xs
xsm
sm
md
lg

รักออกอากาศ ตอนที่ 11

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รักออกอากาศ  ตอนที่ 11

ในเวลาต่อมา แฟนคลับที่พากันถือป้ายไฟรอหน้าโรงแรมเริ่มออกอาการหงอย เอาป้ายไฟขึ้นมาบังแดดเป็นแถว แต่ผู้สื่อข่าวคนเดิมยังเกาะติดสถานการณ์อยู่

“คุณผู้ชมคะ ดิฉันยังคงเกาะติดสถานการณ์อยู่ที่หน้าโรงแรมเหมือนเดิมนะคะ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีวี่แววว่าพิธีหมั้นระหว่างไฮโซเจ้าคุณกับไฮโซเอมี่จะเริ่มต้นขึ้นเลย แต่ถึงยังไงกองทัพแฟนคลับก็ยังปักหลักประท้วงอยู่ตรงนี้ ไม่ยอมหนีไปไหน ใช่มั้ยคะพวกเรา”
แฟนคลับลุกฮือ
“ใช่ๆ”
ทันใดนั้นรถสมใจแล่นมาอีกด้าน โดยแฟนคลับไม่ทันมองเห็น
“โห คนมามุงดูอะไรกันเยอะแยะเลย นังปุ๋ย ตื่นเร็ว ถึงแล้ว นังแค๊บด้วย”
คำปุยงัยเงียตื่นขึ้นมา
“โอย เบาๆ ก็ได้ ตกใจหมด”
สมใจขับรถผ่านกลุ่มแฟนคลับไปอีกด้านหนึ่ง

เจ้าคุณนั่งด้วยอารมณ์เซ็งอยู่ในโรงแรม โดยมีไมเคิลนั่งเฝ้าข้างๆ
“ไอ้ไมค์”
“ครับพ้ม!”
“ถ้าแกเป็นฉัน แกจะทำไงวะ แกจะยอมแต่งงานเพื่อแม่ หรือจะทำตามใจตัวเอง”
“โห เกิดมายังไม่เคยเจอคำถามอะไรยากเท่านี้มาก่อนเลยครับคุณหนู”
“จริง มันยากมากจริงๆ”
เจ้าคุณพูดด้วยแววตาสุดเศร้า
“แต่คุณหนูก็ตัดสินใจแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“จำใจ ไม่ใช่ตัดสินใจ”
“โฮ่ คุณหนูของไอ้ไมค์”
ทันใดนั้นเอมี่กับคุณหญิงเดินกลับเข้ามาสองคนจึงต้องหยุดคุยไปโดยปริยาย
“คุณคะคุณ!”
เอมี่ปรี่เข้ามา
“ข่าวดีจ๊ะ ท่านประธานมาแล้ว”
รจนาวรรณพูดอย่างดีใจ ในขณะที่เจ้าคุณไม่นับเป็นข่าวดีเมื่อต้องหมั้นกับเอมี่

เวลาและโรงแรมเดียวกัน สมใจ คำปุยและแคบหมู คนยกกล่องใบชากันมาเต็มไม้เต็มมือ กล่องใบชาซ้อนกันจนบังหน้าทั้งสามคนจนมองทางไม่ถนัด แบกลังอย่างทุกลักทุเล
“ไอ้ใจ๋นะไอ้ใจ๋ ช่วยกันยกมาทีละกล่องก็ได้ เดี๋ยวค่อยกลับไปเอาที่รถมาใหม่ โอย มองอะไรก็แทบไม่เห็น”
คำปุยบ่น โดยมีแคบหมูคอยเสริม
“นั่นซิ แค๊บยิ่งเตี้ยๆ อยู่ด้วย”
“เลิกบ่นซะทีเหอะ ขนมารอบเดียวน่ะล่ะดีแล้ว ที่จอดรถอยู่ตั้งไกลจะขนสองรอบทำไมให้เสียเวลา อยากจะไปช็อปปิ้งต่อไม่ใช่เหรอนังแค๊บ”
“เออจริงด้วย! แหม เจ๊ใจ๋นี่ไอเดียเริ่ด ไป รีบเดินเร็ว จะได้ไปช็อปปิ้งต่อ”
แคบหมูรีบวิ่งออกไปทันที
“เฮ๊ย! นังแค๊บเดี๋ยวหกล้ม”
ไม่ทันขาดคำแค๊บหมูล้มหน้าทิ่มเข้ากับกล่องใบชา
“นั่นไง! เฮ้อ!”

อีกมุมหนึ่งประตูลิฟต์เปิดออก เจ้าคุณเดินออกมากับเอมี่ รจนาวรรณและไมเคิล มีทีมงานรอรับหน้าลิฟต์ เอมี่ยิ้มภูมิใจควงแขนเจ้าคุณ สมใจคำปุยและแคบหมูไม่ทันเห็น เพราะทั้งหมดนั่งยองๆ ก้มหน้าก้มตาเก็บกล่องใบชาที่ตกอยู่
“อ้วนแล้วยังซุ่มซ่ามอีกนะนังแค๊บ”
คำปุยบ่น
“รู้งี้ไม่พามาด้วยหรอก”
สมใจเก็บไปบ่นไป ทั้งหมดอุ้มกล่องใบชาซ้อนจนบังหน้ามิดอย่างเดิม
“ไป! นังแค๊บ! อย่าซุ่มซ่ามอีกล่ะ”
ทั้งสามคนออกเดิน ในขณะที่ทีมงานงานหมั้นของเจ้าคุณและเอมี่บอกให้สามคนถอยหลับ จนเบียดกัน แต่ไม่ทันที่ทั้งหมดจะมองเห็นกัน แคบหมูจึงอุทานขึ้น
“เชอะ! พวกไฮโซ แหวะ!”
“ไอ้แค๊บ! เดี๋ยวก็หัวทิ่มอีกอ่ะ จะไปมั้ย ช็อปปิ้ง”
สมใจดูแคบหมูกลัวลังชาตกอีก
“แฮ่ ไปจ๊ะ ไปๆ”
สมใจส่ายหน้าก่อนจะเหลือบไปมองกลุ่มเจ้าคุณ แต่ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด เดินแบกลังชาต่อไป ต่างคนต่างไปคนละทิศคนละทางกับขบวนหมั้นของเจ้าคุณและเอมี่

เวลาต่อมา ฝนห้องจัดงานหมั้น แขกเหรื่อต่างรอคอยเจ้าภาพ รวมทั้งกลุ่มก้องเกียรติ กิ่งแก้ว เจอาร์ และแมทธิว เจอาร์หาวแล้วเพราะรอประธานในพิธีนานเกินเหตุ
“โห นี่ถ้าไม่ได้คบกันมาตั้งแต่อนุบาลนะ ฉันไม่รอแล้ว กลับบ้านนอนตั้งนานแล้ว อะไรของมันวะ เลทตั้งหลายชั่วโมง โอ้วมายก็อด!”
“เลิกบ่นได้แล้วน่า ก็ประธานงานเขาเพิ่งจะมาถึง ดูซิแขกคนอื่นเขายังไม่ยอมกลับกันเลย ขนาดเขาไม่ได้เป็นเพื่อนกับไอ้คุณมาเกือบ 20 ปี อย่างพวกเรานะ”
ก้องเกียรติบอกเจาร์
“ชัวร์ซิ งานนี้ใครจะอยากกลับ ใครๆ เขาก็อยากอยู่เก็บข่าวไปเม้าท์ต่อกันทั้งนั้นแหละ ไอ้คุณมันออกจะดังซะขนาดนี้ ไหนจะยังมีข่าวเม้าท์เรื่องเอมี่อีกล่ะ”
กิ่งแก้วโพล่งขึ้น จนแมทธิวสะอึก

“เม้าท์ เม้าท์เอมี่เรื่องอะไร”
เจอาร์ถามด้วยความซื่อ
“ไปอยู่ไหนมาไอ้จ้อย”
“เจอาร์!”
“ก็เขาเม้าท์กันให้แซดว่าเอมี่ท้อง”
กิ่งแก้วอธิบายเสียละเอียด
“เอมี่ท้อง!”
แมทธิวยืนสะดุ้ง กิ่งแก้วรีบปิดปากเจอาร์
“ไอ้บ้า! จะดังไปไหน เดี๋ยวคนเขาก็ได้ยินกันหมดหรอก”
เจอาร์รีบแกะมือกิ่งแก้วออก
“จะกลัวเขาได้ยินทำไมล่ะ ก็แกเพิ่งบอกหยกๆ ว่าคนอื่นเขาก็เม้าท์กันให้แซ่ดเหมือนกันนี่กิ๋ง”
“เออ จริงว่ะ!”
“ใครจะเม้าท์ก็ช่างเขา เราอย่าเม้าท์เพื่อนเราเองแบบนี้เลย”
ก้องเกียรติโพล่งขึ้น
“ไอ้คุณน่ะใช่เพื่อนเรา แต่เอมี่ไม่ใช่”
กิ้งแก้วตอบกลับคนรักทันที
“กิ๋ง”
“ไม่รู้ล่ะ สงสารไอ้คุณ ใช่ลูกมันรึเปล่าก็ไม่รู้”
กิ่งแก้วพูดอย่างสงสัย และเห็นใจเพื่อน แมทธิวหันขวับ ก้องเกียรติรีบปิดปากกิ่งแก้ว
“เฮ่ย! กิ๋ง ทำไมพูดอย่างนี้”
“ก็มันน่าสงสัย”
แมทธิวรีบตัดบท
“โน่นๆ ไอ้คุณมาแล้ว”
เจ้าคุณเดินหน้าเศร้าเข้างานมาพร้อมเอมี่และรจนาวรรณ มีเพยีงแม่เจ้าคุณที่ยิ้มแย้มทักทายแขกเหรื่อ ก้องเกียรติ กิ่งแก้ว เจอาร์ และแมทธิว เดินเข้าไปหาเจ้าคุณ
“Congratulations ยินดีด้วยเพื่อนรัก”
เจ้าคุณพยักหน้าให้
ก้องเกียรติและกิ้งแก้ว เห็นใจเพื่อน สบตากับเจ้าคุณอย่างเข้าใจโดยไม่ต้องพูดอะไร ก่อนจะเข้าไปกอดเจ้าคุณ ส่วนแมทธิวรีบเข้าไปแสดงความดีใจกับเจ้าคุณเช่นกัน
“ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งจากขั้วหัวใจเลย ไอ้คุณ และเอมี่ด้วยนะจ๊ะ”
เอมี่ไม่กล้าสู้หน้าแมทธิว รีบตัดบททันที
“รีบไปเถอะค่ะ งานเราช้ามากแล้ว”
“จริงด้วย ไปก่อนเถอะลูกคุณ”
รจนาวรรณเร่งเจ้าคุณ
“สงสารไอ้คุณจังเลย”
กิ่งแก้วเอ่ยขึ้น
“สงสารทำไม มันกำลังจะมีเมีย”
เจอาร์เอ่ย
“เมีย”
แมทธิวยิ้มเยาะเย้ยเจ้าคุณ โดยที่รู้แต่แรกว่าลูกในท้องของเอมี่ไม่ใช่ลูกเจ้าคุณ ทั้งตัวเองยังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเอมี่มาก่อนหน้านี้แล้ว

