xs
xsm
sm
md
lg

จับตา3ปัจจัยเสี่ยงศก.Q4 โควิดรอบ2-หนี้-การเมือง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ส.อ.ท.เกาะติดปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายปี 63 ห่วงการกลับมาระบาดโควิดรอบ 2 การสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ของธปท. และปัญหาการเมืองทั้งม็อบ และลุ้นแต่งตั้งรมว.คลังคนใหม่ ที่มีผลต่อความเชื่อมั่น และการฟื้นตัวศก.

วานนี้ (1 ต.ค.) นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าส.อ.ท.กำลังติดตามปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายของปี 63 ซึ่งยังคงมีความเปราะบางจากความกังวลใน 3 ปัจจัยที่สำคัญได้แก่ การกลับมาระบาดไวรัสโควิดรอบ 2, การสิ้นสุดมาตรการการพักชำระหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อความเชื่อมั่น และกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวม

ปัญหาการกลับมาระบาดโควิดรอบ 2 ถือเป็นความท้าทายให้ไทยต้องควบคุมอย่างเข้มงวด เนื่องจากการเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาพำนักที่ไทยได้ในระยะยาวแบบจำกัดจำนวน โดยต้องเป็นนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ หรือสเปเชียล ทัวริสต์ วีซ่า (เอสทีวี) ตั้งแต่ ต.ค.นี้ก่อนที่จะค่อยๆ ทะยอยปลดล็อกมากขึ้นรวมไปถึงการที่ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง โดยเฉพาะเมียนมาที่เกี่ยวข้องกับแรงงานกับไทยโดยตรง เหล่านี้ล้วนต้องติดตามใกล้ชิด เพราะหากพลาด โอกาสกลับมาระบาดรอบ 2 ก็มีได้เช่นกัน เพราะหลายประเทศก็ประสบปัญหาอยู่ จึงเป็นสิ่งที่เอกชนกังวลมากสุด

ประเด็นที่ 2 คือการสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ของธปท. ช่วงก.ย.-ต.ค.นี้ ที่เอกชนมองว่ามีแนวโน้มที่รัฐจะไม่ขยายมาตรการออกไป และยังไม่เห็นถึงมาตรการอื่นๆ ที่จะเข้ามาทดแทน ซึ่งในที่นี้มีจำนวนลูกหนี้รายย่อยและลูกหนี้ธุรกิจ ที่รับความช่วยเหลือจากมาตรการดังกล่าว รวมถึง 12.5 ล้านบัญชี คิดเป็นยอดหนี้กว่า 7 ล้านล้านบาท ก็ต้องติดตามว่า จะมีลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้อีกต่อไปมากน้อยเพียงใด หากเพียง 10-20% ของหนี้ก็คงไม่กระทบนัก แต่หากมากกว่านี้อาจจะกระทบเป็นลูกโซ่และจะลามไปยังปี 64

ประเด็นสุดท้ายคือ ปัญหาการเมืองในไทยที่ยังมีความไม่แน่นอนทั้งภายในและนอกสภา โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวการชุมนุมในเดือนต.ค. ที่หลายฝ่ายกำลังติดตามใกล้ชิด หากไม่มีความรุนแรงและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายก็คงจะไม่กระทบมาก นอกจากนี้ยังรวมถึงการแต่งตั้งรมว.คลังคนใหม่ ว่าจะเป็นใครหากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ ก็จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นมากขึ้น

ทั้งนี้ จากการที่ภาครัฐได้อัดมาตรการฟื้นเศรษฐกิจช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้หลายมาตรการ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องดำเนินการแต่บางมาตรการจะตอบโจทย์หรือไม่คงต้องติดตาม เช่นเดียวกับมาตรการแก้ไขปัญหาการว่างงาน ที่ล่าสุดรัฐได้จัดงาน JOB EXPO THAILAND 2020 หาตำแหน่งว่างงาน 1 ล้านตำแหน่งรองรับ ควบคู่ไปกับข้าโครงการ Co-payment (จ้างงานเด็กจบใหม่)“รัฐช่วยเสริม เอกชนช่วยสร้าง” ที่รัฐจะจ่ายเงินคนละครึ่งกับเอกชน โดยประเด็นที่ต้องติดตามคือมาตรการนี้ จะช่วยทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร

"อย่าลืมว่าการจ้างคนงานเพิ่มนั้น มีเพียงไม่กี่อุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงค์จากโควิด -19 แต่ภาพรวมคือแรงงานที่มีเกินความต้องการ แค่รักษาไม่ลดคนก็ถือว่าเก่งแล้ว การที่เอกชนจะไปจ่ายเพื่อดึงมาเพิ่มนั้นไปตอบโจทย์ของการเอาคนเก่าที่เงินเดือนสูงออก แล้วรับเด็กใหม่ที่ต้นทุนต่ำด้วยหรือไม่ ถ้าแบบนี้คงไม่ดีแน่ ซึ่งยังเร็วเกินไปที่จะตอบว่าจะฟื้นจ้างงานมากน้อยเพียงใด แต่อย่างน้อยก็กระตุ้นให้เกิดรับเด็กจบใหม่ ซึ่งปัญหาที่น่ากังวลไม่น้อยไปกว่าการว่างงานคือ การศึกษาไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป ทำให้มหาวิทยาลัยมีผู้ที่เข้ามาเรียนน้อยอยู่แล้วจากจำนวนคนที่ลดต่ำก็น้อยไปอีก" นายเกรียงไกร กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...