xs
xsm
sm
md
lg

กุหลาบซาตาน ตอนที่ 3

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ติดตามอ่านได้ทาง www.manager.co.th ทุกวัน เวลา 9.30 น.
กุหลาบซาตาน ตอนที่ 3
ไปรมาในชุดสีขาวสวยเหมือนนางฟ้า ใส่หน้ากากบังหน้า เพิ่งเดินเข้ามาถึง ชายในชุดเพชรฆาตเข้ามาดักหน้า
“ว้าย!” ไปรมาร้องอย่างตนกใจชายคนนั้นเปิดหน้ามา ยิ้มกวน ปรากฏว่าเป็นภูษณะ “ภู เล่นอะไร ตกใจหมด...แล้วนี่มาด้วยเหรอ ไหนว่าจะไม่มา”
“แล้วไป๋ล่ะ เห็นเกลียดกันจะเป็นจะตาย มาทำไม” ภูษณะมองไปรมาอย่างจับผิด “หรือว่ารักกันแล้ว”
“ใครว่า ที่เรามาเนี่ย เพราะเขาเชิญทุกคนในคลาส ถ้าเราไม่มา เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่กล้า” ไปรมารีบกลับเกลื่อน
“แปลว่ายังเกลียดกันอยู่ ?”
“แน่นอน”
“ดี งั้นช่วยอะไรหน่อย”
“อะไร”
ภูษณะยัดซองใส่การ์ดเล็กๆ ใส่มือไปรมา
“เอาให้เจ้าของวันเกิดเค้าหน่อย แต่อย่าบอกนะ ว่าเป็นของเรา”
ไปรมามองการ์ด แล้วมองภูษณะ ภูษณะยิ้มเจ้าเล่ห์
ที่ห้องโถงของปราสาทชิลอง ชัชทำหน้าที่เป็นตากล้อง ถ่ายรูปให้ชินภัทรกับเพื่อนๆ ระหว่างที่กำลังถ่ายรูป ชัชเห็นเงาของคนใส่เสื้อคลุมตัวใหญ่ ทาบอยู่บนผนังนอกห้อง ชัชชะงัก เพ่งมองอย่างสนใจ เงานั้นเคลื่อนไหว ชัชเห็นแขนเสื้อคลุมตัวใหญ่โผล่มาจากประตู
กงพัดค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมานิดนึง เพื่อแอบมองในห้อง แล้วชะงัก เมื่อเห็นตาชัชมองมา กงพัดหลบวูบ ชัชขยับตัว โรสที่อยู่ข้างๆ เห็นชัชผิดปกติ รีบเข้ามาถามอย่างห่วงใย
“มีอะไรเหรอคะ”
“ผมเห็นเงาคนอยู่ข้างนอกห้อง ตรงโน้น. .. ไม่ใช่เพื่อนของชินแน่ๆ”
โรสตกใจ หน้าเสีย
“ตายจริง”
“ผมจะตามไป คุณอยู่ในนี้นะ โรส คอยจับตาดูชินเอาไว้ด้วย” ชัชบอกแล้วรีบออกไป
“ค่ะ...ระวังตัวนะคะ ชัช”

โรสมองตามชัช สีหน้ากังวลมาก
กงพัดเดินอย่างเร่งร้อน เลี้ยวลับไปอีกมุมชัชเดินตามออกมา เห็นแค่ชายเสื้อคลุมสะบัดแว่บ ที่สุดทางด้านหน้า ชัชวิ่งตามไป
ชินภัทรโฉบมาถามโรส ที่ยืนกระวนกระวายอยู่
“เบื่อเหรอครับ แล้วนี่อาชัชไปไหนล่ะครับ ทำไมปล่อยให้คุณโรสอยู่คนเดียว”
โรสฝืนยิ้มกลบเกลื่อน
“ชัชเดินออกไปทำธุระค่ะ ชินตามสบายเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วง” โรสบอกแล้วมองไปทางประตู “มีเพื่อนมาอีกคนแล้วแน่ะ”
ชินภัทรหันไปมอง เห็นไปรมาเดินเข้ามาทางประตูอีกด้าน สวยน่ารักมาก ชินภัทรถึงกับตะลึง
“ไป๋...” ชินภัทรเดินเข้าไปหา ไปรมาเองก็ตะลึงมองชินภัทรในชุดเจ้าชายอย่างตะลึงเช่นกัน “ไม่นึกว่าเธอจะมา”
ไปรมาทำเชิ่ด ซ่อนความรู้สึก
“เธอเชิญ ฉันก็ต้องมา มันเป็นมารยาทสังคมน่ะ” ไปรมาบอกแล้วส่งของขวัญกล่องเล็กๆ ให้ “อ่ะ สุขสันต์วันเกิดนะ”
“ขอบใจ”
“อ้อ” ไปรมาส่งซองการ์ดของภูษณะให้ “แล้วนี่ด้วย”
ชินภัทรรับมา งงๆ ไปรมาเดินเชิ่ดๆ ออกไปทักทายกลุ่มเพื่อน พีชญากับโรสเดินเข้ามาหาชินภั้ทร พีชญากระฟัดกระเฟียด
“ไหน ดูซิ ยัยตัวแสบเขียนอะไรมา” พิชญาจะดึงการ์ดไป แต่ชินภัทรหลบ
“ก็คงการ์ดอวยพรวันเกิดแหละ จะมีอะไร”
“ทำไมเรียกเค้าว่ายัยตัวแสบ ไม่ถูกกันหรือยังไง” โรสถามขำๆ
“ก็ไม่เชิงครับ...คือว่า ไป๋เค้าเป็นลูกสาวของส.ส.ปฐวี ที่กำลังมีเรื่องกับพ่อผมอยู่น่ะครับ” ชินภัทรบอก โรสฟังแล้ว อดไม่ได้หันไปมองไปรมาอย่างสนใจ
ที่ทางเดินด้านนอก ชัชเห็นเงาแว่บๆ และได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังห่างออกไป ชัชวิ่งตาม กงพัดวิ่งไปที่ประตูทางออกเล็กๆ จะเปิดออกไป แต่ผิดคาดเพราะประตูล็อคไปแล้วกงพัดอึ้ง...ชัชตามมาถึง เสียงฝีเท้าหายไปแล้ว ชัชยืนคว้าง มองไปรอบๆ

“ได้ยินเสียงมาทางนี้นี่...หายไปได้ยังไง”
ชัชเดินช้าๆ พยายามหาตัวชายลึกลับ ระหว่างนั้นกงพัดแนบตัวกับเพดานด้านบนอย่างลุ้นระทึก
ชัชเดินใกล้เข้ามากับที่กงพัดแอบอยู่ ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือชัชดังขึ้น ชัชรับ
“ว่าไงครับ โรส...ได้ ผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้”
ชัชเดินออกไป กงพัดถอนใจโล่งอก
โรสกับชัชช่วยกันเข็นเค้กอันโตเข้ามาตรงหน้าชินภัทร เพื่อนๆ ร้องเพลง ชินภัทรเป่าเทียน ทุกคนเฮฮา...ภูษณะเห็นพีชญาเจ้ากี้เจ้าการช่วยชินภัทรตัดเค้กอย่างสนิทสนม ครีมเค้กเปื้อนแก้มชินภัทร พีชญาเช็ดให้ ทั้งสองหัวเราะให้กัน ภูษณะแอบอยู่มุมหนึ่ง นอกห้อง เบะปากหมั่นไส้
