทร์ย้ำชัด
ฟ้ากระจ่างลืมตัว พูดขึ้นเสียงดัง
“คุณดิน..ผมมันไม่มีความหมายอะไรหรอก ผมรู้ทุกอย่าง ผมยินดีที่จะตอบแทนบุญคุณของทุกคน ผมจะทำหน้าที่ให้คุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับ ผมจะปกป้องคุณ ไม่ยอมให้คุณเป็นอะไร”
เกียรติบดินทร์แค่นหัวเราะ “ฮ่ะๆๆ ใครปกป้องใคร..ใครช่วยใคร..ฉันตังหาก ที่ซวย มาช่วยนายจนต้องมานอนเดี้ยงอยู่ตรงนี้ไง”
“แล้วคุณทำทำไม” ฟ้ากระจ่างถาม
เกียรติบดินทร์เอ่ยน้ำเสียงทั้งเยาะทั้งหยามหยัน
“อย่านึกว่าชั้นมาเพราะความสำคัญของนายนะเว้ย..ชั้นมาเพราะชั้นต้องการให้ทุกคนเข้าใจ ว่าชั้นไม่ใช่ไอ้คุณหนู..ไอ้อ่อน..งี่เง่า..ที่ทุกคนต้องมาถนอมเป็นไข่ในหิน..แต่ชั้นตะหาก ที่เจ๋งกว่านาย..ชั้นไม่ต้องการให้พ่อใช้นายมาเป็นสายล่อฟ้าแทนชั้น มันไม่ถูกต้อง..โอย...”
เกียรติบดินทร์พูดจนหมดแรง ฟุบลงไป
“คุณดิน” ฟ้ากระจ่างตกใจ
เกียรติบดินทร์ขดตัวเอ่ยขึ้นอย่างหมดสภาพ “ช่วยด้วย..ชั้น..ปวด..ปวดแผล”
เทเรซ่าได้ยินเสียงรู้สึกตัวตื่น ลุกมาดู “คุณดินเป็นอะไร”
“คุณดินไข้ขึ้น..สูงมาก” ฟ้ากระจ่างบอก
เกียรติบดินทร์ปากคอสั่น “ชั้นหนาว..หนาว..
ฟ้ากระจ่างกับเทเรซ่ามองหน้ากัน แล้วช่วยกันหาผ้าทั้งหมดที่มีมาคลุมห่มตัวให้เกียรติบดินทร์

เรือของบุรีมาจอดเทียบริมหาด บริเวณที่เรือประมงที่พวกจ้างขโมยมาจอดเกยตื้นอยู่
ดวงยิหวารีบแซงทุกคนอย่างร้อนรนใจ กระโดดลงมาก่อน ส่วนพวกชายฉกรรจ์ทยอยกันลงตามมา
ดวงยิหวากวาดตามองหา โดยไม่รอใคร จังหวะหนึ่งหันไปเห็นรอยเท้าบนทรายของพวกฟ้ากระจ่าง ที่ปรากฏเป็นทางตรงไปอย่างชัดเจน
ด้วยความหวังดวงยิหวารีบก้าวตามทางนั้นไป บุรีทำหน้าสมใจ ยืนรอแล้วลงจากเรือยิ้มเนื้อเต้น ในสีหน้าดีใจฉายแววเหี้ยมโหดออกมาบางๆ

ดวงยิหวาเดินมาตามทาง กวาดสายตามองหา มองซ้าย ขวา เห็นป้ายบ้านพักเจ้าหน้าที่อุทยานโผล่มาตรงหน้า ดวงยิหวาดีใจมาก รีบก้าวต่อไป จนเห็นเรือนพักโผล่มา จึงตะโกนเรียกสุดเสียง
“คุณจ้าง..คุณจ้าง” ดวงยิหวาดีใจ วิ่งตรงเข้าไปที่เรือนไม้ที่เห็นเบื้องหน้า

จังหวะเดียวกันนั้นฟ้ากระจ่าง และเทเรซ่า กำลังป้อนน้ำให้เกียรติบดินทร์ ได้ยินเสียงคนเรียก ฟ้ากระจ่างชะงัก รู้สึกคุ้นหู หันไปทางเสียงแล้วรีบลุกขึ้นยืน
ดวงยิหวาเห็นฟ้ากระจ่างอยู่บนเรือนไม้ หญิงสาวดีใจสุดขีด
“ดวง” ฟ้ากระจ่างไม่คิดว่าจะเจอหญิงคนรัก
“พี่จ้าง” ดวงยิหวาร้องออกมาอย่าตื้นตันใจ
ฟ้ากระจ่างวิ่งลงมา ในขณะที่ดวงยิหวาวิ่งขึ้นไปหา ทั้งสองพบกันตรงชานเรือน ต่างผวาสวมกอดกันแน่นอย่างดีใจ
เทเรซ่าที่กำลังประคองและป้อนน้ำให้เกียรติบดินทร์ หน้าซีดสนิท ขณะมองภาพตรงหน้า เกียรติบดินทร์เองก็อึ้งมองภาพทั้งคู่กอดกันในอาการเงียบงัน
จังหวะนั้นบุรีและพวกโผล่ออกจากหมู่ไม้ รีบพากันมา ฟ้ากระจ่างหันไปเห็น ค่อยๆ ละตัวออกจากดวงยิหวา ในขณะที่ดวงยิหวาเองเริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆ ถอยห่างแล้วหันไปมอง บุรียิ้มกว้างเข้ามาอย่างใจดี
“จ้าง..เป็นไงบ้าง ปลอดภัยดีไหม”
ฟ้ากระจ่างไหว้ “คุณบุรี”
“อาบุรี..คนที่มารับพวกเรา..คืออาบุรีเหรอ”
แววตาของเกียรติบดินทร์ไม่ค่อยวางใจนัก

เวลาต่อมาในขณะที่บุรี ยืนกอดอกที่หัวเรือซึ่งกำลังแหวกน้ำไปข้างหน้า ด้วยความเร็วพอควร
พวกสมุนมองหันไปมา ประมาณเอายังๆ คนที่ท่าทางเป็นหัวหน้าเดินมาหาบุรี กระซิบ
“เรามาไกลพอแล้วครับ”
“ได้..จัดการเลย”
บุรีสั่งเสร็จก็เดินนำเข้ามาในเรือ พวกสมุนตามกันมา
ในเรือเวลานั้น เกียรติบดินทร์นอนหลับตาขดตัว ห่มผ้าหลายชั้น ฟ้ากระจ่างยืนดูอยู่ ดวงยิหวา กับเทเรซ่าต่างนั่งกอดอกอยู่คนละมุม เงียบๆ
เมื่อบุรีและพวกฮือเข้ามา ฟ้ากระจ่าง และ 2 สาวหันไปดู
“มีอะไรครับ..คุณบุรี”
“จ้าง..ขอโทษด้วยนะ” บุรีควักปืนออกมา จี้ไปตรงหน้า
ทุกคนตกใจ บรรดาสมุนควักปืนจ่อเทเรซ่า อีกคนจ่อที่ดวงยิหวา
“คุณบุรี..ทำไม” ดวงยิหวางง คาดไม่ถึง
บุรีร้องสั่งลูกน้อง “เอ้า เฮ้ย..เร็วเข้า จัดการให้เรียบร้อยสะอาดหมดจดด้วย”
-สมุน 2 คน เข้าจับตัวฟ้ากระจ่าง มัดมือไพล่หลังอย่างเร็ว จังหวะนั้นเกียรติบดินทร์หันมา ขยับมือ แล้วยื่นปืน เล็งออกมาที่บุรี ทุกคนตกใจ
“โอ้วว..น้องดิน ไม่เอา..อย่าดื้อกะคุณอาสิครับ”
บุรีเตะตวัดเสียงฟั่บ เข้าที่มือเกียรติบดินทร์ จนปืนของกระเด็นไป
สมุนอีก 2 คน เข้าไปช่วยกันรวบตัว กดเกียรติบดินทร์ไว้ และมัดมือไพล่หลังเช่นกัน
เกียรติบดินทร์สบถออกมาอย่างคั่งแค้น “อาบุรี ไอ้บุรี มึงมันเลว”
“เพิ่งรู้หรือน้องดิน..” บุรียิ้มออกมาอย่างสาแก่ใจ “อาเสียใจด้วยนะ”
ฟ้ากระจ่างถูกมัดเสร็จ โดนผลักตัวลงไปนอนกับพื้นเรือดิ้นไปมา พวกสมุนเข้ามา เข้ามามัดดวงยิหวา
“คุณบุรี..คุณตัดสินใจผิดแล้วนะคะ..คุณทำผิดแล้ว” ดวงยิหวาตกใจ
“ไม่หรอกดวง..ดวงตะหาก ที่ตัดสินใจผิด ชั้นบอกแล้วไง ว่าอย่ามาๆๆๆ แต่ดวงไม่เชื่อชั้นนี่นา”
“คุณทำแบบนี้ไม่ได้ คุณไม่มีทางรอด” เทเรซ่าพูดด้วยสีหน้าแค้นจัด
“แดดดี้เธอตังหากที่ไม่มีทารอด..เขาจะเป็นตัวฆาตกรโหด..ที่ฆ่าพวกเธอทุกคน” บุรีพูดออกมาอย่างสะใจ
“พระเจ้าจะลงโทษคุณ” เทเรซ่าแค้นใจยิ่งนัก
บุรีเยาะ “สวดให้พระเจ้ามาช่วยเธอดีกว่ามั้ย..เทเรซ่า”
จังหวะนั้น ที่ด้านหลังเรือ พวกสมุนพา 4 คน ที่โดนมัดมือ มัดเท้า เข้ามา บุรีให้สัญญาณ บรรดาพวกสมุนโยนร่างฟ้ากระจ่างลงก่อน แล้วโยนเกียรติบดินทร์ เทเรซ่า และดวงยิหวาลงสู่ทะเลทีละคน

ไม่นานหลังจากนั้นสีหน้าบัญชาเวลานั้นช็อกสุดขีด ถามย้ำออกมา
“ไปไม่ทัน..แปลว่าอะไร..บุรี..อะไร..คือ..ไปไม่ทัน”
บุรีบีบน้ำตาไหลพรากๆ “ผมไปถึง..ก็ไม่เจอใครแล้ว..มีแต่ร่องรอยการต่อสู้..กับรอยเลือดเต็มไปหมด..แล้วผม..พบไอ้นี่” ว่าพลางวางปืนลง “มันคือปืนน้องดิน..ที่ผมซื้อให้เมื่อไม่นานนี้เองครับ..มันผ่านการยิง..จนเหลือกระสุนแค่ลูกสุดท้ายเอง”
ทรายทองร้องไห้ออกมา ป้าบัวอุดปาก ถอยหลังกรูดไปพิงผนังเพื่อยึดพิงตัวไว้
ดารากานต์พยายามควบคุมสติ “อาจจะ..อาจจะ..ไม่เป็นอะไร..จ้าง..กับน้องดิน..อาจจะ..อาจจะ..หนีไปได้”
“น้องดิน..น้องดิน..ต้องไม่เป็นอะไร” บัญชามาเชื่อ
“แล้ว..ดวงยิหวาล่ะครับ” นายเด่นถาม
บุรีรีบปฏิเสธ “อะไรนะ..ดวงยิหวา เออ..อ่อ..ดวงยิหวาไม่ได้ไปด้วยนะ”
“อ้าว…” นายเด่นอึ้ง
“เอ..ตอนที่เราลงเรือกัน ตามเวลานัดพบ ดวงยิหวาก็ไม่ได้มานะ ผมก็นึกว่านายเด่นไม่ให้มาซะอีก” บุรีว่า
นายเด่นหยิบมือถือมากด รอฟัง แล้วอึ้งไป “ไม่มีสัญญาณ..ยายดวงไปไหน..แล้วถ้าไม่ไป ทำไม..ไม่กลับมาที่นี่”
“คุณบุรีไปแจ้งตำรวจหรือยังครับ” นายน้อมถามขึ้น
บุรีหันขวับกลับมา “ยัง..ชั้น..ชั้นเสียใจ ชั้นงง ทำอะไรไม่ถูก..” บัญชาร้องไห้อย่างสุดกลั้น
“ไม่หรอก..มันอาจจะไม่เป็นแบบที่คิดกันก็ได้..ไม่..ไม่จริง..เรื่องแบบนี้..มันไม่มีวันเป็นไปได้หรอก”
บัญชายังช็อกไม่หาย ไม่อยากเชื่อ “น้องดิน..ทำไม..น้องดิน”
ป้าบัว กับทรายร้องไห้กันโฮๆๆ

