xs
xsm
sm
md
lg

ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


 ลิขิตฟ้าชะตาดิน  ตอนที่ 10 

เกียรติบดินทร์อุ้มเทเรซ่าเข้ามาในบ้าน แล้วยืนงงหันรีหันขวางอยู่ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอาไงดี จังหวะเดียวกันนั้น ประตูที่เพิ่งเปิดเข้ามามีเสียงดังก๊อกแก๊ก เหมือนมีคนกำลังพยายามจะดึงเปิด

เกียรติบดินทร์หันไปเห็นอีกประตูหนึ่ง จึงรีบเปิดออกพร้อมกับเอาหลังดันเข้าไป ประตูปิดลง พอดีกับประตูบ้านที่ดังเมื่อตะกี๊ถูกเปิดเข้ามา โดยมีสาวรับใช้คนของกำนันนวล ถือถาดใส่ของกินเข้ามาเพิ่ม และรีบเดินเข้าไปทางห้องรับแขกด้านหน้า

ห้องที่เกียรติบดินทร์อุ้มเทเรซ่าเข้ามา เป็นห้องคาราโอเกะ มีขอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ใหญ่ ล้อมวงด้วยโซฟายาว อีกด้านมีโต๊ะสำหรับเล่นไพ่
เกียรติบดินทร์รีบวางร่างหมดสติของเทเรซ่าลงที่โซฟากลางห้อง แล้วลองเข้าไปเขย่าๆ ร้องเรียก
“เทเรซ่าๆๆ”
เทเรซ่ายังไม่รู้สึกตัว และหายใจรวยริน ใบหน้านองน้ำตา เกียรติบดินทร์งุนงง นั่งแหมะลงที่โซฟาด้านข้าง หมดมุก หมดแรง ยกมือกุมขมับ คิดหาทางออก
“อะไรกันวะเนี่ย...”

โต๊ะใหม่ในห้องรับแขกภายในบ้าน ถูกจัดอาหารมาเสิร์ฟแบบโต๊ะจีน มีอาหารน่ากินเต็มไปหมด ลูกสาวขาเม้าท์ของกำนันนวลรุมคีบนั่น นี่ ให้ฟ้ากระจ่างชิม ไม่สนใจทรายทองที่นั่งติดกันเลยแม้สักนิด
“คุณฟ้าขา ลองเป่าฮื้อรึยังคะ” คนโตว่า
“คุณฟ้าขา..กุ้งค่ะ กุ้ง” คนเล็กบอก
“ครับ ขอบคุณครับ” ฟ้ากระจ่างคีบของกินพอเป็นพิธี แล้วแอบเหลือบมอง รอเกียรติบดินทร์
ทรายทองสบตาเหมือนจะรู้ใจ เปรยๆขึ้นมา “พี่ดินทำไมไปเข้าห้องน้ำนานจัง..นะคะ”
“ไปล้างมือล้างหน้าด้วยมั้งครับ” กำนันนวลเอ่ยขึ้น
“หรือว่า..จะไปจัดหนักคะ” ลูกสาวคนโตว่า
“บ้า..หรือว่าคุณดินอาจจะเป็นลมในห้องน้ำ ต้องการคนผายปอดก็ได้ คิๆๆๆ หนูไปดูให้ดีกว่า นะคะ” ลูกสาวคนเล็กขยับตัวจะลุก
ฟ้ากระจ่างรีบลุกก่อน “ผมไปเองดีกว่าครับ” ยิ้มให้อย่างสุภาพ “พอดี..ผมก็อยากจะไป
เข้าห้องน้ำเหมือนกัน”
“เข้าไปตรงนั้นเลยค่ะ เลี้ยวไปตรงมุมนั้นเลย ห้องขวามือนะคะ” เมียกำนันนวลรีบบอกทางให้
“ครับๆ ขอบคุณ”
ฟ้ากระจ่างรีบไป ทันใดนั้น มือถือของเขาก็ดังขึ้น ฟ้ากระจ่างดูเบอร์ แล้วอึ้งนิดๆ รีบกดรับ
“ครับผม...”
กู๋เหลียงพูดโทร.มาจากศาลเจ้าในจังหวัดลำพูน กู๋เหลียงพูดทักทายเสียงดัง ร่าเริงสุดๆ
“อาจ้าง..นี่ๆๆๆ คืนนี้ใครๆ เค้าก็มาเตรียมงาน…”
ฟ้ากระจ่างลดเสียงเบาลง
“กู๋เหรอครับ..เดี๋ยวผมโทร.กลับนะครับ คือผมกำลังทำงานนะครับกู๋ แค่นี้ก่อนนะครับ ขอ
โทษนะครับ” กดวางสายไป

กู๋เหลียงอึ้ง ซีด เงยหน้าขึ้นมอง ชาวศาลเจ้าทุกคนที่ล้อมวงรอฟังอยู่อย่างพร้อมหน้า
“มันบอก..กำลังยุ่ง ทำงาน ขอโทษ เดี๋ยวโทร.กลับ” กู่เหลียงบอก
“ทำงานไรวะ” อาม่าสาลี่หันไปดูนาฬิกา “จะสามทุ่มละ”
ทุกคนต่างทำหน้าเซ็งๆ

ฟ้ากระจ่างเดินเข้ามา เห็นประตูห้อง 3 ประตู
ฟ้ากระจ่างไล่เคาะ เริ่มที่ห้องขวา เคาะๆพลางเรียก “ดิน..คุณดิน”
เงียบ ฟ้ากระจ่างลองเปิดโผล่หน้ามาดู พบว่าเป็นห้องน้ำด้านในว่างเปล่า ไม่มีคนอยู่
“อ้าว...” ถอยออกมามองอีก 2 ประตูที่เหลือ
พอเปิดออก กลายเป็นประตูที่เปิดออกไปด้านข้างบ้าน ภายนอก มีคนเดินไปมาในงาน มีเสียงเพลงจากเวทีดังเข้ามา
ฟ้ากระจ่างชะโงกมองดูทั่วภายนอก แล้วเริ่มรู้สึกว่าไม่รู้จะออกไปตามตรงไหน จึงกลับเข้ามาด้านใน แล้วมองอีกประตู ฟ้ากระจ่างตัดสินใจเปิดเข้าไป แล้วต้องชะงัก เห็นเกียรติบดินทร์ที่กำลังก้มๆ ทำอะไรไม่รู้ และพอได้ยินเสียงประตูห้องเปิด ก็ลุกพรวดขึ้นมองมา แบบร้อนตัวเชิงปฏิเสธๆ
“คุณดิน..คุณทำอะไร...” ฟ้ากระจ่างถามพลางเดินเข้าไปดู

เกียรติบดินทร์หน้าซีดเล็กน้อย ฟ้ากระจ่างเดินเข้ามาจนเห็นว่าเป็นผู้หญิงที่นอนอยู่ ก็รู้สึกตกใจ “ใครน่ะ”
เกียรติบดินทร์ตั้งสติได้ ก็เปลี่ยนท่าทีเป็นยโส ฟอร์มชิลล์ๆ ใบหน้าท้าทาย
“เทเรซ่าไง…”
ฟ้ากระจ่างผงะ “ว่าไงนะ” ผวาเข้ามาในมุมที่เห็นหน้าถนัด พอเห็นว่าเป็นเทเรซ่าจริงๆ ก็หน้าซีด “คุณดิน..ทำไมคุณบ้าแบบนี้”
“อะไร..นายไม่รู้ไรแล้วอย่าซี้ซั้วได้ปะ..ชั้นไม่ได้ทำอะไรเลย ยัยนี่อยู่ๆก็มาเป็นลมใส่...” นึกคำพูดเทเรซ่าขึ้นมาได้ มองหน้า “ต้นเหตุก็คือนายนั่นแหละ ยัยบ้านี่เค้าพร่ำเพ้อ..ว่านายใจร้ายมาหลอกลวง ทำร้ายจิตใจอะไรสารพัด..แล้วก็บอกว่า..นายคือไอ้คนที่มาทำตัวเป็นพระเอกช่วยเค้าคืนนั้น…” เกียรติบดินทร์บอก
“คืนไหน” ฟ้ากระจ่างอึ้ง
เกียรติบดินทร์ อึกอัก “คืนไหน..แล้วชั้นจะไปรู้ไหมล่ะ
ฟ้ากระจ่างจ้องหน้า เกียรติบดินทร์หลบตา
“คืนไหน..คุณดิน” ฟ้ากระจ่างคาดคั้น
เกียรติบดินทร์จ้องหน้าตอบ “นายนึกว่านายเป็นใคร นึกว่าชั้นเป็นผู้ร้ายแล้วนายเป็นพระเอกเหรอ ขอบอกเลยนะ ถ้านายไม่เข้ามาแส่ละก้อ ป่านนี้เกมระหว่างพวกเรากับไอ้ปีเตอร์ ไอ้ชิงชัยมันจบไปแล้ว แล้วฝ่ายเราเป็นฝ่ายชนะด้วย”
ฟ้ากระจ่างจับต้นชนปลายพอนึกออกมองหน้าเกียรติบดินทร์เต็มตา
“ที่แท้..คุณนี่เอง คือไอ้คนที่ตีผมหัวแตก”
“ใช่..ชั้นเอง แล้วนายจะทำไม ฮะ..จะทำไม” เกียรติบดินทร์น้ำเสียงยโส
“แล้วนี่คุณยังคิดจะทำอะไรอีกเหรอ กลางบ้านกำนัน ในงานวันเกิดเค้าเนี่ยนะ คุณมันโรคจิตชัดๆ” ฟ้ากระจ่างเข้ามา กระชากแขน “คุณไปเลย ออกไป กลับไปนั่งที่โต๊ะ แล้วช่วยกรุณาทำตัวให้เป็นปกติด้วย ป่านนี้พ่อเค้าคงตามหาลูกสาวกันวุ่นแล้ว คุณทำตัวดีๆ อย่าให้มีปัญหา ไม่งั้นนายหัวจะเดือดร้อน” ออกคำสั่ง
“ชั้นไม่ไป ชั้นไม่ได้ทำอะไร ให้ยัยนี่มันฟื้นขึ้นมาบอกใครๆได้เลย ว่าชั้นเปล่า” เกียรติบดินทร์ยังคงอวดเก่ง
“คุณดิน นายหัวสั่งผมมา ว่าให้ดูแลคุณ แล้วคุณมาทำเรื่องแบบนี้เนี่ยนะ”
เกียรติบดินทร์เริ่มฉุน “บอกว่าไม่ได้ทำๆๆ อะไรเลยเว้ย ยัยบ้านี่มันป๊อกไปเอง ชั้นอุตส่าห์พามานอนพักดีๆ นะเว้ย เชื่อกันบ้างสิวะ”
ฟ้ากระจ่างส่ายหน้าอย่างระอา “คุณไม่ต้องพูดแล้ว ผมบอกให้ออกไป”
“กูไม่ออก
ฟ้ากระจ่างฉุนขาด ขยับจะเข้าไปลากตัวเกียรติบดินทร์ พอดี โทรศัพท์จ้างดังขึ้นอีก ชะงัก
แล้วรีบรับแบบสุดจี๊ด “ฮัลโหล!!”
คราวนี้เป็นอาหึ่ง โทร.เข้ามาจากศาลเจ้า และกำลังกดเปิดสปี๊กเก้อร์ไว้ด้วย
“อาจ้าง นี่ป๊าน้า คืนนี้เราจะทำก๋วยเตี๋ยวหลอด” อาหึ่งเสียงระรื่น
ฟ้ากระจ่างถามสวนกลับทันที “ป๊า..ป๊ามีอะไรหรือเปล่าครับ”
อาหึ่งยังเล่นมุก ไม่รู้ว่าลูกชายกำลังเครียดหนัก “ก็มีก๋วยเตี๋ยวหลอด ใส่เห็ดหอม เห็ดหูหนู
กะเต้าหู้ เห่ย แต่ลื้อรู้ปะจ้าง อั๊วคิดสูตรใหม่ได้ น้ำจิ้มแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนเว้ย”
ฟ้ากระจ่างกำลังฉุนเรื่องตรงหน้า จึงพูดด้วยเสียงเย็นชาสุด
“โอเคๆๆ นะป๊ะ คือผมกำลังยุ่งมาก มีปัญหามาก เดี๋ยวผมโทร.กลับนะครับ สวัสดีครับ” กดตัดสายทันที
ชาวศาลเจ้าทุกคน ที่ได้ยินเสียงเย็นชาของฟ้ากระจ่างเต็มๆ ต่างมองหน้ากันไปมา ตาปริบๆ ซีดๆๆ
ฟ้ากระจ่างหันหน้ามาเผชิญหน้าเกียรติบดินทร์แบบสุดๆแล้ว
“คุณออกไป เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการเอง แล้วถ้าใครถามหาเทเรซ่า คุณก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องก็แล้วกัน”
“ไอ้เด็กศาลเจ้า อย่าสะเออะมาสั่งกู” เกียรติบดินทร์พร้อมลุย เต็มที่
ฟ้ากระจ่างมองหน้า คิดอยู่แป๊บหนึ่ง แล้วทำหน้าร้าย หยิบโทรศัพท์ออกมา เหลือบมองหน้าจอนิดเดียว แล้วกดไม่กี่ปุ่ม เป็นเบอร์โทร.ด่วน แต่จ้องหน้าเกียรติบดินทร์แบบจิกไว้ตลอด
เกียรติบดินทร์มอง ประเมินออกว่าฟ้ากระจ่างโทรหาใคร จ้องหน้าเป็นเชิงถามอย่างยโส ‘เมิงโทร.หาพ่อเหรอวะ’