เวลาเดียวกัน สมใจ แคบหมูและคำปุย ส่งชาเรียบร้อย แคบหมูกระโดดตัวลอย
“ไชโย้! ได้ออเดอร์เพิ่มอีกเพียบเลย”
“สงสัยดวงแกกำลังจะเฮงแล้วล่ะไอ้ใจ๋ ได้ลูกค้าใหม่เป็นโรงแรมไฮโซซะขนาดนี้ กลับบ้านมีหวังได้เด็ดใบชากันมือหงิกแน่ ฮ่าๆ”
คำปุยเอ่ย
“สาธุ! ขอให้จริงเถอะ พ่อกับแม่คงดีใจตาย”
สามคนเดินคุยกันอย่างมีความสุข เดินผ่านประตูจัดงานหมั้นของเจ้าคุณไป แต่แคบหมูชะโงกหน้าไปดูของกินในงาน
“อู้หู! คนเยอะแยะเลย น่าจะมีของกินเยอะอยู่ เข้าไปมั่วได้ป่ะเนี่ย”
สมใจเขกหัวแคบหมูในความห่วงกิน
“นังแค๊บ! ดูสารรูปพวกเราก่อนไม่เจียมตัวเล๊ย นี่มันงานพวกคนรวยเขา”
สมใจเหลือบตามองที่ป้ายชื่อหน้างานแบบไม่ได้ตั้งใจแต่ต้องชะงัก ตาจ้องเขม็งอ่านป้าย
ตัวหนังสือเล็กหน้างานติดไว้ “พิธีหมั้น ระหว่างเจ้าคุณ-คุณากร มหาศักดิ์ไพศาล กับ เอมิกา อรุณโรจน์รัตน์”

สมใจช็อก ย้อนนึกถึงคำพูดของรจนาวรรณที่ด่าเธอตอนเจ้าคุณถูกยิงที่โรงพยาบาล
“เพราะฉันคือ คุณหญิงรจนาวรรณ มหาศักดิ์ไพศาล แม่แท้ๆ ของเจ้าคุณ-คุณากร มหาศักดิ์ไพศาล ชายหนุ่มรูปหล่อแม่รวย ที่ฉันต้องการให้แต่งงานกับหนูเอมี่คนนี้คนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่แก!”
สมใจแค้นสุดขีด
“เจ้าคุณ!”
“ไอ้ใจ๋ แกเป็นไรวะว๊าย! ไอ้ใจ๋”
สมใจสุดแค้น แววตาอำมหิตเดินเข้าไปในงานอย่างไม่กลัวใคร
“ไอ้ใจ๋ ใจเย็น”
“อ้าว! ตกลงจะเข้าไปมั่วกินของเขาเหรอเนี่ยเจ๊”
แคบหมูยังไม่รู้เรื่อง
“อู๊ย! นังแค๊บ!”
คำปุยผลักหัวแคบหมูกระเด็นในความซื่อ แล้ววิ่งตามสมใจเข้าไปในงานทันที
“อะไรวะเนี่ย ไหนว่าเราไม่เจียมตัว แหม พุ่งตัดหน้ากันงี้เลยนะเจ๊”
แคบหมูยังไม่เข้าใจ ว่าสมใจเข้าไปในงานหมั้นสุดหรูเพราะเหตุใดกันแน่

ในห้องจัดงานหมั้น เจ้าคุณนั่งหน้าเศร้าอยู่กับเอมี่ บนโซฟาด้านหลังมีท่านประธานในพิธีหมั้น รจนาวรรณ และคุณหญิงแม่ของเอมี่นั่งซ้ายขวาข้างกัน
“นี่ก็ถึงเวลาอันเป็นมงคลแล้วนะ”
ประธานในพิธีเอ่ยขึ้น
“สวมแหวนเลยซิจ๊ะลูกคุณ”
รจนาวรรณสั่งเจ้าคุณ
“น่ารักจริงๆลูกเขยแม่”
คุณหญิงแม่ของเอมี่สุดปลื้มไม่ต่างกัน เจ้าคุณค่อยๆ หยิบแหวนหมั้นจากพานตรงหน้าขึ้นมามอง
“สวมเลยซิคะ คุณคะคุณขา”
เจ้าคุณยังมองนิ่งอยู่ นึกถึงข้าวนึ่งร่วมสาบานที่เคยกินกับสมใจ แขกเหรื่อต่างมองลุ้นไปตามๆกัน
“ลูกคุณ จะรออะไร สวมเลยซิลูก”
“โถ ลูกเขยแม่ ขี้อาย น่าร้ากอ่ะ”
สองคุณหญิงแม่พากันหัวเราะอย่างมีความสุข แต่เอมี่เริ่มหน้าเสีย
“ สวมซิคะ คุณ!”
เจ้าคุณถอนใจเฮือก บรรดาเพื่อนๆมองลุ้น เจ้าคุณตัดสินใจเหมือนจะสวมแหวนให้เอมี่ แต่ทันใดนั้นต้องชะงักเพราะสมใจปรี่เข้ามา
“อ้ายขุนทอง!”
เจ้าคุณหันมามองทันที แขกเหรื่อหน้าเวทีหันขวับ แหวกเป็นทาง สมใจยืนจังก้าหน้าเอาเรื่อง เจ้าคุณแทบช็อกเมื่อเห็นสมใจ
“สมใจ!”
“นังบ้านนอก!”
เอมี่กับรจนาวรรณตกใจสุดขีด
“ใช่ ฉันเอง!”
เจ้าคุณยังอึ้งเหมือนฝันไปที่สมใจโผล่มาที่งาน
“ใจ๋”
สมใจค่อยๆ เดินตรงเข้ามาที่หน้าเวที คำปุยกับแคบหมูวิ่งตามมาจับไว้ แต่สมใจสะบัด
“หยุด!”
คำปุยกับแคบหมูกลัวจนหงอ ก้องเกียรตกับกิ่งแก้วพยายามจะห้าม
“ใจ๋”
“อย่ายุ่ง!”
ก้องเกียรติกับกิ่งแก้ว ชะงักกึก ส่วนแมทธิวกำลังสะใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น สมใจรีบกระโดดขึ้นเวที เจ้าคุณลุกขึ้นยิ้มดีใจ
“ใจ๋!”
เอมี่ลุกขึ้นกระชากแขนเจ้าคุณไว้
“อย่านะ! แกกล้ามากนะนังบ้านนอก”
เอมี่ชี้หน้า ปรี่เข้าหาสมใจ สมใจผลักเอมี่กระเด็น
“อร้าย!”
“นี่มันมากเกินไปแล้วนะ ทำไมเธอไม่รู้จักหยุดซะที จะตามราวีพวกเราไปถึงไหน ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ย ว่าถึงยังไงเธอก็ไม่มีวันได้เป็นลูกสะใภ้ของมหาศักดิ์ไพศาลเด็ดขาด”
สมใจสวนขึ้นทันที
“ใครบอกว่าฉันอยากเป็น”
รจนาวรรณสะดุ้ง
“แล้วฉันก็ไม่อยากจะตามราวีพวกคุณด้วยรู้ไว้ซะด้วย ฉันไม่ได้อยากจะเข้ามาเหยียบงานนี้ให้เป็นเสนียดฝ่าเท้าฉันซักเท่าไหร่หรอกนะ”
แขกเหรื่อเริ่มฮือฮา
“แต่ที่ต้องเข้ามาเนี่ย..ก็เพราะ...”
สมใจจ้องหน้าเจ้าคุณ ค่อยๆ เดินเข้าไปประจันหน้า สองคนมองหน้ากัน
“ใจ๋”
สมใจตบหน้าเจ้าคุณสุดแรงเกิด แขกเหรื่อวี๊ดว๊ายกันทั้งงาน รจนาวรรณแทบเป็นลม เจ้าคุณค่อยๆ หันหลับมามองหน้าสมใจ ที่โกรธแค้นจนน้ำตาไหล
“นั่นสำหรับพ่อแม่ฉัน”
สมใจตบเจ้าคุณอีกฉาด
“ของพี่น้องม่วนแต๊”
สมใจตบเจ้าคุณอีกครั้ง
“และนี่ ของฉัน!”
สมใจตบเจ้าคุณจนพอใจ เจ้าคุณหน้าหัน และยอมรับสภาพก่อนจะหันกลับมา
“ใจ๋ ฉัน...”
เจ้าคุณจะคว้าตัวใจ๋ไว้ แต่สมใจวิ่งลงจากเวทีแล้ววิ่งออกจากงานไปทันที
“ใจ๋ ใจ๋”
เจ้าคุณจะวิ่งตามแต่เอมี่ดึงตัวเอาไว้
“อย่านะ คุณคะคุณขา อย่าไปๆ”
“ใจ๋ ใจ๋!”
ภาพบรรยากาศในงานโกลาหลวุ่นวายสองคุณหญิงแม่เป็นลมล้มพับ เอมี่ยังรั้งตัวเจ้าคุณที่ตะโกนร้องเรียกสมใจแต่สมใจไม่หันมองกลับมามองเจ้าคุณแม้แต่น้อย


คืนนั้น รจนาวรรณทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดสภาพในคฤหาสน์ ดมยาดมไปด้วย
“หมดกัน! พังหมด เพราะนังบ้านนอกนั่นคนเดียว”
เจ้าคุณนั่งซึมเพราะรู้ว่าสมใจเสียใจมาก
“แม่”
“แม่ไม่อยากเชื่อเลยนะลูกคุณ ว่าเพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียวจะทำให้ชีวิตพวกเราพังได้ถึงขนาดนี้”
“แม่ครับ ผมต่างหากที่ไปทำชีวิตสมใจเขาพัง”
เจ้าคุณโต้แทนสมใจ
“มันทำถึงขนาดนี้แล้วหนูยังจะเถียงแทนมันอีกเหรอลูก”
“ผมพูดเรื่องจริงครับแม่”
“แต่เรื่องจริงของแม่ก็คือ ตอนนี้หนูเอมี่กับคุณหญิงแม่ของเขากำลังเสียใจมาก”
“โอเค ไว้ผมจะไปขอโทษเขา”
“แค่นั้นไม่พอ หนูต้องเอาแหวนหมั้นนี้ไปด้วย ไปสวมให้หนูเอมี่เร็วที่สุด”
รจนาวรรณยื่นแหวนหมั้นให้เจ้าคุณที่มองแหวนนั้นอย่างหมดหนทางปฏิเสธ
“ครับ แม่”
“ดี! แล้วแม่ก็หวังว่า ต่อจากนี้คงจะไม่มีนังบ้านนอกนั่น เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตพวกเราอีกต่อไป”
รจนาวรรณพูดจบแล้วลุกออกไป ทิ้งให้เจ้าคุณเสียใจ มองแหวนในมือ แล้วคิดถึงสมใจขึ้นมา