เวลาต่อมา พวกปีเตอร์กำลังยืนล้อมเรือประมงที่พวกฟ้ากระจ่างขโมยมาซึ่งจอดเกยตื้นอยู่
“รอบเกาะไม่มี ที่เรือนพักไม่มี..แต่เรือก็ถูกทิ้งไว้แบบนี้” ปีเตอร์เอ่ยขึ้น
“มีคนมารับพวกมันไปแล้ว” มาดามพิณออกความเห็น
“โธ่เว้ย..พวกไอ้นายหัวบัญชาทำไมมันไวอย่างนี้วะ” ชิงชัยแค้นใจยิ่งขึ้น
“เทเรซ่า..แล้ว..เทเรซ่าจะเป็นยังไงบ้าง” ปีเตอร์ห่วงลูกสาว
ทุกคนเครียด กดดันไปตามๆ กัน

เหตุการณ์ที่บ้านบัญชาทุกคนยังคงนิ่งงันอยู่ในที่ของตน
“น้องดิน..น้องดินของพ่อ” บัญชาคร่ำครวญออกมา
“ไอ้ปีเตอร์ โจ..มึงมันเลวเกินไปแล้ว” บุรีสบถออกมา
ดารากานต์ได้ยินชื่อถึงกับผงะ ป้าบัวเงยหน้าขึ้นมา ในอาการงงงัน
“ปีเตอร์..ปีเตอร์ โจ” บัญชาทวนชื่อซ้ำไปซ้ำมา
“ใครกัน..นายหัว..หมายถึง..ปีเตอร์ โจว..ไหนกัน” ดารากานต์ตัดสินใจถามออกมา
บัญชาหันขวับมาจ้องหน้าดารากานต์เขม็ง เค้นคำพูดเยาะหยันออกมา
“ปีเตอร์ โจ ไหนเหรอ..ดารากานต์..มันมีปีเตอร์ โจกี่คนกันล่ะ..ในโลกนี้”
ดารากานต์สบสายตาบัญชา ได้รับการสื่อสารที่ตอบกลับมา นิ่งไปพักนึง แล้วเข้าใจ
“ไม่จริง..ไม่ใช่”
ทุกคนต่างงงงันกันไปหมด จู่ๆ ทรายทองพูดสวนออกมา
“ใช่ค่ะ ปีเตอร์ โจ..ที่เคยเป็นกิ๊กกับนายหญิง..ที่ในรูปสมัยก่อน”
ป้าบัวอึ้ง ตกตะลึง “คุณทราย”
“ก็มันจริงนี่นา..ปีเตอร์ โจ..แดดดี้ของยัยเทเรซ่า ที่เป็นศัตรูของบริษัทเรา เคยถ่ายรูปคู่กะนายหญิงตอนสาวๆ ทรายเห็น นายหัวก็เห็น” ทรายทองเอ่ยขึ้นอีก
ดารากานต์ตกใจ “หมายความว่ายังไง ทรายทอง”
บัญชาสุดจะทนไหว ระเบิดออกมา “หมายความว่ายังไงๆๆๆ..ก็ไอ้ผัวเก่าของเธอ พ่อของไอ้จ้าง..มันฆ่าไอ้จ้าง..ลูกของมันตายแล้ว..แต่มันดันฆ่าลูกของชั้นไปด้วยไง เข้าใจหรือยังล่ะ ดารากานต์”
ดารากานต์แทบช็อก! “อะไรนะ”
“ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้..ชั้นแค่อยากจะให้มันฆ่ากันเอง..ให้พ่อมันฆ่าลูก..ให้พี่-น้อง ไอ้จ้าง..กับนังเทเรซ่า..มันรักกัน..แล้วก็จะได้เกิดเรื่องบัดสีขึ้น..ให้เกิดอะไรร้ายๆขึ้นก็ได้..กับพวกมันกันเอง..แต่ทำไม..ทำไมน้องดินถึงต้องไปอยู่ตรงนั้น..ทำไมน้องดินถึงไม่เชื่อพ่อ..น้องดินที่น่าสงสาร..น้องดินของพ่อ” บัญชาพรั่งพรูแผนการทั้งหมดออกมาเอง
“ปีเตอร์ ฆ่าจ้าง..ฆ่าน้องดิน..ไม่..ไม่ใช่..ไม่มีทางเป็นไปได้..ปีเตอร์ไปตั้งนานแล้ว..เขาไม่มีวันกลับมา..เค้าอาจจะตายไปแล้ว..เขาไม่มีวัน..กลับมา” ดารากานต์ไม่เชื่อ
“ทำไมจะไม่มีวัน..นี่ไง มันกลับมาแล้วไง ไอ้ปีเตอร์ โจว..มันกลับมาทำลายครอบครัวของเรา..มาฆ่าลูกของเรา”
“ไม่จริงๆ..นายหัวโกหก..ปีเตอร์ไม่ได้กลับมา..จ้าง..กับน้องดินยังไม่ตาย..ไม่จริง..อ๊าย...”
ดารากานต์ปล่อยโฮลั่นแล้วกรี๊ดๆๆ จนสลบไป
ป้าบัวรีบเข้ามาคว้าไว้ ร้องไห้โฮ
ทุกคนเหวอสุดๆ บุรีตะลึงกับความจริง
“น้องดินๆ น้องดินของพ่อ ทำไมๆๆ” น้ำตาบัญชาปะทุออกมา ทะลักล้นใบหน้า

ภายในห้องรับแขก ช่วงหัวค่ำ ดารากานต์ค่อยๆ ลืมตาตื่นฟื้นขึ้นมา ป้าบัวนั่งมอง ร้องไห้ พลางพัดวีอยู่ด้วยความห่วงใย พอได้สติ ดารากานต์ก็น้ำตาไหลออกมาอีกอย่างน่าเวทนา
“ไม่จริง..ไม่จริงใช่ไหม..ป้าบัว”
ป้าบัวสะอึก พูดไม่ออก
“มันไม่ทางเกิดขึ้นได้..ลูกๆ ของชั้น..ลูกๆ” ดารากานต์พร่ำรำพัน
เสียงบัญชาดังลอดเข้ามา
“จะมามัวคร่ำครวญหาอะไรล่ะ ดารากานต์..ในเมื่อเธอคือตัวต้นเหตุของทุกอย่าง”
ดารากานต์หันไป เห็นบัญชานั่งในวีลแชร์ที่ประตู
“อะไรนะคะ” ดารากานต์ถามออกไป
“เพราะเธอ..เธอทำให้ลูกตาย” บัญชาเค้นเสียงพูดออกมา
“นายหัว..นายหัวทราบเรื่อง..ปีเตอร์ โจ..ตั้งแต่เมื่อไหร่” ดารากานต์ตัดสินใจถาม
“ตั้งแต่..” บัญชานิ่งนึก “งานศพพ่อเธอ..ชั้นเห็น..รูปคู่..รูปที่ถ่ายที่ทะเล แต่เธอรู้ไหม..ฉันพยายามสืบเรื่องอาจ้างมาก่อนนั้นอีก..ก่อนจะจับมันสองคนมาเชื่อมโยงกันซะอีก..เพราะอะไรรู้ไหม ดารากานต์”
“เพราะอะไร”
ดารากานต์ถามต่อ บัญชาให้คำตอบทันที
“เพราะ..เธอทิ้งน้องดินไง..ตั้งแต่น้องดินยังเล็ก..เธอก็ทิ้งให้ลูกเหงา เหมือนกับชั้นนี่แหละ..ชั้นไม่เข้าใจเลย ว่าทำไม..เธอถึงเฉื่อยชากับเรื่องของเรา..แล้วก็ยังเย็นชากับลูกด้วย..ชั้นก็หลงไปนึกว่า..เธอคงเป็นคนธรรมะธรรมโมมาก..หลงใหลศรัทธากับการไหว้เจ้า..จนไม่สนใจอย่างอื่น..ชั้นพยายามคิด..สงสัย..ว่าเธออาจจะเหงา..เพราะมีแค่น้องดินคนเดียว..เธออาจจะอยากมีลูกสาว..พอบุรีมีลูก..ชั้นก็อุตส่าห์ไปขอน้องทรายมาเป็นลูกบุญธรรม หวังว่า..เธออาจจะชอบเด็กผู้หญิง..แต่ก็เปล่าเลย..เธอก็ยังคงไป..ไปจากบ้านนี้..ไปหาลูกอีกคนของเธอ..เธอรักแต่ลูกคนแรก..ของผัวคนแรกของเธอ”
ดารากานต์ปฏิเสธทันควัน
“ไม่จริง..ชั้นรักลูกทั้งสองคน..ชั้นรักคุณ..ชั้นซาบซึ้งในความกรุณาของคุณ..ที่มีต่อชั้นมาตลอด..แต่คุณ กับน้องดินมีทุกอย่าง..มีชั้น มีกันละกัน..อยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข แต่จ้างสิ จ้างไม่มีใคร ไม่มีอะไรเลย..ต้องอยู่อย่างเด็กอนาถา ชั้นก็แค่อยากชดเชยให้เค้า อยากทำให้ดีที่สุด ในฐานะของแม่คนนึง..ที่ทิ้งลูกให้กลายเป็นเด็กกำพร้า..เท่านั้นเอง”
“แล้วคุณมองไม่เห็นเหรอ..ว่าน้องดินโตมายังไง มีแม่..ก็เหมือนไม่มี แต่ที่มันเจ็บปวดที่สุด..ก็คือ..ผมเป็นควายไง..ดารากานต์ คุณโกหกผม..ตลอดเวลาที่เราอยู่กันมา..ผมอยู่กับผู้หญิงโกหก”
“แล้วชั้นจะทำอะไรได้ล่ะ คุณบัญชา ใช่..ชั้นมันเลว..ชั้นมันใจง่าย..ชั้นโง่..ที่เสียตัวให้คนแปลกหน้าง่ายๆ..แล้วก็ท้องขึ้นมา..แต่ก็บอกใครไม่ได้ทั้งนั้น ให้ใครรู้ไม่ได้จริงๆ..ไม่งั้น..พ่อแม่ของชั้นจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน..แล้วชั้นควรทำยังไงหรือคะ..ทำแท้ง..เพื่อให้ปัญหาทั้งหมดจบลง..เอาเลือดก้อนเดียวออกไป..ทำลายชีวิตเด็กงั้นเหรอ..ชั้นทำไม่ได้..เค้าคือชีวิต1ชีวิต คือลูกของชั้น..แล้วคุณดูสิ..เค้าเกิดมาเป็นจ้าง..จ้างที่เป็นเด็กดีเหลือเกิน แล้วก็โตมา..เป็นจ้าง..คนที่คุณก็เห็น ว่าเค้าน่ารักยังไง เก่งและดียังไง คิดดูสิ ว่าถ้าชั้นทำแท้งไปซะแต่ตอนนั้น..ก็จะไม่มีจ้าง”
“เราเป็นอะไรกัน..ผัวเมียกัน..เราคือบุคคลเดียวกันตามกฎหมายไม่ใช่เหรอ..ทำไม..คุณไม่บอกผมซักคำ” บัญชาพูดบอกความรู้สึก
“บอกได้หรือคะ..บัญชา.ชั้นบอกความจริงคุณเรื่องนี้ได้จริงๆ หรือคะ คุณแน่ใจเหรอ..บัญชา..แล้วใครๆ จะว่ายังไง..คนในเมืองนี้..ญาติพี่น้อง..วงสังคมของคุณ..เค้าจะพูดกันว่ายังไง..ชั้นก็รักคุณ รักน้องดิน..รักครอบครัวนี้..ชั้นพยายามแล้ว..ที่จะทำทุกอย่างให้ถูกต้อง..ดูแลทุกคนให้ดีที่สุด..แต่ชั้นคงพลาด..ชั้นพลาดไปหมด”
ดารากานต์ระบดระบายความในใจออกมาจนสิ้น ในขณะที่บัญชาน้ำตาไหลพราก
ระหว่างนั้น มีเสียงคนเอะอะมาจากภายนอก ทั้งสองชะงัก
ป้าบัวแอบฟังอยู่เงียบๆ มาโดยตลอด รีบปาดน้ำตา “อะไร..มีใครมา..” พร้อมกับผุดลุกขึ้นยืน
นายน้อมวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน “ปีเตอร์ โจ..มาครับ”

ทุกคนต่างตกตะลึง เพราะนึกไม่ถึง

 อ่านต่อหน้า 2 เวลา 12.00 น. 





