รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาสถิติศาสตร์ สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
คนไทยเข้าใจหลักกรรมสิทธิ์กันผิด ๆ ไปมากนะครับ
ตอนถกกันเรื่องทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ผมก็ใช้หลักกรรมสิทธิ์ ถกกับน้องรุ้งและคุณจอมขวัญ สองท่านนี้ไม่เข้าใจหลักกรรมสิทธิ์อันเป็นหลักพื้นฐานในกฎหมายแพ่งเลยครับ
ตอนนี้มีคนโพสต์เลยเถิดไปมากว่า ช้างพระราชทาน ให้ศรีลังกาไปแล้ว กรรมสิทธิ์ ยังเป็นของไทยอยู่
ผมว่าอันนี้บิดเบือนหลักกรรมสิทธิ์นะครับ
ให้ กับ ให้ยืมใช้ ไม่เหมือนกันเลยครับ
ช่วงช่วง กับ หลินฮุ่ย แพนด้า นั้นรัฐบาลจีนให้ยืมนะครับ ถ้าตกลูก ลูกยังเป็นของรัฐบาลจีนเสียด้วยซ้ำ
ตอนตกลงว่าให้ ก็คือให้ เพราะไม่ได้ระบุเงื่อนไขว่าให้ยืม ให้ยืมใช้ ก็ต้องถือว่าให้โดยไม่ได้มีเงื่อนไข เมื่อให้ใครไปแล้ว กรรมสิทธิ์ก็ตกเป็นของคนรับไป คนให้ ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ แล้ว
ช้างพระราชทานไปแล้ว กรรมสิทธิ์ ก็เป็นของทางวัดที่ศรีลังกาไปแล้วครับ
รัฐบาลไทย มอบให้ รัฐบาลศรีลังกา รัฐบาลศรีลังกา มอบให้วัดพระเขี้ยวแก้ว กับ วัดเคลานีย่า กรรมสิทธิ์ ก็เป็นของทางวัดสองวัดนี้
ไปเอาตั๋วรูปพรรณช้าง มาดูก็ได้ครับ ถ้าทางศรีลังกามีเรื่องตั๋วรูปพรรณช้าง
ของไทยนั้นมีทั้งตั๋วรูปพรรณและมีการฝังไมโครชิปที่ตัวช้างด้วยครับ พิสูจน์กรรมสิทธิ์ได้ไม่ยาก
เมื่อรัฐบาลไทยได้ส่งมอบช้างพระราชทานให้ทางศรีลังกาไปแล้ว กรรมสิทธิ์ก็ตกเป็นของทางศรีลังกาครับ
ของที่พระราชทานให้แล้วกรรมสิทธิ์ ยังเป็นของหลวงอยู่ คือ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ครับ พระราชทานให้ประดับไปจนกว่าจะเสียชีวิต ไม่ได้พระราชทานให้เป็นกรรมสิทธิ์ เป็นพระราชอำนาจ แต่รัฐบาลเป็นคนดูแล มีกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าเมื่อผู้ที่ได้รับพระราชทานเสียชีวิตลง ต้องส่งมอบคืนสำรับที่ได้รับพระราชทานทั้งหมดคืนให้กับรัฐบาล หากไม่ส่งคืน ก็ต้องเสียเงิน ซึ่งแพงมากพอสมควร
บางคนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลเดียวกัน แต่ชั้นสูงกว่า ก็ต้องส่งคืนชั้นต่ำกว่าในตระกูลเดียวกันที่เคยได้รับพระราชทาน จะเก็บไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนไม่ได้ หรือเป็นของที่ระลึกในครอบครัวไม่ได้ครับ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์บางตระกูล บางสำรับสร้างไว้เก่าแก่เป็นร้อย ๆ ปี เมื่อผู้ได้รับพระราชทานตายไป ก็ส่งมอบคืน ก็นำไปพระราชทานให้กับคนใหม่
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้าแทบทุกสำรับนั้นคนตายเคยประดับมาแล้วทั้งนั้น แล้วคนใหม่ที่ทำความดีความชอบก็ได้รับพระราชทานให้ประดับได้ แต่เมื่อตายต้องส่งคืน หากไม่ส่งคืน บางสำรับต้องเสียเงินชดใช้เป็นล้านบาท เพราะประดับนพรัตน์อัญมณี มีมูลค่าสูงมากครับ
นี่คือพระราชทานให้ยืมประดับเป็นเกียรติยศ ไปจนตาย เมื่อตายต้องส่งคืน จะทรงเรียกคืนเมื่อใดก็ได้ ผู้ใดมีอำนาจสถาปนา ผู้นั้นมีอำนาจถอดถอน อันเป็นหลักกฎหมายและหลักรัฐศาสตร์โดยทั่วไป
กระทั่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สืบตระกูล อย่างตระกูลจุลจอมเกล้า ซึ่งเขียนกำกับไว้ว่า เราจะบำรุงวงศ์ตระกูลให้เจริญ นั้น ทายาทคนโตก็ได้รับพระราชทานใหม่ในสำรับที่ลำดับศักดิ์ต่ำกว่า และเมื่อเสียชีวิตแล้วก็ต้องส่งมอบคืนเช่นกันครับ
ส่วนสิ่งของใดพระราชทานไปแล้วเป็นสิทธิ์ขาด กรรมสิทธิ์ย่อมตกเป็นของผู้ได้รับพระราชทาน ยกเว้นจะทรงมีกฎหมายหรือเงื่อนไขอื่น ๆ ระบุไว้อย่างชัดเจน
ถุงของพระราชทาน ช่วยในหายนะภัยต่าง ๆ อาหารพระราชทาน คนได้รับพระราชทานก็ได้รับเป็นกรรมสิทธิ์ของคนนั้นไปแล้วครับ
สำหรับกรณีช้างพระราชทานให้ทางศรีลังกานั้น ผมได้อ่านเอกสารทั้งหมดแล้ว
ทางรัฐบาลศรีลังกา ขอพระราชทานช้างพลายสองเชือก ไปอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล ราชเลขานุการิณีในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเวลานั้น รับพระราชเสาวณีย์ ใส่เกล้าใส่กระหม่อม ให้ทางรัฐบาลไทยจัดช้างพลายสองเชือกพระราชทานให้รัฐบาลศรีลังกา รัฐบาลไทย ก็จัดช้างพระราชทานให้ทางรัฐบาลศรีลังกาไปจริง
พระราชทานแล้วก็เป็นกรรมสิทธิ์ของทางรัฐบาลศรีลังกา ทางรัฐบาลศรีลังกา มอบกรรมสิทธิ์ให้วัดดูแล กรรมสิทธิ์ ก็เป็นของวัดทั้งสองวัดนั้น
อย่าไปบิดเบือนหลักกรรมสิทธิ์ เลยครับ จะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ไม่เป็นการบังควร และกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
จะอยากทวงคืนช้างพระราชทาน กันต่อไป โดยไม่มีเหตุผลอะไร แค่อยากได้คืนเฉย ๆ อยากให้ช้างได้กลับบ้าน อยากจะเอาชนะ อยากจะมีแสง ก็ทำกันต่อไปได้เลย ไม่ว่ากัน
ขอแค่อย่าบิดเบือนหลักกรรมสิทธิ์ อย่าใช้เฟคนิวส์ใส่ร้ายพระสงฆ์ผู้ทรงศีลอันจะเป็นบาปกรรมหนักกันต่อไปเลยครับ ทั้งยังจะเป็นการระคายเคืองเบื่้องพระยุคลบาท เป็นอย่างยิ่ง กราบขอร้องครับ


