xs
xsm
sm
md
lg

มองปัญหาด้วยปัญญา:

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

จะดับแล้วเย็นได้ ไม่ใช่ท่องไม่ใช่จำ แต่ต้องทำ
จะทำได้ก็ต่อเมื่อเข้าใจ จะเข้าใจได้ก็ต้องรู้ด้วยการใช้วิปัสสนาปัญญา
ใคร่ครวญตามความเป็นจริงถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่มีตัวตน


ปุจฉา
หลักธรรมขจัดความย่อท้อ

กราบขอข้อธรรมจากหลวงปู่พุทธะอิสระที่เคารพ
ผมทำงานในบริษัทหนึ่งมาหลายปี มีคนหลายจำพวก แต่ผมไม่สนใจเรื่องราวของใคร ใครมี หน้าที่ทำอะไรก็ทำไป แต่มาตอนหลังผมเบื่อไม่อยากทำอะไร เพราะเจอแต่อุปสรรค ปัญหาเยอะ ปวดหัว และท้อแท้ ไม่รู้จะทำงานไปอีกนานแค่ไหน ทำไปก็เท่านั้น

ผมยังโสดไม่มีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ชอบเที่ยวเตร่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ หนังละครก็ไม่ชอบดู ทำงานเสร็จก็รีบกลับบ้าน อ่านหนังสือ บางทีก็เหนื่อยมากกับการทำงาน เลยทำให้เฉื่อยๆ เนือยๆ

ขอหลักธรรมจากหลวงปู่สักข้อ ที่จะช่วยให้ไม่ย่อท้อต่อชีวิตครับ

วิสัชนา

ที่จริงแล้วทุกชีวิตต้องมีเป้าหมาย ขอเพียงเราซื่อตรงต่อเป้าหมายของเรา และรักใน เป้าหมายนั้น พร้อมทำความรู้สึกว่าเป้าหมายนั้นเป็นแรงบันดาลใจ หรือเป็นเครื่องทำให้เกิดแรงบันดาลใจต่อการกระทำ พูด คิด ของเรา และทำมันอย่างไม่ย่อท้อ

ฉันคิดว่าไม่ว่าปัญหาหรืออุปสรรคอะไร เราก็สามารถฝ่าฟันและบรรลุเป้าหมายนั้นได้อย่างถึงที่สุด แต่สำคัญว่าที่เรามีปัญหา มีอุปสรรค แล้วเราก็เกียจคร้าน อ่อนแอ ท้อถอย ก็เพราะเราไม่ซื่อตรงต่อเป้าหมาย เราไม่จริงใจต่อเป้าหมาย แล้วเราก็ท้อแท้ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

สรุปคือ เราไม่รักต่ออุดมการณ์ของเรา เพราะฉะนั้นความซื่อตรง ความรัก และความจริงใจมันจะเป็นเครื่องยังให้เกิดกำลังใจในการที่เราจะนำชีวิตไปสู่เป้าหมายอย่างชนิดฝ่าฟันต่อทุกปัญหาและทุกอุปสรรค

สำคัญที่สุด เราต้องรักต่ออุดมการณ์ของเรา อย่ากลัว อย่าหวาดผวา อย่าสะดุ้ง และอย่ามีความรู้สึกท้อแท้หรือท้อถอยต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น หากถามว่าจะใช้ธรรมะข้อใด อยากบอกว่าไม่มีอะไรมากไปกว่าความรัก เพราะความรักที่ยิ่งใหญ่ที่มีในหัวใจของเราจะชนะทุกเรื่อง ความรักสร้างความงามให้เกิดขึ้น ความรักจะทำให้เกิดความเพียร ความรักจะทำให้เกิดความอดทน ความรักจะทำให้เกิดกำลังใจ และความรักจะทำให้เกิดกระบวนการบริหารจัดการที่ตรงใจ ถูกใจ และพอดีในหัวใจ

