xs
xsm
sm
md
lg

สงคราม-สันติภาพ...กับความล่มสลายของโลกตะวันตก (จบ)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


Yousef Al Otaiba ทูตยูเออีประจำสหรัฐอเมริกา
สำหรับ “แนวรบในตะวันออกกลาง” นั้น...การปรับเนื้อ ปรับตัว ปรับท่าทีของพี่เบิ้มแห่งตะวันออกกลาง อย่างราชอาณาจักรซาอุฯ ต้องถือเป็นตัวเปลี่ยนฉาก เปลี่ยนเกม เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ อย่างเห็นได้โดยถนัดชัดเจน โดยเฉพาะการปฏิเสธคำขอ คำวิงวอนของผู้นำอเมริกา ในการลดการผลิตน้ำมันวันละ 2 ล้านบาร์เรลของกลุ่ม “โอเปก พลัส” หรือทำให้บทบาท บารมี ของอเมริกาในตะวันออกกลาง ลดลงไปแบบฮวบๆ ฮาบๆ เอาเลยก็ว่าได้...

จนแทบไม่เหลือที่ยืน...ไม่ว่าในวันนี้ หรืออีกไม่กี่วันข้างหน้าเอาเลยก็ไม่แน่!!! เพราะแม้แต่ประเทศพันธมิตรอย่าง “ยูเออี” หรือสหพันธรัฐอาหรับเอมิเรสต์ อันเป็นที่ตั้งของฐานทัพ “Abu Dhabi’s al-Dhafra airbase” ซึ่งมีทหารและนักบินโจมตีสหรัฐฯ รวมอยู่ถึง 2,000 คน เมื่อช่วงวัน-สองวันนี้ตามรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ “The Washington Post” วันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (17 พ.ย.) ก็ยังต้องเจอกับ “ข้อกล่าวหา” โดยหน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ ว่าเข้ามายุ่มย่าม แทรกแซงการเมืองอเมริกาไม่ว่าด้วยการจ่ายเงินให้กับ “ล็อบบี้ยิสต์” จำนวนถึง 154 ล้านดอลลาร์ เพื่อเกลี้ยกล่อม โน้มน้าว ให้รัฐบาลอเมริกันขายอาวุธร้ายๆ อย่างเครื่องบิน “Predator Drones” หรือเครื่องบิน “F-35” จนทูตยูเออีประจำสหรัฐฯ “นายYousef Al Otaiba” ต้องออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาอย่างเป็นเรื่อง-เป็นราว และนั่นยังไม่รวมถึงการออกมาปกป้องรัฐบาลซาอุฯ ในการตัดสินใจลดปริมาณการผลิตน้ำมันตามคำขอ คำวิงวอน ของผู้นำอเมริกา ว่าเป็นแค่เรื่องทางเทคนิค ไม่เกี่ยวอะไรกับการย้ายข้าง ย้ายฝ่าย ไปจี๋จ๋ากับรัสเซียหรือจีน ที่กำลังปะ-ฉะ-ดะกับอเมริกาในแนวรบแต่ละด้าน...

บทบาท บารมี ของอเมริกาในตะวันออกกลาง...นับวันจึงหมองคล้ำลงไปเรื่อยๆ แม้แต่จะเอาตัวรอดจากการยืนหยัดอยู่ในฐานทัพอิรัก ก็ยังลูกผี-ลูกคนยิ่งเข้าไปทุกที โอกาสที่จะโดน “จรวด” จากผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม แต่ประสงค์ขับไล่กองทัพอเมริกันให้พ้นไปจากตะวันออกกลาง ยิ่งปรากฏให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นไปเท่านั้น ชนิดแม้แต่ “พันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์” อย่างอิสราเอล ที่ถูกรัฐบาลอเมริกันเรียกร้อง กดดัน ให้ส่งความช่วยเหลือด้านอาวุธให้กับยูเครนให้จงได้ ยังต้องเลี่ยงไป-เลี่ยงมาเบี่ยงไป-เบี่ยงมา เพราะการหันไปเล่นไพ่ยูเครนนั้น อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อปฏิบัติการโจมตีฐานทัพอิหร่านและพวกเฮซบอลเลาะห์ในซีเรีย หรืออาจต้องเจอกับการ “เอาคืน” ของรัสเซีย ที่ได้ติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ “S-400” เอาไว้ในซีเรียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

