xs
xsm
sm
md
lg

100 วัน ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด อนาคตเรามีที่ประเทศไทย

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ



จากวันนี้อีก 2 วัน คือวันที่ 2 กันยายนนี้ ถ้าไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ประเทศไทย จะมีผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์ติดต่อกันครบ 100 วันพอดี ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 และหลังจากวันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นมา ไม่มีผู้เสียชีวิต ทำให้จำนวนผู้สูญเสียหยุดนิ่งอยู่ที่ 58 คน

จนถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2563 มีผู้ติดเชื้อที่ยังรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 101 คน ซึ่งเป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศทั้งสิ้น คนไทยที่ติดเชื้อในประเทศ รักษาหายกลับบ้านหมดแล้ว

ในขณะที่คนไทย ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทยอยเดินทางกลับบ้านวันละ 500-600 คนโดยเฉลี่ยทุกวัน รวมทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน น่าจะแตะหรือเกินหลัก 1 แสนคนไปแล้ว และยังคงมีการเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มีที่ไหนที่ปลอดภัย และอบอุ่นใจเท่าแผ่นดินเกิดอีกแล้ว

ประเทศไทยได้รับการยกย่องจากนานาชาติ ว่า มีประสิทธิภาพดีมากในการรับมือกับโควิด-19 Global COVID-19 Index หรือ GCI จัดอันดับให้ไทยเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่ฟื้นตัวจากสถานการณ์ระบาดได้ดีที่สุด จากจำนวน 184 ประเทศทั่วโลก

ถึงวันนี้ ไวรัสโควิด-19 ยังระบาดไม่หยุด และไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเมื่อไร ล่าสุดวันที่ 28 สิงหาคม มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 24.91 ล้านคน เสียชีวิต 841,331 คน สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 6 ล้านคน รองลงมาคือ บราซิล 3.81 ล้านคน และอินเดีย 3.46 ล้านคน

ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 121 มีผู้ติดเชื้อสะสม 3,411 คน

หลายๆ ประเทศ มีการระบาดรอบที่ 2 แล้ว โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน รอบบ้านเรา เวียดนามซึ่งเป็นประเทศแรกๆ ที่ควบคุมการระบาดได้ดี มีผู้ติดเชื้อหลักสิบคน และไม่มีผู้เสียชีวิตเลยนานถึง 99 วัน แต่เมื่อเจอกับการกลับมาอีกครั้งหนึ่งของโควิด ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นทะลุพันแล้ว และมีผู้เสียชีวิต ภายในเดือนเดียว 30 คน

อีกประเทศหนึ่งคือ เมียนมาร์ ที่เกิดการระบาดครั้งใหม่ที่รัฐยะไข่ จนรัฐบาลต้องสั่งปิดเมือง และไทยต้องสั่งควบคุมชายแดนด้านตะวันตก ห้ามคนพม่าข้ามแดนเข้ามา

การระบาดระลอก 2 ที่เกิดขึ้นกับหลายๆ ประเทศ บางประเทศประสบความสำเร็จในการรับมือรอบแรก อย่างเช่น นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ และเวียดนาม เป็นสัญญาณเตือนให้เราคนไทย รู้ว่า อย่าการ์ดตก ถึงแม้ว่า จะไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศเกือบจะ 100 วันแล้ว แต่ดูเวียดนามเป็นตัวอย่าง คุมเข้ม เอาอยู่มาได้ 99 วัน ยังต้องมาพลาดท่าเสียทีกับการระบาดรอบ 2 ที่มีศูนย์กลางการแพร่ระบาดอยู่ที่เมืองดานัง