“ปลื้มมันเหลือเกินนะ ยัยพีช... เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวจะจ๋อย”
ภูษระยิ้มอย่างน้ายๆ
ส่วนโรสดึงชัชไปที่มุมหนึ่งแล้วถามอย่างห่วงใย
“ตกลงเจอใครไหมคะ”
“ไม่ครับ แล้วทางนี้ล่ะ มีใครแปลกหน้าเข้ามาอีกไหม”
โรสทำหน้าลังเล แต่ก็เล่า
“ไม่มีค่ะ มีแต่เพื่อนของชินภัทร แต่ว่า...” ชัชมองเป็นเชิงถาม “...เธอเป็นลูกสาวของส.ส. ปฐวี”
“อะไรนะ” ชัชทั้งตกใจและแปลกใจ
หลังจากตัดเค้กเสร็จแล้วชินภัทรเลี่ยงมายืนริมประตู หยิบซองโน๊ตเล็กๆ ในกระเป๋าออกมาเปิดดูอีกครั้ง ใน๊ตนั้นเขียนว่า “ไปรอที่คุกใต้ดิน มีของขวัญพิเศษจะให้” ชินภัทรมองไปที่ไปรมา พยักหน้า ทำมือชี้ลงที่พื้น เป็นสัญญานว่าตนกำลังจะลงไปข้างล่าง ไปรมามองงงๆ
“อะไรของเค้า”
ไปรมาบ่นออกมาอย่างแปลกใจ พีชกำลังยืนคุยกับเพื่อน เห็นชินภัทรเดินออกจากห้องไป เธอยิ้มกับตัวเอง แล้วรีบขอตัวเดินตามออกไป
ชินภัทรเดินไปตามทางเดินมืดๆ กำลังจะลงไปคุกใต้ดิน โดยไม่รู้ว่ากงพัดมองตามอยู่ กงพัดกำลังจะตามชินภัทรไป แต่ต้องชะงัก พราะเห็นว่าที่สุดทางเดินห่างออกไป ไปรมากำลังเดินมา กงพัดหลบวูบ
ไปรมากำลังเดินตามชินภัทร เจอกับพีชญาที่เดินตามออกมาเหมือนกัน พีชญามองไปรมาอย่างสงสัย
“ไป๋!” พีชญาร้องเรียก ไปรมาชะงัก พีชญาเดินมาขวางหน้า “จะไปไหนไม่ทราบ”
“จะไป...เอ่อ...ห้องน้ำ”
“โกหก ฉันเห็นนะ ว่าเธอเดินตามชิน”
ไปรมาตกใจที่โดนจับได้ แต่ก็เชิดใส่ ไม่แคร์
“ไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอ”
“ทำไมจะไม่ใช่” พิชญาชูกระดาษโน้ตให้ดู “ในเมื่อชินเค้านัดฉัน ไม่ได้นัดเธอ เธอจะตามเค้าไปทำไม”
ไปรมาดูโน๊ตในมือพีชญา ในนั้นเขียนว่า “รออยู่ที่คุกใต้ดินตอนสามทุ่ม มีเรื่องสำคัญจะบอก - ชิน” ไปรมางง
ชินภัทรเดินลงมารอไปรมาที่คุก ชินภัทรชะเง้อชะแง้ไปที่ปากทาง ไม่เห็นไปรมาตามมาซักที
“มัวทำอะไรอยู่นะ”
ชินภัทรรู้สึกมีเงาคนแว่บๆ อยู่ด้านหลัง หันขวับไปมอง
“ใคร?”
ไม่มีเสียงตอบ แต่มีเสียงขยับตัว ชินภัทรเดินเข้าไปด้านใน ชินภัทรเดินผ่านเสาต้นใหญ่ มีมือกระชากชินภัทรเข้ามา แล้วเอากระสอบผ้าคลุมจากหัวถึงเอว ชินภัทรดิ้นขลุกขลัก แต่โดนเชือกมัดเอาไว้รอบตัว เหมือนหมอนข้างใบใหญ่
ระหว่างนี้นชัชกับโรสเดินหาตามหาชินภัทร เห็นพีชญาวิ่งผ่านหน้าไป ไกลๆ ไปรมาวิ่งตามไปติดๆ
“นั่นไงคะ เด็กที่ชื่อไป๋”
“คุณไปดูข้างหน้า ผมจะตามเค้าไปเอง”
ชัชตามไปรมาไป โรสมองตามชัช สีหน้ากังวลสุดๆ
ไปรมากับพีชญาวิ่งแซงกันลงมาที่คุกแต่ไม่เจอใคร
“ชิน เรามาแล้ว เธออยู่ไหน” พีชญาร้องถาม
“ชิน...เธออยู่ในนี้หรือเปล่า... ชิน...ชิน” ไปรมาแปลกใจหันมาพูดกับพีชญา “ไม่มีใครซักหน่อย”
“ตกลงมันยังไงเนี่ย ชินให้เรามาที่นี่ แล้วชินหายไปไหนล่ะ”
ชัชเดินเข้ามา เด็กทั้งสองคนตกใจ
“ตะกี๊เธอบอกว่า ชินนัดเธอลงมาที่นี่เหรอ แล้วตอนนี้เค้าอยู่ไหน”
ขณะนั้นภูษณะใส่ชุดของชินภัทรเดินขึ้นมาจากท่าเรือผ่านดงไม้ หัวเราะกับตัวเอง
“อยากจะเห็นหน้ายัยพีชเน่า ถ้าเจอชินภัทรตัวปลอมเข้าไป จะทำยังไง”
กงพัดเห็นเด็กหนุ่มที่สวมเสื้อคลุมและเสื้อตัวนอกของชินภัทรเดินลับๆ ล่อๆ ขึ้นมาจากท่าเรือข้างปราสาท กงพัดเดินตามมาทางด้านหลัง ล็อคคอ ลากเข้ามาที่พุ่มไม้ข้างทางพร้อมกับเอาปืนจ่อเอว
“ไปกับฉัน แล้วจะไม่มีใครเจ็บตัว”
กงพัดลากตัวเด็กหนุ่มในชุดเจ้าชายไป เขาร้องอู้อี้ กงพัดล็อคคอแน่นเข้า แล้วลากไปในสวน
โรสกับพีชญาออกมาดักรอชัชที่ด้านหน้าปราสาท ชัชออกมาพร้อมไปรมา โรสรีบเข้าไปถาม
“ชินล่ะคะ”
“ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ไหน”
“ช่วยด้วยยยย”
เสียงร้องดังมาจากสวนข้างปราสาท ทุกคนสะดุ้ง แล้ววิ่งฮือตามกันไป
กงพัดเอามือปิดปากเด็กหนุ่ม แล้วเอาสันมือทุบตรงก้านคอ เด็กหนุ่มหมดสติ ทรุดลงกับพื้น
“ขอโทษทีนะ มันจำเป็น”
กงพัดก้มลงจะอุ้มตัวไป พอจับหน้าพลิกขึ้นมาก็ต้องชะงัก เพราะไม่ใช่ชินภัทร
“นี่มัน ...ไม่ใช่นี่”
กงพัดอึ้ง เพิ่งรู้ว่าลงมือผิดตัว ชัชกับโรสวิ่งเข้ามาเจอพอดี โรสกรี๊ด กงพัดสะดุ้ง รู้ตัว พีชญากับไปรมาตามมาติดๆ เห็นร่างของคนที่กองอยู่บนพื้น
“ภู!”