คืนนั้น สมใจจอดรถอยุ่ริมถนนในเมืองกรุงฯ นั่งกอดเข่าอยู่ท้ายกระบะ คำปุยกับแคบหมูดูลาดเลาอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้ามายุ่ง ได้แต่แอบกระซิบกัน
“ไงเนี่ยเจ๊ปุ๋ย นั่งนิ่งอยู่ท่านี้ท่าเดียวมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ”
“ปล่อยมัน อย่าไปยุ่งกับมัน”
ทันใดนั้นสมใจเอามือประสานท้ายทอย หงายหลังลงนอนหงายท้ายรถ คำปุยกับแคบหมูรีบวิ่งไปดูเพราะคิดว่าสมใจเป็นลม
“อร้าย! ไอ้ใจ๋ เป็นลมตายรึเปล่า”
“บ้า คนอย่างไอ้ใจ๋ไม่ตายง่ายๆ หรอกเว๊ย”
คำปุยโล่งอก
“พุธโธ! ธัมโม! สังโฆ! โล่งอกไปที สบายใจแล้วล่ะซิ”
สมใจนอนนิ่งเฉย มองฟ้า ไม่ได้ตอบคำถามคำปุย
“ไอ้ใจ๋ ฉันเข้าใจความรู้สึกของแกนะ แต่แกทำเกินไปรึเปล่าวะ”
“เกินไปยังไง”
“ก็ฉันว่า คือฉันรู้สึกว่า อ้ายขุนทองเอ๊ย! เจ้าคุณอะไรนั่นน่ะ เขาก็...”
“ก็อะไร”
“..เขาก็..เขาก็..เป็นคนดีนะเว๊ย”
คำปุยเฉไฉไปเรื่องอื่นทั้งที่ทองออกว่าเจ้าคุณก็รักสมใจเช่นกัน สมใจได้ยินรีบโวยวาย
“ดีบ้านแกดิ ไอ้ไฮโซผีนรก ปลิ้นปล้อน หลอกลวง ใจร้าย จะไปตายที่ไหนก็ไปเลยไป๊ๆ”
คำปุยได้แต่เหลือบมองเพื่อนที่ยังคงทำใจเรื่องเจ้าคุณไม่ได้ แถมยังจงเกลียดจงชังอีกฝ่ายทั้งที่ยังรักอีกต่างหาก

คืนนั้นที่บ้านสมใจ สมหมาย สมศรี ปลัดจืดและหวานเจี๊ยบ ยังนั่งคุยกันอยู่เพระาเพิ่งกินข้าวเย็นร่วมกันเสร็จ สมศรีรินน้ำชาให้ปลัดจืด
“ขอบคุณครับป้าศรี”
“เอ้า! หวานเจี๊ยบ เอาหน่อย”
สมศรีรืนน้ำชาส่งให้หวานเจี๊ยบเช่นกัน
“ขอบใจจ๊ะ”
“หืมม์ คล่องคอกว่าน้ำแดงเยอะเลย”
ปลัดจืดแซวหวานเจี๊ยบ จนอีกฝ่ายสาดน้ำชาใส่ทันที
“นี่แน่ะ!”
“เฮ๊ย! ร้อนนะ จะบ้าเหรอ”
“อยากปากเหม็นทำไมล่ะ”
สมหมายกับสมศรีนั่งหัวเราะสองคนอย่างอารมณ์ดี
“คู่นี้เป็นอะไรกัน เจอกันเป็นต้องทะเลาะกันอยู่เรื่อย”
สมหมายแซว
“เออ ทะเลาะกันอย่างเนี้ย ข้าเห็นมาหลายคู่แล้ว”
สมศรีขำ ปลัดจืดกับหวานเจี๊ยบ ชะงักกึกมองเอาคำตอบ
“เอ่อ เห็นมาหลายคู่แล้ว เดี๋ยวมันก็ดีกัน”
“ว่าแต่พี่ใจ๋จะกลับเมื่อไหร่จ๊ะป้าศรี กลับคืนนี้เลยละป่าว”
หวานเจี๊ยบถามขึ้น
“ไม่รู้มันเหมือนกัน แต่ข้าอยากให้มันค้างนะ ไม่อยากให้ขับรถกลางคืน ขับคนเดียวด้วย เหนื่อยตาย”
“น่าจะบอกผมซักคำ จะได้ขับไปให้”
ปลัดจืดอาสาช่วยอย่างเต็มใจ
“ตกลงเป็นปลัดหรือคนขับรถกะบะ”
ปลัดจืดเอาคืนสาดน้ำชาใส่หวานเจี๊ยบเช่นกัน
“นี่แน่ะ!”
“ว๊าย! ไอ้ปลัดบ้า ซาดิสม์ ลุงหมาย ป้าศรีดูดิ เอาน้ำชาร้อนๆ มาสาดผู้หญิง”
“มั่ว! เว่อร์! ร้อนที่ไหน เย็นแล้ว”
หวานเจี๊ยบชี้หน้าฝากเอาไว้ก่อน สมหมายกับสมศรีมองสองคนอย่างอารมณ์ดี
“ตกลงคืนนี้ไอ้ใจ๋มันจะกลับบ้านมั้ยวะเนี่ย”
สมหมายคิดถึงลูกสาวขึ้นมาทันที

คืนนั้นในผับ สมใจกับคำปุยกำลังสนุกสนานในผับ สมใจเต้นอย่างเมามัน โดยมีคำปุยเต้นหน้าตาไม่มีความสุขนักอยู่ข้างๆ
“ไอ้ใจ๋ ลุงหมายรู้ล่ะเอาฉันตาย”
“จะรู้ได้ไง ฉันไม่พูด แกไม่พูด อ้อนังแค๊บอีกคน วู้ๆ”
สมใจเต้นอย่างเมามัน
“กลับกันเหอะ สงสารนังแค๊บ นอนรออยู่ในรถน่ะ”
“ให้มันนอนไป นังแค๊บหมู วู้ๆ”
“นี่แกเมาเหรอวะนังใจ๋ เหล้าก็ไม่ได้กินนี่หว่า”
“ไม่ได้เมาเหล้า แต่เมามันเว๊ย! วู้ๆ”
“พุธโธ! ธัมโม! สังโฆ! ไปซะแล้วเพื่อนฉัน”
สมใจเต้นอย่างบ้าคลั่ง สักพักดีเจเปลี่ยนเป็นเพลงช้า
“อะไรวะ อารมณ์เสีย”
สมใจหงุดหงิด
“พักกันนิดนึงนะคร้าบ!”
ดีเจประกาศ คำปุยลากสมใจมานั่ง
“พักก่อน กินน้ำก่อน”
ดีเจเปิดเพลง “เธอยัง” ขึ้นมา สมใจสำลักพรวด เพราะโดนใจเหลือเกิน
“อ๊ายๆ”
“ไปเยอะเลยเพื่อนข้าเจ้า”
สมใจตะโกนร้องเพลง ใส่อารมณ์ตามเพลงไปด้วยความอินคล้ายคนอกหัก ไม่ต่างจากเจ้าคุณที่นั่งเหงาอยู่ที่บ้าน คิดถึงสมใจอย่างบอกไม่ถูก
เจ้าคุณเอนตัวลงนอนบนโซฟาเอามือก่ายหน้าผาก นึกถึงความทรงจำกับสมใจที่ม่วนแต๊ ส่วนสมใจยังคงร้องเพลงต่อด้วยความสะเทือนใจ น้ำตาเริ่มไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

สมใจร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ โผเข้ากอดคำปุยแน่น คำปุยได้แต่ลูบหลังปลอบเพื่อนอย่างเข้าใจ

อ่านต่อหน้า 2 เวลา 17.00 น.







รักออกอากาศ  ตอนที่ 11 (ต่อ)


ค่ำคืนนั้น อาเฟยและลูกน้องใส่หมวกไหมพรมปิดบังหน้า มายืนลับๆ ล่อๆ ที่บริเวณโรงเก็บชาม่วนใจ๋ ลูกน้องอาเฟยราดน้ำมันไปรอบๆ โรงเก็บชา และขณะกำลังจะคว้าไฟแช็กมาจุดนั้น ปลัดจืดและหวานเจี๊ยบเดินทะเลาะกันมาพอดี

“หึ้ย! น่ารำคาญ เดินตามยังกะลูกหมา”
หวานเจี๊ยบบ่นปลัดจืดที่กำลังเดินตามมาติดๆ
“‘ปากเธอซิเหมือนมากกว่า”
ปลัดจืดย้อน
“ปากแกซิเหมือน!”
“นี่! ถ้าลุงหมายกะป้าศรีไม่ขอให้ฉันไปส่งเธอก็อย่าหวังเลยนะยัยลิงเจี๊ยกว่าฉันจะยอมเดินตามเธออย่างนี้”
“อี๋! อยากให้ไปส่งตายล่ะ ฉันเดินของฉันคนเดียวได้ย่ะ ม่วนแต๊นี่มันบ้านฉัน ใครมันจะกล้ามาทำอะไร”
“หึ! ไม่ใช่เขาไม่กล้า แต่เขาไม่อยากทำมากกว่า รังเกียจน่ะเข้าใจมั้ย รังเกียจ!”
ปลัดจืดสวนกลับอย่างทันกัน จนหวานเจี๊ยบโมโหผลักปลัดจืดกระเด็น
“ไอ้บ้า!”
“โอ๊ย!”
ในขณะเดียวกันนั้นลูกน้องของอาเฟย รีบส่งสัญญาณพยักหน้าให้กัน โยนไฟแช็กที่จุดลงบนน้ำมันที่ราด ไฟติดพรึ่บ ลุกโชติช่วงขึ้นทันที
ปลัดจืดหันมาเห็นพอดี “เฮ๊ย! ทำอะไรน่ะ”
ลูกน้องอาเฟยยิ้มร้ายสะใจ ก่อนจะวิ่งหนี ปลัดจืดวิ่งตามล็อกตัวไว้ได้หนึ่งคน
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!”
หวานเจี๊ยบรีบตะโกนร้องลั่น เมื่อเห็นไฟที่ลุกไหม้โรงเก็บชา
“ไฟไหม้ ปลัด ไฟไหม้!”
ปลัดจืดหันมาเห็นตกใจ มือยังล็อกคอลูกน้องอาเฟยไว้แล้วตะโกนสั่งให้สาวคู่กัดรีบดับไฟก่อน
“ช่วยดับไฟก่อน”
หวานเจี๊ยบตื่นตระหนก
“ดับยังไงล่ะ!”
“ไปตามคนมาช่วย ไปบอกลุงหมาย เร็ว!”
หวานเจี๊ยบเตรียมวิ่งกลับไปบอกสมหมาย แต่ทันใดนั้นโดนสมุนอีกคนของอาเฟยดักหน้าแล้วรวบตัวไว้แน่น
“ช่วยด้วย!”
สมุนอาเฟยตบหน้าหวานเจี๊ยบ ปลัดจืดเห็นเข้ารีบตะโกนห้าม
“เฮ๊ย! อย่าทำผู้หญิง!”
ปลัดจืดจัดการต่อสู้กับสมุนอาเฟยจนหมอบไปได้หนึ่งคน แล้ววิ่งไปช่วยหวานเจี๊ยบได้สำเร็จ แต่ไม่รอด เพราะสมุนอีกคนโผล่มา เอาไม้ฟาดท้ายทอยปลัดจืดเปรี้ยงเดียวสลบ หวานเจี๊ยบกรี๊ดลั่นกอดปลัดจืดไว้แน่น สมุนต่างพากันวิ่งหนีไป
หวานเจี๊ยบร้องไห้กอดปลัดจืดไว้ที่หน้าโรงเก็บชาขณะที่ไฟกำลังโหมลุกท่วมไปทั่วบริเวณ ปากก็ตะโกนร้องเรียกให้คนช่วยแต่ไม่มีใครได้ยิน

