xs
xsm
sm
md
lg

คงเหมือนไฟนรกสุมหัวอก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"โสภณ องค์การณ์"



คงเหมือนไฟนรกสุมหัวอก...

ช่วงสายของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีคนประมาณ 10 กว่าคนไปชุมนุมหน้าสำนักงานยูเอ็นประจำกรุงเทพมหานคร เรียกร้องให้ยูเอ็นกดดันประเทศไทยให้ยกเลิกกดหมายมาตรา 112 ซึ่งมีไว้เพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์และราชวงศ์

ส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษาซึ่งยังเรียนหนังสือไม่จบ ขาดประสบการณ์ชีวิต ต้องพึ่งพาการยังชีพจากเงินของพ่อแม่ผู้ปกครอง แต่มาอาสาออกหน้าเรียกร้องอ้างสิทธิมนุษยชน และกฎหมายขัดขวางเสรีภาพในการแสดงออกของเฉพาะเครือข่ายกลุ่มตัวเอง

นำโดยแกนนำนักเดือดร้อนอาชีพจากกฎหมายมาตรา 112 ซึ่งชาวบ้านทั่วไปไม่มีปัญหา แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยแผ่นดินนี้อยู่ อ้างว่าไม่มีความสุข ชีวิตไม่สมบูรณ์ครบองค์ประกอบ ถ้าไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ จาบจ้วงล่วงเกินสถาบันกษัตริย์อย่างหยาบคาย


เอาเป็นว่าถ้าไม่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ คนพวกนี้จะต้องมีอาการจะเป็นจะตาย แทบชักดิ้นชักงอ กินข้าวปลาไม่ลง เหมือนมีไฟนรกสุมหัวอก ต้องชักชวนคนร่วมชะตากรรมเดียวกันให้ออกมารณรงค์เรื่องมาตรา 112


คราวนี้นอกจากจะให้ยูเอ็นมีบทบาทแล้ว ยังจะรณรงค์ให้องค์กรต่างๆ ในต่างประเทศเข้ามาร่วมกดดันรัฐบาลไทยด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงถ้าคนกลุ่มนี้ไม่มีความสุขบนแผ่นดินนี้ ก็น่าจะอพยพไปอาศัยแผ่นดินชาติอื่นอยู่


แทนที่จะโทษสถาบันกษัตริย์หรือรัฐบาล คนกลุ่มนี้น่าจะชุมนุมก่นด่าสาปแช่งพ่อแม่ของตนเองที่ให้ตัวเองมาเกิดบนแผ่นดินนี้ และมีชีวิตอยู่อย่างไม่เป็นสุข ต้องรับงานรณรงค์ บางคนเคยติดคุกเรื่องนี้ ได้รับอภัยโทษจากคดีมาตรา 112 ก็ยังไม่สำนึก

ความเป็นจริงเชิงสากลก็คือบุคคลธรรมดาทั่วไป ก็ยังมีกฎหมายคุ้มครองป้องกันไม่ให้คนอื่นมากล่าวร้ายป้ายสีดูหมิ่น ด้วยถ้อยคำประมาท หรือชี้หน้าด่าประจานโดยไม่มีสาเหตุ ประมุขของประเทศทุกแห่งก็มีกฎหมายคุ้มครอง

สถาบันกษัตริย์ในแต่ละประเทศก็มีกฎหมายพิเศษไว้คุ้มครองเช่นกัน เช่นในอังกฤษ ไม่มีใครกล้ากล่าวร้ายต่อราชวงศ์กษัตริย์ เหมือนพวกม็อบล้มเจ้าในไทยได้ทำ

เป็นการยากที่จะเข้าใจกลุ่มที่เดือดร้อนกับมาตรา 112 ว่าอยู่กับกฎหมายฉบับนี้แล้วเหมือนไฟนรกสุมอยู่ในหัวอกหรืออย่างไร และไม่ยอมเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศก็ยังไม่เดือดร้อน

ม็อบไม่เอาสถาบันกษัตริย์กลุ่มนี้ถืออภิสิทธิ์อะไร ที่ต้องรู้สึกเดือดร้อนกับกฎหมายฉบับนี้มากกว่าคนอื่น พวกนี้เป็นเทวดาส่งมาเกิดหรืออย่างไร

การรณรงค์ให้ยูเอ็นหรือองค์กรต่างประเทศอื่นๆ เข้ามากดดันรัฐบาลไทยครั้งนี้ถือว่าเป็นพฤติกรรมชักศึกเข้าบ้านอีกรอบหนึ่งหลังจากมีคนไปว่าจ้างนักล็อบบี้ยิสต์ ให้ ส.ว. อเมริกัน พรรคเดโมแครต เสนอร่างมติให้ประเทศไทยยอมรับการรณรงค์ของกลุ่มม็อบ

อ้างว่าต้องเคารพสิทธิ ต่างๆ รวมทั้งม็อบไม่เอาเจ้าที่เรียกร้องประชาธิปไตย!

