xs
xsm
sm
md
lg

ทองประกายแสด ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทองประกายแสด ตอนที่ 10

 

ทองดีกับละเอียดใส่ผ้ากันเปื้อนเตรียมพร้อม บนโต๊ะมีอุปกรณ์แกะสลักพร้อมผักวางไว้ ทองดีคว้าเบบี้แครอทจะใส่ปาก ละเอียดตีมือเพี๊ยะ ทองดีรีบวางหน้าเสีย
“วันนี้เราจะเริ่มจากการจัดจานอาหาร โต๊ะอาหารสำหรับรับแขก ผักผลไม้ต้องแกะสลัก จัดเรียงให้สวยงาม”
“ทำไมต้องแกะด้วย เปลืองเปล่าๆ กินก็ไม่ได้กิน วางไว้เฉยๆ เสียดายเงิน เอาของมาทิ้งไม่เข้าท่า”
ละเอียดข่มใจ
“แขกที่มาบ้านส่วนใหญ่จะเป็นแขกผู้ใหญ่ วีไอพี่ ของคาวของหวานที่เตรียมไว้ ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ วันนี้เราจะลองแกะสลักผักกัน เริ่มต้นจากแครอท มีดต้องคม มือต้องเบา”
ทองดีนั่งประจำที่ ตรงข้ามกับละเอียด ตรงหน้าเป็นจานอาหารพร้อมอุปกรณ์ชุดใหญ่ เรียงรายกันเต็มโต๊ะไปหมด
“โหย...นี่มันอะไรกันเนี่ย...ทำไมมันยุ่งยากวุ่นวายขนาดนี้ ช้อนไม่รู้กี่อันต่อกี่อัน อันไหนเป็นอันไหนกันเนี่ย”
“เริ่มจากไกลตัวสุด เข้าหาตัว ช้อนเล็กสุดนั่นเป็นช้อนของหวาน”
ทองดีหยิบช้อนซุปขึ้นมาโบก
“แล้วไอ้นี่เอาไว้ทำอะไร ช้อนกลมๆหน้าตาประหลาด”
“นั่นช้อนซุป วางลงเดี๋ยวนี้”
ทองดีทำหน้ารำคาญ พี่เอียดอารมณ์เสียแต่พยายามข่มใจ

ละเอียดยืนอยู่หน้าอ่างทำน้ำสลัด มีไข่เรียงรายอยู่ ทองประกายยืนมองแบบทึ่งๆ แอนยืนอยู่ห่างๆ
“วันนี้เราจะทำน้ำสลัดกัน น้ำสลัดแบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ คือ น้ำใส กับน้ำข้น วันนี้เราจะทำน้ำสลัดน้ำข้น เริ่มจากการแยกไข่แดงไข่ขาวก่อนลองดู อย่าให้ไข่แตกนะระวังหน่อย”
ทองดีเงอะงะ ตอกไข่อย่างแรงไข่ตกลงพื้น
“ตายจริง ทำไมพลังช้างแบบนั้นล่ะคุณ ตอกเบาๆพอให้เปลือกร้าวก็พอ นี่ทำแบบนี้”
“ทำไมต้องทำเอง ซื้อเอาก็ได้ ตามห้างมีขายเยอะแยะไป”
“แล้วมันสะอาดไว้ใจได้หรือเปล่า คิดแต่สะดวกอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องคำนึงถึงความสะอาด ความอร่อยด้วย นะคะ คุณทอง”
ทองดีพยักหน้าอย่างเบื่อๆ ละเอียดตอกไข่แยกไข่อย่างชำนาญ แล้วลงมือทำอย่างรวดเร็ว”
ทองประกายมองอย่างทึ่งๆ
“ลองชิมดูได้แล้ว บ้านนี้จะไม่เน้นรสหวานเหมือนน้ำสลัดที่ขายกัน”
ละเอียดหันไปมองหาช้อนเล็กๆสำหรับชิม ทองดีเอานิ้วจิ้มเข้าปากแล้วดูดทันที ละเอียดหันกลับมามอง ร้องกรี๊ด
“ตายจริง...คุณทอง ทำไมไม่ใช้ช้อนล่ะคะ ทำไมสกปรกโสโครกแบบนี้ ใครเห็นเข้าจะหาว่าเราเป็นไพร่ฉันต่ำ”
ทองดีโกรธ
“ช่างหัวมันสิ ทำไมจะต้องเรื่องมากเรื่องมายแบบนี้ คำก็ไพร่ สองคำก็ต่ำ สามคำก็บ้านนอก ไม่ทำแล้วโว๊ย...”
ทองดีขว้างของลงกับพื้น มนตราเดินเข้ามา
“เอะอะโวยวายอะไรกัน ดังเข้าไปถึงห้องทำงานผม” มนตรามองรอบๆตัว “แล้วนี่ทำไมมันเลอะเทอะขนาดนี้ สงครามหรือไงครับ”
“ฉันไม่เรียนแล้ว ฉันมันไม่ใช่ผู้ดีตีนแดงแบบพวกคุณนี่”
ทองดีสะบัดหน้าออกจากห้องครัวไปทันที มนตราเกาหัวอย่างหงุดหงิด รีบวิ่งตามไป
“เฮ้อ...จะอยู่ทันก้นหม้อดำหรือเปล่าก็ไม่รู้” ละเอียดหันไปสั่งแอน “จัดการเก็บทำความสะอาดให้เรียบร้อย มัวแต่ยืนยิ้มอยู่นั่นแหละ”
แอนฟังเพลินๆสะดุ้ง ก่อนจะแอบทำหน้าเบื่อ

ทองดีเดินกระแทกเท้าเข้ามาในห้องหน้าบึ้ง มนตราเดินตามเข้ามาพยายามเอาใจ
“ไม่เอาน่า ทอง คุณต้องอดทนหน่อย พี่เอียดก็แบบนี้แหละ แกเป็นคนละเอียด พูดแรง แต่จริงๆแล้วไม่มีอะไรหรอก”
“แต่ฉันไม่ชอบให้แกพูดดูถูกฉันแบบนั้น คำนึงก็ไพร่ คำนึงก็บ้านนอก”
“เอาน่า ผมจะพูดกับพี่เอียดเอง คุณอดทนหน่อยนะ ถ้าคุณทำได้ ผมรับรอง พ่อกับแม่ผมต้องยอมรับคุณอย่างแน่นอน เพื่อผมนะ”
ทองดีทำหน้าเบื่อ มนตราแอบมองอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก
“เอ่อ...ผมขอกาแฟแก้นึงได้มั๊ย คุณช่วยหน่อยนะ”
“ทำไมไม่ให้พี่เอียดจัดการล่ะ”
มนตราออดอ้อน
“ก็ผมอยากกินฝีมือเมียนี่นา น่านะ”
“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการให้”
ทองดีจำต้องรับปาก

ทองดีเดินเข้ามาในครัว ไม่มีใครอยู่ เธอเปิดตามตู้หากาแฟ จนเจอพอเปิดฝาขวด เธอบิดแรงไปหน่อย กาแฟหล่นลงบนโต๊ะ
“ตายจริง...หกหมดเลย”
ทองดีปัดกาแฟบนโต๊ะลงในขวดอย่างมักง่าย ละเอียดเดินเข้ามาเห็นเข้าก็ร้องโวยวาย ทองดีตกใจขวดกาแฟหล่นลงที่พื้นแตกกระจาย
“ตายจริง ทำไมคุณถึงได้มักง่าย สกปรกแบบนี้”
“ขอโทษ ก็เธอร้องซะตกใจ ขวดมันเลยหล่น”
“ฉันหมายถึงก่อนหน้านั้น คุณปัดผงกาแฟที่หล่นใส่ขวดได้ยังไง มือห่างตีนห่างจริงๆ”
มนตราวิ่งพรวดพราดเข้ามาที่ประตู
“มีอะไรครับ ทองคุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่เป็นอะไรค่ะ กาแฟมันหก เห็นว่ามันแค่หก โต๊ะก็สะอาดดี ทองเลยกะจะเก็บไว้ ก็แค่นั้นเอง แต่พอพี่เอียดเข้ามาร้องซะตกใจ ฉันเลยทำขวดหล่นลงพื้น”
ละเอียดถอนใจ
“แค่นั้นเอง...เฮ้อ...พูดไม่รู้จักคิด ไม่มีใครเค้าสั่งสอนให้เก็บของหล่นพื้นมากินบ้าง แย่จริงๆ”
ทองดีโกรธ
“นี่เธอเป็นใคร กล้าดียังไงมาด่าฉัน”
ละเอียดมองทองดีอย่างหงุดหงิด ทำท่าจะต่อปาก มนตรารีบห้าม
“พอทั้งคู่เลย ผมขอร้อง พี่เอียดครับ ไหนพี่บอกจะช่วยผมไง พี่สัญญาจะฝึกให้ทองประกายเป็นแม่บ้าน เพื่อผม ส่วนคุณทองประกาย คุณสัญญาจะอดทน ไม่โหวกเหวกโวยวาย คุณแม่จะได้ยอมรับคุณ”
ทองดีกับละเอียดมองหน้ากันแล้วเชิด มนตราถอนหายใจ
“ถ้าเป็นอย่างนี้ ผมคงต้องรับสภาพใช่มั๊ย”
ทองดีหันไปมองหน้ามนตราอย่างรู้สึกผิด
“ฉันขอโทษ ต่อไปฉันจะพยายาม คุณอย่าโกรธฉันเลย”
“พี่เอียดก็จะไม่ว่าคุณอีกแล้ว คุณมนคะ พี่เอียดขอโทษ”
มนตราซ่อนยิ้ม
“สัญญาแล้วนะ ทั้งสองคนเลย”
ทองดีกับละเอียดพูดพร้อมกัน
“สัญญา”
ละเอียดกับทองดีมองหน้ากันแล้วเมิน มนตราแอบถอนหายใจโล่งอก

วันต่อมา...ทองดีถอนหายใจหนัก สวมผ้ากันเปื้อนแบบเตรียมพร้อม
“สู้โว๊ย...”
ละเอียด ยืนสวดมนต์บริกรรมคาถา
“ขอคุณพระคุณเจ้าช่วยให้ลูกช้างผ่านวันนี้ไปได้ด้วยดีนะคะ...สาธุ”
ทั้งสองคนเดินมาเผชิญหน้ากัน โดยมีมนตรายืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ แอนยืนลุ้น ทองดียืนทำอาหารอยู่ในครัว ควันคลุ้งไปหมด เธอสำลักควัน พอตักอาหารขึ้นจากกระทะก็ไหม้ดำ กินไม่ได้ทองดีหน้าเสีย
ทองดีกำลังเอาขนมอบออกจากเตา ขนมท่าทางสวยดี เธอใจร้อนเอามือหยิบ ขนมร่วงลงพื้น เธอรีบเอามือจับหูไว้ทันที ละเอียดส่ายหน้า ส่งบัญชีรับจ่ายของบ้านให้ ทองดีก้มหน้าก้มตาคิดด้วยเครื่องคิดเลข จนหัวฟูไปหมด
ทองดีจัดโต๊ะอาหารเตรียมพร้อม เสียงกริ่งเตาอบดังขึ้น เธอหันไปหยิบถุงมือ เปิดเตาอบหยิบถาดอาหารหน้าตาสวยงามออกมา วางบนโต๊ะ ละเอียดมองแล้วยิ้ม ทองดีแอบยิ้มภูมิใจ
หลังจากผ่านการฝึกมาอย่างหนก ในที่สุดบนโต๊ะอาหารมีอาหาร พร้อมของหวานวางไว้อย่างสวยงาม มนตรานั่งอยู่หัวโต๊ะมองอย่างไม่เชื่อสายตา
“โห...นี่ฝีมือคุณทั้งหมดเลยหรือเนี่ย”
“ฝีมือคุณทองทั้งหมดเลย เอียดแค่ยืนดูเฉยๆ” ละเอียดชื่นชม
“เมียผมนี่เก่งจริงๆ ผ่านแล้วใช่มั๊ยครับพี่เอียด”
“ไม่ใช่แค่ผ่านนะคะ ดีเยี่ยมเลย” ละเอียดหันไปชมทองดี “เก่งมากค่ะ”
มนตราคว้าทองดีมากอดไว้ เธอยิ้มเขิน มองโต๊ะอาหารอย่างภูมิใจ