นายเด่นกับดวงยิหวาอยู่ที่โต๊ะ ด้านนอกบ้าน ที่กระเป๋าถือดวงยิหวา มีแสงแว่บๆ ออกมา แล้วสั่นๆๆๆ
ดวงยิหวากำลังคุยกับใครคนหนึ่ง ดูท่าเป็นพวกนักธุรกิจก่อสร้างอย่างออกรส
“ไม่ได้เลยค่ะ ตอนนี้ทางราชการเค้าเอาจริงมากเลยค่ะ ผิดกฎเทศบัญญัตินิดเดียว โดนรื้อทั้งยวงแน่ค่ะ”
นายเด่นหันมา เห็นโทรศัพท์ดวงยิหวาที่ส่องแสงวาบๆ รีบสะกิดลูก
“เอ้า ดวง..รับโทรศัพท์สิลูก”
“อ้าว...” ดวงยิหวารีบหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วพอเห็นหน้าจอ ทำหน้าผงะนิดหนึ่ง แล้วรีบลุกออกมาจากโต๊ะ พลางกดรับ “ฮัลโหล” ดวงยิหวาทั้งลุ้น ทั้งงง ตื่นเต้นและกลัวๆ ระคนปนๆกันไปหมด
ฟ้ากระจ่าง อยู่ในห้องโฮมเธียเตอร์ จ้องมองหน้าเกียรติบดินทร์เขม็ง
“ผมเอง..คุณกรุณาเข้ามาในบ้านกำนันหน่อย อย่าใช้ประตูหน้านะ มาเข้าประตูข้าง..ทางขวาของตัวบ้าน อย่าไปผ่านห้องรับแขก แล้วพอเข้ามาแล้ว ก็เป็นประตูขวา ตรงข้ามกับห้องน้ำ เข้ามาเร็ว ด่วน ให้เงียบที่สุดนะครับ”
“ค่ะๆ” ดวงยิหวากดวาง มองตัวบ้านกำนันนวล รีบเดินลิ่วๆไปด้านหลังบ้าน
เกียรติบดินทร์มอง ทำหน้างงเป็นเชิงถามอีกว่า... ‘ใครวะ’
ฟ้ากระจ่างมองตอบ อย่างท้าทาย
“นายเรียกใครมา หา นึกว่าชั้นจะกลัวใครเหรอ”
ฟ้ากระจ่างไม่ตอบ มองกลับเป็นเชิงว่า ‘เดี๋ยวก็รู้’

เวลาต่อมาดวงยิหวาเดินอย่างรีบเร่ง มาถึงประตูข้างบ้านกำนัน มองรอบๆ ไม่มีคนสนใจ รีบเปิดออกผลุบเข้ามา แล้วมายืนมอง ประตูไหนกันแน่ แล้วเปิดเข้าไป
ดวงยิหวาก้าวเข้ามา แล้ว ตกตะลึง ฟ้ากระจ่างหันมาทางเกียรติบดินทร์ซึ่งตกใจ ถึงกับผงะ
“เฮ้ย...” เกียรติบดินทร์หันมามองหน้าฟ้ากระจ่าง “มึง..แก..นาย..มีเบอร์ดวงได้ไง”
แต่ฟ้ากระจ่างทำหน้าเหนือกว่า “ผมมีเบอร์ทุกคน..ที่เป็นลูกน้องในบริษัทผม”
ดวงยิหวาเดินลึกเข้ามา เห็นเทเรซ่า ตกใจมากขึ้น “เอ๊ะ..อะไรกันคะเนี่ย” รีบเข้ามาดูใกล้ๆ
“นี่..คุณเทเรซ่า..ลูกสาวมิสเตอร์ปีเตอร์นี่คะ เค้าเป็นอะไรคะ”
ฟ้ากระจ่างไม่ตอบ แต่ใช้สีหน้า และสายตาโบ้ยแทนว่า ‘ถามคนนี้ดูดิ’ ไปทางเกียรติบดินทร์ ดวงยิหวารู้หันมองตามไป
เกียรติบดินทร์ร้อนตัว “ผมเปล่านะดวง ผมไม่ได้ทำอะไรเลย อยู่ๆยัยนี่ก็มาเป็นลมใส่ ผมก็แค่พาเข้ามาไว้ในนี้..แค่นั้นเอง”
“เพราะฉะนั้น ทั้งหมดนี่ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับคุณเลย จริงไหมครับ คุณดิน ดังนั้น..คุณดินก็จะออกไปกับคุณดวงยิหวา ไปพบปะผู้คนที่ข้างนอนโน่น..เดี๋ยวนี้เลย..ครับ…” ฟ้ากระจ่างสรุป
“ไอ้จ้าง!” เกียรติบดินทร์สบถ
“คุณดวงยิหวาครับ ช่วยรีบพาแฟนคุณออกไปสังสรรค์กับชาวบ้านชาวช่องเค้า ณ บัดนาวเลยครับ..แล้วช่วยดูแลเค้าให้ดี อย่างใกล้ชิด..อย่าให้ไปกัดใคร..เอ๊ย..ไม่ใช่ อย่าให้ไปก่อเรื่องอะไรอีกเด็ดขาด”
“นายนึกว่านายเป็นใคร ไอ้เด็กศาลเจ้า ไอ้คนที่แม่เอาไปทิ้งถังขยะเอ๊ย!” เกียรติบดินทร์ฉุนแทบขาดสติ
“ผมเป็นคนที่นายหัวแต่งตั้งมอบอำนาจให้มาดูแลคนอย่างคุณไง คุณเกียรติบดินทร์ คุณจะมีเรื่องกะผม หรือจะมีเรื่องกะพวกนายปีเตอร์ หรือจะเอาทั้งสองทางล่ะ ดวงยิหวา พาเค้าไป ออกไปทางเดิม อย่าให้ใครเห็นว่าคุณมาจากไหน แล้วทำยังไงก็ได้ ให้คนในงานเห็นว่าเค้าอยู่กะคุณในงานตลอดเวลา” ฟ้ากระจ่างพูดชัด และเป็นงานเป็นการ
“แล้วพี่..เอ้อ..คุณจ้าง..จะทำอะไร”
“ผมก็ยังไม่รู้ แต่คุณเอาเค้าออกไปก่อนเลย ไป!!”
“ดวง..ไม่ต้องไปสนมัน..ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น ให้มันรู้ไปสิ ว่าเราต้องกลัวไอ้พวกสถุลพวกนั้นจนหางจุกตูด”
“คุณดินคะ..นี่มันงานวันเกิดกำนัน นายหัวกำลังต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกำนันนะคะ อย่าให้มีปัญหาเลยค่ะ”
เกียรติบดินทร์อึ้งฟ้ากระจ่างจ่างไม่สนใจดวงยิหวากับเกียรติบดินทร์อีก รีบนั่งลงดูอาการเทเรซ่า “เทเรซ่าๆ”
เกียรติบดินทร์ยังทำแข็งขืนไม่ยอมขยับ
ฟ้ากระจ่างหันมานิดเดียว “ดวง..คุณมียาหม่อง ยาดม หรืออะไรติดกระเป๋ามั้ย”
“มีค่ะ” ดวงยิหวารีบล้วงหยิบยาหม่องน้ำให้ “นี่ค่ะ”
ฟ้ากระจ่างรีบรับมา “ขอบใจนะ” แล้วเปิดยาหม่อง เทใส่มือตน แล้วไปขยี้กับมือไปอังรอที่จมูกเทเรซ่า “เทเรซ่าครับๆๆ”
ดวงยิหวามองฟ้ากระจ่างด้วยแววตาอ่อนโยนลง แล้วนึกได้ รีบหันมาดึงเกียรติบดินทร์
ออกไป
“คุณดินคะ..ดวงขอร้อง...” ดวงยิหวาดึงเกียรติบดินทร์ออกไปจนได้
“ดวง..แต่ผมไม่ได้ทำอะไรจริงๆ”

ฟ้ากระจ่างก้มหน้าก้มตา พยายามเอายาหม่องนวดที่ข้อมือ และมือทั้งสองของเทเรซ่า ทาถูๆ อย่างแรง


ชิงชัย และปีเตอร์เดินหน้าตื่นๆ เข้ามาในบ้านกำนัน ในขณะที่กำนันนวลกำลังคุยกับทรายทองอยู่
“แล้วตอนนี้นายหัวดีขึ้นไหมคะ น้องทราย”
“ก็ดีขึ้นมากแล้วนะคะ”
“ผมจะหาเวลาไปเยี่ยมนะ น่าจะภายในอาทิตย์หน้า”
เมียกำนันเสริมขึ้น “นั่นสิคะ เราควรไปเยี่ยมนายหัวกันบ้างนะ คิดถึงแกอยู่ตลอดๆ ล่ะค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยจะว่างกันเล้ย”
ลูกสาวกำนันหันไปเห็นชิงชัยกะปีเตอร์พอดี
“อ้าว พี่ชิงชัย เชิญค่ะๆ มานั่งในนี้สิคะ แอร์เย็นๆ” คนโตหันไปทางชิงชัย
“มิตเตอปีเต้อ..เชิญค่ะๆ” คนเล็กว่า
ปีเตอรถามขึ้นอย่างร้อนใจ
“เอ้อ ไม่รับกวนครับ คือ..อยากทราบว่า เทเรซ่า ลูกสาวผมเข้ามาในนี้หรือเปล่า”
เมียกำนันตอบแทนทันที “ไม่มีนี่คะ ไม่ได้เข้ามาค่ะ”
ชิงชัยกวาดตามองสมาชิกในโต๊ะ “เอ๊ะ..แล้ว ลูกชายนายหัวไปไหนกันหมดล่ะเนี่ย”
ทรายทองมองชิงชัยอย่างหมั่นไส้ “พี่ๆไปเข้าห้องน้ำค่ะ ทำไมเหรอคะ”
ชิงชัย กับปีเตอร์ หันมามองหน้ากัน เอาไงดี

ฟ้ากระจ่างถอดรองเท้าเทเรซ่าออก แล้วเอายาหม่องน้ำทา ข้อเท้า ทาฝ่าเท้า แล้วตั้งใจ ใช้ปลายนิ้วจี้สกัดจุดแบบแรงๆ และหนักแน่น กดเฉพาะจุดเกี่ยวกับระบบการหายใจ ด้วยมาดของผู้ชำนาญ และรู้จริง สลับกับคอยมองหน้า ดูอาการเทเรซ่าตลอด
เทเรซ่ามีอาการสะดุ้ง แล้วสูดลมหายใจแรงขึ้นๆ แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น งงๆ ฟ้ากระจ่างดีใจรีบขยับมา จับที่มือ นวดๆ มือต่อ “เทเรซ่าครับ..เทเรซ่า..เป็นไงบ้าง”
เทเรซ่ามองหน้าฟ้ากระจ่าง อย่างงงๆ พยายามนึกว่าจริงหรือฝัน แล้วพอมองเห็นสภาพตัวเองอยู่กับฟ้ากระจ่างสองต่อสอง ก็รีบพยายามพยุงตัวลุก
“คุณ..คุณจ้าง..คุณ..ทำอะไร”
“เทเรซ่า คุณเป็นลมนะ”
“คุณจ้าง..คุณ..ฟ้ากระจ่าง..แล้วนี่มันที่ไหน ทำไมเทเรซ่ามาอยู่กะคุณ” เทเรซ่าทำท่าหยิ่ง
ห่างเหิน รู้สึกรังเกียจ
“เกียรติบดินทร์..เค้าทำอะไรคุณ...” ฟ้ากระจ่างถาม
“เกียรติบดินทร์..น้องชายคุณ..ทำอะไรเทเรซ่างั้นหรือคะ คุณฟ้ากระจ่างมาถามเทเรซ่าทำไม พวกคุณรู้เห็นเป็นใจกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
“เทเรซ่า..คุณพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ”
ฟ้ากระจ่างงงกับคำพูดและท่าทีห่างเหินและรังเกียจของเทเรซ่า

ดวงยิหวาพยายามดึงเกียรติบดินทร์ออกมาจากสวนข้างตัวบ้านให้เข้ามาในงาน
“เราไปหาพ่อกัน ไปนั่งคุยที่โต๊ะพ่อ ให้ทุกคนเห็นคุณ เห็นว่าเราอยู่ด้วยกันในงาน”
“นี่ดวงกำลังทำตามคำสั่งไอ้เด็กศาลเจ้านะ”
ดวงยิหวาโมโหจนลืมตัว “หยุดเรียกคุณจ้าง ว่าเด็กศาลเจ้าซะที”
“ดวง!! ดวงอยู่ข้างมัน ดวงทำแบบนี้ ดวงเอามีดมาแทงผมให้ตายซะดีกว่า
จู่ๆ ฟ้าใสโผล่หน้ามาคั่นกลางระหว่างสองคน ทำหน้าแบ๊วสุดๆ
“ว้ายๆๆ..อะไรกันคะ ใครจะแทงใคร หวาดเสียวจัง
ทั้งสองหันไปมอง
“มีอะไรกันเหรอคะ ทะเลาะกันเหรอ” ฟ้าใสเบิกตากลมโตกว้าง กระพริบตาถี่ๆ
“ขอโทษนะคะ คือ..เรากำลัง..มีปัญหาส่วนตัวกันนิดหน่อย” ดวงยิหวาบอก
“อ้าว..เหรอคะ.. แหมๆๆ ฟ้าใสอยากถ่ายภาพร่วมกะคุณเกียรติบดินทร์กับคุณฟ้ากระจ่าง
สองคนพี่น้องแค่นั้นเอง.. จะได้เอาไปอวดใครๆ..แถวๆ บ้าน..คุณฟ้ากระจ่างไปไหนซะล่ะค่ะ”
ดวงยิหวาตอบเสียงเย็น “ไม่ทราบค่ะ”
ระหว่างนั้นมาดามพิณปราดเข้ามาอีกคน หน้าตาร้อนใจ
“มีใครเห็นหนูเทเรซ่าไหมคะ”
เกียรติบดินทร์ กับดวงยิหวามองตากัน เกียรติบดินทร์หันไป อยากพูดบางอย่าง
“อ๋อ เทเรซ่าน่าหรือครับ”
ดวงยิหวารีบเอามือคว้าแขนเกียรติบดินทร์บีบแน่น เกียรติบดินทร์หันมามองหน้า ดวง
ยิหวาจิกตาไว้แบบห้ามเด็ดขาด ดวงยิหวาหันไปตอบแทน
“ไม่ทราบค่ะ ขอโทษนะคะ เรากำลังมีปากเสียงกันค่ะ ทำไมทุกคนต้องมาถามหาคนนั้นคนนี้กะเราสองคนด้วยคะ”
เกียรติบดินทร์สะดุ้ง หันมามองหน้าดวงยิหวาอย่างทึ่ง ในการพยายามแสดงออกเช่นนั้น
“ขอโทษนะคะ คุณผู้หญิง คุณสุภาพสตรีทั้งหลาย ดิฉันกับคุณเกียรติบดินทร์ขอเวลาส่วนตัวนิดนึงนะคะ ขออภัยด้วยค่ะ ที่เสียมารยาท” แล้วกระชากตัวเกียรติบดินทร์ไป
ทุกคนที่มองดูดวงยิหวา กับเกียรติบดินทร์ ต่างมีสีหน้าแบบตื่นๆ
มาดามพิณมองตามดวงยิหวากับเกียรติบดินทร์ไป ถอนใจ แล้วเดินไปอีกทาง