กงพัดทิ้งร่างภูษณะลงแล้ววิ่งหนี ชัชวิ่งตาม
“ทุกคนรอที่นี่” ชัชวิ่งไปสั่งไปแล้วมองโรส “หาชินให้เจอ”
โรสกับเด็กสาวทั้งสองเข้าไปประคองภูษณะที่หมดสติ โรสหน้าตาหวั่นใจมาก
“ถ้านี่ไม่ใช่ชิน แล้วตอนนี้ชินอยู่ไหนล่ะ”
ขณะนั้นชินภัทรอยู่บนเรือกลางทะเลสาบ ชินภัทรอยู่ในเสื้อตัวในและกางเกง พยายามดิ้นรน แกะเชือกออกจากตัวจนสำเร็จ ชินภัทรแกะถุงผ้าออกจากตัว แล้วเห็นว่าตัวเองอยู่ในเรือกลางทะเลสาบก็ตกใจ
“เฮ้ย!”
ระหว่างนั้นกงพัดกำลังวิ่งหนีโดยมีชัชวิ่งตาม
“Stop! I say stop!”

กงพัดวิ่งลัดเลาะหายไปทางด้านข้างของปราสาท ชัชมอง คิดๆ
กงพัดวิ่งหนีมาถึงมุมหนึ่ง ชัชกระโดดลงมาจากที่สูง ตะครุบตัวกงพัดเอาไว้ ทั้งสองล้มลงไปด้วยกัน กงพัดชักปืนออกมา ชัชกระแทกมือกงพัดกับผนังหิน ปืนกระเด็นไป ชัชโถมสุดตัวไปคว้าปืนเอาไว้ได้และจะเล็งยิงกงพัดที่ยังนอนอยู่ที่พื้น จังหวะนั้นโรสวิ่งตามมาพอดี เห็นชัชนอนอยู่ที่พื้นก็ร้องอย่างตกใจ
“ชัช!”
ชัชชะงัก หันไปดูโรส กงพัดฉวยโอกาสกระโดดหนีลงไป กางแขนออก เสื้อคลุมทำหน้าที่แทนร่ม ร่างของกงพัดลอยละลิ่วลงไปในทะเลสาบ ชัชลุกวิ่งตามไปที่ริมระเบียงชัชเห็นร่างของกงพัดกระแทกน้ำ ตูม! ลงไปในทะเลสาบ ชัชยิงปืนตาม ปัง ปัง!
ร่างของกงพัดดิ่งลงไปในน้ำ กระสุนปืนแหวกน้ำตามลงมาโดนไปหลายนัด เลือดสีแดงไหลออกมาเห็นเป็นสาย เสื้อคลุมหลุดจากร่างลอยขึ้นไป ขณะที่ตัวกงพัดจมดิ่งลง...ชัชยิงจนหมดกระสุน แล้วหันมา เห็นโรสยืนมอง หน้าซีดเผือด ช๊อค ชัชรีบเข้าไปหา
“โรส เป็นอะไร” ชัชถามเสียงปลอบโยน โรสได้สติ แต่ยังหน้าซีด
“ผู้ชายคนนั้น...เค้า...เค้า”
“เค้าทำไม” ชัชเอะใจ ถามอย่างสงสัย “คุณรู้จักเค้าด้วยเหรอ”
โรสพยักหน้า
“เค้าคือคนที่บุกไปยิงคุณโชคบนเรือค่ะ”
ชัชอึ้งไป นึกแล้วเชียว
ชินภัทรเอาเรือเข้ามาจอดที่ท่า มองไปที่หน้าปราสาท เห็นรถพยาบาลแล่นเข้ามาก็แปลกใจ โรสกับชัชยืนมองบุรุษพยาบาลเอาภูษณะที่สลืมสะลือขึ้นรถพยาบาลไป ไปรมา พีชญา และเพื่อนๆ ที่มาร่วมงานยืนมุง หน้าเสีย ตื่นเต้น ชินภัทรเดินเข้ามา
“นี่มันอะไรกันครับ”
ชัช โรส พีชญา ไปรมา หันไปมองพอเห็นชินภัทรไปรมากับพีชญาต่างดีใจ
“ชิน!”
