xs
xsm
sm
md
lg

พรรคก้าวไกลกับการแก้ไขมาตรา 112 หมากตานี้ “ปิยบุตร” สั่งให้เดิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: นพ นรนารถ



พรรคก้าวไกลยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เสนอแก้ไขกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก 5 ฉบับ รวมทั้งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งระบุว่า

“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี”

ร่างแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล ลดโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 1 ปี ไม่กำหนดโทษขั้นต่ำ เพิ่มโทษปรับไม่เกิน 3 แสนบาท และให้สำนักพระราชวังเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์เท่านั้น

ถ้าแก้ไขมาตรา 112 ได้สำเร็จ ต่อไปนี้มหาเศรษฐีจะจ้างใครไปใส่ร้าย โจมตี สถาบันพระมหากษัตริย์ก็ใช้เงินไม่เกิน 3 แสนบาท ย่อมทำได้โดยง่ายและทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เพราะเป็นความผิดที่มีต้นทุนต่ำมาก ถูกกว่าค่าเรือยอร์ชหลายสิบเท่า แม้จะมีโทษจำคุก 1 ปี ก็เข้าข่ายรอลงอาญาได้

หากแก้ไขมาตรา 112 ได้ แกนนำม็อบ 3 นิ้วที่โดนดำเนินคดีตามมาตรา 112 จะไม่ต้องรับโทษเลย แม้พยานหลักฐานจะชี้ว่า มีความผิดตามหลักกฎหมายเป็นคุณแก่ผู้ถูกกล่าวหาย้อนหลังได้ เพราะมาตรา 112 แก้ไขใหม่ให้สำนักพระราชวัง เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษเท่านั้น คดีที่เกิดขึ้นตอนนี้ ทั้งที่ตำรวจกล่าวโทษเอง หรือประชาชนทั่วไปแจ้งความ ศาลต้องยกฟ้อง เพราะผู้ร้องทุกข์แจ้งความไม่มีอำนาจ

การแก้ไขมาตรา 112 นอกจากจะเป็นการช่วยแกนนำม็อบ 3 นิ้วไม่ให้ติดคุกแล้ว ยังเป็นการชำระบาปให้เจ้าของม็อบและเจ้าของพรรคก้าวไกลที่เป็นคน “พาเพนกวิน พารุ้งเดินเข้าคุก” ไปในตัวด้วย

ก่อนหน้านี้ ทั้งตอนที่เป็นพรรคอนาคตใหม่ และหลังจากถูกยุบพรรคเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคก้าวไกลแล้ว พรรคก้าวไกลไม่เคยแสดงจุดยืนว่า จะยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 เลย

ข้อเสนอขอแก้ไขมาตรา 112 เพิ่งจะมีขึ้นเมื่อกลางเดือนที่แล้วเอง โดยการประกาศตั้งคณะทำงานผลักดันการแก้ไขมาตรา 112 และการให้สัมภาษณ์ของชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลในวันที่ 15 มกราคม ว่า พรรคเตรียมจะยื่นร่างแก้ไขมาตรา 112

การขอแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล มีขึ้นหลังจากปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ผ่านเฟซบุ๊กของเขา เมื่อวันที่ 14 มกราคม

ในโพสต์ดังกล่าว เขาเรียกร้องให้ ส.ส.ผลักดันร่าง พ.ร.บ.แก้ไขมาตรา 112 โดยเร่งด่วน ไม่ควรปล่อยให้ “อนาคตของชาติ” โดนตั้งข้อหาดำเนินคดี

ปิยบุตรแก้ต่างให้ตัวเองว่า ตอนตั้งพรรคอนาคตใหม่กลางเดือนมีนาคม 2561 เขายอม “กลืนเลือด” ตัดสินใจขัดแย้งกับมโนธรรมสำนึกของตัวเองอย่างสิ้นเชิงมาแล้ว ด้วยการประกาศว่า ไม่มีนโยบายแก้มาตรา 112 ทั้งนี้ก็เพื่อขจัดอุปสรรคขัดขวางให้พรรคก่อตั้งได้ ให้พรรคไปต่อ

ประเด็นเรื่อง “กลืนเลือด” ไม่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 นี้ นายปิยบุตรเคยให้สัมภาษณ์ “adaybulletin” ไว้ก่อนแล้ว ในวันที่ 23 พฤศจิกายนปีที่แล้ว

