xs
xsm
sm
md
lg

บทความ

x

เติมศักดิ์ จารุปราณ ยืนหยัดอุดมการณ์ สื่อคุณภาพเพื่อผู้เสียเปรียบยากไร้ในสังคมไทย

เผยแพร่:   โดย: วิวัฒน์ชัย อัตถากร



วิวัฒน์ชัย อัตถากร
อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

วันที่ 5 กันยายน 2563 ผมไปทำงานแต่เช้าเพราะมีสอนนักศึกษาปริญญาโทเกี่ยวกับการบริหาร การจัดการภาครัฐ คณะรัฐประศาสนศาสตร์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ทั้งเช้าและบ่าย หลัง เกริ่นนำว่าด้วยนโยบายสาธารณะด้านเศรษฐศาสตร์ของรัฐแล้ว นักศึกษาก็ได้มีโอกาสดูคลิปวีดีโอ ซึ่งนำ ตัวอย่างอันเป็นเหตุการณ์จริงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาประกอบการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในชั้นเรียนโดย การอภิปราย วิเคราะห์เจาะลึก เป็นกรณีศึกษา (Case Study Analysis) ในชั้นเรียน

คลิปวีดีโอที่เปิดกันในวันนี้ คือรายการคนเคาะข่าวของสถานีวิทยุโทรทัศน์นิวส์วัน (NEWS1) ซึ่งมีคุณเติมศักดิ์ จารุปราณเป็นพิธีกร สัมภาษณ์ผมซึ่งเป็นวิทยากรรับเชิญ ขณะที่นักศึกษากำลังชมวีดีโออยู่นั้น หลวงพี่นักศึกษาพระรูปหนึ่งได้บอกผมว่า มีข่าวออกมาขณะนี้ว่าพิธีกรชื่อดังเพิ่งเสียชีวิตเมื่อเช้านี้ดูแล้วน่าจะ เป็นพิธีกรคนเดียวกันกับในคลิปวีดีโอที่พวกเรากำลังดูอยู่ ผมงง ยังไม่อยากเชื่อว่าคุณเติมศักดิ์ จารุปราณ ผม มักเรียกสั้น ๆ ด้วยความคุ้นเคยว่า“เติม”ได้จากไปแล้วจริง ๆ เพราะเพิ่งไปเยี่ยมมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง อาการทรง ๆทรุด ๆ อยู่บ้าง แต่ยังพอรับรู้เมื่อเข้าไปเยี่ยม เจอคุณวาสนาพี่สาวของเติมและคุณตุ้ยพี่เขยเติมยัง เล่าให้ภรรยาผมฟัง ว่าคุณหมออยากให้นำเติมกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว


ผมรีบออกจากห้องเรียนไปโทรเช็คข่าวกับภรรยา ก็ทราบว่าเป็นเรื่องจริง โดยหนูก้อยเจ้าหน้าที่ นิวส์วัน มือประสานทีมคุณเติมโทรมาแจ้งข่าวด้วยเสียงสะอื้นและยังไม่ทราบกำหนดการจากครอบครัว ภรรยาผมกะจะโทรมาแจ้งข่าวให้ผมทราบตอนพักรับประทานอาหารกลางวัน เพราะเกรงว่าผมจะเสียสมาธิใน การสอน ผมนั่งสงบสติอารมณ์สักครู่เพื่อยอมรับการจากไปกระทันหันอย่างไม่คาดคิดของเติมด้วยสาเหตุ เส้นเลือดในสมอง จากนั้นก็เข้าห้องบรรยายไปทำหน้าที่สอนต่อ นักศึกษาถามไถ่เรื่องราวผมก็เล่าสู่กันฟัง ระดับหนึ่ง นักศึกษาที่ได้ดูคลิปวีดีโอนี้ หลายคนบ่นเสียดายพิธีกรหนุ่มหน้าตาดี ท่วงทำนองสุภาพ พูดจามี สาระ เสียงดังฟังชัด ไม่น่าจากไปเร็ว


