xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ มีแต่สมุนอยู่ในคุก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: โสภณ องค์การณ์


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ
ใครจะนึกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีเพื่อน บริวาร และคนรู้จัก รับโทษอยู่ในคุกกว่า 100 คน รอรับอานิสงส์การอภัยโทษจากท่านผู้นำในวันที่จะต้องลาออกจากตำแหน่งด้วยความอัปยศ

นอกจากอภัยโทษให้คนพ้นจากคุกแล้ว ทรัมป์จะประกาศลดโทษพวกที่ยังต้องโทษให้ถูกจองจำคุมขังในเวลาสั้นลง และก็ทำได้ภายใต้อำนาจประธานาธิบดี

นี่เป็นเรื่องจริงที่ประธานาธิบดีคนก่อนหน้านี้ไม่เคยมีธรรมเนียมปฏิบัติมาก่อน เพราะไม่มีเครือข่ายบริวารเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายขั้นถึงต้องติดคุก และคนเหล่านั้นล้วนมีชื่อเสียงในวงการต่างๆ ทั้งนายพล ทนายความ นักกฎหมาย ฯลฯ

เป็นคนที่รับใช้งานของประธานาธิบดีย่อมมีชื่อชั้นไม่ธรรมดา และที่น่าสนใจก็คือคนเหล่านั้นกล้ากระทำความผิดเพื่อเจ้านายโดยโดนัลด์ ทรัมป์ โดยรู้ทั้งรู้ แต่ไม่คิดว่าจะถูกกระบวนการทางกฎหมายจัดการได้

นี่เพียงสมัยเดียว สมุนทรัมป์ยังติดคุกมากขนาดนี้ ถ้าอยู่ครบ 2 สมัยจะมีมากกว่านี้อีกสักเท่าไหร่ เพราะความอยากเอาใจผู้นำต้องเสี่ยงทำทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นก็มีสิทธิโดนเด้ง ถูกเฉดหัวออกไปไม่มีราคาหลงเหลือเลย

การที่คนสำคัญใกล้ชิดประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกดำเนินคดีถึงขั้นติดคุกสะท้อนให้เห็นกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐฯ ว่ายังใช้ได้ ไม่มีอิทธิพลอะไรครอบงำ

อัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลาง หรือตำรวจเอฟบีไอ เป็นคนหนึ่งที่มีบทบาทในการสืบสวนสอบสวนเอาตัวคนใกล้ชิดโดนัลด์ ทรัมป์เข้าคุก และทรัมป์จำเป็นต้องช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้ปรักปรำตัวเอง

นั่นเป็นเพราะทรัมป์น่าจะโดนคดีระดับมลรัฐในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืนสตรีอย่างน้อย 4 นางด้วยกัน และมีข้อหาเลี่ยงภาษี ประพฤติมิชอบหลายอย่าง และคนทั้งโลกกำลังรอดูว่าทรัมป์จะประกาศนิรโทษกรรมให้ตัวเองหรือไม่

ถ้าจำเป็น ทรัมป์ต้องให้ครอบคลุมทั้งครอบครัว ลูกชาย ลูกสาว และลูกเขย เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีข้อหาอะไรตามมาเพราะช่วงการเป็นผู้นำทำเนียบขาวนั้น ทรัมป์ได้ใช้ตำแหน่งผู้นำในทางมิชอบหลายกรณีด้วยกัน ทั้งการปลุกระดมม็อบให้บุกสภา

ทุกวันนี้ทรัมป์ยังหวาดเสียวว่าจะโดนคดีนี้หรือไม่ เพราะตัวเองกำลังอยู่ในขั้นตอนถูกถอดถอนโดยรัฐสภา ซึ่งสภาผู้แทนฯ ได้ผ่านมติไปแล้วอย่างสบายๆ แถมยังมีคนจากพรรครีพับลิกันร่วมสนับสนุนด้วยถึง 10 เสียง ทำให้ทรัมป์แค้นจัด

บารมีและความนิยมของทรัมป์ในหมู่คนอเมริกันร่อยหรอ เหือดแห้งเต็มที่แล้ว ต่ำกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ และ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ในบางช่วง ถือว่าเลวร้ายสุดขีด

ต้องรอว่าการพิจารณาคดีในวุฒิสภาด้วยข้อหา “ประกอบอาชญากรรมร้ายแรง” นั้นทรัมป์จะมีโอกาสถูกถอดถอนหรือไม่ เพราะฝ่ายเดโมแครตซึ่งจะมีเสียง 50 เสียงในวุฒิสภา ต้องการจากพรรครีพับลิกันเพียง 16-17 เสียงเท่านั้น

