xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

“มิ่งขวัญ”แค่เครื่องมือ พปชร. เสร็จศึกแล้วแยกทาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
สมการการเมือง

ฝ่ายเสื้อคลุมประชาธิปไตยถึงกับผิดหวังที่ครั้งหนึ่งเคยพลาดพลั้งกาคะแนนให้กับ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หลังย้ายไปซบตัก บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่พรรคพลังประชารัฐ

ขุดคำพูด มิ่งขวัญ ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นที่บอกไม่เอา “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และไม่ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นมาตราหน้าว่า เป็นพวก “ตระบัดสัตย์ กลืนน้ำลายตัวเอง”

ฝ่ายเสื้อคลุมประชาธิปไตยเผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง ในขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์ก็ไม่ได้พิศวาส “มิ่งขวัญ” แต่อย่างใด โดยเฉพาะการมาแตะต้องกล่องดวงใจที่ว่า มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ เพราะ “บิ๊กตู่” ไม่อยู่แล้ว

ประเมินแล้วว่า การได้ มิ่งขวัญ มา ไม่ได้มาหาคะแนนให้พรรคพลังประชารัฐแต่อย่างใด เจตนา “บิ๊กป้อม” น่าจะต้องใช้เป็นเครื่องมือ เติมเต็มในส่วนที่มีช่องโหว่อย่างมือเศรษฐกิจ และเอาไว้ใช้ในเวทีดีเบตประชันกับพรรคอื่น

ขณะที่เก้าอี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ “มิ่งขวัญ” เอ่ยปากขอ “บิ๊กป้อม” ต่อหน้าธารกำนัล เป็นรายการผิดคิวที่คุยกันสองคน แกนนำพรรคคนอื่นๆ ไม่รู้ แต่ มิ่งขวัญในฐานะยี่ห้อการตลาด ไม่พลาดใช้จังหวะเพิ่มราคาตนเอง ว่าเป็นถูกเชิญมาเป็นคนสำคัญของพรรค

แต่ถึงเวลาเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค คงยากจะติด 1 ใน 3 เพราะนัมเบอร์วันต้อง “บิ๊กป้อม” นัมเบอร์ทู น่าจะต้อง เป็น “พล.ต.อ.” ขณะที่นัมเบอร์ทรี ไม่มีก็ได้

การให้ “มิ่งขวัญ” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค รังแต่ส่งผลเสียต่อเสถียรภาพในพรรค เพราะบรรดาเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ในพรรค คงไม่ยอมให้คนที่มาทีหลัง ซ้ำยังตัวเปล่าเล่าเปลือย มาฉกฉวยขึ้นเป็นผู้นำ

ดูแล้วเอามาใช้งานล้วนๆ หมดประโยชน์คงมีรายการเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพลกันบ้าง

อย่าลืมว่า ยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งหน้าเปลี่ยน ลดไซส์เหลือเพียงเอสเอ็มอี มุ่งตีเมืองหลัก ที่มี ส.ส.เกรดเอเป็นหลัก เป้าอยู่ราวๆ 40-50 คน หวังผลเป็นตัวแปรเข้าได้ทั้งสองขั้ว

คนที่ยังปักหลักอยู่พรรคพลังประชารัฐ ไม่ยอมทิ้ง บิ๊กป้อม ไปไหน ไม่ว่าจะเป็นบ้านใหญ่ปากน้ำของ “เอ๋” ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ก๊วนมะขามหวานของ “สันติ พร้อมพัฒน์” รมช.คลัง ก๊วนชากังราวของ “วราเทพ รัตนากร” บ้านรัตนเศรษฐ ของ “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ บ้านใหญ่สระแก้วของ “ตรีนุช เทียนทอง” รมว.ศึกษาธิการ ก๊วนผู้กองของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ส.ส.พะเยา รวมไปถึง “กลุ่มสามมิตร”บางส่วน ไหนจะ “มาดามแหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคอีก พวกนี้หวังจะได้เป็นเสนาบดีในการเลือกตั้งครั้งหน้าทั้งนั้น

จะมีพื้นที่ตรงไหนให้ “มิ่งขวัญ” นั่ง ยกเว้นเก้าอี้รัฐมนตรีเล็กๆ ซึ่งคงไม่ใช่สิ่งที่เจ้าตัวปรารถนา

ขณะที่บางฝ่ายระบุว่า อย่าเพิ่งไปถึงตรงนั้น เอาแค่ว่าจะอยู่กับพรรคได้สักกี่เดือนก่อน!