รุ่งเช้าชาวม่วนแต๊มายืนมุงดูโรงเก็บชาม่วนใจ๋ที่เหลือแต่ซาก
“ใครวะ ใครมันใจร้ายใจดำ ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้”
สมหมายตัดพ้อหลังเห้นโรงเก็บชาไม่ใจ๋ไม่เหลืออะไรเลย สมศรียืนน้ำตาคลออยู่ด้วย
“เพิ่งจะช่วยกันกู้วิกฤติมาได้ ใบชาก็เพิ่งจะเก็บหมด อีกตั้งเดือนกว่าจะเก็บได้อีก แล้วอย่างนี้พี่น้องเราจะเอาอะไรกินกัน”
ทุกคนเศร้า ส่วนกำโป๊งกับไส้อั่วซุ่มดูอยู่แถวพุ่มไม้
“เวรกรรม!”
กำโป๊งอุทาน
“ลุง! มาแอบอยู่ตรงนี้ทำไม ทำไมไม่ออกไปหาลุงหมายล่ะ”
“ไอ้ง่าว! พ่อหมายเขายังเคืองข้าไม่หายที่ข้าไปร่วมมือกับอ้ายขุนทองหลอกเขาน่ะ ไหนยังจะพวกชาวบ้านอีก ขืนออกไปข้าก็มีหวังโดนเผายังกะโรงเก็บชาน่ะซิวะ”
“ว้า! แล้วจะทำไงดีล่ะ”
ไส้อั่วอยากช่วยแต่หาทางออกไม่ได้ แต่ทันใดนั้นมีคนเดินผ่านมาสองลุงหลานรีบหลบหลังพุ่มไม้
“จะทำไงก็ซุ่มดูอยู่นี่ล่ะ เย้ย ไอ้อั่วหลบ”
สมใจ แคบหมู และคำปุย วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“พ่อ! แม่!”
สมใจเห็นภาพโรงชาแล้วรักงเสียงหลงด้วยความเสียใจ
“ไอ้ใจ๋!”
“อะ..อะไรเนี่ย..นี่มัน...อะไรกันเนี่ย ไม่!”
สมใจทรุดฮวบหมดแรง ร้องไห้จนหมดแรง ทุกคนกอดคอกันร้องไห้ ไม่ต่างจากกำโป๊งและไส้อั่วที่แอบยืนมองอยู่อย่างเศร้าใจ กับความโชคร้าย และชะตากรรมของคนม่วนแต๊ในเวลานี้

ต่างจากอาฟง ที่ระเบิดเสียงหัวเราะดังสนั่นลั่นบ้านตัวเอง ด้วยความสะใจในการเผาโรงชาม่วนใจ๋ได้สำเร็จ
“ฮ่าๆ สะใจยิ่งกว่าสะใจ ฮ่าๆ พวกลื้อทำดีมาก เอาเงินไปกินหนม”
อาฟงยื่นแบงก์ 20 ให้ลูกน้องคนละใบ ก่อนที่ลูกน้องจะมองเงินอย่างงุนงงในจำนวน
“ขอบคุณครับเถ้าแก่ใหญ่”
“ป๊าจะทำยังไงต่อไป”
อาเฟยถามอาฟงผู้เป็นพ่ออย่างอยากรู้
“จะทำอะไร ก็ไม่ต้องทำอะไร นั่งกระดิกเท้าอยู่กะบ้าน รอให้พวกไอ้หมายมันมาคุกเข่าอ้อนวอนขอเงิน ก็แค่นั้นซิเว้ย อาตี๋น้อย ฮ่าๆ”
อาเฟยมองอาฟงอย่างศรัทธาในความฉลาดหลักแหลมที่สามารถปั่นป่วนคนม่วนแต๊ได้อย่างเจ็บแสบ

เวลาถัดมา ที่บ้านสมใจทุกคนยังนั่งเศร้ากับเรื่องที่เกิดขึ้น สมใจโทษตัวเองที่กลับมาช้าเกินไป
“เพราะฉันคนเดียว ถ้าฉันกลับมาเร็วกว่านี้ก็คงไม่เกิดเรื่อง”
“ไอ้ใจ๋...ไม่เกี่ยวกับเอ็งเลย ถึงเอ็งจะกลับมาเร็วแล้วยังไง พ่อ แม่ ปลัดจืด ใครต่อใครก็อยู่ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน”
สมศรีปลอบลูกสาว
“เพิ่งจะเอาชาล็อตแรกไปขายแท้ๆ แถมยังได้ออเดอร์เพิ่มมาอีกเพียบเลย”
คำปุยตัดพ้อในโชคชะตาของคนม่วนแต๊ ในขณะที่แคบหมูกลัวอดตายในครานี้
“โห แล้วพวกเราจะอดตายกันมั้ยเนี่ย”
“หุบปากนะนังแค๊บ! ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ พวกเราม่วนแต๊ไม่มีวันอดตายหรอกเว้ย!”
สมหมายสายตามุ่งมั่น
“แล้วยังไงล่ะพ่อ คราวก่อนลุงกำโป๊งให้ยืมเงินมาก็ยังไม่ได้ใช้เขาเลย คราวนี้จะไปเอาเงินที่ไหนล่ะ”
“ไอ้ใจ๋ อย่าเอ่ยชื่อ อ้ายโป๊งให้ข้าได้ยินได้มั้ยวะข้าเคยบอกแล้วไง ข้าไม่มีอ้ายขี้จุ๊ใจดำที่ชื่อกำโป๊ง เอ็งก็เหมือนกัน เจ็บแล้วยังไม่รู้จักจำเรอะ”
สมใจเจ็บลึกเข้าไปถึงหัวใจ
“จำซิพ่อ! ทำไมจะไม่จำ จำจนตาย จำไม่ลืมเลย”
สมใจพูดจบลุกพรวดวิ่งขึ้นบ้านไป สมหมายมองตามด้วยความงง
“ตาหมาย! แกนี่ยังไงห๊า! เอาเรื่องโน้นมาปนเรื่องนี้มั่วไปหมด ไอ้ใจ๋มันก็เพิ่งขับรถเหนื่อยๆ กลับมาเจอไฟไหม้โรงเก็บชา แล้วยังมาโดนพ่อด่าอีก แกนี่มันเป็นพ่อประสาอะไร...หึ้ย!”
สมศรีตีแขนสมหมายทันที
“อะไรวะ พูดแค่นี้เอง”
คำปุยมองหน้าแคบหมูอย่างรู้ว่าสมใจเก็บกดความรู้สึกไว้ข้างในกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในหลายๆเรื่อง

เวลาต่อจากนั้น สมใจวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนยืนร้องไห้พิงประตู แล้วนึกถึงภาพงานหมั้นของเจ้าคุณ นึกถึงตอนที่ตามไปตบหน้าเจ้าคุณในผับ แล้วร้องกอดคำปุย กระทั่งภาพโรงเก็บชาโดนไฟไหม้จนไม่เหลืออะไร สมใจเสียใจร้องไห้ทรุดลงกับพื้นปานใจจะขาด

เช้าวันใหม่ ที่คอร์ทสควอช เจ้าคุณหวดสควอชอย่างเต็มเหนี่ยว ระบายความเครียดสุด ไม่นานนักแมทธิวเดินเข้ามาอย่างหาเรื่อง
“เก็บกดอะไรมานักหนาวะ ไอ้คุณเพื่อนรัก”
เจ้าคุณเดินเลี่ยงไปเอาผ้าเช็ดหน้าไม่โต้ตอบ
“มันก็น่ายัวะอยู่หรอกนะวิวาห์ล่ม ซะขนาดนั้น ฮ่าๆ”
เจ้าคุณมองหน้าแล้วรีบตอบกลับทันที
“แค่หมั้น ยังไม่ได้แต่ง”
“ถึงยังไงก็ต้องแต่ง ใจคอจะรอให้เอมี่ท้องโตก่อนเหรอวะ”
เจ้าคุณตกใจเมื่อรู้ว่าแมทธิวรู้เรื่องเอมี่ท้อง
“แกรู้เรื่องนี้ด้วย”
แมทธิวลืมตัว จึงรีบกลับมาโต้ตอบอย่างเนียนๆ
“โหฉันคนเดียวที่ไหน ใครๆ เขาก็เม้าท์กันทั่ว”
เจ้าคุณถอนหายใจ ด้วยความเซ็ง แมทธิวเข้ามาตบไหล่
“อารายทำไมทำหน้าเซ็งซะขนาดนั้น มันต้องแฮปปี้ถึงจะถูกซิค้าบ คุณพ่อ ป่าปี๊..ป่าปี๊ ฮ่าๆ”
เจ้าคุณตวัดสายตามองแมทธิว แมทธิวยักคิ้วให้ ก่อนจะเดินจากไปด้วยความสะใจที่เห็นเจ้าคุณเครียด
เจ้าคุณขว้างผ้าลงพื้นอย่างโมโหที่โต้ตอบอีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่อย่างเดียว

