xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวสารบ้านเรา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

วธ.เปิดกิจกรรม “กราบบูชาพระบรมสารีริกธาตุ เถลิงราชย์นวธรรมราชา” เฉลิมพระเกียรติ
พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี และเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ

สำหรับพระบรมสารีริกธาตุที่กรมศิลปากรได้อัญเชิญมาประดิษฐานชั่วคราว ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นพระบรมสารีริกธาตุที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี ขณะบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานสำคัญ 5 ยุคสมัย ประกอบด้วย ทวารวดี ล้านนา สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ซึ่งประดิษฐานภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 5 แห่ง จำนวน 18 รายการ มาประดิษฐานรวมกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทย ภายใต้ชื่อกิจกรรม “กราบบูชาพระบรมสารีริกธาตุ เถลิงราชย์นวธรรมราชา” เพื่อสร้างสิริมงคลสะท้อนถึงพุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยมายาวนานกว่า 1,400 ปี และพระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงเป็นธรรมราชาได้ทรงทำนุบำรุงสืบทอดพระพุทธศาสนามาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุได้ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2559

5 หน่วยงาน ระดมพลังปลูกถ่ายกระจกตา เทิดพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชินี
ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยตาบอดจากการตาขุ่นสูงถึง 16,000 คน และต้องรอผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาอีก 8,030 คน ซึ่งแต่ละปีผ่าตัดได้เพียง 800 คน และต่อคิวรออีกปีละ 1,200 คน เนื่องจากขาดแคลนกระจกตา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการ ใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก

การรักษาผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการที่ดี คือ การผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา โดยนำกระจกตาของผู้เสียชีวิตมาเปลี่ยนให้ แม้จะมีการคิดค้นกระจกตาเทียมแล้วก็ตาม แต่ก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้กระจกตาของผู้เสียชีวิตเป็นส่วนประกอบต่อกับกระจกตาเทียมด้วย

ด้วยเหตุนี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรมบัญชีกลาง และสำนักงานประกันสังคม จัดทำ “โครงการดวงตาสดใส เทิดไท้ 84 พรรษา มหาราชินี” พัฒนาหน่วยบริการและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดหาดวงตาเชิงรุก การจัดเก็บ และการปลูกถ่ายกระจกตา โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โครงการนี้ จะดำเนินการในระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2559-12 สิงหาคม 2564 ให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการที่ขึ้นทะเบียนจองดวงตากับศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา 8,400 ดวงตา โดยในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการและดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน สนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายบริการในการจัดตั้งศูนย์ปลูกถ่ายกระจกตาอย่างน้อยเขตสุขภาพละ 1 แห่ง และศูนย์รับบริจาคดวงตาในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ จัดให้มีผู้เจรจาขอบริจาคดวงตาเชิงรุก จัดอบรมให้มีความสามารถในการเจรจาขอรับบริจาคดวงตาและการจัดเก็บดวงตาบริจาคได้ และพัฒนาระบบการจัดหา จัดเก็บ และการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาให้มีศักยภาพและครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการ

กรมศิลป์ฯ ผุดคลังข้อมูลมรดกศิลปวัฒนธรรม กว่า 5,000 รายการ ให้สืบค้นผ่านระบบดิจิตอล
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ขณะนี้กรมศิลปากร ได้พัฒนาระบบคลังข้อมูลดิจิตอลทางมรดกศิลปวัฒนธรรมทั่วประเทศ โดยรวบรวมข้อมูลหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ที่กรมศิลปากรจัดพิมพ์ หนังสือที่เป็นลิขสิทธิ์ของกรมศิลปากร และข้อมูลด้านมรดกศิลปวัฒนธรรม ทั้งวีดิทัศน์ และภาพเก่าที่ทรงคุณค่าไม่น้อยกว่า 5,000 รายการ ไว้ที่เดียวกันในระบบดิจิตอล

