xs
xsm
sm
md
lg

หอบรักมาห่มป่า ตอนที่ 17

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หอบรักมาห่มป่าตอนที่ 17

ในขณะที่กาซูเดินนำหน้าอยู่นั้น เลาซาซึ่งเดินตามหลังมา พยายามลอบมองหาโอกาสจะปลีกตัวหนี จังหวะที่กาซูเดินเลี้ยวไปทางหนึ่ง เลาซาเห็นได้โอกาสเหมาะจึงรีบเดินเข้าไปตรงพุ่มไม้ริมทาง เลือกเด็ดใบสมุนไพรขึ้นมา 2-3 ใบ เอาใส่ปากเคี้ยวหมับๆ แล้วกลืนลงไป

กาซูเดินไปตามทาง แล้วเอ่ยขึ้น
“เร็วๆ เข้า เลาซา”
แต่เห็นเงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงขานรับกลับ เลยหยุดชะงัก หันมอง กาซูเห็นว่า เลาซาไม่ได้ตามมาด้วย มองอย่างแปลกใจ
“อยู่ๆ หายหัวไปไหน”
กาซูเดินย้อนกลับมา เห็นเลาซานั่งทรุดอยู่ริมทาง มือกุมแผลที่โดนวินยาปาดมา กาซูมองเห็นสภาพลูกชายก็ตกใจ
“เฮ้ย เจ้าเป็นอะไร เลาซา”
กาซูเข้ามาทรุดนั่งข้างๆ เลาซาเปิดเปลือกตามองดู พูดเสียงแผ่ว เหมือนคนไม่สบายเป็นไข้
“ท่านพ่อ”
กาซูยกมือขึ้นแตะที่หน้าผากเลาซา
“ทำไมตัวร้อนอย่างนี้ นี่เจ้าเป็นไข้หรือ”
เลาซาเอ่ยแผ่วเหมือนไม่สบายต่อ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆ ก็ปวดหัวขึ้นมา” เลาซาทำท่าจะยันกายลุกขึ้น “ไปต่อเถอะ”
กาซูรีบดึงรั้งตัวลูกชายไว้ให้นั่งอยู่ต่อ
“ไม่ต้องๆ เจ้าไม่ต้องไปช่วยงานเสี่ยธานีแล้ว ข้าจะพาเจ้ากลับบ้านเอง”
เลาซารีบบอกออกมาอย่างเกรงใจ กลัวพ่อจะเสียงาน
“อย่าเลยท่านพ่อ เสียงานเสียการเปล่าๆ เดี๋ยวข้าให้ลูกน้องมันมารับก็ได้ ท่านไปหาเสี่ยเถอะ”
“เอาอย่างนั้นหรือ?”
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงหรอก ข้าดูแลตัวเองได้...ท่านรีบไปเถอะ”
กาซูนิ่งคิด แล้วตัดสินใจคล้อยตามคำพูดลูกชาย
“อย่างนั้นก็ได้ เจ้าพักรักษาตัวซะ ข้าจะรีบไปรีบกลับก็แล้วกัน”
กาซูลุกขึ้นแล้วเดินออกไปตามทางเดิม เลาซาหลิ่วตามองดู จนแน่ใจว่ากาซูลับตาไปแล้ว ก็ขยับตัวลุกขึ้นมานั่ง พร้อมถ่มว่านไม้อันเล็กๆ ที่อมอยู่ใต้ลิ้นทิ้ง
เลาซาพึมพำกับตัวเอง “ใบกาว กับ ว่านคำแสดทำให้ร่างกายร้อนขึ้น โดยไม่ต้องเป็นไข้อะไรเลย”
เลาซาหันมองไปตามทางที่กาซูเดินไป แล้วพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดในใจต่อผู้เป็นพ่อ
“ข้าขอโทษ...ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเอาความรู้ที่ท่านสอน มาหลอกท่าน แต่มันจำเป็นจริงๆ”
เลาซา เหมือนมีแผนอะไรบางอย่างในใจ รีบลุกขึ้นเดินออกไปอีกทาง

เวลาเดียวกันนั้นดนัยกับชลิตอยู่ในชุดคลุมตัวอาบน้ำเป็นแนวผ้าไทยโบราณ ทั้งสองหนุ่มค่อยๆ ย่องออกมาจากห้องแต่งตัวอย่างอายๆ มีดอกเข็มกับชบาคอยกำกับดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด
“เสร็จแล้วเหรอเจ้าคะ”
ดอกเข็มถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานจนชบาค้อนให้อย่างหมั่นไส้
“เอ่อ...ให้เราเปลี่ยนชุดทำไมเหรอ” ชลิตเปิดเสื้อคลุมดูสารรูปตัวเอง “ผมว่าอยู่ในสภาพนี้มันหวิวๆ นะ
อาบน้ำแค่นี้ทำไมต้องเรื่องเยอะแบบนี้”
“ชายฉกรรจ์ที่จะเข้าพิธีอภิเษกกับเจ้าแม่ จะต้องสะอาดผุดผ่องทั้งกายและใจ เพราะฉะนั้นเจ้าต้องเข้า
พิธีชำระคราบไคล” ชบาบอกสองหนุ่ม
ครั้นพอพูดจบพวกนางกำนัลหุ่นสวยๆ ก็ชักแถวถือเครื่องอาบน้ำ ขัดสีฉวีวรรณเข้ามา คล้ายๆอุปกรณ์ตามร้านสปาทั่วไป
“ก็พวกเราบอกแล้วไงว่าไม่ได้อยากแต่งงานกับเจ้าแม่อะไรของคุณ” ดนัยยังบ่นไม่เลิก
“ข้าก็บอกแล้วเช่นกันว่าเป็นปกาศิตของเจ้าแม่ หลีกเลี่ยงก็เท่ากับตายสถานเดียว” ชบาพูดอย่างฉุนๆ
ดนัยนิ่งไปครู่หนึ่งด้วยความหนักใจ ในขณะที่ชลิตเหลือบมองเหล่านางกำนัลเอวบางร่างน้อยแล้วแอบกระซิบ
“จะว่าไป มีสาวๆ อาบน้ำให้ก็ดีนะเว้ย” ชลิตยิ้มทะเล้นตามสไตล์
“แกจะบ้าเหรอ”
“ไม่บ้า แต่ถ้าแกปฏิเสธล่ะก็ บ้าแน่ๆ ไม่เชื่อดูน้องนางพวกนี้สิ ฮี่ๆๆ”
ดนัยเหลือบมองไปรอบๆ อย่างรำคาญ ไม่นึกสนุกอย่างที่ชลิตว่าเลยซักนิด ชลิตกระซิบต่อ
“เอาน่า ถือว่าซื้อเวลาเว้ย”
ชลิตพูดจบก็ถอดเสื้อคลุมผาง อย่างไม่อายใครดนัยมองจากมุมลอดใต้หว่างขาชลิตอย่างสยอง
“ผมพร้อมแล้ว จะให้ลงอ่างไหนก็ว่ามาเลยจ้า”
ชบามองชลิตอย่างหมั่นไส้ แล้วหันไปพยักหน้าบอกดอกเข็ม ซึ่งดอกเข็มตบมือเบาๆ สามแปะ นางกำนัลร่างอ้วนสี่คนเดินเข้ามา โชว์หุ่น โพสท่าลีลายั่วยวน
“มาเร็ว น้องปุยนุ่น น้ององุ่น น้องส้มจิ๊ด และนางสุดท้ายอิมพอร์ตมาจากต่างเมืองนะเจ้าค่ะ ...น้องมิยาบิ ค้า น้องนางทั้งสี่จะพาท่านไปเองนะเจ้าคะ”
เห็นสระร่างแต่ละนางแล้วชลิตถึงกับหน้าเหวออ้าปากค้าง จะร้องห้าม แต่นางกำนัลอ้วนอวบสองคนรีบหิ้วปีกชลิตไป ในขณะที่อีกสองคนก็เข้าชาร์จดนัยที่ยังสวมเสื้อคลุมอยู่ทันที พยายามจับดนัยถอดชุดคลุมพัลวัน
“เฮ้ย ไม่! อย่า!”
ดนัยดิ้นรนขัดขืนไม่ยอม แต่ก็ถูกลากตามชลิตจนไป

ทางด้านธานี ธนวัติ พาณิชย์ และกาซูซึ่งตามมาสมทบ ยืนคุมสมุนที่ลงไปดำผุดดำว่ายในน้ำตก ลูกน้องคนหนึ่งโผล่หน้าขึ้นมารายงาน
“ไม่เจอเลยครับนาย”
“ไม่เจอได้ยังไงวะ ก็ยายอุ๊บอิ๊บมันตกลงไปในน้ำต่อหน้าต่อตาฉันเนี่ย” ธานีโวย
“ไม่ต้องกลัวหรอกฮะ เดี๋ยวก็หาเจอ ยังไงศพมันก็ต้องลอยอืดขึ้นมาอยู่แล้ว”พาณิชย์ปากไว
“ไอ้บ้า แกรู้ได้ยังไงว่าลูกฉันตาย ฮะ เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว”
ธานีโฒโหเงื้อมือจะตบกะโหลก พาณิชย์รีบวิ่งไปแอบหลังธนวัต
“บางที ลูกสาวเสี่ยอาจจะหายเข้าไปในเมืองลับแล ตามตำนานก็ได้นะ” กาซูเอ่ยขึ้นมา
“มันอยู่ตรงไหนล่ะกาซู เอากูเกิ้ลเสิร์ชให้ฉันที” ธานีเห็นเป็นเรื่องขำ
“คุณอาชอบอยู่แล้วล่ะซิ เมืองที่มีแต่ผู้หญิงเนี่ย” พาณิชย์ยังไม่เข็ด
“แล้วแกไม่ชอบหรือไง ไอ้พาณิชย์นิยม แจกค่าหน่วยกิตไปกี่คนแล้วล่ะ”
พาณิชย์ ธานี กาซูพากันหัวเราะอย่างชอบใจ
“เลิกพูดเรื่องไร้สาระกันซักที ผมว่าอาจจะมีถ้ำใต้น้ำก็ได้ ยายอุ๊บอิ๊บกับพวกนั้นถึงหายไป พวกผมลง
ไปดูเองดีกว่า ไอ้พวกนี้มันไม่ได้เรื่อง”
ธนวัติพูดจบก็เดินนำหน้าพาณิชย์ออกไป

ครู่ต่อมาธนวัติกับพาณิชย์ก็อยู่ในชุดประดาน้ำเต็มยศ และกำลังค่อยๆ หย่อนตัวเองลงไปในน้ำ แล้วไล่สมุนไป
“พวกแกไปดูแลป๊า เดี๋ยวพวกฉันจัดการเอง”
บรรดาสมุนพากันขึ้นฝั่งไป ธนวัติใส่ถังอ๊อกซิเจนเตรียมจะดำลงไป แต่พาณิชย์ดึงแขนเสื้อไว้ท่าทีหวาดๆ “ถ้าเราเจอถ้ำแล้วกลับขึ้นมาไม่ได้ล่ะพี่วัติ”
ธนวัติชะงัก “เออ จริงของแก”
พาณิชย์ยิ้มออกด้วยความโล่งใจ เพราะไม่อยากดำน้ำ แต่จู่ๆ ธนวัติกับกระชากพาณิชย์มาข้างหน้า
“งั้นแกนำหน้าฉัน ถ้าเกิดอะไรไม่ดีแกจะได้โดนก่อน”
“เฮ้ย ไม่ๆๆ เฮ้ย”
พาณิชย์ดิ้นไม่นานก็โดนธนวัติผลักหน้าคะมำไป เลยต้องดำลงไปก่อน ธนวัติดำตาม

ใต้ผืนน้ำแห่งนั้นทั้งสองวายร้ายว่ายดำลงไปใต้น้ำที่มืดสนิท พาณิชย์มองลงไปด้านล่าง เห็นซากโครงกระดูกคนก็ตกใจ ออกแรงดิ้นพยายามจะหนีขึ้นมา แต่โดนธนวัติกดให้ดำลงไปอีก ทั้งสองว่ายลงไปจนถึงใต้น้ำ อันมืดมิด แล้วทั้งคู่ก็มองเห็นแสงสว่างเป็นจุดๆ 2 จุด ต่างชี้ชวนให้กันดูอย่างตื่นเต้น
“นั่นไง ถ้ำแน่ๆ พี่วัติ” เสียงความคิดของพาณิชย์บอกอย่างตื่นเต้น
“น่าจะใช่...เข้าไปดูเลย” เสียงความคิดของธนวัติตอบ
ทั้งสองนึกว่าเป็นถ้ำออกอาการดีใจ พากันดำเข้าไปหา

ขณะที่ด้านบนธานี กับ กาซู ยืนกอดอกดู ชะเง้อมองอยู่กับพวกสมุน
“ทำไมมันนานจังวะ” ธานีบ่น
ธนวัติกับพาณิชย์พุ่งตัวไปที่แสงสว่างนั้น แต่แล้วสายตาของทั้งสอง ก็เห็นแสงสว่างที่ใกล้เข้ามานั้นกลายเป็นจระเข้ยักษ์กำลังพุ่งมาหา ธนวัติตกใจพยายามว่ายหนี โดยมีพาณิชย์รั้งท้าย
แต่จระเข้ยักษ์พุ่งมาสอยถังอ๊อกซิเจนของพาณิชย์หลุดขาดติดไปเลย พาณิชย์รีบพุ่งไปเกาะธนวัติ

ธานีกับกาซูยืนรอ สมุนเห็นถังออกซิเจนลอยขึ้นมา ลูกน้องคนหนึ่งเห็นก่อนจึงรีบชี้ให้ดู
“คุณวัติขึ้นมาแล้วครับ”
“เซ่ออยู่ทำไม รีบไปช่วยลูกข้าสิ” ธานีสั่งเสียงเขียว
บรรดาสมุนกรูกันลงลุยน้ำจะเข้าไปหา ร้องเรียกธนวัติแล้วมองหาพาณิชย์ แต่พอแตะถังอ๊อกซิเจน จระเข้ยักษ์ที่อยู่ใต้นั้นก็โผล่ขึ้นอ้าปากใส่
“เฮ้ย!!!”
สมุนธานีแตกกระเจิงกันไปคนละทาง จระเข้พุ่งตัวตามจะมาขึ้นฝั่ง ตรงมาหาธานีกับกาซูพอดี
ทั้งสองตกใจ เสียหลักพลัดตกลงไปในน้ำตกเสียงดังตูมใหญ่
ธานี กาซู ตกน้ำลงมาตรงที่ พาณิชย์ กับ ธนวัติ กำลังตะเกียกตะกายกันอยู่ ซึ่งเป็นบริเวณแอ่งน้ำตก ซึ่งจู่ๆ กลายเป็นน้ำวน หมุนติ้วๆ เร็วและแรง กลบเสียงร้องของพวกธานีที่ต่างตกใจ ตื่นกลัว และแล้วทุกคนโดนดูดตัวหายเข้าไปในถ้ำใต้ผืนน้ำ
สิ้นสุดเสียงร้องตะโกนของทั้งหมด ทุกอย่างก็คืนเป็นปกติ น้ำวนหายกลายเป็นน้ำตกสวยๆ เช่นเดิม

ในเวลาเดียวกัน ดนัยกับชลิตนอนลงบนเตียงนวดที่วางเคียงคู่กัน สองหนุ่มนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว มีผ้าขนหนูปิดหน้าอกอยู่ ชบากับดอกเข็มเดินเข้ามา
“ขั้นตอนต่อไปก็คือการปรับสภาพผิวให้นวลเนียนเกลี้ยงเกลานะเจ้าคะ เพราะฉะนั้นท่านจะต้องได้รับ
การนวดเฟ้นด้วยสมุนไพรของเรา” ดอกเข็มบอก
“แหม ดีเลยครับ ทั้งอาบ ทั้งอบ ทั้งนวดแบบนี้ ผมชอบ เอาเลยครับ” ชลิตยังทะเล้นต่อ
“ไอ้ชลิต งั้นแกก็ทำไปคนเดียวแล้วกัน ฉันไม่ทำ”
ดนัยโมโห ทำท่าจะลุกขึ้น ชบารีบผลักให้นอนลง
“อยากจะเป็นเจ้าบ่าวหล่อๆ ในวันอภิเษก หรือเป็นศพถูกเสียบหัวประจาน เลือกเอา” ชบาขู่
ดนัย ชะงักหงุดหงิด ชบาหันไปตบมือเรียกนางกำนัลอ้วนชุดเดิมเข้ามา ทั้งสองเข้ามาพร้อมกับขันใส่ครีม และผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก
ชลิตได้ยินก็ตกใจ หน้าเสีย “หา ! คู่นี้อีกแล้วเหรอ”
ชลิตกับดนัยรีบนอนคว่ำลงอย่างหวาดหวั่น นางกำนัลทั้งสี่ทรุดลง กระชากผ้าคลุมออก แล้วละเลงครีมไปตามแผ่นหลังของดนัยกับชลิต ทั้งสองทำหน้าสะอิดสะเอียน
นางกำนัลละเลงครีมไปก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างดีใจที่ได้ลวนลามชายหนุ่ม เสร็จแล้วก็เอาผ้าดิบสำหรับแวกซ์ขน แปะไปที่ลำตัวของดนัยกับชลิต
นางกำนัลธิดาช้างพูดพร้อมกันหมดทั้ง 4 นาง “พร้อมนะเจ้าคะ”
ยังไม่ทันที่ชลิตกับดนัยจะพูดอะไร นางกำนัลก็กระชากผ้าออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงดังแคว่ก
ดนัยกับชลิตร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดที่ถูกแว็กซ์ขน หน้าตาเหยเกทั้งคู่ ในขณะที่ชบากับดอกเข็มยิ้มมีความสุข
ดนัยกับชลิต ร้องออกมาพร้อมๆ กัน “อ๊าก... โอ๊ย... อูย...”
นางกำนัลแปะผ้าเช็ดตัวลงที่ท่อนแขน แล้วออกแรงกระชากเพื่อดึงขนแขนของทั้งสองออกอีก เสียงร้องของดนัยกับชลิตดังเป็นระยะๆ ฟังดูทรมานมากกว่ามีความสุข

