xs
xsm
sm
md
lg

ไฟป่ากับปัญหาโลกร้อน

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์



ปัญหาไฟป่าที่กำลังลุกลามอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกาได้สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมาย ปีนี้ก็เช่นเดียวกับปีก่อนๆ เป็นเหตุที่ป้องกันไม่ได้ และครั้งนี้ไฟป่าได้ลามเป็นบริเวณหลายล้านไร่ เพราะคลื่นความร้อน

อากาศแห้งแล้งอย่างผิดปกติเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย สหรัฐฯ มีวิทยาการ อุปกรณ์ดับเพลิง และบุคลากรทันสมัย งบประมาณมหาศาล ก็ยังไม่สามารถควบคุมได้สำเร็จ ไฟป่าเกิดขึ้นด้วยความประมาทของมนุษย์ก็มีหลายครั้ง

เมื่อเกิดไฟป่าในแคลิฟอร์เนียแต่ละครั้ง มักจะมีประเด็นทางการเมืองระหว่างนักการเมือง ยุคนี้ผู้นำประเทศ โดนัลด์ ทรัมป์ สังกัดพรรครีพับลิกัน มักหาเรื่องผู้ว่าการรัฐต่างๆ ที่สังกัดพรรคเดโมแครต ทำให้เกิดวิวาทะต่อเนื่อง บางครั้งก็ดูไร้เหตุผล

ครั้งนี้ทรัมป์โทษผู้ว่ารัฐแคลิฟอร์เนีย นายเกวิน นิวซัม ซึ่งอยู่พรรคเดโมแครตว่ามีปัญหาในการจัดการ โดยเฉพาะด้านกิจการป่าไม้ เพราะรัฐนี้มีไฟป่าขนาดใหญ่ทุกปี เป็นรัฐใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ มีพื้นที่ป่ากว่า 20 เปอร์เซ็นต์

รัฐแคลิฟอร์เนียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก มีประชากรเกือบ 40 ล้านคน มีความสำคัญทางการเมือง เพราะคะแนนประชาชนมากพอที่จะทำให้ผลเปลี่ยนแปลงได้ และทรัมป์ก็หวังว่าจะอยู่ต่ออีก 1 สมัย

แต่คราวนี้เกิดการถกเถียงกันระหว่างทรัมป์กับผู้บริหารระดับต่างๆ ของรัฐนี้ เมื่อมีข้อกล่าวหาว่าการจัดการเรื่องป่าไม้ผิดพลาด ทรัมป์อ้างว่าเจ้าหน้าที่ควรเก็บกวาดใบไม้ กิ่งไม้แห้ง ซึ่งเป็นเชื้อไฟอย่างดี แต่นี่เป็นเพราะความไม่เอาใจใส่

ทั้งผู้ว่าฯ และนายกเทศมนตรีลอสแองเจลิส ก็เถียงว่าไฟป่าเกิดจากภาวะโลกร้อนด้วยส่วนหนึ่ง และปีนี้รัฐนี้มีความแห้งแล้ง อุณหภูมิสูงกว่าปีก่อนๆ ด้วย ไม่ใช่เป็นในรัฐนี้ แต่ภาคตะวันตกทั้งแถบ เพราะไฟป่าก็มีในรัฐโอเรกอนที่อยู่ตอนเหนือ

การอ้างภาวะโลกร้อนถือว่าเป็นการตีจุดสำคัญของทรัมป์อย่างแรง เพราะทรัมป์เป็นพวกที่ไม่เชื่อเรื่องปัญหาภาวะโลกร้อน จึงถอนตัวออกจากภาคีเรื่องนี้ภายใต้ข้อตกลงที่กรุงปารีส ทำให้ถูกล้อเลียนว่าเป็นพวกเชื่อในทฤษฎีว่าโลกนี้แบน

ทรัมป์วางแผนไปเยือนแคลิฟอร์เนียเพื่อดูสถานการณ์ไฟป่า ก็ถูกแซวอีกว่า ไฟไหม้นานกว่า 20 วันแล้วเพิ่งจะโผล่หน้าไปดูความเสียหาย ก็เป็นเรื่องวิวาทะอีกรอบ

นับตั้งแต่ไฟไหม้รอบนี้ มีคนเสียชีวิตมากกว่า 24 ราย มีรายหนึ่งเป็นเด็กชายซึ่งอยู่กับสัตว์เลี้ยง เป็นภาพที่สะเทือนใจคนอเมริกันที่ต้องรับสภาพของสารพัดทุกข์

ไฟป่าในโอเรกอน ซึ่งไม่ห่างจากเมืองพอร์ตแลนด์มากนัก ได้สร้างความเสียหายแก่ชุมชนเช่นกัน เหยื่อไฟป่าถือว่าต้องอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว บางคนบอกว่าต้องหนีออกจากบ้านโดยเชื่อว่าถ้ากลับมาอีกรอบ คงไม่มีอะไรเหลือให้เห็น