เวลาเดียวกัน จอยกำลังแอ็คชั่นออกกำลังกายอยู่ หน้าตาเคร่งเครียด เพราะกำลังถ่ายโษณาอยู่บริเวณฟิตเนสเดียวกันกับที่เจ้าคุณตีสควอชอยู่
“คัท! ไอ้จอย ยิ้มแย้มแจ่มใจหน่อยซิวะ หน้าตายังกะอึไม่ออก”
ก้องเกียรติตะโกนใส่จอยทันที
โห บอสคะ เหนื่อยนะคะ จะให้ยิ้มไงไหว”
“เอาๆ งั้นให้พัก 5 นาที”
“โห..ตั้ง 5 นาที”
“อยากจะพักนานๆ เลยมั้ยล่ะ พักซัก 3 เดือน 6เดือน ไรเงี้ย”
กิ่งแก้วยื่นข้อเสนอแบบรวบรัดให้จอย
“ค่ะๆ..ทราบค่ะ ต้องถ่ายให้เสร็จให้ไวจะได้ประหยัดงบค่ะ บอส”
“รู้ก็ดีแล้ว เจ้าคุณ”
เจ้าคุณยืนถือกระเป๋ากีฬาหลังจากอาบน้ำยืนมองกองถ่ายของก้องเกียรติและกิ่งแก้วทำงานเล็กๆหลังจากที่รายการไฮโซบ้านเฮายุบรายการ


เวลาต่อมา เจ้าคุณ ก้องและกิ่งแก้ว นั่งคุยกันที่ฟิตเนส
“ตั้งแต่รายการไฮโซบ้านเฮาล่มไปพวกเราก็แย่เลย ต้องหาอะไรจุ๊กจิ๊กทำไป ดีกว่าไม่มีอะไรทำเลย นี่ยังโชคดีนะเนี่ยที่ไม่โดนเสี่ยแกฟ้องเอา ไม่งั้นล่ะก็...”
กิ่งแก้วเล่าถึงสถานภาพของบริษัทในเวลานี้ เจ้าคุณนั่งฟังนั่ง
“อย่าสนใจเลยไอ้คุณ ฉันไม่โดนแกเตะแล้วเลิกคบก็บุญแล้ว ว่าแต่แกเหอะ..เป็นไงมั่ง”
“...ก็...โอ”
เจ้าคุณตอบไปทั้งที่อารมณ์เซ็ง
“โอน้อยออก อ่ะดิ”
เจ้าคุณขำไม่ออก
“ไม่ขำ”
“รู้ ใครจะไปขำออก”
“ไอ้ก้อง...”
“หึ้ม”
เจ้าคุณตัดสินใจถาม
“แกได้ข่าว...”
“สมใจ”
เจ้าคุณถามถึงสมใจแต่ก้องเกียรติ ไม่รู้ข่าวคราวเช่นกัน
“ใครจะกล้าวะ ขนาดลุงกำโป๊งนี่ฉันยังไม่กล้าติดต่อแกเลย ได้ข่าวว่าลุงแกก็แย่อยู่ ลุงหมายกะชาวม่วนแต๊โกรธแกมากที่ให้ความร่วมมือกับพวกเรา”
“พวกแก!”
“เออ..พวกฉัน”
“ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าเรื่องราวมันจะบานปลายไปได้ถึงขนาดนี้”
กิ่งแก้วพูดอย่างรู้สึกผิด
“นี่ล่ะ..ผลของการทำอะไรไม่คิด”
ก้องเกียรติน้อมรับอย่างเข้าใจ
“ไอ้แมทก็ด้วยแหละ มันนั่นแหละตัวต้นเรื่องเลย”
“เฮ่ย! อย่าเถียงกันเลยน่ะ คิดในทางที่ดี อย่างน้อย..พวกแกก็ทำให้ฉันมีความทรงจำดีๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตกะเขาบ้าง”
เจ้าคุณพูดอย่างเข้าใจชีวิต สองคนอึ้งไป
“ไอ้คุณ...”
“เนี่ย..สาเหตุที่ทำให้ฉันไม่เตะแล้วก็ไม่เลิกคบพวกแก”
เจ้าคุณพูดอย่างจริงใจ
“คุณ...”
กิ่งแก้วซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก เจ้าคุณนิ่งไป จนก้องเกียรติถามขึ้น
“แล้วนี่..แกจะยังไงต่อวะ..เรื่องเอมี่”
เจ้าคุณนิ่งคล้ายมีบางอย่างครุ่นคิดในใจ

บ่ายวันนั้นที่ คฤหาสน์เจ้าคุณ รจนาวรรณไม่พอใจที่เจ้าคุณไม่ยอมไปมาหาสู่กับเอมี่
“จนป่านนี้ยังไม่ยอมไปหาหนูเอมี่ นี่หนูจะดื้อแม่จริงๆ เหรอเจ้าคุณ”
“แม่ครับ...ผม...”
“ผมอะไร ผมยังลืมนังบ้านนอกนั่นไม่ได้ ผมอยากจะกลับไปหามัน ไปเอามันมาเป็นลูกสะใภ้ให้แม่งั้นเหรอ”
เจ้าคุณนิ่ง พูดไม่ออกเพราะรจนาวรรณพูดจี้ใจดำ
“คุณพระช่วย! จริงเหรอเจ้าคุณ”
“แม่ครับ..ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย”
“ก็พูดซะมั่งซิลูก หัดพูดซะมั่ง ถ้าลูกพูดมากกว่านี้ซักนิด ก็คงจะดีกว่านี้เยอะเลย เฮ้อ!”
เจ้าคุณนิ่งอึ้งไป แอบคิดในใจว่าอาจจริงดั่งคำที่แม่พูดว่าเขาเงียบเกินไป
“ตกลงยังไง เมื่อไหร่ถึงจะไปง้อหนูมี่”
เจ้าคุณมองแม่ตัวเองอย่างมีคำตอบในใจ

วันใหม่ เอมี่กำลังอาเจียนอย่างหนักเพราะอาการแพ้ท้อง โดยมีแม่คอยลูบหลังให้
“ฮือ ทำไมมันทรมานอย่างนี้ มี่ไม่อยากท้องเลย มี่ไม่อยากท้องๆ”
เอมี่หงุดหงิดโวยวายตีท้องตัวเอง จนแม่ต้องคอยปลอบ
“ไม่นะลูก อย่าทำอย่างนี้ ก็เพราะท้องน่ะซิเจ้าคุณถึงยอมแต่งงานกับลูก ลูกต้องขอบใจลูกในท้องถึงจะถูกนะจ๊ะ”
“แต่ง แต่งที่ไหนกันล่ะคะคุณแม่ กะอีแค่งานหมั้นยังบรรลัยเลย”
“แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้าคุณเขานี่จ๊ะลูก เป็นเพราะนังบ้านนอกนั่นต่างหาก”
“นังสมใจนะนังสมใจ อย่าให้เจอเชียว อ้วก!”
แม่เอมี่กุลีกุจอเอากระโถนจ่อแล้วลูบหลังให้ลูกอย่างห่วงใย ทันใดนั่นเจ้าคุณโผล่มาทันที แม่เอมี่ยิ้มดีใจ
“เจ้าคุณ! ลูกเขยแม่”
เอมี่สะบัดตัวมามองทันที เจ้าคุณยกมือไว้
“สวัสดีครับ”
“ไหว้พระเถอะจ๊ะ มาจ๊ะมาๆ มานั่งนี่ ดูซิ น้องมี่กำลังแพ้ท้องหนักเลย แกล้งแม่น่าดูเลยนะหลานคุณหญิงยาย ฮิฮิ..น่าร้ากอ่ะ!”
เจ้าคุณไม่รื่นรมย์ด้วย ส่วนเอมี่ยังงอนไม่หาย
“ต๊าย! แม่เพิ่งนึกได้ นัดซินแสดูฤกษ์ตกฟากให้หลานไว้ งั้นแม่ฝากดูน้องมี่ด้วยนะจ๊ะ แม่ต้องไปก่อนล่ะ”
“ครับ สวัสดีครับ”
“จ๊ะๆ ไหว้พระอีกทีจ๊ะ”
แม่เอมี่ส่งสัญญาณให้เอมี่อ้อนเจ้าคุณ แล้วรีบเดินออกไป เจ้าคุณรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก ส่วนเอมี่ยังงอนตามระเบียบ
“มาทำไมคะ”
เจ้าคุณพูดไม่ออก
“จะไม่พูดอะไรเลยเหรอคะ”
“เอ่อ...”
“จริงๆ มี่ก็ไม่ได้โกรธอะไรคุณคะคุณขาหรอกนะคะ มี่รู้ว่านังนั่นมันไม่เลิกราเองตะหาก มันขี้ตื๊อ หน้าด้าน น่าไม่อาย”
เจ้าคุณไม่อยกาให้เอมี่ต่อว่าสมใจ รีบตอบกลับ
“เดี๋ยว...เอมี่...”
เอมี่คลื่นไส้ขึ้นมากะทันหัน
“อ้วก...”
เจ้าคุณตกใจ เอมี่เดินไปที่กระโถน เจ้าคุณทำอะไรไม่ถูก เอมี่รับประโถนมาอาเจียน เจ้าคุณทำหน้าไม่ถูก เพราะกำลังจะเป็นพ่อคนในขณะที่หัวใยยังอยู่กับสมใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง

บ่ายวันใหม่ สมใจกับสมหมายประคองปลัดจืดให้เอนพิงหลังบนเตียง หลังบาดเจ็บจากสมุนของอาเฟยทำร้ายในวันโรงเก็บชาม่วนใจ๋ถูกเผา
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกปลัด นอนพักซะที่นี่ยังมีคนช่วยดูแล”
สมหมายเอ่ยขึ้น
“นั่นซิ...เจ็บอย่างนี้จะไปนอนอยู่บ้านคนเดียวได้ยังไง”
สมศรีพูดอย่างเป็นห่วง
“แต่ผม...”
“ก็บอกว่าไม่ต้องเกรงใจ”
ปลัดจืดมือไหว้ขอบคุณ
“ขอบคุณครับลุงหมาย ป้าศรี”
“ตามสบายนะ ไอ้ใจ๋คอยดูปลัดเขาหน่อยนะ”
สมหมายตะโกนสั่งสมใจแล้วพาสมศรีออกไปข้างนอก
“โชคดีนะที่ไม่เป็นอะไรมาก”
“ใจ๋เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ”
ปลัดจืดยิ้มอย่างดีใจ
“เป็นห่วงซิ..เพื่อนกันทั้งคน”
ปลัดจืดหุบยิ้มแทบไม่ทัน
“เมื่อไหร่ใจ๋ถึงจะเลิกเป็นเพื่อนกับฉันซะที”
สมใจชะงัก พูดไม่ออกเหมือนเจอหมัดตรงเข้าเต็มเปา
“ข้าวต้มมาแล้ว”
หวานเจี๊ยบถือชามข้าวต้มมาแต่ไกล ปลัดจืดรู้สึกเซ็งขึ้นมาทันที
“เฮ๊ย! ดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
“ใครบอก”
ปลัดจืดกับหวานเจี๊ยบตอบออกมาพร้อมกันแบบไมได้นัดหมาย
“ที่ทำให้เนี่ยก็ชดใช้ไอ้ที่ช่วยฉันไว้วันนั้นหรอกนะ”
หวานเจี๊ยบรีบกลบเกลื่อน ปลัดจืดรีบตอบทันควันเช่นกัน
“ไม่ต้องก็ได้ ไม่ได้ตั้งใจจะช่วยอะไรเท่าไหร่หรอก แค่สัญชาตญาณของผู้ชาย แล้วก็ทำตามหน้าที่ปลัดที่ดี”
“หึ้ย! อย่ากงอย่ากินมันเลย”
สมใจรีบคว้าชามข้าวต้มมาก่อน
“มานี่ๆ โห..น่ากินมากเลย ฝีมือหวานเจี๊ยบเหรอ”
“ใช่...อุตส่าห์ทำเองนะเนี่ย”
“แหวะ!”
ปลัดจืดไม่สนใจ
“อ่ะๆ..หวานเจี๊ยบเขาอุตส่าห์ทำให้ ปลัดก็ลองชิมซะหน่อยเถอะนะ กินเยอะๆ จะได้หายไวๆ มา...ฉันป้อนให้เอง”
พอสมใจจะรับอาสาป้อนปลัดจืดตาโตขึ้นมาทันที
“ใจ๋จะป้อนให้”
สมใจตัดข้าวต้มเป่าแล้วป้อนปลัดจืดทันที
“อ่ะ...”
“แหวะ!”
ปลัดจืดกินข้าวต้มของหวานเจี๊ยบที่ป้อนโดยสมใจอย่างมีความสุข
“เออ..ปลัด..ว่าแต่ปลัดพอจะรู้มั้ยว่าใครที่มันทำร้ายปลัดแล้วก็เผาโรงเก็บชาของเรา”

ปลัดจืดมองจ้องสมใจ เหมือนมีคำตอบอยู่แล้วภายในใจ

อ่านต่อหน้า 2 พรุ่งนี้ เวลา 9.00 น.







รักออกอากาศ  ตอนที่ 11 (ต่อ)

ไม่นานหลังจากนั้น สมุนของอาเฟยสองคนกำลังอาละวาดข่มขู่ชาวบ้านผัวเมียและลูกสาวกลัวลนลาน อาเฟยยืนคุมอยู่หน้าตาเฉย ด้วยความเคยชิน

“พอเถอะจ้ะ..พอแล้ว” หญิงชาวบ้านกำลังอ้อนวอนขอชีวิต
“อยากให้พอก็เอาเงินมาใช้เถ้าแก่น้อยเขาสิวะ ดอกทบต้น ต้นทบดอก ก็ห้าหมื่น!”
“ห้าหมื่น! ข้ายืมไปแค่หมื่นเดียวนะเว้ย!”
ชาวบ้านชายโวยวาย เลยเจอสมุนอาเฟยตบเข้าอย่างจัง
“เถียงเหรอ! เถียงเหรอ ก็บอกแล้วว่า ดอกทบต้น ต้นทบดอก ห้าหมื่นเว๊ย!”
ชาวบ้านผู้หญิงเข้ามากอดสามีไว้
“อย่าทำอะไรผัวฉันเลย เถ้าแก่น้อยช่วยด้วยเถอะ อย่าทำอะไรเราเลย เราไม่มีเงินจริงๆ”
อาเฟยถอนหายใจ เหมือนจะเห็นใจ แล้วพยักหน้าให้สมุนลงมือ ชาวบ้านสองคนผัวเมียหลงดีใจรีบก้มลงกราบอาเฟย
“เถ้าแก่น้อยใจดีเหลือเกิน ฉันจะไม่ลืมพระคุณเลย ขอให้เจริญๆ”
ทันใดนั้นสมุนอาเฟยปรี่เข้าไปฉุดลูกสาววัยกระเตาะ จนลูกสาวร้องกรี๊ดลั่น จนชาวบ้านผู้ชายตกใจ
“จะทำอะไร แกจะทำอะไร ปล่อยลูกข้า!”
“เถ้าแก่น้อย ช่วยด้วย”
ชาวบ้านหญิงเรียกให้อาเฟยช่วย
“ก็ช่วยอยู่นี่ไง ไม่มีเงินจ่ายก็ไม่ว่า แต่ต้องเอาลูกสาว พวกแกไปแทน”
ชาวบ้านหญิงร้องไห้โฮทันที
“โฮ! เอาไป เอาไปทำไม”
“โธ่! นังโง่ จะเอาไปทำไม ก็เอาไปให้เถ้าแก่ใหญ่ แล้วค่อยโละไปขายต่อน่ะซิเว้ย ฮ่าๆ”
สมุนอาเฟยตอบแทนให้ ชาวบ้านผู้หญิงร้องไห้ฟูมฟาย
“ใจร้าย! ไอ้คนใจร้าย!”
ชาวบ้านชายสาปแช่ง
“ขอให้ฟ้าดินลงโทษ ให้พวกแกตายอย่างหมา ตกนรกไม่ได้ผุดได้เกิด...”
ไม่ทันได้พูดต่อ สมุนอาเฟยต่อยชาวบ้านชาย แล้วกระชาดลูกสาวที่นั่งร้องไห้อยู่ทันที แต่ทันใดนั้นสมใจเดินผ่านมาพอดี
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ทุกคนชะงัก หันไปเจอสมใจยืนอยู่กับคำปุยกับแคบหมู
“พวกแกนี่มันนรกส่งมาเกิดจริงๆ”
ลูกน้องอาเฟยจะเข้าลุย แต่อาเฟยยกมือห้ามไว้ สมุนคนหนึ่งโพล่งขึ้นทันที
“ยังไม่เข็ดอีกเหรอนังนี่”
“ไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอ..อย่ายุ่งดีกว่า”
อาเฟยเตือนสมใจ
“ทำไมจะไม่ใช่ คนงานไร่ชาของฉัน ฉันต้องยุ่ง”
“คนงานไร่ชา ไร่ชาที่ใบชาโดนเผาซะจนไม่เหลือซักกะใบน่ะเหรอ”
อาเฟยกวนประสาท ลูกสมุนขำเยาะเย้ยสมใจ
“แก!”
“ขนาดมีใบชาให้เด็ด คนงานของเธอยังไม่มีจะกินจนต้องมากู้เงินป๊าฉัน แล้วตอนนี้ใบชาใหม่ก็ยังไม่ออก แถมใบชาเก่าก็โดนเผา จะเอาอะไรกินกันล่ะ...หมู่เฮา”
อาเฟยพูดแทงใจดำสมใจ
“แกนี่ก็ใช้ได้นะ กล้าทำ แล้วยังกล้าพูดเลวใช้ได้จริงๆ”
“ทำ ฉันทำอะไร”
อาเฟยแกล้งไขสือ
“พวกแกเผาโรงเก็บชาม่วนใจ๋!”
สมใจรีบสวน อาเฟยอึ้งไป ก่อนจะหัวเราะกันร่วนกับสมุน
“เธอมีหลักฐานอะไรมาปรักปรำฉัน”
“ ก็..หน้าแกไง..น้ำหน้าอย่างพวกแกน่ะมันโจรชัดๆ”
สมใจย้อนด่า จนสมุนอีกคนเริ่มโกรธปรี่จะเข้าทำร้ายสมใจ แต่อาเฟยห้ามไว้
“อ้าว..เฮ๊ยๆ”
“ยอมรับความจริงดีกว่า..สมใจ ไร่ชาม่วนใจ๋ของเธอน่ะช่วยเหลืออะไรใครไม่ได้หรอก ทางที่ดี..ขายไร่ให้ป๊าฉันซะ เธอและชาวบ้านทุกคนจะได้สบายไปทั้งชาติ”
“ชาติชั่ว!”
สมใจด่ากลับเต็มปาก สมุนอาเฟยทนไม่ไหวจะซัดสมใจอีกครั้ง แต่อาเฟยยังห้ามไว้
“ชาตินี้เธอจะไม่ลืมฉันต่างหาก”
สมใจเงื้อมือจะตบ อาเฟยจับไว้ แล้วขยับหน้าเข้าใกล้สมใจเข้าไปอีก
“ไปบอกพ่อเธอให้ขายไร่ซะ ถ้าไม่อยากเป็นเหมือนอย่าง พ่อแม่ลูก 3 คนนี้”
อาเฟยจ้องตาสมใจอย่างเอาจริง สมใจหันไปมองพ่อแม่ลูกสาวกอดกันแน่นอย่างสลดใจ
“ฝันไปเถอะ! ไอ้มาเฟียนรก!”
“ฉันจะรอขึ้นสวรรค์พร้อมเธอ”
อาเฟยพูดหน้าตาจริงจัง สมุนหัวเราะชอบใจ ส่วนสมใจสะบัดมือหลุดไปได้
“วันนี้..นึกว่าเห็นแก่เธอนะ..สมใจ ฉันจะยอมให้พ่อแม่ลูก 3 คนนี้ได้อยู่ด้วยกันอีกซักวัน สองวัน แต่ถ้ายังไม่มีเงินมาใช้คืน”
สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันร้องไห้โฮ อาเฟยกับสมุนชวนกันเดินออก
“กลับ!”
คำปุยกับแคบหมูกระโดดเกาะแขนสมใจ
“ไอ้ใจ๋/เจ๊ใจ๋”
“ทำไงดีอ่ะ”
คำปุยแอบกังวล สมใจสีหน้ากังวลนิ่งไปอย่างครุ่นคิด