ทางด้านฉวีวรรณกับพวกยังถูกจับขังอยู่ในคุก จู่ๆ อุ๊บอิ๊บก็กรี๊ดลั่น จนฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ และกิมจิต่างตกใจ เช่นเดียวกับบุญทิ้งที่นั่งสมาธิอยู่ ก็สะดุ้ง สมาธิแตกซ่านเพราะเสียงของอุ๊บอิ๊บ
กิมจิทำแต๋วแตกเลียนแบบอุ๊บอิ๊บ
“เป็นบ้ารึไงยะ”
“ทนไม่ไหวแล้ว ทำไมฉันต้องมาติดอยู่ในคุกเน่าๆ นี่ด้วย เป็นเพราะแกคนเดียวนังหวี”
“อ้าว พาลนี่หว่า ทั้งหมดเป็นเพราะพ่อกับพี่ชายเธอต่างหาก” แจ๋ของขึ้น
“ฮึ เลิกปกป้องเพื่อนซะที มันไม่ได้ดีอย่างที่แกคิดหรอก ฉันจะบอกให้ พี่น้องคู่นี้พอกัน ทำหน้าซื่อตาใส
แต่จริงๆ แล้วชอบแย่งแฟนคนอื่น เอ๊ะ ไม่ใช่แฟนคนอื่นสิ ชอบแย่งแฟนของ…”
ฉวีวรรณและดาหวันต่างตกใจ กลัวถูกอุ๊บอิ๊บแฉ
“หยุดนะ” สองสาวรีบขัดขึ้นพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว
ฉวีวรรณกับดาหวันมองหน้ากัน ต่างแปลกใจที่พูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ฮึ ร้อนตัวกันใหญ่” อุ๊บอิ๊บหยัน
“หยุดได้แล้ว อย่ามาทำให้พวกเราแตกแยกกัน” ฉวีวรรณรีบกลบร่องรอย
“ไม่หยุด ฉันจะพูด!”
“ไม่หยุดฉันตบ” ดาหวันฉุนง้างมือจะตบ
“งั้น ฉันตบก่อน”
อุ๊บอิ๊บตบดาหวันจนกระเด็นไปล้มจุก ฉวีวรรณเดือดแทนน้อง
“จะมากไปแล้ว แกทำน้องฉันทำไม”
ฉวีวรรณแค้นเข้าไปตบอุ๊บอิ๊บซ้ายทีขวาที อุ๊บอิ๊บกรี๊ดร้องด้วยความโมโหแล้วพยายามจะตบคืน แต่ถูกฉวีวรรณผลักล้มลง แล้วขึ้นคร่อมตัวตบแบบไม่เลี้ยง
บุญทิ้งนั่งไม่ติดแล้ว ต้องรีบมาห้ามอุ๊บอิ๊บ ฟากแจ๋ กับกิมจิพยายามจะช่วยห้ามฉวีวรรณ
“อย่าครับคุณอุ๊บอิ๊บ”
แจ๋ตกใจที่เรื่องชักไปกันใหญ่
“พอได้แล้ว เลิกทะเลาะกันสักที”
ทหารที่เฝ้าอยู่คนเดียวด้านนอกเห็นเหตุการณ์
“นี่ หยุดนะ อย่าก่อเรื่อง บอกให้หยุด!”
ฉวีวรรณกับอุ๊บอิ๊บไม่ฟังหน้าไหน ตบจิกกันนัวเนีย ทหารยามไขกุญแจห้องขังเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน
“หยุด! ไม่งั้นก็ตายทั้งคู่”
“อย่ายุ่ง!”
อุ๊บอิ๊บลืมตัว ไม่ยอมหยุด พลั้งมือไปตบโดนทหารยาม ทหารนางนั้นโกรธมาก จึงชักดาบออกมา เงื้อขึ้นมาทำท่าจะฟันอุ๊บอิ๊บ ทำเอาอุ๊บอิ๊บหน้าซีด
ฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ กิมจิ โดยเฉพาะบุญทิ้งต่างตกใจ
“คุณอุ๊บอิ๊บ!”
“อ๊าย ช่วยด้วย”
อุ๊บอิ๊บร้องเสียงหลง บุญทิ้งรีบเข้าไปดึงอุ๊บอิ๊บหนีไปทางหนึ่ง ทำให้ทหารพลาดเป้า ฟันไม่โดนอุ๊บอิ๊บ
ทหารยามโมโหหันกลับมาจะเล่นงานอุ๊บอิ๊บอีก บุญทิ้งขวางไว้ออกโรงปกป้อง จังหวะนั้นฉวีวรรณเห็นประตูห้องขังเปิดอยู่ นึกแผนขึ้นได้
“พวกเราช่วยกันจับตัวไว้เร็ว”
แจ๋นึกได้ไวกว่าเพื่อน กระโดดเกาะหลัง กัดหูทหารยามจนร้องลั่น กวัดแกว่งดาบไปมาจะแทงแจ๋ กิมจิดูจังหวะเข้าไปจับมือทหารบิด จนดาบหลุดจากมือ ฉวีวรรณและดาหวันกรูกันเข้าไปรุมจับตัวทหารยามไว้ ซึ่งนางพยายามดิ้นรน
“ปล่อยข้า”
เหตุการณ์ชุลมุนกันไปหมด จบลงที่ทหารยามโดนจับมัดไว้ด้วยเศษผ้าและมีผ้าอุดปาก อุ๊บอิ๊บยังอวดเก่ง เงื้อมือจะตบ
“หนอย คิดจะทำร้ายฉันรึยะ”
ฉวีวรรณจับมืออุ๊บอิ๊บไว้
ฉวีวรรณบออกอุ๊บอิ๊บ “พอได้แล้ว” ก่อนจะหันไปพูดกับทุกคน “พวกเรารีบไปจากที่นี่เถอะ”
ฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ กิมจิและบุญทิ้งรีบออกจากห้องขัง อุ๊บอิ๊บจะตามไปด้วยถูกแจ๋ขวางไว้
“เธออยู่นี่แหละ ตัวปัญหา”
“แกมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉันยะ”
“พี่แจ๋ อย่าสนเลย” ดาหวันร้องห้าม
แจ๋หงุดหงิด
“เธอเป็นหนี้บุญคุณพวกเราทุกคน ถ้าพวกเราไม่ช่วย เธอตายไปแล้ว”
“ฮึ ไม่ได้ขอให้ช่วยซะหน่อย” อุ๊บอิ๊บหรือจะสำนึก
“ปากอย่างนี้ มันน่านัก”
แจ๋กับอุ๊บอิ๊บมัวแต่ทะเลาะกันจนทหารอีกคนมาเห็นตะโกนเสียงดังขึ้นมา
“นักโทษแหกคุก”
คราวนี้ ฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ กิมจิ บุญทิ้งต่างตกใจ ลืมเรื่องที่ทะเลาะกันทันที ต่างช่วยกัน ล็อกตัวทหารยาม ทุบจนสลบ แล้วต่างคนต่างวิ่งหนีกระเจิงไป

ครู่ต่อมาฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ กิมจิ บุญทิ้ง และอุ๊บอิ๊บก็วิ่งเตลิดจนหนีเข้ามาหลบซ่อนตัวภายในอุทยาน วังเมืองลับแล มีทหาร 2-3 คนตามมาติดๆ พร้อมถือดาบในมือ
“แยกย้ายกันค้นหาให้ทั่ว”
ทุกคนต่างกลัว หลบนิ่ง กลั้นหายใจ ทหารมองหาแล้วเมื่อไม่เห็นจึงวิ่งออกอีกไปทางหนึ่ง
“เรารีบไปจากเมืองนี้กันเถอะ ขืนอยู่ต่อ เราไม่รอดแน่” กิมจิบอก
ฉวีวรรณกับดาหวันโพล่งออกมาพร้อมกัน ฉวีวรรณห่วงดนัย ขณะที่ดาหวันห่วงชลิต
“ไม่ได้ ต้องหาดนัยให้เจอก่อน”
“หวันทิ้งพี่ชลิตไว้ไม่ได้”
“งั้นเธอสองคนไปหาดนัยกับชลิต พวกฉันจะล่อทหารไปทางอื่น” แจ๋ตัดบท
“ทุกคนระวังตัวด้วยนะ” ฉวีวรรณบอก
“เธอก็เหมือนกันนะหวี..หวัน..”
แจ๋หันเดินออกมา แล้วชะงัก หันไปเห็นว่าอุ๊บอิ๊บยังเฉยอยู่
“นี่หล่อน ไปสิ”
“ไม่ ฉันจะไปหาพี่ดนัย”
แจ๋ดึงกึ่งลากตัวอุ๊บอิ๊บไปด้วย
“มานี่เลย ยายปลวกตัวแม่”
“อ๊าย ฉันไม่ไป”
แจ๋ดึงอุ๊บอิ๊บออกมาจากที่ซ่อน กิมจิ บุญทิ้งตามออกมาด้วย อุ๊บอิ๊บร้องโวยวาย
“ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันไม่ไปกับพวกแก ฉันจะไปหาพี่ดนัยของช้าน...” อุ๊บอิ๊บกระทืบเท้าเร่าๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ “พี่ดนัยๆๆๆๆ จะไปหาพี่ดนัย...”
แจ๋หมั่นไส้ เบิ๊ดกะโหลกอุ๊บอิ๊บไปเต็มๆ “อย่าปัญญาอ่อนได้มั้ย!!”
อุ๊บอิ๊บกรี๊ด อ้าปากจะด่า
“อ๊อย แก๊ นังแจ๋”
แจ๋หมดความอดทน ชี้หน้าใส่อุ๊บแรงกว่า อุ๊บอ้าปากหวอเถียงไม่ทัน
“หยุดนะ! จะโดนฆ่าปาดคออยู่แล้ว หล่อนยังจะมาเวิ่นเว้อบ้าผู้ชายอยู่ได้ สมองเนี้ยมีไหมสมองเนี้ย หรือหล่อนแค่มีสมองไว้คั่นหู ฮ้า นังโบท็อกซ์อุ๊บอิ๊บ”
แจ๋เอามือจิ้มๆ ที่หัวอุ๊บอิ๊บ ใส่เป็นชุดจนอุ๊บอิ๊บ อึ้งงงไปเลย
ด้านทหารที่วิ่งผ่านมา ได้ยินเสียง หันมาเจอพวกแจ๋ กิมจิ บุญทิ้งและอุ๊บอิ๊บ
“พวกมันอยู่นั่น” ทหารวิ่งกรูเข้ามา
กิมจิเตือน
“เฮ้ย ไปได้แล้วโว้ย โอปป้าแกมาโน้นแล้ว”
อุ๊บอิ๊บมองแจ๋อย่างสุดแค้น
“ก็ได้ย่ะไปกับมหาไก่อ่อน ยังดีกว่าอยู่กับยายแจ๋ปากส้วม”
อุ๊บอิ๊บแลบลิ้นใส่แจ๋แล้วฉุดมือบุญทิ้งออกไปอีกทางหนึ่ง
“เจริญพร อู้ย... เบาครับ คุณอุ๊บอิ๊บ”
แจ๋เข่นเขี้ยวอย่างสุดแค้นอุ๊บอิ๊บ กิมจิไม่ฟังเสียงรีบดึงมือแจ๋วิ่งไปอีกทาง
พอพวกทหารตามกลุ่มแจ๋ออกไป ฉวีวรรณกับดาหวันที่ซ่อนตัวอยู่ ก็โผล่ออกมา แล้วหนีไปอีกทาง

ฉวีวรรณกับดาหวันย่องมาในเขตคุ้มเจ้าแม่ เจอทหารคนหนึ่งยืนเฝ้าอยู่ ทหารยังไม่เห็นสองสาว ฉวีวรรณและดาหวันรีบหลบ จะหนีไปอีกด้าน แต่ก็เจอทหารอีกคนกำลังเดินตรวจตรา มายังบริเวณที่สองสาวหลบอยู่
สองพี่น้องลุ้นระทึก ฉวีวรรณและดาหวันไม่มีทางหนี เจอทหารดักหน้าดักหลัง
“ทำไงดีพี่หวี”
ฉวีวรรณคิดหนัก แล้วเห็นประตูห้องหนึ่งตรงหน้า เลยรีบดึงดาหวันเข้าไปหลบในห้องนั้น ทหารเดินผ่านไปไม่ทันสังเกต

พอหลบมาในห้องฉวีวรรณกับดาหวัน รู้สึกโล่งอกที่ไม่ถูกจับได้
“ทหารเต็มไปหมดอย่างนี้ เราถูกจับได้ก่อนจะหาพี่ดนัยกับพี่ชลิตเจอแน่” ดาหวันพูดอย่างหวาดๆ
ฉวีวรรณคิดหาทาง แล้วมองไปเห็นชุดนางกำนัลในห้องนั้น
“พี่มีวิธี”
วิธีที่ว่า ทำให้ต่อมาฉวีวรรณกับดาหวันอยู่ในชุดนางกำนัลสวยเซ็กซี่ ฉวีวรรณกระซิบดาหวัน
“อย่าทำตัวมีพิรุธนะหวัน เราต้องทำตัวกลมกลืนกับคนเมืองลับแล”
ดาหวันพยักหน้า ทั้งสองเดินไปด้วยกัน เจอชบา
“นี่เจ้าสองคนน่ะ”
ชบาเรียก ฉวีวรรณกับดาหวันชะงัก ตกใจ กลัวถูกจับได้
“ข้าเรียกไม่ได้ยินรึไง”
ฉวีวรรณและดาหวันหันมา ก้มหน้า หลบหน้าหลบตา
“มาเดินลอยชายอะไรแถวนี้ ข้างในเขาวุ่นกันไปหมดแล้วไปช่วยเตรียมงานสิ เดี๋ยวก็ไม่ทันพอดี”
ชบาจับถาดใส่ลูกประคบ เครื่องหอมสปา ใส่มือ ฉวีวรรณกับดาหวันคนละใบ
ยื่นให้ฉวีวรรณพลางบอก “เอาไปที่ โรงอาบน้ำหลวง เจ้าไปห้องฝั่งขวา” แล้วยื่นให้ดาหวัน “ส่วนเจ้า ไปห้องฝั่งซ้าย...รีบไปเร้วเข้า”
“จะ เจ้าค่ะ”
ฉวีวรรณกับดาหวันรับคำพร้อมกัน แล้วรีบเดินถือถาดออกไป

อีกมุมหนึ่งในป่าบริเวณที่มีพุ่มไม้ขึ้นรกครึ้ม ทหาร 2 คนตามเข้ามา สอดส่องสายตามองหาแจ๋กับกิมจิ
“มันหายไปไหนแล้ว ไวอย่างกับลิง”
แจ๋และกิมจิซึ่งเวลานั้นใช้ดินพอกทาหน้าและแขน แล้วยังใช้พุ่มไม้พรางตัว ทำให้ทหารมองไม่เห็น
กิมจิแอบเขกหัวทหารคนหนึ่ง แต่พอหันมามอง ก็ไม่เห็นใครนอกจากเพื่อนทหารอีกคน
“เจ้าเขกหัวข้าทำไม”
“ข้าเปล่า”
ทหารที่ถูกกิมจิเขกหัวไม่พอใจ แต่ไม่ว่าอะไร พอทหารทั้งสองเผลอ แจ๋เขกหัวทหารอีกคนดังโป๊ก
“เจ้าเขกหัวข้า ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้ทำ”
“ข้าเปล่า เจ้านั่นแหละ”
ทหารทั้ง 2 คนเถียงกันไปมา ต่างโทษและโกรธกัน ชักดาบมาสู้กันเอง แจ๋กับกิมจิแอบขำ แล้วย่องหนีออกไปเงียบๆ ระหว่างที่ทหารทั้งสองสู้กัน

ส่วนทางด้านบุญทิ้งดึงมืออุ๊บอิ๊บวิ่งหนีออกมาในป่าอีกมุม
“ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปหาพี่ดนัย”
ทหารยังคงตามมา บุญทิ้งเห็นท่าไม่ดี รีบดึงอุ๊บอิ๊บไปซ่อนตัวในซอกหิน แต่เพราะพื้นที่แคบมาก ไม่พอสำหรับสองคน บุญทิ้งจึงต้องกอดอุ๊บอิ๊บไว้แน่น
อุ๊บอิ๊บไม่พอใจที่บุญทิ้งมากอด จะโวยวาย แต่บุญทิ้งปิดปากไว้ ทหารตามเข้าเฟรมมา มองหาทั้งสอง จังหวะนั้นอุ๊บอิ๊บอยู่ใกล้ชิดบุญทิ้งมาก ทั้งสองสบตากัน
“ไม่ต้องกลัวนะครับ”
คำพูดปลอบของบุญทิ้ง มำเอาอุ๊บอิ๊บรู้สึกแปลกๆ จนต้องหลบตา บุญทิ้งเห็นหน้าอุ๊บอิ๊บระยะประชิด แล้วนึกได้ว่าอยู่ใกล้กันมาก อาการหอบกำเริบ
“หายใจเบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวก็โดนจับได้หรอก” อุ๊บอิ๊บบอกเบาๆ
“ผะ ผม..ไม่ได้..ตั้งใจ”
บุญทิ้งหอบขึ้นหมดสติไปเลย ทหารหาไม่เจอ จึงออกไปหาทางอื่น อุ๊บอิ๊บดีใจ รีบออกมาจากที่ซ่อน
“มันไปแล้ว รีบไปเร็ว”
อุ๊บอิ๊บหันกลับมา ก็พบว่าบุญทิ้งเป็นลมหมดสติไปแล้ว
“อ้าว นี่ นายบุญทิ้ง น่าเบื่อจริงๆ ผู้ชายอะไร เอะอะก็เป็นลม ไม่ได้เรื่องตื่นเดี๋ยวนี้นะ ถ้าไม่ตื่น ฉันจะทิ้งนายไว้ตรงนี้แหละ
อุ๊บอิ๊บโวยวาย แต่บุญทิ้งเป็นลมไม่ได้สติ
“ฉันบอกให้ตื่นไง อีตาบ้า ไม่ตื่น ก็นอนอยู่นี่แหละ”
อุ๊บอิ๊บหงุดหงิดเดินหนีออกไป ทิ้งบุญทิ้งนอนหมดสติอยู่อย่างนั้น