การนำเสนอคลิปวีดีโอรายการคนเคาะข่าวที่มีเติมเป็นพิธีกรเติมกลายเป็น“อาจารย์ผู้ช่วยสอน”ที่ ทำให้การสอนของผมลงลึกเพิ่มสาระได้รสชาดมากขึ้น ผมมักอาศัยคลิปวีดีโอรายการคนเคาะข่าวของเติมแต่ ละเทปช่วยดึงความสนใจนักศึกษาปริญญาโทแต่ละรุ่นทั่วประเทศที่ต้องเรียนกับผมในเรื่องการบริหารจัดการ นโยบายสาธารณะด้านเศรษฐศาสตร์ของรัฐ ผมเล่าเรื่องนี้ให้เติมฟังด้วยเติมหัวเราะชอบใจบอกว่าผมได้เป็น ครูบาอาจารย์แล้วล่ะนี่


การไปออกทีวีรายการคนเคาะข่าวกับเติมเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์อยู่ทีเดียว เพราะขณะที่นั่งรอออก รายการที่ห้องรับแขกจะมีจะมีมิตรสหายที่รู้จักแวะมาทักทาย คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟัง ทำให้ผมเป็นคน ทันสมัยทันเหตุการณ์ไม่ตกข่าว เจอกันหลายคนก็ครึกครื้นดี หลังจากออกรายการเสร็จ เราก็จะแวะมาคุยกันที่นี่ก่อนแยกย้ายกันไป บังเอิญผมรู้จักคนที่เติมรู้จัก เติมรู้จักคนที่ผมรู้จัก จึงทำให้เราสองคนคุ้นกันได้เร็ว คุยเรื่องอะไรต่อมิอะไรได้มากขึ้น เช่น ผมรู้จักอาจารย์ที่สอนเติมเรื่อง Hegemony, Ideological reproduction


ส่วนเติมรู้จัก “ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์”เพื่อนยุคดึกดำบรรพ์ของผม ปัจจุบันเป็นนักหนังสือพิมพ์และ นักเขียนอาวุโสในแวดวงสื่อสารมวลชน เติมเล่าว่าตอนแรกทำงานเคยจัดรายการวิทยุช่อง อสมท. อะไร ทำนองนี้ ช่องผมอาจจะจำคลาดเคลื่อน ชัชรินทร์ได้เขียนจดหมายน้อยให้ข้อคิดและคำแนะนำที่มีค่าในการ ทำงานและการเป็นสื่อมวลชนที่รับผิดชอบต่อสังคมให้เติมซึ่งถือเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานที่เติมยึดมั่น เป็นแนวทางปฏิบัติตั้งแต่นั้นมาตราบจนทุกวันนี้


เติมเล่าอีกว่ายังเก็บกระดาษแผ่นนั้นที่ชัชรินทร์เขียนให้ไว้ ผมเองบอกเติมว่าชัชรินทร์อายุน้อยกว่า ผมก็จริง แต่ผมนับถือเขาเป็น“ครู”ในการเขียนหนังสือของผมนะ ผมเคยเขียนลงหนังสือพิมพ์อย่างจริงจัง สมัยชัชรินทร์เป็นผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์และนิตยสารสุดฮอตที่ต้องเปลี่ยนหัวอยู่เลย เสี่ยงต่อการถูกทหาร ปิดเป็นว่าเล่น ช่วงต้นปีผมเพิ่งมีโอกาสเจอชัชรินทร์นัดแนะช่วงไหนว่างจะไปทานข้าวกัน ผมชวนเติมถ้านัด ได้ เติมว่างไปด้วยกันไหมเติมตอบรับด้วยความดีใจ ยังไม่ทันนัดดันมาเกิดโควิด-19 ระบาดเสียก่อน เสียดาย ตอนนี้นัดได้ เติมก็ด่วนจากไปเสียแล้ว


ช่วงหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ลดความรุนแรงลง ผมได้ไปเป็นวิทยากรรายการคนเคาะข่าวของ เติมเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 หัวข้อสนทนาในวันนั้น คือ “อิทธิพลของ Deep State ในสงครามเย็นรอบ ใหม่ สหรัฐ VS จีน” โดยเติมขออัดเทปไว้ตอนบ่ายเพื่อออกอากาศตอนค่ำ เพราะเติมต้องเตรียมตัวออก รายการนิวส์ อาว (News Hour) ตอนเย็นกับคุณเก๋อุษณีย์พิธีกรคู่ขวัญคนสวย มาดห้าว