 ลิขิตฟ้าชะตาดิน  ตอนที่ 20 อวสาน (ต่อ)  


ไม่นานหลังจากนั้นปีเตอร์ มาดามพิณ และชิงชัย พร้อมด้วย 4 บอดี้การ์ด พยายามจะเข้ามา โดยมีนายเด่นกับคนของนายหัวบัญชา 5 คน พยายามขวางไว้

“พวกคุณมาทำไม พวกคุณต้องการอะไร” นายเด่นถามออกไป
ทรายทองยืนมองอย่างตกตะลึง
ในขณะที่บุรีซึ่งตามออกมาหน้าซีดลงๆ อยู่ในอาการลังเล และพยายามคิดหาทางหนีทีไล่
“ใช่ๆๆ..คุณทำกับหลานผมแบบนี้แล้วยังจะกล้ามากันอีกเหรอ ผมจะแจ้งตำรวจ..น้องทราย..โทร.ไปเรียกตำรวจเดี๋ยวนี้เลย”
นายน้อมเข็นบัญชาออกมา
ปีเตอร์เห็นก็ร้องออกมาอย่างเดือดดาล “นายหัวบัญชา..เทเรซ่าอยู่ที่ไหน เอาตัวลูกผมคืนมา”
“แกนั่นแหละ เอาลูกชั้นคืนมา” บัญชาย้อนกลับ
ระหว่างนั้นดารากานต์เดินออกมา แอบแฝงตัวอยู่หลังเสา เห็นหน้าปีเตอร์อย่างชัดเจน
ดารากานต์ตกตะลึง ไม่อยากเชื่อสายตา มองจ้องปีเตอร์เขม็ง พลางเอามือกุมอก หน้าซีดตัวสั่น น้ำตาไหลพรากออกมา
“แหม..นายหัว ตีหน้าตายสนิทนักนะ พอเถอะ เลิกเล่นละครซะที” มาดามพิณพูดเยาะแกมหยัน
ชิงชัยรีบผสมโรง “คุณปีเตอร์..แม่ครับ..ผมว่า ไม่มีประโยชน์หรอก แจ้งตำรวจดีกว่า”
นายเด่นมองหน้าชิงชัยในขณะถาม “แน่ใจเหรอ ว่าพวกคุณอยากเจอตำรวจ พวกคุณต้องการอะไรกันแน่”
“ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น นอกจากเทเรซ่า..ลูกผม” ปีเตอร์ว่าน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว

จังหวะนั้นดารากานต์ ตัดสินใจเดินออกไปเผชิญหน้า ปีเตอร์ โจ
“เทเรซ่า..ลูกของคุณ..คุณคิดว่าเทเรซ่าคือลูกคนเดียวของคุณงั้นเหรอ..ปีเตอร์..คุณฆ่าจ้างทำไม..จ้าง..ก็เป็นลูกของคุณเหมือนกัน..แต่ตอนนี้..จ้างตายแล้ว...ด้วยฝีมือคุณ..คุณฆ่าลูกชายคนแรกของคุณ”
ปีเตอร์ตกตะลึงไม่คาดฝันว่าผู้หญิงที่เขาเฝ้าตามหาจะยืนอยู่ตรงหน้า ในสถานการณ์นี้
“ดารากานต์..อะไรกัน..คุณ..คุณ..มาทำอะไรที่นี่”
“ดารากานต์ เป็นภรรยาผม เป็นแม่ของจ้าง กับ..เกียรติบดินทร์ แต่..จ้างไม่ใช่ลูกผม” บัญชาพูดเสียงเย็น
ดารากานต์ตอกย้ำ “จ้างเป็นลูกคุณ.. รู้ไว้ด้วย ปีเตอร์”..
“จ้าง..เป็นลูกผม..ทำไม..ผมไม่เคยรู้ ทำไม คุณไม่บอก”
ดารากานต์ตะโกนออกไปอย่างอัดอั้น “ชั้นจะบอกยังไงล่ะ ปีเตอร์..ชั้นจะบอกได้ยังไง”
บัญชาเยาะเย้ยอย่างสาแก่ใจ
“แล้วแกก็ฆ่าลูกชายของแกไปแล้ว ไอ้ปีเตอร์ แกฆ่าลูกชายตัวเอง..จ้างฉุดลูกสาวแกไปใช่ไหม..ชั้นก็ไม่รู้นะ ว่าจ้าง..ทำอะไรน้องสาวของมันลงไปบ้าง..แต่มันก็สายไปแล้ว..จริงไหม เพราะยังไง..แกก็ฆ่าจ้างแล้ว..จ้างตายแล้ว”
ยิ่งฟังปีเตอร์ยิ่งงง “อะไรนะ..จ้างตายแล้วเหรอ”
“ใช่..ลูกชายของแก..ทำลูกสาวของแก..แล้วแกก็ฆ่ามันแล้ว..ก็สาสมแล้ว” บัญชาสะใจยิ่งนัก
“คุณพูดบ้าอะไร..ผมไม่ได้ฆ่าจ้าง” ปีเตอร์ย้ำเสียงจริงจัง
บุรีประเมินสถานการณ์ รีบสวนออกมาก่อนที่ความลับจะแตก
“ไอ้หน้าด้าน..พวกแกมันโจรทั้งแก๊ง แกฆ่าจ้าง ฆ่าน้องดิน”
“ไอ้ปีเตอร์..แกฆ่าน้องดิน แกฆ่าลูกชั้น..แกทำลายครอบครัวชั้น”
ระหว่างนั้นบัญชาชักปืนออกมา จะยิงปีเตอร์ แต่ค่อนข้างช้า ไม่ถนัดนักเพราะความพิกลพิการ
ชิงชัยเห็นเข้ารีบชักปืนออกมาทันที
“คุณปีเตอร์..ระวัง!!” ชิงชัยยิงใส่บัญชาทันที
ดารากานต์มองเหตุการณ์ด้วยความตกใจ ผวาออกไป เอาตัวบังบัญชาไว้ ร้องสุดเสียง
“อย่า!!”
แต่ช้าไปเสียแล้ว กระสุนผ่าอากาศเจาะเข้ากลางอกดารากานต์ ร่างของเธอซวนเซก่อนจะล้มฮวบซบลงตรงแทบเท้าบัญชาพอดิบพอดี
ทางด้านบุรี นายเด่น นายน้อม และลูกน้องของบัญชา ต่างชักปืนออกมา ยิงใส่พวกปีเตอร์ทันที
พวกบอดี้การ์ดปีเตอร์เข้ากันยิงสู้
ปีเตอร์ยืนแน่นิ่ง งง อึ้ง และตกตะลึงไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน จนมาดามพิณต้องเข้ามาลากปีเตอร์ออกไป ชิงชัย และพวกบอดี้การ์ดเข้าป้องกัน พาปีเตอร์รีบขึ้นรถหนี
บุรีนำพวกบ้านบัญชาไล่ยิงตาม หูดับตับไหม้
-บัญชานั่งมึน จ้องร่างดารากานต์ ที่นอนอยู่ ก้มลงใช้มือข้างที่ดีกว่า ลงไปจับมือดารากานต์
ดารากานต์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองหน้าบัญชา
“นายหัว..นายหัว ไม่เป็นอะไร..ใช่ไหมคะ” น้ำเสียงดารากานต์แหบพร่า พูดขาดๆ หายๆ
บัญชาช็อก มองจ้องหน้าดารากานต์ สบสายตา นิ่งงันไป ในขณะที่ดารากานต์ฟุบลง คาเท้าบัญชานั่นเอง

ค่ำคืนนั้นปีเตอร์เดินหมดแรงมาทรุดนั่งลง เงียบกริบ อึ้ง งงงัน ความคิดสับสนปนกันไปหมด ชิงชัย ตามเข้ามาพูดปกิเสธเสียงสั่น
“ผมไม่ตั้งใจนะคุณปีเตอร์ ผมไม่ได้อยากทำร้ายผู้หญิง ผมจะยิงไอ้นายหัวบัญชาตังหาก เพราะมันจะยิงคุณ..แม่ก็เห็น ทุกคนก็เห็น”
มาดามพิณพยายามปลอบขวัญลูกชาย “เราต้องตั้งสติ ชิงชัย ลูกต้องมอบตัวสู้คดี”
“ไม่ๆๆ..ผมจะหนี ไม่งั้น..ผมโดนแน่..ข้อหาพยายามฆ่า ผมติดคุกตลอดชีวิตแน่ๆ”
“ทำไม..ทำไมไม่มีใครบอกผม..ว่าภรรยานายหัว..ชื่อดารากานต์” ปีเตอร์จดจ่ออยู่แต่เรื่องดารากานต์
“ที่แท้..คุณ กับ..เมียนายหัว...” มาดามพิณตัดสินใจถาม
“ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจ..อยากมาอยู่เมืองไทย..เพราะ..ผู้หญิงคนนี้..แต่..ผมไม่คาดเลยว่า...” ปีเตอร์เศร้า
“จริงเหรอที่..นายฟ้ากระจ่าง..คือลูกคุณ” มาดามพิณถามอีก
“พระเจ้าช่วย..พระเจ้า...” ปีเตอร์ฟุบหน้ากับฝ่ามือ “ทำไมไม่มีใครบอกผม..ตั้งแต่..ตอนนั้น...”
มาดามพิณนึกออก ถึงบางอ้อทันที “ต้องเป็นเรื่องนี้แน่..ทุกอย่างเลย!!..ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเรื่องนี้..ทีแรกนายหัวก็ดูเป็นมิตรดีกับพวกเรา แต่แล้ว..อยู่ๆเค้าก็เปลี่ยนไป แล้วเรื่องเลวร้ายทุกอย่างก็เกิดขึ้น..เพราะเรื่องนี้เรื่องเดียว!!!”
“พ่อต้องตาย..พวกเรากับพวกมันต้องเข่นฆ่ากัน เพราะ..มาจากเรื่องส่วนตัวของคุณปีเตอร์กับนายหัวแค่นี้เองเหรอ…” ชิงชัยตกตะลึง
มาดามพิณเค้นคำพูดสาธยายต่อ “นายหัวบัญชาเค้าแค้นคุณคนเดียว..แต่ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องตาย..ชีวิตของหลายคนต้องพัง..”
“ผมเกือบฆ่าลูกชายคนเดียวของผม..แต่ตอนนี้..เค้าก็ตายไปแล้ว..ฟ้ากระจ่าง..กับเทเรซ่าตายแล้วจริงหรือเปล่า ..ใครเป็นคนทำ” ปีเตอร์ถามออกมา
“ก็มันนั่นแหละ ไอ้นายหัวแหละทำทุกอย่าง..มันเป็นคนบ้า โรคจิต..มันนั่นแหละ ที่สมควรตาย”
ชิงชัยแค้นแทบคลั่ง ทุกคนต่างอึ้ง เงียบงันไปตามๆ กัน ระหว่างนั้น บอดี้การ์ดทั้ง 4 ยืนสอดส่องคอยระแวดระวังอยู่ภายนอก บรรยากาศตึงเครียด

ในเวลาต่อมาปีเตอร์มายืนจ้องรูปที่หน้าแท่นบูชาบรรพบุรุษนั้น โดยไม่ยอมเปิดไฟกลางห้อง มีเพียงแสงจากภายนอกสาดส่องมาจับเป็นหย่อมๆ
ปีเตอร์หยิบรูปนั้นมาดูใกล้ๆ
“จ้าง..เทเรซ่า..จ้างกับเทเรซ่า..คือพี่น้องกัน”
ปีเตอร์ร้องไห้ออกมาอย่างชมขื่นใจ