ค่ำนั้น มนตรากำลังแต่งตัว จะออกไปทำงาน ทองดีเดินออกมาจากห้องน้ำ พอเห็นมนตรา เธอก็หน้าบึ้ง
“นั่นคุณจะไปไหนคะ”
“อ้าวก็ไปทำงานน่ะสิ”
“แล้วฉันล่ะ ฉันจะอยู่กับใครล่ะ”
“คุณก็อยู่บ้าน จะทำอะไรก็ได้”
“อยู่คนเดียวเนี่ย ไม่เอาหรอก”
“คนเดียวที่ไหน มีทั้งพี่เอียด ทั้งแอน ไม่มีอะไรหรอก ดูหนังก็ได้ มีซีดีอยู่ในตู้หลายเรื่องเลย เปิดเป็นใช่มั๊ย”
“แต่ฉันเหงานี่นา อยู่กับฉันไม่ได้หรือ”
“ไม่ได้หรอก ผมรับปากคุณนรินทร์เค้าไว้ คุณกับวิไลออกแล้ว ถ้าขาดวงดนตรีไปอีก คลับต้องลำบากแน่ ไว้หาคนมาแทนได้ ผมจะอยู่กับคุณ ทุกวันเลยนะ”
ทองดีฮึดฮัด แต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องจำยอม

ทองดีเดินมาส่งมนตราที่หน้าบ้าน ละเอียดยืนมองอยู่ห่างๆ
“พี่เอียดครับ ผมฝากทองด้วยนะครับ”
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ”
มนตราเดินขึ้นรถไป ทั้งคู่ยืนมองจนรถมนตราลับไป ละเอียดกับทองดีหันมามองหน้ากัน
“คุณจะรับอะไรก่อนนอนหรือเปล่าคะ”
“ไม่หรอกจ๊ะ ขอบคุณ”
ละเอียดยิ้มน้อยๆแล้วเดินไป ทองดีถอนหายใจ ที่สงบศึกกับละเอียดได้

ทองดีนั่งรอมนตราอยู่ในห้องรับแขกด้านล่าง นาฬิกาบอกเวลา ตี 2 เธอปิดปากหาว
“ทำไมช้าจัง เฮ้อ...ป่านนี้ยังไม่กลับเลย”
ทองดีเปิดโทรทัศน์ ดูค่อยๆเอนตัวลงนอนดูหนังในความมืด ในโทรทัศน์ เป็นภาพหนังรักโรแมนติค พระเอกกับนางเอก กอดกัน
“คุณอย่าทิ้งฉันไปนะคะ ขาดคุณ ฉันอยู่ไม่ได้”
ทองดีเคลิ้มๆ ค่อยๆหลับตาลงช้าๆ มนตราเปิดประตูบ้านเข้ามาท่าทางเหนื่อยอ่อน พอเห็นทองดีนอนหลับอยู่ที่โต๊ะรับแขก เขายิ้มอย่างเอ็นดู
“รอจนหลับเลยหรือ...ทองประกาย ผมอยู่นี่”
มนตราเอื้อมมือจะปลุก ทองดีพลิกตัวละเมอ
“คุณมนตรา อย่าทิ้งฉันไปนะ อย่าทิ้งฉันไป”
มนตราชะงัก
“ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทิ้งคุณไปเด็ดขาด ทองประกาย”
มนตราอุ้มเธอขึ้นไปข้างบน

วันใหม่...มนตรานอนตะแคงตัวมองทองดีที่หลับอยู่ สักครู่เธอพลิกตัวตื่น
“คุณมาเมื่อไหร่คะเนี่ย ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลย”
“เวลาคุณหลับนี่ น่ารักดีเนอะ มีน้ำลายไหลด้วย”
ทองดีรีบเช็ดทันที
“บ้าจัง คุณแอบดูฉันนอนน้ำลายไหลด้วยหรือ”
“ไม่แค่นั้นนะ คุณยังกรนด้วย”
ทองดีชะงัก มนตราหัวเราะขำ
“คุณหลอกฉันนี่นา ไม่ยอมด้วย”
ทองดีไล่ทุบเขาแบบหยอกๆ มนตรารวบกอดเธอไว้ในอ้อมอก
“สำหรับผม คุณเป็นยังไงก็น่ารักเสมอ”
ทองดีเขิน มนตรากอดไว้แน่น
“ไปอาบน้ำล้างหน้าก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยววันนี้ฉันจะแสดงฝีมือทำอาหารเช้าให้กิน”
“ก็ได้...งั้นไปอาบน้ำด้วยกันนะ”
ทองดีทำตาโต มนตราไม่ฟังเสียงแบกเธอขึ้นบ่าเดินเข้าห้องน้ำไป เสียงทั้งคู่หัวเราะอย่างมีความสุข

ทองดียกอาหารเช้าเดินมาวางที่โต๊ะทำงานของมนตรา เธอหันไปเก็บข้าวของที่วางเกะกะในห้องให้เรียบร้อย ขณะเดียวกันนั้น เสียงโทรศัพท์ของมนตราดังขึ้น ทองดีชะงักแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ
“สวัสดีค่ะ”
เสียงแม่มนตราดังมาจากปลายสาย
“นั่นใครพูด นั่นโทรศัพท์มนตราไม่ใช่หรือ”
“อ๋อ...ใช่คะ มนตราอยู่ในห้องน้ำ ใครจะพูดสายด้วยคะ”
“ฉันเป็นแม่ของมนตรา แล้วเธอน่ะเป็นใคร ไปอยู่ในบ้านมนตราได้ยังไง”
ทองดีตกใจ กดตัดสายทันที มนตราเข้ามาเห็น ทองดียืนถือโทรศัพท์ค้างอยู่
“ใครโทรมาหรือ”
“แม่คุณโทรมาค่ะ”
มนตราตกใจ
“แย่แล้ว...พี่เอียด”
มนตรานึกได้คว้ามือทองดีวิ่งออกจากห้องไปทันที

ทองประกายกับมนตราวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องแต่ไม่ทัน ละเอียดยืนคุยโทรศัพท์กับแม่มนตราหน้าเสีย
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร บอกมาเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวนี้หล่อนร่วมมือกับมนตรา หลอกฉันหรือ แม่เอียด”
“โธ่...คุณผู้หญิงขา...เอียด...ไม่รู้จะพูดยังไงดี โน่นแนะ คุณมนตรามาแล้วคุยกับเจ้าตัวเลยแล้วกัน”
ละเอียดยื่นโทรศัพท์ให้มนตรา แล้วเดินออกห่าง
“คุณแม่ครับ คุณแม่เข้าใจผิดแล้วนะครับ เธอเป็นเพื่อนผมครับ”
“ผิดยังไง ก็แม่คนนั้นบอกว่าลูกอยู่ในห้องน้ำ เพื่อนสนิทแค่ไหนรับโทรศัพท์แทนกัน แถมยังรู้อีกว่าลูกฉันอยู่ในห้องน้ำ”
“โธ่...แม่ครับ ผมอยู่ในห้องน้ำข้างล่าง เขาแค่มาธุระ คุณแม่อย่าโวยวายเลยน่า ไม่มีอะไรหรอกครับ”
มนตรากดตัดสายวางหูโทรศัพท์ลง แล้วหันมามองหน้าทองดีที่ยืนจ๋อย
“ไม่มีอะไรแล้ว...สบายใจได้”
มนตราทำท่าโล่งใจ ทองดีจ๋อยๆส่วนละเอียดถอนหายใจเหมือนพายุกำลังจะเริ่มขึ้น

มนตรานั่งทานอาหารที่ทองดีทำให้อย่างเอร็ดอร่อย เธอมองเขาอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก
“คุณเป็นอะไรไป ไม่สบายหรือเปล่า” มนตราถามอย่างห่วงใย
“ฉันไม่ค่อยสบายใจ คุณแม่คุณเค๊าจะไม่ชอบฉันหรือเปล่า”
“อย่าคิดแบบนั้นสิ คุณน่ารัก แบบนี้ คุณแม่ต้องชอบคุณแน่นอนแล้วอีกหน่อย ถ้าเรามีลูกด้วยกัน...คุณแม่ต้องยอมรับคุณแน่”
“ลูกหรือ...ไม่หรอก ฉันไม่ขอบเด็กถึงขั้นเกลียดเลยด้วยซ้ำ”
“แต่ผมอยากมีลูกนะ หลายๆคนยิ่งดี หรือว่าเราเริ่มลงมือเลยดีมั๊ย คุณจะได้เป็นลูกสะใภ้คนโปรดของคุณแม่เร็วๆ”
ทองดีเขิน
“อ๊ะ พูดแบบนี้ แสดงว่าต้องมีหลายคนน่ะสิ ใช่มั๊ย”
ทองดีหยิกหมับ มนตราสะดุ้งเฮือก
“แหม...พูดผิดนิดเดียว ดุจังเลยแฮะ เมียเรา ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจะมีคุณคนเดียวเท่านั้น ตลอดไป”
ทองดีดีใจลึกๆ
“จริงหรือ คุณจะรักฉันคนเดียว แน่นอน ตลอดไปนะ”
“แน่นอนที่สุด เอางี้ ถ้าคุณเห็นผมหายใจเข้า หายใจออกแสดงว่า ผมกำลังบอกรักคุณ”
มนตราทำหายใจเข้าออกแรงๆ ทองดีอดไม่ได้ต้องหัวเราะ เขาดึงตัวเธอมากอดไว้แนบอกอย่างมีความสุข แต่ทองดีวิตกกังวล

ค่ำนั้น...ทองดีนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างห้องอย่างเบื่อๆ โทรทัศน์เปิดไว้ เธอเดินกลับเข้ามา คว้ารีโมตมาปิดโทรทัศน์แล้วนั่งเบื่อ
“กว่าจะกลับก็เกือบเช้า จะให้ฉันทำอะไรดีล่ะเนี่ย”
ทองดีหันไปคว้าโทรศัพท์มากดหาจูน แล้วนึกได้
“ป่านนี้จูนมิหลับปุ๋ยไปแล้วหรือเนี่ย โทรหาวิไลดีกว่า”
ทองประกายกดโทรศัพท์หาวิไล แต่มีเสียงข้อความดังขึ้น
“ขณะนี้ดิฉันอยู่ต่างประเทศ กรุณาฝากข้อความไว้และจะติดต่อกลับ”
“อ้าว...ไม่อยู่หรอกหรือ...ว๊า...เซ็ง...พรุ่งนี้ให้มนตราพาไปดูหนังดีกว่า”
ทองดีล้มตัวลงนอนอย่างเบื่อหน่าย

เช้าวันใหม่...มนตรา นอนหลับอยู่บนโซฟาในห้องทำงาน ทองดีเดินเข้ามาเห็นเข้าก็ชะงัก
“อ้าว...ทำไมมานอนตรงนี้” เธอเข้าไปปลุกเขา “ทำไมมานอนอยู่ที่นี่ ไม่ขึ้นไปนอนข้างบนล่ะคะ”
มนตรางัวเงียตื่น
“ผมเพิ่งกลับเมื่อกี้นี้เอง ง่วงตาจะปิด ขี้เกียจไปกวนคุณ ผมของีบแป๊บนึงนะ”
“อ้าว...วันนี้คุณสัญญาว่าจะพาฉันไปดูหนังไงล่ะ ลืมแล้วหรือ”
“ไม่ลืม แต่ไม่ไหวง่วงเหลือเกิน ขอนอนก่อนแล้วกันนะ”
มนตราล้มตัวลงนอนหลับต่อ ทองดีหงุดหงิด