ชัชเข้าไปจับตัวชินภัทรอย่างห่วงใย
“ แกไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“ครับ...แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ อาชัช”
“เรื่องมันยาว...ว่าแต่แกเถอะ มันไปยังไงมายังไง แกถึงได้อยู่ในสภาพนี้”
หลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่ห้องโถงของโรงเรียนเพื่อรอฟังข่าวภูษณะ ทุกคนมีสีหน้าวิตกและตื่นเต้น วินัยเดินหน้าเครียดเข้ามา เด็กนักเรียนพากันลุกขึ้น
“เอาล่ะ เรื่องแรก เป็นข่าวดี ภูษณะได้สติแล้ว ปลอดภัยดี พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้” วินัยบอกเสียงเข้มทุกคนมีสีหน้าโล่งใจ วินัยกระแอม “เรื่องที่สอง ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทางโรงเรียนถือว่า พวกเธอต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น” วินัยมองกราดทุกคน “พรุ่งนี้ สิบเอ็ดโมงตรง พวกเธอทุกคนจะต้องไปชี้แจงเรื่องนี้ ต่อหน้าคณะกรรมการและอาจารย์ผู้ปกครองของโรงเรียน”
พีชญายกมือ พยายามจะโต้แย้ง
“แต่ว่า...”
วินัยไม่สนใจพูดตัดบท
“เท่านี้แหละ ดึกแล้ว ไปพักผ่อนได้”
วินัยเดินออกไป เด็กนักเรียนทุกคนมองกัน จ๋อยๆ
“ชิน เธอว่าเขาจะรายงานเรื่องนี้ให้พ่อแม่เรารู้ไหม” พีชญาหันมาถามชินภัทร
“ชัวร์... ถ้าพ่อเรารู้ว่ามีคนมาฆ่าเราถึงนี่ เรื่องใหญ่แน่” ชินภัทรบอกอย่างหนักใจ ไปรมาที่นั่งใคร่ครวญทุกอย่างอยู่เงียบๆ พูดขึ้น
“เขาไม่ได้มาฆ่าเธอ...เค้ามีปืน เค้าคิดว่าภูคือเธอ ถ้าเขาจะฆ่าเธอ ภูคงตายไปแล้ว...เค้าแค่จะจับตัวเธอไป”
“ใครจะต้องการจับตัวเราไปเพื่ออะไร แก้แค้นงั้นเหรอ”
ชินภัทรกับพีชญามองหน้าไปรมาอย่างมีคำถาม ไปรมาน้อยใจ
“นี่พวกเธอคิดว่าฉันรู้เห็นเรื่องนี้ใช่ไหม จะบอกให้นะ ถึงพ่อฉันจะเกลียดพ่อเธอขนาดไหน พ่อไม่มีทางใช้วิธีสกปรกแบบนี้ เพราะพ่อฉันไม่ใช่มาเฟีย!”
ไปรมาเดินออกไป ทั้งโกรธและเสียใจ
“ไป๋”
ชินภัทรนึกสงสารไปรมา ชัชกับโรสเข้ามาพอดี
“ชิน”
ชินภัทรชะงัก แต่อดมองตามไปรมาด้วยความรู้สึกผิดไม่ได้
“ตกลงว่ายังหาตัวมือปืนไม่เจอใช่ไหมครับ”
ชินภัทรถามชัชด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“ยัง พบแต่เสื้อคลุมที่มีรอยถูกยิงทะลุหลายแห่ง มีคราบเลือดด้วย มือปืนคงโดนยิงไปหลายนัดเหมือนกัน”
“แต่ก็ไม่มีใครพบศพ”
“ทะเลสาบเจนีวาลึกมากค่ะ น้ำในทะเลสาบก็เย็นมากด้วย...คนที่ถูกยิงหลายนัดขนาดนั้น ไม่น่าจะรอดขึ้นมาได้ เค้าอาจจะจมน้ำตายไปแล้วก็ได้ค่ะ ชินไม่ต้องกลัว”
โรสยิ้มปลอบชินภัทร แต่แววตาเศร้าและกังวลอย่างประหลาด
ขณะนั้นวีณาขับรถมาตามทาง วิทยุในรถเปิดเพลงเพราะ ทันใดนั้น เครื่องรถก็สั่นและกระตุก
“ว้าย...” เครื่องกระตุก แล้วดับ “อีกแล้วเหรอเนี่ย”
วีณาหักพวงมาลัยรถเข้าจอดข้างทาง ริมทะเลสาบ แล้วลงจากรถ เดินไปเปิดกระโปรงรถ มองอย่างหนักใจ
“ดึกป่านนี้แล้ว จะไปตามใครมาซ่อมได้ล่ะนี่ เฮ้อ...ลองดูแล้วกัน...วันนั้นคุณคนนั้นเค้าทำยังไงนะ”
วีณาพยายามจับนั้น เขย่านี่ อย่างที่จำได้ว่ากงพัดเคยทำ ง่วนอยู่พักใหญ่ วีณาปิดกระโปรงรถ ยกมือไหว้ท่วมหัว
“สาธุ ช่วยติดด้วยเถอะ”
วีณาเดินไปสตาร์ทรถ เครื่องติด เธอยิ้ม แล้วออกรถอย่างดีใจ วีณามองกระจกหลัง เห็นใบหน้าและมือที่เปื้อนเลือดของชายคนหนึ่งโผล่ขึ้นมา ตามองมาที่เธอ เหมือนหนังผี วีณาตกใจร้องกรี๊ด กระทืบเบรคดังโครม
“ว้าย”
วีณาคว้าปืนสั้นและไฟฉายจากลิ้นชักหน้ารถ เอาออกมาถือ ระวังตัวเต็มที่
“Who are you? Get out.”
กงพัดตะกายขึ้นมาจากกระบะหลัง พูดเสียงแผ่ว
“ช่วยผมด้วย”
วีณาเห็นหน้ากงพัดชัดๆ ก็จำได้
“คุณ! คุณนั่นเอง” วีณากระโดดขึ้นกระบะ “ คุณมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง แล้วนี่ไปโดนอะไรมาคะ”
“ช่วย...” กงพัดบอกอย่างอ่อนแรง
วีณาเห็นกงพัดถูกยิง เสื้อผ้าเปื้อนเลือด
“คุณถูกทำร้าย ฉันจะพาคุณไปส่งโรงพยาบาล”

กงพัดคว้ามือวีณาไว้
“ไม่ อย่า” กงพัดมองวีณาด้วยสายตาวิงวอน “ผมอยู่ในอันตราย ได้โปรด...ช่วย...”