วันนั้นหลังอัดเทปรายการคนเคาะข่าวเสร็จ เติมได้มานั่งคุยกับผมและภรรยาซึ่งตามมาสมทบอีกพัก ใหญ่อย่างสนุกสนาน ภรรยาผมเป็นสายกินสายเที่ยว พูดถึงเวียดนามแหล่งท่องเที่ยวรายการประทับใจ กินดี อยู่ดี ปลอดภัย ในราคาถูกจับต้องได้เพียงเก้าพันบาท เมื่อ 2 - 3 ปีที่แล้ว บินไปโดยสายการบิน Air France มีที่เที่ยวหลากหลายสไตล์หลากหลายอารมณ์ทั้งแบบเอเชียและแบบยุโรป (เวียดนามเคยตกเป็นอาณานิคม ฝรั่งเศสมาก่อน) เธอเล่าที่เที่ยวสนุกอย่างมีสาระได้มิติทางประวัติศาสตร์สังคม ในการชม เช่น พิพิธภัณฑ์ลุงโฮ นิทรรศการการรบที่เดียน เบียน ฟู การแสดงหุ่นกระบอกน้ำ การลงอุโมงค์กู๋จีเมืองใต้ดินฐานทัพทหารป่าใน การทำสงครามกับอเมริกา เติมเคยเที่ยวแบบไฮโซไปมอรอคโคมาแล้ว มาฟังที่เที่ยวแบบโลโซอย่างเวียดนาม แววตาเป็นประกายเห็นได้ชัดว่าสนใจอยากไป โดยเฉพาะอุโมงค์กู๋จี ที่สำคัญเติมเปิดเผยว่าขณะนี้ภรรยาไป ทำงานประจำอยู่ที่เวียดนามไม่เจอกันเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว ภรรยาผมจึงให้กำลังใจเติมได้มีโอกาสไปเยี่ยม ภรรยาเร็ววัน ขณะที่เติมเดินมาส่งเราขึ้นรถภรรยาผมแซวเติมว่าอย่าสมบูรณ์มากกว่านี้แล้วนะ อ้วนไปเดี๋ยว จะลงอุโมงค์กู๋จีไม่ได้ ปกติเติมยืนส่งโบกมืออยู่ที่บันได แต่วันนี้อยู่คุยยาวมากกว่าทุกครั้งแถมเกาะหน้าต่างรถ ยืนคุยต่อถามชื่ออุโมงค์อีก ต่อมาทราบจากจิ๋วภรรยาเติมว่าเติมได้ LINE มาถามตอนบ่ายวันนั้นเลยว่าจิ๋วเคย ไปอุโมงค์กู๋จีมาแล้วหรือยัง ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าวันนี้เติมจะทำหน้าที่พิธีกรคนเคาะข่าวเป็นครั้งสุดท้าย ทิ้งรายการคนเคาะข่าวให้พิธีกรหญิงคุณนง นง-วดี พิธีกรสาวหวาน มาดมั่น แบกรับต่อโดยมิได้อำลา