ภายในห้องคาราโอเกะ ทั้งสองต่างมองหน้า จ้องตา หาความจริงใจจากกัน
“คุณทำหน้าได้อินโนเซนท์มากเลยค่ะ คุณฟ้ากระจ่าง เทเรซ่าอยากจะเชื่อคุณมากเลยนะคะ แต่คนที่เคยโดนหลอกไปแล้วครั้งนึง ถ้ายอมให้พวกคุณหลอกซ้ำอีก ก็คงจะต้องเรียกว่าโง่จนผิดปกติแล้ว...”
“ผมไม่เคยหลอกคุณ..”
เทเรซ่าพยายามลุกยืน แล้วเซๆ จะล้ม ฟ้ากระจ่างรีบเข้ามาประคอง
“อย่าเพิ่งรีบลุก..เดี๋ยวจะหน้ามืดไปอีกนะครับ”
“อย่านะ ไม่ต้องมาพรีเทนด์ ไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำเป็นดีหรอก พอซะที” เทเรซ่าโมโหสะ
บัดบัวออก และผลักฟ้ากระจ่าง แต่ตัวเองหน้ามืดล้มลงบนโซฟาเดิม “โอ๊ย....”
ฟ้ากระจ่างถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน อึ้งไปพัก ยืนมองอย่างสงบ
“เอาล่ะ ผมจะไม่พูดมากนะ เทเรซ่า แต่ผมเชื่อว่าคุณคงไม่ชอบหรอก เรื่องที่..ครอบครัวผม
กับครอบครัวคุณ..จะเกลียดกัน คุณอยากให้มันจบซะทีไหม” ท่าทีของฟ้ากระจ่างจริงจังมาก
“มันจะจบลงได้เหรอ” เทเรซ่าไม่อยากเชื่อ
“คุณเป็นลูกคุณปีเตอร์ ผมเป็นลูกนายหัวบัญชา ถ้าเราร่วมมือกันหยุดจริงๆ มันก็ต้องได้สิ”
เทเรซ่ามองหน้าฟ้ากระจ่าง ในอาการงงงัน

ปีเตอร์ยืนเครียดขรึม ขณะที่ชิงชัยเดินไปเดินมาอย่างร้อนใจ พวกกำนันที่นั่งที่โต๊ะจีนอึ้งๆ แล้วสักพัก ชิงชัยหันมาเอ่ยขึ้น
“ผมว่ามันนานเกินไปแล้วนะ”
ทรายทองวางตะเกียบ หน้าตาเอาเรื่อง
“แปลกนะคะ คุณเทเรซ่าหายไป แล้วทำไมคุณชิงชัยกับคุณปีเตอร์ต้องมาจับผิดคนที่เข้าห้องน้ำ ทำไมคะ หรือคิดว่าพี่ชายทรายทั้ง2คนฉุดคุณเทเรซ่าเข้าห้องน้ำไปด้วย พี่ๆ ของทรายเป็นสุภาพบุรุษไม่ใช่พวกคนร้ายจิตทรามมารสังคมนะคะ”
มาดามพิณเดินเข้ามา สังเกตการณ์
“เอ้อ คุณหนูครับ..เราไม่ได้ว่าอย่างนั้น เพียงแต่..เราไม่แน่ใจ ว่าคุณเกียรติบดินทร์กับคุณ
ฟ้ากระจ่างเขาไปห้องน้ำจริงอย่างที่เขาบอกพวกคุณหรือเปล่า..เท่านั้นเอง” ปีเตอร์อธิบาย
“โดยเฉพาะ นายเกียรติบดินทร์..คุณน้องทรายก็น่าจะทราบ ว่าพี่ชายของคุณน้องทราย..
เป็นคนยังไง” ชิงชัยเยาะแกมหยัน
“พี่ชั้นเป็นคนยังไง คุณพูดให้ดีนะ คุณชิงชัย!!” ทรายทองลุกพรวดขึ้น
“อุ๊ย ใจเย็นๆค่ะ ทุกคน ใจเย็นๆ” เมียกำนันรีบเคลียร์
มาดามพิณรีบเข้ามาขวาง “ชิงชัยๆ..เกียรติบดินทร์ไม่เกี่ยวหรอก..เค้า..อยู่ข้างนอกโน่น”
สองสาวลูกกำนันร้องพร้อมกันอย่างแปลกใจ “อยู่ข้างนอก!!”
“เค้าไม่ได้เข้าห้องน้ำ เค้าหลบออกไปจู๋จี๋พ่อแง่แม่งอนอยู่กับลูกสาวนายเด่นโน่น”
“ยายทอมบอย” ผู้พี่ว่า
“ดวงยิหวาน่ะเหรอคะ” คนน้องเหวอ ไม่อยากเชื่อ
ทันใดนั้น ฟ้ากระจ่างกับเทเรซ่า ก็เดินออกมาด้วยกันจากข้างในบ้านทุกคนตะลึง
ปีเตอร์ตกใจมากกว่าใคร “เทเรซ่า”
“พี่จ้าง..” ทรายทองอึ้ง
“เทเรซ่า มันทำอะไรคุณหรือเปล่า” ชิงชัยโพล่งขึ้นมา
“คุณชิงชัย..ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ” เทเรซ่าพูดอย่างตำหนิ
ฟ้ากระจ่างรีบไหว้ “คุณปีเตอร์ เรายังไม่ได้ทักทายกันเลยครับ ผมต้องขอโทษคุณอย่างมาก..ที่ ไม่ได้แนะนำตัวกับคุณแต่แรก คือผมไม่มีจังหวะจริงๆครับ ไม่ได้คิดจะปิดบังหรือหลอกลวงอะไรคุณกับเทเรซ่าเลยครับ”
ปีเตอร์มองฟ้ากระจ่าง กับเทเรซ่า ที่ดูใกล้ชิดสนิทสนม จนพูดไม่ออก ทรายทองอึ้ง รู้สึก
คอแห้งผาก หน้าซีด อกหัก ผิดหวังอย่างรุนแรง กำนันนวลและเมียทึ่งๆ ส่วนสองลูกสาวทำท่าจะเป็นลม

ดวงยิหวายังคงลากเกียรติบดินทร์มาบริเวณที่จอดรถ ผู้คนในงานต่างพากันมอง แล้วพอพ้นจากคนอื่นแล้ว เกียรติบดินทร์ก็สะบัดสุดแรง และผลักจนดวงยิหวาเซไป
“พอแล้ว..ไม่มีคนดูแล้ว ไม่ต้องแสดงแล้ว ดวงยิหวา”
“คุณทำชั้นเจ็บนะ คุณดิน
เกียรติบดินทร์หันมา ในสภาพน้ำตาคลอ “แต่คุณทำผมเจ็บกว่า”
ดวงยิหวาอึ้ง
“ผมแพ้แล้วใช่ไหม ดวง..แม้แต่คุณ..ก็เลือกมัน!!”
“คุณดิน!!”
“ผมไม่มีใครเลย ผมไม่เหลือใครอีกแล้ว..จริงๆ ด้วย”
เกียรติบดินทร์ถดตัวค่อยๆ ถอยห่างออกไป มองมาอย่างเจ็บปวด”
”คุณดิน..เราทุกคนทำเพื่อคุณนะคะ”
“เพื่อผม..เพื่อผมยังไง ทุกคน หาว่าผมทำ..ในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ ทุกคนมองว่าผมงี่เง่า เป็นตัวแสบ ไม่มีแม้แต่หนึ่งคนที่เชื่อผม”
“ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง นายหัวก็สั่งมา ให้คุณปลอดภัย พ้นจากปัญหาทั้งหมด ไม่ว่า
ดวง หรือคุณจ้าง..ก็พยายามทำตามนั้น”
“คุณเหมือนมัน ทำเหมือนมัน พูดเหมือนมัน คิดเหมือนมัน..เหมือนไอ้จ้าง คุณรู้ตัวไหม..”
ดวง..” เกียรติบดินทร์ระบายความรู้สึก

ทั้งสองคนสบตากัน แววตาต่างเจ็บปวด แต่อยู่บนความรู้สึกคนละทาง

อ่านต่อหน้า 2 เวลา 17.00 น.




 ลิขิตฟ้าชะตาดิน  ตอนที่ 10 (ต่อ) 

ชิงชัยมองจ้องหน้าปีเตอร์อย่างหวั่นใจ แล้วมองเทเรซ่าอย่างตัดพ้อ เทเรซ่ายืนเคียงฟ้ากระจ่าง พยายามสบตาพ่อขณะอธิบายเรื่องราว

“แดดดี้คะ..คุณจ้างบอกว่าวันนั้นคุณจ้างไม่รู้จักเรา..ทุกอย่างคือเรื่องบังเอิญจริงๆ”
ชิงชัยชักสีหน้าแย่งพูด “คุณปีเตอร์..ผมว่า..เราไม่รู้แล้วล่ะ ว่าอะไรจริง อะไรลวง”
“คุณชิงชัยครับ..วันแรกที่เราเจอกัน คือวันที่ผมเพิ่งมาถึงแล้วก็ไปเที่ยวกับเพื่อน..ยังไม่เข้าไปรับรู้ปัญหาอะไรของที่บ้านเลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้..ผมรู้แล้ว ผมสัญญา ว่าผมจะพยายามแก้ไข พยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ดีไหมครับ” ฟ้ากระจ่างสวนออกมา
“คุณจ้างหมายถึงอะไร” ปีเตอร์สงสัย
“เทเรซ่า..กับผม..เราได้ใช้เวลานั่งคุยกันแค่ไม่นาน..เรายังเห็นตรงกันเลย ว่าเราไม่ชอบที่จะมาทะเลาะกัน เกลียดกัน หวาดระแวงกัน” ฟ้ากระจ่างบอก
ปีเตอร์มองหน้าลูกสาวน้ำเสียงไม่พอใจ “เดี๋ยวนะ..เทเรซ่า ลูกหายไป..นานมาก..ให้พวกพ่อหากันทั่วบ้านนี่..เพราะ..ลูกแอบมานั่งคุยกับ..คุณจ้าง..สองต่อสอง..ในนี้..งั้นเหรอ”
ฟ้ากระจ่างมองหน้าเทเรซ่า เทเรซ่ามองตอบ ฟ้ากระจ่างส่งแววตาขอร้อง
เทเรซ่ารีบหลบตาฟ้ากระจ่าง แต่น้ำเสียงอ่อน
“ค่ะ แดดดี้ เทเรซ่าอยากปรับความเข้าใจกับคุณจ้าง”
“เราอยากจะหยุดปัญหาความรุนแรงทั้งหมดครับ” ฟ้ากระจ่างเสริม
“มันจะหยุดได้ไง ตราบใดที่ฆาตกรที่ฆ่าพ่อผม มันยังไม่ถูกจับเข้าคุก”
ชิงชัยพูดเสียงกร้าว
“คุณโผล่มากจากไหนก็ไม่รู้ แล้วอยู่ๆ จะมาบอกว่า ทั้งหมดให้เลิกแล้วต่อกันไปซะ ง่ายๆ
อย่างนั้นเหรอ คุณจ้าง ชั้นจะบอกให้นะ ว่าพ่อคุณนั่นแหละ คือตัวการ” มาดามพิณเสริมคำพูดลูกชาย
“แล้วเวลานี้พ่อผมเป็นยังไง ท่านกลายเป็นคนพิการตลอดชีวิต แล้วคนที่ทำก็ยังลอยนวลอยู่เหมือนกันนี่ครับ” ฟ้ากระจ่างสวนกลับในท่าทีนิ่ง
“ใช่..นายหัวก็เท่ากับตายทั้งเป็นเหมือนกัน…” ทรายทองแทรกขึ้น
กำนันนวลเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไกล่เกลี่ย
“เอาล่ะครับๆ..ผมขอล่ะ ผมไหว้เลยละกัน ทุกท่าน” ยกมือหมุนรอบทิศ “วันนี้วันเกิดผม..อย่าเพิ่งมาขุดคุ้ยอะไรกันเลยนะครับ เรื่องอะไรก็เก็บเอาไว้ก่อน แยกเอาไว้ก่อน ได้ไหมครับ วันนี้ขอความปรองดอง ขอสันติภาพให้งานวันเกิดผมซักวัน นึกว่าเมตตาผมเถอะนะครับ”
ชิงชัยทำท่าฮึดฮัด มาดามพิณต้องจับแขนลูกชายรั้งไว้

“ขอโทษครับ กำนัน ผมไม่ดีเอง ผมยอมรับว่าผมตื่นตูมไปเอง จนถึงกับเข้ามารบกวน
กำนัน กับ..แขกคนสำคัญ..ถึงในนี้ ขอโทษครับ ทุกคน ขอโทษคุณจ้างด้วย เทเรซ่า ชิงชัย มาดาม..เรากลับดีกว่าไหมครับ สมควรแก่เวลาแล้วด้วย
“ดีค่ะ ดีๆๆๆ กลับๆๆ ลาล่ะค่ะ กำนัน แฮปปี้ๆ นะคะ ไปชิงชัย” มาดามพิณลากแขนลูกชายออกมา
“ก็ได้ กำนัน..สุขสันต์วันเกิด แล้วอย่าลืมนะครับ..ทุกอย่างที่เราตกลงกัน” ชิงชัยลาห้วนๆ “แล้วผมจะติดต่อไปนะครับ คุณปีเตอร์ คุณเทเรซ่า” ฟ้ากระจ่างไหว้ปีเตอร์ และไหว้มา
ดามพิณ “สวัสดีครับมาดาม สวัสดีครับทุกท่าน”
มาดามพิณรับไหว้ฟ้ากระจ่าง อึ้งๆ
ปีเตอร์รีบเดินนำออกไป เทเรซ่าไหว้กำนันนวลกับเมีย แล้วหันมามองฟ้ากระจ่าง ก่อนรีบ
ตามพ่อไป
กำนันนวลซับเหงื่อ “โอ๊ย..ผมอุตส่าห์แยกฝ่ายนึงเข้ามาในนี้ ไม่ให้ต้องเจอกันจังๆ แล้วน้า..ไม่น่าเลย...”
ลูกสาวขาเม้าท์หันมากระซิบกัน “คุณฟ้ามาดเหนือกว่าพี่ชิงชัยตั้งแยะ”
“แต่เค้ากะยัยแม่พระเทเรซ่าน่ะสิ..ยังไงกันรึป่าวเนี่ย” คนเล็กครวญ
ทรายทองมองฟ้ากระจ่าง อย่างสุดรัก สุดบูชา และแหนหวง!