นาฬิกา บอกเวลาเที่ยงวัน ทองดีแต่งตัวสวยพร้อมออกนอกบ้าน เดินเข้าไปดูมนตราในห้องทำงาน เห็นเขายังหลับไม่ได้สติ เธอเขย่าเท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมตื่น พลิกตัวหันหลังแล้วหลับต่อ
“ผมลุกไม่ไหวจริงๆ ไว้วันอื่นนะ”
ทองดีหงุดหงิดเดินหนีออกไปข้างนอกทันที
 
อ่านต่อหน้า 2




ทองประกายแสด ตอนที่ 10

ทองดีนั่งหงุดหงิดอยู่กลางบ้าน

“ฉันไปเองก็ได้วะ ไม่เห็นต้องง้อเลย”
เธอขยับจะลุกขึ้น ละเอียดรีบเรียกไว้
“คุณทองคะ บัญชีรับจ่ายของเดือนนี้ คุณทำเสร็จหรือยังคะ”
“ยังไม่เสร็จ ทำไมหรือ”
“คือ...ถึงกำหนดที่ต้องส่งไปให้ทางโน้นตรวจแล้วค่ะ คุณผู้หญิงท่านโทรมาทวง เอียดเกรงว่า...ท่านจะหงุดหงิด”
“รออีกวันสองวันไม่ได้หรือ จะรีบไปไหน”
“คุณคะ เอียดผลัดมาหลายครั้งแล้วนะคะ คุณผู้หญิงเส้นตายวันนี้แล้ว ขอร้องเถอะค่ะ”
ทองดีเบื่อสุดๆ
“ก็ได้ก็ได้ ฉันจะทำให้ จะเร่งอะไรกันนักหนาก็ไม่รู้”
ทองดีหงุดหงิดเดินกระแทกเท้ากลับขึ้นไปข้างบน ละเอียดมองอย่างเบื่อหน่าย

ทองดีนั่งก้มหน้าทำบัญชีรับจ่าย มีใบเสร็จวางไว้เต็มไปหมดที่หน้าบ้าน ใบเสร็จด้านหน้าเริ่มลดน้อยลง เธอนั่งกดเครื่องคิดเลขอย่างคร่ำเคร่ง สักครู่เธอก็ปิดสมุดบัญชี ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ
“เสร็จซะที...”
เธอลุกขึ้นหอบบัญชีลงไปให้ละเอียด

ทองดีเดินเข้ามาในห้องครัว ละเอียดกำลังเก็บจัดข้าวของอยู่ เธอเดินมายื่นบัญชีส่งให้
“เสร็จเรียบร้อยแล้ว นี่นะ”
“แหมเร็วจังเลย” ละเอียดเปิดดู “แหม...เสียดาย ลายมือไก่เขี่ยไปหน่อย”
ทองดีหน้าเจื่อนไป ละเอียดนึกได้
“ขอโทษนะคะ เอียดปากไวไปหน่อย”
ทองดียักไหล่
“ไม่เป็นไร ก็ฉันเรียนมาน้อยนี่นา เธอพูดถูกแล้ว...เออ...แล้วคุณมนตราล่ะตื่นหรือยัง”
“ตื่นแล้วค่ะ เห็นว่าจะต้องรีบไป”
ทองดีนิ่งคิด
“จริงสิ ไปนั่งเล่นที่คลับดีกว่า จะได้เม้าธ์กับเพื่อนฝูงบ้าง”
ทองดีวิ่งพรวดออกไปทันที
“อย่าไปเลย” ละเอียดขยับจะห้ามแล้วนึกได้ “เกือบแล้วมั๊ยเรา ไปยุ่งเรื่องของเค้าทำไมเนี่ย”

ค่ำนั้น...มนตรากำลังจะเดินไปขึ้นรถ ทองดีรีบวิ่งตามมาตะโกนเรียก
“คุณมนตรา รอทองด้วยค่ะ”
“อ้าว...แต่งตัวจะไปไหนล่ะ ดึกแล้วนะ”
“ฉันจะไปกับคุณด้วย”
“ผมไปทำงานนะ คุณจะไปทำไม อยู่บ้านดีกว่า”
“ไม่เอา อยู่แต่บ้าน เบื่อจะตาย ไม่รู้ละ ฉันไปกับคุณด้วย”
ทองดีไม่ฟังเสียงวิ่งขึ้นรถทันที มนตรามองอย่างหนักใจ แล้วจำใจขึ้นรถขับออกไป

มนตราขับรถเข้ามาจอดที่หน้าคลับของนรินทร์ พอรถจอดทองดีขยับตัวจะลงไปทันทีท่าทางตื่นเต้น มนตราคว้ามือไว้
“เดี๋ยวก่อน ผมมีเรื่องจะพูด”
“ทำไมหรือ งั้นพูดเลย ฉันอยากไปคุยกับเพื่อนๆบ้าง”
“ตอนนี้คุณไม่เหมือนเดิมแล้วนะ คุณเป็นเมียผม จะทำตัวเหมือนเก่า ไม่ได้”
“เหมือนเก่ายังไง ฉันก็แค่มาคุยกับเพื่อนๆแค่นั้น ไม่ได้มาเต้นซะหน่อย”
“ผมหมายถึง...คนอื่นอาจจะมองคุณหรือพูดอะไรที่ไม่ดี คุณต้องอดทนอย่าโวยวาย ให้เกิดปัญหา เข้าใจมั๊ย”
“เข้าใจ มีอะไรอีกมั๊ย”
มนตราส่ายหน้า ทองดีลงจากรถทันที เหล่าโคโยตี้เพื่อนเก่าหันมาเจอทองดีกรี๊ดรุมเข้ามาทักทาย ทองดี วุ่นวายไปหมด ทองดีร่าเริงท่ามกลางเพื่อนฝูง มนตราส่ายหน้าอย่างไม่ชอบใจนัก

มนตราจูงมือทองดีเข้ามาในคลับ นรินทร์เดินออกมาเห็นก็ชะงัก
“แหม...ลมอะไรหอบคุณทองประกายกลับมาที่นี้ได้อีกล่ะครับ หรือว่าคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ”
“ฉันแค่มาเที่ยวเฉยๆหรือว่าคุณไม่ต้อนรับลูกค้า”
นรินทร์ยื้มๆ
“ตามสบายเลยครับ” นรินทร์หันไปหามนตรา “คลับเลิกผมขอคุยด้วยหน่อยนะ มีเรื่องจะปรึกษา”
มนตรามองทองดีอย่างเป็นห่วง
“ได้ครับ คุณนรินทร์”
นรินทร์มองทองดีด้วยสายตาประชด
“เชิญตามสบายนะครับ คุณทองประกาย ในฐานะลูกค้า ผมยินดีต้อนรับเสมอ”
นรินทร์ยิ้มแย้มแจ่มใส่ พอลับหลังนรินทร์ก็เบ้ปาก
“เห็นแก่ผัวหล่อนทำงานให้หรอก ไม่งั้นกูไล่ส่งตั้งแต่เห็นเงาแล้ว”
มนตราหันไปบอกทองดี
“คุณนั่งรอแถวนี้นะ อย่าไปไหนล่ะ”
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก นี่ถิ่นเก่าฉันนะ”
มนตราจ้องหน้า
“แต่เดี๋ยวนี้ คุณไม่เหมือนเดิมแล้ว คุณไม่ใช่พนักงานที่นี่ คุณเป็นเมียผม นายมนตราคนนี้”
ทองดีประชด
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ไปทำงานของคุณเถอะค่ะ”
มนตรายิ้มมองเธออย่างเป็นห่วงแล้วเดินจากไป ทองดีมองบรรยากาศรอบตัวอย่างเพลิดเพลิน บนเวทีการแสดงเต้นของเหล่าโคโยตี้กำลังจะเริ่มขึ้น ทองดียิ้มระลึกถึงความหลัง เมื่อครั้งที่เธอเป็นโคโยตี้ที่เต้นโชว์อยู่ที่นี่ ตอนนั้นเธอเต้นอย่างมันสุดเหวี่ยง ทองดีนิ่งเคลิ้มไปกับบรรยากาศ ลูกค้าเก่าเดินเข้ามาเห็นก็ชะงัก รีบนั่งลงใกล้ๆเธอ
“คุณทองประกาย”
ทองดีสะดุ้ง หันมามอง
“คะ...เอ่อ...คุณ...”
“คุณจำผมได้หรือเปล่า ผมสกล ที่เคยซื้อดริ้งค์คุณ 200 ร้อยดริ้งค์ไงครับ”
ทองดีนึกไม่ออกแต่ทำเนียน
“อ๋อ...ค่ะ...มาเทียวหรือคะ”
“ครับ ตั้งแต่คุณหายหน้าไป ที่นี่ก็ไม่ครึกครื้นเหมือนเดิมเลย”
“หรือคะ เป็นเพราะ ลูกค้าจะทิปนักเต้นน้อยลงหรือเปล่า สมัยฉันเต้น ได้ทิปมากกว่านี้เยอะ”
“ต่อไปคงจะมากขึ้นแหละครับ เพราะมีคุณกลับมา”
“อ๋อ...เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้ทำที่นี่แล้ว”
“มาทำชั่วคราวหรือครับ ดีจังเลย” สกลขยับเข้ามาใกล้ เอามือวางบนเข่าของเธอแล้วเริ่มลูบ “กลับมาคราวนี้ ผมประเดิม ดีมั๊ยเอ่ย”
ทองดีไม่พอใจ แต่พยายามเฉย สกลยังไม่รู้ตัว เอียงหัวเข้ามากระซิบใกล้ๆ
“หรือจะให้ผมออฟคุณทั้งคืนเลยก็ได้ ค่าตัวคุณเท่าไหร่ล่ะ ผมสู้”
ทองดีหมดความอดทน ลุกพรวดคว้าแก้วเหล้าสาดใส่หน้าทันที
“ไอ้สันดานเสีย...กูมาเที่ยว ไม่ได้มาขายตัวโว๊ย...”
สกลลุกขึ้นโวยวายทันที คนเริ่มมุง นรินทร์เดินแหวกคนเข้ามาพอเห็นทองดี นรินทร์ส่ายหน้า แล้วหันไปถามลูกค้า
“ขอโทษนะครับ เกิดอะไรขึ้น”
“ก็อีนี่ มันเอาเหล้าสาดหน้าผม”
นรินทร์ไม่พอใจหันไปต่อว่าทองดี
“อ้าว...ทำไมไปทำอย่างนั้นกับลูกค้า ขอโทษลูกค้าซะ”
ทองดีเชิดหน้า
“ฉันไม่ใช่พนักงานของคุณแล้วนะ ฉันไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งคุณ แล้วไอ้ชีกอนี่มันมาลูบขาฉันก่อน โดนแบบนี้ก็สมควรแล้ว”
นรินทร์อึ้ง ทำอะไรทองประกายไม่ได้ หันไปหาสกล
“เดี๋ยวผม เปิดเหล้าเลี้ยงคุณสกล ในห้องวีไอพีเลย ถือเป็นการขอโทษนะ ครับ” นรินทร์หันไปหาทองดี “ส่วนเธอทองประกาย เชิญออกไปข้างนอกคลับดีกว่า ก่อนจะก่อเรื่องไปมากกว่านี้ เชิญ”
ทองดีลุกขึ้นเชิดหน้าเดินออกไปทันที นรินทร์กุมขมับ
“มาถึงก็ก่อนเรื่องเชียวนะ...เฮ้อ...ปวดหัวโว๊ย”

ทองดีเดินมานั่งรอในรถของมนตรา
“ไอ้พวกผู้ชายปากหมา...พอไม่เล่นด้วยก็ขี้ฟ้องเลยนะมึง เลวจริงๆ”
ทองดีนั่งรอในรถซักพักก็เริ่มเบื่อ กดโทรศัพท์หามนตรา แต่เขาไม่รับสาย
“เฮ้อ...สงสัยเล่นดนตรีอยู่ ไม่น่าเล๊ย...ตั้งใจมาเที่ยวแท้ๆ ไม่น่าเจอไอ้พวกชีกอเลย เซ็งเป็ด”
ทองดีเดินไปเดินมาอย่างเบื่อหน่าย