ส่วน “แนวรบในทะเลจีนใต้” นั้น...แม้ว่าจะมีความพยายามจัดตั้งพันธมิตรกลุ่ม “QUAD” หรือ “AUKSUS” เอาไว้ต่อต้าน เหนี่ยวรั้งมหาอำนาจคู่แข่งอย่างคุณพี่จีนกันถึงขั้นไหน ขนาดไหน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผู้ที่ถนัดในการเล่น “หมากล้อม” อย่างคุณพี่จีน ต้องเดือดเนื้อร้อนใจอะไรมาก โดยเฉพาะถ้าหากไม่ต้องเจอกับรายการ “ยั่วยวนกวนส้นตีน” จากเกาะเล็กๆ อย่างไต้หวันจนเกินไป หรือทำให้จีนแทบไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้อง “บุกไต้หวัน” ด้วยกำลังอาวุธ เพราะการเดินไปในแนว “สันติภาพ” น่าจะยังประโยชน์ให้กับจีนได้มากกว่าเป็นไหนๆ ยิ่งถ้าหาก “ตัวตลก” หรือ “ตัวแทน” อย่างยูเครน ที่รับบทเป็น “ดาวยั่ว” รัสเซียในแนวรบยุโรปตะวันตก ดันถูก “ลอยแพ” ขึ้นมาในวันใด-วันหนึ่ง แบบที่พันธมิตรอเมริกาอย่างเวียดนามใต้หรืออัฟกานิสถานเคยโดนมาแล้ว ยิ่งเท่ากับเป็นตัวลดความกระเหี้ยนกระหือรือของผู้ที่คิดแยกประเทศ แยกตัวเองออกจากจีน อย่างรัฐบาลประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือ “DPP” ของ “นางไช่ อิงเหวิน” (Tsai Ing-Wen) ลงไปได้เท่านั้น...

หรือโอกาสที่จะนำไปสู่การพ่ายแพ้ทางการเมือง พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ครั้งหน้า ครั้งโน้น ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเลย เพราะด้วยการรับบทเป็น “ดาวยั่ว” ในแนวรบด้านนี้ ก็ก่อให้เกิดความสูญเสียมิใช่น้อยต่อบรรดาชาวไต้หวัน ไม่ว่าในด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงเรื่องสุขภาพ ฯลฯ โน่นเลย ชนิดที่อาจทำให้ “การรวมชาติโดยสันติ” แบบไม่ต้องเสียกระสุนแม้แต่นัดเดียว ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้อีกต่อไปในอนาคตเบื้องหน้า หรือในการเลือกตั้งครั้งไหนๆ ก็เถอะ...

เพราะฉะนั้น...ถ้าสรุปรวมความฉากสถานการณ์ความเป็นไปของทั้ง 3 แนวรบไล่ไปตามลำดับ ผู้ที่ถูกเอาปูนหมายหัวในฐานะมหาอำนาจคู่แข่งอเมริกาและต้องหาทางรุมเหยียบ รุมกระทืบให้พังพินาศกันไปข้าง อย่างมังกรจีนและหมีขาวรัสเซียนั้น น่าจะมีแรง “อึด” แรง “ยื้อ” เหนือกว่ามหาอำนาจสูงสุดอย่างคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรยุโรปไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ดังนั้นถ้าหากสิ่งที่เรียกว่า “สงครามโลกครั้งที่ 3” ยังเป็นไปในรูปนี้ ไม่ถึงกับต้องงัด “บ้องข้าวหลามยักษ์” ออกมาสาดใส่ซึ่งกันและกันแบบตรงไป-ตรงมา หรือแบบที่เคยมีมาในสงครามโลกแต่ละครั้ง โอกาสที่โลกจะเข้าสู่ “การเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนนับเป็นศตวรรษ” อย่างที่ผู้นำจีน ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ท่านเอ่ยปากเอาไว้ในช่วงการตรวจพลกองทัพปลดแอกประชาชนจีน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จึงน่าจะมีโอกาสเป็นไปได้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...