นักการเมืองอเมริกันชอบอยู่แล้วสำหรับการจะได้มีบทบาทแทรกแซงกิจการของประเทศอื่นๆ โดยอ้างหลักการประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ ขณะที่หลังบ้านตัวเองเต็มไปด้วยความสกปรก ทั้งปัญหาการเหยียดสีผิว ยังไร้การปัดกวาดชำระล้างเช่นกัน

และเงินจากหน่วยงานอเมริกันนี่แหละที่ได้เป็นทุนสำหรับการใช้จ่ายของคนกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลและสถาบันในขณะนี้ ถ้าเปรียบในเชิงคำพูดโบราณก็เป็นเหมือนพวกหนอนบ่อนไส้ หรือหอกข้างแคร่ ส่วนภาษาสมัยใหม่เรียกว่าเป็นพฤติกรรมหนักแผ่นดิน

ชาวบ้านทั่วไปย่อมมีสิทธิ์สงสัยได้ว่า การเรียกร้องให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงประเทศไทยนั้นเป็นเพราะต้องการหาประเด็นใหม่เพื่อหาพวก เพราะการดิ้นรนชุมนุมทุกวันนี้เริ่มจะมีปัญหาในการระดมคนให้เข้ามาร่วมได้มากเหมือนแต่ก่อน ใช่หรือไม่


ปัญหาคือคนเริ่มตาสว่างว่า แกนนำหลายคนไม่ได้แสดงออกให้เห็นว่าเป็นผู้มีภูมิปัญญา ความรู้ความสามารถที่จะนำพาประเทศในฐานะคนรุ่นใหม่แต่อย่างใด

คนรุ่นใหม่นักเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงกำลังรับโทษในคุกเพราะการรณรงค์ที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและทำให้คนฮ่องกง ต้องเสียสิทธิเสรีภาพเพราะการบังคับใช้กฎหมายโดยรัฐบาลจีนภายใต้เหตุผลของความมั่นคง

นักเรียกร้องในฮ่องกงส่วนหนึ่งกลายเป็นหมาหัวเน่า คนรังเกียจเพราะเป็นต้นตอของความเดือดร้อนของประชาชนฮ่องกงที่ต้องสูญเสียสิทธิต่างๆก่อนเวลาที่ควรจะเป็นในอีก 16 ปีข้างหน้า

การเรียกร้องของกลุ่มต่างๆในบ้านเราจะเป็นม็อบอะไรก็แล้วแต่ ตามที่จะตั้งชื่อให้โก้ให้ต่างชาติช่วยเหลือ เพราะรู้ดีว่าอนาคตคงต้องอยู่ในความอนุเคราะห์ของกรมราชทัณฑ์ จะนานหรือสั้นล้วนแต่จำนวนคดีที่สะสมมาช่วงก่อนหน้านี้

ที่สำคัญข้อเรียกร้องยังมีประเด็นให้รัฐบาลยกเลิกการดำเนินคดีกับกลุ่มแกนนำผู้ละเมิดกฎหมายต่างๆ ทั้งมาตรา 112 ด้วย

นี่เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้เรียกร้องให้ตัวเองเป็นอภิสิทธิ์ชนอยู่เหนือกฎหมายต่างๆ รวมทั้งมาตรา 112 และกฎหมายจะต้องไม่มีอำนาจเล่นงานพวกตัวเองที่กล่าวถ้อยคำหยาบคาย หลู่เกียรติ์ เหยียดหยามสถาบันกษัตริย์และผู้อื่นตลอดมา

กลุ่มเยาวชนอายุเพียง 20 ปีหรือน้อยกว่านั้นได้รับความเดือดร้อนจากสถาบันกษัตริย์อย่างไรไม่ทราบ จึงต้องออกมาดิ้นรนให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112


ถ้าจะมีคนถามว่ารับงานใครมา รับจ้างใครมา ใครให้เงินมารณรงค์อย่างนี้ คนกลุ่มนี้จะโกรธแค้นกล่าวหาว่าเป็นการหมิ่นประมาทดูถูกดูแคลนหรือไม่ ทั้งที่คนทั่วไปมีสิทธิ์ที่จะมองและสงสัยในพฤติกรรมอย่างนั้น

การกระทำทุกอย่างต้องมีต้นทุนทั้งแรงกาย กำลังทรัพย์ และต้องมีน้ำเลี้ยง! ถ้าคนกลุ่มนี้สามารถกล่าวร้ายต่อสถาบันกษัตริย์ได้ คนอื่นย่อมมีสิทธิ์กล่าวร้ายเหยียดหยามหรือขับไล่ไสส่งม็อบ ให้หยุดยั้งพฤติกรรมอย่างนี้ในที่สาธารณะด้วยเช่นกัน

ล่าสุดเครือข่ายมอบกลุ่มนี้รุกหนัก เขียนสัญลักษณ์ฆ้อนกับเคียว อ้างว่าเป็นการรีสตาร์ทไทยแลนด์ หรือเริ่มต้นประเทศไทย ขณะเดียวกันก็มีคนสงสัยว่าตัวอาร์ และตัวทีเป็นตัวย่อของคำว่า “รีพับลิก ไทยแลนด์” หรือไม่


จะทำอย่างไรก็แล้วแต่การปลุกระดมเริ่มจะแผ่วเพราะความหยาบคายก้าวร้าว ไร้สัมมาคารวะ แม้แต่พ่อแม่ของตัวเองก็ยังไม่เชื่อฟังเคารพนับถือ อย่างนี้จะให้ประชาชนเดินตามหลังคนกลุ่มนี้ไปสู่อนาคตที่ประเมินสภาพแล้ว มีแต่หายนะรออยู่หรือ




กำลังโหลดความคิดเห็น...