วันต่อมา มองผ่านใต้ผืนผิวน้ำ ลึกลงไป เห็นสายน้ำสีสวยในแสงอาทิตย์ช่วงกลางวันที่ส่องลงมาพร่าพรายเป็นลำๆ สวยเกินจริง
ร่างของฟ้ากระจ่างซึ่งถูกมัดมือ มัดเท้านอนจมอยู่ใต้น้ำ ในสภาพลืมตาโพลง ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่า เบิกค้าง เหมือนหุ่น
ดวงตาของฟ้ากระจ่าง เริ่มมีแสงพร่างพรายของน้ำ เป็นคลื่นเคลื่อนผ่าน ดวงตานั้นเหมือนลูกแก้วที่ไร้ชีวิต
จังหวะนั้นเองมีแสงสว่างจ้าวูบไหวส่องเต็มผิวน้ำ พร้อมๆ กับใบหน้าของนักบวชตง ร้องเรียกฟ้ากระจ่าง และชาวศาลเจ้าทั้ง กู๋เหลียง อาหึ่ง สารภี และอาม่าสาลี่ ตะโกนเรียก
“อาจ้างๆๆๆ”
ใบหน้าของเทพเจ้าในศาลเจ้าปาเก๊งเต๊งทั้งหลายสลับไปมาและมาหยุดที่ใบหน้าเปี่ยมเมตตาของเจ้าแม่กวนอิม
จังหวะนั้นเหมือนร่างของฟ้ากระจ่างถูกดูดดึงกระชากขึ้นมาอย่างแรง

บนเตียงคนไข้ภายในสถานีอนามัย ของหมู่บ้านแห่งนั้น ฟ้ากระจ่างผวาลืมตาตื่น หายใจหอบถี่เฮือกๆๆ แล้วค่อยๆ สงบลงๆ
ฟ้ากระจ่าง กวาดตามองไปเบื้องหน้าของตน แบบเบลอๆ ครึ่งหลับครึ่งตื่น พยายามจับโฟกัส กระพริบตาถี่ๆ แล้วเพ่งมองอย่างตั้งสติ
ภาพคนเบลอๆ ตรงหน้า ค่อยๆชัดขึ้นๆ เห็นเป็นวงหน้าของดวงยิหวา ที่กำลังร้องไห้ผสมหัวเราะด้วยดีใจสุดๆ
“พี่จ้างๆฟื้นแล้วๆ ฮือๆๆ”
สติฟ้ากระจ่างฟื้นคืนมาเต็มตัวแล้วเวลานี้ “ดวง..ดวงยิหวา นี่..เรายังไม่ตาย..เรายังมีชีวิตอยู่”
ทั้งสองคนโผเข้ากอดกันอย่างตื้นตัน
“พี่จ้างไม่ยอมฟื้นเลย ดวงกลัวแต่ว่า..สมองพี่จะขาดออกซิเจนนานเกินไป..แล้วจะนอนกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดซะอีกค่ะ ฮือๆๆๆ”
ฟ้ากระจ่างค่อยๆ ลำดับเหตุการณ์ กวาดตามองดูรอบๆ ห้องนั้นอีกครั้ง แล้วจับบ่าดวงยิหวา ขยับตัวให้เผชิญหน้ากัน “แล้ว..คนอื่นๆ ล่ะดวง”

เกียรติบดินทร์ เข้ารับการผ่าตัดเรียร้อยแล้ว และนอนให้ทั้งเลือดและน้ำเกลืออยู่ โดยมีพยาบาลกำลังฉีดยาบำรุงให้ทางสายน้ำเกลือ
เกียรติบดินทร์เหม่อลอย คิดอะไรวุ่นวาย
ฟ้ากระจ่างเดินเข้ามา มีดวงยิหวาตามประกบ คอยติดตามมาใกล้ๆ
เกียรติบดินทร์หันไป ร้องขึ้นอย่างดีใจ “อ้าว..ฟื้นแล้วเหรอ นายลงน้ำไปคนแรก แล้วฟื้นสุดท้ายเลยนะ จ้าง”
“คุณผ่ากระสุนออกแล้วใช่ไหม” ฟ้ากระจ่างถามออกมา
พยาบาลหันมายิ้ม “ผ่าแล้วค่ะ..ใช้ฉีดยาชา คนไข้เก่งมาก ไม่บ่นเลย(หันมายิ้มกับเกียรติบดินทร์)นี่เป็นยาแก้อักเสบนะคะ เดี๋ยวอาจจะมีอาการคลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะบ้าง ไม่ต้องตกใจค่ะ”
ฟ้ากระจ่างมองหา “แล้ว..เทเรซ่า”
จังหวะนั้นเทเรซ่าในชุดผ้านุ่ง กับเสื้อแบบพื้นเมืองเดินเข้ามาพร้อมกับฟ้าใส
“เทเรซ่าอยู่นี่...” ฟ้าใสร้องบอก
เทเรซ่าเห็นฟ้ากระจ่างยืนอยู่ รู้สึกดีใจเป็นที่สุด “คุณจ้าง..คุณฟื้นแล้วหรือคะ” เข้ามาจับมือฟ้ากระจ่างไปเขย่า น้ำตาไหลพราก “เทเรซ่าดีใจ..เทเรซ่าไปสวดมนตร์ ให้พระคุ้มครองคุณ”
ดวงยิหวามองยิ้มๆ
เทเรซ่ามองดวงยิหวาและฟ้ากระจ่าง แล้วค่อยๆ ปล่อยมือ ฟ้ากระจ่างมองฟ้าใส งงๆ
“พระคุ้มครองเธอจริงๆ อาจ้าง” ฟ้าใสทอดยิ้มส่งมาให้
เกียรติบดินทร์งง “ฟ้าใส..เธอตังหาก ที่มาช่วยพวกเรา.. ทำไมถึงมาบอกว่าพระล่ะ”
“ชั้นมาช่วยพวกคุณ..เพราะพระบอกให้ช่วยไงคะ”
ฟ้าใสบอก พร้อมๆ กับที่เรื่องราวก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาให้ห้วงคำนึง


ภาพเหตุการณ์ตอนที่บุรีดึงมาจูบแก้มในอาการร่าเริง “ฟ้าใส..เวลาที่พี่รอมาถึงแล้วนะ ทายาทของนายหัวบัญชากำลังจะตายกันหมด..แล้วนายหัวเองก็พิกลพิการแบบนี้ คราวนี้ล่ะ พี่จะเป็นทายาทชายคนสุดท้ายของตระกูลเกียรติถลาง..แล้วก็ต้องได้รับมรดกสืบทอดบัญชาเอนเทอร์ไพร้ซ์ต่อไป..คราวนี้..ฟ้าใสจะได้เป็นนายหญิงแล้วนะ..ดีไหมจ๊ะ..ที่รัก” แล้วหันไปจิบกาแฟอย่างเพลิดเพลิน ส่วนฟ้าใส หน้าซีด ใจเต้นระรัว
ภายในห้องพักบุรีห้องนั้น ฟ้าใสล้างแก้วกาแฟอยู่ ด้วยหน้าตาว้าวุ่นใจ ขณะจะเอาแก้ววางที่คว่ำ กลับทำแก้วหลุดมือร่วง แก้วกระแทกพื้นแตกกระจาย ฟ้าใสยืนตะลึง
เสียงฟ้าใสเล่าเรื่องราวดังขึ้น “หลังจากนั้น..ชั้นก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไม แทนที่จะรู้สึกดีใจ..ชั้นกลับไม่สบายใจ กลุ้มใจ กลัว”
ฟ้าใสเดินไปมาๆ อาการประสาทแตก
“เอาเข้าจริง..ชั้นก็ยังสงสัย ว่าคุณบุรีจะให้ชั้นเป็นนายหญิงจริงหรือ..ผู้หญิงอย่างชั้น..ก็อาจจะเป็นแค่เมียเก็บไปตลอดก็ได้”
จังหวะนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของฟ้าใสดังขึ้น ฟ้าใสสะดุ้งโหยง เดินไป หยิบโทรศัพท์มาดู อึ้งๆ
แล้วตัดสินใจอยู่สักพัก ก่อนจะกดรับ “ม่า”
อาม่าสาลี่ โทร.จากมุมหนึ่งในศาลเจ้า
“อาเสี้ยวท้อ ลื้อเจออาจ้างบ้างหรือเปล่า”
“ก็..เจอเมื่อหลายวันมาแล้ว..มีอะไรหรือม่า” ฟ้าใสไม่สบายใจเอาเลย
“อั๊วพยายามโทหามันมา 2 วันแล้ว ติดต่อไม่ได้เลย ไม่รู้มันเป็นอะไรน่ะสิ”
“แล้ว..ม่าจะติดต่ออาจ้างเรื่องอะไร” ฟ้าใสตัดสินใจถาม
“อยู่ๆ อาจ้างก็โอนเงินมาให้ในบัญชีม่าเป็นแสนๆ เลยนะ ไม่รู้ทำไม”
ฟ้าใสอึ้ง “อะไรนะ”
“ทีแรก..อาม่ากลัวว่าอาจ้างกำลังทำอะไรอยู่..ไม่รู้ว่าไปฉ้อโกงอะไรเขา แล้วจะมาฟอกเงินกะอาม่ารึป่าว แต่คิดอีกที ก็ไม่น่าใช่ เพราะคนอย่างอาจ้างหรือจะเอาของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ไม่น่าจะเป็นไปได้ คงเป็นเงินของอาจ้างเองมากกว่า นอกจากให้ม่าแล้ว ยังโอนให้กู๋เหลียงสำหรับรักษาอาจารย์ตงด้วย เป็นเงินหลายแสนเหมือนกัน...เหมือนอาจ้างโอนเงินทั้งหมดในบัญชีของมันมาให้อย่างนั้นแหละ แปลกจังเลย ลื้อลองถามมันดูหน่อยสิ ว่าทำไม”
“ได้จ้ะม่า..แล้ว..ม่า..สบายดีหรือเปล่า”
อาม่าสาลี่ซึ้งใจที่หลานสาวถามไถ่ “อั๊วสบายดี ไม่เจ็บไม่ไข้ ห่วงก็แต่ลื้อนั่นแหละ..เสี้ยวท้อ..เอาล่ะ ม่าไม่รบกวนเวลาลื้อแล้ว ฝากดูแลอาจ้างด้วย อย่างน้อย ก็ไปมาหาสู่ถามทุกข์สุขกันตามประสาพี่น้องก็ยังดีนะ อาเสี้ยวท้อ..แค่นี้นะ”
ใบหน้าเสี้ยวท้อ หรือฟ้าใส นิ่งไปอีกนิด แล้วตัดสินใจบางอย่างได้

ไม่นานหลังจากนั้นที่บริเวณท่าเรือ ฟ้าใสแต่งตัวรัดกุม เจรจาว่าจ้างเรือเร็ว พร้อมคนเรือซึ่งเป็นชาวทะเล อีก 2 คน พร้อมกับรุ่นพี่ฟ้ากระจ่าง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่นี่ 2 คน ยืนรอฟังคำสั่ง