ชลิตอยู่ในชุดคลุม นั่งอย่างหมดแรงกางแขนกางขาอยู่บนเก้าอี้ บ่นออกมา
“โอ๊ย แสบจะตายอยู่แล้ว ขนหน้าแข้งที่อุตส่าห์เลี้ยงมาทั้งชีวิต หมดกัน”
ดนัยนั่งถูขาตัวเองอยู่หันมา โวยใส่ชลิต
“เป็นไงล่ะ สมน้ำหน้า กระดี๊กระด๊าดีนัก”
“ใครจะคิดว่าต้องทรมานขนาดนี้ เห็นสาวๆ สวยๆ นึกว่าจะเหมือนสปาในโรงแรม”
ชลิตพูดจบ นางกำนัลอ้วนสองคน เดินนวยนาดเข้ามาในห้อง ดนัยกับชลิตตกใจแทบเป็นลม
“ขั้นตอนต่อไปเจ้าค่ะ”
“ห๊า ยังมีอีกเหรอ” ชลิตตกใจกลัว
ดนัยกับชลิตพยายามจะหนี แต่นางกำนัลทั้งสองรีบตะปบคว้าตัวไว้ ดนัยกับชลิตหนีไม่รอดถูกหิ้วปีกลากแยกกันไปคนละห้อง
“อย่า!” ดนัยร้อง
“ไม่เอาแล้ว กลัวแล้ว” ชลิตก็ร้องลั่น

นางกำนัลร่างอ้วนลากดนัยเข้ามาในห้องอาบน้ำ ที่มีอ่างอาบน้ำลอยกลีบกุหลาบไว้รอแล้ว แต่จู่ๆ นางกำนัลอ้วนรู้สึกปวดท้องขึ้นมา
“รอประเดี๋ยวเดียวเจ้าคะ”
“จะมาไม้ไหนอีกเนี่ย” ดนัยมองไปรอบห้องอย่างหวาดหวั่น

ด้านนอกห้องอาบน้ำ ฉวีวรรณถือถาดลูกประคบเดินเข้ามาแบบระวังตัว นางกำนัลอ้วนที่ทำท่าปวดท้องหิวข้าว เดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นฉวีวรรณก็รีบดึงตัวไป
“อู้ยย โหยข้าวสวยอ่ะ นี่หล่อน ฉันจะไปกินข้าวมาทำแทนที”
นางกำนัลตาลายดึงแขนแล้วผลักฉวีวรรณเข้าห้องน้ำไปทันที ฉวีวรรณโดนผลักเข้ามาในห้องน้ำแบบงงๆ
“ที่นี่ที่ไหน” ฉวีวรรณพึมพำอย่างระวังตัว
ดนัยได้ยินเสียงคนเข้ามา ก็ปลง ไม่กลัวอะไรแล้ว
“เอ้า อยากทำอะไรก็เชิญ รีบๆ ทำให้เสร็จๆ”
ดนัยถอดเสื้อคลุมออก ฉวีวรรณหันมาเห็นไม่ทันมองหน้า เห็นผู้ชายโป๊เต็มตาก็ตกใจ กรี๊ดลั่น
“อ๊าย ไอ้โรคจิต!”
“หวี!” ดนัยตกใจ
ฉวีวรรณเห็นหน้าดนัยก็แปลกใจมาก
“นี่ นาย ดนัย!”
ดนัยรีบสวมเสื้อคลุม เพราะรู้สึกอายฉวีวรรณมากๆ จู่ๆ นางกำนัลร่างผอม รีบโผล่เข้ามาดู
“มีอะไรรึเปล่าเจ้าคะ”
“ไม่มีอะไร ผมเอ่อ ซ้อมร้องเพลงน่ะ”
“อ๊า อา อา” ดนัยแกล้งทำเสียงแหลมๆ เหมือนนักร้องโอเปร่า เลียนแบบเสียงกรี๊ดของฉวีวรรณ
นางกำนัลรูปร่างผอมบาง เกือบหลุดขำ แล้วรีบออกไป ดนัยถอนหายใจ โล่งอกที่ไม่มีใครสงสัย จังหวะนั้นดนัยรีบดึงตัวฉวีวรรณมาคุยที่มุมห้อง
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไง”
“ฉันมาช่วยนายน่ะสิ นายไม่เป็นไรใช่มั้ย พวกเขาทำร้ายนายรึเปล่า” น้ำเสียงฉวีวรรณห่วงใยเอามากๆ
“ฉันไม่เป็นไร” ดนัยบอก
“รู้มั้ย ฉันเป็นห่วงนายมากเลย”
ดนัยกับฉวีวรรณต่างมองสบตาอย่างห่วงใยและคิดถึงกัน อยากกอด แต่อึกอักไม่กล้ากันทั้งคู่ ต่างคนต่างอาย ดนัยกุมมือฉวีวรรณไว้แทน
“ฉันไม่ยอมเป็นอะไรไปง่ายๆ หรอกหวี ฉันจะอยู่ดูแลเธอไม่มีวันทิ้งเธอไปเด็ดขาด”
ดนัยกับฉวีวรรณ กุมมือ สบตากันหวานซึ้ง

ส่วนชลิตโดนหามเข้ามาในห้อง แล้วถูกนางกำนัลทิ้งโครมลงบนเตียงอย่างแรง จนชลิตจุก
“โอ๊ย”
ดาหวันอยู่ในห้องนั้นแล้ว พอนางกำนัลเดินออกไป ดาหวันเงอะงะทำอะไรไม่ถูก ได้แต่บ่นออกมาเบาๆ
“ทำไงดีล่ะ ทำไมต้องมาอยู่ในที่แบบนี้กับผู้ชายแปลกหน้าด้วย”
ชลิตยังไม่ทันมองเห็นดาหวันจึงโวยวายออกมาอีกดอก
“ไม่เอา กลัวแล้ว อย่าเข้ามานะ”
“พี่ชลิต!” ดาหวันจำเสียงชลิตได้ ดีใจสุดขีด
ชลิตยังไม่ทันมองมา มัวแต่ร้องโวยวาย
“กลัวแล้วคร๊าบ ไม่เหลืออะไรให้ถอนแล้วคร๊าบ”
“พี่ชลิต นี่หวันเอง”
ดาหวันย้ำเสียงระรื่น ชลิตชะงักมองมาที่ดาหวัน
“หวัน หวันจริงๆ ด้วย นี่พี่ตาฝาดรึเปล่า”
“ไม่ตาฝาดหรอก หวันจริงๆ”
ดาหวันตื้นตัน และดีใจที่ได้เจอชลิตอีกครั้ง โผเข้ากอดชลิตแน่นชลิตกอดตอบด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน

ทองอินลุกพรวดขึ้นอย่างตกใจหลังรู้ข่าวร้ายจากปางสางโป
“อะไรนะ วินยาหายตัวไปเหรอ”
“นายน้อยผุนผลันออกไปหาไอ้กาซู แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมาเลย”
“ดาเนาว่าเรารีบไปช่วยกันเถอะ”
ดาเนาทำท่ากระเหี้ยนกระหือรือ สางโปรีบยกมือห้าม
“ใจเย็นๆ ดาเนา เตรียมกำลังของเราให้พร้อม วางแผนให้ดีก่อน” สางโปปลอบ
“ผมเห็นด้วย กับลุงสางโปครับ”
สางโปประกาศออกมาเสียงเคร่งขรึมและจริงจัง
“เรียกนักรบทั้งหมดมาประชุม เตรียมบุกรังไอ้หมอผีกาซู!!”

เลาซากลับมาที่ก้นเหวอีกครั้ง แล้ววิ่งตรงไปหาวินยาที่นอนนิ่งอยู่ในท่าเดิม
“วินยา ข้ามาแล้ว เจ้าเป็นยังไงบ้าง”
เลาซาเอามือจับตัววินยาแล้วเห็นว่าร่างกายยังอุ่นอยู่ก็โล่งใจ รีบประคองขึ้นมา
“ทำใจดีๆ ไว้นะ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรเด็ดขาด”
เลาซากอดวินยาไว้แนบอก แล้วอุ้มร่างวินายาขึ้น รีบพาออกไป

อุ๊บอิ๊บเดินหนีออกมาบ่นตามประสาขาวีน เหวี่ยง
“ผู้ชายอะไรน่าเบื่อที่สุด
แต่อุ๊บอิ๊บรู้สึกลังเล นึกไปถึงตอนที่บุญทิ้งปกป้องตัวเองจากทหาร บุญทิ้งกอดอุ๊บอิ๊บไว้ เพื่อช่วยหลบทหาร อุ๊บอิ๊บหยุดเดิน อย่างไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง
“จะไปนึกถึงอีตานั่นทำไม จะเป็นจะตายก็ไม่เกี่ยวกับเราซะหน่อย”
อุ๊บอิ๊บลังเลว้าวุ่นใจอย่างหนัก สุดท้ายทนไม่ได้ รีบกลับไปหาบุญทิ้ง

ที่มุมหลบภัยภายในอุทยาน อุ๊บอิ๊บกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้า เช็ดหน้าให้บุญทิ้งที่หมดสติอยู่ อย่างไม่เข้าใจตัวเอง
“เราทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย ต้องรีบไปหาพี่ดนัยสิ”
บุญทิ้งฟื้นขึ้น อุ๊บอิ๊บดีใจแต่ยังปากแข็ง วางฟอร์ม
“ฟื้นแล้วเหรอยะ”
“คุณอุ๊บอิ๊บ ผมเป็นอะไรไปครับ”
“นายก็หอบขึ้นอีกน่ะสิ”
“คุณอุ๊บอิ๊บช่วยผมไว้รึครับ”
บุญทิ้งตื้นตันและซาบซึ้งใจมาก จนลืมตัวกุมมืออุ๊บอิ๊บ
“ขอบคุณคุณอุ๊บอิ๊บมากนะครับ ถึงใครจะว่าคุณเป็นตัวปัญหาเอาแต่ใจ ไร้คุณธรรม...”
“นายว่าฉันเรอะ!” อุ๊บอิ๊บสะบัดมือ
“ไม่ใช่ครับ ถึงใครจะมองคุณในแง่ร้ายยังไง แต่ผมรู้ว่าคุณเป็นคนดี ผมมองคนไม่ผิดจริงๆ”
บุญทิ้งชื่นชมอุ๊บอิ๊บด้วยใจจริง อุ๊บอิ๊บรู้สึกอายๆ แปลกๆ แต่ปากแข็ง กลบเกลื่อน
“ฮึ ฉันช่วยนายก็เพราะสมเพชเท่านั้นแหละย่ะ ว่าแต่นายเถอะ เป็นอะไรนักหนา ทำไมอยู่ใกล้ฉันแล้วต้องเป็นลมด้วย
อุ๊บอิ๊บยื่นหน้าเข้าใกล้บุญทิ้ง จ้องหน้าจับผิด บุญทิ้งกลัว ถอยหลังกรูดไปติดต้นไม้ อุ๊บอิ๊บเห็นท่าทางลนลานของบุญทิ้งก็นึกสนุก แกล้งเข้าไปประชิดตัว
“ยะ อย่าเข้ามาครั”
อุ๊บอิ๊บจับหน้าบุญทิ้งให้หันมาจ้องหน้ากัน
“มองหน้าฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันออกจะสวย ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน”
บุญทิ้งหลับตาปี๋ ไม่กล้าสู้หน้า อุ๊บอิ๊บนึกสนุก อยากแกล้งบุญทิ้งเล่น
“กลัวนักเหรอ เดี๋ยวก็จูบซะเลย”
อุ๊บอิ๊บแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แกล้งทำท่าจะจูบตามประสาผู้หญิงก๋ากั่น บุญทิ้งกลัวมาก ยกมือไหว้
“อย่าทำผมเลย ผมกลัวแล้ว”
อุ๊บอิ๊บเห็นท่าบุญทิ้งแล้วหลุดหัวเราะออกมา ดูสดใสเป็นคนละคนกับอุ๊บอิ๊บที่คอยตามหึงหวงดนัย
“คุณอุ๊บอิ๊บหัวเราะอะไรครับ”
“นายนี่มันทึ่มชะมัด โดนแกล้งแค่นี้ก็กลัวซะหัวหด”
อุ๊บอิ๊บหัวเราะสนุกมากยิ่งขึ้น แล้วหันมาเห็นบุญทิ้งมองยิ้มๆ อย่างชื่นชม
“มองหน้าฉันทำไม”
บุญทิ้งพูดเสียงจริงใจ
“คุณรู้ตัวรึเปล่าครับว่าคุณเป็นคนยิ้มสวย เวลาคุณหัวเราะ ดูดีกว่าเวลาโกรธตั้งเยอะ”
อุ๊บอิ๊บอาย ไม่เคยเจอใครชมซึ่งๆ หน้าและจริงใจแบบนี้มาก่อน
อุ๊บอิ๊บเชิดใส่ เป็นการกลบเกลื่อน “คนมันสวย จะยิ้ม จะโกรธ ก็สวยทั้งนั้นแหละย่ะ ไปได้แล้ว เสียเวลา ฉันจะต้องหาพี่ดนัยให้เจอก่อนยายหวี!”
อุ๊บอิ๊บหันหลังให้บุญทิ้ง แล้วบ่นกับตัวเองออกมาเบาๆ
“ทำไมเราต้องอายเวลาที่หมอนี่ชมด้วย ท่าจะบ้าแล้วเรา”

อุ๊บอิ๊บเริ่มสับสน ไม่เข้าใจตัวเอง บุญทิ้งยิ้มซื่อๆ ไม่รู้เรื่องเลย
 
อ่านต่อหน้า 2





หอบรักมาห่มป่า ตอนที่ 17 (ต่อ)

ในเวลาเดียวกันนั้นฉวีวรรณจับมือดนัย พูดเตือนขึ้นมาอย่างเป็นห่วง

“เรารีบไปจากที่นี่เถอะ ลุงสางโปบอกว่าที่นี่คือเมืองลับแล คนที่นี่จะฆ่าผู้ชายทุกคนที่พลัดหลงเข้ามา”
เป็นจังหวะเดียวกับที่นางกำนัลรูปร่างอวบอ้วน เดินกินกล้วยกลับมาพอดี แล้วพอเห็นเจ้าแม่แสงเพชรกำลังเดินมาที่หน้าห้อง ก็ตกใจจนจุกกล้วยติดคอ รีบทุบหลังตัวเอง แล้วโยนเปลือกกล้วยทิ้ง พยายามทำปกติ
แต่แสงเพชรกลับทำท่าจุ๊ปากให้เงียบ นางกำนัลเลยไม่พูดอะไร แสงเพชรแอบย่องเข้าไปในห้องน้ำ ยิ้มอย่างนึกสนุกตั้งใจจะมาเซอร์ไพร้ส์ดนัย
ฉวีวรรณกับดนัยกำลังหาทางหนี แสงเพชรเข้ามาพอดี เจอหน้าดนัยและฉวีวรรณจังๆ ดนัยกับฉวีวรรณตกใจสุดขีด
“เจ้าแม่!”