มนตราเดินออกมาจากด้านหลังเวทีพร้อมเพื่อนๆ หลังจากเล่นดนตรีเสร็จแล้ว
“พรุ่งนี้เจอกัน มาเร็วหน่อยนะ พรุ่งนี้มีนักร้องใหม่คงต้องซ้อมก่อน”
มนตรากำลังจะล้วงกระเป๋าหาโทรศัพท์ นรินทร์ วิ่งเข้ามาเรียก มนตราชะงักเพื่อนๆแยกย้ายเดินออกไปก่อน
“มาทันพอดี คิดว่ากลับไปแล้ว ลืมหรือเปล่า วันนี้ผมนัดนักร้องมา คอยคุณอยู่”
มนตราขมวดคิ้ว
“อ้าว...คุณไม่เลือกเองหรือครับ”
“ก็อยากให้คุณช่วยดูด้วย จะได้เข้ากับวงได้ไง”
มนตรานิ่งคิด
“ก็ได้...คงไม่นานนะ”
“ไม่นานหรอก ดูท่าทางหน่วยก้านก็โอเคนะ”
มนตราพยักหน้าเดินตามนรินทร์ไป

ทองดียืนพิงรถรอมนตราอย่างเบื่อหน่าย เพื่อนของมนตราเดินออกมาหน้าคลับ แยกย้ายกันขับรถของตัวเองไป
“มากันแล้ว เดี๋ยวมนตราก็คงออกมา”
ทองประกายลุกขึ้นยืนชะเง้อคอมอง
“ทำไมยังไม่มานะ”
ทองดีกดหามนตราอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่รับสาย ทองดีปิดโทรศัพท์อย่างแรง
“ทำไมไม่ยอมรับโทรศัพท์ มีอะไรนักหนา”
ทองดีเดินดิ่งเข้าไปข้างในคลับทันที

บนเวที นักร้องร้องเพลงจนจบ แล้วยืนรอฟังคอมเม้นต์ของมนตรากับนรินทร์
“ผมว่าใช้ได้นะครับ รูปร่างหน้าตาก็ใช้ได้” นรินทร์บอก
“ผมว่าเสียงก็โอเคนะครับ”
“โอเค พรุ่งนี้มาทำงานได้เลย”
นักร้องใหม่ไหว้ขอบคุณอย่างสวยงาม แอบมองมนตรานิดนึง เดินกลับเข้าไปหลังเวที แล้วชะงัก เมื่อเห็นโทรศัพท์ของมนตราวางอยู่ นักร้องใหม่หยิบขึ้นมาดู มนตราเดินขึ้นมาบนเวที มองหาโทรศัพท์ นักร้องใหม่หันไปถาม
“หาอะไรคะ คุณมนตรา”
“อ๋อ...หาโทรศัพท์ครับ ผมวางไว้ตอนเล่นดนตรี”
“อันนี้ใช่หรือเปล่าเอ่ย...”
“ใช่ครับ ขอบคุณมากเลย”
นักร้องใหม่แนะนำตัวทันที
“แอมค่ะ”
แอมยื่นโทรศัพท์ให้ มนตรายื่นมือไปรับ แต่แอมแกล้งดึงกลับ แบบอ่อยๆ ทันใดนั้นเสียงทองดีก็ดังขึ้น
“อ๋อ...ไม่รับโทรศัพท์เพราะมัวแต่มั่วกับอีนี่ใช่มั๊ย”
ทั้งคู่หันมา มนตราตกใจเมื่อเห็น ทองดีที่จ้องหน้าแอมอย่างเอาเรื่อง
“มึงเป็นใครกล้าอ่อยผัวกู”
“ผัวหล่อน ทำไมไม่แขวนป้ายไว้ล่ะ”
ทองดีโผเข้าจิกหัวแอมตบไม่ยั้ง มนตราตกใจหน้าเหวอ

มนตราหน้าเหวอ นรินทร์พรวดพราดเข้ามายืนข้างตัว
“ตายแล้ว ฟัดกันเหมือนหมา”
นรินทร์วิ่งเข้าไปแยกดึงตัวแอมออกมา มนตราลากตัวทองดีออกมา ทองดีบ้าเลือด
“อีหน้าด้าน...ไม่รู้จักหาผัวด้วยตัวเองหรือไง รู้จักแต่แย่งของคนอื่น”
“แล้วมึงล่ะ ยังกะกูไม่รู้ อีทองประกาย เก่ามาจากที่ไหน ก็มาใหม่ที่นี่ มึงก็แบให้เค๊าเหมือนกันนั่นแหละ”
“อีนี่วอนแล้วมึง” ทองดีสะบัดสุดแรง “ปล่อยฉัน...ฉันจะเอาเลือดหัวมันล้างตีน ปล่อยฉันสิ”
มนตราปล่อยมือ ทองดีเสียหลักเซลงไปนั่งที่พื้น
“ทองประกาย ผมเตือนคุณแล้วไม่ใช่หรือ ให้รู้จักอดทน ไม่รู้จักอายคนอื่นเค้าบ้าง ดูสภาพตัวเองสิเหมือนหมาบ้า มันดูได้มั๊ย”
ทองดีชะงัก หันไปมองเห็นเงาตัวเองในกระจกข้างร้าน เละเทะสุดๆ เธอเริ่มได้สติ มนตราส่ายหน้าเดินออกจากคลับไปทันที ทองดีตกใจ
“คุณมนตรา...” ทองดีหันมมองหน้าแอม “ฝากไว้ก่อนเถอะมึง”
ทองดีรีบวิ่งตามมนตราออกไป
“เชอะ...คิดว่ามึงจะแน่จริงก็ผูกผัวมึงติดไว้กับตัวสิวะ...ถ้าไม่ดึงฉันไว้ล่ะก็ มันแหลกแน่”
นรินทร์มองแอมอย่างหมั่นไส้
“แหม...เก่งเหลือเกินนะแม่คุณ มาสมัครเป็นนักร้อง หรือนักมวยกันแน่ ดูหน้าตัวเองบ้างหรือเปล่า...เดี๋ยวเปิดค่าย มวยซะดีมั๊ยเนี่ย...เฮ้อ”

มนตราเดินพรวดๆไปที่รถ ทองประกายรีบวิ่งตามมาดึงแขนไว้
“มนตราคะ ฉันขอโทษ อย่าเดินหนีกันแบบนี้สิคะ”
มนตราชะงัก
“ผมบอกแล้วไง ต้องอดทน อย่าวู่วาม พอคุณโกรธทีไร เป็นแบบนี้ทุกที มันดูแย่รู้มั๊ย ใครเห็นเค้าก็จะดูถูกคุณ”
ทองดีเถียง
“ก็อีนังนั่นมันอ่อยคุณ เห็นเต็มสองตานี่คะ”
“ผมลืมโทรศัพท์ไว้ เขาเก็บได้ ผมขอคืน แล้วยังไง ถึงเขาอ่อยผมยังไงผมก็ไม่สนใจ...ผมมีแต่คุณคนเดียวเท่านั้นนะ ทองประกาย”
“แต่คุณเป็นผู้ชาย แล้วที่ฉันเห็น ผู้ชาย ก็เหมือนๆกันทุกคน”
มนตราหันมาจ้องหน้า
“แต่ผมไม่ใช่ผู้ชายพวกนั้น คุณจะมีอดีตหรือเคยผ่านผู้ชายมากี่คน ผมไม่แคร์ ขอแค่ ผมเป็นคนสุดท้ายสำหรับคุณเท่านั้น เข้าใจมั๊ย”
ทองดีอึ้ง มนตราเดินขึ้นรถไปทันที เธอรีบวิ่งตามไป

มนตราขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้าน แล้วลงจากรถเดินเข้าบ้านทันที ทองดีลงจากรถแล้ววิ่งตามเข้าบ้าน รีบวิ่งมาคว้าแขนเขาไว้
“ฉันขอโทษ...ฉันผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้วอย่าโกรธฉันนะคะ”
ละเอียดกับแอนเดินออกมา พอเห็นทั้งคู่ทะเลาะกัน ละเอียดกับแอน เบรกเอี๊ยด แอบดูการเคลื่อนไหว...ทองดีเดินไปกราบที่อกมนตรา
“ฉันสัญญาค่ะ ต่อไปฉันจะไม่โวยวาย”
“จริงหรือ คุณทำได้แน่นะ”
“จริงสิ แต่มีข้อแม้อย่างนึง”
มนตราหรี่ตามอง
“ว่าแล้วเชียว มันคงไม่ง่ายอย่างที่ผมคิดหรอก คุณมีอะไร”
“คุณต้องเลิกทำงานที่นั่น ไม่อย่างนั้น ฉันต้องไปกับคุณด้วยทุกวัน”
“จะบ้าหรือ...ไปเฝ้าผมที่ทำงานเนี่ยนะ”
“ทำไมจะไม่ได้ ถ้าคุณยังทำงานอย่างนั้นอีกคงไม่พ้นเรื่องพวกนี้ ฉันคงอกแตกตายเข้าซักวัน ถ้าคุณทำไม่ได้...งั้น...เราเลิกกัน”
ทองดีหลุดปากออกไปแล้วใจหาย แต่ยังทำแข็ง ละเอียดกับแอนตกใจหันไปมองหน้ากันมนตราตกใจเหมือนกัน
“คุณว่าอะไรนะ เลิกกันหรือ มีเหตุผลหน่อยสิ ทอง”
“ได้ เหตุผลของฉันคือ ฉันทนไม่ได้ ที่เห็นผู้หญิงคนอื่นมาวุ่นวายกับคุณถ้าอย่างนั้น ตัดใจซะตั้งแต่วันนี้ดีกว่า”
ทองดีสะบัดหน้าเดินหนีขึ้นข้างบนไป มนตราหมดแรงนั่งลงกุมขมับบนโซฟา
“ทองประกาย ทำไมคุณต้องบังคับให้ผมเลือกด้วย”
แอนหน้าเหวอหันมาคุยกับละเอียด
“อุ๊ย...คุณแม่บ้านคะ สงสารคุณมนตราเนอะ หน้าเศร้าเลย”
“นั่นน่ะสิ” ละเอียดนึกได้ “แล้วแกไปวุ่นวายอะไรกับเค้าด้วยล่ะ นังแอน”
แอนทำหน้าจ๋อย รีบเดินกลับเข้าห้องไป ละเอียดมองมนตราแล้วถอนหายใจ
“เฮ้อ...คุณมนตรา เห็นมั๊ยเอียดเตือนแล้วก็ไม่ฟัง...เฮ้อ”

ทองดีเดินเข้ามาในห้อง พอปิดประตูเธอนั่งลงมองมือตัวเองที่สั่นระริกจนบังคับไม่ได้ เธอหน้าเครียด
“จะบ้าหรือ พูดอะไรออกไปรู้ตัวหรือเปล่า นังทองเอ๊ย...แล้วถ้าเค้าเลือกงานล่ะ จะทำยังไง”
มนตราเดินขึ้นมา หยุดยืนที่หน้าห้อง เงื้อมือจะเคาะประตู แล้วหยุด
“เข้าไปตอนนี้มีหวัง ต้องทะเลาะกันอีกแน่ะเลย”
มนตรากับทองดีนั่งหันหลังชนกัน มีประตูห้องขวางเป็นกำแพงระหว่างสองคน

