xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ หาเรื่อง หาเสียง...

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์



ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก โดนัลด์ ทรัมป์ ยิ่งหาเสียง หรือหาเรื่องด้วยพฤติกรรมแหวกแนว ทั้งการเปิดแนวรบ สร้างศัตรูใหม่ และพยายามหาประเด็นร้อนแรงเหมือนต้องการกลบจุดด้อย และปัญหาต่างๆ

หลังจากโดนเปิดโปงว่าทรัมป์มีปัญหาเรื่อง “ปากเสีย” พูดจาไม่ดีกับทหารที่ไปรบต่างแดน ตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ว่าเป็นพวก “ขี้แพ้” และ “บ้องตื้น” ก็ยังตั้งคำถามว่าทำไมทหารอเมริกันต้องไปรบในเวียดนาม อิรัก อัฟกานิสถาน และแหล่งอื่นๆ

แต่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งมานาน 4 ปี ก็ยังไม่มีข่าวว่าจะถอนทหารอย่างจริงจังจากประเทศใด ถ้าไม่โดนรัฐบาลหรือประชาชนท้องถิ่นขับไล่ และสหรัฐฯ ยังมีฐานทัพอยู่ทั่วโลก รวมทั้งมีกองทัพเรือไปยุ่มย่ามในทวีปอื่นๆ ทั้งยุโรป ตะวันออกกลาง และแปซิฟิก

ความพยายามจะถอนทหารจากซีเรีย ก็ถูกทักท้วงโดยผู้นำกองทัพ ว่าจะเป็นการเปิดทางให้รัสเซียมีอิทธิพลมากขึ้น และทรัมป์ก็เปลี่ยนใจ โดยคนทั่วไปมองว่าทรัมป์ไม่มีความรู้ด้านการทหาร การรบแต่อย่างใด ได้แต่สั่งสอนแม่ทัพนายกองให้ทำนั่นนี่โน่น

ตัวทรัมป์เองก็ไม่เคยเป็นทหาร พยายามเลี่ยงการเป็นทหารมาโดยตลอด ในช่วงสงครามเวียดนาม ทรัมป์อ้างว่าตัวเองเป็นโรคกระดูก ไม่เหมาะสำหรับการเป็นทหาร

ทำให้เอาตัวรอดมาได้ ไม่ต้องไปเสี่ยงตายในการรบที่เวียดนาม ในสมรภูมิที่ทหารอเมริกันเอาชีวิตไปทิ้งเกือบ 6 หมื่นคนโดยไร้ความหมาย เพราะแพ้สงครามไม่เป็นท่า

หลังจากการพูดในหลายโอกาสที่ทำให้ทหารด้อยค่าในสายตาของตัวเอง คนอเมริกันส่วนหนึ่งเป็นเดือดเป็นแค้น ทรัมป์ไม่หวั่นว่าจะเสียคะแนน แต่หาเรื่องสื่อนิตยสาร The Atlantic ว่าลงข่าวผิดพลาดกรณีที่ตัวเองพูดหมิ่นเกียรติภูมิของทหาร

ทั้งๆ ที่ผู้สื่อข่าวของ Fox News ยืนยันว่าทรัมป์ได้พูดเช่นนั้นจริง ทรัมป์กลับโมโห สั่งให้ Fox News ไล่ผู้สื่อข่าวออก แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะ Fox News ก็กลัวว่าจะโดนผลกระทบเช่นกัน ที่ผ่านมาก็เป็นกระบอกเสียงให้ทรัมป์ในแนวอนุรักษนิยมขวาจัด

ล่าสุด ทรัมป์เปิดแนวรบโดยตรงกับผู้นำกองทัพสหรัฐฯ อ้างว่าทหารนายพลยศสูง ตำแหน่งใหญ่โตไม่รักชาติ จ้องหาเรื่องจะทำสงครามเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้บรรดาผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งเป็นฐานหลักด้านอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ โดยตลอด

และสหรัฐฯ ก็เป็นผู้นำในการส่งออกอาวุธร้ายแรงไปยังตลาดผู้ซื้อที่ร่ำรวย มีเงินจ่ายสำหรับงบป้องกันประเทศ ซื้ออาวุธราคาแพง ทันสมัย อ้างความพร้อม อย่างเช่นซาอุฯ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และยุโรป และมีกรณีพิเศษให้อิสราเอล สิงคโปร์ อียิปต์

ทรัมป์ยังทำตัวเป็นเซลส์แมนสำหรับบริษัทผู้ผลิตอาวุธ ขายแต่ละล็อตเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ มีอยู่ 1 ครั้งที่ทรัมป์ปิดงานขายมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ให้ซาอุฯ ถือว่าเป็นกำไร มหาศาล ได้ขายอาวุธจากสต๊อก ได้เงินเข้าประเทศ ได้ขายอีกต่อเนื่อง