ปุจฉา
ออกจากกาม

กราบหลวงปู่พุทธะอิสระที่เคารพอย่างสูง ดิฉันเพิ่งหันมาปฏิบัติธรรม จึงไม่ค่อยรู้อะไร แตก็พยายามเรียนรู้ค่ะ ตอนนี้มีข้อสงสัยเรื่องสัมมาสังกัปปะที่ว่า ดำริออกจากกาม และ สัมมากัมมันตะ ไม่ประพฤติผิดในกาม สองคำนี้หมายความว่าอะไรคะ ผู้ที่ไม่ใช่พระ คือคนทั่วไปชายหญิง ปฏิบัติได้ไหม ขอบคุณค่ะ

วิสัชนา

คำว่ากาม อย่าไปมองว่าเป็นเรื่องการสมสู่ หรือเรื่องเพศอย่างเดียว แต่มันหมายถึงความทะยานอยาก

คำว่า สัมมาสังกัปปะ การดำริออกจากกาม ก็หมายความว่า ดำริหรือคิดที่จะหยุดความทะยานอยากของตน เช่น อยากเห็นรูปสวย อยากฟังเสียงเพราะๆ อยากดมกลิ่นหอม อยากมีสัมผัสนุ่มๆ ลิ้นอยากรับรสอร่อย เหล่านี้เป็นเรื่องกามทั้งนั้น เพราะฉะนั้น สองคำนี้ถ้าเรารู้คำแรก ก็พอจะเข้าใจความหมายของคำที่สอง

ดังนั้น การที่เราจะออกจากกาม ก็คือ ทำวิถีชีวิตนี้ให้พ้นจากสถานภาพของตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นรับรส และกายถูกต้องสัมผัส ซึ่งก็ต้องมีธรรมะข้อหนึ่งในการปฏิบัติ คือ สติ เพราะถ้ามีสัมมาสติ คุณก็สามารถดำริออกจากกามได้

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพระเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรปฏิบัติ

ปุจฉา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

นมัสการพระคุณเจ้า หลวงปู่พุทธะอิสระที่เคารพ โยมมีข้อขอปุจฉาว่า คำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นคำภาวนาเพื่อ แสดงให้พุทธศาสนิกชนไม่มีการยึดมั่นถือมั่นใช่หรือไม่เจ้าค่ะ

วิสัชนา

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ใช่คำภาวนา แต่เป็นวิปัสสนา เพราะคำภาวนาคือคำท่องบ่นเฉยๆ ถ้ามัวแต่ท่องกันเฉยๆ แล้วเมื่อไหร่จะบรรลุธรรม

แต่ตัววิปัสสนาคือตัวที่ใช้ปัญญา ว่าอะไรไม่เที่ยง อะไรมันเป็นทุกข์

อย่าลืมว่า ธรรมะชั้นสูงที่เรียกว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นปรมัตถธรรม เป็นวิมุตติธรรม เป็นธรรมที่ทำให้สัตวโลกหลุดพ้น คือเป็นธรรมที่ทำให้ถึงวิมุตติ คือ หลุดพ้น ดับแล้วเย็น คือนิพพาน ธรรมะสามอย่างนี้ไม่มีสอนในศาสนาอื่น

แล้วมันจะวิมุตติได้ มันจะดับแล้วเย็นได้ ไม่ใช่ท่องไม่ใช่จำ แต่ต้องทำ คุณจะทำได้ก็ต่อเมื่อคุณเข้าใจ แล้วการที่คุณจะเข้าใจ คุณต้องรู้ว่า อนิจจังคือความไม่เที่ยง ทุกขังคือเป็นทุกข์ อนัตตาคือความไม่มีตัวตน คุณต้องรู้ความหมาย เพราะฉะนั้นจึงเป็นวิปัสสนา คือการใช้ปัญญาใคร่ครวญวิจารณ์ตามความเป็นจริง
กำลังโหลดความคิดเห็น