เช้าวันใหม่...มนตรา นั่งมองเครื่องดนตรี นิ่งอยู่ ละเอียดยกกาแฟเข้าให้ พอเห็นสภาพ โทรมๆของเขาเธอก็ถอนหายใจ
“โจ๊กร้อนๆค่ะ ทานซะหน่อย จะได้มีแรงคิด ไม่ได้นอนทั้งคืน”
“พี่เอียดรู้ได้ยังไง”
ละเอียดค้อน
“โธ่คุณมนคะ พี่เอียดอาจจะแก่ แต่ว่าไม่ได้ตาบอดนะคะคุณ”
“แสดงว่าพี่เอียดรู้เรื่องแล้ว ผมลืมไป พี่เอียดรู้ทุกอย่างในบ้านอยู่แล้ว”
“คุณมนคะ อย่าว่าพี่เอียดยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณเลย พี่เอียดเลี้ยงคุณมาแต่อ้อนแต่ออก พี่เอียดรู้ใจคุณมนดีกว่าใคร”
“แล้วผมควรทำยังไงล่ะครับ”
ละเอียดแอบยิ้ม
“คุณมนก็เลือกสิคะ เลือกในสิ่งที่คุณมนรัก”
“เลือกสิ่งที่ตัวเองรักหรือ...” มนตรานิ่งคิด “หมายความว่า...”
“ค่ะ คุณมนอยากจะทำอะไรมากที่สุด คุณมนย่อมรู้ใจตัวเองดี”
มนตรากระโดดขึ้นกอดละเอียดไว้แน่น
“ขอบคุณพี่เอียดครับ...พี่เอียดรู้ใจผมจริงๆด้วย...”
มนตราวิ่งออกจากห้องไปทันที ละเอียดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

เช้าวันใหม่...ทองดี ลุกขึ้นเดินไปจับประตูดู
“ประตูก็ไม่ได้ล็อค ทำไมไม่ยอมเข้ามานอนนะ น่าโมโหจริงๆ”
ทองดีหงุดหงิดทำงอน เดินผละไป มนตราวิ่งเปิดประตูพรวดเข้ามาทันที
“คุณมนตรา” ทองดีนึกได้ทำเมิน “เข้ามาทำไม”
“ผมคิดได้แล้ว ว่าผมต้องการอะไรมากที่สุด”
ทองดียังงอนๆ
“แล้วไง...ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปได้ ฉันจะอาบน้ำ”
เขารวบตัวเธอมากอด เธอทำเล่นตัวพอเป็นพิธี
“ผมต้องการคุณ ผมจะไปลาออก แต่ว่า คุณต้องกลับไปเชียงใหม่กับผมนะ คุณพร้อมหรือยัง เราจะไปพบคุณพ่อคุณแม่”
“อะไรนะ ไปเชียงใหม่หรือ”
“ใช่ เราจะไปเริ่มชีวิตใหม่ที่โน่น กลับไปแต่งงานกัน แล้วก็มีลูกหลายๆคนไงล่ะ”
ทองดีอึ้งไป มนตราหน้าตาเปี่ยมสุข

ทองดีเดินไปเดินมาในห้องน้ำ แล้วไปยืนหน้ากระจก พูดกับเงาตนเอง
“ไปเชียงใหม่...ไปแต่งงาน จะได้เป็นคุณนายเสวยสุขซะที”
ทองดียิ้มมีความสุขแล้วชะงัก
“คิดว่าพ่อแม่เค้าจะยอมรับหรือ ทำอะไรเป็นบ้างล่ะ...”
เธอนิ่งไปก่อนจะฮึด
“ไม่สำคัญหรอก แค่มนตราเค้ารักฉันเท่านั้นก็พอ...”
แต่เมื่อนึกบางอย่างได้ก็ถอนใจ
“ใช่สิ พออีกหน่อย เธอออกลูกมาซักครึ่งโหล ตัวหย่อน พุงขยาย โทรมเป็นยายแร้งทึ้ง เลี้ยงลูกอยู่แต่ในบ้าน แบบนี้ใช่มั๊ย ชีวิตที่หล่อนฝันถึง...ไม่หรอก ไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก”
ทองดีนึกถึงภาพของตนเองที่โทรมหัวฟูยุ่งเหยิง อุ้มเด็กแบเบาะ กำลังกินนม มืออีกข้างไกวเปล รอบๆตัวมีแต่ข้าวของเด็กเล็กๆ เกลื่อนไปหมด แถมยังมีเด็กขนาดไล่เลี่ยกัน วิ่งเล่นกันรอบๆตัว ทองดีตกใจหน้าเสีย
“ว๊าย...เป็นไปไม่ได้หรอก”
ทองดีมองกระจกเห็นหน้าตัวเองปกติ เธอรีบเปิดน้ำล้างหน้า เรียกสติ
“ขืนยอมไปตอนนี้ มีหวัง...” เธอทำหน้าหวาดเสียว “ไม่ได้ ไปเชียงใหม่ไม่ได้เด็ดขาด”
อ่านต่อหน้า 3




ทองประกายแสด ตอนที่ 10

นรินทร์กำลังนั่งเซ็นต์เอกสารอยู่ในห้องทำงาน มนตราเดินเข้ามาหา

“อ้าว...คุณมนตรา ทำไมวันนี้มาเร็วจัง อ๋อ...มาซ้อมเพลงให้นักร้องใหม่หรือ”
“เปล่าครับ ผมมีเรื่องจะมาคุยกับคุณนรินทร์ เรื่อง...ผมจะขอลาออก”
“ได้สิคิดว่าเรื่องอะไรซะอีก” นรินทร์นึกได้ก็ตะลึง “อะไรนะลาออก...ไม่นะ คุณอย่าล้อผมเล่น เดี๋ยวผมหัวใจวายหรอก”
“ไม่ได้ล้อเล่นครับ ผมขอลาออกจริงๆ”
“ไม่นะ...โธ่...”
นรินทร์ ก้มเอาหัวโขกโต๊ะอย่างเครียดจัด

มนตรา เดินออกจากหน้าคลับนรินทร์คุยโทรศัพท์กับเพื่อนไปด้วย
“ฉันฝากวงให้นายดูแลด้วย ฉันมั่นใจนายทำได้ โอเค นะเพื่อน”
มนตรากดปิดโทรศัพท์ แล้วหันหน้าไปมองคลับของนรินทร์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะยิ้มเศร้า
“ทำไงได้ ผมรักคุณมากกว่านี่ ทองประกาย”

ละเอียดเดินไปเดินมาอย่างใช้ความคิด
“ไม่รู้ละ เป็นไงเป็นกัน คราวนี้พี่เอียดต้องพูด ขืนปล่อนไว้ คุณมนตราต้องแย่แน่เลย”
มนตราเดินเข้ามาในบ้านหน้าขรึมๆ ละเอียดสูดลมหายใจรวบรวมความกล้า เดินเข้าไปหา
“คุณมนคะ พี่เอียดมีเรื่องจะบอก”
“ดีครับ ผมก็มีเรื่องจะบอกพี่เอียดเหมือนกัน ผมลาออกจากงานแล้วนะ”
ละเอียดตะลึง
“แหม...ดีใจจนพูดไม่ออกเลยนะครับ คงสมใจคุณแม่แล้ว...อีกไม่นานผมจะกลับไปเชียงใหม่”
“อะไรนะคะ ลาออก ทำไมถึงได้ปุบปับขนาดนี้ล่ะ”
“ก็พี่เอียดแนะนำผมเอง ให้ผมเลือก ตอนนี้ผมเลือกทองประกาย ทำไงได้ล่ะครับ ผมรักทองมากกว่านี่ ขอบคุณนะคะรับพี่เอียด” มนตรานึกได้ “เออ...พี่เอียดมีเรื่องอะไรหรือครับ”
ละเอียดถอนใจบ่นเบาๆ
“คงไม่ทันแล้วละค่ะ”
“พี่เอียดอย่าลืมนะครับ พี่เอียดต้องทำให้ทองประกายพร้อมที่สุด คุณแม่จะยอมรับทองได้หรือไม่ อยู่ที่พี่เอียดคนเดียว ผมฝากด้วยนะครับ”
มนตราลุกขึ้นจับมือพี่เอียด ก่อนจะเดินออกไป ละเอียดมองตามถอนหายใจหนักใจ
“โธ่คุณมน...เวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย...”

มนตราเดินเข้ามาในห้อง ทองดีสังเกตเห็นท่าทางของเขาดูไม่สดชื่น
“เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือเปล่า”
“ผมลาออกจากคลับแล้วนะ”
ทองดีตื่นเต้น
“จริงหรือ...ออกจากคลับน่ะหรือ ทำไมเร็วจัง”
“อ้าว คุณไม่อยากให้ผมทำงาน ผมก็ลาออกน่ะสิ เตรียมตัวเก็บข้าวของได้เลย เราจะได้กลับไปเชียงใหม่กัน”
ทองดีอึ้งอ้าปากจะพูด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดเสียก่อน มนตรามองโทรศัพท์แล้วถอนหายใจ
“คุณแม่นี่ เหมือนเลี้ยงกุมารทองเข้าไปทุกวัน” มนตรารับสาย “สวัสดีครับคุณแม่ ผมลาออกจากงานแล้ว ครับผมทราบ”
ทองดีพยายามส่งสัญญาณว่าไม่กลับเชียงใหม่ มนตราไม่เข้าใจ เอามือปิดโทรศัพท์แล้วถาม
“คุณพร้อมเมื่อไหร่ล่ะ”
ทองดีหงุดหงิด คว้าโทรศัพท์จากมือเขา แล้วกดปิดทันที มนตรางง
“เป็นอะไรของคุณน่ะ ทิ้งโทรศัพท์ทำไม”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก มนตราจะเดินไปรับ ทองดีห้ามเสียงดัง
“อย่ารับนะ”
“ทำไม...นี่คุณอารมณ์ไหนกันแน่ ผมตามไม่ทันเลย”
“ฉันยังไม่พร้อม ฉันไม่อยากไปเชียงใหม่ตอนนี้”
“อะไรนะ ไม่พร้อมหรือ นี่ผมลาออกจากงานเพื่อคุณแล้วนะ”
มนตราฉุนเดินออกจากห้องไปทันที ทองดีหน้าเครียดลำบากใจ

มนตราเดินลงมาจากข้างบนอย่างหงุดหงิด เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ละเอียดเดินเข้ามารับสายอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
“ฮัลโหล...คุณผู้หญิงหรือคะ...อุ๊ย...ทำไมรู้เร็วนักเนี่ย...”
มนตรารีบเดินเข้ามาใกล้ ทำท่าโบกไม้โบกมือ ละเอียดไม่เข้าใจคิดว่ามนตราจะขอพูดกับแม่
“คุณมนตราจะพูดกับคุณผู้หญิงค่ะ”
มนตราเซ็งเลย
“ครับคุณแม่ ผมขอโทษครับเมื่อกี้โทรศัพท์มันหล่น”
“ถ้าลาออกแล้ว ก็กลับมาช่วยแม่ทางนี้เถอะลูก งานเยอะแยะเหลือเกิน แม่ไม่ไว้ใจคนอื่น กลับมาพรุ่งนี้เลยก็ได้ เดี๋ยวแม่เช็คไฟลท์ให้เลย”
“คงยังกลับไม่ได้หรอกครับ ผมต้องเคลียร์งานกับเพื่อนๆก่อน นี่ก็กะทันหันมาก”
“ให้มันเร็วหน่อยแล้วกัน แม่คิดถึงอยากเห็นหน้าลูก”
“แค่นี้ก่อนนะครับแม่”
มนตราวางหู หันกลับมาเห็นละเอียดทำหน้าเบื่อๆ
“พี่เอียดไม่ต้องมาเยาะเย้ยผมเลย...เพราะพี่เอียดนั่นแหละ”
มนตราเดินหนีละเอียดเข้าห้องทำงานไป ละเอียดทำท่าเซ็ง

