xs
xsm
sm
md
lg

สงครามนิวเคลียร์ทางการเงิน!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท



สำหรับ “ศึกรัสเซีย-ยูเครน” ในช่วงระหว่างนี้...คงต้องถือเป็นช่วง “พักยก” หรือช่วงจังหวะแห่งการ “เปิดโต๊ะเจรจา” ระหว่างตัวแทนรัฐบาลยูเครนกับตัวแทนรัฐบาลรัสเซีย ที่ประเทศเบลารุส ซึ่งได้ประเดิมเริ่มต้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเห็นว่า “ยกแรก” เจ๊าะแจ๊ะกันไปแล้วประมาณ 5 ชั่วโมง ส่วนจะหาข้อยุติ หาจุดลงตัว สามารถไล่ตามหา “สันติภาพ” กันเจอหรือไม่? อย่างไร? คงต้องคอยติดตามกันไปเป็นระยะๆ...

คือถึงแม้เป็นอะไรที่ออกจะยากลำบากพอสมควร...อย่างที่ประธานาธิบดียูเครน “นายVolodymyr Zelensky” ออกปากเอาไว้ก่อนล่วงหน้านั่นแหละว่า แม้มีความเป็นไปได้ “ค่อนข้างน้อย” แต่ก็ยังดีกว่าเอาแต่ไล่ยิง ไล่ถล่ม กันลูกเดียว ส่วนผู้นำรัสเซียถ้าฟังจาก “เงื่อนไข” หลักๆ ที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศส “นายเอมมานูเอล มาครง” อ้างว่า เป็นสิ่งที่ฝ่ายรัสเซียได้วางไว้เป็นมาตรฐาน ไม่ว่าการทำให้ยูเครน “เป็นกลาง” ไม่ถูกทำให้เป็นแค่ฐานอำนาจทางทหารของตะวันตก หรือไม่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของพวกนาซียุคใหม่ (Demilitarization, De-Nazified) การให้ความยอมรับต่ออำนาจอธิปไตยของรัสเซียในดินแดนไครเมีย ไปจนการพิจารณาข้อเสนอเรื่องความชอบธรรมทางความมั่นคงของรัสเซียต่อดินแดนในยุโรปตะวันออก อะไรต่อมิอะไรที่ว่านี้...ดูจะมุ่งตรงไปที่คุณพ่ออเมริกาและนาโตเป็นสำคัญ ไม่ได้หวังที่จะยึด Donetsk และ Lugansk หรือกระทั่งคิดจะยึดยูเครนทั้งประเทศ แต่เพียงลูกเดียว...

หรือพูดง่ายๆ ว่า...โดยเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของคุณน้ารัสเซียเขา คงไม่ได้คิดจะสู้กับยูเครน คิดเล่นงานชนเผ่าสลาฟด้วยกันเอง แต่มุ่งที่จะสู้กับ “ประมุขโลก” อย่างคุณพ่ออเมริกาและนาโตนั่นแหละเป็นด้านหลัก ดังนั้น...ทุกสิ่งทุกอย่างมันคงไม่ถึงกับ “ม้วนเดียวจบ” เอาง่ายๆ ยิ่งเมื่อต้องเจอกับการตอบโต้ด้วยมาตรการ “แซงชั่น” แบบชนิด “โหดสุดๆ” ของคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรตะวันตก โดยเฉพาะการ “ตัดขาด” รัสเซียออกจากระบบการโอนเงินระหว่างประเทศ หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า “SWIFT” (The Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication) ซึ่งถูกอุปมา-อุปไมยว่าแทบไม่ต่างไปจากการทำ “สงครามนิวเคลียร์ทางการเงิน” เอาเลยถึงขั้นนั้น อันนี้นี่เอง...ที่คงต้องคอยจับตากันต่อไป ว่าจะส่งผลให้ประเทศมหาอำนาจคู่แข่งรายสำคัญของคุณพ่ออเมริกา อย่างหมีขาวรัสเซีย จะฉิบหายวายวอดกันไปถึงขั้นไหน อีกทั้งจะลุกลามบานปลายไปถึงระบบเศรษฐกิจ การเงิน-การทองของโลกทั้งโลกที่สุดแสนจะ “เปราะบาง” อยู่แล้ว เพราะการอาละวาดของท่านเชื้อไวรัสโควิดต่อเนื่องมาเป็นปีๆ ถึงขั้นมีสิทธิ์ “ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี” หรือไม่? อย่างไร?...