เช้าวันต่อมา อาหึ่งนั่งมองโทรศัพท์มือถือ หน้างออยู่ในครัว อาม่าสาลี่ยกถาดผลไม้มาจัดสำหรับเชิญไปไหว้เจ้า
“มันยังไม่โทร.กลับมาใช่ไหม” อาม่าสาลี่ถาม
“เมื่อคืน..มันอาจจะเลิกงานดึกมาก..ก็เลยไม่อยากโทมารบกวนเรา” อาหึ่งรีบแก้ต่างให้ลูกชาย
“แล้ววันนี้ มันโทร.มารึยังล่ะ” อาม่าสาลี่ถามย้ำเป็นเชิงเยาะ
กู๋เหลียงเดินเข้ามาทันได้ยินพอดี
“มันอาจจะยังไม่ตื่นก็ได้ พวกคนรวยเค้าตื่นสายตะวันโด่งกันทั้งนั้น อาจ้างมันไม่ใช่คนเดิมแล้ว มันคงไม่ตื่นก่อนไก่มากวาดลานบ้านเหมือนสมัยมันกวาดครัวของพวกลื้อหรอก”
นักบวชตงเดินมาสมทบ
“เอาอย่างนี้..อั๊วว่า..พวกเราน่ะ เลิกโทร.ไปรบกวนจ้างมันดีกว่า ถ้ามันคิดถึงเรา มันก็โทร.มาเอง เราโทร.ไปเวลางาน แล้วพอมันคุยไม่ได้ เราก็จะรู้สึกไม่ดี น้อยใจ เสียใจ เพราะฉะนั้น ก็ให้มันเป็นคนโท ถ้ามันไม่โทร. พวกเราก็ห้ามโทร.ไป เอาไหม”
“ได้ ใครโทก่อน เป็นหมา 500 ชาติ” สารภีเห็นด้วย
“ห้ามโทร.เหรอ ใครโทร.เป็นหมาเหรอ...” อาหึ่งทวนมติหน้าเศร้า “เอางั้นจริงเหรอ”
“ใครโทร.ก่อนหาอาจ้างก่อน..แพ้ ต้องจ่ายเงินมาให้ชั้นเลย 20 บาท ตกลงนะๆๆ”
ทุกคนมองหน้าสารภี แล้วพากันเดินหนี

ข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ลงรูปที่ฟ้ากระจ่างถือรูปวาดส่งให้กำนันนวล และทุกคนในภาพนั้นมองกล้องกันหน้าชื่นตาบาน นายเด่นกำลังทำหน้าที่กางหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นให้บัญชาดูอยู่
“ทุกอย่างเป็นไปตามที่นายหัวคิดเลยครับ ภาพนี้ได้ผลจริงๆ โชคดี ที่คนรับเขียนรูปมันเขียนได้เร็วมาก”
“นั่นก็เป็นส่วนนึง แต่มันจะไม่เวิร์คเลย..จะไม่เป็นผลอะไรเลย ถ้าตัวจ้าง..ไม่โดดเด่น น่าสนใจ ด้วยตัวของเค้าเอง..ต้องขอบคุณจ้าง..ที่ทำทุกอย่าง อย่างไม่พลาด แล้วก็ขอบคุณเด่น ดวง..ที่ช่วยกันเต็มที่”
บัญชาชมนายเด่น ในขณะที่บุรีหัวเราะหึๆ เบาๆ ไม่พูดไม่จา ส่วนเกียรติบดินทร์ใส่แว่นดำ
นั่งหน้าหงิก อยู่อีกมุมหนึ่ง บัญชาหันไปเห็น
“น้องดิน..น้องดินก็ทำได้ดีมากลูก..ลูกทำตัวดี เป็นน้องที่ดี แล้วก็ไม่มีเรื่องราวกับไอ้พวกนั้น ไอ้พวกที่มันจ้องจะหาเรื่องเราอยู่ตลอดๆ ได้ พ่อก็ต้องขอชม”
ฟ้ากระจ่างหันมายิ้มให้เกียรติบดินทร์
เกียรติบดินทร์กระตุกมุมปากนิดหนึ่ง มีแววเยาะเล็กๆ แล้วเมินหน้าหนีไป ฟ้ากระจ่างหันมาทางดวงยิหวา ซึ่งดวงยิหวามองฟ้ากระจ่างอยู่แล้ว ด้วยแววตาเศร้าๆ อย่างเป็นห่วงๆ
ฟ้ากระจ่างมองเห็นและรู้สึกได้ ถึงกับชะงัก ไม่แน่ใจ หันกลับไปมองใหม่ ทว่าดวงยิหวา
เมินไป ทำเป็นมองที่อื่นฟ้ากระจ่างอึ้งๆ

ครู่ต่อมา เกียรติบดินทร์ลากบุรีมายืนซุบซิบกันอยู่อีกมุมหนึ่ง
“อาว่า..ดาวรุ่งเค้ากำลังพุ่งแรง ดินคงต้องหลบแล้วล่ะ”
“มันไม่ธรรมดาจริงๆนะ อาบุรี นี่มันมาจากศาลเจ้าจริงเหรอ”
ทรายทองเดินผ่านมาได้ยินพอดี
“พ่อ..อย่าไปฟังพี่ดินมากนะคะ..เชื่อไม่ค่อยได้นักหรอก”
“เอ๊ะ ทราย แกเห็นคนอื่นดีกว่าพี่เค้างั้นเหรอ” บุรีเอ็ดลูกสาว
“ลูกสาวอาอ่ะ ปัญญาอ่อน มองไม่เห็น ว่าไอ้นั่นน่ะมันเฟค มันดัดจริต เล่นละครตลอดเวลา เอาดีเข้าตัว เอาชั่วป้ายคนอื่น” เกียรติบดินทร์ใส่เป็นชุด
“อ๋อ..เหรอ..พี่จ้างอ่ะ เค้ามีแต่ช่วยปกปิด กลบเกลื่อนความชั่วของคนอื่นตะหาก คนอื่นนั่นแหละ ที่หารู้สำนึกไม่ ชิ...”
ระหว่างนั้นดารากานต์กับป้าบัว หิ้วข้าวของพะรุงพะรังออกมาจากครัว ทรายทอง เกียรติบดินทร์ และบุรี ต้องสงบปากลง
“ดิน..แม่จะไปเยี่ยมอาม่า ดินไปกับแม่หน่อยสิ อาม่าไม่เจอดินตั้งนานแล้วนะ”
ดารากานต์ชวน แต่เกียรติบดินทร์นิ่งไป แล้วเมิน
“อ๋อ..ดินไม่ว่างอ่ะคับ อาม่าชอบพูดอะไรไม่รู้เรื่อง แล้วพอดินไป..ก็ไม่เห็นค่อยจะสนใจเลย ดินไปไม่ไป อาม่าก็ไม่แคร์หรอก”
ประตูห้องบัญชาเปิดออก ฟ้ากระจ่างเดินออกมา แล้วก้มหน้าก้มตา กดโทรศัพท์

พร้อมๆ กับที่ มือถืออาหึ่ง ที่วางอยู่บนโต๊ะในครัว ดังขึ้น ชาวศาลเจ้าทุกคนที่กำลังล้อมวง
ช่วยกันแกะถั่วและอีกสองสามอย่าง ต่างสะดุ้ง หันมาจ้องโทรศัพท์
“อาจ้าง..อาจ้างโทมา..อาจ้างเป็นคนโทมาก่อนเองนะเว้ย…” อาหึ่งลิงโลด
“ใครรับ คนนั้นแพ้ เอามา 20” สารภีบอก
“มันใช่เหรอ นังสารภี จ้างโทร.มาไม่นับเว้ย เค้าห้ามใครโทร.ไปหามันก่อนตะหากล่ะ”
อาม่าสาลี่ท้วง
“มา..อั๊วรับเอง..จะทำเสียงให้เข้มเลย” กู๋เหลียงว่า
“เฮ่ย..ก็พูดกะมันดีๆสิ สงสารมัน มันอาจจะไม่ค่อยมีเวลาก็ได้นะ” นักบวชตงบอก
แต่ละคน จดๆ จ้องๆ รับดีหรือไม่รับ เพราะงอนเรื่องเมื่อคืนอยู่
ทางด้านฟ้ากระจ่าง เดินผ่านมาทางที่ดารากานต์ และเกียรติบดินทร์ยืนกันอยู่ และถือโทรศัพท์รอการรับอยู่
บัวกำลังตื๊อเกียรติบดินทร์ให้ไปหายาย
“โธ่..คุณดิน คุณนายดาวน่ะ คิดถึงคุณดินจะตายไปค่ะ ไปสิคะ คุณนายให้ตังค์นะคะ เผลอๆ หยิบให้หลายพันเลย”
“ไม่ไปๆๆ เอ๊ะ บอกว่าไม่! ป้าเห็นผมเป็นคนเห็นแก่เงินเหรอ” เกียรติบดินทร์ปฏิเสธดังลั่น
ดารากานต์หันไป เห็นฟ้ากระจ่างเดินเหม่อลอย รอโทรศัพท์ สีหน้าเครียดๆ รีบเข้าไปขวาง
“จ้าง..จ้าง..ว่างหรือเปล่าลูก” ดารากานต์ถาม
ฟ้ากระจ่างหันมา สะดุ้งนิดๆ “ฮะ..ครับ..แม่” รีบกดตัดการติดต่อ
ชาวศาลเจ้า ที่เกี่ยงกันให้รับโทรศัพท์อยู่นั้น จู่ๆ เสียงเงียบไป ทุกคนผงะ เหวอ ชะโงกมาดู
เห็นการโทร.โดนตัดสายไปแล้ว ทุกคนอึ้ง หน้าซีด มองหน้ากันไปมา

ทางด้าน ฟ้ากระจ่างยิ้มงงๆ ที่แม่ถาม
“ครับ..แม่มีอะไรหรือเปล่าครับ”
ดารากานต์พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเกรงใจ
“แม่อยากชวนจ้างไปเยี่ยมอาม่า..คุณยายของจ้างน่ะจ้ะ แม่ของแม่..ไม่รู้ว่าลูกว่างหรือ
เปล่า”
ฟ้ากระจ่างตอบแบบไม่คิดเลย “ไปสิครับ แม่ของแม่หรือครับ..ท่านอยู่ที่ไหน ท่านแก่มากแล้วหรือครับ” สีหน้าและแววตากระตือรือร้น อยากรู้
เกียรติบดินทร์ กับบุรี อึ้งสบตากันนึกไม่ถึง บัวมองขวางๆ แล้วหันไปทำหน้าเซ็งใส่เกียรติบดินทร์ทรายทองออกอาการปลื้มสุดๆ
“ทรายไปด้วยๆๆๆ”
เกียรติบดินทร์ซีดหน้าเจื่อน เงียบกริบ