ค่ำนั้น...ละเอียดจูงมือทองดีพร้อมถาดของว่าง มายืนหน้าห้องทำงานมนตรา
“นี่หน้าที่ของภรรยาที่ดี ต้องรู้จักดูแลสามี โบราณว่า ก้นถึงฟาก ปากต้องถึงข้าว”
ทองดีลังเล
“แน่ใจนะว่าจะได้ผล”
“คุณจะไปรู้อะไร คนเราน่ะ พอท้องอิ่ม อารมณ์ก็จะดี เร็วเข้า เอาเข้าไปให้คุณมนตรา พูดกับเธอเพราะๆนะคะ ไปเร๊ว...”
ทองดีลังเลอยู่หน้าห้อง ละเอียดโบกมือให้ทำ ทองดีตัดสินใจเคาะประตูก่อนเข้าไปละเอียดถอนหายใจโล่งอก
มนตรานั่งเล่นดนตรีอยู่ พอทองดีเดินเข้ามา เขาลุกขึ้นเดินเข้าไปรับ
“ฉันเห็นคุณปิดห้องเงียบ เลยเอาของว่างมาให้ทาน”
“ขอบคุณมาก มาทานด้วยกันสิ”
ทองดียิ้ม
“ฉันทานมาแล้ว คุณทานเหอะ”
มนตรานั่งทานขนมอย่างอร่อย ทองดีมองแล้วยิ้ม
“คุณลาออกจากงานแล้ว คืนนี้ก็ว่างน่ะสิ เราไปดูหนังกันดีมั๊ย”
มนตราส่ายหน้า
“ไม่ดีกว่า ผมไม่ชอบ ไปตามโรงหนังหรอก คนเยอะ เหม็นควันบุหรี่ด้วย อึดอัด”
“อ้าว...แล้วทีไปที่คลับล่ะ ทั้งเหล้า ทั้งควัน ทั้งเสียงดัง คุณยังไปได้เลย”
“มันไม่เหมือนกัน ผมไปที่นั่นเพราะไปทำงาน ไปเล่นดนตรี มันจำเป็น”
“งั้นไปทานข้าวนอกบ้านก็ได้ ดีมั๊ย”
“อย่าดีกว่า ทานที่บ้านนี่แหละ อร่อย ไม่ต้องเบียด เป็นส่วนตัวดีด้วย”
ทองดีเซ็งลุกขึ้นยืนทันที
“สรุปว่า คุณจะไม่พาฉันไปไหน ให้อยู่เฝ้าบ้านแบบนี้ใช่มั๊ย”
“อาทิตย์นี้ เราก็ไปกันเกือบทั้งอาทิตย์แล้วนี่นา วันนี้เราพักอยู่บ้านเงียบๆกันบ้างดีกว่า”
“ก็ได้ คุณไม่อยากไป งั้น...ฉันไปเอง”
ทองดีสะบัดหน้าออกจากห้องไปทันที มนตราหงุดหงิดมาก
“มันอะไรวันวะเนี่ย...”

ละเอียดแอบฟังหน้าห้อง ทองดีเปิดประตูออกมาหน้าบึ้งหน้างอ
“อ้าว...ทำไมหน้าหงิกแบบนั้นล่ะคะ ไม่ได้ผลหรือคะ”
“ไม่ได้ผลหรอก คนบ้าอะไร ว่างก็จะหมกตัวอยู่แต่บ้าน ฉันเป็นคนนะไม่ใช่ตุ๊กตา จะเอามาตั้งทิ้งๆขว้างๆ ไว้ในบ้านไม่ให้ออกไปพบเจอผู้คนบ้างเลยหรือไง”
ละเอียดตกใจ
“ตายจริง...คุณทองประกาย พูดออกมาได้ยังไง”
ละเอียดลากแขนทองดีออกมา กลัวมนตราได้ยิน
“นี่คุณ...ใช้อะไรคิด คุณรู้หรือเปล่าว่า คุณมนเธอรักคุณแค่ไหน”
ทองดีเชิดหน้า ไม่ตอบ
“ทางบ้านขอร้องแทบเป็นแทบตายให้คุณมนเลิกทำงาน คุณมนยืนยันคำเดียวว่าไม่ แต่พอคุณพูดคำเดียว เธอก็วิ่งไปลาออก หัดให้หัวคิดซะบ้างนะคะ ว่าคุณมนทำเพื่อใคร”
“ไม่ต้องมาสะเออะสั่งสอนฉัน มีหน้าที่เป็นขี้ข้าก็เป็นต่อไป...”
ละเอียดไม่พอใจ
“ค่ะ...ฉันรู้ว่าฉันเป็นแค่คนใช้ แต่อยากจะบอกว่า คุณมนตรา เสียสละเพื่อคุณได้ทุกอย่าง กระทั่งงานที่คุณมนรัก แล้วคุณล่ะ เคยทำอะไรเพื่อคุณมนบ้างหรือเปล่า”
ทองดีหน้าเสียไปนิด แต่ไม่ยอมแพ้สะบัดหน้าเดินออกไปจากบ้านทันที ละเอียดมองตามไปอย่างหงุดหงิด
“นี่ถ้าไม่เห็นกับคุณมนล่ะก็ สองตา อีเอียดก็ไม่อยากจะแล เชอะ”
มนตรากำลังเล่นเปียโน อย่างกระแทกกระทั้น ละเอียดแง้มประตูห้องแอบมองอย่างสงสาร ก่อนจะปิดประตู ถอยหลังออกจากหน้าห้อง หันมาจะเอ๋กับแอนที่เดินประคองถาดอาหารเข้ามา
“นังแอน เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง เดี๋ยวฉันก็หัวใจวายหรอก”
แอนงง
“ก็คุณแม่บ้านสั่งไม่ใช่หรือคะ ให้ทำอะไรเงียบๆ”
ละเอียดจะเขกหัว
“กวนประสาทนักนะแก เฮ้อ...เมื่อไหร่จะสงบเหมือนเดิมนะนี่...ไม่เคยเห็นคุณมนเป็นแบบนี้เลย”
“แล้วจะให้แอนทำยังไงกับข้าวต้มคะ คุณแม่บ้าน”
“เอาไปเก็บก่อน”
แอนทำท่าหวานหมู รีบเดินออกไป ละเอียดทำท่าจะเดินตาม มนตราเปิดประตูพรวดออกมา ละเอียดสะดุ้ง
“อุ๊ย...คุณมน หิวหรือยังคะ เดี๋ยวเอียดจัดอาหารให้”
“ไม่ต้อง ทองประกายไปไหน”
“อุ๊ย..ไม่ทราบค่ะ เห็นว่าจะออกไปเที่ยว กลับดึก”
“ไปเที่ยว...เที่ยวที่ไหน บอกหรือเปล่า”
ละเอียดประชด
“เธอคงจะบอกเอียดหรอกนะคะ”
มนตราร้อนใจรีบวิ่งออกไปตามทองดี ละเอียดเบื่อหน่าย
“โอ๊ย...อะไรกันนักกันหนานี่”

ทองดีเดินอยู่บนสะพาน เห็นคนอื่นมาเป็นคู่ๆ เธอมองอย่างรู้สึกว้าเหว่
“ทำไมมันหนาวแบบนี้นะ”
ทองดีห่อไหล่อย่างรู้สึกหนาว นิ่งคิด เธอนึกถึงคำพูดของละเอียด
‘คุณมนตรา เสียสละเพื่อคุณได้ทุกอย่าง กระทั่งงานที่คุณมนรัก แล้วคุณล่ะ เคยทำอะไรเพื่อคุณมนบ้างหรือเปล่า’
ทองดีหน้าเสียรู้สึกผิด เธอนิ่งคิด ถึงมนตราเมื่อครั้งที่เขาถอดเสื้อคลุมไหล่ให้ แล้วพูดกับเธออย่างจริงจัง
‘แค่มีคุณอยู่ใกล้ๆ เป็นกำลังใจให้ผม เท่านั้นผมก็พอใจแล้ว’
ทองดีรู้สึกผิด
“บ้าจริงแล้วฉันมาทำอะไรอยู่ที่นี่...”
ทองดีหันหลังกลับจะเดินลงจากสะพาน เธอหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาเขาแล้วนิ่งคิด ก่อนจะชะงักเปลี่ยนใจเป็นกดข้อส่งข้อความแทน
‘ฉันจะรอคุณ ที่เราสองคนเคยดูดาวด้วยกัน’
ทองดีพูดเบาๆกับตัวเอง
“ไหนลองดูซิ เขา จะใจตรงกับเรามั๊ย”
ทองดียืนชมวิวรอ มนตราอย่างใจเย็น ขณะเดียวกันนั้น จิ๊กโก๋ 2 คน เห็นทองดีนั่งอยู่คนเดียว ทั้งสองคนหันไปมองหน้ากัน แล้วยิ้มร้าย

มนตราขับรถตระเวนไปที่ต่างๆ ที่เคยไปกับทองดี แต่ไม่มีแม้แต่เงา
“คุณไปอยู่ที่ไหนนะ ทองประกาย”
ขณะเดียวกันนั้นเสียงแมสเสจดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์มากดอ่าน
“นี่คุณ จะลองใจผมใช่มั๊ยเนี่ย...ที่ที่เราเคยดูดาวด้วยกัน...”
มนตรานิ่งคิดแล้วเลี้ยวรถกลับอย่างรวดเร็ว

ทองดี นั่งรอจนเริ่มเบื่อ
“เค้าคงไม่มาแล้ว ใครจะไปจำได้ สมน้ำหน้าตัวเองมั๊ยล่ะ หาจนได้เรื่อง”
ทองีเปลี่ยนใจ หันหลังเดินลงสะพาน จิ๊กโก๋ 2 คนเข้ามาขวางไว้ ทองดีหน้าเครียด
“น้องสาวคนสวย จะรีบไปไหนจ๊ะ...”
“ยืนชมดาวคนเดียวไม่เหงาหรือ มามะ พี่จะยืนเป็นเพื่อน”
ทองดีตวาด
“หลีกไป ฉันจะกลับ”
“โหย...พูดจากกระชากใจพี่จัง ทำไมเสียงไม่หวานหมือนหน้าเล๊ย...”
ทองดีเดินหนี จิ๊กโก๋คนหนึ่งคว้าแขนไว้ เธอสะบัดแล้ววิ่งหนีทันที จิ๊กโก๋ทั้งสองวิ่งตามมาทันขวางไว้ ทองดีร้องลั่น
“ช่วยด้วย...เจ้าค่ะ ไฟไหม้ ไฟไหม้”
จิ๊กโก๋ตรงเข้าต่อท้องทันที ทองดีตัวงอ จิ๊กโก๋ทั้งสองลากเธอมาทีเปลี่ยว แล้วกระชากเสื้อเธอออก ทองดีกรี๊ดลั่น ทันใดนั้นเสียงมนตราดังขึ้น
“เฮ๊ย...พวกแกทำอะไรวะ”
ทองดีหันไปเห็นเขา
“คุณมน ช่วยด้วยค่ะ”
จิ๊กโก๋ทั้งสองคนหันมามอง เห็นมนตราคนเดียว จึงชักมีดออกขู่
“มาเสือกเรื่องอะไรด้วย เดี๋ยวกูแบ่งให้ก็ได้ ตามคิวสิวะ”
“นั่นมันเมียกู”
จิ๊กโก๋เข้ารุมมนตราทันที แต่สู้มนตราไม่ได้จึงหนีไปแบบสะบักสะบอม ส่วนมนตรา มีแผลปูดบวมเล็กน้อย ทองดีรีบเข้าไปประคอง
“คุณมนตรา ฉันทำให้คุณเดือดร้อนอีกแล้ว”
“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ ไม่มีคุณผมอยู่ไม่ได้เข้าใจมั๊ย”
ทองดีรู้สึกผิดมาก
“ฉันขอโทษค่ะ”

ทองดี ประคองมนตราเข้ามาในบ้าน ละเอียดเห็นเขาบอบช้ำก็โวยวาย
“ตายจริง คุณมน เป็นอะไรไปคะ ทำไมถึงได้หน้าตายับเยินขนาดนี้”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่หกล้มนิดหน่อย”
ละเอียดค้อน หันไปมองหน้าทองดีอย่างจับผิด
“ค๊า...หกล้ม พี่เอียดดูไม่ออกเลย มาพี่เอียดทำแผลให้”
“ไม่ต้องครับ ไม่ต้อง ผมแค่ล้างหน้า เดี๋ยวให้ทองประกายทายาให้ก็พอขอบคุณนะครับ”
มนตรารีบพยักหน้าให้ทองดีพาขึ้นไปข้างบนทันที ละเอียดมองตามอย่างเป็นห่วง
“คุณมนตราละก็ ออกรับกันไปซะทุกเรื่องเลยนะ ดูซิ วันนี้เจ็บแค่นี้ วันหน้าไม่ถึงแก่ชีวิตหรอกหรือ”
ละเอียดพูดแล้วนึกได้ รีบตบปากตัวเอง
“ตายจริง พูดอะไรก็ไม่รู้...ไม่เอา ไม่เอา”