เวลาต่อมาสมใจกลับถึงบ้าน นั่งคุยกับสมหมายกับสมศรีอย่างจริงจังเรื่องอาเฟยพยายามจะขอซื้อไร่ชาม่วนใจ๋ให้ได้
“มันจะเอาให้ได้จริงๆ”
สมศรีพึมพำกับตัวเอง
“‘ม่วนใจ๋ ไม่มีวันเป็นของมัน ข้าจะไปฆ่ามันข้าจะยิงมันให้ตาย”
สมหมายของขึ้น แต่สมใจ คำปุยและแคบหมูช่วยกันดึงไว้
“พ่อ! ปืนกระบอกเดียวจะไปสู้อะไรกับพวกมันได้”
สมใจเอ่ยห้าม
“ปลัดไง! ปืนของปลัดก็มี”
สมใจเหลือบมองปลัดที่ยังมีผ้าพันแผลคาหัวอยู่
“ปลัดยังเจ็บอยู่อย่างนี้เนี่ยนะ”
“ผมนี่มันแย่ที่สุด ปกป้องอะไรม่วนแต๊ไม่ได้เลย”
ปลัดจืดโทษตัวเองขึ้นมาทันที
“เฮ่ย! พ่อปลัด ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็ไม่สามารถปกป้องได้ด้วยคนๆ เดียวทั้งนั้นนั่นแหละ พวกเราทุกคนต้องรัก สามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกัน บ้านเรามันถึงจะอยู่ได้”
สมศรีเอ่ยขึ้น
“แต่ถ้าเราไม่มีอะไรจะกินล่ะจ๊ะ..ป้าศรี จะเอาแรงที่ไหนไปช่วยกัน”
แคบหมูเอ่ยขึ้นตามประสาเด็ก ทำเอาทุกคนเงียบไป
“ไอ้แค๊บ! เอ็งมันก็ห่วงแต่เรื่องกินเดี๋ยวปั๊ด!”
สมหมายเงื้อมือจะตีแคบหมู แต่สมใจกลับเห็นตรงกับแคบหมูขึ้นมา
“จริงของไอ้แค๊บมันนะพ่อ”
“เอ็งว่าไงนะไอ้ใจ๋”
“ตอนนี้ชาวบ้านลำบากกันมากนะพ่อ ยิ่งไม่มีใบชาล็อตนี้ไปขาย พวกเขาจะเอาอะไรกินกัน”
สมใจพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ทำให้ทุกคนอึ้งและต้องยอมรับความจริง

คืนนั้นที่ คฤหาสน์เจ้าคุณข้าวปลาอาหารวางเต็มโต๊ะ แตกต่างกับที่สถานการณ์ที่บ้านม่วนแต๊อย่างสิ้นเชิง
“ทานเยอะๆ นะจ๊ะหนูมี่ หลานย่าจะได้แข็งแรง”
รจนาวรรณเอ่ยทักเอมี่
“เจ้าคุณ...ตักปลาให้หนูมี่หน่อยซิ โปรตีนน่ะดีต่อแม่และลูกในท้องนะจ๊ะ”
เจ้าคุณจำใจตักอาหารให้เอมี่ด้วยความเซ็ง
“มี่ทานไม่ลงหรอกค่ะ”
“อ้าว! ทำไมล่ะจ๊ะ กับข้าวเต็มโต๊ะไปหมดเลย ไม่ชอบซักอย่างเลยเหรอ”
รจนาวรรณถามลูกสะใภ้อย่างแปลกใจ
“กับข้าวไม่เกี่ยวหรอกค่ะ มันเกี่ยวกับบรรยากาศ”
“อะไรอ่ะเอมี่ กินทิ้งกินขว้างอย่างนี้น่าเสียดาย”
เจ้าคุณต่อว่าเอมี่ รจนาวรรณ มะขิ่นและไมเคิลฟังอยู่แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“หูฝาดละป่าว คุณหนูบอกว่าเสียดายของ”
ไมเคิลทึ่งอย่างรู้ดีว่าทำไมเจ้าคุณเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้
“ต้องเห็นใจคนท้องมั่งซิคะ แพ้ท้องแทบตายอยู่แต่ในบ้าน มันก็เครียด อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศบ้างไรบ้าง”
“ก็ไหนบอกอยากมาทานข้าวเย็นที่นี่ก็อุตส่าห์พามาแล้วไง”
“แต่มันก็ยังรู้สึกว่าอยู่ในบ้าน มี่อยากไปที่อื่น”
“เฮ้อ!”
เจ้าคุณถอนหายใจด้วยความเซ็ง
“น่า...คนท้องก็งี้แหละ อารมณ์แปรปรวน ว่าแต่ลูกมี่อยากไปที่อื่นน่ะ ที่ไหนจ๊ะ”
รจนาวรรณเข้าข้างเอมี่ หวังให้เจ้าคุณดูแลลูกสะใภ้และหลานในท้อง

คืนนั้น เอมี่ควงเจ้าคุณมาเที่ยวผับ เอมี่ดูมีความสุขเหมือนได้กลับมาใช้ชีวิตวัยรุ่น แต่เจ้าคุณหน้าตาบอกบุญไม่รับ

“ท้องแล้วมาเที่ยวผับเนี่ยนะ”
เจ้าคุณแอบกัดเอมี่
“แล้วไงคะ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ก็แค่มาเปลี่ยนบรรยากาศ นั่งดูคนโน้นคนนี้เพลินๆ แหม..ทำยังกะตัวเองไม่ชอบ เมื่อก่อนล่ะมาทุกคืน ลากให้กลับยังไม่กลับเลย”
เจ้าคุณอึ้งไปเพราะในอดีตก็เคยทำตัวแบบนั้นจริงๆ
“เนี่ยนะ..สงสัยจะเป็นเพราะไปอยู่ป่าอยู่เขาซะนาน ขืนอยู่นานอีกนิดล่ะ..อึ๋ย!”
เอมี่ทำท่าขยะแขยง จนเจ้าคุณไม่พอใจ
“...เอมี่”
“นั่งนี่ดีกว่า น้องๆ”
เอมี่เปลี่ยนเรื่อง แล้วเรียกพนักงานเสิร์ฟทันที
“ดื่มอะไรดีครับ”
“เอมี่...”
เจ้าคุณปรามเพราะเอมี่กำลังท้อง
“รู้น่า..ของฉันน้ำส้มส่วนของคุณเจ้าคุณ...”
เจ้าคุณไม่สั่งเหล้าเหมือนอย่างเคย
“ไม่! ขอน้ำเปล่า”
“ห๊า! อะไรนะ คุณคะคุณขา..ขอน้ำเปล่า”
เอมี่ตกใจมองหน้าเจ้าคุณอย่างเหลือเชื่อ พนักงานเสิร์ฟรีบทำตามคำสั่ง เจ้าคุณไม่สนใจ หันไปมองนักเที่ยว เห็นนักเที่ยวกลุ่มนึงยืนเรียงแถวหน้ากระดานเต้นท่าเดียวกันอย่างเมามัน ทำให้เจ้าคุณคิดถึงแกงค์ของสมใจที่เคยเต้นแนวนี้เช่นกันแล้วเผลอยิ้มออกมา
“คุณคะคุณ...”
เจ้าคุณยังเหม่อคิดถึงเรื่องเก่าอยู่ จึงไม่ได้ยินที่เอมี่เรียก
“คุณคะคุณ!”
“ว่าไง”
“นั่งยิ้มอะไร ยิ้มให้ใคร บอกมานะ!”
เอมี่หึงนึกว่าเจ้าคุณแอบยิ้มให้สาวคนอื่น รีบมองหา เจ้าคุณเต็มไปด้วยความเซ็งที่มีเอมี่ตามติดเป็นเงาตามตัวตลอดเวลา

บ่ายวันใหม่ ก้องเกียรติยื่นน้ำเปล่าให้เจ้าคุณหลังออกกำลังกายที่ฟิตเนส
“แกเปลี่ยนไปมาก รู้ตัวมั้ย..ไอ้คุณ”
ก้องเกียรติโพล่งขึ้น โดยมีกิ่งแก้วนั่งคุยอยู่ด้วย
“ยังไงวะ”
เจ้าคุณยังไม่เข้าใจที่ก้องเกียรติพูด
“ไม่กินเหล้า ไม่อยากเข้าผับ”
“ใจเย็น ไม่ปี๊ด ไม่คุณหนูเหมือนเมื่อก่อน”
เจ้าคุณนั่งคิดถึงตัวเองในอดีต
“เมื่อก่อน..ฉันมันแย่มากเลยเหรอวะ”
ก้องเกียรติกับกิ่งแก้วมองหน้ากันไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร
“ม่วนแต๊ทำให้แกเปลี่ยนไปมากจริงๆ”
ก้องเกียรติย้ำ
“ม่วนแต๊ ยังไม่เท่าไหร่...”
กิ่งแก้วพูดเว้นไว้ครึ่งหนึ่งก่อนที่เจ้าคุณจะหันมามอง
“ม่วนใจ๋ ตะหาก”
เจ้าคุณอึ้งไป เบือนหน้าหนีหลบความรู้สึกในใจที่มีต่อสมใจอย่างไม่เคยมีให้ใครมาก่อน

ตอนที่ 20.2

คืนนั้น สมใจนั่งเศร้า แววตาเหม่อมลอยคิดถึงเข้าคุณ ปลัดจืดเดินมาเอาเสื้อมาคลุมกันน้ำค้างให้สมใจ
“ดึกแล้ว น้ำค้างแรงนะใจ๋”
“สบายมาก”
“รู้ว่าเก่ง แต่ถึงยังไงฉันก็ห่วง”
ปลัดจืดดึงหมวกที่หลังเสื้อมาคลุมหัวสมใจไว้อย่างห่วงใย
“ขอบใจ”
ปลัดจืดรีบยื่นซองเงินให้สมใจทันที
“อะไรน่ะ..ปลัด”
“เงินเก็บ..ฉันพอจะมีอยู่บ้าง อยากให้ใจ๋เอาไปช่วยพ่อแม่ลูก 3 คนนั้น 5 หมื่นใช่มั้ย”
“ปลัด!”
สมใจตกใจ
“อย่างน้อย..มันก็ทำให้ฉันรู้สึกดีที่ยังพอจะมีปัญญาช่วยคนม่วนแต๊ได้บ้าง”
“แต่ว่า...”
“นะ..ใจ๋ ขอร้อง”
“ขอบใจมากนะ..ปลัด”
สมใจซาบซึ้งในน้ำใจของปลัดจืดที่มีต่อคนม่วนแต๊ ปลัดจืดยิ้มกับสมใจอย่างมีความสุข แต่ไม่ใช่ความรักเหมือนที่เคยเป็นมา

สมหมายยืนมองสมใจกับปลัดจืด อยู่กับสมศรีอย่างภูมิใจ
“พ่อปลัดเขาเป็นคนดีจริงๆ น่าเสียดายที่ไอ้ใจ๋มันไม่รักไม่ชอบ”
สมศรีเอ่ยขึ้น โดยมีสมหมายเสริมอยู่ข้างๆ
“นั่นซิ..คนดีๆ ไม่รักไม่ชอบ ดันไปชอบไอ้ผู้ชายไฮโซ หึ้ย! โดนมันทำให้เจ็บมาตั้ง 2 ครั้ง 2 หน ก็ยังไม่เข็ด”
“ตาหมาย!”
“ไม่รู้ล่ะ! เป็นตายยังไง ข้าก็ไม่มีวันยอมให้ไอ้ใจ๋ต้องเจ็บเป็นครั้งที่ 3 อีกเด็ดขาด!”
สมหมายแววตาจริงจัง สงสารสมใจที่ไม่สมหวังในความรักกับหนุ่มไฮโซทั้งโก้ และเจ้าคุณ