หรือถ้า “มองโลกในแง่ดี” เอาไว้ก่อน...มันอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบที่ไม่ถึงกับต้องตายโหง ตายห่า ต้องเด็ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง เป็นพันๆ ล้าน หรือประมาณ 5,000 ล้านคนเป็นอย่างน้อย ดังที่ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ด้าน “สงครามนิวเคลียร์” ท่านออกมาสร้างแบบจำลอง ออกมาวาดจินตนาการ ไว้ก่อนล่วงหน้าเอาเลยก็เป็นได้ หรืออาจถือเป็นการ “เปลี่ยนผ่านโดยสันติ” ที่ไม่ถึงกับก่อให้เกิดความเดือดร้อน ความพังพินาศฉิบหายกันไปทั่วทั้งโลก เพียงแต่อาจก่อให้เกิดความเสื่อมสลาย ความเสื่อมโทรม ทรุดโทรม ต่อผู้ที่เคย “ครอบงำ” และยังเพียรพยายามครอบครองโลกทั้งโลกมานานนับศตวรรษๆ ผู้ที่เคยอาศัย “เรือปืน” ออกล่าและยึดครองอาณาจักร ดินแดน ของผู้อื่นเอาไว้เป็น “อาณานิคม” ทั้งแผนเก่าและแผนใหม่ จนโลกทั้งโลกต้องกลายเป็น “โลกตะวันตก” ไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง...

ต้องยอมศิโรราบ ยอมรับเอาแบบแผนทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม-ประเพณี ไปจนถึงระบบการศึกษาและค่านิยมในแต่ละประเภท มาสวมเอาไว้เป็นหัวโขน แม้ว่าจะขัดแย้ง ไม่ลงรอยกับเอกลักษณ์-อัตลักษณ์ของตัวเองเพียงใดก็แล้วแต่ อันทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย ความไม่สงบ-เรียบร้อย อุบัติขึ้นมาในสังคมแต่ละสังคม ประเทศแต่ละประเทศ อย่างมิมีวันรู้จบแม้จนตราบเท่าทุกวันนี้ มีแต่ต้องหาทางดิ้นรนปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับ “มาตรฐานตะวันตก” ให้จงได้ ถึงอาจพออยู่รอด ปลอดภัยได้มั่ง ในบางช่วง บางระยะ และนั่นก็กลับทำให้ “อำนาจอธิปไตย” อันเป็นของปวงชนในแต่ประเทศ แต่ละสังคม กลับยิ่งลดน้อย-ถอยลงยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องกลายเป็นประเทศบริวาร หรือประเทศที่ต้องพึ่งพาอาศัยโลกตะวันตกอย่างมิมีทางผันแปรไปเป็นอื่น อันนำมาซึ่งความขื่นขม ระทมใจ ต่อเนื่อง ยาวนาน นับเป็นศตวรรษๆ...

ด้วยเหตุนี้...ถ้าหากสิ่งที่เรียกว่า “สงครามโลกครั้งที่ 3” มันไม่ถึงกับเกินเลยไปกว่านี้ ไม่ถึงกับนำไปสู่ “สงครามที่ไม่มีผู้ชนะ” หรือ “สงครามนิวเคลียร์” ที่แต่ละฝ่ายต่างพยายามหลีกเลี่ยงและปฏิเสธไปด้วยกันทั้งสิ้น โอกาสที่โลกทั้งโลกจะก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงแบบชนิดทั้งแผง ทั้งยวง ไม่ว่าในแง่การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ไปจนถึงวัฒนธรรม-ประเพณี จึงเป็นสิ่งที่ไม่ได้ถึงกับเป็นเรื่องเพ้อๆ-ฝันๆ มากมายเกินไปนัก หรือโอกาสที่จะเห็น “สันติภาพถาวร” ที่ต่อเนื่อง ยาวนาน กว่าเท่าที่เคยเป็นมา แทนที่จะเห็นแต่ “สงคราม” คราวแล้ว คราวเล่า ไม่ว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 สงครามเย็น สงครามก่อการร้าย ฯลฯ ย่อมมีความเป็นไปได้ไม่วันหนึ่งก็วันใด นับจากนี้...


กำลังโหลดความคิดเห็น