ทองดี กำลังทำแผลทายาให้ มนตราสูดปาก
“เจ็บหรือคะ ฉันขอโทษ เพราะฉันแท้ๆเลย ทำให้คุณพลอยมาเจ็บตัวแบบนี้”
“ไม่เป็นไร เจ็บแค่นี้เรื่องเล็ก แต่ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แน่นอน”
“อย่าพูดแบบนี้นะคะ ฉันรู้สึกแย่จริงๆ” ทองดีด่าตัวเอง “ทำอะไรไม่รู้จักคิด”
“เรื่องมันแล้วไปแล้ว ช่างมันเถอะ”
“มีแต่คุณเท่านั้นที่เข้าใจฉัน คอยให้อภัยฉันตลอด ต่อไปนี้ ฉันจะไม่ทำอะไรโง่ๆแบบนี้อีกแล้ว ฉันสัญญา ให้โอกาสฉันอีกครั้งนะคะ ฉันจะเป็นภรรยาที่ดีของคุณค่ะ”
“ทองประกาย ผมไม่เคยโกรธคุณเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่ายังไง ผมก็รักคุณ”
ทั้งคู่สบตากัน ค่อยๆโน้มตัวเข้าหากันแล้วจูบกันอย่างดูดดื่ม

ทองดีนอนหลับฝันไป ภาพในฝันเธอยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควัน มองไปด้านหน้า เห็นมนตราเดินอยู่ไกลลิบๆ
“คุณมนตรา รอฉันด้วย”
ทองดีวิ่งตามเขาไปจนทัน เอื้อมมือไปคว้าแขนไว้ แต่พอมนตราหันหน้ามาเขามีเลือดไหลออกมาเต็มหน้า ทองดีกรี๊ดสุดเสียง
ทองดีสะดุ้งตื่นเหงื่อแตกเต็มหน้า เธอหันไปมองข้างตัว เห็นเขานอนหลับอยู่ เธอถอนหายใจโล่งอก
“นี่เราฝันร้ายหรือนี่”
ทองดีรีบกลับหมอนของตัวเองแล้วนั่งสวดมนต์เป็นการใหญ่ มนตราพลิกตัวตื่นขึ้นมาเห็นก็มองอย่างงงๆ
“นึกยังไง ลุกขึ้นมาสวดมนต์ตอนนี้”
“เพื่อความสบายใจค่ะ ฉันสวดเผื่อคุณด้วยนะ”
มนตรายิ้มขำ
“คุณนี่ตลกนะ บทจะดีก็ถึงกับสวดมนต์สวดพรเป็นเรื่องเป็นราว ยังไง ก็อย่าทิ้งผมไปอยู่วัดซะก่อนล่ะ”
ทองดีค้อน
“ดูพูดเข้าสิ นอนได้แล้ว”
ทองดีล้มตัวลงนอนซุกในอ้อมกอดของเขาอย่างมีความสุข

เช้าวันใหม่...ทองดีออกมายืนใส่บาตรตอนเช้า มีแอนยืนคอยอยู่
“เฮ้อ...ทำบุญแล้วสบายใจจังเลย”
“แหม...ถ้าคุณผู้หญิง สั่งแอนไว้ก่อน แอนจะได้เตรียมของไว้ให้ครบเลย”
“ไม่เป็นไรหรอก ไว้พรุ่งนี้ค่อยเตรียมก็ได้ ช่วยเก็บของให้ทีนะจ๊ะ”
“ได้ค่ะ คุณผู้หญิง”
ทองดีชะงัก
“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ”
แอนงง
“คุณผู้หญิง...อ้าว ก็คุณเป็นเมีย เอ๊ย...ภรรยาของคุณมนตรา แอนก็ต้องเรียกคุณผู้หญิงสิคะ คุณผู้หญิงโกรธแอนหรือคะ”
“อ๋อ...เปล่าหรอกจ๊ะ...เธอจัดการเก็บข้าวของให้เรียบร้อยนะจ๊ะ”
ทองดีเดินรำพึงเบาๆ
“คุณผู้หญิงหรือ...ใช่สิ ฉันเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้แล้วนี่”
ทองดียิ้มมองบ้านมนตราอย่างมีความสุข

อาหารจัดวางไว้พร้อมบนโต๊ะ มนตราเดินลงมาจากข้างบน สูดกลิ่นอาหาร
“แหม...พี่เอียดตั้งอาหารเช้าชุดใหญ่เลยนะครับนี้ วันนี้จะมีทัวว์มาลงหรือครับ จัดชุดใหญ่เชียว”
ละเอียดค้อน
“ไม่ใช่เอียดหรอกค่ะ”
“อ้าว...ไม่ใช่พี่เอียดแล้วจะใครซะอีกล่ะ”
ทองดีเดินใส่ผ้ากันเปื้อนยกน้ำผลไม้คั้นสดเข้ามา
“ตื่นแล้วหรือคะ ฉันคั้นน้ำส้มไว้ให้คุณด้วยนะ ลองชิมดูสิคะ”
ละเอียดขยับจะเข้าปรนนิบัติมนตรา แต่ทองดียิ้มให้ละเอียด
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่เอียด ฉันจัดการเอง”
ละเอียดชะงัก เหมือนไม่เชื่อหู แต่ยอมให้ทองดีทำโดยดี มนตรายิ้มอย่างพอใจ
“แหม...อย่างนี้ผมรู้สึกเหมือนเป็นพระราชาเลย”
“คุณชอบหรือคะ ถ้าอย่างนั้น ต่อไปนี้ฉันจะทำอาหารให้คุณทานทุกมื้อเลยดีมั๊ย”
มนตรายิ้มอย่างมีความสุข ทองดีคอยดูแลปรนนิบัติอย่างไม่บกพร่อง ละเอียดกับแอนยืนมองทั้งคู่อยู่ห่างๆ ละเอียดมองอย่างไม่เชื่อถือ ส่วน แอนยิ้มอย่างปลื้มๆ
“ไม่อยากจะเชื่อ สงสัยฝนจะตก น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ แกว่ามั๊ยนังแอน”
“แล้วคุณแม่บ้านไปเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะคะ” แอนมองทั้งคู่แล้วยิ้ม “แหม...น่ารักอ่ะ...”
ละเอียดมองแอนอย่างหมั่นไส้ หยิกหมับ แอนสะดุ้ง
“นี่แกว่าใคร นังแอน”
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ แอนลืมตัวไป”
ละเอียดมองมนตรากับทองดี
“ขอให้เป็นแบบนี้นานๆเถอะ...กลัวยังไม่ทัน 7วันก็หมดช่วงซะก่อนละสิ”

ทองดีเดินลงมาจากข้างบนบ้าน ในชุดทะมัดทะแมง มองรอบๆตัวหน้าตามุ่งมั่น
“ฉันจะเป็นคุณผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบของบ้านนี้ให้ได้ คอยดูสิ”
ทองดี จัดดอกไม้ใส่แจกัน เอามาวางไว้ในบ้านอย่างสวยงาม ละเอียดมองอย่างทึ่งๆ หลังจากนั้น เธอพยายามแกะสลักผักเป็นดอกไม้ อย่างที่ละเอียดสอนไว้ เธอเอาดอกที่แกะมาวางเทียบกับของละเอียด สวยเหมือนกัน ไม่มีที่ติ ละเอียดพยักหน้ายิ้มๆ
ทองดีบงการให้ แอนทำความสะอาดบ้าน จนสะอาด ละเอียดแอบๆ เอามือลูบแล้วถูมือก่อนจะยิ้ม เป็นเชิงสะอาดมาก จากนั้นเธอพับผ้าเช็ดตัวเป็นรูปสัตว์ วางไว้อย่างสวยงาม จนละเอียดต้องยกนิ้วโป้งให้

ทองดี กำลังยืนชงกาแฟ และจัดของว่างใส่ถาด ละเอียดเดินเข้ามาหา
“บ่ายแล้ว มีใครจัดของว่างให้คุณมนตราหรือยังเนี่ย”
“ฉันเตรียมเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวจะยกเข้าไปให้”
“คุณทองคะ สิ้นเดือนแล้วนะคะ เอ่อ...”
“บัญชีค่าใช่จ่าย กับเงินเดือนคนงาน ฉันจัดไว้เรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ วางอยู่ตรงนั้น”
ละเอียดหันไปมอง บัญชีวางไว้เรียบร้อย
“มีอะไรอีกหรือเปล่าจ๊ะ”
ละเอียดอึกอัก
“ไม่มีค่ะ คุณผู้หญิง เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว”
ทองดี ยื่นถาดของว่างส่งให้
“งั้นพี่เอียดช่วย เอานี่ไปเสริฟต์ให้คุณมนตราก่อน ฉันขอตัวไปล้างหน้าก่อน แล้วจะตามเข้าไป”
ละเอียดรับถาดงงๆ
“ได้ค่ะ คุณผู้หญิง”
ทองดียิ้มหวาน แล้ววางท่าอย่างสง่าเดินผ่านละเอียดไป ละเอียดมองตามอย่างทึ่งๆ

ละเอียดประคองถาดเข้ามาในห้องมนตราท่าทางตื่นๆ มนตรามองแล้วหัวเราะ
“พี่เอียดเป็นอะไรไป ทำท่าประหลาด”
“คุณมนตราคะ เอียดว่า คุณผู้หญิง ทำท่าประหลาดๆนะคะ”
มนตราสะดุ้ง
“อะไรนะ คุณแม่มาหรือ มาเมื่อไหร่เนี่ย”
มนตราตื่นเต้น ละเอียดรีบเบรก
“ไม่ใช่ค่ะ พี่เอียดหมายถึง คุณทองประกายต่างหาก”
มนตราชะงัก
“อ้าว...คิดว่าคุณแม่มา เห็นพี่เอียดเรียกคุณผู้หญิง” มนตราหันขวับไปทางละเอียดทันที “อ๊ะ...พี่เอียดเรียกทองประกายว่าคุณผู้หญิงหรือ นี่ผมหูฝาดหรือเปล่าเนี่ย”
ละเอียดค้อนแบบเขินๆ
“ไม่ฝาดหรอกค่ะ เอียดเรียกคุณผู้หญิงจริงๆ”
“งั้นแสดงว่า ทองประกายพร้อมแล้วใช่มั๊ย”
มนตรากระโดดดีใจเหมือนเด็กๆ ละเอียดยิ้ม
“ค่ะ คุณทองประกายเธอพร้อมแล้ว”
“ผมดีใจจริงๆ งั้นผมจะพาเธอไปเชียงใหม่”
มนตราดีใจโลดออกไปจากห้องทันที ละเอียดยิ้มมองตามไปอย่างมีความสุข
“คุณมนมีความสุข พี่เอียดก็พลอยมีความสุขไปด้วยนะคะ”
ทองดีนั่งอยู่หน้ากระจก
“เฮ้อ...อีกไม่นาน เราคงต้องเผชิญหน้ากับพ่อแม่ของมนตราแล้ว”
ทองดีถอนหายใจ มนตราเปิดประตูพรวดเข้ามาในห้องคว้าตัวทองดีมากอดแล้วอุ้มหมุนไปรอบๆ
“ทองประกายของผม เราจะไปพบเชียงใหม่กันนะ เราจะได้แต่งงานกันซะที”
“ปล่อยฉันลงก่อนเถอะค่ะ หมุนแบบนี้ฉันเวียนหัว”
มนตรา ชะงักวางเธอลงทันที
“จริงสิ ผมขอโทษ มัวแต่ดีใจ”
“มนตราคะ ฉันมีเรื่องอยากขอร้องคุณ”
“ได้สิ คุณต้องการอะไร ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้นเดือนกับดาวเท่านั้น”
“ฉัน...ฉันอยากไปทะเลอีกสักครั้ง ก่อนไปเชียงใหม่ คือ ฉันอยากแก้ตัวแล้วก็อยากเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ อยากจะล้างความทรงจำที่ไม่ดีทุกอย่างในชีวิตออกไป”
มนตรานิ่งคิด
“ถ้าคุณต้องการแบบนั้น แต่สำหรับผม ไม่จำเป็นเลย แค่มีคุณอยู่ ผมไม่ต้องการอะไรแล้ว”
“สำหรับฉันมันจำเป็นมาก ขอฉันเถอะนะคะ คุณมนตรา”
ทองดีกอดซุกกับอกของเขาอย่างหวังให้เป็นที่พึ่งสุดท้าย
“คุณดีกับฉันจริงๆ”