กงพัดพูดไม่จบ ก็สลบไปเพราะเสียเลือดมาก วีณามองมือที่เปื้อนเลือดของเขาที่กุมมือเธอ อึ้ง ตัดสินใจไม่ถูก


อ่านต่อหน้าที่ 2 







กุหลาบซาตาน ตอนที่ 3(ต่อ)
เช้าวันรุ่งขึ้นเสียงระฆังจากโบสถ์ลอยมาตามลมโรสยืนสงบอยู่หน้าพระคัมภีร์เล่มโตตรงด้านหน้า นิ่ง เหมือนกำลังสวดภาวนา ชัชเดินเข้ามาด้านหลัง
“โรส”
โรสสะดุ้ง
“คุณชัช”
ทั้งสองเดินออกมายืนคุยกันตรงระเบียงด้านนอกของโบสถ์
“ผมเห็นคุณกำลังอธิษฐาน เลยไม่อยากรบกวน ต้องขอโทษที่ทำให้ตกใจ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขวัญเสียไปหน่อย กังวลเรื่องมือปืนคนนั้นน่ะค่ะ”
“เราน่าจะได้ตัวไอ้หมอนั่นเร็วๆ นี้แหละ”
“อะไรนะคะ”
โรสตกใจแต่สีหน้าชัชมีความหวัง
“เด็กที่ชื่อภูษณะให้การว่า มือปืนเป็นคนไทยแน่ๆ เพราะพูดภาษาไทยชัดเจนมาก ตอนนี้ตำรวจเค้ากำลังตรวจสอบประวัติคนไทยทุกคน ที่เดินทางเข้ามาในสวิส ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา... ภายในวันนี้ เราคงได้รู้กัน ว่ามันเป็นใคร”
ชัชพูดอย่างมั่นใจ โรสฝืนยิ้ม แต่สีหน้ากังวล
ส่วนกงพัดระหว่างยังไม่ได้สติกงพัดฝันว่าวิ่งหนีอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่ที่กองไฟลุกท่วม ไฟล้อมเข้ามาทุกด้าน จนไม่มีทางจะหนีไปได้โชคเดินฝ่ากองไฟเข้ามา ยิงกงพัด ปังๆๆๆ ร่างของกงพัดกระตุกตามแรงยิง แล้วทรุดลงโชคโบกมือ ไฟที่รายล้อมอยู่โหมเข้าถึงตัวกงพัด เผาร่างของเขา กงพัดกรีดร้องอย่างเจ็บปวด
กงพัดสะดุ้งตื่นขึ้นมา เหงื่อแตกเต็มหน้า ทะลึ่งพรวดขึ้นจากเตียง
“โอ้ยยยยย”
กงพัดร้องออกมาเพราะเจ็บแผล วีณารีบวิ่งเข้ามาดู
“คุณ!” กงพัดมองวีณางงๆ ด้วยแววตาว่างเปล่า “รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ” กงพัดสำรวจตัวเอง เห็นว่าตามเนื้อตัวมีผ้าพันแผลหลายแห่ง วีณาอธิบาย “คุณถูกยิงทั้งหมด 3 นัด แต่ลูกกระสุนไม่ฝังใน แล้วก็ไม่โดนที่สำคัญแต่คุณเสียเลือดไปมากเหลือเกิน จนฉันคิดว่าคุณจะไม่ฟื้นขึ้นมาซะแล้ว กำลังคิดอยู่เลยว่า ถ้าคุณตายไป ฉันเอาศพคุณไปซ่อนที่ไหนดี” กงพัดมองวีณาอย่างงงๆ วีณายิ้มน่ารัก “ฉันพูดเล่นน่ะค่ะ...ตกลงคุณจะบอกฉันได้หรือยังคะ ว่าใครยิงคุณ” กงพัดนิ่ง พยายามนึก “คุณคะ?”
“ผมไม่รู้”
“คุณไม่เห็นหน้าคนยิงเหรอคะ คุณมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใครมาก่อนหรือเปล่า”
“ผมไม่รู้ ผมจำอะไรไม่ได้เลย” กงพัดพยายามนึก แล้วปวดหัว
“คุณเสียเลือดไปมาก มันอาจจะทำให้สมองคุณไม่ปกติ คุณพักก่อนเถอะค่ะ” วีณาประคองกงพัดนอนลง “เอาไว้คุณค่อยยังชั่วแล้วค่อยว่ากัน”
กงพัดนอนลง วีณาจะไป กงพัดแตะแขนวีณา
“ขอบคุณ”
วีณายิ้ม แล้วเดินออกไป กงพัดนอนนิ่งในเตียง พยายามคิด
“เราเป็นใคร เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ทางด้านชินภัทร ไปรมา พีชญา ภูษณะ ทุกคนต้องชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าคณะกรรมการและอาจารย์ผู้ปกครองของโรงเรียน ระหว่างรอผลจากอาจารย์ ชินภัทรแอบมองไปรมา ไปรมาเมินใส่ ท่าทางยังน้อยใจชินไม่หายบรรดาอาจารย์ซุบซิบกัน แล้วส่งกระดาษให้วินัย วินัยรับมาอ่าน สีหน้าจริงจัง
“เอาล่ะ ทุกคน เมื่อพิจารณาเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว คณะอาจารย์ผู้ปกครองมีความเห็นว่า แม้จะเป็นการจัดงานเลี้ยงส่วนตัวภายนอกโรงเรียน ในวันหยุด แต่เมื่อมีการกลั่นแกล้งกัน ทำให้เพื่อนนักเรียนด้วยกันต้องตกอยู่ในอันตราย ก็ถือว่าพวกเธอทำความผิด...”