เพราะแค่เฉพาะระหว่างช่วงนี้... “ค่าเงินรูเบิล” ก็ตกจากหอคอย่นไปแล้วถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ถึงจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 9.5 เปอร์เซ็นต์ไปถึง 20 เปอร์เซ็นต์โน่นเลย แต่ก็พอช่วยให้เกิดอาการกระเตื้องขึ้นมาแค่ไม่กี่มาก-น้อย แนวโน้มของการส่งออก-นำเข้าสินค้าต่างๆ ของประเทศ เริ่มหม่นหมอง มัวซัว อย่างน่าห่วง น่ากังวล มิใช่น้อย ตลอดไปจนการชำระหนี้ต่างประเทศ ที่แม้มีเงิน-มีทองยังไงก็ตาม แต่ถ้าหากไม่สามารถ “เข้าถึง” หรือไม่สามารถโอนเงินผ่านระบบ “SWIFT” ได้เลย โอกาสที่ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบในระยะยาวจะทรุดหนักลงไปกว่านี้ และลุกลามบานปลาย กลายเป็นปัญหา “การเมือง” เกิดการลุกฮือ การประท้วง ของบรรดาพวกที่คลั่งไคล้ในระบบ “เสรีนิยม” ทั้งหลาย ซึ่งมีอยู่มิใช่น้อยในสังคมรัสเซีย ย่อมทำให้การแซงชั่นทางเศรษฐกิจของตะวันตก อาจกลายเป็น “กับดักหมี” เอาง่ายๆ!!!

แต่ก็นั่นแหละ...ผู้ที่คิดว่าหมีขาวรัสเซียยังน่าจะสู้ได้ หรือยังน่าจะรับมือกับ “นิวเคลียร์ทางการเงิน” ลูกนี้ได้ ก็ใช่ว่า...จะไม่มีเอาเสียเลย!!! อย่างเช่นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (The International political economy and global studies) ชาวอิตาลี “นายFabio Massimo Parenti” ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งสถาบัน “Italian Institute Lorenzo de’ Medici” ที่มองว่ารัสเซียได้ตระเตรียมรับมือกับภาวะเช่นนี้มานานแล้ว และต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าการกว้านซื้อทองคำสำรองเก็บไว้จนกลายเป็นประเทศที่มีทุนสำรองทองคำสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก หรือความพยายามประดิษฐ์คิดค้น ระบบโอนเงินระหว่างประเทศของตัวเองขึ้นมาแทนที่อีกด้วย อีกทั้งการ “บุกยูเครน” ของรัสเซียเที่ยวนี้...ยังมีความเกี่ยวโยงอย่างแยกไม่ออกไปจากความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับจีน ชนิดที่อาจถือเป็น “กุญแจ” ในการตอบคำถามถึงการเปลี่ยนแปลงระบบโลก หรือการกำหนดค่าระเบียบโลกขึ้นมาใหม่ (The reconfiguration of the global order) เอาเลยถึงขั้นนั้น!!!

จริง-ไม่จริง เป็ง-ปาย-ล่าย เป็ง-ปาย-ม่ายล่าย...ก็ลองไปนั่งคิด นอนคิด เอาเองก็แล้วกัน แต่โดยทัศนะ มุมมอง ของผู้เชี่ยวชาญชาวอิตาลีรายนี้ มองว่านับตั้งแต่สิ้นศตวรรษที่ 19 มาแล้ว ที่ระเบียบโลกแบบเดิมๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก อันเนื่องมาจากความพยายามใช้ “อำนาจฝ่ายเดียว” ของคุณพ่ออเมริกานั่นเอง ที่นำมาซึ่งความไร้เสถียรภาพของโลกยิ่งเข้าไปทุกที ไม่ว่าตั้งแต่การสร้างความแตกแยกในอดีตประเทศยูโกสลาเวีย มาจนถึงการระเบิดสงครามกลางเมืองในซีเรีย การสนับสนุนพวก “อิสลามหัวรุนแรง” (Jihadists) และการก่อการร้าย ที่สร้างปัญหาให้กับเอเชียกลางไปจนถึงประเทศจีน การสนับสนุนการปฏิวัติสีส้ม (The Orange Revolution) ปี ค.ศ. 2005 ในยูเครน เพื่อขยายอำนาจอิทธิพลของนาโตเข้าสู่ชายแดนรัสเซีย หรือเพื่อ “แยกรัสเซียออกจากยุโรป” อันจะส่งผลให้โอกาสที่จะหันไปเล่นงานหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ของรัสเซียอย่างคุณพี่จีนในเอเชีย-แปซิฟิก ไม่ว่าการปลุกปั่นไต้หวัน ฮ่องกง และบรรดาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฯลฯ ยิ่งเป็นไปโดยถนัดถนี่ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...