เวลาต่อมาฟ้าใสยืนอยู่กับชายชาวทะเล 2 คนบนเรือเร็วที่ขับตามเรือบุรีมาจนเจอ และจอดแอบดูเหตุการณ์อยู่ ฟ้าใสเห็นเรือของบุรี ที่มีพวกฟ้ากระจ่าง เกียรติดินทร์ ดวงยิหวา เทเรซ่า และสมุนบุรีกำลังแล่นออกทะเลไป
บังเจ้าของเรือส่งกล้องส่องทางไกลให้ฟ้าใส ฟ้าใสส่องดู เห็นความเคลื่อนไหว และเห็นแต่ละคนบนเรือ
ฟ้าใสเอากล้องลง สั่งให้ขับตามไป แต่ให้แล่นตามไปห่างๆ
บริเวณกลางทะเล เรือบุรีแล่นไกลลิบตา แล้วจู่ๆ ก็มีคนโดนจับมาริมกราบเรือ ฟ้าใส ที่อยู่บนเรือซึ่งแล่นไกลออกไปพอสมควร กำลังส่องดูเหตุการณ์ด้วยกล้องตลอดเวลา สะดุ้งเฮือก ซูมภาพเข้าไปอีก ฟ้าใสเห็นชัดว่าชายคนนั้นคือฟ้ากระจ่างที่โดนมัดมือเท้า ถูกโยนลงน้ำไป ฟ้าใสถึงกับช็อก
แล้วก็ถึงคิวของเกียรติบดินทร์ กับอีก 2 หญิง ที่ถูกโดนโยนลงไปติดๆ กัน ก่อนที่เรือของบุรีจะแล่นห่างออกไป
ฟ้าใสหันมากรี๊ดใส่ กระตุ้นคนเรือให้รีบแล่นเข้าไปบริเวณนั้น พวกเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 และคนเรืออีกคน รีบใส่ชุดมนุษย์กบกันอย่างรวดเร็วเตรียมพร้อม
เสียงฟ้าใสเล่าไปพร้อมภาพเหล่านั้น
“โทรศัพท์ของอาม่า..ทำให้ชั้นคิดได้ ชั้นโทร.ไปปรึกษาพวกหมีใหญ่ ปักเป้า สมหมาย เพื่อนๆ เธอที่ศาลเจ้า ไม่กล้าบอกผู้ใหญ่ กลัวจะช็อกกัน เค้าแนะนำให้บอกพี่ๆ มูลนิธิที่นี่ให้มาช่วย..เราสะกดรอยตามเรือของคุณบุรีไป จนกระทั่งเห็นเค้าโยนจ้างลงมา แล้วเค้าก็รีบหนีไป เราก็เลยรีบเข้าไปช่วย พยายามทำเวลา..แข่งกับความเป็นความตาย”

ทุกคนฟังฟ้าใส อย่างตั้งใจ
“แล้วในที่สุด..เราก็ทำสำเร็จ” ฟ้าใสยิ้มๆ
ฟ้ากระจ่างเดินเข้าไปหา พนมมือไหว้ “ขอบคุณมากที่สุดในชีวิตครับ.. เจ๊...เจ๊ช่วยชีวิตผมไว้..เจ๊ก็คือพระองค์นึงของผมเหมือนกัน”
ทุกคนมองดูภาพนั้นอย่างตกตะลึง
เกียรติบดินทร์นั่งฟังอย่างตั้งใจ “ยังไงนะ..ฟ้าใสเป็นพี่สาวจ้าง”
ฟ้าใสหัวเราะเศร้าๆ ก่อนจะเล่าออกมา “ฟ้าใสก็เป็นเด็กแถวๆ ศาลเจ้าคนนึง.. ที่เห็นจ้างมาแต่แบเบาะ.. ฟ้าใสทิ้งทุกอย่างที่นั่นมา เพราะฟ้าใสอยากรวย อยากมีทุกอย่าง..พอรู้ว่า..อาจ้างกลายเป็นคุณชายไปแล้ว ฟ้าใสก็อยากเจอเค้า แต่เค้าสูงส่งเหลือเกิน แล้วฟ้าใสก็ต่ำต้อยมากๆ เค้าเคยพยายามบอกให้ฟ้าใสเลิกทำงานแบบนี้ แต่ฟ้าใสก็ไม่เชื่อ”
ดวงยิหวาฟังอย่างทึ่งๆ
“แล้ว..ที่เธอ..เข้ามาหาชั้น” เกียรติบดินทร์ซัก
“ไม่ใช่แค่คุณหรอก..คุณบุรีเอง..ฟ้าใสก็เข้าหาเค้า..เพื่อจะหาทางที่ใกล้ที่สุด ที่จะได้สัมผัสอาจ้างบ้าง..แต่มันกลับทำให้ฟ้าใสห่างไกลออกไปจากเค้าทุกที” ฟ้าใสเล่าต่อ
เกียรติบดินทร์อึ้ง ทึ่ง “พระเจ้าช่วยด้วยเถอะ..มีผู้หญิงซักคนไหม..ที่จะไม่ชอบจ้าง แต่ชอบชั้นมากกว่าจากใจจริง..จะมีบ้างไหมเนี่ย” ก่อนจะทิ้งตัวลงนอน ในอาการประชดขำๆ
“ใครจะไปชอบคนนิสัยไม่ดีอย่างคุณ” เทเรซ่าบอก
เกียรติบดินทร์หันไปมองเทเรซ่า “เธอก็อีกคน..เทเรซ่า..ถ้าไม่ได้เธอจ้างกับชั้นก็น่าจะโดนไอ้ชิงชัยกะปีเตอร์แดดดี้ฆ่าตายไปแล้ว คุณจ้างครับ..ระดับคุณนี่..อย่าเรียกว่านารีอุปถัมภ์ดีกว่า..ต้องเรียกว่านารีสละชีพกันเลย”
ฟ้ากระจ่างทำหน้าตาอึดอัดใจ
“พอเถอะ..คุณดิน” ดวงยิหวาห้าม
“หรือไม่จริงล่ะ”
“จุ๊..” ดวงยิหาดุใส่
เกียรติบดินทร์ทำหน้ายั่วเย้าตอบ

ทางด้านปีเตอร์ นั่งจอมจ่อมอยู่หน้าแท่นบูชาบรรพบุรุษ บริเวณที่รูปอากงที่เหมือนฟ้ากระจ่างแขวนอยู่ ธูปดอกใหม่ ถูกจุดบูชาส่งควันลอยฉุย ปีเตอร์นั่งเศร้า น้ำตาคลอหน่วย
จังหวะนั้น เหมือนมีเสียงของความเคลื่อนไหวจากด้านหลังดังเข้ามา มีเสียงประตูเปิดแล้วปิด ปีเตอร์งงหันไปมอง แสงจ้าสาดมาจากด้านหลัง ทำให้ เทเรซ่าในชุดแต่งกายแบบชาวบ้าน ผ้านุ่งบ้าบ๋าย่าหยา ยืนอยู่
“เอ๊ะ..” ปีเตอร์งง ก่อนจะลุกพรวด “เทเรซ่าๆ”
“แดดดี้..ฮือๆๆๆ” เทเรซ่าโผกอดพ่อแน่น ร้องไห้โฮอย่างดีใจ
ทั้งสองพ่อลูกต่างกอดกันร้องไห้ออกมาอย่างปีติ
“เทเรซ่า..ลูกปลอดภัย”
“ค่ะ..พวกเราปลอดภัย”
“พวกเรา..เทเรซ่าหมายถึง...” ปีเตอร์สงสัย
“เทเรซ่า คุณจ้าง นายเกียรติบดินทร์ คุณดวงยิหวาค่ะ..คนเลวที่คิดฆ่าพวกเราก็คือนายบุรี..น้องชายนายหัวค่ะ แต่ก็มีคนดีมาช่วยเราทัน”
“แล้ว..เด็กผู้ชาย 2 คนนั้น..มันทำอะไร..เทเรซ่าหรือเปล่า” ปีเตอร์ถามอย่างร้อนรน
“ไม่มีใครทำอะไรเทเรซ่านะคะ เทเรซ่าเอง..ที่อยากช่วยคุณจ้าง..” เทเรซ่าร้อนใจ จับแขนพ่อเขย่าๆ “แดดดี้คะ แดดดี้อย่าเกลียดคุณจ้างเลยนะคะ เค้าไม่รู้เรื่องการประมูลครั้งนี้มาก่อนเลยค่ะ”
ปีเตอร์นิ่งไปพักหนึ่งจึงเอ่ยต่อ “เทเรซ่า..จำที่แดดดี้เคยเล่าเรื่อง..พ่อเคยหลงรักผู้หญิงไทยคนนึง..ได้ไหม”
เทเรซ่าพยักหน้ารับอย่างงงๆ “ได้ค่ะ”
ปีเตอร์พูดต่อ “ผู้หญิงคนนั้น..คือคุณดารากานต์ ภรรยานายหัว..แม่ของจ้าง”
“อะไรนะคะ” เทเรซ่างงมากขึ้น
“แล้ว..จ้าง..ก็คือ..” ปีเตอร์จับตัวเทเรซ่าหันมายืนดูที่รูปบรรพบุรุษท่านนั้น “ดูสิเทเรซ่า ทำไมจ้างถึงหน้าเหมือนอาเหล่ากงคนนี้มากเหลือเกิน..เพราะจ้าง..คือลูกชายคนโตของแดดดี้ จ้างกับเทเรซ่า..คือพี่น้องกันนะลูก”

เทเรซ่ามองภาพนั้นอย่างตกตะลึง อึ้ง และเงียบไปในที่สุด

อ่านต่อหน้า 3 เวลา 17.00 น.





 ลิขิตฟ้าชะตาดิน  ตอนที่ 20 จบบริบูรณ์  


บัญชาสวมชุดปลอดเชื้อ นั่งทอดสายตาอย่างเลื่อนลอยอยู่ข้างเตียงในห้องไอซียู มือข้างหนึ่ง จับมือดารากานต์มากอบกุมไว้

บนร่างของดารากานต์มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตเต็มไปหมด ทั้งให้เลือด สายน้ำเกลือ ยาบำรุงต่างๆ มากมาย
สัญญาณชีพดารากานต์อ่อนแรงลงทุกทีๆ สีหน้าดารากานต์ซีดขาว เกือบไม่หายใจอีกแล้ว

เวลาเดียวกันนั้นบริเวณทางเดินระเบียงของโรงพยาบาล บุรี กับทรายทองยืนหน้าเครียด ซุบซิบกันอยู่สองคน
“มันถึงเวลาของเราแล้ว ทราย ทรายไม่ต้องกลัวหรอก พวกศัตรูมันทำอะไรเราไม่ได้แน่ๆ พวกไอ้ปีเตอร์ ไอ้ชิงชัยมันต้องถูกลากคอเข้าคุกกันหมด ใครๆก็เห็น ว่าพวกมันชอบความรุนแรงกันขนาดไหน มันจะไม่เหลือมาทำอะไรลูกแน่ๆ”
“แต่พี่จ้าง..พี่ดิน..ตายแล้ว..แล้วทรายจะอยู่กับใคร” ทรายทองยังนอยด์ไม่เลิก
“ก็อยู่กับพ่อ ทรายจะไม่ใช่แค่เด็กในบ้านที่ไม่มีความหมายอีกแล้ว ทรายจะเป็นนายหญิง..ทรายจะยิ่งใหญ่กว่าใครๆ เข้าใจไหม” บุรีกำชับ
“ทรายนึกไม่ออก ว่ามันจะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง”
“อย่าทำตัวแบบนี้สิ ทราย มันน่ารำคาญ เข้มแข็งหน่อย แล้วก็ต้องใจแข็งด้วย”
ทรายทองหันไปมองทางด้านหลังพ่อ แล้วต้องสะดุ้ง ช็อก ผงะ ถอยหลังกรูด
“พี่จ้าง..พี่ดิน” ทรายทองอุทานออกมา
“ทำไม ..ผีมันมาหลอกลูกงั้นเหรอ”
บุรีหันไปมอง แล้วต้องผงะ เมื่อเห็นเกียรติบดินทร์ ดวงยิหวา และฟ้ากระจ่าง ยืนเรียงกันเป็นแผง