ประเทศไทย ซึ่งตอนนี้เปิดเมืองอย่างเต็มที่แล้ว กิจกรรมธุรกิจ และสังคม ทุกอย่างได้รับอนุญาตให้ทำได้ ยังขาดอยู่แต่การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถึงแม้ว่า จะยังมีมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ เช่น การสวมหน้ากาก รณรงค์ให้ล้างมือ และการรักษาระยะห่าง แต่โดยข้อเท็จจริง การปฏิบัติย่อหย่อนลงไปมาก โดยเฉพาะเรื่องระยะห่างทางสังคม ดังนั้น เราจึงยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดระลอก 2 คือ มีผู้ติดเชื้อในประเทศเกิดขึ้นอีกรอบหนึ่ง เหมือนที่เกิดกับประเทศอื่นๆ ในตอนนี้

เกือบ 100 วันที่เราไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศเลย และไม่มีคนตาย ต้องถือว่า ประเทศไทยประสบความสำเร็จ ในสงครามโควิดยกที่ 1 ปัจจัยสำคัญคือ ระบบการควบคุม ป้องกันทางสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่บุคลากรทางการแพทย์โดยตรง ไปจนถึงบุคลากรในท้องถิ่นทั่วประเทศ คือ อสม. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และการร่วมมือร่วมใจของคนไทยทั้งประเทศ

การตัดสินใจของรัฐบาล ที่มีภาพของเผด็จการสืบทอดอำนาจ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่พลิกสถานการณ์ เมื่อเดือนมีนาคม ที่ทำท่าว่า จะคุมไม่อยู่ ให้กลับมาอยู่ในการควบคุมได้ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของบรรดาผู้อาวุโส ในวงการแพทย์ ตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศคบ.ดึงอำนาจการตัดสินใจ การดำเนินมาตรการกลไกต่างๆ มารวมศูนย์ที่ ศคบ.เพียงแห่งเดียว และดำเนินมาตรการอย่างทันท่วงที มีปัญหาวุ่นวายบ้างในระยะแรก ก็ขอโทษ และแก้ไขทันที

การตัดสินใจของผู้นำ มีความสำคัญแค่ไหนกับการแก้ไขปัญหาการระบาด ก็ลองดู สหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่าง ประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก มีระบบสาธารณสุขที่ดีเยี่ยม มีทรัพยากรด้านการเงิน บุคลากรเพียบพร้อมเต็มที่ แต่เพราะตัวผู้นำ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัว มากกว่าความปลอดภัยของประชาชน ระบบการเมือง ราชการที่ยอมคล้อยตามผู้นำ เพราะเป็นคนที่ได้รับมอบอำนาจจากประชาชน จึงทำให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำในเรื่องจำนวนผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิต แม้ว่า อัตราการติดเชื้อ และเสียชีวิตจะลดลงแล้ว แต่สถานการณ์การระบาด เลยจุดที่ควบคุมได้ไปแล้ว

อีกประเทศหนึ่งคือ อังกฤษ ต้นแบบประชาธิปไตย ที่ในตอนแรกนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ดูเบาความรุนแรงของการระบาด ไม่มีมาตรการควบคุม ปล่อยให้คนที่ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อแล้วค่อยรักษา และรอให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่โดยธรรมชาติเอง กว่าจะกลับลำได้ ก็สายไปเสียแล้ว การระบาดลามไปทั่ว จนมีผู้เสียชีวิตเฉพาะในอังกฤษ 3,600 คน ถ้ารวมทั้งสหราชอาณาจักร 41,000 คน มีผู้ติดเชื้อ 3 แสนคน

ชัยชนะของประเทศไทย ในศึกโควิดระลอกที่หนึ่งนี้ เป็นประจักษ์พยานที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานที่เข้มแข็ง ไม่ใช่เฉพาะด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ในภาพรวม คือ พื้นฐาน และโครงสร้างสังคม เพราะความเข้มแข็งเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากพื้นฐานโดยรวมของประเทศไม่มั่นคง

หากประเทศไทยไม่มีอนาคต ดังที่เด็กๆ ถูกเป่าหูให้ท่องตามอยู่ในขณะนี้ คนไทยในต่างประเทศ จะแห่กันกลับมาทุกวันๆ ละ 500 คน ติดต่อกันมานานหลายเดือนทำไม


กำลังโหลดความคิดเห็น...