เนื่องจากที่ผ่านมาพบปัญหาว่า การค้นหาข้อมูลและหนังสือต่างๆ ต้องค้นหาจากห้องสมุดต่างๆเท่านั้น ซึ่งมีความล่าช้า เพราะข้อมูลกระจายกันอยู่ และบางเรื่องก็มี บางเรื่องก็ไม่มี

ดังนั้น ระบบคลังข้อมูลดิจิตอลจะช่วยแก้ปัญหาให้การค้นหาทำได้ง่าย และสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญจะช่วยให้ผู้สนใจเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกรวดเร็ว และสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้เปิดให้บริการผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้ 1. ผ่านเว็บไซต์ http://www.digitalcenter.finearts.go 2. ติดตั้ง Application ชื่อ Fine Arts Digital Center และดาวน์โหลดหนังสือมาอ่านผ่านสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ทั้งระบบ Android และ IOS ฟรี

สำหรับฐานข้อมูลดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. ประเภทหนังสือ มีมากกว่า 500 รายการ 2. ประเภทวีดิทัศน์ ไม่น้อยกว่า 500 เรื่อง 3. ประเภทภาพเก่า มีคลังภาพทรงคุณค่า จำนวน 13 เรื่อง

สธ.เปิดเวทีสุขภาพจิตนานาชาติ ชูแนวคิด “สติ วิถีแห่งสุขภาพดี”
นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 15 และประชุมวิชาการสุขภาพจิตและจิตเวชเด็กครั้งที่ 13 ปี 2559 ระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน ซึ่งปีนี้เน้นประเด็น “สติ วิถีแห่งงสุขภาพดี” (Mindfulness for Healthy Lives) โดยมีบุคลากรด้านสุขภาพ นักวิชาการ คณาจารย์ ผู้ปฏิบัติงานสุขภาพจิต และเครือข่ายสุขภาพจิตที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวม 12 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า เวียดนาม ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ศรีลังกา และประเทศไทย

นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเป็นทิศทางการพัฒนาประชาคมโลก จัดการปัญหาต่างๆร่วมกัน ในระยะ 15 ปี (กันยายน 2558-สิงหาคม 2573) โดย 1 ใน 17 เป้าหมายที่เกี่ยวกับสุขภาพ ได้แก่ เป้าหมายหลักที่ 3 การมีสุขภาพที่ดีในทุกช่วงอายุ ซึ่งสุขภาพที่ดีนั้น ต้องดีทั้งร่างกายและจิตใจ

ผลสำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตของคนไทยระดับชาติล่าสุด ปี 2556 พบว่า คนไทยร้อยละ 1.8 หรือประมาณ 9 แสนคน เป็นโรคซึมเศร้า ขณะที่ร้อยละ 3.1 หรือประมาณ 1.6 ล้านคน เป็นโรควิตกกังวล ประกอบกับปัจจุบันประชาชนเริ่มมีความตระหนักและต้องการพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะการพัฒนาจิตใจ การฝึกสติจึงเป็นวิธีที่ได้ผลดี ค่าใช้จ่ายต่ำ และเหมาะกับวิถีชีวิตทางสังคม นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทั้งในการทำงาน สร้างสัมพันธภาพในสังคม และการดูแลสุขภาพ

กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญในแนวคิด “สติ วิถีแห่งสุขภาพดี” ที่มุ่งให้สุขภาพดีและอยู่อย่างเป็นสุข ทุกช่วงวัย สมบูรณ์ทั้งทางกาย จิตใจ และสังคม ด้วยการฝึกสติ ซึ่งมีการศึกษาวิจัยทั้งในและต่างประเทศ พบว่า การฝึกสติเป็นประจำและสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกัน บรรเทา และบำบัดอาการเจ็บป่วยได้หลากหลาย รวมถึงอาการที่เกิดจากความเครียด เช่น ความวิตกกังวล ซึมเศร้า พฤติกรรมเสพติด โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็ง โดยเฉพาะอาการปวดเรื้อรัง นอนไม่หลับ ไมเกรน ภูมิแพ้ และหอบหืด เป็นต้น