เช้าวันใหม่ อาฟงกำลังโวยวาย ที่ไม่เห็นสมหมายกับครอบครัวคนม่วนแต๊ไม่ยอมเข้ามาขอความช่วยเหลือ หลังจากลูกน้องเดินมาคนเดียว
“เค้าเป๋! ทำไมจนป่านนี้ ไอ้หมายมันยังไม่ซมซานมาหาอั๊วซะทีวะ”
อาเฟยนั่งคิด สมุนคนหนึ่งเดินเข้ามา
“อ้าว! ทำไมกลับมามือเปล่า ไหนลื้อว่าจะเอาอีหนูเอ๊าะๆ มาให้อั๊วกินแทนโจ๊กไงวะ”
อาฟงถาม ลูกหน้าหน้าเสีย
“คือว่า...”
ลูกน้องเริ่มพูดอึกอัก อาเฟยจึงตะคอก
“คือว่าอะไร”
“คือว่า..ไอ้ 2คนผัวเมียนั่นมันหาเงินมาใช้คืนได้แล้วครับ”
ลูกน้องรีบยื่นซองเงินให้
“เฮ๊ย! มันไปหามาจากไหนวะ หึ้ย!”
อาเฟยหยิบซองเงินมามอง ตาวาวด้วยความโกรธ
“ไม่รู้แล้วเว๊ย! อั๊วรู้อย่างเดียวว่าอั๊วจะต้องรีบเอาไร่ชาม่วนใจ๋มาเป็นของเราให้เร็วที่สุด ฝรั่งอยากได้ไปสร้างโรงแรมจะแย่แล้ว เท่าไหร่ก็จ่ายไม่อั้น”
อาฟงยืนยันจะซื้อไร่ชาม่วนใจ๋ให้จงได้
“ไม่ต้องห่วงป๊า อั๊วรับรองว่า อีกไม่นานม่วนใจ๋ต้องเป็นของเราแน่”
อาเฟยพูดอย่างมั่นใจ แววตาอาฆาตและมีเลศนัย

เวลาต่อจากนั้น กลุ่มชาวบ้าน รวมตัวกันแน่นหน้าบ้านสมใจ แต่ละคนสีหน้าไม่สู้ดีเพราะไม่มีรายได้ ทุกคนกำลังโอดครวญ วิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ โดยมีลำยองและลำใยเป็นแกนนำ ส่วนสมหมาย สมศรี สมใจ คำปุย แคบหมู ปลัดจืด และหวานเจี๊ยบ ยืนเครียดอยู่ด้วยกัน
“เอาล่ะๆ! ใจเย็นก่อนพี่น้องเฮา”
สมหมายเอ่ยขึ้น
“โอย เย็นไงไหวล่ะพ่อหมาย พี่น้องจะอดตายกันอยู่แล้ว”
ลำยองเอ่ยขึ้น ลำใยรีบเสริมแม่ทันที
“จริงด้วย อุตส่าห์เก็บใบชากันหลังแทบหัก ดูดู๊ โดนเผาซะเรียบเลย”
“ขอให้อดทนกันอีกซักนิดได้มั้ยจ๊ะ อีกไม่นานใบชาก็ออกใหม่ เราก็จะมีใบชาไปขายกันแล้ว”
สมใจโพล่งขึ้น
“อีกไม่นาน ต๊าย! พูดออกมาได้นังใจ๋อีกตั้งกี่เดือนกว่าใบชาใหม่มันจะออก พวกเรามิตายกลายเป็นผีเปรตผู้หิวโหยกันไปหมดแล้วเรอะ จริงมั้ยพวกเรา”
ชาวบ้านเริ่มเห็นด้วยกับลำยอง
“เบาก่อนครับ เบาก่อน น้าลำยองก็พูดเกินไปนะครับ ที่ผ่านมาชาวม่วนแต๊ของเราก็อยู่ดีมีสุขกันมาตลอดเพราะไร่ชาม่วนใจ๋ของลุงหมาย และหลายครั้งที่เราก็ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาด้วยกันได้ตลอด ส่วนครั้งนี้ ผมอยากให้ใจเย็นๆ และร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหานี้อีกซักระยะนึงได้มั้ยครับ”
ปลัดจืดเข้าเคลียร์สถานการณ์ ลำยองยังเถียงไม่เลิก
“ไม่ทันแล้วมั๊งพ่อปลัด มัวแต่เชื่องช้าอย่างนี้ ดูซิ ไอ้ฟ้าลั่น หลานแม่อุ๊ยมันไข้จับจนหัวจะโกร๋นอยู่แล้ว พ่อหมายยังไม่จ่ายค่าจ้างซักกะบาท แล้วแกจะเอาเงินที่ไหนไปหาหมอ”
“ใช่ๆ ฉันก็เหมือนกัน”
ชาวบ้านเริ่มเห็นด้วย
“เอ้าๆ หยุดก่อน หยุดก่อน งั้นฉันขอถามหน่อย ถ้าไม่รอใบชาใหม่ แล้วจะให้เราทำยังไง”
ชาวบ้านมองตากันยังหาทางออกไม่เจอ
“ขายเลย!”
ลำยองเอ่ยขึ้น สมหมาย สมศรีและสมใจตกใจ
“ขาย”
“ใช่! จำไม่ได้เหรอพ่อหมาย ที่เคยมีฝรั่งอยากได้ที่ดินผืนนี้ของพ่อหมายไปทำโรงแรมไง ขายปุ๊บได้เงินเป็นล้านๆ ปั๊บ”
ลำยองย้ำ
“จริงจ๊ะแม่ แล้วพอมีโรงแรม พวกเราก็จะได้ทำงานโรงแรมสบายๆ ไม่ต้องเก็บใบชากันหลังขดหลังแข็ง จริงมั้ยพวกเรา”
ลำใยแทรกเหมือนเดิม ชาวบ้านยังไม่คล้อยตาม แต่ยังคงวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่
“หยุดเลยน้าลำยอง น้าเอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ย เงินเป็นล้านได้มาก็หมดไป แต่เรามีที่ดิน มีไร่ชา ผลิดอกออกใบให้เราเก็บขายได้ชั่วลูกชั่วหลาน มันยั่งยืนกว่ากันตั้งเยอะ”
สมใจสวนหลับลำยองทันที โดยมีวหานเจี๊ยบเป็นกองหนุน
“จริงด้วย แล้วแน่ใจเหรอว่าถ้ามีโรงแรมแล้วเขาจะจ้างแกไปทำงานสบายๆ ห๊านังลำใย หน้าหนอนหยั่งแกน่ะหรูสุดเขาคงจ้างไปล้างส้วม สบายกว่าเก็บใบชาตรงไหนห๊า!”
“กรี๊ด! นังหวานเจี๊ยบ”
สองแม่ลูกปรี่เข้าจะตบหวานเจี๊ยบ จนสมหมายต้องรีบห้าม
“หึ้ย! หยุด! บอกให้หยุด ยังไงข้าก็ไม่ขายม่วนใจ๋ ใจเย็นอีกนิดนะหมู่เฮา ข้าจะรีบหาเงินมาจ่ายค่าจ้างที่ค้างไว้ให้เร็วที่สุด”
สมหมายพยายามให้ความมั่นใจ แต่ลำยองกับลำใยยังไม่ยอมหยุด
“ให้ไวนะ ให้ไว”
สมหมาย สมศรี สมใจ คำปุย แคบหมู และปลัดจืด แอบหวั่นใจ ส่วนกำโป๊งกับไส้อั่วที่ซู่มดูอยู่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว
“น่าสงสารจังเลยนะลุง”
ไส้อั่วเอ่ยขึ้น
“เออว่ะ ข้าก็ไม่รู้จะช่วยยังไง”

“นี่ถ้าอ้ายขุนทองรู้ รับรองต้องรีบมาช่วยเจ๊ใจ๋แน่ๆ”
กำโป๊งดีดปากไส้อั่วไม่ให้พูด
“นี่แน่ะ! ถ้าไม่อยากเดือดร้อน อย่าเอ่ยชื่ออ้ายขุนทองในม่วนแต๊นี่อีกเด็ดขาดนะไอ้อั่ว!
ไส้อั่วกุมปากด้วยความเจ็บ ส่วนกำโป๊ง กำโป๊งมองไปที่กลุ่มสมใจอย่างสงสารในโชคชะตาของคนม่วนแต๊

เวลาต่อจากนั้น ลำยองกับลำใยแอบมาพบอาเฟยอย่างมีพิรุธ
“พวกมันไม่ยอมน่ะจ๊ะ”
“พวกมันใจแข็งจริงๆ จ๊ะ”
สองแม่ลูกช่วยกันรายางนอาเฟย ที่กำลังยื่นเงินให้ลำยองค่าสืบราชการให้
“อุ๊ย!”
“ค่าเหนื่อยก้อนแรก”
อาเฟยเอ่ยขึ้น ลำยองกับลำใยกรี๊ดกร๊าดจะหยิบเงิน แต่อาเฟยยังมีข้อแม้ต่อ
“แต่จะให้พร้อบกับก้อนที่ 2 เมื่อแผนขั้นต่อไป สำเร็จ!”
“อ้าว!”
“รึจะไม่เอา”
อาเฟยต่อรอง
“เอาจ๊ะๆ”
“ดี ถ้างั้นก็รีบเลย อย่าชักช้า”
“ได้เลยจ๊ะ ฉันจะทำให้ไร่ม่วนใจ๋กลายเป็นของเถ้าแก่น้อยให้ได้ ว่าแต่ไม่อยากได้ คุณนายไปช่วยเฝ้าไร่ซักคนเหรอจ๊ะ เถ้าแก่น้อย”
อาเฟยยิ้ม แล้วเดินออกไป สมุนรายหนึ่งตอบแทนให้
“หน้าตาอย่างนี้ ไปเป็นผีเฝ้าป่าช้าดีกว่ามั้ยล่ะเจ๊ ฮ่าๆ”
สมุนของอาเฟยหัวเราะลั่น
ในขณะที่ลำใยเริ่มไม่พอใจ “ว๊าย! แม่จ๋า มันด่าลูก”
“ว๊าย! ไอ้บ้า แกซิไอ้ผีเปรต โอ๋ๆ นิ่งซะลูก ลูกสาวคนสวยของแม่ แหม พวกมันตาต่ำ ตาบอด” ลำยองปลอบลูก 

สองแม่ลูกจอมจุ้น กลายเป็นสายลับให้อาเฟย ต่อรองซื้อไร่ชาม่วนใจ๋จากสมหมาย

อ่านต่อตอนที่ 12





กำลังโหลดความคิดเห็น...