ขณะที่ดาหวันยังกอดชลิตไว้แน่น ทั้งห่วงใยและรู้สึกผิด
“พี่ชลิต หวันขอโทษที่ผลักพี่ตกน้ำ หวันไม่ได้ตั้งใจ หวันกลัวแทบแย่ ถ้าพี่เป็นอะไรไป หวันคงรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต”
ชลิตดีใจ พูดปลอบโยน พร้อมกับเช็ดน้ำตาให้ดาหวัน
“อย่าโทษตัวเองสิ พี่ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องกลัว”
“ท่านพี่ชลิตอยู่ห้องนี้ใช่มั้ย”
ชลิตได้ยินเสียงแสงหล้าดังขึ้นที่หน้าประตูก็ตกใจ
“แย่แล้ว
“อะไรเหรอพี่ชลิต” ดาหวันถามหน้าตาตื่น
“อย่าเพิ่งถาม รีบหลบก่อน”
ชลิตรีบพาดาหวันไปซ่อนตัวหลังผ้าม่านที่ประดับตกแต่งในสปา แสงหล้าเดินเข้ามาหา
“ท่านพี่ชลิตของข้า”
ชลิตหันมายิ้มให้แสงหล้า หน้าเจื่อน กลัวโดนจับได้

แสงเพชรจ้องหน้าฉวีวรรณเขม็ง ทั้งคู่ต่างตกใจ ดนัยยกมือขึ้นขวางในท่าที่พร้อมจะปกป้องฉวีวรรณ แต่แสงเพชรกลับยิ้มแล้วโผเข้ากอดดนัยพร้อมกับหอมแก้มซ้ายทีขวาที

“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน…ดนัย”
ดนัยและฉวีวรรณต่างตกตะลึง
“รอข้าประเดี๋ยวนะ”
แสงเพชรบอกแล้วเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัวเล็กๆ
“นี่มันอะไรกัน” ฉวีวรรณไม่พอใจ
ดนัยรีบจุ๊ปากให้ฉวีวรรณเบาเสียง
“ผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นใคร” ฉวีวรรณถามเสียงเบา
“เจ้าแม่แสงเพชร ผู้ครองเมืองลับแล เห็นหน้าสวยๆ อย่างนี้แต่ดุชะมัดสั่งเป็นสั่งตายใครในเมืองนี้ก็ได้”
“ถ้ายายเจ้าแม่รู้ว่าฉันแอบเข้ามา ก็แย่นะสิ ...เรารีบหนีกันเถอะ”
ฉวีวรรณรีบฉุดดนัยให้เดินหนีออกไปจากห้องนั้น

ฉวีวรรณดึงดนัยเข้ามาที่มุมห้องซึ่งมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่สุดหรูหรา ชี้ไปข้างหน้าพร้อมกับพูด
“ไปดูทางโน้น จะมีทางออกไหม”
ดนัยขืนตัวไว้ “เดี๋ยว หวี ...ฉันว่ามันไม่ทันแล้ว ขืนหนีตอนนี้โดนจับได้แน่”
“แล้วจะทำยังไง” ฉวีวรรณถาม
“ท่าทางเจ้าแม่ดูไม่ออกว่าเธอปลอมตัวมา เราน่าจะเล่นละครให้เจ้าแม่ตายใจ หาจังหวะเหมาะๆ แล้วค่อยหนี”
ฉวีวรรณยังไม่ทันตอบตกลง เสียงแสงเพชรก็ดังขึ้น
“ดนัย...เจ้าอยู่ที่ไหน”
ทั้งสองรีบปล่อยมือออกจากกัน
“มาอยู่นี่เอง... ขอโทษที่ให้เจ้ารอนาน” แสงเพชรเดินเข้ามา
ดนัยและฉวีวรรณหันไปมองแสงเพชรแล้วก็ต้องตกใจเพราะแสงเพชรมาในชุดเซ็กซี่วาบหวิว ถอดเครื่องทรงต่างๆ ออกจนหมด เหลือแค่ผ้าแถบสีขาวเล็กๆ รัดช่วงอกกับผ้านุ่งสีขาวที่เป็นผ้าพริ้วๆ โชว์ไหล่และหน้าท้องขาวเนียน
“ทะ ทำไมแต่งตัวอย่างนี้” ดนัยตกใจ
“เจ้าออกไปก่อน” แสงเพชรสั่งฉวีวรรณ
“หา!” ฉวีวรรณตกใจ
“ข้าสั่งไม่ได้ยินรึไง” แสงเพชรย้ำ
“เอ่อ ผมว่าให้อยู่รับใช้ก็ดีนะครับ ผมชอบให้มีคนคอยรับใช้ มันสะดวกดี” ดนัยแก้ต่างให้
“งั้นรึ” แสงเพชรนิ่งคิดนิดนึง แล้วอมยิ้มกรุ่มกริ่ม “ถ้าชอบอย่างนั้น ก็ตามใจเจ้า”
แสงเพชรเดินตรงเข้ามาหาดนัยพร้อมแววตากรุ้มกริ่ม ดนัยรู้สึกกลัวถึงกับถอยกรูดไปติดอ่างอาบน้ำจึงไม่มีทางหนีอีกต่อไป แสงเพชรนึกสนุกจึงผลักดนัยลงอ่างอาบน้ำไปด้วยกัน
“เฮ้ย!” ดนัยร้องเสียงหลง
แสงเพชรหัวเราะคิกคักขณะเข้าไปคลอเคลียอยู่ในอ่างอาบน้ำกับดนัย ฉวีวรรณเห็นดังนั้นก็รู้สึกโกรธมาก ดนัยตะเกียกตะกายพยายามจะขึ้นจากอ่าง แต่แสงเพชรกอดรัดไว้ไม่ให้ไป
“เอ่อ อย่าทำอะไรผมเลย” ดนัยร้องขอ
“ข้าแค่จะอาบน้ำให้เจ้า อย่ากลัวไปเลย”
“มะ ไม่ต้อง ผมอาบเองได้”
“ไม่ได้ ข้าต้องทำหน้าที่เมีย ไม่ต้องอายหรอกอีกหน่อยเราก็เป็นคนเดียวกันแล้ว”
แสงเพชรพูดพลางถอดเสื้อคลุมของดนัยออกแล้วโยนไปกองอยู่ตรงหน้าฉวีวรรณ ดนัยหน้าเจื่อน เขาเหลือบมองฉวีวรรณเพราะกลัวฉวีวรรณโกรธ
ฉวีวรรณที่ยืนมองอยู่รู้สึกโกรธมาก เธอหน้าแดง ควันออกหู
“ชะตาขาดแล้วไอ้ดนัยเอ๊ย” ดนัยเอามือปิดหน้าและรำพึงเบาๆ

แสงหล้าเดินเข้ามาหาชลิตที่ห้องสปา
“พี่ชลิตทำอะไรอยู่รึ”
ชลิตกลัวแสงหล้ารู้ว่าดาหวันซ่อนอยู่จึงรีบดึงแสงหล้าไปหลบอีกมุม
“ปละ เปล่า เอ่อ มาทางนี้ดีกว่านะจ๊ะ”
แสงหล้าแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่สนใจอะไร เธอเดินเข้าไปโน้มคอชลิตหมายจะจูบ ชลิตตกใจกลัวดาหวันเห็น เขารีบผละออกจากแสงหล้าแล้วถอยกรูด
“ยะ อย่า เดี๋ยวใครเห็นเข้า”
“ไม่มีใครเห็นหรอกน่า ที่นี่มีแค่เราสองคน” แสงหล้าบอก
“ใครว่ามีแค่สองคน” ชลิตโพล่งออกไปอย่างลืมตัว
“พี่ว่าอะไรนะ” แสงหล้าแปลกใจ
“ปละ เปล่า ไม่มีอะไร คือ ผมก็พูดไปเรื่อย”
“นี่…เรามาต่อจากเมื่อคืนกันเถอะ คราวนี้พี่หนีข้าไม่พ้นแน่”
แสงหล้าพูดแล้วพุ่งไปหมายจะตะครุบตัวชลิต
“ยะ อย่า” ชลิตร้องออกมา
“จะหนีไปไหน จับได้โดนดีแน่”
ดาหวันที่หลบอยู่เห็นดังนั้นก็รู้สึกโกรธมาก
“อี๋ ผู้หญิงอะไรหน้าไม่อาย วิ่งไล่จับผู้ชายอยู่ได้”
ชลิตวิ่งหนีผ่านหน้าดาหวันที่หลบอยู่ แสงหล้าวิ่งตามมาพอดี
“ทนไม่ไหวแล้ว!” ดาหวันสุดจะกลั้น เธอแกล้งยื่นขาออกไปขัดขาแสงหล้า แสงหล้าสะดุดขาดาหวันจนล้มหน้าคว่ำไป
“โอ๊ย!”
ชลิตเห็นว่าดาหวันจงใจขัดขาก็ตกใจมาก เขา รีบโบกไม้โบกมือให้ดาหวันหลบ ดาหวันจึงยอมหลบ
“ใครอยู่ตรงนั้น” แสงหล้าข้องใจ
“ใครที่ไหน ไม่มี” ชลิตรีบแก้ต่าง
“เมื่อกี้ข้าเห็นขาคน”
“ตาฝาดแล้ว เอ่อ ไปเล่นไล่จับกันต่อดีกว่า” ชลิตตัดบท
“ไม่ ข้าจะดูให้แน่ใจ”
แสงหล้าสะบัดออกจากชลิต เดินจะไปเปิดม่าน ชลิตเห็นดังนั้นก็พยายามคิดหาทางช่วย
แสงหล้าจับผ้าม่าน กำลังจะเปิดออก
ดาหวันที่หลบอยู่ด้านหลังม่านถึงกับหลับตาปี๋เพราะกลัวโดนจับได้
“แสงหล้า” ชลิตเก๊กเสียงเข้มเรียก
แสงหล้าหยุดมือแล้วหันไปมอง
ชลิตกำลังยืนเบี่ยงตัวหาแสงหล้า เขาถอดเสื้อคลุมออกช้าๆ โชว์ปีกหลังและมัดกล้าม พร้อมกับยื่นหน้ามาโปรยเสน่ห์ด้วยการมองแสงหล้า เขาขยิบตาให้แล้วส่งจูบ แสงหล้าเห็นดังนั้นก็ถึงกับเคลิ้มยกมือกุมอกตัวเอง
“แม่เจ้า! จูบเจ้าพี่ทำเอาน้องเบลอ เบลอว่ารักแถบแบบว่ารักเธอ เจ้าพี่ชลิต...หล่อที่สุดในสามโลก” แสงหล้าส่งตาหวานฉ่ำให้ชลิต

อีกห้องหนึ่ง แสงเพชรยังอยู่ในอ่างน้ำกับดนัย
“นี่เจ้าน่ะ” แสงเพชรหันไปสั่งฉวีวรรณ
ฉวีวรรณไม่รู้ตัวจึงมัวแต่ยืนนิ่ง
“ข้าเรียกเจ้า หูหนวกรึไง” แสงเพชรย้ำ
“เอ่อ ฉัน เอ้ย ข้ารึ” ฉวีวรรณเพิ่งรู้ตัว
“เจ้านั่นแหละ อย่ามัวยืนนิ่ง มานวดไหล่ให้ผัวข้าสิ”
“ผัว!” ฉวีวรรณฉุน
ฉวีวรรณไม่พอใจมากแต่ก็ทำเป็นใจเย็น เธออ้อมไปด้านหลังดนัยแล้วนวดไหล่ให้เขา
แสงเพชรเปิดผอบเงิน เธอตักผงเครื่องหอมออกมาแล้วนำไปลูบไล้ตามเนื้อตัวดนัยอย่างใกล้ชิด ดนัยกระอักกระอ่วนแต่ก็หนีไปไหนไม่ได้ แสงเพชรลูบไล้เสร็จก็ก้มลงหอมที่แผ่นอกของดนัย
“เครื่องหอมนี้มีเฉพาะในเมืองลับแลเท่านั้น” แสงเพชรบอก
ฉวีวรรณรู้สึกหึงถึงขั้นลืมตัวบีบคอดนัย
ดนัยร้องลั่น “โอ๊ยยย!”
แสงเพชรตกใจถาม “เป็นอะไร นี่เจ้านวดแรงไปรึเปล่า”
ฉวีวรรณถามดนัยด้วยน้ำเสียงโหดๆ “แรงไปหรือไม่เจ้าคะ ว่าไงเจ้าคะ”
ถามเสร็จฉวีวรรณก็ส่งสายตาดุขู่ดนัย ทำให้ดนัยไม่กล้าโวยวายอะไร
“ไม่แรงเลยจ๊ะ กำลังสบายเลย สบายมาก” ดนัยตอบ
“ดีมาก” ฉวีวรรณบอก
ฉวีวรรณยังคงนวดดนัยแรงๆ เพราะหึง ทำให้ดนัยเหงื่อแตกพลั่กจนแสงเพชรสังเกตเห็น
“เจ้าเหงื่อออกเต็มไปหมด ร้อนรึ”
“ร้อนใจมากกว่าครับ” ดนัยตอบอ้อมๆ
“แหม ใจตรงกันเลย ข้าก็ใจร้อน อยากเข้าพิธีอภิเษกเร็วๆ”
แสงเพชรตรงเข้าไปกอดดนัย
“ร้อนใจครับไม่ใช่ใจร้อน” ดนัยบอก
“ร้อนนักใช่มั้ย” ฉวีวรรณพูดเบาๆ แล้วทุบไหล่ดนัยแรงๆ
“โอ๊ยๆๆ” ดนัยร้องออกมา

ที่ห้องสปา แสงหล้าวิ่งเข้ามาหาชลิตด้วยท่าทางระริกระรี้
“ท่านพี่ชลิตเจ้าขา แสงหล้าเห็นก้ามปูด้านหลังแล้ว แสงหล้าอยากดูตับห่านด้านหน้า”
แสงหล้าตรงเข้ามาจะกระตุกเชือกผูกเอวกางเกงชลิต แต่เขารีบตะครุบเชือกไว้ได้ก่อน
“ใครจะโชว์ตับกันง่ายๆ ... แน่จริงจับพี่ให้ได้ก่อนสิคะ” ชลิตท้าทายแล้ววิ่งหนี แสงหล้ายิ้มชอบใจตาเป็นประกาย เธอวิ่งไล่จับชลิตด้วยความเริงร่า ฝ่ายชลิตก็ทำท่าอ้อล้อยั่วยวน
ดาหวันที่ดูอยู่รู้สึกโกรธมาก เธอพูดลอดไรฟันออกมาเบาๆ “หนอย ไอ้พี่ชลิตก็เล่นกับเขาด้วย ไอ้ชีกอ”
“ท้าทายข้ารึ ท่านพี่เสร็จข้าแน่!” แสงหล้าคึกครื้นจะไปจับตัวชลิต ดาหวันโกรธมากเอื้อมมือไปจิกหัวแสงหล้าจนหงายหลัง
“โอ๊ย!”
แสงหล้าร้องสุดเสียง ดาหวันรีบหลบ ชลิตเห็นดังนั้นก็ตกใจ
แสงหล้ารับหันไปมอง “ใครดึงผมข้า!”
“เอ่อ ไม่เห็นมีใครเลย ไม่มีหรอก” ชลิตบอก
“ข้าไม่เชื่อ ต้องมีคนอยู่แน่ๆ “
“ไม่มี้ ไม่มี” ชลิตปฏิเสธเสียงสูงแล้วตรงเข้าไปคว้าแขนแสงหล้าไว้
“ปล่อยข้า ข้าจะดูให้เห็นกับตา”
ชลิตยังคงดึงแสงหล้าไว้ แต่แสงหล้าพยายามสะบัด ทั้งสองยื้อยุดไปมาจนชลิตเสียหลักล้มไปคว้าผ้าม่านไว้ ผ้าม่านขาดหลุดติดมือชลิตมา ทำให้เห็นดาหวันที่หลบอยู่หลังผ้าม่านทันที
“เจ้าเป็นใคร!” แสงหล้าตกใจ
“ฉันเป็นแฟนพี่ชลิต!” ดาหวันตอบออกไปอย่างลืมตัว
“แฟน? แปลว่าอะไร” แสงหล้าสงสัย
“ก็คนระ..” ดาหวันกำลังจะตอบว่าคนรัก แต่ชลิตรีบไอขัดขึ้นมา
“แค๊กๆๆๆ ไม่รู้เป็นอะไร คันคอจริงๆ เลย น้องแสงหล้า”
ชลิตดันแสงหล้าให้ออกจากห้องไป “มะ ไปหาอะไรแก้คันคอให้พี่หน่อยเร้ว น้องหล้า”
แสงหล้าไม่ยอมออกไป เธอขืนตัวต่อเผชิญหน้ากับดาหวัน
“เดี๋ยว ..นังคนนี้พูดจาแปลกๆ ยังกับไม่ใช่คนเมืองลับแล” แสงหล้าตะโกนลั่น “ทหาร!”
“กล้วยทอดแล้ว รีบหนีเร็ว” ชลิตตกใจ
ดาหวันมองแสงหล้าอย่างไม่เกรง “แค่จิกหัวเมื่อกี้ มันยังเบาเบา นี่ยะจัดเต็ม!!!”
ดาหวันตบหน้าแสงหล้าดังผัวะจนแสงหล้าหน้าหัน แล้วร้องกรี๊ดล้มลงไป
ดาหวันทำท่าจะเข้าไปตบแสงหล้าอีก แต่ชลิตรีบดึงดาหวันให้หนีออกไป
“หยุดนะ หวัน เงาหัวจะไม่มีแล้วรู้มั้ย... ไปเร็ว”

ที่ห้องอาบน้ำ แสงเพชรยังคลอเคลียดนัยอยู่
“ข้ามีความสุขเหลือเกิน ไม่เคยมีความสุขเท่านี้มาก่อนเลย”
ฉวีวรรณที่ยืนอยู่ด้านหลังของทั้งสองคน ทั้งหึงทั้งโกรธจัด
“หนอย ยายปลาหมึก ทนไม่ไหวแล้วนะ!” ฉวีวรรณคิดในใจ
เธอหันรีหันขวางไปคว้าถาดใส่เครื่องหอมตั้งท่าเงื้อจะฟาดแสงเพชร
ทันใดนั้นเอง เสียงแสงหล้าก็ดังขึ้น “มีผู้บุกรุก!”
แสงเพชร ดนัยและฉวีวรรณต่างพากันตกใจ
“เสียงแสงหล้า!” แสงเพชรบอก
ฉวีวรรณนึกขึ้นได้ “หวัน! แย่แล้ว ฉันต้องไปช่วยหวัน!”
“นี่เจ้าไม่ใช่ชาวเมืองลับแล เจ้าเป็นใคร!” แสงเพชรสงสัย เธอรีบก้าวขึ้นจากอ่างน้ำ เขวี้ยงเข็มเงินใส่ฉวีวรรณทันที
“หวี ระวัง!” ดนัยร้องเตือน เขารีบดึงฉวีวรรณหลบ
“เป็นไรรึเปล่า” ดนัยถามอย่างเป็นห่วง
“เจ้าสองคนรู้จักกัน” แสงเพชรตกใจ
“หนีเร็ว!” ดนัยร้องบอกแล้วรีบพาฉวีวรรณหนีออกทางหน้าต่างไป แสงเพชรมองตามอย่างเจ็บใจ