พุทธสมาคม 3 จชต.เตรียมจัดงานใหญ่ ยกย่องพระเถระผู้ควรกระทำอัญชลี
นายวิชัย เรืองเริงกุลฤทธิ์ นายกพุทธสมาคมจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่คนไทยในประเทศนับถือมากที่สุด และแม้ว่าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีประชาชนนับถือศาสนาพุทธประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีการปฏิบัติศาสนกิจอย่างครบถ้วน มีวัด สำนักสงฆ์ พระภิกษุ สามเณร พอเหมาะต่อจำนวนประชากร ในส่วนพระสงฆ์แต่ละจังหวัด ก็มีพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติเป็นที่เคารพนับถือมากเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นแบบอย่างของพระภิกษุอื่นๆ ได้ถือเป็นต้นแบบในการปฏิบัติ

พุทธสมาคมจังหวัดยะลา โดยความเห็นชอบของพุทธสมาคม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการประชุมกัน และมีมติให้มีการจัดกิจกรรมยกย่องพระเถระผู้ควรกระทำอัญชลีขึ้น โดยผลัดเปลี่ยนจัดทีละจังหวัด

สำหรับปีแรกซึ่งเป็นครั้งแรกของจัดกิจกรรมดังกล่าว ได้ให้จังหวัดยะลา เป็นผู้ดำเนินการ โดยมติของพุทธสมาคม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เห็นพ้องให้ “พระธรรมสิทธิมงคล” (พ่อท่านฉิ้น โชติโก) เจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา เป็นผู้ควรได้รับการกระทำอัญชลี ในปี 2559

สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 15 กรกฎาคม ณ ศาลาการเปรียญ วัดเมือง จ.ยะลา นั้น ได้แก่ การเจริญพุทธมนต์ของพระสงฆ์ การสวดทำนองสรภัญญะของเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับนักศึกษา 500 คน การถวายโล่เกียรติคุณ แด่พระธรรมสิทธิมงคล เป็นต้น คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 1,500 คน

“สุราษฎร์” จับมือ “อุบลฯ” เซ็น MOU ท่องเที่ยว แลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นใต้-อีสาน
นายวงศศิริ พรหมชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ลงนามบันทึกข้อตกลงด้านการท่องเที่ยว (MOU) กับจังหวัดอุบลราชธานี เชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาค โดยการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และประเพณีในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาและออกพรรษา ภายใต้แนวคิดการจัดงาน “เข้าพรรษาเที่ยวงานแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี ออกพรรษาเที่ยวงานชักพระ ทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี”

ทั้งนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีจะนำพาความยิ่งใหญ่ของความเป็นภาคใต้ และของจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณี โดยการนำรถพนมพระ หนึ่งในเรือร้อยกว่าลำ ที่เป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานเทศกาลออกพรรษา ไปร่วมงานเข้าพรรษาที่อุบลราชธานี โดยรถพนมที่ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้คัดเลือกเป็นของวัดควนสุบรรณ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และในช่วงเทศกาลออกพรรษา ขบวนต้นเทียนพรรษาจากจังหวัดอุบลราชธานี ก็จะเข้าร่วมงานชักพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13-27 ตุลาคม

ด้านพระครูสังฆรักษ์ วิทวัส เจ้าอาวาสวัดควนสุบรรณ กล่าวว่า หลังได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนนำรถพนมพระไปร่วมงานเทศกาลเข้าพรรษาที่อุบลราชธานี วันที่ 19-20 กรกฎาคม ทางวัดได้เร่งมือซ่อมแซมรถพนมพระ โดยเลือกทาสีเรือเป็นสีฟ้าขาวและเหลืองทอง เนื่องจากเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 โดยจะจัดให้มีพิธีสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 11 กรกฎาคม ก่อนออกเดินทางไปอุบลราชธานี

สำหรับจุดเด่นของรถพนมพระวัดควนสุบรรณ คือ มีลวดลายกนกโบราณ ผสมผสานกับรูปสัตว์ในวรรณคดี โดยช่างฝีมือของชาวบ้านในอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

(จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 187 กรกฎาคม 2559 โดย กองบรรณาธิการ)
กำลังโหลดความคิดเห็น...