ไม่นานหลังจากนั้นฟ้ากระจ่าง ดารากานต์ และป้าบัวก็พากันมาอยู่ที่บ้านคุณนายดาว
ภายในห้องที่ค่อนข้างแสงน้อย เห็นคุณนายดาวกำลังนั่งแต่งตัวอยู่ที่หน้ากระจก มีหญิงรับใช้ซิ้มๆ กำลังหวีผม และเกล้ามวยให้ แล้วเอาหวีสับผมมาสับ ติดกิ๊บให้เรียบร้อย
บริเวณระเบียงหน้าห้อง ฟ้ากระจ่างเดินเคียงดารากานต์ ยกเอาของฝากหนักๆ มาถือเองหมด มีทรายทองเดินร่าเริง รั้งท้ายด้วยป้าบัวที่หมดอาลัยตายอยากปลงๆ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังใกล้เข้ามา
“สงสัยนายหญิงเค้าจะมา มีคนมาด้วยหลายคนนี้ เอ้า เอาผ้าคุลมไหล่มาหน่อย” คุณนายดาวเอ่ยขึ้น
“ค่ะๆๆ” อาซิ้มเอาผ้าถักมาคลุมไหล่ให้
พอดีกับดารากานต์โผล่มาที่ประตู แสงจากภายนอกส่องสว่างจ้า ทำให้เห็นหน้าคนเป็นเงามืดอยู่
“ม้าคะ..” ดารากานต์รีบไหว้ “ดูสิคะ ว่าใครมา”
ว่าพลางดารากานต์ขยับตัวเบี่ยงออก ให้ฟ้ากระจ่างก้าวเข้ามาคุณนายดาวเขม้นมอง
“ลูกดาว..พาใครมาหรือ..หรือนายหัวมาได้แล้ว”
ฟ้ากระจ่างก้าวมายืน เต็มพื้นที่ตรงประตู
คุณนายดาวสะดุ้ง ตะลึง ผงะ “คุณโจว..นั่นคุณโจวนี่นา..ใช่ไหม..หา..ไม่ใช่สิ นั่นลูกชายคุณโจว..ตังหาก..” คุณนายดาวพูดจีนแมนดารินออกมาอย่างลืมตัว “ดีใจจังเลย นานๆ ได้เจอเพื่อนเก่าๆ เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม แล้วพ่อแม่สบายดีหรือเปล่า”
ฟ้ากระจ่างงง ตาปริบๆ ดารากานต์ ป้าบัวตกตะลึง ทรายทองงงๆ
ฟ้ากระจ่างได้สติก่อนใคร หัวเราะแล้วเดินเข้ามาใกล้ คุกเข่าลง พนมมือไหว้
“แห่ะๆ..ภาษาแมนดาริน ผมไม่ได้เลยครับ ถ้าเป็นแต้จิ๋วยังพอกล้อมแกล้ม”
คุณนายดาวชะโงกมาดูใกล้ๆ “ปีเตอร์ ปีเตอร์หรือนี่..เอ๊ะ..ไม่ใช่หนิ”
ฟ้ากระจ่างงงๆ หันไปหาดารากานต์ “ปีเตอร์ไหนอีกครับเนี่ย”
ดารากานต์ได้สติรีบอธิบาย “ไม่..ไม่มีหรอก..ไม่ใช่..จ้างอย่าไปถืออาม่าเลยลูก อาม่าคง..นึกถึงดาราไต้หวันฮ่องกงสมัยก่อนน่ะจ้ะ พวกเดวิด เจียง หวังอยู่ ตึ้ง กวงหยง อะไรพวกนั้น”
“ไม่ใช่..ไม่ใช่ดารา..ลูกชายของเพื่อนอาปาไง มิสเตอร์โจว..” คุณนายดาวแย้ง
ป้าบัวรีบเข้าไปขัด กู้สถานการณ์
“คุณนายคะ..วันนี้มีรังนกตุ๋นแปะก๊วยร้อนๆนะคะ อิฉันใช้น้ำตาลกรวดด้วย คุณนาย
อยากจะชิมไหมคะ
“รังนกหรือ..แกต้มเองนะ ไม่ใช่ไปซื้อแบบขวดๆ ที่เค้าขายมาหลอกชั้นนะ” คุณนายดาวว่า
“อุ๊ย..คุณนาย..เดี๋ยวคุณนายดูเลย รังนกขวดๆ มีหรือจะชิ้นใหญ่ อวบเต็มปากเต็มคำแบบ
นี้คะ แบบนั้นน่ะ มันแทบจะเป็นฝอยๆ ผงๆ เศษๆ ทั้งนั้น” ป้าบัวการันตี
คุณนายดาวยังคงสนใจฟ้ากระจ่างอยู่ “แล้ว..นี่ใครล่ะ ตกลงหนูเป็นใครจ๊ะ..ลูกใคร...”
“ลูก..ลูกของหนูเองค่ะ ม้า” ดารากานต์บอก
“นี่..เห็นแม่หลงแล้วหรือ จะมาหลอก ลูกของหนูก็ต้องนายดินสิ นายดินเป็นไง เอาแต่ขับ
รถซิ่งไปซิ่งมาล่ะสิ ไม่สนใจจะมาหาคนแก่หรอก..แล้วตกลงหนูนี่ชื่ออะไร ลูกใคร”
คุณนายดาวหัวเราะ จ้องหน้าฟ้ากระจ่าง...โดยที่ไม่สำเหนียกแม้แต่น้อยว่าเขาเป็น
หลานชายในใส้ของตัวเอง ฟ้ากระจ่างยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“ชื่อจ้างครับ..ลูกคุณแม่นี่แหละครับ..แต่..ผมเป็นลูกบุญธรรมน่ะครับ”
คุณนายดาวหัวเราะ
“อ๋อ ลูกบุญธรรมๆๆ ดีๆๆ ก็เหมือนน้องทรายล่ะสิ น้องทรายก็ลูกสาวบุญธรรม พ่อจ้างนี่..ก็
ลูกชายบุญธรรม”
ทรายทองรีบแทรกขึ้นใบหน้าแป้นแล้น
“ใช่ค่ะ อาม่า..เราสองคน เป็นลูกบุญธรรมเหมือนกันเลยค่ะ”
ดารากานต์น้ำตาคลอ เมินหน้าไป

ดารากานต์เข้ามา แล้วนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ป้าบัวเข้ามามอง แล้วตามมา
“นายหญิงคะ…”
“ไม่ว่าจะยังไง จ้างก็ไม่มีวันได้เป็นลูกแท้ๆ ของชั้นเลยเหรอป้า ชั้นต้องบอกใครๆ ว่าเค้าเป็นลูกนายหัวกะคนอื่น หรือเป็นลูกบุญธรรมบ้าง..ตลอดไปเลยเหรอ”
“นายหญิงคะ..นี่..นายหญิงก็ได้เค้ามาเชยชมแล้ว..นายหญิงก็สมหวังแล้วนะคะ” ป้าบัวว่า
“แต่เค้าพูดออกมาเอง จากปากเค้าเอง..พูดอย่างเต็มหน้าชื่นตาบาน..ว่าเค้าคือ
ลูกบุญธรรม!!”
ดารากานต์คร่ำครวญ ในขณะที่ป้าบัวถอนใจโล่งอก
“ดีแล้วล่ะค่ะ จะได้จบเรื่องไป เกิดคุณนายจะสืบสาวราวเรื่องเอาความจริงขึ้นมา.. แล้วนายหญิงจะอธิบายยังไง คุณนายพูดชื่อคุณโจว..พูดชื่อปีเตอร์ออกมาเต็มๆเลยนะคะ น่ากลัว
ที่สุด ทำไมแกถึงมองออกขนาดนั้น ตาก็ฝ้าฟางไปมากแล้วแท้ๆ”
“เพราะ..เพราะจ้างเค้าเหมือนพ่อเค้ามาก..มากจริงๆน่ะสิ” ดารากานต์ร้องไห้ออกมาอีก
“คุณหนู..เอ้อ..นายหญิง..จนป่านนี้..นายหญิงยังจะคร่ำครวญถึงเค้าอีกหรือคะ” ป้าบัว
ถามอย่างคาใจ
“ชั้นมันคนบาป..ชั้นเลวมาก บาปมาก..พระพุทธองค์ถึงลงโทษให้ชั้นไม่มีวันพ้นไปจากห้วง
ทุกข์นี้ได้หรอก”
ดารากานต์หน้าเศร้า ป้าบัวพูดไม่ออก


ริมสระว่ายน้ำ ในโรงแรมที่พัก ใต้ร่มไม้เขียวขจีห้อยย้อยมีระแนงบังร่มเงา ปีเตอร์กำลังนอนอ่านนสพ.ธุรกิจภาษาจีนอยู่ ส่วนเทเรซ่านั่งเล่นไอแพด สักพักหนึ่ง ปีเตอร์วางนสพ.ลง ถอดแว่น แล้วก่ายหน้าผาก เลื่อนลอย เทเรซ่ามองๆ รู้ว่าพ่อมีเรื่องกลุ้มใจ
“แด๊ดกลุ้มอะไรคะ นอนก่ายหน้าผากแบบนั้น ระวังหน้าผากจะเหี่ยวย่นนะคะ”
ปีเตอร์รีบเอามือลง “อ้าว จริงเหรอ”
เทเรซ่าหัวเราะชอบใจ
“แด๊ดดี้กลัวเหี่ยว ไม่หล่อ แล้วพอตามหาผู้หญิงสวยคนนั้นเจอ เค้าจะจำแด๊ดดี้ไม่ได้เหรอคะ”
“ฮื้อ..ไม่มีหรอก..ผู้หญิงคนนั้น ป่านนี้แก่ตายไปแล้ว”
“หุ้นตกเหรอคะ..ทำไมดู..แด๊ดดี๊ไม่สบายใจ”
“แด๊ดดี้ถามลูกบ้างได้ไหม” ปีเตอร์เสียงซีเรียส
“ได้ค่ะ” เทเรซ่ายิ้มๆ
“ลูก..เชื่อสิ่งที่คุณจ้างพูดหรือเปล่า ว่าคืนนั้น..เค้ามาช่วยลูก..ด้วยความบังเอิญ”
เทเรซ่าหน้าเศร้าในทันที “แด๊ดดี้คะ มันจะเป็นเรื่องบังเอิญไปได้ยังไง” เธอไม่เชื่อ
“จริง...” ปีเตอร์บอก
“แดดดี้คะ..แล้วมันผิดไหมคะ..ที่แม้ว่า..คุณจ้างเค้าจะโกหก..แต่..เทเรซ่าก็อยากจะเชื่อ..ว่ามันจริง!”
“โอ..เทเรซ่า” ปีเตอร์เสียงเศร้า
“แด๊ดดี้คะ..ทั้งๆ ที่เทเรซ่ารู้ ว่าเค้าเป็นคนไม่ดี เป็นพวกใจร้าย เป็นพวกหลอกลวง..แต่ทำไมเทเรซ่าชอบเค้าจังเลย..ชอบเค้ามาก..เทเรซ่าจะทำไงดีคะ” เทเรซ่าว่า
“เทเรซ่า..มันน่าตกใจจริงๆ ลูก..เพราะ..แด๊ดดี้ก็รู้สึกดี..รู้สึกชอบคุณจ้าง แล้วก็เห็นว่าเค้า
น่ารักน่าคบหาจริงๆ..แด๊ดดี้ไม่อยากเชื่อเลย..ว่าเค้าจะเป็นลูกชายของนายหัวบัญชา เค้าไม่เหมือนนายหัวบัญชาเลย..ตั้งแต่แรกที่เราได้รู้จักเค้า แด๊ดดี้เห็นว่า..เค้าแตกต่างจากคนหนุ่มๆ สมัยนี้ ที่แด๊ดดี้เคยพบเห็นมา..และก็นึกว่าเค้าต้องมาจากครอบครัวที่ดี มีจากพ่อแม่ที่เป็นคนดี และสั่งสอนอบรมเค้ามาอย่างดีมากเสียอีกลูก”
ปีเตอร์พูดจบ สองพ่อลูกมองหน้ากัน อย่างอึ้งๆ

จอคอมพ์ฯ ในห้องนอนเกียรติบดินทร์ ถูกใช้เสิร์ชหามหาวิทยาลัยในอเมริกา เกียรติบดินทร์คลิก เลื่อนอ่าน ข้อมูลแล้วก็รู้สึกไม่ไหว ลุกจากคอมพ์ มาทิ้งตัวบนเตียง นอนปิดหน้า ขยี้ตาไปมาในอาการหงุดหงิด
มีเสียงเคาะห้องเบาๆ แล้วบุรีเปิดเข้ามา บุรีมองสภาพเกียรติบดินทร์ แล้วก็เดินไปมองหน้าจอ อ่านๆ แล้วทำหน้าเบ้
“อะไร..น้องดิน ถอดใจแล้วเหรอเนี่ย”
เกียรติบดินทร์เปิดหน้า หันมองมา พูดแบบปลงๆ
“บางที..เค้าอาจจะเหมาะกะเป็นลูกของคนบ้านนี้มากกว่าผมจริงๆ ก็ได้”
“ฝันไปเถอะ” บุรีก้าวมาลงมานั่งที่เตียง “นี่..อามีแผนแล้ว..จัดหนัก”
เกียรติบดินทร์ดีดตัวลุกพรวดพราด “อะไรครับ”
“เรื่องอาคารราชการ..ที่นายหัวใส่ชื่อมันคู่..อาจะจัดการ..ให้มันมีปัญหา” บุรีบอก
“เฮ้ย จะคุ้มเหรอครับ อาบุรี เราจะเสียหายรึเปล่า”
“ไม่หรอก..อาจะหาทาง..ให้มันเสียหายแบบพอแก้ไขทัน..โดยอาจะแกล้ง..โยนความ
รับผิดชอบไปให้ไอ้จ้าง”
“แล้วไง...” เกียรตบดินทร์สงสัย
“แล้วไอ้จ้างมันก็จะไม่มีปัญญาแก้ปัญหาได้ไง..แล้วตอนนั้น..อาจะถือโอกาส..จัดให้น้อง
ดินเสียบเข้าไป..แล้วน้องดินดันทำได้ แก้ปัญหาได้สำเร็จ..ทุกคนก็จะทึ่ง ว่าเรามองข้ามน้องดินไปได้ไง..ส่วนไอ้เด็กศาลเจ้า..มันก็เป็นได้แค่พวก 18 มงกุฎ ต้มคน ขายบุคลิกหน้าตาเปลือกนอกไปวันๆ..ที่เอาจริง..ก็ไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย”
“ทำได้จริงๆ หรือครับ อาบุรี แล้วมันจะเห็นผลเร็วๆ นี้ไหมครับ”
สีหน้าเกียรติบดินทร์ทั้งตื่นเต้นดีใจ

ฟ้ากระจ่างเดินควงดารากานต์มาในห้าง โดยมีทรายทองประกบอีกข้าง มีผู้คนที่รู้จักยกมือไหว้ดารากานต์ และดารากานต์ไหว้ตอบ แล้วให้ฟ้ากระจ่าง กับทรายทองไหว้ด้วย
ทรายทองออกอาการร่าเริง เกาะแขนฟ้ากระจ่างตลอดเวลา
“ดูสิคะ ใครๆก็มองพี่จ้างอย่างสนใจทั้งนั้นเลย เรื่องลูกชายคนใหม่ของนายหัว..ตอนนี้คง
กำลังเป็นที่เม้าท์กันให้แซ่ดในสังคมจังหวัดเราล่ะค่ะ นายหญิง”
ดารากานต์หน้าหม่นลง
“ใครจะพูดว่ายังไงก็ช่าง แม่รู้ว่าจ้างเป็นลูกแม่ จ้างรู้..ว่าแม่เป็นแม่..เท่านั้นก็พอ”
“ทรายไม่ได้ตั้งใจ” ทรายทองหน้าเสีย
“ไม่เป็นไรหรอก..ทราย..อาชักจะชินๆ แล้ว..ทรายกับจ้าง..ไปเดินดูอะไรเล่นกันเถอะ..อาอยากไปซื้อของใช้ส่วนตัวให้นายหัวซะหน่อย..วัยรุ่นก็พากันไปดูของชอบของวัยรุ่นก็แล้วกันนะ แล้วเดี๋ยวแม่โทร.ตามนะจ้าง”
“แม่ไม่อยากให้เราไปช่วย…” ฟ้ากระจ่างถาม
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ แม่เลือกนั่นเลือกนี้นานๆ เด็กๆ จะเบื่อกันเปล่าๆ”
ดารากานต์ยิ้ม แล้วเดินตรงเข้าไปในแผนกเสื้อผ้าชาย