พีชญาทนไม่ไหว ยกมือขึ้นเถียง
“ไม่ใช่ “พวกเรา” ค่ะ คนที่จับชินมัด แล้วเอาไปทิ้งในเรือ คือนายภูษณะ มีไปรมาเป็นคนสมรู้ร่วมคิด”
“ฉันไม่รู้ซักหน่อย ว่าโน๊ตนั่นมันเขียนว่าอะไร” ไปรมาเถียง
“จริงเร้อ”
ไปรมาค้อนพีชญาและค้อนเลยไปถึงชินภัทร
“ใช่สิ คนอย่างฉัน ทำอะไรมันก็ผิดอยู่แล้ว”
วินัยแทรกขึ้นมา
“พอ หยุดเถียงกันได้แล้ว” วินัยหันไปมองภูษณะ “ภูษณะผิดที่แกล้งเพื่อน เธออาจทำให้ชินภัทรจมน้ำตายได้ แต่พวกเธอทุกคนก็อยู่ในงานเลี้ยง แต่ไม่ช่วยกัน ดูแลความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน”
“แล้วจะให้พวกเราทำยังไงครับ” ชินภัทรถามขึ้นมา
“พวกเธอทั้ง 4 คน ต้องไปทำงานเพื่อสาธารณะประโยชน์ในวันหยุดที่จะถึงนี้”
ภูษณะชี้คอตัวเองที่ใส่เสือก แล้วโวยวาย
“เฮ้ แต่ผมยังเจ็บอยู่เลยนะ”
วินัยไม่สนใจ
“เธอทั้ง 4 คนต้องทำงานร่วมกันอย่างเรียบร้อย ถ้าหากมีเรื่องทะเลาะวิวาทขึ้นมาอีก ฉันจะรายงานผู้ปกครองของเธอที่เมืองไทยทันที”
ทุกคนจ๋อย
ที่เมืองไทยชัชเพิ่งบอกโชคถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โชคตะโกนลั่น โทรศัพท์แทบแตก
“บ้าเอ๊ย แล้วแกมาบอกฉันทำไมป่านนี้ ถ้าฉันไม่โทรมาถาม แกคงจะปิดเงียบเลยซีนะ ไอ้ชัช”
ชัชอยู่ในล็อบบี้โรงแรม กำลังจะออกไปข้างนอก คุยโทรศัพท์ไปด้วย
“ผมไม่ได้ปิด แต่เห็นว่าบอกพี่ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ชินก็ปลอดภัยดี”
“เพราะมีคนอื่นมาซวยแทนไง” โชคจึ๊กจั๊กด้วยความขัดใจ “แล้วตำรวจเค้าว่าไง ลากคอคนร้ายมาได้หรือยัง”
“ยังครับ” ชัชเอาหูโทรศัพท์ออกห่าง “ เดี๋ยว พี่โชค อย่าเพิ่งด่า ฟังผมก่อน มันโดนผมยิงไปหลายนัด ตกทะเลสาบไป ตำรวจเค้าสันนิษฐานว่ามันอาจจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว จมน้ำตายไปแล้วก็ได้”
โชคสงบลงนิดนึง
“ แกอยู่ที่นั่นก่อน อย่าเพิ่งรีบกลับมา จนกว่าจะแน่ใจว่าลูกชั้นปลอดภัย เออ...แล้วตำรวจเค้ารู้ไหมว่าคนร้ายเป็นใคร ทำไมมันมาจับตัวลูกฉัน มันเป็นโจรเรียกค่าไถ่หรือยังไง”
ชัชนิ่งไปนิดนึง ก่อนจะตัดสินใจบอก
“มันมาจากเมืองไทยครับ พี่โชค เป็นคนเดียวกับที่บุกไปยิงพี่ ยิงพี่กานดาตายบนเรือ”
“อะไรนะ!”
โชคฟังทุกอย่างจากชัช แล้วค่อยๆ วางสาย ด้วยหน้าตาแค้นจัด
“ลูกไอ้ปฐวีไปเรียนที่นั่น แล้วมือปืนของมันก็ตามไปจับตัวชิน...มึงจะเล่นกับกูจริงๆ ใช่ไหม ไอ้ปฐวี”
คืนนั้นเมื่อปฐวีขับรถกลับบ้าน ปฐวีจอดรถหน้าบ้านเพื่อประตูเปิด แต่ยังไม่ทันเปิดประตู รถของโชคก็แล่นพรวดเข้ามาจอดขวางประตู โชคนั่งอยู่ที่นั่งด้านหลัง มองออกมา
“เอาไงดีครับ ท่าน”
ดนัยถามปฐวี รถอีกคันมาจอดขวางด้านหลังรถปฐวี ลูกน้องของโชค 3-4 คนลงมา ล้อมกรอบรถปฐวีเอาไว้
“ท่าทางมันไม่มาดีแน่ เรียกตำรวจไหมครับ...”
ปฐวียกมือห้าม เมื่อเห็นโชคเปิดประตูลงมา ปฐวีเดินลงไปเผชิญหน้า
“มาจอดรถขวางหน้าบ้านผม มีธุระอะไรไม่ทราบ”
“มีของบางอย่าง ที่ผมคิดว่าเป็นของท่านปฐวี ผมเลยเอามาคืน”
โชคพยักหน้า เป๋งเอากล่องเล็กๆ เข้าไปส่งให้ ปฐวีไม่รับ ดนัยรับแล้วเปิดแทน แล้วผงะ
“เฮ้ย”
“อะไร ดนัย”
ปฐวีเอามาดู ในกล่องเป็นนิ้วที่ถูกตัดมาจากมือไม่นาน มีเลือดแห้งกรัง บนนิ้วมีแหวนตำรวจ
ปฐวีหน้าเสีย
“จำได้ไหมล่ะ ท่าน...ไอ้เจ้าของนิ้วนี่ใช่ไหม ที่ท่านส่งมันไปเก็บผม”
ปฐวีโยนกล่องทิ้ง ไม่ใส่ใจ
“ในทางกฏหมาย ผมก็ต้องยืนยันว่าไม่รู้เรื่อง...แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ คนที่ทำงานชุ่ยอย่างมัน ตายไปก็ไม่มีอะไรน่าเสียดาย”
“ไม่ใช่มันคนเดียวหรอก ไอ้คนที่ท่านส่งไปสวิส ก็โดนยิงตายแล้วเหมือนกัน เสียดาย ที่ศพมันจมไปในทะเลสาบ ไม่งั้น ผมจะลากมันมาสับเป็นท่อนๆ แล้วป้อนให้หมาแถวนี้กิน”
“คุณโชค ผมไม่รู้ว่าคุณพล่ามอะไร แต่ถ้ายังไม่หยุดก้าวร้าวผมเราคงคุยกันดีๆ ไม่ได้”
โชคโถมเข้าใส่ปฐวี ดนัยขยับปืน ลูกน้องโชคขยับปืน ยันกันอยู่ โชคผละออกมามองปฐวีแค้นๆ
“มาถึงขนาดนี้ คงไม่ต้องคุยกันแล้ว” โชคชี้หน้าปฐวี “แต่จำเอาไว้ นี่มันเรื่องระหว่างกูกับมึง ผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่ จะเอายังไง กูจัดให้มึงได้ทุกท่า แต่อย่ามายุ่งกับลูกกู ไม่งั้น...”
ปฐวีโมโหขึ้นมาเหมือนกัน และไม่กลัวโชค
“ไม่งั้นทำไม พูดมาเลย นักเลงสวะอย่างแก จะทำอะไรฉัน”
“ลูกมึงก็เรียนอยู่ที่สวิสเหมือนกัน ถ้าลูกกูเป็นอะไร ลูกมึงตาย จำเอาไว้!”
ปฐวีช็อก โชคเดินกลับเข้ารถไป
“เดี๋ยวก่อน ลูกชั้นไปเกี่ยวอะไรด้วย” โชคปิดประตูรถ ไม่สน “อย่านะแกอย่ามายุ่งกับลูกชั้นนะ”

รถโชคแล่นออกไป ปฐวียืนเครียด เป็นห่วงลูก
“ไป๋...”