ทองดีนั่งอยู่หน้ากระจก
“เฮ้อ...อีกไม่นาน เราคงต้องเผชิญหน้ากับพ่อแม่ของมนตราแล้ว”
ทองดีถอนหายใจ มนตราเปิดประตูพรวดเข้ามาในห้องคว้าตัวทองดีมากอดแล้วอุ้มหมุนไปรอบๆ
“ทองประกายของผม เราจะไปพบเชียงใหม่กันนะ เราจะได้แต่งงานกันซะที”
“ปล่อยฉันลงก่อนเถอะค่ะ หมุนแบบนี้ฉันเวียนหัว”
มนตรา ชะงักวางเธอลงทันที
“จริงสิ ผมขอโทษ มัวแต่ดีใจ”
“มนตราคะ ฉันมีเรื่องอยากขอร้องคุณ”
“ได้สิ คุณต้องการอะไร ผมให้คุณได้ทุกอย่าง ยกเว้นเดือนกับดาวเท่านั้น”
“ฉัน...ฉันอยากไปทะเลอีกสักครั้ง ก่อนไปเชียงใหม่ คือ ฉันอยากแก้ตัวแล้วก็อยากเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ อยากจะล้างความทรงจำที่ไม่ดีทุกอย่างในชีวิตออกไป”
มนตรานิ่งคิด
“ถ้าคุณต้องการแบบนั้น แต่สำหรับผม ไม่จำเป็นเลย แค่มีคุณอยู่ ผมไม่ต้องการอะไรแล้ว”
“สำหรับฉันมันจำเป็นมาก ขอฉันเถอะนะคะ คุณมนตรา”
ทองดีกอดซุกกับอกของเขาอย่างหวังให้เป็นที่พึ่งสุดท้าย
“คุณดีกับฉันจริงๆ”

ละเอียดกำลังยืนคุยโทรศัพท์ กับแม่ของมนตรา
“ค่ะ คงวันสองวันนี้แหละค่ะ ส่วนเรื่องเซอร์ไพร์ส อะไรนั่น เอียดไม่ทราบจริง...จริ๊ง...แค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ คุณผู้หญิง”
มนตราถือกระเป๋าเดินทางลงมาพร้อมกับ ทองดี
“อุ๊ย จะไปวันนี้เลยหรือคะ แหม...คุณผู้หญิงคงดีใจพิลึก ถ้าเห็นคุณมนตราเย็นวันนี้ นี่พี่เอียดไม่ได้บอกอะไรเลยนะคะ รอให้คุณมนบอกคุณแม่ด้วยตัวเอง”
“คงไม่ใช่เย็นนี้หรอกครับ ผมจะพาทองประกายไปเที่ยวชะอำก่อน แล้วค่อยขึ้นเชียงใหม่”
“อ้าว...ทำไมไปปุบปับแบบนี้ล่ะ คุณผู้หญิงคะ โบราณเค๊าถือนะ แหม...คนจะแต่งงานเค๊าไม่ให้เดินทางไกลนะคะ มันไม่ดี”
ละเอียดมองทองดีอย่างสังเกต ทองดียิ้มเฉย
“ผมเป็นต้นคิดเองแหละ ไม่เกี่ยวกับทองประกายหรอกน่า ผมไปละนะ”
มนตรารีบดึงมือทองดีเดินออกไปทันที ละเอียดมองตามไปอย่างไม่สบายใจ

รถของมนตราขับมาจอดที่หน้ารีสอร์ท ทั้งสองควงแขนกันเดินเข้าไปในห้องพัก มนตราล้มตัวลงนอนแบบสบายอารมณ์ ทองดีนั่งลงข้างๆเขา
“เรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตของเราสองคนอีกครั้งนะคะ”
“คุณนี่คิดมากเหมือนกันนะ โอเค...เรามาเริ่มต้นกันใหม่ งั้นเริ่มจากตรงนี้เลยแล้วกัน”
มนตราคว้าทองดีมากอด เธอทำท่าขัดเขินเล็กน้อย แล้วค่อยๆอ่อนตาม

เย็นนั้น ทั้งสองเดินเล่นริมทะเล มนตราหยิบปูขึ้นมายื่นให้ พอทองดีหันมาเห็นเข้าก็ตกใจ วิ่งไล่ทุบเขาอย่างสนุกสนาน...ทองดีวักน้ำทะเลสาดใส่ มนตราจับเธออุ้มขึ้นแล้วลุยลงไปในน้ำทะเล ทั้งคู่ยืนกอดกันกลางทะเล...ทั้งสองเดินจูงมือกันไปตามชายหาด พระอาทิตย์ยามเย็นกำลังจะตกลงไปในทะเล

ค่ำนั้น ทั้งสองนั่งทานอาหารที่โต๊ะอาหารอย่างแสนโรแมนติค ทองดีดูแลปรนนิบัติตักอาหารให้ มนตรามองเธออย่างทึ่งๆ
“คุณเปลี่ยนไปมากเลยนะ”
ทองดีตักอาหารให้
“เปลี่ยนยังไงคะ ดีหรือไม่ดี”
“ดีสิ คุณปรนนิบัติผมแบบนี้ ผมชอบจังเลย”
“หรือคะ จริงๆฉันรู้สึกว่า ควรทำแบบนี้ตั้งนานแล้ว”
มนตราเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้
“พอแล้วละ คุณทานบ้างเถอะ ไม่ต้องห่วงผมหรอก”
“ไม่ได้สิคะ ฉันเป็นภรรยาของคุณ ต่อไปนี้ ฉันจะทำแบบนี้ทุกวันตลอดไป คุณจะได้กลมกลิ้ง ไม่มีผู้หญิงคนไหนสนใจอีก”
“ดีสิ...ผมก็จะได้อยู่กับคุณคนเดียวตลอดไป”
ทองดีสบตากับมนตราอย่างหวานซึ้ง

ทองดียืนอยู่ริมระเบียง มนตราเดินเข้ามากอดไว้
“ทำไมไม่ไปนอน ผมคิดถึงรู้มั๊ย”
“ฉันอยู่ห่างคุณนิดเดียวเอง มองก็เห็น”
“ก็มันคิดถึงนี่นา ไปนอนด้วยกันเถอะ”
“มานั่งคุยกันก่อน” ทองดีไปนั่งที่เก้าอี้ “คุณจำได้มั๊ย คุณจะรอให้ฉัน ถ้าฉันพร้อมเมื่อไหร่ ฉันจะเล่าให้คุณฟังทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา”
“แล้วคุณพร้อมหรือยัง”
“ฉันพร้อมแล้ว”
ทองดีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าเศร้าสลด มนตรานั่งเงียบฟังมองเธออย่างสงสาร
“ฉันโดนแม่เอามาทิ้งไว้ ให้อยู่กับป้า ต้องทำงานเหมือนคนใช้ ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่เคยได้ค่าแรงเลยซักบาท...”
มนตราเอื้อมมือมาปิดปากเธอไว้
“หยุดเถอะ พอแล้ว...ผมไม่อยากฟัง”
มนตราดึงตัวเธอมากอดไว้
“จำไว้นะ ผมขอสัญญาด้วยชีวิตของผม ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจอยู่ คุณไม่มีวันเจอกับเรื่องเลวร้ายอีกเป็นอันขาด ทองประกาย”
“อย่าพูดอย่างนั้นค่ะ ฉันกลัว”

พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่ริมทะเล ทองดีแพ็คกระเป๋าเรียบร้อยหันไปมอง มนตราที่ยืนคุยโทรศัพท์กับแม่อยู่ เธอหน้าจ๋อยๆ
“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมกลับถึงเชียงใหม่พรุ่งนี้แน่นอน แล้วค่อยคุยกันนะครับ”
มนตรากดปิดโทรศัพท์ หันไปมองทองดีที่หน้าเจื่อนๆ เขาเดินมากอดปลอบใจเธอ
“เอาอย่างนี้ กลับไปกรุงเทพฯ เราไปจดทะเบียนสมรสกันก่อน แล้วค่อยขึ้นไปเชียงใหม่”
ทองดีนิ่งอึ้ง
“คุณจะได้สบายใจ ไม่ว่าพ่อกับแม่ผมจะว่ายังไง ผมก็จะอยู่กับคุณ ทองประกาย”
“ไม่จำเป็นขนาดนั้นหรอกค่ะ”
“จำเป็นสิ อะไรก็ตามที่ทำให้คุณสบายใจ ผมจะทำเต็มที่ ไป เข้ากรุงเทพฯกันเถอะ”
มนตราฉุดมือทองดีขึ้นมายืนเคียงคู่
“ยิ้มหน่อยสิ คนดีของผม”
ทองดียิ้มอย่างสดชื่น หน้ามีความหวังเต็มเปี่ยม

ทั้งสองนั่งกุมมือกันในรถ มนตราขับรถออกไปจากรีสอร์ทมุ่งสู่กรุงเทพ...มนตราหันไปมองหน้าทองดีแล้วยิ้ม เขาจับมือเธอขึ้นมาจูบ ทันใดนั้น รถมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถมนตราอย่างกระทันหัน ทองดีหันไปมองตรงหน้าแล้วร้องกรี๊ด เสียงรถชนเบรก ตามด้วยเสียงรถชนกันดังสนั่น

ร่างของทองดีถูกเข็นมาตามทางไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล
“มนตรา...มนตรา...คุณอยู่ที่ไหน”
“อยู่ใกล้ๆนี่แหละค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถึงมือหมอแล้ว” พยาบาลบอก
ทองดีเอียงหน้าไปมองเห็นมนตรานอนอยู่บนเตียงด้านข้างๆ เลือดออกเต็มหน้า
“มนตรา คุณไม่เป็นอะไรใช่มั๊ย...พูดกับฉันสิ”
ทองดีค่อยๆหลับตาหมดสติไป

จบตอนที่ 9



ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 10
ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 10
เกียรติบดินทร์อุ้มเทเรซ่าเข้ามาในบ้าน แล้วยืนงงหันรีหันขวางอยู่ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอาไงดี จังหวะเดียวกันนั้น ประตูที่เพิ่งเปิดเข้ามามีเสียงดังก๊อกแก๊ก เหมือนมีคนกำลังพยายามจะดึงเปิด เกียรติบดินทร์หันไปเห็นอีกประตูหนึ่ง จึงรีบเปิดออกพร้อมกับเอาหลังดันเข้าไป ประตูปิดลง พอดีกับประตูบ้านที่ดังเมื่อตะกี๊ถูกเปิดเข้ามา โดยมีสาวรับใช้คนของกำนันนวล ถือถาดใส่ของกินเข้ามาเพิ่ม และรีบเดินเข้าไปทางห้องรับแขกด้านหน้า ห้องที่เกียรติบดินทร์อุ้มเทเรซ่าเข้ามา เป็นห้องคาราโอเกะ มีขอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ใหญ่ ล้อมวงด้วยโซฟายาว อีกด้านมีโต๊ะสำหรับเล่นไพ่ เกียรติบดินทร์รีบวางร่างหมดสติของเทเรซ่าลงที่โซฟากลางห้อง แล้วลองเข้าไปเขย่าๆ ร้องเรียก “เทเรซ่าๆๆ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...