การที่ทรัมป์เปิดศึกกับผู้นำกองทัพได้สร้างความประหลาดใจให้ประชาชน เพราะทรัมป์เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ มีอำนาจสั่งการได้อยู่แล้ว หลังจากกล่าวร้ายต่อผู้นำ ทรัมป์ก็เล่นลิ้น พูดจาเอาใจทหารชั้นผู้น้อยว่าเป็นผู้เสียสละ ไม่มีผลประโยชน์

การเปิดศึกกับผู้นำกองทัพเช่นนี้ ทำให้เสี่ยงต่อคะแนนเสียง ก่อนหน้านี้ก็ได้พูดจาหมิ่นอดีตนายทหารซึ่งมีประวัติด้านการทำหน้าที่ รวมทั้งวีรบุรุษสงครามอย่าง อดีตวุฒิสมาชิก จอห์น แมคเคน อดีตเชลยศึกในสงครามเวียดนาม เป็นฮีโร่ของคนอเมริกัน

แต่ทรัมป์มองว่าการเป็นเชลยสงครามไม่ได้พิสูจน์ความเก่งฉกาจในการสู้รบ!

ทรัมป์ถูกมองว่ากำลังดิ้นรนสุดขีด หลังจากคะแนนยังตามหลังคู่แข่ง โจ ไบเดน ดังนั้นต้องใช้กลยุทธ์ต่างๆ ทั้งสกปรกและการโจมตีโดยข้อมูลเท็จ เพื่อเอาใจคนผิวขาวอนุรักษนิยมที่ยังมองว่าทรัมป์เป็นผู้นำของแท้ ปกป้องผลประโยชน์ของคนผิวขาว

ทรัมป์ถูกมองว่าเป็นคนเหยียดสีผิว มีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจในคุณสมบัติความเป็นผู้นำ แต่คนอเมริกันไม่สนใจ แม้เงื่อนงำการเสียภาษีเงินได้มีปัญหา การทำธุรกิจไม่โปร่งใส การเอาธุรกิจส่วนตัวไปพัวพันกับงบประมาณของรัฐ แต่ทรัมป์ก็ยังทำเฉย

ล่าสุด ใช้กระทรวงยุติธรรมให้รับหน้าที่เป็นทนายแก้ต่างในคดีที่ทรัมป์ถูกฟ้องว่ามีเพศสัมพันธ์กันนางแบบดาวหนังโป๊ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องส่วนตัว ต้องใช้ทนายความ แต่ทรัมป์ไม่ใส่ใจว่าจะมองอะไร ถือว่าเป็นการประหยัดไม่ต้องจ้างทนายให้เปลืองเงิน

รัฐมนตรียุติธรรม นายวิลเลียม บาร์ ถูกมองว่าเป็นเด็กในคาถาของทรัมป์ ทำตามคำสั่งทุกอย่างแม้จะผิดธรรมเนียมประเพณีและหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดกฎหมาย แต่ก็ยังทำ และที่ผ่านมา คนทำงานให้ทรัมป์ต้องคดีอาญา ติดคุกไปกว่า 10 คน และยังมีรอคิวอีก

การที่ทรัมป์ต้องดิ้นรนเพื่อให้อยู่ในตำแหน่งให้ได้ จำเป็นต้องใช้วิธีสกปรกทุกทาง และยังปากเสียทะเลาะไปทั่ว กับผู้สื่อข่าว พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ไม่คำนึงถึงกฎ กติกามารยาทให้มากเรื่อง และพูดอะไรไปแล้ว ทรัมป์ไม่รับผิดชอบทั้งนั้น

กล่าวหานางกมลา แฮริส คู่ชิงรองประธานาธิบดี ว่าจะทำให้ประเทศเสียหาย ถ้าได้เป็นผู้นำประเทศกรณีที่ไบเดนมีปัญหา ทำงานไม่ได้ และทำให้รัฐบาลแอฟริกาใต้เดือดเป็นฟืนเป็นไฟ เพราะทรัมป์ปากเสีย ไปกล่าวร้ายต่ออดีตผู้นำ นายเนลสัน แมนเดลา

แมนเดลาผู้วายชนม์ ถูกยกย่องทั่วโลกว่าเป็นรัฐบุรุษ แต่ทรัมป์ไม่ให้เกียรติ เพราะตัวเองเป็นนักเหยียดสีผิวทุกชาติ ถ้าไม่ใช่ผิวขาว

ดังนั้น วันที่ 3 พฤศจิกายน คนอเมริกันต้องตัดสินว่าจะเลือกใคร คนเดิมหรือคนใหม่ ถ้าทรัมป์กลับมาอีก คนทั้งโลกคงหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะทรัมป์จะยิ่งผยองอำนาจ ไม่มีใครห้ามได้อีกต่อไป จะมีความโกลาหลแค่ไหน อีกไม่นานก็รู้


กำลังโหลดความคิดเห็น...