นงพงาตกใจมากเมื่อรู้เรื่องนี้ เธอเถียงกับปฐวีก่อนจะผุดลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่
“ไม่รู้ล่ะค่ะ นงจะเอาลูกกลับบ้าน”
นงพงาเดินออกจากห้อง ปฐวีเดินไปขวางไว้
“ด้วยเหตุผลอะไร คุณจะบอกยัยไป๋ บอกใครต่อใครว่ายังไง”
“ก็บอกความจริงซีคะ ว่าเราถูกข่มขู่”
“แล้วเราก็กลัว หยั่งงั้นเรอะ” ปฐวีบอกเสียงเข้ม “ผมเป็นถึงผู้แทนฯ ถ้าผมยอมให้มาเฟียอย่างนายโชคมาข่มขู่เล่นได้ ต่อไปใครเค้าจะศรัทธาเชื่อถือผม คุณเคยคิดบ้างไหม”
นงพงาโดนดุ หงอลงไป แต่ก็ยังเป็นห่วงลูก
“แล้วยัยไป๋ล่ะคะ ลูกเราทั้งคนนะคะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นทางโน้น คุณจะทำยังไง”
ปฐวีหน้าเครียดเพราะยังไม่รู้จะทำยัวงไงกับเรื่องนี้
วันต่อมาที่สวิสเซอร์แลนด์ ชินภัทร ไปรมา พีชญา ภูษณะ เปิดประตูโบสถ์เดินเข้ามา ในชุดพร้อมทำความสะอาด ชินภัทรเดินไปที่ตรงกลาง มีอุปกรณ์ทำความสะอาดวางครบ
“หน้าที่ของพวกเราวันนี้ คือทำความสะอาดโบสถ์ให้เสร็จก่อน 4 โมงเย็นลงมือกันเลยดีกว่า”
ทุกคนเข้าไปหยิบอุปกรณ์ ชินภัทรกับไปรมาจะคว้าไม้ถูพื้นอันเดียวกัน ทั้งสองชะงัก
“ไป๋เอาไปก็ได้”
ชินภัทรบอก ไปรมาไม่ตอบ เมินไปหยิบของอย่างอื่น เดินออกไป ไม่พูดไม่จา ชินภัทรมองอย่างหนักใจ ภูษณะแย่งเอาไม้ถูพื้นไปแทน ชินภัทรยกบันได ไปวางไว้กลางห้อง แล้วปีนขึ้นไปเช็ดโคมไฟระย้ากลางห้อง แต่ก็อดมองไปรมาไม่ได้ ไปรมาเดินไปเช็ดเชิงเทียน เห็นชินภัทรมองมา ไปรมาเมิน เชอะ
โทรศัพท์ดังขึ้น ไปรมารับ
“ว่าไงคะ คุณพ่อ...ไม่มีอะไรนี่คะ ไป๋สบายดี...ค่ะ ใช่ค่ะ เค้าเรียนอยู่ห้องเดียวกับไป๋”
ไปรมาชำเลืองดูชินภัทร แล้วเดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์ ชินภัทรมองตามนิดหน่อย ไม่สบายใจ
ไปรมาเดินออกมาคุยโทรศัพท์อยู่ตรงริมระเบียงโบสถ์
“ค่ะ คุณพ่อ ไป๋จะระวังตัว คุณพ่อก็ต้องระวังตัวด้วยนะคะ...ไป๋ก็รักคุณพ่อค่ะ บายค่ะ”
ไปรมาวางสาย หันมาเจอชินภัทรอยู่ข้างหลัง
“พ่อเธอถามถึงเราทำไม”
ไปรมาทำหน้าไม่พอใจก่อนจะบอกออกมมา
“พ่อเธอไปอาละวาดใส่พ่อเรา หาว่าพ่อเราส่งคนมาทำร้ายเธอ”
“พ่อเธอกับพ่อเรามีเรื่องกันอยู่ แล้วเธอก็บังเอิญมาเรียนที่เดียวกับเรา...พ่อเราก็ต้องสงสัย เป็นธรรมดา”
“เรอะ แล้วที่พ่อเธอบอกว่า ถ้าเธอเป็นอะไรไป เค้าจะฆ่าเราล่ะ” ชินภัทรชะงัก “อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาหรือเปล่า สำหรับมาเฟียอย่างพวกเธอ คงเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกันสินะ”
“พ่อเราเป็นคนใจร้อน เอะอะโผงผาง มีเรื่องทะเลาะกับใครต่อใครบ่อยๆ แต่พ่อเราไม่ใช่คนไม่ดีนะ ไป๋ พ่ออาจจะโมโห ก็เลยพูดไปอย่างนั้น”
“ก็ขอให้จริงเถอะ เพราะอะไรรู้ไหม ...เพราะพ่อเราบอกว่า พ่อไม่เคยทำใครก่อน แต่ถ้ามีใครมาแตะต้องเรา...เธอก็ไม่รอดเหมือนกัน”
ชินภัทรกับไปรมาจ้องตากัน ความรู้สึกทั้งเจ็บ ทั้งเสียใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ภายในโบสถ์ขณะนั้นพีชญาใช้ผ้าเช็ดเก้าอี้ที่เรียงเป็นแถวอย่างตั้งใจ ส่วนภูษณะใช้ม้อบถูพื้นระหว่างแถวเก้าอี้ ไล่มาถึงตรงที่พีชญาอยู่
“ถอย”
“เช็ดเก้าอี้อยู่”
“จะถูพื้น”
“ก็เช็ดเก้าอี้อยู่ ไปถูทางอื่นก่อนได้ไหม”
“ก็ถูพื้นอยู่ ไปเช็ดทางอื่นก่อนไม่ได้หรือไง”
“ไม่ได้”
“ก็ไม่ได้เหมือนกัน”
ภูษณะมองพีชญาอย่างท้าทาย พีชญาฉุนจึงเอผ้าปาใส่หน้าภูษณะ
“นี่แน่ะ”
ภูษณะจับผ้าขี้ริ้วออกจากหน้า
“อื้อฮือ...ยัยพีชเน่า นี่แน่ะ”
ภูษณะผลักไม้ถูพื้นในมือให้ล้มใส่พีชญา ด้ามไม้ตีหัวพีชญาดังป๊อก
“โอ้ย...ไอ้ภู ไอ้บ้า”

ภูษณะหัวเราะสะใจ พีชญาคว้าไม้ถูพื้นมาไล่ตีภูษณะ ภูษณะวิ่งหนี...ทั้งสองวิ่งไล่ตีกันอยู่รอบแท่นบูชา ภูษณะพลาดสะดุดขาตัวเอง เซไปชนพีชญา ทั้งสองเซไปชนพระคัมภีร์เลื่อนไป เกือบตก
“ว้ายยย/เฮ้ยยยย
ทั้งสองช่วยกันตะครุบพระคัมภีร์เอาไว้ได้ ถอนหายใจโล่งอก แล้วเพิ่งนึกได้ ว่าหน้าอยู่ใกล้กันนิดเดียว พีชญาผลักหน้าภูษณะออกไป
“ไอ้บ้า!”