ทรายทองดี๊ด๊า “พี่จ้าง..เราไปดูของกุ๊กกิ๊กกันดีกว่าค่ะ” ลากฟ้ากระจ่างไปตรงแผนกกิฟท์ชอป
เครื่องเขียน ของกระจุกกระจิกน่ารักๆ
ทั้งสองเดินไปในมุมตุ๊กตา ฟ้ากระจ่างหันไป เห็นของที่เป็นโดราเอม่อนต่างๆ หันเหลียว แล้วเดินกลับมาดู
ทรายทองหัวเราะขณะถาม “พี่จ้างชอบโดราเอม่อนหราคะ..”
ฟ้ากระจ่างหยิบขึ้นมาดู “ทรายรู้ไหม ทำไมโดเรม่อนถึงเล่นเป่ายิ้งชุ้บไม่ได้”
ทรายทองหัวเราะก๊าก
“ใครจะไปรู้ล่ะ พี่จ้าง..ทรายไม่ได้เป็นโดราเอม่อนนี่ พี่จ้างนี่ก็แอบติงต๊องเหมือนกันเนอะ”
ว่าแล้วทรายทองเดินไปดูของกระจุกกระจิกผู้หญิง ตรงมุมกิ๊ฟท์ชอป
ฟ้ากระจ่างอึ้ง จับมือกลมๆ ของโดเรเอม่อนโยกไปโยกมา บ่นกับตัวเองเบาๆ
“เพราะมันออกได้แค่ค้อนอย่างเดียวไง...”
ในจิตใจประหวัดนึกถึงเธอคนนั้น...คนที่เคยถาม-ตอบเกี่ยวกับโดราเอม่อนด้วยกันขึ้นมา

ดารากานต์กำลังเลือกซื้อเสื้อผ้า เข้ามาจับดูเสื้อผู้ชายแบบลำลองชุดหนึ่ง
โดยไม่รู้ว่าใกล้แค่ไม่กี่คืบนั้น ปีเตอร์เดินถือเสื้อที่เลือกแล้วเฉียดกันไปแค่นิดเดียว แล้วเปิดเข้าไปในห้องลองเสื้อ
ดารากานต์เดินหาเสื้อแบบต่อไป มาเจอเทเรซ่าซึ่งพอดีเอื้อมมือมาจับเสื้อตัวเดียวกัน...ใจตรงกัน
“อุปส์ เอ็กซ์คิวส์มี..ขอโทษค่ะ” เทเรซ่าเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะ” ดารากานต์ส่งยิ้มให้
ดารากานต์ปล่อยเสื้อตัวนั้น แล้วหันเดินไปดูตัวอื่น เทเรซ่ามองตามดารากานต์ สนใจในหน้าตา ท่าทางที่ดูดี
“ขอโทษนะคะ มาดาม..ขอโทษค่ะ”
ดารากานต์หันมา มองรอบๆ เห็นว่ามีแต่ตนอยู่แถวนั้น
“คุณนาย..คุณผู้หญิง..เทเรซ่าจะเรียกคุณว่ายังไงดีคะ”
ดารากานต์หัวเราะถามกลับ “มีอะไรคะ”
“คือ..เห็นว่าคุณผู้หญิงสนใจเสื้อตัวนี้เหมือนกัน แสดงว่า..มันต้องสวย..ใช่ไหมคะ”
“ค่ะ..สวย..สีอ่อนโยนดี” ดารากานต์ว่า
“เทเรซ่าก็คิดอย่างนั้น เทเรซ่าอยากจะซื้อให้แด๊ดดี้..เป็นของเซอร์ไพร้ซ์น่ะค่ะ คุณว่า..มันไม่
ดูเป็นวัยรุ่นเกินไปใช่ไหมคะ” เทเรซ่าถามความเห็น
“ไม่หรอกค่ะ คุณพ่อหนูจะดูเป็นหนุ่มที่สว่าง..สดใสมากเลยค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ” เทเรซ่ายิ้มขอบคุณ
ดารากานต์ยิ้มตอบ มองๆ แล้วหยิบแบบเดียวกันขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง
“ชั้นซื้อบ้างดีกว่า ยิ่งดูยิ่งสวยจริงๆ ด้วย..หวังว่าคนใส่คงไม่ใส่มาเจอกันนะคะ” ดารากานต์หัวเราะ ดูเบอร์เสื้อ พลิกหน้าหลังวัดกะไซส์ไปพลางเพื่อให้แน่ใจ แล้วเดินไปทางแคชเชียร์หายตัวไป

เทเรซ่ายิ้มขณะดูเสื้อในมือตัวเอง ด้วยสีหน้าชอบใจและพอใจ โดยไม่รู้ว่าผู้หญิงแสนดีคนนี้แหละคือเหตุผลสำคัญในการเดินทางมาเมืองไทยของผู้เป็นพ่อ!

อ่านต่อหน้า 3 เวลา 12.00 น.




 ลิขิตฟ้าชะตาดิน  ตอนที่ 10 (ต่อ) 

ดวงยิหวาเดินมาอย่างเหนื่อยๆ ในมือถือถุงกับข้าวเข้ามาในบ้าน ขณะที่พวกคนงานชายกำลังจัดโต๊ะกินข้าวอยู่

“ป๊อก..หุงข้าวยัง เอากับข้าวไปแกะใส่จานไป..” ดวงยิหวายื่นส่งถุงในมือให้คนงาน
“ครับผม อ้อ..มีของมาส่งให้คุณดวงนะครับ ที่โต๊ะทำงานครับ”
ดวงยิหวางง เดินไปดู “ของอะไร”
บนโต๊ะทำงาน มีกล่องใหญ่มาก ห่อด้วยกระดาษห่อของขวัญของห้าง พร้อมกับผูกโบว์สวยงาม
“ของขวัญเหรอ..ไม่ใช่วันเกิดซะหน่อย ใครส่งมา” คราวนี้สงสัย
“เป็นคนส่งของของที่ห้างครับ เค้าบอกว่ามีคุณผู้ชายส่งให้”
“คุณผู้ชาย..” ยิ่งฟังยิ่งงง จดๆ จ้องๆ “นายว่าระเบิดป่าว”
“ไม่หรอกครับ” คนงานหัวเราะขำ
ดวงยิหวาเข้ามา ลองยกกล่องดู ก็ไม่หนัก จึงลองเขย่าๆๆ
“ไม่มีเสียงอะไรเลยอ่ะ ไม่หนักด้วย อะไรน้า...”
ดวงยิหวาตัดสินใจ แกะ และเปิดกล่อง มองลงไป เห็นว่ามันเป็นของสีฟ้าเข้มเนื้อนุ่ม อัดแน่นมา ดวงยิหวาตัดสินใจดึงออกมา
พบว่ามันคือตุ๊กตาผ้าโดราเอม่อน ตัวใหญ่พอควร
“โดราเอม่อน” รีบพลิกหาจนรอบ “การ์ดหรือจดหมายอะไรก็ไม่มีด้วย”
ลูกน้องคนงานชายหันมายิ้มๆ ให้ “ผู้ชายให้แหงๆ เลยครับ”
ดวงยิหวา พยายามนึกถึงเจ้าของของขวัญ และคิดว่า...ไม่น่าจะเป็นเกียรติบดินทร์


คืนนั้น ดวงยิหวาอยู่ในชุดนอนแบบผู้ชาย เป็นกางเกงขาสั้น ถือตุ๊กตาโดราเอม่อนมาวางบนเตียง แล้วนั่งลงจ้องมองอย่างตั้งใจ และสงสัย
“ใครกันแน่..ที่ส่งนายมาน่ะ..ห๊ะ”
ดวงยิหวาคิด แล้วนอนลง ตาเหลือบไป ที่ชั้นข้างเตียง แล้วชะงัก เมื่อหนังสือการ์ตูนโดราเอม่อนวางเรียงซ้อนกัน เป็นตั้ง
ดวงยิหวาดีดตัวเด้งลุกขึ้น เดินไปหยิบมาดู แล้วอึ้ง พร้อมๆ กับที่ภาพในอดีตผุดเข้ามาในหัว เป็นเหตุการณ์ตอนที่ฟ้ากระจ่างซื้อหนังสือการ์ตูนให้
นึกถึงตรงนี้ดวงตาดวงยิหวา มีแววหวั่นไหว
ภาพอดีตตอนที่เดินคุยกับฟ้ากระจ่างเรื่องโดราเอม่อน อย่างสดใส ร่าเริง ผุดซ้อนขึ้นมา
ดวงยิหวายิ้มออกมา ก่อนจะชะงัก วางหนังสือลง แล้วทิ้งตัวลงนอน ตาเศร้าลง
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เธออยู่กับเกียรติบดินทร์ และฟ้ากระจ่างกับทรายทอง มาหาที่ออฟฟิศคอนเทนเนอร์ ทั้งฟ้ากระจ่าง และดวงยิหวาต่างงงๆ ต้องทำเหมือนไม่รู้จักกัน

ดวงยิหวารู้สึกกระวนกระวาย กลิ้งตัวนอนคว่ำ ดึงโดราเอม่อนมามองหน้า
-แฟลชกลับไปอดีต ที่จ้างเงยขึ้นจากนายน้อม ที่ผูกเชือกรองเท้าให้ที่หน้าตึก แล้วเจอดวงยิหวา ที่ยืนมองอยู่ จ้างทำหน้าแปลกๆ
ดวงยิหวานึกแล้วขำ ยิ้มออก ดึงโดราเอม่อนมาดูอีก แต่แล้วก็ถอนใจ กอดโดราเอม่อนไว้ แต่หน้าตาสับสน เป็นกังวล
ทันใดนั้น เสียงข้อความเข้ามาในโทรศัพท์ดังขึ้น ดวงยิหวาชะงัก หยิบโทรศัพท์มากดดู แล้วตาโต
เป็นแมสเสจจากฟ้ากระจ่าง ส่งข้อความมาว่า
“ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยดูแลน้องชายผมเป็นอย่างดี ความสำเร็จเมื่อคืนนี้ ส่วนนึง เป็นเพราะคุณ” ดวงยิหวาอ่านออกเสียง
อ่านเสร็จ แล้วเงยหน้าขึ้นมา ทำหน้าหมั่นไส้ ค้อนๆ
“ชริ..หมั่นไส้”
กดตอบกลับ พิมพ์ข้อความด้วยหน้าตาเหวี่ยงเอาเรื่องมาก

เวลาเดียวกันภายในห้องนอนฟ้ากระจ่าง จ้างกำลังนอนก่ายหน้าผากคิดหนักอยู่ เสียงแมสเสจมือถือดังขึ้น ฟ้ากระจ่างชะงัก รีบหยิบโทรศัพท์มาดูอย่างร้อนรน เหมือนกำลังรออยู่พอดี
พอกดดู สีหน้าที่เครียดๆ อยู่ก็ยิ้มออกมาได้ ที่หน้าจอ มีข้อความจากดวงยิหวาว่า
“เป็นหน้าที่ลูกน้องต้องรับใช้เจ้านายอยู่แล้วค่ะ กรุณาอย่าได้เกรงใจ”
ฟ้ากระจ่างอ่านแล้ว ยิ้มขำๆ แล้วกดตอบมือระวิง หน้าตาสนุก เมามันกับเกมนี้มาก
ครู่ต่อมามีเสียงเตือนข้อความเข้าที่โทรศัพท์ดวงยิหวา
ดวงยิหวาทำหน้าตาเคืองเหวี่ยง รีบหยิบมากดอ่าน “อ๋อ ต่อปากต่อคำเหรอ..เชอะ”
ข้อความที่ส่งมา คือ “ดีมาก ขอให้อายุมั่นขวัญยืน ประสบแต่ความสุขความเจริญ”
ดวงยิหวาอ่านออกเสียง หัวเราะออกมา ก่อนจะวางโทรศัพท์ล้มตัวลงนอน หัวเราะขำ
“คนบ้า!!”
สีหน้าดวงยิหวาดูอารมณ์ดีขึ้นมาทันที

เช้าวันใหม่ บัญชามองกวนอิมหยกเล็กๆ ในมือ ที่ฟ้ากระจ่างให้และบอกว่าพวกศาลเจ้าฝากมา ด้วยสายตาสับสน ขัดแย้งกับสิ่งที่กำลังคิดจะทำ
นายน้อมกำลังทยอยเก็บชุดอาหารเช้าที่บัญชากินเสร็จแล้ว มองๆ “กวนอิมหยกองค์นี้ ผมว่าเป็นของดีจริงๆ นะครับ”
บัญชาชงัก แล้วรีบวาง “ของดี..หมายความว่า..”
“ก็แปลว่า หยกก็เป็นหยกดี แล้วก็เป็นของที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้วจริงๆน่ะสิครับมี
สรรพคุณศักดิ์สิทธิ์จริงๆ แต่จะได้ผลจริง นายหัวต้องเลิกกินเนื้อวัว”
“คนโดนยิงเข้ากระดูกสันหลังตัดเส้นประสาทเป็นอัมพาต ไม่มีปาฏิหาริย์อะไรมาช่วยได้หรอก”
“ลองทำดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่ครับ” นายน้อมว่า
บัญชามองหน้า “อยากได้ไหมล่ะ ให้!”
“อุ๊ย..ซินแสของคุณจ้างมอบมาให้นายหัวนะครับ นายหัวน่าจะบูชาดีๆนะครับ ยังไงก็
เป็นศิริมงคลแก่ตัว” นายน้อมบอก
บัญชาฟังแล้วอึ้งไปนิด ไหว้จดศีรษะ แล้ววางที่เดิม “ก็บูชาอยู่นี่ไงล่ะ”
บัญชานิ่งอึ้ง ขรึมไป ดวงตาหม่นๆ เอนลงนอน
ดารากานต์เปิดเข้ามา พร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ เอาไปวางให้นายน้อมดู
“นายน้อม เดี๋ยวอาบน้ำแล้วให้นายหัวแต่งชุดนี้นะ”
บัญชามองๆแล้วว่า “สีแบบนี้..ไม่เคยใส่”
ดารากานต์หน้าเสียไปนิด
“ชั้นซื้อเสื้อผ้าให้คุณทีไร ไม่เคยถูกใจคุณซักที ตกลง..เสื้อนี่..คุณจะไม่เอาใช่ไหม ชั้นจะได้
เก็บไป”
“เอาสิๆๆ..แหม..แค่นี้ก็ต้องงอนด้วย”
“สวยออกครับ นายหญิง นายหัวใส่สีแบบนี้ จะได้สดชื่น”นายน้อมบอก
“ชั้นก็คิดอย่างนั้นแหละ นายน้อม..ถึงได้ซื้อมา” ดารากานต์เดินหน้าตึงออกไป
บัญชามอง พูดไล่หลังตามไป “ก็บอกแล้วไง ว่าเดี๋ยวจะใส่ๆๆ”
ดารากานต์งอนออกไปพ้นห้องแล้วบัญชาหันมาบ่นกับน้อม
“คนอยู่ด้วยกันมาจนขนาดนี้ เค้าเคยรู้ไหม ว่าชั้นชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แกยังรู้มากกว่า
อีก..ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะเค้าคิดถึงแต่คนอื่น แล้วก็คิดถึงแต่รสนิยมของคนอื่นตังหากล่ะ”
อารมณ์บัญชาเริ่มแรงขึ้นเป็นลำดับ นายน้อมอึ้งๆ ก้มหน้าไม่สนับสนุน และแอบถอน
หายใจ
ช่วงตอนกลางวัน ปีเตอร์ใส่เสื้อแบบและสีเดียวกับบัญชา ที่เทเรซ่าซื้อมาฝากจากห้าง ขณะนั้นเดินถือจากเบรกฟาสท์นำมานั่งที่โต๊ะมุมสวยในสวน
เทเรซ่านั่งกินอยู่ก่อน มองพ่อ แล้วก็ยิ้มชอบใจ
“ทีหลังแด๊ดดี้สวมเสื้อแบบนี้บ่อยๆนะคะ ดูสบายๆแล้วก็อายุน้อยลงมากเลย”
“แปลว่า..ปกติแด๊ดดี้ดูแก่งั้นหรือ” ปีเตอร์ท้วง
“ไม่ใช่ค่ะ แต่ปกติ แด๊ดดี้แต่งตัวเหมือนบิซสิเน็สแมนนี่คะ”
“ที่จริงเสื้อแบบนี้มันเป็นแฟชั่นสมัยแด๊ดดี้วัยรุ่น แด๊ดดี้มีตั้งหลายตัว สีนี้ก็เคยมีนะ เป็นตัว
โปรดด้วย แต่แปลกที่เทเรซ่ารู้ได้ยังไง ว่านี่แหละ คือเทสท์ของแด็ดดี้เมื่อ 20 ปีก่อน”
“ที่ห้างวันนั้น มาดามที่แสนสวยคนนึง แนะนำให้เทเรซ่าซื้อเสื้อตัวนี้ให้แด๊ดดี้ค่ะ”
“ว้าว..แสนสวยด้วย” ปีเตอร์ยิ้ม
“สวย น่ารัก ใจดีมากเลยค่ะ ถ้าแด๊ดดี้เห็น ต้องชอบ” เทเรซ่าว่า
“แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่วันนั้น แดดดี้จะได้ตามไปขอบคุณและขอเดทซะหน่อย”
เทเรซ่าหัวเราะ “แหม แด๊ดดี้ก็ดีแต่พูดทุกที เทเรซ่าแนะนำให้รู้จักใคร แด๊ดดี้ก็ไม่เคยพอใจ
บางทีทำเย็นชาใส่เค้าอีก เทเรซ่าเข็ดแล้วล่ะค่ะ”
สองพ่อลูกยิ้มๆ แล้วกินอาหารไป