อันนี้นี่เอง...ที่ทำให้ “ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีน” จึงไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์แบบธรรมดาๆ แต่เป็นเสมือน “กุญแจ” ในการ “เปลี่ยนแปลงระบบโลก” เอาเลยก็ว่าได้ หรือทำให้ทั้งสองประเทศต่างเตรียมตัวที่จะรับมือกับมหาอำนาจสูงสุดอย่างอเมริกาและพันธมิตรตะวันตก ไม่ว่าในทางการเมือง การทหาร และการเศรษฐกิจ มานานแล้ว การประดิษฐ์คิดค้นระบบการโอนเงินระหว่างประเทศของตัวเอง ไม่ว่าระบบ “SPFS” (The Financial messaging system) ของรัสเซีย หรือระบบ “CIPS” (The Cross-Border Interbank Payment system) ของจีน ต่างเริ่มต้นกระบวนการมาตั้งแต่เมื่อหลายปีที่แล้ว แต่ก็นั่นแหละ...เมื่อมาถึง ณ ขณะนี้ ระบบโอนเงินระหว่างของรัสเซียยังมีเพียงแค่ธนาคารประมาณ 331 แห่ง ทั้งในและนอกประเทศเข้าร่วม ขณะที่ระบบของจีนแม้ขยายตัวเติบโตได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ หรือทำให้ปริมาณการโอนเงินระหว่างประเทศมากถึงวันละ 135,700 ล้านหยวน หรือ 19,400 ล้านดอลลาร์ แต่ยังไงๆ...ก็เทียบไม่ได้กับระบบที่อยู่ภายใต้อำนาจอิทธิพลของ “เผด็จการดอลลาร์” อย่าง “SWIFT” ที่ไม่เพียงแต่มีธนาคารทั่วโลกไม่น้อยกว่า 11,000 รายและสถาบันการเงินอีกกว่า 200 ประเทศเข้าใช้บริการ ปริมาณการโอนเงินระหว่างประเทศแต่ละวัน ยังไม่น้อยไปกว่า 5-6 ล้านล้านดอลลาร์เอาเลยถึงขั้นนั้น...

การถล่ม “นิวเคลียร์ทางการเงิน” หรือการตัดขาดรัสเซียออกจากระบบ “SWIFT” ...จึงยังไม่อาจสรุปได้ชัดเจนว่าจะก่อให้เกิดความฉิบหายวายวอดไปไกลถึงขั้นไหน อันเนื่องมาจาก “แรงระเบิด” คราวนี้ มันคงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรัสเซียฝ่ายเดียว เพราะประเทศ “มหาอำนาจคู่แข่ง” ของคุณพ่ออเมริกาอย่างรัสเซียนั้น ถือเป็นประเทศผู้ผลิตพลังงานเป็นอันดับ 3 ของโลก อีกทั้งยังเป็นประเทศคู่ค้ารายสำคัญของประเทศยุโรปทั้งหลาย ยิ่งถ้าบวกกับมหาอำนาจคู่แข่งอย่างคุณพี่จีน ที่กำลังผงาดขึ้นเป็น “มหาอำนาจสูงสุดทางเศรษฐกิจ” อีกไม่ใกล้-ไม่ไกล โอกาสผลกระทบมันจะระเบิดออกทั้ง 2 ด้าน หรือกระทบแบบชนิดแผ่กระจายไปทั่วทั้งโลก ย่อมเป็นไปได้สูงเอามากๆ โดยเฉพาะขณะที่ประเทศอเมริกาและยุโรปแทบทั้งยุโรป ต่างเจอกับ “ปัญหาเงินเฟ้อ” จนหาทางออก-ทางไปแทบไม่ได้ การงัดมาตรการแซงชั่นแบบ “โหดสุดๆ” ต่อรัสเซียเที่ยวนี้ จึงอาจไม่ต่างไปจากการเร่งเร้า หรือการ “ร่นระยะเวลา” อันอาจนำไปสู่การ “เปลี่ยนแปลงระบบโลก” ขึ้นมาใหม่ เอาเลยก็ไม่แน่!!!




กำลังโหลดความคิดเห็น