ชลิตดึงดาหวันวิ่งหนีมาถึงมุมหนึ่งภายในวังแสงเพชร ดาหวันทุบชลิตมาตลอดทาง
“ไอ้พี่ชลิตชีกอ”
“โอ๊ยๆๆๆ หวัน อย่า!”
ทหารวิ่งไล่มาจนเห็น
“มันอยู่ตรงนั้น” ทหารร้องบอกต่อๆ กัน
“โอ๊ย เจ็บ นี่ไม่ใช่เวลามาหึงนะ รีบหนีก่อนเถอะ” ชลิตบอก เขาอุ้มดาหวันขึ้นพาดไหล่แล้วพาวิ่งหนีทหาร

อีกด้านหนึ่ง ดนัยกำลังจับมือฉวีวรรณพากันวิ่งหนีแสงเพชร แต่ฉวีวรรณรู้สึกงอนจึงสะบัดมือดนัยออก
“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”
“โธ่ หวี ฉันแค่เล่นละคร ไม่ให้เจ้าแม่สงสัย ไม่ได้คิดอะไรกับเขาสักหน่อย”
“แหม เนียนเหลือเกิน!”
ดนัยกับฉวีวรรณวิ่งต่อมาจนเจอชลิตที่แบกดาหวันที่มุมตึก ชลิตปล่อยตัวดาหวันลง
“หวัน เป็นอะไรรึเปล่า” ฉวีวรรณเป็นห่วง
แจ๋ กิมจิ บุญทิ้งและอุ๊บอิ๊บวิ่งมาเจอทั้งหมดพอดี
“ทุกคนปลอดภัยใช่มั้ย” แจ๋ถาม
องครักษ์กับบรรดาทหารวิ่งมาเห็นเข้า องครักษ์เอาดาบชี้สั่งทหาร
“จับมัน!!”
“เจริญพร รีบหนีเถอะครับ!” บุญทิ้งบอก
ทุกคนรีบวิ่งหนีไป

ที่ห้องคนไข้ภายในโรงพยาบาล อาหลู่เข็นวิลแชร์เข้ามากับสุภาพที่ถือถุงอาหารเข้ามา
“นายคร้าบ ผมซื้อข้าวซอยเจ้าโปรดนายมาด้วยนะครับ ทานเยอะๆนะครับ” สุภาพบอก
แต่ภายในห้องว่างเปล่าเพราะไม่มีใครอยู่ สุภาพกับอาหลู่มองด้วยความแปลกใจ
“อ้าว นายหายไปไหน” สุภาพสงสัย
“อ๋อ....ไม่รู้” อาหลู่ตอบ
สุภาพหัวเราะก่อนจะตีศีรษะอาหลู่ไปหนึ่งที
“นี่แน่ะ ไม่รู้”
“โอ้ยยย ก็อาหลู่ไม่รู้จริงๆนี่ ...เราไปด้วยกันแล้วพี่จะมาถามอาหลู่ทำไม”
“ฉันไม่มีเวลาเถียงกับแกแล้ว รีบหานายเร็วเข้า”
สุภาพกับอาหลู่แยกย้ายกันวิ่งหาในห้องน้ำแล้วเปิดประตูไปดูข้างหน้าห้อง
อาหลู่วิ่งไปที่ระเบียง เห็นรองเท้าแตะของศิริวางอยู่ที่ริมลูกกรงหน้าระเบียง เขาจึงร้องอย่างตกใจ
“พี่สุภาพ!!! นายโดดตึก!!!”
“เฮ้ยยย อย่ามามั่วนะเว้ย” สุภาพตกใจวิ่งตามมาดู
“นี่ไง นายมาจอดรองเท้าไว้ตรงนี้ ต้องโดดตึกไปแล้วแน่ๆ เลย”
สุภาพกับอาหลู่ชะโงกหน้าไปดู ทั้งสองเห็นคนมุงกันอยู่ข้างล่างลักษณะเหมือนมีคนโดดตึกจริงๆ ทำให้สุภาพกับอาหลู่ถึงกับหน้าเสีย
“นาย!!!!”

สุภาพกับอาหลู่รีบวิ่งลงมาที่กลุ่มไทยมุงซึ่งกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่
“เละตุ้มเป๊ะเลยเว้ย” ไทยมุงคนหนึ่งพูดเสียงดัง
“ ฮืออออ” อาหลู่กับสุภาพยิ่งหน้าเสีย
“เนื้อต้องลุ่ยเป็นหมูตุ๋น” สุภาพครวญ
“สมองเละเป็นวุ้นไปแล้วแน่ๆ “ อาหลู่สมทบ
“ฮือออ นาย ฆ่าตัวตายทำไม”
สุภาพแหวกฝูงชนเข้าไปดู อาหลู่ตามเข้าไป ทั้งสองกะว่าได้เห็นสภาพศพเต็มที่แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ได้เห็นกลายเป็นแตงโมแตกเละอยู่กับพื้น
“หนะ....เฮ้ยยยย แตงโม....” สุภาพกับอาหลู่พูดขึ้นพร้อมกัน
ทันใดนั้นเองมือของศิริก็ตบลงที่ไหล่สุภาพกับอาหลู่
“มาทำอะไรกันวะ” ศิริถาม
“นาย!!!” สุภาพกับอาหลู่พูดขึ้นพร้อมกัน
ทั้งสองเห็นศิริใช้ชุดปกติ เรียบร้อยแล้ว ไม่มีอาการของคนป่วยแม้แต่นิด
“ฉันไปคุยกับหมอมาเรียบร้อย หมอบอกว่า ฉันหายดีแล้วให้กลับบ้านได้”
“อะไรกัน ตอนเช้า นายยังหงอย ไม่มีแรงอยู่เลย แล้วทำไมจู่ๆ กลับหายดีเดินได้ปร๋ออย่างนี้ล่ะครับ” สุภาพสงสัย
ศิริอมยิ้ม “ฉันได้ยาวิเศษมารักษาน่ะสิ ...ไปเก็บข้าวของได้แล้ว”
ศิริเดินผิวปากไปอย่างอารมณ์ดี สุภาพกับอาหลู่มองหน้ากันอย่างงงๆ
“ยาวิเศษ ...งงไปเลย”

ที่นอกอาศรมกาซูสางโปกับดาเนาวิ่งเข้ามาหลบที่มุมหนึ่ง พวกนักรบชาลันกลุ่มหนึ่งตามหลังมาด้วย อีกด้านหนึ่งทองอินนำนักรบชาลันอีกกลุ่มวิ่งเข้ามาแล้วไปหลบอีกมุมหนึ่ง
ทองอินหันมาทางสางโปแล้วพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าพร้อม
สางโปรับรู้แล้วโบกมือขึ้น เป็นสัญญานให้บุก
“บุก!!!”
นักรบชาลันวิ่งกรูกันไปที่ประตูแล้วถีบปึง

ด้านในอาศรมกาซู พวกนักรบวิ่งเข้ามาตั้งท่าแล้วยกหน้าไม้ขึ้นยิงไปปักเสาไม้ในห้องหลายจุด สางโป ทองอิน ดาเนา วิ่งตามเข้ามา
“หยุดก่อน เดี๋ยวโดนนายน้อยจะยุ่ง” สางโปสั่ง
“วินยา...” ทองอินตะโกนเรียก
“พี่วินยา!!” ดาเนาเสริม
ไม่มีเสียงใดใดตอบรับ ในห้องว่างเปล่าไม่มีผู้คน ข้าวของล้มระเนระนาด
“ข้าวของแตกหักเสียหายขนาดนี้ ต้องมีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดแน่” ทองอินเอ่ย
“แล้วพี่วินยาหายไปไหนล่ะ พี่ทองอิน พี่วินยาอยู่ที่ไหน” ดาเนาสงสัย
ทั้งดาเนาและทุกคนต่างก็เป็นห่วงวินยา


ณ กระท่อมเลาซากลางป่าเลาซาประคองวินยาที่บาดเจ็บจนใกล้หมดสติ เข้าไปในกระท่อม เลาซาวางวินยาบนเตียง แล้วรีบลุกออกไปหยิบยาโบราณกับขันน้ำทองเหลืองและผ้าสะอาดมาทำแผล เลาซากลับมานั่งข้างๆ พร้อมวางอุปกรณ์ต่างๆลง
วินยาครางขึ้นอย่างเจ็บปวดทั้งๆ ที่ไม่ได้หมดสติ เลาซามองวินยาอย่างทั้งรักและทั้งเกลียด
“อย่ามาตายง่ายๆ !! ถ้าข้ายังไม่อนุญาตให้เจ้าตาย เจ้าก็ตายไม่ได้!!!”
เลาซาฉีกเสื้อวินยาออกแล้วโยนทิ้ง เสื้อผ้าวินยาที่ขาดเป็นชิ้นๆ ร่วงลงมากองอยู่ที่พื้น
เลาซาก้มหน้าก้มตาทำแผลให้วินยาอย่างเอาจริงเอาจัง

ธานีเดินโซเซออกมาจากปากถ้ำทางออกเมืองลับแล เขากับกาซูประคองกันออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ธานีกับกาซูเดินมาจนถึงลำธารแห่งหนึ่ง ธานีทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยล้า กาซูยืนหอบๆ อยู่ข้างๆ
“ธานี แมวเก้าชีวิต...รอดตายมาได้อีกครั้ง...” ธานีพูดถึงตัวเอง
“ข้าว่า เสี่ยเลวจนนรกเมินมากกว่า”กาซูหยอก
“ถ้าข้าเลว แกก็ชั่วตัวพ่อล่ะวะ”
กาซูหัวเราะชอบใจ แล้วมองไปรอบๆ แปลกที่แปลกทาง
“นี่มันป่าแถวไหน ทำไมข้าไม่คุ้นเลย”กาซูสงสัย เขาเดินไปดูอีกทาง ธานีหยิบมือถือขึ้นมาดูแล้วก็ต้องหงุดหงิดเพราะไม่มีสัญญานเนื่องจากทั้งสองหลุดเข้ามาในเมืองลับแล แต่ธานียังไม่รู้
“คลื่นซักขีดก็ไม่มี จะกูเกิ้ลเอิร์ธยังไงล่ะ ลูกก็หาย หลานชายก็ไม่เห็น ที่นี่มันที่ไหนของประเทศไทยวะ” ธานีเริ่มโวยวาย เขาเตะก้อนหินระบายอารมณ์แล้วก็เจ็บเท้าจนต้องกระโดดเหยงๆ ร้องด้วยความเจ็บ เสียงกาซูดังขึ้น
“เสี่ย!!! รีบมาทางนี้เร็วเข้า”
ธานีหันไปมอง “อะไรวะ แกเจอไอ้วัติไอ้พาณิชย์แล้วเหรอ???”
ธานีรีบวิ่งไปหากาซู

ธานีวิ่งมาหากาซูที่กำลังซุ่มดูอะไรบางอย่างอยู่ที่พุ่มไม้ริมลำธาร
“เบิ่งตาดูสิ” กาซูบุ้ยใบ้ให้มองไปที่ลำธาร
ธานีมองตามไปเห็น สาวๆ เมืองลับแลในชุดกระโจมอก กำลังเล่นน้ำหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่ บางคนมานั่งสางผมอยู่ที่โขดหินแล้วจับกลุ่มคุยกัน
ธานีมองด้วยความหื่น กาซูกระเซ้า
“เป็นไง ชอบมั้ย ชอบมั้ย”
“ขาว อวบ แหล่มมาก” ธานีตอบ
พูดจบเขากับกาซูก็รีบหันไปส่องหญิงกันต่อทันที

บรรดาหญิงสาวเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน หญิงคนหนึ่งทำขันอาบน้ำหลุดมือไป เธอเลยว่ายไปตั้งใจจะเก็บ ขณะที่กำลังจะคว้าขัน จู่ๆ ร่างของธนวัติก็พุ่งพรวดขึ้นมาจากน้ำด้วยสีหน้าหน้าตื่น หญิงชาวลับแลคนนั้นถึงกับกรี๊ดลั่น
ธนวัติเสยผมขึ้น มองไปงงๆ
“นี่มัน...ที่ไหน”
ผู้หญิงทั้งกลุ่มที่กำลังเล่นน้ำอยู่มองมาเป็นตาเดียว ทั้งหมดร้องออกมาด้วยความดีใจ
“ผู้ชายยย!!!”
ทันใดนั้นเอง พาณิชย์ก็ทะลึ่งน้ำพรวดขึ้นมาอีกคน เขาสำลักน้ำเล็กน้อย
ผู้หญิงทั้งกลุ่มหันขวับไปมองแล้วกรี๊ดกันลั่น
ธานีกับกาซูที่ดูอยู่บนฝั่งต่างก็ดีใจ
“ไอ้วัติ ไอ้พาณิชย์ ยังไม่ตาย”ธานีพูดขึ้น
หญิงคนหนึ่งในกลุ่มมองพาณิชย์อย่างปลื้มปริ่ม
“คนนี้หล่อขาด ข้าจอง”
พูดจบเธอก็รีบลุยน้ำไปเกาะพาณิชย์ หญิงที่เหลือกลุ่มหนึ่งก็ รีบตามไปยื้อแย่งเหมือนกัน
“ไอ้หล่อสูงของข้า!!!” หญิงอีกคนพูดพร้อมกับมองธนวัติ
หญิงลับแลคนนั้นรีบเข้าไปเกาะธนวัติ หญิงที่เหลืออีกกลุ่มก็ตามเข้าไป แล้วกอดหมับ
“เอาไปเลยคนละฟอด” ธนวัติพูดพร้อมกับหอมแก้มหญิงเหล่านั้น
ฝ่ายพาณิชย์ก็เช่นเดียวกัน มีสาวๆ ยื้อแย่งเข้ามากอด
“น้องๆ ไม่ต้องแย่งกันพี่รักทุกคน” พาณิชย์กล่าวพร้อมกับดึงหญิงเหล่านั้นมาหอมแก้ม ซ้ายคน ขวาคน

ธานี กับกาซูที่แอบดูอยู่ต่างรู้สึกตื่นเต้นปนอิจฉา
“ทั้งลูกทั้งหลาน ไวไฟจริงๆ ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัวบ้างเลย” ธานีเสียงเข้ม
“นาทีทองมาถึงแล้ว เสี่ยไม่อยากเล่นน้ำบ้างเหรอ” กาซูเสนอแต่เขาไม่ได้ยินเสียงตอบจากธานีกลับได้ยินเสียงกระโดดน้ำดังตูมแทน
กาซูมองตามเสียงแล้วก็ต้องสะดุ้ง เพราะเขาเห็นธานีกระโดดลงน้ำพร้อมกับรีบว่ายเข้าไปหาผู้หญิงเหล่านั้นแล้ว
“เฮ้ยย!! ออกตัวก่อนเลยนะ เสี่ย” กาซูรีบวิ่งตาม “รอข้าด้วย”
กาซูวิ่งตามไปด้วยความรวดเร็ว เขารีบถอดเสื้อออกแล้วกระโดดน้ำตามไป