“อะไรกัน..ทำไม..พวกแก”
เกียรติบดินทร์สวนขึ้นมาทันที “ยังไม่ตายครับ..อาบุรี หลานชายสุดที่รักของอา..รอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์..เหลือเชื่อจริงๆ ว่ามั้ยครับ
“น้องดิน..อา..อา..ไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้เจตนา ไม่ได้วางแผนเอาไว้ก่อน..งั้นหรือครับ” ฟ้ากระจ่างว่า
“หรือคุณบุรีจะบอกว่า..ที่พวกเราลงไปอยู่ในน้ำกัน มันเป็นอุบัติเหตุคะ” ดวงยิหวาเยาะ
บุรีมองซ้าย แลขวา เห็นทรายทองยืนอึ้งๆ จึงควักปืนจ่อลูกสาว ทรายร้องกรี๊ดสุดเสียง
“เอาสิ พวกแกเข้ามาชั้นฆ่ายายทรายตายแน่”
ทรายทองช็อก “อ๊าย...คุณพ่อ”
ดวงยิหวาอึ้ง “คุณบุรีคะ นั่น..ลูกคุณเองนะคะ”
บุรีเลือดหลังชนฝาแล้ว “บอกว่าอย่าเข้ามา มานี่ ยายทราย อย่าร้องนะ” ล็อกคอทรายทอง ลาก วิ่งลงบันไดไป
“คุณบุรี อย่าทำแบบนั้นเลยครับ..ไม่มีประโยชน์”
บุรีไม่ฟัง ลากทรายลงมา แล้วต้องช็อก เมื่อเห็นว่าบริเวณบันไดข้างล่าง ตำรวจ 4 นาย เดินขึ้นมา
บุรีถอยกลับ ลากทรายทองขึ้นมาใหม่
ฟ้ากระจ่างซุ่มซึ่งอยู่ข้างบันได โผล่เข้ามาใช้มวยจีนโจมตีที่มือบุรีที่ถือปืนแบบมืออาชีพมากๆ ปืนกระเด็น ดวงรีบเข้าไปเก็บมาถือไว้ บุรีช็อก ยังไม่ยอม เข้ากระชากจิกผมทรายทอง
“ยัยทราย..จะหนีไปไหน”
“ขอซะทีเถอะคุณอา”
เกียรติบดินทร์โดดเข้ามาขวาง แล้วชกหน้าบุรีหนึ่งหมัด ร่างบุรีร่วงลงไปกองคาพื้น ฟ้ากระจ่าง และเกียรติบดินทร์ หันมาแปะมือกัน โดยไม่ตั้งใจ แล้วต่างทำหน้าอึ้งๆ เขินๆ กันนิดหน่อย

จังหวะนั้นตำรวจพากันแหวกวงเข้ามา ขณะที่บุรีได้สติหายเมาหมัด สะบัดหน้าลุกขึ้น แต่ถูกตำรวจ เข้ามารวบไว้พอดี

ฟ้ากระจ่าง กับเกียรติบดินทร์ เดินเข้ามาภายในห้องไอซียู บัญชาหันไปเห็น ถึงกับตะลึงงัน ดีใจ กระพริบตาถี่ อย่างไม่เชื่อสายตา
“น้องดิน..ฟ้ากระจ่าง...” บัญชามองแบบเงียบงัน นึกไม่ถึงว่าลูกยังมีชีวิตอยู่
“เราปลอดภัยดีครับ” ฟ้ากระจ่างบอก
“น้องดิน..ลูกพ่อ..” บัญชาครวญคร่ำพลางยื่นมือออกไป
เกียรติบดินทร์เดินเข้าไปหา จับมือพ่อ แล้วคุกเข่าลง
บัญชาลูบหัว ลูบผมลูกชายอย่างรักใคร่ “น้องดิน..ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์”
ฟ้ากระจ่างยืนดูภาพนั้น แล้วอึ้งไป บัญชาทำเหมือนฟ้ากระจ่างไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
“อาบุรีตังหากคือคนที่พยายามจะฆ่าเรา..ไม่ใช่มิสเตอร์ปีเตอร์” เกียรติบดินทร์บอกพ่อ
“อะไรนะ”
เกียรติบดินทร์เล่าต่อ “อาบุรี ยายทราย..สมรู้ร่วมคิดกัน..จะฮุบกิจการของเรา ผมแจ้งตำรวจจับไปหมดแล้ว พ่อครับ..ศัตรูของเราไม่ใช่คนอื่นนะครับ..คนที่อยู่ในครอบครัวของเราเองตังหาก อาบุรีจับเรามัดมือเท้า โยนลงทะเล โชคดี ที่พวกของจ้าง..เค้ามาช่วยเราไว้ทัน”
“แล้ว..พวกแกไม่ได้ฉุดลูกสาวไอ้ปีเตอร์ เป็นเหตุให้พวกแกถูกพวกมันไล่ล่า” บัญชาถาม
“ผิดแล้ว..นายหัว เราไม่ได้ฉุดเทเรซ่า เค้าเต็มใจมาปกป้องจ้างด้วยความรักตังหาก คนที่รักจ้างทั้งนั้น ที่ทำให้ผมรอดชีวิตมาได้” เกียรติบดินทร์ว่า
คราวนี้บัญชาหันไปมองฟ้ากระจ่าง แล้วเมินหน้าหนี “ก็ดีแล้วนี่”
“พ่อครับ” เกียรติบดินทร์ทำท่าจะพูดเรื่องพี่ชาย
บัญชารู้ทันชิงบอกก่อน “ไปดูแม่แกก่อนดีกว่า..น้องดิน”
เกียรติบดินทร์รีบผลักประตูอีกชั้นเข้าไป ฟ้ากระจ่างร้อนใจ รีบตามติด
บัญชามองตาม อย่างปวดใจ
เกียรติบดินทร์มองเห็นสภาพแม่ รู้สึกตกใจ “อะไรกัน..ไหนว่า..พวกที่บ้าน..บอกว่า..แม่..ถูกลูกหลง..บาดเจ็บนิดหน่อย..แต่นี่..มันไม่ใช่นิดหน่อยนี่...”
จังหวะนั้นฟ้ากระจ่างเดินไปดูแม่ที่บริเวณปลายเตียง มองอย่างเศร้าใจ เอื้อมมือไปจับเท้า ดวงตามองจ้องหน้าดารากานต์ ทั้งเศร้าใจน้อยใจและปล่อยปลง สักพักฟ้ากระจ่างสูดลมหายใจลึกหลับตา แล้วสวดมนตร์บางอย่างเสียงพึมพำ
บัญชาพาตัวเองบนวีลแชร์เข้ามาช้าๆ
ทั้งเกียรติบดินทร์ บัญชา ต่างมองฟ้ากระจ่าง แล้วหันมามองหน้ากัน อย่างแปลกใจ
สักพัก พอสวดสร็จ ฟ้ากระจ่างพนมมือไหว้แม่ แล้วถอยออกมา
เกียรติบดินทร์ถามด้วยความสงสัย “นาย..ท่องคาถาอะไร”
“สวดมนตร์..บูชาเจ้าแม่กวนอิม..ขอพรท่าน..ให้มาคุ้มครองแม่” ฟ้ากระจ่างบอก
จังหวะนั้นบัญชาตัดสินโพล่งออกมาแบบลอยๆ “ปีเตอร์..คือพ่อของเธอ จ้าง!
เกียรติบดินทร์ผงะ
ฟ้ากระจ่างมึนตึ๊บถามขึ้นทันที “ปีเตอร์..ทำไมนะครับ”
บัญชาบอกย้ำ “ปีเตอร์..เป็นพ่อของเธอ”
ทั้งฟ้ากระจ่าง และเกียรติบดินทร์มองหน้ากันไปมา ซีดสุดๆ
บัญชาเชิดหน้า พูดอย่างเยือกเย็น เหมือนคนสิ้นหวัง
“แผนของชั้น..ไม่ได้เอาแกมาเป็นเป้าแทนน้องดินเท่านั้นหรอกนะ..นั่นมันความจริงแค่ครึ่งเดียว..แต่ความจริงทั้งหมด..ก็คือ ชั้นทำทุกอย่าง..เพื่อให้พ่อ กับลูก..มันฆ่ากันเอง”
“นายหัว” ฟ้ากระจ่างช็อก
“แล้วผลของมัน..คืออะไรล่ะ..นี่ไง..สิ่งที่ชั้นได้รับ..ปีเตอร์..ยังสุขสบายดี..มีลูกชาย ลูกสาวครบ..แต่ชั้นสิ..ครอบครัวแตกสลาย..น้องชายคนเดียว..คิดคดทรยศ แล้วเวลานี้..เมียสุดที่รัก..ที่ชั้น..คิดมาตลอด..ว่าเขานี่ช่างรักชั้นน้อย..รักน้อยเกินไป ..จนเหมือนกับไม่รักเลย..กำลังจะตาย..ตาย..เพราะพยายามที่จะปกป้องชีวิตของชั้นเอง”
เกียรติบดินทร์มองหน้าพ่อ ช็อกสุดๆ บนเตียงเวลานั้นดารากานต์นอนนิ่งใบหน้าสงบ ดูผ่อนคลายลง ในขณะที่นายหัวบัญชาร้องไห้ อย่างปวดร้าวใจ
ฟ้ากระจ่างอึ้งไป

ครู่ต่อมาฟ้ากระจ่างนั่งดื่มกาแฟตรงทางเดินของโรงพยาบาล มึน สับสน เครียด คิดทบทวนสิ่งที่บัญชาพูด ไปไม่เป็น เกียรติบดินทร์ถือแก้วกาแฟ เกียรติบดินทร์เดินเข้ามานั่งข้างๆ
“จ้าง..นายว่า..แม่..จะรอดไหม”
ฟ้ากระจ่างพูดไม่ออก น้ำตาไหล รีบใช้มือป้ายปาด พยายามจะไม่ร้องให้ใครเห็น
“นายรู้ใช่ไหม..ว่า..แม่..คงไม่ฟื้นอีก”
“ผม..ไม่รู้”
“นายต้องรู้สิ นายทำงานกู้ชีพมามาก นายต้องดูออกแล้ว..ใช่ไหม”
“บางที..ก็อาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น”
“แปลว่า..นี่เราต้องรอปาฏิหาริย์เท่านั้นเหรอ”
ฟ้ากระจ่างเงียบ
“นายรักแม่ไหม..จ้าง”
คราวนี้ฟ้ากระจ่างอึ้ง
“ชั้นรักแม่นะ..แต่..ชั้นไม่เคยพูดกะเค้าดีๆ ซักคำเลยว่ะ”
“แม่เป็นคนที่น่าสงสารมาก เป็นผู้หญิงที่ต้องต่อสู้กับโลกทั้งโลกตามลำพัง..หาคนเข้าใจซักคนก็ไม่มี แม่เป็นแม่ที่ดีที่สุด แม่พยายามแล้ว..ที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกคน..แต่แม่ทำดีแค่ไหน..ผมก็ไม่เคยมองเห็น” ฟ้ากระจ่างเอ่ยขึ้น
“จริง..ชั้นก็เหมือนกัน ชั้นโกรธแม่ไปหมด แม่ทำอะไร..ก็ไม่เคยถูกใจซักอย่าง” เกียรติบดินทร์ระบายความในใจ
“ผมน่าจะคุยกับแม่บ่อยๆ..ผมอุตส่าห์ได้มีโอกาสมาอยู่กะเค้าแล้ว..แต่ผมก็กลับไม่ฉวยโอกาสนี้เลย..ทำไมผมโง่อย่างนี้..ทำไมผมทำตัวเหินห่างจากเค้าขนาดนี้..ทั้งๆที่ตอนเล็กๆ..ผมก็แอบอยากมีแม่กะเค้ามาตลอด..แต่พอมีแม่ขึ้นมาจริงๆ..ผมกลับไม่เห็นค่าเลย”
“ถ้าแม่ฟื้นมา..ชั้นสัญญา..ว่าชั้นจะทำตัวใหม่..ชั้นจะไม่ดื้อกะแม่อีก..ชั้นจะเป็นเด็กดี..จะรักแม่ จะกอดแม่..จะพูดเพราะๆ กะแม่” เกียรติบดินทร์บอก
“ถ้าแม่ฟื้น..ผมจะบอกแม่..ว่าผมรักแม่แค่ไหน” ฟ้ากระจ่างว่า
ฟ้ากระจ่างยังพยายามเช็ดน้ำตา ไม่ร้อง เกียรติบดินทร์มองๆ แล้วกอดคอปลอบใจกัน
ในที่สุดสองคนร้องไห้ออกมาพร้อมกัน
พยาบาลประจำห้องแซียูเดินออกมา หน้าเครียด มองหาพอเห็นทั้งสองหนุ่ม ก็เดินตรงเข้ามา
ขณะที่ทั้ง 2 คนพอเห็นพยาบาล ก็รีบลุกขึ้น
“ขอเชิญญาติคุณดารากานต์เข้าไป..เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ทั้งสองรีบไป