ภูษณะคว้าไม้ถูพื้นจะไล่ตีพีชญาออกไปนอกประตู
พีชญากับภูษณะวิ่งออกมาด้านหน้า แล้วชะงัก เมื่อเห็นรถตำรวจจอดที่หน้าโบสถ์ ชินภัทรกับไปรมาก็เดินมาจากข้างหลัง
“ตำรวจมาทำไม”
ชินภัทรบอกออกมาอย่างแปลกใจ
ตำรวจสองนายลงมาจากรถ แล้วเดินเข้าไปที่อาคารฝั่งตรงข้ามโบสถ์ซึ่งเป็นห้องพักของกงพัดชัชกับโรสตามมา ชินภัทรวิ่งเข้าไปหา
“ตำรวจมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ อาชัช”
“ตำรวจเค้าสืบรู้แล้วว่ามือปืนชื่อ กงพัด เป็นคนไทย แล้วเคยอาศัยอยู่ที่โบสถ์นี่”
“อาสองคนเลยตามมาดูห้องที่เค้าเคยนอน เผื่อว่าจะมีหลักฐานอะไรน่ะค่ะ”
“ไปเถอะ โรส”
ชัชกับโรสตามตำรวจเข้าไป พวกเด็กยืนมอง ซุบซิบกันตื่นเต้น
“มือปืนอยู่ที่นี่เองเหรอ ไม่น่าเชื่อ”
ห้องพักของกงพัดเป็นห้องเล็กๆ แคบๆ ไม่มีข้าวของอะไร นอกจากเตียงไม้ และตู้ไม้โบราณใบเล็กๆ ที่มุมห้องตำรวจค้นดู ในตู้มีเสื้อผ้าไม่กี่ชุดแต่มีกล่องกระสุนปืนสำรองหลายกล่อง ข้างเตียงมีแค่แก้วน้ำ ขวดน้ำ และพระคัมภีร์เล่มเก่าที่กงพัดอ่านประจำ ตำรวจเก็บทุกอย่างไป
ชัชกับโรสยืนมอง ชัชมีสีหน้าผิดหวังนิดๆ ส่วนโรสนิ่งๆ
ตำรวจลาชัชกับโรส ก่อนจะออกรถกลับไป พวกเด็กๆ กรูกันเข้ามา ล้อมชัชเอาไว้
“ตำรวจว่ายังไงมั่งครับ อาชัช”
“ตำรวจเค้าคิดว่า มือปืนคงไม่ได้กลับมาที่นี่”
“เค้าถูกอาชัชยิงบาดเจ็บ ถ้าไม่กลับมาที่นี่ แล้วเค้าจะไปไหนได้ล่ะคะ”
“นั่นสิ เมืองนี้เล็กนิดเดียว ผู้ชายไทยท่าทางน่ากลัว แถมโดนยิงพรุนไปทั้งตัวอย่างมัน ใครเจอ ก็ต้องจำได้ ต้องจับส่งตำรวจแน่ จู่ๆ มันจะหายไปได้ยังไง”
ไปรมาที่ยืนห่างออกไป พูดขึ้นลอยๆ
“ก็หายไปในทะเลสาบไง ...เขาอาจจมน้ำตายไป อย่างที่ตำรวจสันนิษฐานตอนแรกก็ได้นี่”
ทุกคนหันไปมองชัช ขอความเห็น ระหว่างนั้น ไม่มีใครทันสังเกตว่าโรสหายไปตอนไหน
โรสกลับเข้ามาในโบสถ์ยืนนิ่งอยู่หน้าพระคัมภีร์ โรสมองลงไปที่มือของเธอ ที่จับพระคัมภีร์อยู่ ภาพกระตุกแว่บ เข้าไปในความคิดของโรสเธอเห็นกงพัดดิ้นรนอยู่ในฝันร้าย โรสลืมตาขึ้นมา หน้าตาตื่นเต้น
“เขายังไม่ตาย”
โรสบอกเรื่องนี้กับชัชหลังจากออกมาจากโบสถ์แล้ว
“คุณแน่ใจเหรอโรส ว่าเขายังไม่ตาย”
“ค่ะ”
โรสบอกอย่างมั่นใจ
จบตอนที่ 3
ติดตามอ่านตอนต่อไปพรุ่งนี้ เวลา 9.30 น.






เสาร์๕ ทับทิมสยาม ตอนที่ 3
เสาร์๕ ทับทิมสยาม ตอนที่ 3
ที่แท้เป็นนายพลเปาชางซึ่งนำทีมลูกน้องมาเล่นงานกลุ่มดร.ฟอร์ด เปาชางสั่งการลูกน้องโดยใช้วิทยุสื่อสาร “ล้อมมันไว้ อย่าให้หนีรอด” อาเตียวหันมาถาม “พวกมันเป็นใคร เปาชาง” “น่าจะเป็นพวกนักท่องเที่ยว” “แต่ป่าแถวนี้ไม่ใช่เขตท่องเที่ยว” “จะยังไงก็ช่าง ถ้ายกขบวนมาขนาดนี้ พวกมันก็ต้องมีเงินแน่ๆ” เปาซางบอกอย่างมั่นใจ ขณะเดียวกัน ที่มุมซ่อนตัวของ ดร.ฟอร์ด สตีเฟ่น และราฮีม ซึ่งต่างก็รับอาวุธที่พวกลูกหาบโยนมาให้ แล้ว จากนั้นก็เริ่มยิงตอบโต้ “พวกมันไม่ธรรมดานะเปาชาง” อาเตียวบอก “อย่างงี้ซิมันดี” เปาชางกระหนำยิงตอบโต้อย่างเมามัน ขณะทีอาเตียวหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป โดยเล็งไปที่ ดร.ฟอร์ด สตีเฟ่น และราฮีม
กำลังโหลดความคิดเห็น...