xs
xsm
sm
md
lg

ธรรมะกับสุขภาพ : การฝึกสมาธิ ช่วยผู้ป่วยโรคหัวใจ (ตอนที่ 1)

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนในยุคปัจจุบัน

ในสหรัฐอเมริกา แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตประมาณ 5 แสนราย รัฐบาลต้องใช้งบประมาณดูแลจำนวนมาก ในปี ค.ศ.2008 ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบตัน เป็นเงิน 448 พันล้านเหรียญ ซึ่งสูงมาก ส่วนในประเทศไทย มีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองปีละประมาณ 85,000 ราย

โรคนี้เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ เพราะสาเหตุมาจากการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารที่มีไขมัน และเนื้อสัตว์มากเกิน รับประทานผักผลไม้น้อย ออกกำลังกายน้อย มีโรคประจำตัว คือความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และมีความเครียดสูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สามารถจะแก้ไขได้ ถ้าทุกคนสนใจในเรื่องการดูแลสุขภาพของตนเอง

มีงานวิจัยที่น่าสนใจ คืองานของ นพ.เมเยอร์ เฟรดแมน (Meyer Friedman) อายุรแพทย์ทางหัวใจ ซึ่งทำงานส่วนตัวที่คลินิกโรคหัวใจ ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา

คุณหมอเฟรดแมนสังเกตว่า เก้าอี้หน้าห้องตรวจผู้ป่วยโรคหัวใจ มักจะหักบ่อยกว่าคลินิกโรคอื่น เขาจึงได้ถามเจ้าหน้าที่หน้าห้อง ก็ได้รับคำตอบว่า คนไข้เหล่านี้ชอบนั่งเก้าอี้ครึ่งหน้า แล้วไม่นั่งนิ่งๆ แต่โยกไปโยกมาตลอดเวลา เหมือนกันทุกคน

ต่อมาเขาจึงทำการวิจัย พบว่า คนไข้โรคหัวใจจะมีอุปนิสัยเหมือนกัน คือเป็นคนเก่ง ชอบแข่งขัน ขยัน ทำงานหนัก มีความทะเยอทะยานสูง รออะไรนานๆไม่ได้ นั่งนิ่งๆไม่ค่อยได้ ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา ใจร้อน โมโหง่าย เครียดง่าย และลึกๆแล้วจะเป็นคนที่มีบุคลิกของคนที่ขาดความมั่นใจในตนเอง กลัวความล้มเหลว จึงต้องทดแทนด้วยการแข่งขันให้ได้ชัยชนะในเวลาอันรวดเร็ว

เมื่อทำสำเร็จแล้วก็จะตั้งเป้าให้สูงขึ้น และกดดันตนเองมากขึ้น ทำให้หลายเป็นคนก้าวร้าว ใจร้อน และขาดความอดทน คนเหล่านี้จึงมีเวลาน้อยสำหรับเพื่อนๆ ครอบครัวและการพักผ่อน คนที่มีบุคลิกแบบนี้จะเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เรียกว่า บุคลิกแบบ “เอ” (Personality type A)

เมื่อทราบลักษณะนิสัยของคนที่เป็นโรคหัวใจแล้ว นพ.เฟรดแมนได้ทำวิจัยร่วมกับทีมจิตแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยนำผู้ป่วยโรคหัวใจมาฝึกความผ่อนคลาย ฝึกสมาธิ และพบว่า ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น โรคหายเร็วขึ้น อัตราตายลดลง จากร้อยละ 21 เหลือร้อยละ 13

ต่อมา นพ.เฟรดแมนได้เขียนหนังสือชื่อว่า Treating Type A Behavior and Your Heart ซึ่งเป็นหนังสือขายดีในเวลาต่อมา

แต่ก็มีนักวิชาการเห็นแย้งกับแนวคิดของท่านมากในเวลานั้น เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ไม่มีการพูดถึงในตำราแพทย์ ขณะที่หมอเฟรดแมนเป็นแพทย์รุ่นแรกๆที่เริ่มศึกษาและให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องจิตใจมีผลต่อการเกิดโรคหัวใจ ซึ่งไม่มีแพทย์คนใดเลยที่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้

ดังนั้น เรื่องที่หมอเฟรดแมนค้นพบ จึงเป็นเรื่องที่แปลกแยกสำหรับสมัยนั้นราวปี ค.ศ. 1950 แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีความสำคัญและมีการวิจัยอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา จนได้รับพัฒนาเป็นสาขาวิชาการแพทย์ทางกายและจิต (Mind and Body Medicine) ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในอเมริกา

ความเครียดทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันและชีพจรเร็วขึ้น การหายใจเร็วขึ้น ตลอดจนถึงเมทาโบลิซึ่มในร่างกายเพิ่มขึ้น หัวใจก็จะต้องทำงานมากขึ้น ซึ่งถ้ามีอาการเครียดติดต่อกันยาวนาน ประกอบกับการมีภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งทำให้เส้นเลือดหัวใจอุดตัน

การขาดการออกกำลังกาย นอนดึกตื่นเช้าเป็นประจำ นานเข้าก็จะเริ่มมีอาการเจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเวลาทำงาน หรือเวลาออกกำลังกาย อาการเจ็บจะเกิดบริเวณตรงกลางหน้าอกเหมือนกับมีของหนักๆทับ และอาจจะร้าวไปไหล่ซ้าย และมีเหงื่อแตก ซึ่งเป็นอาการที่จะนำผู้ป่วยมาโรงพยาบาล

งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า อาการเจ็บหน้าอกแบบนี้ในคนไข้โรคหัวใจที่มาห้องฉุกเฉิน มักจะเกิดในเวลาที่ผู้ป่วยมีอารมณ์โกรธ 2 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล

ดังนั้น ทุกคนควรจะสวดมนต์ และฝึกสมาธิทุกๆวัน ในตอนเช้าหรือก่อนนอน หรือช่วงที่พอจะมีเวลา วันละ 30 นาที การปฏิบัติเช่นนี้บ่อยๆจะช่วยป้องกันโรคนี้ได้ ที่สำคัญคือจะต้องฝึกตอนที่ยังแข็งแรง เพราะหากเป็นโรคแล้ว เพิ่งมาเริ่มฝึก ก็จะทำได้ยากขึ้น

นอกจากนั้น ควรทานอาหารจำพวกไขมันและเนื้อสัตว์ให้น้อยลง และรับประทานผักผลไม้ทุกวัน รวมทั้งออกกำลังกาย โดยการเดินวันละ 30 นาที ก็จะทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น

นพ.เมเยอร์ เฟรดแมน

นพ.เมเยอร์ เฟรดแมน เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1910เป็นอายุรแพทย์ทางหัวใจ และเป็นคนบุคลิกแบบ “เอ” มีอาการเจ็บหน้าอก จากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเมื่ออายุ 45 ปี ท่านจึงได้ลงมือศึกษาเรื่องการทำสมาธิที่มีผลต่อโรคหัวใจอย่างจริงจังในเวลาต่อมา ทำให้ท่านเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ท่านได้ใช้วิธีการผ่อนคลาย ทำสมาธิ ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยใจร้อน หงุดหงิดง่าย รอนานๆไม่ได้ จึงทำให้อยู่มาจนถึงอายุ 90 ปี โดยเสียชีวิตในปี ค.ศ. 2001 ผู้สนใจเรื่องราวของท่าน สามารถหาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมใน wikipedia.org โดยพิมพ์ meyer friedman


(จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 141 กันยายน 2555 โดย นพ.แพทย์พงษ์ วรพงศ์พิเชษฐ)
นพ.เมเยอร์ เฟรดแมน