สองพี่น้องสวมชุดปลอดเชื้อแบบรีบๆ ก้าวเข้ามา แล้วอึ้ง เมื่อเห็นดารากานต์เหมือนคนนอนหลับสนิท หายใจค่อยๆ ห่าง และเบาลงๆ บัญชานั่งจับมือ มองหน้าอยู่อย่างนั้น
หมอเจ้าของไข้กำลังยืนดูอยู่อีกด้านหนึง ส่วนพยาบาลกำลังปลดอุปกรณ์ช่วยชีวิตทุกอย่างออกทีละอย่างๆ
บัญชาหันมาเห็นทั้งสอง สีหน้านิ่ง สงบ ท่าทีเปลี่ยนไป “ฟ้ากระจ่าง..เกียรติบดินทร์..มากราบลาแม่สิลูก”
ทั้งสองควบคุมอาการสงบ เข้ามากราบเท้าแม่กัน แล้วนั่ง จับเท้าแม่อยู่เช่นนั้น
ดารากานต์เหมือนยิ้มนิดๆ แล้วหายใจห่าง ๆ แล้วนิ่งไปในที่สุด
หมอมอง แล้วเข้ามาตรวจชีพจร
บัญชามองลุ้น เกียรติบดินทร์ ฟ้ากระจ่างด้วย
หมอถอนใจ พร้อมกับพยักหน้าให้บัญชา “สิ้นลมแล้วครับ”
ทั้งสามชายเงียบงัน ใบหน้าดารากานต์ ยิ้มสวย หลับพริ้ม เหมือนหมดสิ้นทุกข์ขมทั้งปวงที่กัดกินมาชั่วชีวิต


ช่วงกลางวันในวันต่อมาชิงชัยแต่งตัวอย่างชุดรัดกุม ถือกระเป๋าเดินทาง มีมาดามพิณมารอส่งที่ท่าเรือแห่งนั้น ไม่นานนักก็มีเรือเร็วขับเข้ามาเทียบ ทั้งสองเตรียมตัวลงเรือ
ทันใดนั้น รถตำรวจก็แล่นมาจอด ทั้งสองหันมาตกใจ
ตำรวจเข้ามา ทำการจับกุมโดยละม่อม ชิงชัยหน้าซีดรู้ชะตากรรม ในขณะที่มาดามพิณร้องไห้โฮๆ ออกมา

เช้าวันใหม่อาหึ่งกำลังสาละวนกับการหั่นผักอยู่ในครัว
สารภีกำลังวิ่งเล่นกับหมาแมว เอาขนมล่อหมาแมว แต่ที่สุดก็เอามากินซะเอง
อาม่าสาลี่กำลังปัดกวาด จัดสถานที่ไหว้เจ้าอยู่ ฟ้าใสเดินเข้ามา พร้อมถาดผลไม้
มีความเคลื่อนไหวข้างหน้า ทั้งสองหันไปดู เป็นฟ้ากระจ่าง นั่นเองกำลังพานักบวชตงเดินเล่น ไปช้าๆ บริเวณศาลเจ้า
“ดูสิ อาจารย์ตงเดินเก่งแล้ว..อีกหน่อยก็วิ่งได้” ฟ้าใสยิ้ม
“จ้างมา..อาจารย์แกกำลังใจดี..เวลาไม่มีจ้างแล้วแกขี้เกียจเดิน” อาม่าว่า
เวลานั้นกู๋เหลียงขี่จักรยานมาจอด พร้อมถุงขนม
“อาจ้าง..มาแล้วๆๆ ของโปรดที่ลื้อบ่นถึง”
ฟ้ากระจ่างพานักบวชตงเดินมา “อะไรครับกู๋”
“หนมครก”
“ไปเสียตังค์ซื้อทำไม หนมครก..ของง่ายๆ เดี๋ยวอั๊วทำเอง อร่อยกว่าเยอะ” อาหึ่งว่า
“โห..ใจคอป๊าจะไม่ให้เงินกระเด็นเลยเหรอ..ขอผมกระจายรายได้ให้แม่ค้าหนมครกบ้างเถอะครับ”
“แหมๆๆ ถือว่ารวยแล้ว ใช้เงินฟุ่มเฟือยเหรอ อาจ้าง..รู้ไหม ว่าหนมครกเนี่ย ต้นทุนมันกี่บาท มีแป้ง กะทิ น้ำตาล น้ำมัน หอมซอยนิดนึง..กระทงนึง..ขายตั้ง 20 แพงมากเลย”
กู๋เหลียงรีบบอก “ใครบอก 20 กะทงนี้ 30”
“น่าน..เห็นไหม แพง”
“อาจ้างมันอยากกินก็ให้มันกินสิ..มันไม่ได้กินตั้งนาน..มา 30 บาท อั๊วออกให้เอง” นักบวชตงบอก
กู๋เหลียงรีบขัดขึ้นมา “อั๊วออกให้ก็ได้ เพื่ออาจ้าง..30บาท..อั๊วเลี้ยงได้
“แหม ใจป้ำจริงๆเลย จะอวดรวยข่มกันไปถึงไหน”
ระหว่างที่ทุกคนถกเถียงกัน สารภีแอบย่องมา กินขนมครกคนเดียวอย่างสบายใจเฉิบ
ฟ้ากระจ่างหันมาเห็น “อ้าว..แม่ ทำไมทำแบบนี้ล่ะ ขนมของผม แม่กินหมดเลย ไม่ยอมๆ จริงๆ ด้วย”
ฟ้าใส กับอาม่าสาลี่มองดู แล้วขำกัน
“อาจ้าง..ก็ยังคงเป็นอาจ้างคนเดิมตลอดๆนะ มันไม่เปี่ยนเล้ย เด็กคนนี้”
“นั่นสิ ไม่ว่าอะไรๆจะเปลี่ยนไป อาจ้างก็คือน้องชายคนเดิมจริงๆ..เค้าไม่เคยเห็นฟ้าใสเป็นอะไรเลย นอกจากเจ๊ของเค้า” ฟ้าใสว่า
พวกอาหึ่ง ฟ้ากระจ่าง นักบวชตง กู๋เหลียง ต่างรุมกัน ดุด่าว่าสารภี จนสารภีน้อยใจร้องไห้งอแง
อาม่าสาลี่เอ่ยขึ้น “อาม่าไม่เคยต้องการอะไร จะรวยหรือจนก็ช่าง จะมีตังค์มาให้ม่ารึป่าวก็ช่าง..แต่ขอให้อาจ้างมีความสุข..พวกเราก็มีความสุขที่สุดแล้วล่ะเนอะ”
ฟ้าใสยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่สวยงาม และดูเป็นสุขมากกว่าครั้งไหนๆ ในชีวิตของเธอ


ดอกไม้สวย ถูกวางลง หน้าฮวงซุ้ยที่มีรูปดารากานต์ บัญชานั่งมอง ด้วยแววตาอันอ่อนโยน รูปดารากานต์ที่มองตอบมา ดูสวยงามและสดใส
ทรายทองกำลังเก็บกวาดดอกไม้เก่าๆ ของบูชาเหี่ยวๆ เก็บลงถุงกระดาษ แล้วจัดวางของใหม่ๆ ด้วยความตั้งอกตั้งใจ มีขนม ผลไม้ จากนั้น ก็จุดธูปใหม่ นั่งไหว้
บัญชายังมองนิ่งอยู่อย่างนั้น
เกียรติบดินทร์เดินมาจากด้านนอกเพื่อมารับพ่อ ผ่านมาเห็นปีเตอร์กับเทเรซ่ายืนรออยู่ เกียรติบดินทร์ไหว้ปีเตอร์ ยิ้มให้เทเรซ่า แล้วเดินเข้าไป
เกียรติบดินทร์มองพ่อ แต่บัญชาดูจะไม่รับรู้สิ่งรอบตัว นิ่ง ยิ้มๆ อยู่เช่นนั้น เกียรติบดินทร์เข้าไป ไหว้เคารพแม่ สักพัก เมื่อรู้สึกพอใจ บัญชาหันมา
“น้องดิน..น้องทราย กลับหรือยัง”
“ค่ะ..คุณลุง..เย็นแล้ว กลับดีกว่า”
เกียรติบดินทร์รีบเอาใจ มาเข็นรถ “เดี๋ยววันนี้..พ่ออยากแวะกินอะไรครับ”
“ไม่หิว กลับไปกินข้าวบ้านเถอะ”
เกียรติบดินทร์ และทรายทอง เข็นรถบัญชา ผ่านปีเตอร์และเทเรซ่า จังหวะนั้นนายหัวบัญชามองผ่านปีเตอร์ โจ ไป เหมือนอากาศธาตุ
เกียรติบดินทร์ไหว้ปีเตอร์ แล้วยิ้มให้เทเรซ่า ทรายก็ทำตาม แต่แบบเชิดๆ ปั้นปึ่งตามนิสัย
เทเรซ่าไหว้บัญชา แต่บัญชายังทำไม่เห็นต่อไป
เกียรติบดินทร์แอบถอนใจ เข็นรถพ่อเคลื่อนออกไป
เทเรซ่ามองตามแล้วเอ่ยขึ้น “นายหัวจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานไหมคะ แดดดี้”
“ก็ยังดี..ที่เค้าไม่ว่า. เวลาเรามาเยี่ยมคุณดารากานต์บ้าง”
“เหมือนพวกเราไม่มีตัวตน ในโลกของเค้า”
“เค้าคงยอมรับโลกจริงๆ อย่างที่มันเป็นไม่ได้ ก็เลยต้องหลอกตัวเอง เพื่อหนีความเจ็บปวดไปชั่วครั้งชั่วคราว..ไม่เป็นไร..เมื่อไหร่..ที่เค้าทำใจได้ เค้าก็คงสามารถกลับมาอยู่ร่วมกับความเป็นจริง..ซักวัน”
ปีเตอร์เดินเข้าไป เอาดอกไม้ไปวางตรงหน้ารูปดารากานต์
ทางด้านเกียรติบดินทร์กับทรายทอง ประคองพ่อขึ้นนั่งรถที่ข้างคนขับ แล้วทรายทองพับเก้าอี้วีลแชร์เก็บท้าย แล้วไปนั่งที่นั่งด้านหลัง
บัญชายังนั่งเหม่อ ยิ้มไปเรื่อยๆ เหมือนนึกถึงอะไรที่รื่นรมย์ แต่น้ำตากลับไหลออกมา จนกระทั่งเกียรติบดินทร์ขับรถออกไป