วันต่อมา ฟ้าใสพาตัวเองมาอยู่ในห้องอาหารแห่งหนึ่ง กดดูรูปในโทรศัพท์มือถือ เป็นรูปฟ้ากระจ่างคู่กำนันนวลในงานวันเกิดกำนันฟ้าใสกดเปลี่ยนรูป ทำปากเบ้ แหวะใส่รูปฟ้ากระจ่างกับสองลูกสาวกำนัน
ฟ้าใสกดไปอีกรูป เป็นรูปฟ้ากระจ่างกับทรายทองและเกียรติบดินทร์ ยืนเรียงกัน ก่อนจะมอบของขวัญให้กำนัน
ฟ้าใสกดซูม ดูแต่ฟ้ากระจ่าง รำพันออกมา
“อาจ้าง ในที่สุด เธอก็ได้อยู่ในที่ๆ สมควรกับคนอย่างเธอจนได้นะ เสียอย่างเดียว ที่ของ
เธอมันดันสูงส่งจนเจ๊เข้าไม่ถึงซะแล้ว..แต่อย่านึกนะ ว่าคนอย่างเจ๊เสี้ยวท้อจะท้อใจง่ายๆ”
นายกอบต.เดินเข้ามา ฟ้าใสรีบกดปิดโปรแกรม วางโทรศัพท์ลง ลุกขึ้นรับ
“ท่านนายก..มาช้าจัง”
“โอ๊ย...กว่าจะหลบนังยักขมูขีออกมาได้ โกหกมันซะเหนื่อย” นายกอบต.ว่า
“ฟ้าใสรอท่านนายกจนกินกาแฟไปสามถ้วยแล้ว..แล้วท่านจะรับอะไรดีคะ”
“ไม่กินอะไรแล้ว ไป..ขึ้นห้องกันเลยเถอะ”
“โอ๊ย..อะไรกันคะ เอะอะก็ขึ้นห้องๆ ฟ้าใสหิวนะคะ อุตส่าห์รอรับทานข้าวกับท่าน”
นายก“อ้าว..ก็นึกว่าซดกาแฟซะอิ่มแล้วน่ะสิ โอ๋ๆๆๆ เอ้า จะกินอะไรล่ะ กินเป็นเพื่อนกันนิดนึงก่อนก็ได้ เอ้า..บ๋อยๆๆ ขอเมนูหน่อย”
บริกรเอาเมนูมาให้ พอดีบุรี กับเพื่อน 2 คน เดินเข้ามา มองมาเห็นนายกฯพอดี
“อ้าวๆๆ คุณบุรี”นายกอบต.ร้องทัก
ทั้งหมดไหว้กันไปมา ทุกคนมองฟ้าใส อย่างสนใจ
“ท่านนายก..ว่างหรือครับ วันนี้” บุรีถาม
“ก็..พักผ่อนนิดหน่อย ช่วงนี้เหนื่อยทุกวัน ช่วยชาวบ้านน้ำท่วม”
เพื่อนคนหนึ่งมองฟ้าใส “พักผ่อน..เลยพาลูกสาวมาทานข้าวหรือครับ..
ฟ้าใสหัวเราะคิก แล้วรีบเอามือปิดปาก
นายกอบต. ยิ้มร่า“แหมๆๆ หัวเราะชอบใจนะ..แม่คุณ..” หันไปมองหน้าใสอย่างภูมิใจ “ลูก
สาวที่ไหน คุณจุ้ย นี่แฟนผม..ฟ้าใส รู้จักคุณบุรี คุณจุ้ย คุณปุ่น
ฟ้าใสไหว้ทุกคน กิริยาชดช้อย ทอดสายตาให้
บุรีแอบมองช่วงขา หน้าอก บั้นท้าย แล้วหันกลับมามองหน้าอีกที
ฟ้าใสแอบเห็นสายตาบุรี มองบุรีอย่างท้าทาย บุรีรีบเมิน
บุรีกระแอม “เอ้อ..ผมขอตัวก่อนนะครับ ท่านนายก..ต้องประชุมงานกัน..นิดหน่อย”
“เชิญๆๆ ตามสบายๆๆๆ” นายกอบต.ว่า
บุรีกับเพื่อนๆ เดินไป ก่อนจะไป บุรีแอบหันมามองอีกที
ฟ้าใสทำเป็นก้มหน้าอ่านเมนู แล้วแอบเอาปกเมนูบังนายกอบต.ไว้ เพื่อแอบจิกตาให้บุรีเป็นพิเศษ
นายกฯโบกมือให้บุรี แล้วสะกิดฟ้าใส “คนที่เดินนำไปน่ะ เป็นน้องชายนายหัวบัญชาไง”
ฟ้าใส เบิกตาโพลง หน้าใสซื่อ “นายหัวอะไรอีกคะ นายหัวเยอะจัง คนนั้นก็นายหัว คนนี้ก็
นายหัว”
“นายหัวบัญชา..ก็ที่วันเกิดกำนัน ลูกชาย2คนของนายหัวมาอวยพรไง ที่กำนันแตกตื่น ต้อนรับเป็นพิเศษ ที่ว่าลูกคนนึงเป็นลูกที่นายหัวแอบซุกหมกเม็ดไว้ทางเหนือ แล้วพอนายหัวโดนยิงเป็นอัมพาตแล้วเพิ่งเปิดเผย ทำให้เมียไม่กล้าขัดใจไง”
ฟ้าใสนัยน์ตาวาววับ ปิ๊งปั๊งขึ้นมา “โอ๊ว..จริงเหรอคะ..ต๊ายตาย..โลกแคบจังนะคะ”
ฟ้าใสหัวใจพอง ดีใจมาก รีบเอาเมนูมาบังหน้า


เวลาผ่านไป ที่มุมหนึ่งในโรงแรมบุรีกับเพื่อนคุยสังสรรค์กันอยู่อย่างซีเรียส กระซิบกระซาบกันไปมา ส่วนอีกมุมหนึ่ง ฟ้าใสเดินมองหามาจนเจอ แล้วแอบ รอ ลุ้น
สักพัก บุรีลุกขึ้น เดินไปจากโต๊ะ บุรีเดินผ่านตรงที่ฟ้าใสแอบ แล้วเดินเลยไป
ฟ้าใสออกมา มองซ้ายแลขวา แล้วเดินตามไปแบบเนียนๆ
อีกด้านหนึ่ง บุรีเดินมา แล้วเลี้ยวไปทางห้องน้ำชาย
ฟ้าใสแอบมอง ชะเง้อตามดูเป็นระยะๆ
พอบุรีเข้าไปในห้องน้ำชาย ฟ้าใสมองจนแน่ใจแล้วหลบมุม เปิดกระเป๋าถือหยิบน้ำยาล้างตาออกมาจัดแจง เงยหน้าขึ้น หยดน้ำตาล้างตาให้ไหลเปื้อนๆ เหมือนน้ำตาอาบแก้ม จากนั้นก็ซุ่มรอเวลา
สักพัก ประตูห้องน้ำชายเปิด มีคนอื่นเดินออกมาก่อน ฟ้าใสเซ็ง ลุ้นต่อไป
ในที่สุดบุรีก็เปิดประตูออกมา
ทันใดนั้น ฟ้าใสก็ทำเป็นร้องไห้ ก้มหน้าก้มตาวิ่ง แล้วไปชนบุรีพอดี
“ฮือๆๆ โฮๆๆ โอ๊ย..ว้าย..ขอโทษค่ะ” ฟ้าใสเงยหน้ามา กะมุมให้สบตาบุรี เพื่อให้เห็นน้ำตาที่นองหน้าอย่างสวยงาม
“โอ๊ะ..ขอโทษครับ..” บุรีเห็นหน้าฟ้าใสถนัด ชะงัก “อ้าว..น้องนี่เอง..เอ๊ะ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
ฟ้าใสทำเลิ่กลั่ก มองหน้ามองหลัง “ท่านนายก..ท่านนายก..อยู่แถวนี้หรือเปล่าคะ”
บุรีมองไปรอบๆ “ไม่มีนี่ครับ ทำไมครับ เกิดอะไรขึ้น”
“ฟ้าใสอยากจะหนีจากท่าน..หนีไปให้ไกลแสนไกล..ฟ้าใสทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
บุรีรีบดึงมาในมุมเร้นสายตาผู้คน “ทำไมครับ..เค้าทำอะไรคุณ”
“เค้าเป็นคนจิตทรามค่ะ..เค้าทำกับฟ้าใสเหมือนฟ้าใสไม่ใช่คน..คุณ..คุณ…”
“บุรีครับ”
“คุณบุรี..พอจะ..ช่วยฟ้าใสได้ไหมคะ”
“คุณฟ้าใสจะให้ผมช่วยอะไร บอกมาเลยครับ”
ฟ้าใสทำเลิ่กลั่ก ดูทางหนีที่ไล่
“ฟ้าใสคงบอกคุณบุรีตอนนี้ไม่ได้ เรื่องมันยาวมาก..ถ้าคุณบุรีจะกรุณา..ขอเบอร์โทรศัพท์
คุณให้ฟ้าใส..ได้ไหมคะ”
บุรีมองหน้า ฟ้าใสทำตาเศร้าปนหวาน บุรีมองต่ำลงมา
ฟ้าใสจับแขนบุรี แล้วดึงมือบุรีมาจับยึด ดุจเป็นที่พึ่ง

ตารางข้อมูลการก่อสร้างในคอมพ์ฯเกี่ยวกับอาคารราชการที่ฟ้ากระจ่างได้รับมอบหมายจากบัญชา ฟ้ากระจ่างนั่งดูอยู่หน้าจอ มาดขรึม มีดวงยิหวายืนอธิบายอยู่ข้างหลัง มาดเข้มนิ่งพอกัน
“สรุปว่า ตอนนี้ตัวอาคารเสร็จหมดแล้วใช่ไหม” ฟ้ากระจ่างฟอร์มจริงจัง เป็นทางการเว่อร์ๆ
“ก็ส่วนที่เป็นฮาร์ดแวร์ก็90% เหลือเก็บรายละเอียดนิดหน่อย คุณจ้างจะไปดูวันไหนก็นัด
กับคุณบุรีได้ค่ะ” ดวงยิหวาทำหน้าเย็นชาตอบ
“ตอนนี้ที่ทำอยู่คืออะไร” ฟ้ากระจ่างแอบมองเหล่ แล้วขำ
“ระบบน้ำกำลังลงของอยู่ค่ะ แล้วก็ตามด้วยระบบไฟ พวกงานไม้ หน้าต่าง ประตู พื้น การตรวจรับของเรียบร้อยหมดแล้ว จะลงต้นเดือนหน้าค่ะ” พูดเป็นทางการกว่าเดิม
ฟ้ากระจ่างรับรู้ จึงเริ่มแกล้งๆ แอบทำหน้าขี้โกงใส่ “ขอดูพวกงานหลังคา ฝ้า เพดาน การ
ระบายน้ำฝนหน่อยสิครับ อยู่ไฟล์ไหน
ดวงยิหวาขยับ ก้มเข้ามากดหาไฟล์ให้ ฟ้ากระจ่างขยับหลบนิดๆ แต่ก็แอบขวางๆหน่อยๆ
ดวงยิหวาจริงจังกับการหาไฟล์มาก ก้มลงไป กดหาอย่างเอาการเอางาน ฟ้ากระจ่างแอบ
มองใบหน้าดวงยิหวาใกล้ๆ นัยน์ตาแพรวพราว
เสี้ยวหนึ่งของใบหน้าที่น่ารัก เคร่งขรึมของดวงยิหวา ที่พอหาไฟล์เจอ ก็ทำสีหน้ากระตือ รือร้น ฟ้ากระจ่างมองด้วยสายตาอ่อนโยน
ดวงยิหวากดเปิดไฟล์อยู่ ชักรู้สึกเงียบๆ บรรยากาศแปลกๆ
“นี่ค่ะ อันนี้เป็นระบบ..” ดวงยิหวาหันมามองหน้าจ้าง เห็นอีกฝ่ายมองอยู่ ชะงัก อึ้งไป
ฟ้ากระจ่างเผลอแว่บไปนิด สะดุ้ง รีบหลบตา แล้วกระแอมแอ้มๆๆ ทำเป็นหันไปดูจอคอมพ์ “เอ่อ..อะไรนะ ไหน..ดูไม่รู้เรื่องเลยอ่ะ ไหนมันยังไง คุณลองอธิบายมาซิ”
ดวงยิหวารู้ทันรีบขยับออกห่างมองตาขวาง แอบค้อน
“อ่านหนังสือไม่ออกเหรอค่ะ ก็ดูเองสิคะ”
ฟ้ากระจ่างหัวเราะขำๆ ท่าทีเขินๆ ดวงยิหวาค้อนอย่างเปิดเผย
ทั้งคู่ไม่รู้ว่า เวลานั้นที่อีกมุมนึง นายน้อมแอบมองอยู่ด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ


ช่วงหัวค่ำวันนั้นฟ้ากระจ่างนอนหงายบนเตียง มือถือแฟ้มงาน นอนอ่านในแสงโคมไฟหัวเตียง
มีเสียงเคาะประตูเบาๆ แล้วนายน้อมเปิดเข้ามา ถือถาด มีเครื่องดื่มร้อนๆ และผลไม้เล็กจาน
ฟ้ากระจ่างผงกหน้ามาดู “ขอบคุณครับ นายน้อม” หันไปอ่านงานต่อ
“ทำไมไม่เปิดไฟดวงใหญ่ละครับ เดี๋ยวสายตาเสียแย่” นายน้อมทัก
ฟ้ากระจ่างลุกขึ้นนั่งขณะบอกเหตุผล “ไฟใหญ่มันสว่างไป กระดาษมันสะท้อนแสง ยิ่งเป็น
อันตรายกับสายตากว่าไฟนี่อีก”
นายน้อมพูดขึ้นมาลอยๆ “ระวังดูแลสายตาแล้ว..ก็อย่าลืมระวังดูแลหัวใจด้วย”
ฟ้ากระจ่างกำลังจะจิ้มผลไม้กิน ชะงัก “อะไรนะครับ”
“ของๆใครของใครก็ห่วง..ของใครๆ ก็ต้องหวง อย่าไปยุ่งกะของๆ เค้า” นายน้อมเล่นเกมใบ้
คำ
“นายน้อมพูดถึงใคร”
นายน้อมพูดต่ออีก
“สุภาพบุรุษ ไม่พึงแตะต้องของรักของผู้อื่น..และมันจะร้ายแรงกว่ากรณีแย่งของรักของ
ชาวบ้านหลายเท่า ถ้ามันเป็นของคนกันเอง”
ฟ้ากระจ่างยังไม่เก็ต วางของในมือ ลุกยืน “นี่พูดถึงของ..หรือคน..”
“คนครับ..อย่าทำให้คุณดินต้องมีเรื่องเสียใจมากไปกว่านี้เลยนะครับ..ผมขอร้อง”นายน้อม
ก้มหัวให้ท่าทีเย็นชา แล้วเดินออกไปจากห้อง ปิดประตูลง
ฟ้ากระจ่างอึ้ง นิ่งงันไป

บัญชานั่งดูใบตารางงานที่ฟ้ากระจ่างทำมาให้ ฟ้ากระจ่างยืนรอฟังความคิดเห็น ขณะบัญชาอ่านอย่างตั้งใจทุกบรรทัด
“อือ ทำตารางแบบนี้ดูแล้วเข้าใจง่ายดี เธอทำเองเหรอ”
“ครับผม...”
จังหวะนั้นประตูเปิดออกพอดี นายเด่น ดวงยิหวา เกียรติบดินทร์เดินตามกันเข้ามา
เกียรติบดินทร์กำลังยื้อยุดดวงยิหวา กระซิบกระซาบ จับมือถือแขน
“ตกลงหรือเปล่า นะ นะ ห้ามปฏิเสธนะครับ”
ฟ้ากระจ่างหันไปมองแล้วจ้องเขม็ง ดวงยิหวาเห็นสายตาคู่นั้น รีบปลดมือเกียรติบดินทร์
ออก แล้วหันมาไหว้บัญชา นายหัวรับไหว้ แล้วมองหน้าเกียรติบดินทร์
“น้องดิน..เค้าจะประชุมงานกัน พ่อว่า..น้องดินไปนั่งเล่นข้างนอกก่อนดีกว่ามั้ย”
“ผม..แค่มาฟัง” เกียรติบดินทร์บอก
“ไม่ต้องฟังหรอก..เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ” บัญชาเสียงเข้ม
เกียรติบดินทร์อึ้ง หันมา สบตาจ้าง แล้วทำหน้าเชิด หันมามองหน้าดวงยิหวา
“ดวงเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งกลับนะ” เกียรติบดินทร์จ้องหน้า รอคำตอบ
ดวงยิหวาตอบรับในอาการอึดอัดใจ “ค่ะ”
เกียรติบดินทร์ทำหน้าพอใจ เดินออกไป แล้วสวนกับบุรีที่เดินเข้ามา บุรีทำหน้าบึ้งตึง เหมือนหงุดหงิดอะไรอยู่
“นายเด่น ไอ้จุ้ยมันโทหานายเด่นรึยัง”
นายเด่นงงๆ “เปล่าครับ มีอะไรครับ”
“มันไม่รับโทรศัพท์ชั้น มันตั้งใจจะลองดีกะชั้น นายหัว เรื่องไฟฟ้ามีปัญหาแล้วครับ”
“ปัญหาอะไร” บัญชาถาม
“อยู่ๆมันก็ยื่นราคาใหม่มา แล้วบอกว่าราคาที่ตกลงกันไว้ ทำไม่ได้” บุรียื่นเอกสารให้นายเด่น “แกดู นายเด่น มันแพงกว่าเดิมเป็นแสน ไม่ใช่เป็นหมื่น แล้วไม่ใช่แค่แสนครึ่งแสน”
นายเด่นรับเอกสารมาดู “ผมจำไม่ได้หรอกครับ ต้องเอาสัญญามาดู”
“นั่นสิ เค้าต้องคิดราคาตามที่ระบุไว้ในสัญญาสิ บุรี” บัญชาเห็นด้วย
บุรีอึ้งไป เมื่อเจอความรอบคอบของทั้งนายเด่นและพี่ชาย
“คือ..สัญญาที่ทำกับบริษัทไอ้จุ้ย..ผม..ไม่ได้ทำครับ”
“ทำครับ..ผมกับดวงเซ็นต์เป็นพยาน ผมจำได้” นายเด่นยืนยัน
“เอ่อ..นายเด่น กับดวง..คงลืมไป ว่าฉันให้เซ็นต์ลอยๆ ไว้ ตั้งแต่สัญญายังร่างไม่เสร็จ” บุรี
แถต่อไป
“เอ๊ะ แต่ดวงจำได้ว่า..เราได้อ่านทบทวนทั้งหมดแล้วก่อนเซ็นต์นี่คะ” ดวงยิหวาย้ำอีกเสียง
“นั่นมันฉบับร่าง..ครั้งแรก..แล้วก็มีแก้อีก แต่ยังแก้ไม่เสร็จ..แล้วพอดี..เรามาวุ่นๆ..ทั้งเรื่อง..
เอ้อ...” บุรีมองฟ้ากระจ่างเหมือนเป็นคนนอก ไม่อยากให้มาได้ยิน “นายนพชัยโดนยิงตาย แล้วก็มาเจอเรื่องนายหัวโดนยิงอีก..ผมก็มัวแต่วุ่นวาย..จนลืม”
“เอาล่ะๆ..แล้วสรุปว่าไง” บัญชารีบตัดบท
“ก็ผมตกลงกับมันไม่ได้ มันเลยบอกให้ไปหาคนอื่นมาทำ มันไม่ทำแล้ว” บุรีบอก
“อ้าว..นี่ไม่ใช่เล่นขายของนะ” บัญชาชักฉุน
“มันไม่ทำ ผมก็ไม่ทำเหมือนกัน นายหัวก็ไปหาคนอื่นมาทำก็แล้วกัน ผมไม่ไหวละ ผมเบื่อ” บุรีทิ้งทุ่น โยนระเบิดตามแผน
“เฮ่ย ได้ไง” บัญชาอึ้ง
“ผมไม่ดีเอง..ผมไว้ใจเพื่อนเกินไป..ผมทำทุกอย่างพังหมด ผมมันห่วยแตก งี่เง่า ไหนๆนายหัวก็ได้จ้างมาช่วยแล้วนี่ครับ งานนี้ ให้จ้างเค้าหาวิธีแก้ไขไปก็แล้วกัน ผมขอลาไปพิจารณาตัวเองก่อนก็แล้วกัน ขอโทษนะครับ” ไหว้นายหัวบัญชา แล้วทำทีเป็นน้อยใจเดินปึงปังออกไป
“อะไรกันวะ บุรี!!”
ทุกคนอึ้ง จ้างเหวอ

เสียงโทรศัพท์เกียรติบดินทร์ดังขึ้น ในขณะที่เขาเล่นเกมในคอมพ์ฯ อยู่ในห้องนอน เกียรติบดินทร์หยิบมาดูเบอร์ แล้วกดรับ
“ว่าไงครับอา”
บุรีหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ชอบอกชอบใจ “เรียบร้อย..ตะกี๊อาจัดไปแค่ 1 ชุดเบาๆ ถึงกับใบ้รับประทานกันไปทั้งห้อง”
บุรีกำลังสตาร์ทรถอยู่ที่หน้าบ้านบัญชา และขับออกไปช้าๆ
“แล้ว..นายหัวไม่โกรธอาบุรีแย่เหรอครับ”
“ก็คงโกรธ แต่นายหัวจะทำไงได้ ป่านนี้คงรู้แล้วสิ ว่าได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง...แต่จะเสีย
ใคร..ให้มันรู้ ขาดอาน่ะ นายหัวไปไม่เป็นหรอก น้องดิน แล้วตัวเองกำลังอยู่ในสภาพนี้..จะทำอะไรได้”
“โห..ก็เท่ากับว่า..เราแกล้งให้นายหัวจนตรอกเหรอครับ” เกียรติบดินทร์ไม่สบายใจนัก
“จนตรอกจริงๆซะเมื่อไหร่ น้องดินรอดูท่าทีซักพักนะ รอให้นายหัวพยายามต่อสายหาทุกคน..แล้วไม่มีใครเอาด้วยเลย..แล้วน้องดินก็ค่อยๆ ทำเนียนเข้าไป..อาสานายหัว..บอกว่า จะลองไปคุยกะเพื่อนๆ อาบุรีดู..แล้วตอนนั้นล่ะ..น้องดินจะกลายเป็นอัศวินม้าขาวในที่สุด” บุรีอธิบายแผน
“อาจุ้ยเค้าจะโอเคกะผมเหรอครับอา”
“เออ..อาวางหมากไว้หมดแล้ว รับรอง..ไอ้จ้างมันจะกระเด็นลงจากบัลลังก์ก็คราวนี้” บุรีหัวเราะชอบใจ “แค่นี้นะ ใจเย็นๆ หลานรักของอา บายๆๆ”
บุรีกดวางสายไป ในขณะที่เกียรติบดินทร์อึ้งนิดๆ เหมือนจะลังเลๆ แต่ก็ถอนใจ เพราะไม่มีทางเลือกอื่น
ทางด้านบุรี ขับรถไป พลางกดอีกสาย รอฟังเสียง แล้วยิ้มออกมา
“ฮาโหล..ผมเองนะครับ..ตกลง..เดี๋ยวเราเจอกันใช่ไหมเอ่ย”
ฟ้าใสหรือเสี้ยวท้อนั่นเองเดินพูดโทรศัพท์กับบุรีอยู่ภายในห้างแห่งนั้น หน้าตาสมใจนึก
“ถ้าคุณบุรีว่าง...” ฟ้าใส่จริตในน้ำเสียง
“ก็ว่างแล้วไงครับ ประชุมเสร็จแล้ว” บุรีหยอดหวาน
“อ้าว..จริงเหรอคะ..ทำไมประชุมเร็วจัง..ดีใจจังเลยค่ะ”
“แล้วคุณฟ้าใสอยู่ไหนครับ..ตอนนี้..เหรอ..เหรอ..งั้น..ไม่เกิน 15 นาทีนะครับ”

บุรีวางโทรศัพท์ หน้าตาคึกคะนองราวกับวัยรุ่นก็ไม่ปาน

อ่านต่อตอนที่ 11 พรุ่งนี้



ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 9
ลิขิตฟ้าชะตาดิน ตอนที่ 9
นายเด่นขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ตามรถมอเตอร์ไซค์ของลูกน้องมาตามถนนบนเขา เลาะเลี้ยวตามขอบโค้ง แล้วจังหวะหนึ่งลูกน้องก็พามาจอดตรงจุดชมวิว เด่นจอดรถรีบลงไปหาทันที “ไหน..ตรงไหน” ลูกน้องส่องกล้องส่องทางไกลมองพลางชี้ให้ดู “นั่นไงครับ นายเด่น กำนันพาพวกนี้มาแต่เช้า จนป่านนี้ ยังชี้ที่ดินกันไม่เสร็จ นายเด่นว่ามันจะซื้อที่ หรือทำอะไร” นายเด่นมองตามไปยังจุดหนึ่ง ไกลแต่ไม่ถึงกับไกลลิบตา ที่ถนนดินจะพังมิพังแหล่ เลียบชายฝั่งทะเล เห็นกลุ่มคนชายหญิง แต่งตัวเป็นชาวพื้นเมือง ยืนชี้ ชวน พูดคุย และกำลังปรึกษากันอยู่ ลูกน้องส่งกล้องให้ นายเด่นมองผ่านกล้อง กวาดสายตาดูไล่ไปทีละคน เห็นเป็นมาดามพิณ ชิงชัย ปีเตอร์ เทเรซ่า โดยมาดามพิณและเทเรซ่ากางร่มคนละคัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...