การแก้ตัวของปิยบุตรว่า ทำไมพรรคอนาคตใหม่ ไม่มีนโยบายแก้ไข หรือยกเลิก มาตรา 112 และการกดดันให้ ส.ส.ผลักดันการแก้ไขมาตรา 112 เกิดขึ้นหลังจากการชุมนุมของกลุ่มราษฎร-ปลดแอก-3 นิ้ว เข้าสู่ขาลงอย่างรวดเร็ว จนต้องยุติการชุมนุมไปโดยปริยาย เพราะไม่มีมวลชนเข้าร่วม และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มข้อหาตามมาตรา 112 กับแกนนำผู้ร่วมชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาอื่นๆ ไปก่อนหน้านี้แล้ว

เว็บไซต์ “THAI STUDENTS OVERSEAS” เผยแพร่บทความ “นิทานเรื่องการกลืนเลือดของปิยบุตร แสงกนกกุล” ที่แม้จะไม่มีชื่อผู้เขียน แต่สันนิษฐานได้ว่า คือ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล วิพากษ์ปิยบุตรว่า คงไม่ได้ “กลืนเลือด” ตัวเองจริง เพราะขณะนั้น เขาละสิ่งที่เขาเคยเชื่อ คือ อุดมคติเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จริงๆ

บทความนี้ ระบุตอนหนึ่งว่า หากพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบ และไม่มีการเคลื่อนไหวของมวลชนในเรื่องปฏิรูปสถาบัน เชื่อได้ว่า ยังไงปิยบุตรก็คงไม่ออกมาอภิปรายเรื่องสถาบันกษัตริย์ในปี 2563 แน่

“แต่นิทานนี้เป็นเรื่องแต่ง ไม่ตรงกับชีวิตจริง ชีวิตจริงก็คือ ปิยบุตรนั้นก็เฉกเช่นนักการเมืองทั่วไป คือพร้อมจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ หากจะตั้งพรรคใหญ่และได้ฐานเสียงมากๆ ก็ต้องพร้อมสละอุดมการณ์ ในวันนั้นปิยบุตรที่เป็นนักการเมือง เลิกคิดเรื่องสถาบันกษัตริย์ แล้วไปทำอย่างอื่นแทนโดยสิ้นเชิง ต่อมาในวันนี้ สถานการณ์ทำให้ปิยบุตรฉวยโอกาส ผสานความเป็นนักการเมืองกับนักวิชาการเข้ากันได้พอดี เขาวางตัวเป็นนักวิชาการที่ผลักดันปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ในขณะที่ในฐานะนักการเมือง (อย่างไม่เป็นทางการ) เขาก็กอบโกยฐานเสียงได้ด้วย”

ปิยบุตรยังแสดงความไม่พอใจที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล 2 คน (ต่อมาเพิ่มเป็น 9 คน) ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 โดยไม่ลงชื่อสนับสนุน เขาโฟสต์เฟซบุ๊ก “อบรม” ส.ส.พรรคก้าวไกลว่า ส.ส.ต้องเป็นผู้แทนของราษฎร มิใช่พนักงานของรัฐ สถาบันการเมือง พรรคการเมือง ส.ส., ส.ว.ที่มีอำนาจอยู่ต้องมีความรับผิดชอบในการนำประเด็นไปต่อ ทุกๆ วินาทีที่อยู่ในสภาพ ทุกจังหวะโอกาสที่มี ควรจะต้องขับเคลื่อนได้มากขึ้นเรื่อยๆ อาจจะไม่สำเร็จ แต่คือเมล็ดพันธุ์ขอให้ได้ขยับ ภารกิจสำคัญของผู้แทนราษฎรคือเรื่องแบบนี้

การขอแก้มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล จึงเห็นได้ชัดว่า ไม่ได้เป็นความต้องการที่แท้จริงของ ส.ส.ในพรรค เพราะมิฉะนั้น คงไม่มี ส.ส.ที่ไม่ยอมลงชื่อสนับสนุนถึง 9 คน แต่เป็นเกมการเมืองของปิยบุตร ที่ต้องการเรียกคะแนนนิยมทางการเมือง โดยใช้พรรคก้าวไกลเป็นหมาก

การแก้ไขมาตรา 112 จะคว่ำตั้งแต่วาระแรก เพราะโดยสาระของร่างฯ แก้ไข แสดงให้เห็นเจตนาว่า ต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเป้าโจมตี ใส่ร้าย โดยปราศจากกฎหมายคุ้มครอง แกนนำม็อบ 3 นิ้วคงต้องต่อสู้เอาตัวรอดกันเอง แต่ปิยบุตรและพรรคก้าวไกลอ้างได้ว่า พยายามช่วยเหลือแล้ว แต่ถูกขัดขวางจากพรรคการเมืองอื่นๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น...