ที่บริเวณลำธาร ธนวัติกับพาณิชย์กำลังถูกบรรดาหญิงชาวลับแลรุมทึ้งอยู่ ธานีกับกาซูรีบตามเข้าไปหมายจะร่วมวงด้วย
ธานีเข้าไปสะกิดหญิงคนหนึ่งที่กำลังรุมธนวัติอยู่
“ยาหยี จ๋า มาเล่นน้ำกับพี่มั้ยจ๊ะ ..ยา..”
“ข้าไม่ใช่ย่าแก” หญิงคนนั้นหันมาด่าพร้อมกับตบผัวะเข้าที่หน้าธานี แล้วหันไปรุมธนวัติต่อ
ธานีหน้าหงายผงะลงน้ำ กาซูรีบเข้ามาช่วยดึงตัวเขาขึ้นจากน้ำ
“ยาหยี ไม่ใช่ย่าชื่อหยี ผู้หญิงอะไรดุแล้วยังหูเสื่อม” ธานีพึมพำ
ธนวัติกับพาณิชย์โดนรุมทึ้งหนักขึ้น, ทั้งคู่เริ่มรู้สึกว่ารับมือไม่ไหวแล้วจึงยกมือขึ้นปัดป้อง ทั้งสองถอยออกมาจนหันหลังชนกันตกอยู่ในวงล้อมเดียวกัน
“โอ้ย อย่าดึง ไม่ไหวแล้ว” ธนวัติเหลือบเห็นธานี จึงร้องให้ช่วย “ป๊าช่วยด้วย ผมถูกคุกคามทางเพศ” ทันใดนั้นเอง ธนวัติก็ถูกรุมถอดเสื้อผ้า เขาร้องลั่น “อ๊ากกกกกก”
พาณิชย์เองก็ถูกถอดผ้าเช่นกัน “ เฮ้ยยยยย อย่าถอดดดดด!!”
เสื้อผ้าของธนวัติที่ถูกถอดลอยเข้ามาตกตรงหน้าของธานี จากนั้นชุดของพาณิชย์ก็ลอยมาโปะที่หน้าของกาซู
“เต็มๆ ธานีดึงชุดออกจากหน้า เขามองธนวัติกับพาณิชย์แล้วตกตะลึง “ป่นปี้แล้วลูกชายฉัน ไอ้กาซู ทำอะไรสักอย่างสิวะ!!”
ธานีหันไปมองเห็นกาซูยังไม่ยอมเอาเสื้อผ้าออกจากหน้า
ธานีร้องด้วยความตกใจ “ เฮ้ย ไอ้บ้า เล่นพิเรนทร์อะไร”
ธานีกระชากเสื้อผ้าออกจากหน้ากาซู
“เสื้อผ้าลูกชายเสี่ยสิ ทำข้าเสื่อม ข้าใช้พลังพิเศษไม่ได้อีกหลายชั่วโมง”
ธานีอ้าปากจะด่าอีก แต่เขาเหลือบเห็นจ่าหญิงกล้ามปูกำลังย่างสามขุมเข้ามาข้างหลังกาซู
ในมือของจ่าหญิงถือดาบมาด้วย ธานีถึงกับหน้าเสียคล้ายจะร้องไห้
“ไอ้.. ฮือออออ” ธานีตกใจกลัวรีบยกมือไหว้จ่าหญิงกล้ามปู “ผมกลัวแล้วครับ ลาล่ะครับ”
ธานีกระโดดหันหลังวิ่งลุยน้ำไปทาง ธนวัติกับพาณิชย์ ,กาซูนึกว่าธานีขอโทษตัวเองจึงหัวเราะร่าออกมา
“กลัวข้าโกรธจนวิ่งหางตกไปเลยหรือ เสี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า”
กาซูหันขวับไปเผชิญหน้ากับจ่าหญิงกล้ามปูที่กำลังมองอย่างเหี้ยมเกรียม เสียงหัวเราะของกาซูถึงกับขาดไป
กาซูจ้องหน้าจ่าหญิงกล้ามปู พยายามจะสะกดจิตแต่ก็ไม่มีพลัง จ่าหญิงกล้ามปูเงื้อดาบจะฟันกาซู
“เฮ้ย ...เจ้าต้องตัวแข็งสิ ยกมือทำไม” กาซูลนลาน
“ฟันคอแกไง ไอ้หน้าตัวผู้!!!” จ่าหญิงร้องบอก
กาซูรีบวักน้ำใส่ตาจ่าหญิงกล้ามปูทำให้จ่าหญิงมองไม่เห็น จากนั้นกาซูก็รีบเผ่นหนีตามธานีไป
ธนวัติกับพาณิชย์ยังโดนรุมทึ้งอยู่ ทั้งสองหันมองหน้ากันแล้วตัดสินใจดำน้ำหนีไปพร้อมกัน จังหวะนั้นเองผู้หญิงทั้งกลุ่มก็รุมเข้ามากอดกันเองเพราะไม่รู้ว่าทั้งสองดำน้ำหนีไป ธนวัติกับพาณิชย์โผล่พ้นน้ำอีกทีก็มาอยู่ใกล้บริเวณที่ธานีกับกาซูอยู่
“ไอ้วัติ” ธานีตั้งท่าจะวิ่งมาหาธนวัติ
ทันใดนั้นเองธานีก็เหลือบเห็นว่าข้างหลังของธนวัติมีทหารหญิงหุ่นบึ้ก 3 คนกำลังวิ่งมา
“เฮ้ย มันยกทัพมากันใหญ่แล้ว”
“แล้วจะอยู่ทำไมล่ะ คุณอา เผ่นเหอะ” พาณิชย์ร้องบอก
ทั้งหมดรีบวิ่งลุยน้ำหนีไป จ่าหญิงก้ามปูร้องสั่งทหาร
“จับมัน!!!”
จ่าก้ามปูวิ่งตาม พวกทหารกรูกันไปไล่จับ ธนวัติ พาณิชย์ ธานีและกาซูวิ่งไม่เหลียวหลังขึ้นฝั่งหายเข้าป่าไป


ทั้งหมดวิ่งจากป่ามาถึงลานท้องทุ่ง พวกเขาเหลียวซ้ายเห็นเป็นทุ่งเวิ้งว้างไม่มีทางไป
“จะไปทางไหนต่อล่ะ” พาณิชย์เครียด
ธนวัติหันไปมองข้างหลัง “มันตามมาแล้ว”
ธานีมีท่าทีขึงขัง “อย่าไปกลัวมัน!! ทุกคนเอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะ ตัวใครตัวมันเว้ย!!!” ธานีตะโกนแล้ววิ่งกระโดดออกไปก่อนใครเพื่อน
“อ้าว!!!” สามคนที่เหลือร้องพร้อมกัน
จากนั้นทั้งหมดก็กระโดดตามธานีไป

จ่าหญิงก้ามปูกับทหารหญิงทั้งหมดวิ่งเข้ามามองหาพวกธนวัติ พาณิชย์ ธานี และกาซู
“อย่าหนีนะ ไอ้ชายชั่ว” จ่าหญิงก้ามปูตะโกน เธอเหลียวมองไม่เห็นใครอยู่เลยสักคน มีแต่กองฟางที่ว่างเปล่า และลานที่ปูฟางไว้กับพื้นเท่านั้น
ทหารหญิงทำท่าจะเดินไปต่อ แต่จ่าหญิงก้ามปูยกมือห้ามไว้พร้อมกับบอกให้เข้าไปดูที่กองฟาง
“เฮ้ย ค้นให้ทั่ว”
บรรดาทหารหญิงกระชับดาบเข้าไป ฟาด แทงที่กองฟางอย่างไม่ยั้ง แต่ก็ไม่พบอะไร พวกเธอจึงหันมารายงานจ่ากล้าม
“ไม่มีอะไร จ่า”
ธานี โผล่ขึ้นมาจากหลุมฟางที่ปูเป็นพื้นจนดูเหมือนเป็นพื้นจริงๆ จ่าหญิงก้ามปูหันไปมองอย่างตกใจ จังหวะนั้นเองธนวัติที่หลบอยู่ในหลุมฟางทางด้านหลังจ่าหญิงก้ามปูก็โผล่ขึ้นมาถีบจ่าหญิงก้ามปูจนล้มลงไป ธนวัติรีบเข้าไปจัดการต่อยท้องจนจ่าหญิงก้ามปูเลือดกระอักปาก
ทหารหญิง 2 คนกำลังจะเข้าไปช่วยจ่าหญิงก้ามปู แต่พาณิชย์กับกาซูโผล่ออกมาจากด้านหลังของกองฟางพร้อมกับเอาเชือดรัดคอทหารหญิงทั้งสองจนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ทหารหญิงอีกคนวิ่งเข้าไปจะช่วยเพื่อน แต่ธนวัติซึ่งต่อยจ่าหญิงก้ามปูจนสลบหันไปหยิบดาบสั้นของจ่าหญิงก้ามปูออกมา แล้วปาไปปักหลังทหารหญิงจนล้มคว่ำไป
ทหารหญิงสองคนที่โดดรัดคอสลบไป
ทุกคนยิ้มอย่างเป็นปลื้ม ธนวัติมองพวกทหารอย่างเยาะ
“ผู้หญิง! หาเรื่องเจ็บตัวแท้ๆ”
“ว่าไป ที่นี่มันพิลึกนะ มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น ดูสิ ทหารยังเป็นผู้หญิงเลย” พาณิชย์ว่า
“นั่นสิ แล้วทหารหญิงประเทศไหนกันวะ แต่งตัวย้อนอดีตกันแบบนี้” ธานีเสริม “เฮ้ย หรือว่า ที่นี่เป็น..” ชี้หน้ากาซู
กาซูพยักหน้ารับ “เมืองลับแล”
ทุกคนอึ้งไป กาซูพูดต่อเสียงเข้ม
“ตามตำนานบอกว่า เมืองลับแลถือว่าผู้ชายเป็นศัตรู พวกเรากำลังอยู่ในอันตราย”

ทุกคนมีสีหน้าประหวั่นพรั่นพรึงขึ้นมาทันที

อ่านต่อหน้า 3





หอบรักมาห่มป่า ตอนที่ 17 (ต่อ)

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มของดนัยกำลังวิ่งเตลิดมาตามทางในป่า ดนัยวิ่งมากับฉวีวรรณ ส่วนดาหวันมากับชลิต ทั้งหมดวิ่งมาหยุดพัก ณ ที่แห่งหนึ่ง

“โอ๊ย หวันเหนื่อยแล้วนะ จะวิ่งไปถึงไหนเนี่ย” ดาหวันบ่น
“พักกันก่อนเถอะ” ฉวีวรรณเสนอแล้วก็ทำท่าจะนั่งลง ดนัยกับชลิตดึงแขนฉวีวรรณไปคนละข้าง
“อย่า”
ทั้งหมดต่างก็ชะงักมองหน้ากัน ฉวีวรรณเองก็ลำบากใจ
ดาหวันรู้สึกจ๋อยไป เพราะคิดว่าชลิตยังมีใจกับฉวีวรรณอยู่
ดนัยรู้สึกผิดรีบปล่อยมือออกจากฉวีวรรณ เขายิ้มเก้อแล้วเปลี่ยนเรื่องพูด
“เออ...คือ เรารีบไปถ้ำแรกที่พวกเราเข้ามาในเมืองนี้ กันเถอะ”
“จะไปทำไมอีกวะ ซ่อนกันอยู่แถวๆนี้ก็พอ” กิมจิบอก
“แต่ฉันคิดว่า ที่นั่นน่าจะเป็นประตูมิติเวลา ที่จะพาเรากลับโลกปัจจุบันได้” ดนัยกล่าว
“ฉันเห็นด้วยกับดนัยนะ” ชลิตบอก
ทันใดนั้นเอง จู่ๆ ก็มีลูกธนูไฟพุ่งมาปักที่ต้นไม้ข้างๆ ทั้งหมดตกใจร้องลั่น
แจ๋หันไปมองด้านหลังเห็นพวกองครักษ์ที่โผล่มาไกลลิบๆ กำลังง้างธนูไฟมาทางด้านนี้
“แม่เจ้า! มากันอีกแล้ว!”
ทั้งหมดหันไปมอง แล้วรีบกระโจนเข้าไปในป่าตามๆ กันไป โดยมีบุญทิ้งกับอุ๊บอิ๊บรั้งท้าย
องครักษ์ระดมยิงธนูเข้ามา อีก

ทั้งหมดวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต บุญทิ้งกับอุ๊บอิ๊บรั้งท้าย ทั้งสองหอบแฮ่กเพราะเหนื่อยมาก แต่ปากก็ร้องตะโกน
“พี่ดนัย รออุ๊บอิ๊บด้วย พี่ดนัย” อุ๊บอิ๊บตะโกนแล้วก็สะดุดกิ่งไม้ล้มกลิ้งไป “ว้าย!”
“คุณอุ๊บอิ๊บ!” บุญทิ้งตกใจรีบวิ่งเข้าไปประคองอุ๊บอิ๊บ ขณะที่คนอื่นๆ วิ่งนำไปโดยไม่ทันมอง
“เป็นยังไงบ้างครับ”
“ก็บอกว่าอย่ามายุ่ง !” อุ๊บอิ๊บสะบัด แต่บุญทิ้งเหลือบเห็นพวกองครักษ์วิ่งตามมา ก็รีบเอามือปิดปากอุ๊บอิ๊บให้ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้
พวกองครักษ์วิ่งมาแล้วหยุดกวาดสายตามอง แต่พวกดนัยวิ่งลับตาไปแล้ว
“แยกย้ายกันหาให้เจอ!” องครักษ์สั่งทหาร แล้วก็แยกกันตามหา
อุ๊บอิ๊บกับบุญทิ้งตัวสั่นงันงกซ่อนตัวอยู่ไม่กล้าออกมา

ดนัย ชลิต ฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋และกิมจิวิ่งมาจนถึงถนนดินแดงที่ตัดผ่านป่า ทั้งหมดเหนื่อยเหงื่อตก ทันใดนั้นเองก็มีเสียงร้องรำทำเพลง เหมือนเป็นขบวนนางรำดังแว่วเข้ามา
“นั่น เขาแห่อะไรกันน่ะ” แจ๋ทัก
ดนัยเหลียวมองเห็นหัวหน้านางรำถือพานบายศรีนำหน้า แล้วมีขบวนนางรำ กลองยาวหัวโต6หัวใส่ชุดผู้หญิงและผู้ชาย ฟ้อนกันมาตามทาง
ตอนนั้นเองที่ดนัยคิดแผนออก จึงหันมาพูดกับชลิต
“ชลิต แกคิดเหมือนฉันมั้ย”
ชลิตยิ้มอย่างรู้กัน “จัดไป เพื่อน!!”
ดนัยยิ้มแล้วหันมาบอกกับทุกคน
“ทุกคนฟังทางนี้ ฉันมีอะไรให้ช่วยหน่อย”
ทุกคนมองอย่างสงสัย กิมจิถามขึ้น
“เรื่องอะไรวะ”


หัวหน้านางรำและคณะฟ้อนรำเดินแห่กันไปตามถนน
กิมจิกับแจ๋ซุ่มอยู่ที่พงหญ้าข้างทาง จู่ๆ ทั้งคู่ก็แกล้งร้องเสียงหมาหอนต่อกันเป็นทอดๆ คณะนางรำ ได้ยินเสียงหอนก็เริ่มหวาดหวั่น หัวหน้านางรำถึงกับพูดออกมาด้วยความแปลกใจ
“ฮึ หมาที่ไหนมาหอนตอนนี้”
กิมจิกับแจ๋แอบหัวเราะคิกๆ กิมจิหอนเสียงโหยหวนให้ดังยิ่งขึ้นอีก คณะนางรำถึงกับชะงักกึกลงทันที ทั้งหมดทิ้งข้าวของแล้วเดินมารวมกันเป็นกระจุก ร้องด้วยความกลัว
หัวหน้านางรำต่อว่า “หยุดทำไมยะ!! เดี๋ยวก็ไม่ทันฤกษ์แก้บนพอดี”
นางรำคนหนึ่งตอบด้วยความกลัวว่า “คุณแม่ขา เขาว่าหมามันหอน เพราะมันเห็นผีนะคะ”
“วุ้ย อย่าหาเรื่องอู้หน่อยเลยย่ะ กลางวันแสกๆ ผีเผอที่ไหนมีกันล่ะยะ”
ฉวีวรรณกับดาหวันแกล้งกระโดดเป็นผีจีน ออกมากลางถนน
“อ๊ายยยย นั่น นั่น” นางรำคนหนึ่งชี้ให้ทุกคนดู
ฉวีวรรณกลับดาหวันกระโดดหันขวับมาหาพวกนางรำ ทำตาแข็ง พูดเสียงผีใส่พวกนางรำ
“เลือด ข้าหิวเลือดดดด”
ทั้งสองทำท่าเลียปากแล้วกระโดดเข้ามา ทำท่าจะกินเลือดกินเนื้อ
พวกนางรำทั้งหลายตกใจร้องกรี๊ดกร๊าด
“ผะ.. ผะ... ผีหลอก!!”
นางรำทั้งหมดกระโดดหนี ต่างหันหลังกลับวิ่งหนีไปอีกทาง
แต่อีกด้านของถนน ชลิตกับดนัยก็กระโดดเป็นผีจีน ออกมาดักหน้าเอาไว้เช่นกัน
ดนัยกับชลิตหันขวับมาแฮ่ใส่พวกนางรำ พวกนางรำกรี๊ดดังลั่น
ดนัยกับชลิต กระโดดเข้าไปโดยไม่ทันได้ระวังทำให้เหยียบสายเสือคลุมของทั้งสองคน จนชายเสื้อแยกออกจากกัน
หัวหน้านางรำและนางรำทั้งหลายถึงกับตาโต ตกตะลึงเพราะเห็นทั้งสองโป๊ ...
“แม่เจ้า!!! ผะ ผี โผล่” หัวหน้านางรำตะโกน
ดนัยกับชลิต ยังไม่รู้ตัวนึกว่านางรำทั้งหมดกลัวผี ทั้งคู่ยังกระโดดกันอย่างเมามัน
หัวหน้านางรำและพวกนางรำทั้งหมดตกตะลึงตาค้าง พวกเธอหงายหลังตึง เป็นลมหมดสติไป
ชลิตกับดนัยยิ้มแป้นเพราะยังไม่รู้ตัว
“ฝีมือ” ดนัยยักคิ้วอวดๆ ฉวีวรรณ
“เห็นยัง” ชลิตหลิ่วตามองดาหวัน
ทั้งสองสาวหน้าเหวอแล้วก็พยักหน้าพร้อมกัน
“เสื่อมมากกก” ฉวีวรรณกับดาหวันกรี๊ดแล้วโผเข้ามากอดกันซุกหน้าหลบ
“มองอะไรกันน่ะ” ชลิตงง
ดนัยเหลือบมองเห็นชลิตโป๊ ส่วนชลิตเหลือบมองเห็นดนัยโป๊เช่นกัน ต่างคนจึงต่างเฮ้ยใส่กัน แล้วรีบดึงผ้าปิด
“เฮ้ยยยย จ๊ากกกกก”
กิมจิกับแจ๋โผล่ออกมาขำ ...
“ลมมันเย็นมั้ย เพื่อน ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” กิมจิแซว
“เสื่อมได้โล่จริงๆ พวกแก...เอ้า จะไปกันหรือยัง” แจ๋บอก
ดนัยกับชลิตทำหน้าเขินๆ