เย็นวันเดียวกันนี้เองขณะที่เติมและคุณเก๋อุษณีย์ดำเนินรายการนิวส์ อาว ใกล้จบ เติมเริ่มพูดไม่ชัด ถ้อยชัดคำ อ่อนแรง ต้องรีบส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชด่วน ทราบว่าคุณสนธิ ลิ้มทองกุล มอบหมาย
ยให้มีคนดูแลอัพเดทความเจ็บป่วยของเติมอย่างใกล้ชิด ครอบครัวญาติพี่น้องเติมผลัดกันมาดูแลเติมอย่าง อบอุ่น หากไม่ติดธุระหรือไปสอนต่างจังหวัดผมและภรรยาจะไปเยี่ยมเติมเย็นวันอาทิตย์ ทำให้รู้จักกับวาสนา พี่สาวของเติมที่คอยนวดแขนนวดขาให้น้องชายที่คลานตามกันมาด้วยความห่วงใยในที่ยามจิ๋วภรรยาเติมยังไม่ สามารถมาดูแลเติมได้ เติมมักแสดงอากัปกิริยาที่ให้ความหวังแก่เพื่อนฝูงที่ไปเยี่ยมเกิดความคาดหวังว่าเติมจะ ค่อย ๆ หายดีขึ้นอีกไม่นานนี้ เช่น สามารถยกมือข้างหนึ่งไหว้ทักทายผมและภรรยาเมื่อเราเปิดหน้ากากโชว์ และยกมือทำสัญลักษณ์ I love you เติมยิ้มทำปากงึมงำแต่ไม่มีเสียง เติมสามารถให้คำตอบโดยการกระพริบ ตาโดยมีวาสนาเป็นผู้กำกับ จิ๋วเล่าว่าเติมนั่งพิงเตียงได้ นั่งขอบเตียงหย่อนเท้าลงได้ ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนได้ด้วย ชี้ไปทางประตูห้องน้ำเหมือนอยากไปทำธุระด้วยตนเอง เพื่อนฝูงได้รับข่าวเหล่านี้รู้สึกคลายใจลดความกังวล เป็นอันมาก มีอยู่วันหนึ่งก่อนจิ๋วกลับบ้านเหลือบเห็นเติมตาเหลือกจึงรีบบอกพยาบาล ทีมหมอปั๊มหัวใจแล้ว พาเติมไปนอนห้องไอซียู อาการดีขึ้น รุ่งขึ้นผมและภรรยาไปเยี่ยม จิ๋วพาผมไปทักทายเติมซึ่งนั่งพิงเตียงทา แป้งหน้าขาวนวลจ้องตาแป๋วมาที่ผม ผมและภรรยาอยู่ให้กำลังใจจิ๋ว วาสนา ตุ้ย ซักพักใหญ่ก็ลากลับด้วย ความสบายใจที่รู้ว่าเติมยังโอเค แต่พอถึงวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 63 ตอนสายทราบข่าวเติมเสียชีวิตก็เข่าอ่อน เสียดายที่คนดีครอบครัวมีอนาคตต้องจากไป โดยทั่วไปเติมเป็นคนง่าย ๆ มีอัธยาศัย ใครต้องการความ ช่วยเหลือบอกเติม ถ้าทำได้ทำให้หมด ใครรู้จักเติมก็รักเติม


เวลาทำงานเขาก็จะทำด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท ความเป็นตัวตนของ“เติมศักดิ์ จารุปราณ”พิธีกร หน้าใส ใจดี ท่วงทำนองสุภาพ ถ่อมตัว เขามีพื้นฐานการศึกษา วารสารศาสตร์และนิเทศศาสตร์ จาก ธรรมศาสตร์และจุฬาฯ ซึ่งหล่อหลอมให้เขาใฝ่ฝันมุ่งมั่นในการเป็นสื่อมวลชนมืออาชีพอย่างมีจริยธรรมวิชาชีพ อันเป็นอุดมการณ์ที่เติมยึดมั่นตลอดเวลาแห่งการโลดแล่นบนเส้นทางสื่อมวลชนเกือบ 20 ปี


การทำงานสื่อ ตามอุดมการณ์ของตน ที่ ASTV ต่อเนื่องถึง NEWS1 อย่างมีความเป็นอิสระเสรี ทำให้ เขามีโอกาสพัฒนาตัวเองให้เป็นสื่อมืออาชีพเป็นอันมาก ความสนใจ รอบรู้ เรื่องราวสังคมไทยที่เชื่อมต่อสังคม โลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ-การเมือง-สังคม-วัฒนธรรม-เทคโนโลยี-โลกาภิวัฒน์ และประวัติศาสตร์สังคม อีกทั้งยัง เป็น Culture Man ตัวจริงที่มีความสามารถสุนทรียร้องรำทำเพลง ดีด-สี-ตี-เป่าทางดนตรี ล้วนเป็นความรู้และ ทักษะที่บูรณาการได้ประโยชน์หนุนส่งให้การเป็นพิธีกร และความเป็นคนทำข่าววิเคราะห์ข่าวสารของเขาโดด เด่นแบบมืออาชีพระดับแถวหน้าของเมืองไทย เติมถือเป็นสื่อคุณภาพคับแก้ว เที่ยงตรง เที่ยงธรรม เป็นปาก เสียง เป็นที่พึ่งให้กับประชาชนที่เสียเปรียบยากไร้ด้อยโอกาสในสังคมไทย เป็นสื่อที่กล้ายืนหยัดเรียกร้องอย่าง ต่อเนื่องให้รัฐบาลจริยธรรมชำรุด เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำนโยบายสาธารณะของรัฐที่มีผล ต่อประชาชนทั่วประเทศเติมจึงเป็นสื่อ“ทรงธรรมแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์”โดยถือ“ประโยชน์ของเพื่อน มนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง”ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก


ความเป็นอิสระและเสรีภาพที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อเครือผู้จัดการมอบให้ ทำให้“เติมศักดิ์ จารุปราณ”รักและผูกพันกับองค์กรนี้สูงมาก จวบจนกระทั่งวันสุดท้ายแห่งชีวิต


ช่วงเป็นนักเรียน นักศึกษา “เติมศักดิ์ จารุปราณ” เคยได้รับรางวัลมากมาย ตอนประกอบอาชีพสื่อ ก็เคยได้รับรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ในงานวันภาษาไทย ประจำปี 2553 ของกระทรวงวัฒนธรรม / รางวัลพระราชทานเทพทอง ครั้งที่ 14 ประจำปี 2556 ประเภทโล่เกียรติยศบุคคลสาขาผู้เผยแพร่ข่าวสารที่ เป็นประโยชน์แก่ประชาชน โดยสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย / และรายการคนเคาะข่าวได้รับรางวัลองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริมปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2560 โดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ


ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง การตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตซึ่งเป็นกฎธรรมชาติที่มนุษย์ล้วนต้องประสบ ด้วยกันทั้งนั้นเติมศักดิ์ จารุปราณ “เพื่อนต่างวัย” ของผมได้จากผมไปแล้ว ยามมีชีวิตอยู่เขาทำตัวให้ เป็นที่รักของพ่อแม่พี่น้อง ลูกเมีย เพื่อนฝูงมิตรสหาย ประกอบอาชีพยืนหยัดอุดมการณ์ที่เป็นประโยชน์ สูงสุดต่อสังคมอย่างแท้จริง เขาจึงเป็นที่รักของผู้เสียเปรียบยากไร้ด้อยโอกาส ยามจากไปจึงจากไป ท่ามกลางความรักความอาลัยของผู้คนที่สัมพันธ์กับเขาทั่วหน้า “เติม” จากไปโดยมีจิ๋วภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากและ ลูกชายสุดที่รักอยู่เคียงข้างพร้อมรับรู้ว่า “ไอติม” แก้วตาดวงใจของเติมมุ่งมั่นจะเรียนสถาปัตย์ตามที่เติมใฝ่ฝัน ให้ได้ ไม่มีอะไรให้เติมต้องเป็นห่วงในยามจาก เชื่อว่าคุณสนธิและครอบครัวนิวส์วันจะคอยดูแลจิ๋วและไอติมเป็นอย่างดีเหมือนลูกหลานอีกทั้งสืบสานจิตวิญญาณของเติมเชื่อแน่ว่าเติมเองก็จะคอยเป็นกำลังใจให้ ครอบครัวนิวส์วันและผู้ที่ยังอยู่ช่วยกันยืนหยัดอุดมการณ์สื่อคุณภาพเพื่อประชาชนไทยที่เสียเปรียบยากไร้ด้อย โอกาสตราบนานเท่านาน


หลับให้สบายเถิด“เพื่อนต่างวัย” ของผมคุณอยู่ในใจของครอบครัวผมตลอดไป ผมและอาจารย์ อรพันธ์เป็นกำลังใจให้จิ๋วและครอบครัวญาติพี่น้อง“จารุปราณ” ก้าวข้ามช่วงเวลาที่ทำใจแสนลำบากนี้ไปได้ ด้วยดี

11 กันยายน 2563


กำลังโหลดความคิดเห็น...