 แต่หากอยู่ไม่ได้ ทางไปของ “มิ่งขวัญ” ก็แคบลง การเลือกมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เหมือนจุดอวสานทางการเมือง ไม่สามารถกลับไปอยู่กับฝ่ายเสื้อคลุมประชาธิปไตยได้อีก เพราะพวกรู้เช่นเห็นชาติว่า มิ่งขวัญ ไม่ได้ต่างอะไรจากนักการเมืองเก่าๆ ที่เอาเรื่องผลประโยชน์เป็นตัวตั้งในการตัดสินใจ

กลับไปตั้งพรรคใหม่ไซส์มินิ ยิ่งยาก เพราะกติกาเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แถมใช้วิธีคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 100 ปิดประตูตายพรรคเล็กแบบไม่ได้ผุดได้เกิด

หากอยากมีพื้นที่ทางการเมืองต้องอยู่พรรคขนาดใหญ่เท่านั้น มองไปที่พรรคเพื่อไทย ค่ายเก่าที่เคยสร้างชื่อ หากกลับไปได้จริง คงไม่เลือกมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐแต่แรก แต่เพราะจบกันไม่ดี แถมไม่มีที่ให้คนอย่าง มิ่งขวัญ ยืน “นักรบห้องแอร์” คงไม่ต้อนรับ

หันไปทางพรรคประชาธิปัตย์ เคมีไม่เข้ากันอย่างแรง แฟนคลับค่ายสีฟ้าไม่โอเคกับชื่อนี้แน่นอน เพราะเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน ขณะที่พรรคภูมิใจไทย พรรคนี้เปิดอ้ารับทุกขั้ว แต่เงื่อนไขถ้าจะมายิ่งใหญ่ ขอเก้าอี้ต้องมี ส.ส.มาแลกเปลี่ยน แต่ มิ่งขวัญ เป็นพวก “นกไม่มีขน คนไม่มีพวก” ฉะนั้น อยู่ได้ แต่ตัวเล็กนิดเดียว

ด้านพรรคก้าวไกล ตัดไปได้เลย หลังจากสวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ แฟนคลับฝ่ายซ้ายไม่ปลื้มอย่างแรง แถม มิ่งขวัญ เองคงไม่ไป เพราะพรรคก้าวไกลสุดโต่ง แถมโอกาสเป็นฝ่ายค้านยังมีสูง

ดูแล้วคงจบอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ก็ไปหาพรรคเล็กตายเอาดาบหน้า!

แต่คงไม่โดดเด่นเหมือนก่อนเลือกตั้งเมื่อปี 2562 อีกแล้ว จุดจบน่าจะคล้ายกับตอนปลายอยู่กับพรรคเพื่อไทย ที่อาจหาญขอ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นเป็นผู้นำพรรค โชว์ออฟจนได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองในการนำอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แต่หารู้ไม่ว่า เวทีนั้นมีขบวนการสมรู้ร่วมคิด ต้องการกำราบมิ่งขวัญ ที่กระสันอยากจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ส่งไปให้พรรคประชาธิปัตย์ตอกกลับจนเสียศูนย์

หลังซักฟอกครั้งนั้น พรรคเพื่อไทยแทบไม่เห็นหัว เหมือน “มิ่งขวัญ” ได้ตายไปทางการเมือง ขนาดต่อมาพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้ง “ยิ่งลักษณ์” ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มิ่งขวัญ ยังเป็นได้แค่ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่มีชื่อเป็นเสนาบดีไม่ว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีกี่ครั้ง

เจอดองจนคนลืม ท้ายที่สุดยื่นใบลาออกขอเว้นวรรคทางการเมือง

ภาพเก่าๆ ระวังจะตามมาหลอกหลอนที่นี่


กำลังโหลดความคิดเห็น