อีกด้านหนึ่ง กลุ่มของธนวัติ ธานี พาณิชย์ และกาซูซึ่งสวมชุดทหารหญิงที่เอามาจากกลุ่มทหารที่พวกเขาทำให้สลบเดินขึงขังไปบน
จู่ๆ พาณิชย์ที่กำลังทำหน้าเข้มเดินๆไป ก็พบว่ากะลามะพร้าวที่ใส่เป็นนมดันหลุดหล่นใส่เท้าตัวเอง พาณิชย์ถึงกับกระโดดเหยงๆ เพราะความเจ็บ
“โอ้ยยยๆ เจ็บๆ”
ทุกคนหยุดดู ธานีต่อว่า
“เฮ้ย เดินยังไงให้นมหลุดวะ ... โดนจับได้ล่ะหัวขาดน่ะเว้ย”
“ก็ดูชุดสิ ...ผมว่าไอ้ชุดนี้มันอุบาทว์กว่าใส่บ๊อกเซอร์วิ่งอีกมั้ง” พาณิชย์ว่า
“เลิกบ่นเถอะน่า” ธนวัติดุ
กาซูมองไปข้างหน้า “มีคนมา !!!”
ด้านหน้าเห็นคณะนางรำหัวโตที่เป็นกลุ่มของดนัยปลอมตัวมากำลังฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนาน กลุ่มนางรำเลี้ยวเข้ามาตามถนน
ธานีสั่งทุกคน “อย่ามีพิรุธ อย่าให้มันจับได้”
กลุ่มของธนวัติกับกลุ่มของดนัยเดินสวนกันบนถนน ดนัยที่ใส่หัวโตอยู่แกล้งทำท่าส่งจูบให้ธนวัติ ส่วนชลิตที่ใส่หัวโตเช่นกันทำมือเป็นท่ากระต่ายโบกให้พาณิชย์
ธนวัติกับพาณิชย์รู้สึกแปลกใจแต่ก็ตัดใจเดินต่อไปทำเหมือนไม่มีอะไร
ขบวนหัวโตของพวกดนัยเดินห่างจากพวกธนวัติออกไปทุกที กิมจิที่ใส่หัวโตเดินรำป้อรั้งท้ายขบวนเกิดนึกซ่าขึ้นมาหันกลับไปทำท่าลิงล้อเลียนแล้วเดินตามพวกธนวัติไป แต่เขาเกิดสะดุดขาตัวเองหกล้ม
“อ๊ออยยย”
หัวโตที่กิมจิใส่หลุดกระเด็นไปโดนหลังพาณิชย์ กิมจิที่ล้มลงไปเงยหน้าขึ้นมองแล้วตาค้าง พาณิชย์หันกลับมามองพร้อมกับยิ้มอำมหิตให้
พาณิชย์กระโดดตัวลอยหมุนตัวเข้ามาเตะปากกิมจิจนกระเด็นฟุบไป
พาณิชย์เอาดาบจี้คอกิมจิแล้วประกาศต่อพวกดนัย ชลิต และทุกคนที่กำลังหันมองอย่างตกตะลึง
“หมูวิ่งมาขึ้นเขียงแท้ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า” พาณิชย์ยกมีดจะฟัน
ชลิตตะโกนขึ้นมา “อย่าทำอะไรกิมจิเลย ฉันยอมแพ้แล้ว” ชลิตยกมือขึ้น ยอมแพ้
ดนัย ดาหวัน ฉวีวรรณ แจ๋ และคนที่เหลือยกมือตาม
พาณิชย์ยิ้มสะใจแล้วหลิ่วตาถามธนวัติ ธานี
“ได้ยินไหมฮะ พวกมันยอมแพ้ราบคาบแล้ว”
ธนวัติ ธานี กาซู หัวเราะเยาะเย้ย ทั้งหมดเดินตรงเข้าไปหาชลิตกับดนัย
“ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอไอ้พวกเด็กเหลือขอที่เมืองลับแลนี่อีก” ธานีกล่าว
“พวกแกมันดวงจู๋จริงๆว่ะ มีอะไรสั่งเสียก่อนตายมั้ย”
“แกจะฆ่าฉันก็ฆ่า แต่ปล่อยพวกผู้หญิงไปซะ” ดนัยเสนอตัว
ธนวัติหัวเราะเสียงดัง “แมนที่สุด แมนโคดๆ”
ธนวัติยกเท้าถีบอกดนัยจนกระเด็นล้มไป
ฉวีวรรณ ดาหวัน และแจ๋ร้องตกใจรีบถอดหัวโตทิ้ง
ชลิตถอดหัวโตออกแล้วเหวี่ยงใส่ธนวัติ เขาหันไปต่อยหน้าธานีจนกระเด็นไป กิมจิกำดินปาใส่หน้าพาณิชย์แล้วถีบพาณิชย์จนกระเด็นไป
กิมจิรีบวิ่งเข้ามาช่วยถีบธานีที่กำลังจะเล่นงานพวกผู้หญิง จนธานีเซไป
ดนัยลุกขึ้นมาตั้งท่าสู้ยืนคู่อยู่กับชลิต
“เข้ามาเลย ไอ้ลูกหมา”
“แกตาย!!!” ธนวัติกับพาณิชย์คำรามเสียงดังลั่น แล้ววิ่งไปหาดนัยกับชลิตทันที

ธนวัติกับพาณิชย์วิ่งเข้ามาสู้กับดนัยและชลิต โดยฝ่ายดนัยกับชลิตใช้มือเปล่า ส่วนธนวัติกับพาณิชย์ใช้ดาบไล่ฟัน
ฉวีวรรณกับดาหวันวิ่งมาตรงที่ดนัยสู้กับธนวัติ พาณิชย์สู้กับชลิต
“ดนัย ระวังนะ” ฉวีวรรณส่งเสียงเตือน
“พี่ชลิต สู้ๆ”ดาหวันเชียร์
แต่แล้วทั้งสองสาวก็ชะงักหันมองหน้ากันอย่างกลัวอีกฝ่ายจะจับได้
ฉวีวรรณรีบแก้ตัว “เออ ...พี่ว่าทั้งดนัย ทั้งชลิตแหละ สู้ๆ เนอะ”
ดาหวันตามน้ำ “ใช่จ้าพี่หวี พี่ดนัย พี่ชลิตสู้ๆ”
ทั้งสองสาวหันไปเชียร์สองหนุ่มพร้อมๆ กัน
“ดนัยชลิต สู้ๆ พี่ดนัยพี่ชลิตสู้ๆ”
ธานีจะเอาดาบแทงกิมจิ แต่กิมจิหลบ แล้วแจ๋หยิบหัวโตขึ้นมาตีศรีษะธานี
ธานีผงะไปทางกิมจิ กิมจิปล่อยหมัดเข้าหน้าธานี ธานีล้มลงไปตรงหนึ่ง แล้วดาบในมือหลุดลอยลงไปตกตรงหน้าฉวีวรรณ
ฉวีวรรณเห็นรีบหยิบดาบโยนไปให้ดนัย
“ดนัย!!!”
ดนัยรับดาบไปฟันต่อสู้กับธนวัติ
กิมจิกับแจ๋ช่วยกันทั้งเตะทั้งต่อยธานีที่เสียหลักล้มลงอยู่ที่พื้น กาซูทำท่าจะวิ่งเข้าไปแทงชลิตจากทางข้างหลัง แต่ดาหวันเห็นก่อนจึงหยิบก้อนหินขึ้นมาปาใส่หัวกาซู
“อย่านะ ไอ้ชั่ว!!!”
กาซูชะงักและร้องด้วยความเจ็บดาบในมือเขาหลุดลอยออกไป
ชลิตเหลือบเห็นจึงยกมือขึ้นรับดาบได้ทันเวลา แล้วหันไปสู้กับพาณิชย์ต่อได้ทันที
ดาหวันเข้าไปหยิบท่อนไม้ทุบใส่กาซูจนสลบไป ดนัยเสียท่ากำลังจะโดนธนวัติแทง ฉวีวรรณรีบวิ่งเข้าไปทุบตี แล้วกัดธนวัติ
“อย่านะ” ฉวีวรรณร้อง
“โอ้ย” ธนวัติแล้วหันมาจะตบฉวีวรรณ “อยากตายเหรอ!!”
ดนัยหันไปเห็นรีบลุกพุ่งเข้าไปถีบธนวัติจนกระเด็น
“อย่าแตะต้องหวี”
พาณิชย์ชะงักหันมองธนวัติที่พลาดท่า ชลิตถือโอกาสฟันดาบใส่พาณิชย์ แต่พาณิชย์เบี่ยงตัวหลบอย่างเฉียดฉิว ซึ่งก็ทำให้เขาผงะล้มหงายหลัง
ชลิต ดนัย ฉวีวรรณ ดาหวัน แจ๋ และกิมจิ รีบวิ่งเข้ามารวมกลุ่มกัน
“ทุกคนหนีไปก่อนเร็ว ฉันกับดนัยจะสู้กับพวกมันเอง” ชลิตร้องสั่ง
“ไม่ หวันไม่ไป”
“นี่ไม่ใช่เวลามาดื้อ...นะ หวัน”
“ใช่” ดนัยพูดแล้วหันไปหาฉวีวรรณ “หวี แจ๋ กิมจิ พายายหวันไปจากที่นี่ซะ แล้วไปเจอกันที่ปากถ้ำ”
ฉวีวรรณมองดนัยแน่วแน่ “ไม่ อยู่ก็อยู่ด้วยกัน ตายก็ตายด้วยกัน”
“แต่ฉันไม่อยากให้เธอตาย เข้าใจมั้ย!!” ดนัยสั่งด้วยความเป็นห่วง
ธนวัติกับพาณิชย์ตั้งตัวได้ก็วิ่งกรูเข้ามาอีก แจ๋รีบดึงมือฉวีวรรณ กิมจิดึงมือดาหวันเพื่อฉุดให้หนีออกไป
“รีบไปเร็ว” แจ๋ตะโกน
ดนัยกับชลิตหันไปสู้กับธนวัติและพาณิชย์เพื่อกันให้พวก ผู้หญิงหนีไปได้ ธานีกับกาซูลุกขึ้นมาจะเข้าไปคว้าตัว ฉวีวรรณกับดาหวัน
“อย่าหนีนะเว้ย” ธานีตะโกน
ธานีกับกาซูวิ่งเข้ามาจากคนละทาง แต่พวกฉวีวรรณกับดาหวันวิ่งผ่านหน้าไปได้อย่างเฉียดฉิว ธานีกับกาซูเลยวิ่งเข้ามาชนกันเองจนล้มลงไป
ชลิตกับดนัยถีบพาณิชย์กับธนวัติจนล้มลง แล้วหลิ่วตามองกัน ให้รู้ว่าจะล่อพวกนี้ไปทางอื่น
“เฮ้ย ไอ้โง่ แน่จริงก็ตามให้ทันนะเว้ย”
ชลิตกับดนัยวิ่งหนีไปคนละทางกับที่ฉวีวรรณกับดาหวันไป
ธนวัติแค้น “ไอ้ดนัย ไอ้ชลิต อย่าท้านะเว้ย”
ธานีกับกาซูวิ่งเข้ามาหาธนวัติกับพาณิชย์
“เฮ้ย รีบตามมันไป” ธานีตะโกนบอก
“ไม่ต้องห่วงคุณอา งานนี้จับตายเท่านั้น!!” พาณิชย์บอก
ธนวัติ พาณิชย์ ธานี กับกาซู รีบวิ่งตามดนัยกับชลิตไป

ทางด้านอุ๊บอิ๊บกับบุญทิ้งกำลังเดินหลงอยู่ในป่า อุ๊บอิ๊บบ่นโวยวายไปตามประสา
“โอ้ย ทำไมเราต้องจากกันตลอดๆเลยนะ!! พี่ดนัยขา พี่ดนัยรู้มั้ยคะ อุ๊บอิ๊บต้องฝืนใจแค่ไหนที่ต้องมาตกระกำลำบากกับนายมหาไก่อ่อนเนี้ย”
“เจริญพร คุณอุ๊บอิ๊บ ไม่มีอะไรในโลกนี้เป็นเรื่องบังเอิญ มันอาจจะเป็นกรรมเวรของผมกับคุณก็ได้” บุญทิ้งปลอบ
อุ๊บอิ๊บหันมาด่า “อีตามหาบุญทิ้ง นี่ว่าฉันเป็นเจ้ากรรมนายเวรของนายเหรอ”
“เปล่าครับ ...เพียงผมอยากอธิบายให้คุณฟังว่า ผมกับคุณอาจจะเคยร่วมทำบุญทำกรรมกันมา จริงๆแล้วเราน่าจะมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกันนะครับ”
อุ๊บอิ๊บยื่นหน้ามาหา “ทำไมฉันต้องมีน้ำใจกับนายด้วยล่ะ”
อุ๊บอิ๊บมองจ้องตาบุญทิ้ง บุญทิ้งหน้าตื่นด้วยความประหม่าขึ้นมา
“เออ ...คือ...เปล่าครับ”
“โกหก!”
อุ๊บอิ๊บยกมือขึ้นแตะปากบุญทิ้ง เขาก็ยิ่งประหม่าไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร
“เปล่าครับ ไม่ได้โกหก”
อุ๊บอิ๊บรุกเข้าไปใกล้ บุญทิ้งถอยหลังไปจนติดต้นไม้
“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วย”
“ผม ผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน “
บุญทิ้งขยับจะหนี แต่อุบอิ๊บยกมือขึ้นเท้าต้นไม้ขวางไว้ บุญทิ้งยิ่งเหวอมองอุ๊บอิ๊บด้วยสีหน้าตื่นตระหนก อุ๊บอิ๊บได้ที ก็ยิ่งแกล้งหนัก
“คุณอุ๊บอิ๊บจะทำอะไร ครับ ทำไม ทำไม มองผมแบบนั้น”
“หึหึ ฉันก็จะ.” อุ๊บอิ๊บแกล้งยื่นหน้ามาใกล้ “จะ...จูบนาย”
บุญทิ้งร้องเสียงดัง “อ๊ากกกกกกกก อย่าาาาา”
“ยัง!! ยังไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย!!!”
“โธ่ ผมก็นึกว่าคุณจะจูบจริง” บุญทิ้งโล่งใจ
“น้อยๆหน่อยยะ ...นึกว่าฉันพิศวาสนายนักเหรอ หา”
บุญทิ้งทำหน้าซื่อ “ใครจะไปรู้ล่ะว่าคุณจะแกล้ง เดี๋ยวคุณเอะอะจูบ เอะอะจูบ จนผมขี้เกียจเป็นลมแล้วนะฮะ”
อุ๊บอิ๊บทั้งอายทั้งโกรธจึงขึ้นเข่าผ่าหมากบุญทิ้งทันที
“อีตามหาบ้า!! นี่แน่ะ!!!”
บุญทิ้งงอกองอขิงลงไปทันที
“อู้ยยย...บุญทิ้งน้อย แย่แล้ววว”
“แหวะ สมน้ำหน้า ฉันจะบอกนายให้นะ ที่ฉันต้องเสียจูบให้นายครั้งแล้วครั้งเล่ามันเป็นเพราะ สถานการณ์บังคับ นายไม่มีทางได้จูบจากใจฉันหรอก...เชอะ”
อุ๊บอิ๊บเชิดหน้าหนี วิ่งออกไปอีกทางหนึ่ง บุญทิ้งงงกับที่อุ๊บอิ๊บพูด
“จูบจากใจเหรอ???” บุญทิ้งขยับจะตามไปแต่เจ็บหยุดกุมเป้า “มันหมายความว่าไงฮะ คุณอุ๊บอิ๊บ... อู้ยยยย...”

อุ๊บอิ๊บวิ่งมาหยุดหอบเหนื่อยอยู่ที่มุมหนึ่ง มองกลับไปตามทางที่เดินผ่านมานึกถึงบุญทิ้งแล้วโมโห
“ฮึยยย ผู้ชายบ้าอะไร ซื่อบื้อแล้วยังกวนโมโหที่สุด” อุ๊บอิ๊บรู้สึกหิวน้ำขึ้นมา “อู้ย คอแห้งยังกับทะเลทรายเลย หิวน้ำ...หิวๆๆๆ”
อยู่ๆ ก็มีมือยื่นกระบอกน้ำไม้ไผ่มาให้อุ๊บอิ๊บตรงหน้า
“อะไรอ่ะ” อุ๊บอิ๊บรีบดึงไปดู “อุ้ย น้ำ!!! อ๊อยยย สุดยอด” อุ๊บอิ๊บยกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว “สดชื่นจังเลย” จู่ๆ อุ๊บอิ๊บก็นึกขึ้นมาได้ “เอ๊ะ..แล้วใครเอามาให้เรา”
อุ๊บอิ๊บคิดว่าเป็นบุญทิ้ง “ฮึย อีตามหาไก่อ่อน ยังจะมีหน้าตามตื้ออี๊ก เดี๋ยวจัดให้เลยเบาๆ”
อุ๊บอิ๊บลุกขึ้นแล้วหันไปเอาน้ำราดศรีษะขององครักษ์เต็มๆ
“ขอบใจนะมหา..อ๊ายยยยยยยยยย”
องครักษ์ที่โดนน้ำราดใบหน้าเหี้ยม ส่วนด้านหลังขององครักษ์ก็มีพวกทหารลูกน้องยืนอยู่ อุ๊บอิ๊บหน้าเสียเหมือนจะร้องไห้
“ฮืออออ เต็มๆ” อุ๊บอิ๊บยกมือไปเช็ดหน้าตาให้องครักษ์ “เปียกหมดเลยอ่ะ อุ๊บอิ๊บเช็ดให้นะคะ”
องครักษ์ตะโกนลั่นออกมาใส่หน้าอุ๊บอิ๊บอย่างเหลืออด
“อ๊ากกกกกกกกกก”
อุ๊บอิ๊บตกใจกระเด้งถอยออกมาแล้วล้มลง เธอร้องกรี๊ดหวาดกลัว
“กรี๊ดดดดดดดดดด”
องครักษ์ยกดาบขึ้นมาจะฟันอุ๊บอิ๊บ
อุ๊บอิ๊บหลับหูหลับตากรี๊ดสุดเสียงนึกว่าตายแน่แล้ว ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเสือคำรามดังขึ้น องครักษ์ชะงักมือ เหลียวมองเลิกลั่ก
“เสือ เสือแน่ๆ ท่านองครักษ์” ทหารกล่าวละลั่กละล่ำ
เสียงเสือคำรามมาอีกพุ่มไม้บริเวณนั้นขยับไหว องครักษ์กับพวกทหารตกใจกลัว แตกตื่นวิ่งหนีออกไป
“อ๊ากกกก มันมาแล้ว!!”
องครักษ์กับทหารวิ่งหนีไปทางหนึ่ง อุ๊บอิ๊บวิ่งไปหลบอีกทาง หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้ว บุญทิ้งก็ก้าวออกมาจากพุ่มไม้นั้นแล้วยิ้ม ภาคภูมิใจที่ไล่ทหารได้สำเร็จ
บุญทิ้งมองตามทางที่อุ๊บอิ๊บวิ่งไปแล้วจึงก้าวตามไป