การเยือนพื้นที่ไฟป่าเป็นเพียงผลพลอยได้ เพราะทรัมป์ไปรณรงค์หาเสียงในรัฐเนวาดา ซึ่งอยู่ติดกับแคลิฟอร์เนีย และโอเรกอน เมื่อหาเสียงทรัมป์ก็โจมตีเจ้าหน้าที่เรื่องไม่สามารถจัดการดูแลป่าให้ดี โชว์สภาวะความเป็นผู้นำ

ขณะเดียวกันก็สร้างประเด็นใหม่ด้วยการทำผิดกฎหมายรัฐเนวาดา

ในเนวาดา มีมาตรการควบคุมการระบาดของโคโรนาไวรัส ซึ่งทำให้ต้องปิดเมืองกาสิโนในลาสเวกัสตั้งแต่การระบาดหนัก สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เพราะกาสิโนและการท่องเที่ยวถือว่าเป็นรายได้หลัก

เมื่อปิดกาสิโนก็ทำให้รัฐแทบไม่มีทางเลือกอื่นๆ ล่าสุดผู้ว่าฯ นายสตีฟ ซิโซแลค ซึ่งรับตำแหน่งในปี 2019 ถูกสื่อโจมตีหนักว่าซ้ำเติมเศรษฐกิจของรัฐเมื่อยอมให้ย้ายการแข่งขันโรดีโอ คือแข่งการขี่ม้าพยศและแข่งเหวี่ยงบ่วงบาศจับลูกวัวไปเท็กซัส

เท่ากับว่ายอมสูญเสียรายได้ประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ไปที่รัฐอื่น

แต่ผู้ว่าฯ ยืนยันเพราะเห็นว่าการควบคุมการระบาดสำคัญสำหรับชีวิตประชาชน และเนวาดาก็ได้รับผลกระทบจากไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย และโอเรกอนเพราะควันไฟป่าปกปิดเมืองทำให้คนหายใจไม่สะดวก มีผลต่อสุขภาพด้วย

เมื่อทรัมป์ไปหาเสียงในพื้นที่ปิดโดยใช้อาคารของบริษัทเอกชน ผู้ว่าฯ ก็ส่งหนังสือเตือนว่ากำลังทำผิดกฎหมายห้ามคนอยู่ร่วมกันเกิน 50 คนขึ้นไป

มาตรการของรัฐเนวาดาถูกถกเถียงกันมากว่าเข้มข้นเกินไปหรือไม่ ทำให้เศรษฐกิจของรัฐเดี้ยง คนตกงานมากมาย และรายได้จากธุรกิจต่างๆ หดหาย

เนวาดาก็ไม่ต่างจากรัฐอื่นๆ ที่มีการระบาดของโคโรนาไวรัสมาก และความพยายามที่จะควบคุมไม่ได้ง่าย เพราะประชาชนไม่ยอมรับมาตรการคุมเข้ม เช่นไม่ทิ้งระยะห่างระหว่างกัน ไม่สวมหน้ากากอนามัย และไม่ล้างมือบ่อยเท่าที่ควร

คนอเมริกันในหลายรัฐจึงเดินขบวนประท้วงมาตรการคุมเข้ม อ้างสิทธิเสรีภาพและส่วนหนึ่งเชื่อว่าการระบาดของโคโรนาไวรัสเป็นข่าวลวงโลก ยิ่งเห็นตัวอย่างทรัมป์ไม่สวมหน้ากากอนามัย ก็ยิ่งทำให้กลุ่มคนผิวขาวเชื่อตามผู้นำทรัมป์

ผู้ว่าการรัฐเนวาดาก็สังกัดพรรคเดโมแครต ดังนั้น จึงถูกมองว่าพยายามสกัดทรัมป์ในการพยายามตีตื้นเอาคะแนนเสียง และทรัมป์ไม่ใส่ใจคำสั่งห้าม เดินหน้าปราศรัย ทักทายผู้คนโดยเปิดหน้า คนไปฟังมีทั้งสวมและไม่สวมหน้ากาก

ความไม่เชื่อหลักวิชาวิทยาศาสตร์ และการไม่ปฏิบัติตนตามแพทย์ โดยผู้นำ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การระบาดของโรคนี้ถูกควบคุมเป็นไปได้ยาก และถูกซ้ำเติมโดยการระบาดของไข้หวัดใหญ่ โอกาสที่จะแก้ไขปัญหานี้จึงยาก

วัคซีนที่มีอยู่ อาจไม่ได้ผลเต็มที่เพราะเชื้อโรคกลายพันธุ์ตลอด


กำลังโหลดความคิดเห็น...