วันเวลาผ่านไป...
แฟ้มงานวางปิดทับเอาไว้ ด้วยคอมพ์ฯโน้ตบุ้ค ถัดมาคือกระติกกาแฟ ขวดน้ำดื่ม วางบนผ้าปู เกียรติบดินทร์สวมแว่นดำ นอนหลับเหยียดยาวอยู่บนผ้าปู มองออกไปเห็นรถ ล้อใหญ่พร้อมลุยถนนอันสมบุกสมบันจอดอยู่
เทเรซ่าเดินมา มีสมุดบันทึกเล่มใหญ่สำหรับจดโน้ต และบันทึกตารางงาน โดนลมพัดกลิ้งมา ปลิวกางแผ่หราอยู่บนพื้น
เทเรซ่าย่อตัวนั่งลง เก็บสมุดเล่มนั้น รวมทั้งเก็บปากการาคาแพง ที่กระเด็นตกข้างๆ คิดในใจว่าเจ้าของคงได้สอดปากกาแทรกทิ้งไว้ในสมุดนั้นมาก่อน เทเรซ่าเอาปากกามาแทรกไว้ในสมุดนั้นตามเดิม แล้วเดินมา แต่กลับมีอีกแฟ้มที่โดนลมตีกลิ้งปลิวมาแบอยู่ เทเรซ่าก็เก็บมาอีก แล้วเดินมาดูที่ตัวคน
เทเรซ่าถอนใจ อนาถปนเอ็นดู แล้วทรุดนั่งลง จัดการเก็บวางของพวกนั้นรวมกัน วางให้ดี แล้วเอาคอมพ์ฯวางทับ
ทันใด มือเกียรติบดินทร์เอื้อมมาจับหมับ ที่แขนเทเรซ่า
เทเรซ่าสะดุ้งร้องอย่างตกใจ “ว้าย..”
เกียรติบดินทร์พลิกตัว แต่ยังนอนอยู่ ขู่ขึ้นมา “ไรเนี่ย..ผู้บุกรุก ไม่รู้รึไง ว่าเล่นอยู่กับใคร..ไม่กลัวตายรึไง”
เทเรซ่าหันมาหา หัวเราะใส่หน้า “ใครกันแน่จะตายก่อน.. มานอนหลับกลิ้งอยู่ในที่เปลี่ยว เดี๋ยวก็โดนปล้นชิงทรัพย์จนได้ คุณดิน”
เกียรติบดินทร์ถอดแว่นดำออก ขยี้ตานิดๆ “เอาสิ ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ จะเอาอะไรก็เอา ผมไม่สู้หรอก ยอม..” พลางลุกนั่ง “ผมไม่มีแรงจะไปสู้รบตบมือกะใครแล้ว เทเรซ่า งานก็หนัก แล้วเนี่ย..ต้องทำรีพอร์ทส่งทางมหาวิทยาลัยอีก เดตไลน์สิ้นเดือน จะไหวไหมเนี่ย”
“ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ..เทเรซ่าช่วยได้นะ เทเรซ่าเคยเรียนการตลาดนะ ตอนอยู่คอลเลจ
เกียรติบดินทร์ดี..งั้น..เอาไปหมดนี่เลย” ผลักทั้งคอมพ์ฯและแฟ้มส่งคืนให้
เทเรซ่าหัวเราะ “อะไรกันเนี่ย..ไม่เกรงใจกันเลย”
เกียรติบดินทร์แซวขำๆ “เกรงทำไมอะ คุณเป็นน้องสาวพี่ชายผม”
เทเรซ่านิ่ง อึ้งไปนิดหนึ่ง “พี่ชายของเรา”
เกียรติบดินทร์“พี่ชายสุดที่รักของคุณ..บอกเค้าด้วยนะ ว่าต้องกลับมาทำงานของเค้าให้เสร็จ จะมาโบ้ยผมคนเดียวได้ไง ไม่ไหวนะ”
“เค้าก็ต้องช่วยคุณจนจบงานแหละค่ะ ไม่ต้องกลัว” เทเรซ่าว่า
“แน่ล่ะ เค้ามันคนดี คนรับผิดชอบ ใครๆ ก็เชื่อมั่นในตัวเค้า” เกียรติบดินทร์บอก
“แต่เค้าเชื่อมั่นในตัวคุณนะ คุณดิน..ไม่งั้น..เค้าจะคืนตำแหน่งหน้าที่ทุกอย่างให้คุณเหรอคะ ทุกๆคน..เชื่อมั่นใจตัวคุณ”
เกียรติบดินทร์มองจ้องหน้าเทเรซ่า “ตลกดีนะ”
“อะไรคะ”
“คุณไง..ทำไม..วันนึง คุณกลายมาเป็นคนที่มานั่งให้กำลังใจผมอยู่ตรงนี้”
“นั่นสิ” เทเรซ่ามองหน้า “ถ้าตอนนี้เทเรซ่าต้องไปจากเมืองไทย..คุณ..ก็คงเป็นคนเดียว..ที่..เทเรซ่าเป็นห่วง”
เกียรติบดินทร์งง “เป็นห่วง..เรื่องอะไร”
“ก็..คุณ..น่าสงสาร” เทเรซ่าว่า
เกียรติบดินทร์ฟังแล้วปรี๊ด “อะไรนะ”
เทเรซ่าจับมือเกียรติบดินทร์ไปกุม “เทเรซ่ารู้ค่ะ ว่าคุณไม่อยากเป็นคนน่าสงสาร..แต่..คุณน่าสงสารจริงๆ คุณเศร้ามาก..คุณดิน..อย่าเศร้านานนักนะคะ ..อย่ากลัว พระเจ้ามีเหตุผลเสมอ..ขอเพียงเราอดทน..และไม่ยอมแพ้ พระองค์จะนำทางให้คุณ พระองค์จะดูแล และอยู่ข้างๆ..พระองค์จะไม่ทอดทิ้ง”
เกียรติบดินทร์เอามืออีกข้างของตน มาวางทาบบนมือเทเรซ่า “แล้วคนล่ะ”
เทเรซ่าแปลกใจ “อะไรนะ”
เกียรติบดินทร์พูดชวนซึ้ง “ผมเชื่อ..ว่าพระเจ้าจะดูแล อยู่ข้างๆ..และไม่ทอดทิ้ง..แล้วคนล่ะ..เทเรซ่า..คนด้วยกันนี่แหละ..จะดูแล อยู่ข้างๆ และไม่ทอดทิ้งผม..หรือเปล่า”
ทั้งสองต่างมองกัน แววตาอ่อนโยน และซาบซึ้งใจ

บริเวณริมลำธารแห่งนั้น ฟ้ากระจ่างกำลังปรุงอาหารในหม้อ บนเตาที่ก่อไฟบนก้อนหินสามเส้า ข้างหลังคือเต๊นท์ใหญ่ ที่กางอยู่ มองเห็นสัมภาระต่างๆ
อีกด้านหนึ่ง ดวงยิหวากำลังตากผ้า ที่เป็นเสื้อจ้าง เสื้อตัวเอง ที่ซักมาประมาณจากลำธารข้างๆ
ฟ้ากระจ่างแหกปากร้องเพลงเพื่อชีวิตวงคาราบาวเสียงดังลั่น
“เบื้องบน เป็นแผ่นฟ้ากว้าง เบื้องล่าง เป็นทางน้ำไหล ตัวฉันมีกาน้ำหนึ่งใบ กับกองฟืน ที่วางอยู่เรียงราย”
ดวงยิหวาส่งเสียงมากลบท่อนจบของเพลง “พอน้ำเดือดเราก็แบ่งกันกิน..พอฟืนหมด..เราช่วย..กันเก็บฟืน”
ฟ้ากระจ่างหัวเราะชอบใจ “โห..ไรเนี่ย..พอขึ้นมา ก็จบเลย”
“ดวงทนเสียงพี่จ้างไม่ได้หนิ” ดวงยิหวาหัวเราะ เดินเข้ามาทำจมูกฟุดฟิด “อะไรคะเนี่ย..หอมจัง”
ฟ้ากระจ่างปล่อยมุก “กลิ่นธรรมชาติ..พี่ไม่ได้ใส่น้ำหอมอะไร”
ดวงยิหวาหัวเราะก๊าก “ดวงหมายถึง..อาหาร..ไม่ได้หมายถึงตัวพี่”
“อ้อ..นี่คือ..ต้มข่าปลาทูน่ากระป๋อง เริดป่ะล่ะ”
“ว้าว..เก๋สุดๆ เมนูฟิวชั่นมากมาย”
ฟ้ากระจ่างตบอกติดๆ กัน “นี่ใครๆ”
“ใคร” ดวงยิหวาไม่เก็ต
“ฟ้ากระจ่าง ศิษย์เชฟหึ่ง”
“เจ๋งเท่สรวด” ดวงยิหวายิ้มร่า
ทั้งสองคนหัวเราะ พร้อมกับกอดคอกัน
“พรุ่งนี้ก็หมดเวลาพักผ่อนแล้วนะ ต้องกลับไปสู่ชีวิตจริงกันซะที”
“ไม่อยากกลับเลยค่ะ”
“ทำไงได้ โลกนี้ไม่ได้มีเพียงเราสองคน”
“ช่าย..ยังมีพ่อแม่พี่น้องญาติมิตรการงานมากมายนัก”
“พี่ก็คงอยู่ช่วยน้องดินซักพักนะดวง แล้วพอเค้าแข็งแรงแล้ว พี่คงกลับมาอยู่นี่ถาวร”
“น้องดิน..” ดวงยิหวาหัวเราะอย่างขำๆ “หึๆ แปลกๆ ดีนะ..พี่จ้างเรียกคุณดิน..ว่าน้องดิน”
“ไม่ได้สิ ต้องเรียกน้องไว้ก่อน ดวงก็เหมือนกัน..ต่อไปนี้ ต้องเรียกน้องดินว่าน้องดิน..เพราะดวงเป็นพี่สะใภ้เค้า..ห้ามมีการปีนเกลียวกันอีก”
“แน่ะๆๆ..ยังไม่จบๆๆ” ดวงยิหวาเย้า
“ไม่ได้หรอก..เรื่องนี้..พี่ขอ”
ทั้งสองหัวเราะ ค้อนกันไปมาอย่างเป็นสุข
ดวงยิหวานิ่งคิดไปสักพักหนึ่ง “พี่จ้างกลับมานี่..แล้วดวงล่ะ”
“ดวงจะมาอยู่กะพี่ไหมล่ะ แต่พี่จนนะ” ฟ้ากระจ่างว่า
“โอ๊ย..จนตายล่ะ ลูกชายคุณปีเตอร์ โจเนี่ยนะ..จน” ดวงยิหวาสัพยอกพลางค้อนให้
“ฮื้อ..มันของๆ เค้า ไม่ใช่ของๆ เรา แล้วเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรๆแบบนั้นนี่นา..(คิดๆ) ฟ้าลิขิตให้ชีวิตพี่เกิดมา..มีอะไรแปลกๆเยอะแยะไปหมด แต่พี่ก็ทำได้แค่นี้แหละดวง..เท่าที่มนุษย์คนนึงจะทำได้ พี่อยากจะตอบแทนบุญคุณคนทุกคนที่ให้อะไรดีๆกับพี่ เสียดาย..ที่ยังไม่ได้ตอบแทนแม่ให้เพียงพอ แต่ไม่เป็นไร พี่จะดูแลน้องดินแทน..เท่าที่เค้าต้องการ”
“ฟ้าหรือดินจะลิขิตอะไรมายังไง ก็ไม่เป็นไรนะคะ แต่เราทำสิ่งที่เรากำหนดเองได้ให้ดีที่สุดก็พอ... พี่จ้างจะรวยจะจน หรือจะเป็นยังไง จะอยู่ยังไง พี่จ้างก็รู้.. ว่าดวงต้องอยู่กะพี่อยู่แล้ว”
“ปากหวานจัง” ฟ้ากระจ่างยิ้มยั่ว
“แต่พี่จ้างก็รู้..ว่าดวงพูดจริง”
“ใช่..พี่รู้ แล้วก็ขอบคุณ..ที่ฟ้าส่งดวงมาให้พี่”
“ดวงก็ขอบคุณพี่..ที่พี่รักดวง”

ทั้งสองหนุ่มสาวมองหน้า สบตากันอย่างหวานชื่น ตระกองกอดกันและกันแนบแน่นอย่างแสนสุขใจ

จบบริบูรณ์
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านมาโดยตลอด และโปรดติดตามอ่าน "ดอกโศก" เร็วๆ นี้





อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 20
อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว ตอนที่ 20
ปัทมนทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ในขณะที่ดารกาลงนั่งกับพื้นข้างหน้า “เมื่อกี้คุณแม่ร้องทำไมคะ...น้องดาตกใจแทบแย่” ปัทมนไม่พูดอะไรเพราะกลัวว่าลูกสาวแสนซื่อจะกลัว “ช่างเถอะจ้ะ...แม่อาจจะคิดไปเอง!.. ว่าแต่น้องดาเถอะ..แม่ว่า ระยะนี้หนูดูเครียดๆ นะ” “ค่ะ! น้องดาเรียนหนัก” ดารกาอ้างเรื่องเรียน “เพลาๆ ลงบ้างก็ได้...เครียดมากๆ เดี๋ยวจะไม่สบาย” “น้องดาไม่อยากให้คุณแม่ผิดหวังค่ะ... เรื่องเมื่อกี้ เดี๋ยวน้องดาจะขอโทษพี่ธานี..” “น้องดา..” ปัทมนพูดพลางยื่นมือมาจับหัวลูก ดารกาขยับตัวถอยทันที ปัทมนชะงัก...แต่ไม่พูดอะไร.. “น้องดาปวดศีรษะน่ะค่ะ...ปวดตุ้บๆ เลยไม่อยากให้ใครจับ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...