ที่พุ่มไม้ใกล้บริเวณนั้น อุ๊บอิ๊บกำลังร้องฮือๆ ปิดหน้าปิดตาอยู่ ตัวของเธอสั่นหงันงก
“เสือ ตายแล้ว ตายแน่ๆ ฮืออๆ”
บุญทิ้งเดินมาหยุดมองอุ๊บอิ๊บแล้วอมยิ้ม เขาเดินเข้าไปหาแล้วคุกเข่าลงข้างๆ เธอ
“ฮืฮออ กัดอะไรก็กัด อย่ากัดหน้าฉันแล้วกัน กว่าจะเหลามาได้อย่างนี้ ฉันบินไปเกาหลีหลายรอบนะยะ”
บุญทิ้งมองอุ๊บอิ๊บอย่างขำๆ อุ๊บอิ๊บยังปิดหน้าปิดตาร้องไห้สั่งเสียเพราะนึกว่าบุญทิ้งเป็นเสืออยู่
“ฮือๆ แล้วถ้าแกกินเนื้อฉัน แล้วอยู่ๆ แกกลายเป็นเสือเผือกขึ้นมาก็ไม่ต้องตกใจนะ มันเป็นเพราะฉันกินกลูต้าเข้าไปน่ะ”
บุญทิ้งฮาก๊ากออกมาอย่างสุดกลั้นทนไม่ไหวแล้ว
“ฮ่าๆๆๆๆ”
อุ๊บอิ๊บสะดุ้งแล้วก็เปิดตาขึ้นมอง
“เอ๊ะ! เสือ! เสือหัวเราะได้ด้วยเหรอ” อุ๊บอิ๊บหันไปเห็นบุญทิ้ง “ฮึ นี่ นาย”
“เจริญพร ฮาฮ่า ผมเองครับ ฮ่าฮ่าฮ่า” บุญทิ้งพูดพร้อมกับชูไม้ไผ่ที่ทำเป็นนกหวีดเสียงเสือขึ้นให้ดู “ผมพกนกหวีดเสียงเสือมาด้วยฮะ”
“นกหวีดเสียงเสือ?” อุ๊บอิ๊บแปลกใจ
“ฮ่าๆๆ ฮะ!! ลุงสางโปให้ผมไว้ ไม่นึกว่าจะใช้ไล่พวกทหารหญิงได้ ฮ่าๆๆ”
“ฮึยย แล้วนี่นายจะขำอะไรนักหนา ฮ้า”
“ไม่รู้สิฮะ ฮ่าฮ่าฮ่า คุณอุ๊บอิ๊บตลกจัง ...เกิดมาผมไม่เคยขำอะไรเท่านี้มาก่อนเลย “เสือกูลต้า” ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
บุญทิ้งขำมากจนอุ๊บอิ๊บหมั่นไส้
“ฉันเปิ่นนี่มันตลกมากเลยใช่มั้ย ไอ้มหา”
อุ๊บอิ๊บตรงเข้าไปทุบบุญทิ้งอักๆ บุญทิ้งปัดป้อง อุ๊บอิ๊บโถมเข้าไปทุบจนกลายเป็นล้มลงไปกอดกัน
ทั้งสองมองหน้าประสานสายตาอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
อุ๊บอิ๊บมองหน้าบุญทิ้งคิดในใจ “อ๊ายยย ทำไมฉันใจสั่น อุ้ย ตาก็โต ปากก็แดง จริงๆ แล้วอีตามหาไก่อ่อนก็หล่อเหมือนกันนะ”
บุญทิ้งมองหน้าอุ๊บอิ๊บคิดในใจ “คุณอุ๊บอิ๊บ ถ้าคุณไม่ตวาดแว้ดๆ คุณก็สดใสแล้วก็...น่ารักมากเลยรู้มั้ย”
บุญทิ้งคลี่ยิ้มออกมามองสบตาอุ๊บอิ๊บ อุ๊บอิ๊บยิ่งมองบุญทิ้งก็ยิ่งปิ๊งตะลึง
อุ๊บอิ๊บมองบุญทิ้งคิดในใจ “อ๊อยยยย อย่านะ อย่ามายิ้มให้ฉันนะ ช่วยด้วยใจละลายแล้วววว”
อุ๊บอิ๊บก้มลงไปเหมือนใกล้จะจูบบุญทิ้ง ทันใดนั้นเองเสียงแจ๋ก็ดังเข้ามา
“เร็วๆ เข้าพวกเรา มาทางนี้”
อุ๊บอิ๊บกับบุญทิ้งตกใจรีบกระโดดออกจากกันไปนั่งพับเพียบเรียบร้อย สงบเสงี่ยมอยู่คนละข้าง
แจ๋ กิมจิ ฉวีวรรณ และดาหวัน วิ่งมาจากป่าทางหนึ่ง
“เฮ้ย มหาบุญทิ้ง อุ๊บอิ๊บ” กิมจิทัก ทั้งหมดเดินเข้ามาหาอุ๊บอิ๊บกับบุญทิ้ง
“นึกว่าพวกแกสองคนโดนไอ้พวกทหารนั่นจับไปแล้วสิ” แจ๋บอก
กิมจิมองอุ๊บอิ๊บกับบุญทิ้งแล้วงง เพราะทั้งคู่ดูสงบผิดปกติ
“นี่พวกแกทำอะไรกันอยู่ ท่าทางแปลกๆ ชอบกล”
บุญทิ้งกับอุ๊บอิ๊บมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วอุ๊บอิ๊บก็ชิงตอบขึ้น
“เออ ๆคือ เปล่าไม่มีอะไรนี่ เมื่อกี้พวกเราพึ่งหลบจากพวกทหารมาได้เลยมานั่งพักกันแถวนี้ล่ะจ้า”
“โฮ นั่งพับเพียบเรียบร้อยอย่างนี้เนี่ยนะ ประหลาดแล้ว!! นี่แกสองคนมีอะไรกันหรือเปล่า” กิมจิสงสัย
บุญทิ้งกับอุ๊บอิ๊บรีบส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกัน “เปล่า!”
ดาหวันตัดบท “เอาล่ะๆ อย่าเสียเวลาเลย รีบไปที่ถ้ำกันเถอะ”
“นั่นสิ ป่านนี้ดนัยกับชลิตอาจจะไปรอพวกเราแล้วก็ได้” ฉวีวรรณพูดอย่างจริงจังขึงขัง

ดนัยกับชลิตวิ่งมาถึงป่าอีกมุม ธนวัติกับพาณิชย์วิ่งจากข้างทางด้านหน้ามาขวางหน้าดนัยกับชลิตไว้ ดนัยกับชลิตผงะจะหันกลับไปข้างหลัง แต่ธานีกับกาซูวิ่งเข้ามาขวางไว้พอดี
“พวกแกหนีความตายไม่พ้นหรอก!!” ธนวัติขู่
ธนวัติ พาณิชย์ กาซู และธานีหัวเราะสะใจแล้วตั้งดาบตีวงล้อมโอบเข้ามา ดนัยกับชลิตถอยจนหลังมาชนกัน ทั้งสองพยักหน้าให้กัน แล้วเปิดเกมรุกเข้าไปสู้กับทั้งสี่คน ก่อน
ดนัยกับชลิตสู้ไม่ถอย พวกเขาตะลุมบอนกับพวกธนวัติอย่างดุเดือด จนกระทั่ง ดนัยเสียท่าโดนถีบล้มลงไป ธนวัติเอาดาบจ่อคอ พาณิชย์ฟันดาบใส่ชลิต แต่ชลิตเบี่ยงหลบจนดาบของเขาร่วงจากมือ พาณิชย์ได้ทีเอาดาบจ่อคอชลิตไว้ทันที
“แกแพ้แล้ว!!”
ธนวัติเงื้อดาบขึ้นมาจะฟัน ชลิตหันมองดนัยแล้วตะโกนลั่น
“อย่า!!!”
องครักษ์กับหมู่ทหารบุกเข้ามาเจอพอดี
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ !” องครักษ์ร้องตะโกน
ทั้งหมดชะงักไปอย่างตกใจ เห็นทหารดักล้อมเอาไว้ทุกด้าน
องครักษ์สั่งลูกน้อง “จับพวกมันไว้”
องครักษ์ชี้ไปที่ชลิตกับดนัย “โดยเฉพาะไอ้สองคนนั่นอย่าให้หนีไปได้อีก”
ทหารกรูกันเข้ามาหมายจะจับดนัยกับชลิต
ดนัยตัดสินใจถีบธนวัติจนกระเด็นออกไปชนพวกทหารจนล้มระเนระนาด
ชลิตรีบกำดินสาดใส่พวกทหารที่วิ่งเข้ามา ทหารเสียหลัก ล้มใส่พาณิชย์กับกาซูจนล้มลงไปตามๆ กัน
“ไปเร็วชลิต !” ดนัยร้องบอกแล้วคว้าแขนชลิตวิ่งออกไป ธนวัติได้สติก็รีบลุกตาม
“เฮ้ย แล้วพวกฉันล่ะ !”
ธนวัติกับคนอื่นๆ รีบลุกขึ้นจะวิ่งตามไป แต่องครักษ์ได้สติรีบพุ่งตรงไปขวางแล้วเงื้อดาบกันไว้ ทั้งสี่ชะงักกึกอย่างตกใจ
“อย่าหนี ไม่งั้นตาย!!” องครักษ์ขู่

ตอนกลางคืน ในท้องพระโรงของเมืองลับแล แสงเพชรกับแสงหล้านั่งอยู่บนแท่น ทั้งสองกำลังดูรูปวาดของดนัยกับชลิตบนกระดาษม้วนอยู่ มีชบา ดอกเข็มและนางกำนันคนอื่นๆ คอยรับใช้
แสงเพชรหันมาบอกชบา “ใช้ได้แล้ว นำออกติดประกาศให้ทั่วเมือง ใครจับตัวได้ข้าจะมีรางวัลให้อย่างงาม “
แสงเพชรม้วนรูปส่งให้ชบา ชบารับไปใส่พานที่ตั้งไว้แถวๆนั้น
องครักษ์เดินนำเข้ามา ทรุดนั่งลงคุกเข่าข้างหนึ่งทำความเคารพแสงเพชร
“เจ้าแม่ ข้านำตัวผู้บุกรุกมาให้ท่านสำเร็จโทษ”
หมู่ทหารนำตัว ธนวัติ พาณิชย์ ธานี และกาซูที่ถูกมัดมือไผล่หลังเดินเข้ามา ทั้งหมดร้องโวยวายให้ปล่อยตัว
องครักษ์สั่งพวกธนวัติ พาณิชย์ ธานี กาซู
“ทำความเคารพเจ้าแม่ คุกเข่า!!”
ธนวัติไม่ยอมคุกเข่า เขาตีหน้ากวนพร้อมจ้องเขม็ง องครักษ์ถีบธนวัติจนล้มลงไป พวกทหารที่เหลือจัดการฟาดหลังทุกคนให้ล้มลงเช่นเดียวกัน
“คุกเข่า!!!” องครักษ์ย้ำเสียงดัง
พวกธนวัติล้มลงไปกับพื้นหน้าแท่น แสงเพชรหัวเราะก้องพร้อมกับเดินลงมาพร้อมแสงหล้า ทั้งสองลงแท่นมายืนค้ำศีรษะพวกธนวัติ และมองดูพวกธนวัติอย่างแปลกตา
“นี่เหรอผู้บุกรุกที่เจ้าว่า” แสงเพชรถาม
แสงหล้าไล่สายตามองแต่ละคนแล้วยิ้มเหยียด
“หน้าตาพิลึกกึกกือ”
“พูดบ้าอะไรวะ ปล่อยพวกฉันไปเดี๋ยวนี้นะโว้ย” พาณิชย์โกรธ
“บังอาจนัก ! แกกล้าพูดจาหยาบคายต่อหน้าเจ้าแม่ทั้งสองได้ยังไง” ดอกเข็มพูดแล้วหลิ่วตาบอกองครักษ์ “ตบปากมัน !
องครักษ์เข้าไปตบปากพาณิชย์จนพาณิชย์ล้มคว่ำร้องโอดโอย
“ก้มลงกราบขอโทษเจ้าแม่เดี๋ยวนี้” ดอกเข็มสั่ง
ธนวัติชะงักมองแสงหล้ากับแสงเพชรแล้วระเบิดเสียงหัวเราะ
“เจ้าแม่ ! เจ้าแม่ศาลไหนวะ แต่งตัวอย่างนี้ ฮ่าๆๆๆๆ”
แสงเพชรตาลุกวาวด้วยความโกรธ เธอซัดเข็มเงินใส่ธนวัติทันที ธนวัติถอยหลังหลบ ทำให้เข็มไปปักที่ผนังส่วนตัวธนวัติกลิ้งหลบจนไปชนกับพานใส่รูป รูปภาพบนพานหล่นลงมาใกล้ตัวธนวัติ
“เฮ้ย แกทำอย่างนี้ได้ยังไง ไอ้วัติมันลูกใครรู้มั้ย เสี่ยธานีน่ะ รู้จักอ่ะเปล่า”
ธานีจะเข้าไปเอาเรื่อง แต่กาซูรีบดึงตัวไว้ แล้วมองพวกแสงเพชรอย่างพิจารณา
“เสี่ย เดี๋ยวหัวก็ขาดหรอก หุบปาก!” กาซูหันไปยิ้มเอาใจแสงเพชร “อย่าถือสาเพื่อนข้าเลยมันติงต๊อง น่ะ ท่านทั้งสองคือประมุขของเมืองลับแลนี้ใช่มั้ยล่ะ”
“ใช่ แสงเพชรกับเจ้าแม่แสงหล้าคือผู้ปกครองเมืองนี้ ดูหน้าเอาไว้ซะก่อนที่หัวพวกเจ้าจะหลุดจากบ่า!!” ชบาตอบแทน
อยู่ๆ ธานีก็ร้องขึ้นมา “อย่า...”
“ยังไมได้ตัด! ไอ้แก่นี่มันวอนเสียแล้ว...จัดการมันคนแรกไปเลย”
สิ้นเสียงแสงเพชร องครักษ์ก็ชักดาบออกมาจะฟันคอธานี
ทุกคนตกใจ ทันใดนั้นเอง เสียงธนวัติก็แทรกเข้ามาพอดี
“รูปไอ้ดนัยกับชลิตนี่”
แสงเพชรและทุกคนหันขวับไปมอง เห็นธนวัติคลี่ม้วนกระดาษดูรูปดนัยกับชลิตอยู่
แสงเพชรมองธนวัติด้วยท่าทางสนใจและมีความหวัง เธอหันไปสั่งองครักษ์
“หยุดการประหารไว้ก่อน” แสงเพชรหันไปหาธนวัติ “เจ้ารู้จักผู้ชายสองคนนี้หรือ”
ธนวัติลุกขึ้นยืนแล้วมองแสงเพชรพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย
“อย่าว่ารู้จักเลย เรียกว่า พวกมันอ้าปากฉันก็เห็นไปถึงลิ้นไก่แล้วดีกว่า” ธนวัติเดินเข้าไปใกล้แสงเพชร “หึ..หึ ไอ้ดนัยกับชลิต เป็นคนที่เจ้าแม่ต้องการตัวใช่มั้ย”

ธนวัติจ้องหน้าแสงเพชรเป็นเชิงถาม แสงเพชรกับแสงหล้ามองธนวัติอย่างพอใจเพราะรู้สึกว่ามีแนวร่วมหาตัวสองหนุ่มแล้ว

อ่านต่อตอนที่ 18




นางฟ้ากับมาเฟีย ตอนที่ 17
นางฟ้ากับมาเฟีย ตอนที่ 17
ธิดาเดินกลับมาที่หน้าบ้าน หลังจากไปหารามไม่เจอ เธอสติแตกถึงกับยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อระบายความคั่งแค้นในใจออกมา “หายหัวไปไหนกันหมด” เมขลาใส่เสื้อคลุมของเทวัญเพื่อปกปิดแผลที่แขน เดินมาพร้อมเทวัญ ธิดาเห็นก็โมโหจัด เล็งปืนจะยิง “แก แกอยากได้รามนักใช่มั้ย งั้นเอาลูกตะกั่วไปแทนแล้วกัน” เทวัญรีบเอาตัวบังเมขลาไว้ “อย่าทำอะไรบ้าๆนะยัยน้อง คุณเมเขาไม่ได้ไปกับราม พี่ยืนยันได้” ปองธรรมกับแสงเข้ามาจากอีกทาง หลังจากไปค้นหารามไม่เจอ “แล้วแฟนแกหายไปไหนมา” ปองธรรมถา พลางจ้องหน้าเขม็ง เมขลาพยายามควบคุมอาการตื่นเต้น “คือฉันออกไปเดินเล่น แล้วก็เกิดหลงทางค่ะ” เทวัญช่วยพูด
กำลังโหลดความคิดเห็น...