ถ้าได้ จะทำให้ทรัมป์ถูกเด็ดปีก สิ้นสภาพพญาอินทรี กลายเป็นอีแร้งป่วย ไม่มีใครอยากคบ เพราะความอัปยศจากตราบาป ที่เป็นผู้นำทำเนียบขาวเพียง 1 สมัย แต่ถูกเข้ากระบวนการถอดถอนให้ออกจากตำแหน่งถึง 2 ครั้ง เป็นประวัติศาสตร์ใหม่

คนพรรครีพับลิกันส่วนหนึ่งยังเกรงว่าถ้าทรัมป์รอดไปได้ ก็ยังมีอิทธิพลในพรรค สามารถกำหนดเส้นทางเดินของสมาชิกคนอื่นๆ ที่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยต่อไป และทรัมป์เองก็จะมีโอกาสหวนคืนกลับมาในอีก 4 ปีข้างหน้า

พรรคเดโมแครตก็ไม่อยากให้ทรัมป์ได้กลับมา เพราะอีก 4 ปี ถ้าโจ ไบเดนอยู่รอดถึงวันนั้นได้ก็อยู่ในสภาพแก่หง่อมเกินกว่าจะสู้อีกสมัยหนึ่งได้ ทรัมป์เองก็อ้างว่ามีเสียงสนับสนุนมากกว่า 70 ล้านเสียง มากที่สุดเท่าที่ปรากฏในการเลือกตั้งสหรัฐฯ

แต่โจ ไบเดนได้มากกว่า 80 ล้านเสียง เป็นประวัติศาสตร์สำหรับผู้ท้าชิงที่ได้คะแนนเสียงมากอย่างนั้น ทั้งยังสามารถยึดเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้อีกด้วย

ทรัมป์ยังมีเวลาอยู่ในตำแหน่งถึงเที่ยงคืนวันพุธตามเวลาประเทศไทย หลังจากนั้นสิทธิประโยชน์และอำนาจต่างๆ ก็จะไม่เหลือ มีเพียงแต่การอารักขาโดยกลุ่มเจ้าหน้าที่ตลอดชีวิต หรือจนกว่าโดนัลด์ ทรัมป์จะมีการอารักขาที่ดีกว่า

นั่นคือการติดคุกเพราะการละเมิดกฎหมายในเรื่องต่างๆ ล้วนแต่ร้ายแรง มีโอกาสสิ้นอิสรภาพทั้งสิ้น จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก แต่จะกล้าอภัยโทษให้ตัวเองหรือไม่ เพราะไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ทรัมป์ก็สามารถทำได้โดยไม่แคร์แน่ๆ

ก่อนหน้าจะสิ้นตำแหน่ง ต้องรอดูว่าทรัมป์จะทำอะไรอีกหรือไม่ จะปลุกระดมสาวกและผู้สนับสนุนใน 50 รัฐให้กระทำการอันใดที่ละเมิดกฎหมาย ชุมนุมประท้วงโดยมีอาวุธ และบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาของแต่ละรัฐ รวมทั้งในเมืองหลวงด้วย

มีกำลังหน่วยป้องกันมากกว่า 3 หมื่นนายให้ความคุ้มกันอาคารรัฐสภา และสถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียง หลังจากการปิดล้อมรั้วเหล็กป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ประท้วงบุก ที่ผ่านมา มีเพียงคนกลุ่มเล็กน้อยที่ชุมนุมอยู่

รอว่าวันถ่ายโอนอำนาจช่วงเที่ยงวันพุธ จะมีเหตุร้ายอะไรหรือไม่ เพราะทั้งโจ ไบเดน และผู้เกี่ยวข้องสำคัญทั้งหมดอยู่ภายใต้การอารักขาพิเศษทั้งสิ้น

ผู้ที่ช้ำใจไม่น้อยคือคุณนายเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลข 1 ซึ่งพฤติกรรมอัปยศของสามีทำให้นางต้องพลอยมัวหมองตามไปด้วย และยังไม่แน่ว่าหลังจากนั้นเธอจะขอแยกทางจากทรัมป์หรือไม่ หลังจากมีข่าวว่าอยากกลับไปอยู่บ้านเกิด

การเมืองทำให้คนตายแล้วแจ้งเกิดใหม่ได้ รอดูทรัมป์ว่าจะมีโอกาสนี้หรือไม่


กำลังโหลดความคิดเห็น...