xs
xsm
sm
md
lg

“สมยศ”แถแหลกคดีบอส-อ้างอยู่นอก แฉตร. ออกหมายแดงโดนเด้ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผลสอบคดี “บอส กระทิงแดง” ถึงมือ ผบ.ตร.แล้ว จ่อฟันวินัย 20 ตำรวจทำคดีบกพร่อง “บิ๊กอ๊อด" โผล่ให้ข้อมูล “วิชา” ปัดรู้จัก “สายประสิทธิ์-ธนสิทธิ์” แถมโชว์ไทม์ไลน์พร้อมข้อมูลละเอียดยิบ ยันประชุมฟีฟ่าที่สวิสฯ ไม่ได้อยู่ในห้องสอบสวนคดี

วานนี้(20 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช. เปิดเผยว่า ล่าสุดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำสำนวนคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ได้ส่งผลสรุปความเห็นการตรวจสอบถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้ว หลังจากนี้ ผบ.ตร. จะพิจารณาใน 2 ส่วน คือ การดำเนินคดีกับนายวรยุทธ และการดำเนินการทางวินัยกับตำรวจ 20 นาย เป็นผู้ที่ยังอยู่ในราชการ และเกษียณไปแล้ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาโดยเร็วที่สุด

“สมยศ” โผล่ให้ข้อมูลชุด “วิชา”

อีกด้าน ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาคารเทเวศร์ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะอดีต ผบ.ตร. ซึ่งถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้แนะนำและพา นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักวิชาการวิศวกรรมเครื่องกล สถาบันเทคโนโลยีพระนครเหนือ ผู้ที่คํานวณและเปลี่ยนแปลงความเร็วรถยนต์ของนายวรยุทธจาก 177 กม./ชม. เหลือเพียงไม่เกิน 80 กม./ชม. มาพบกับ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ แตงจั่น (ยศในขณะนั้น) ที่เป็นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สตช. เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่มี นายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน โดย พล.ต.อ.สมยศ เดินทางมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สบาย สบาย”

ภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการฯเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง พล.ต.อ.สมยศ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและปฏิเสธกรณีที่ถูก พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ระบุว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการนำพยานเพิ่มเติมมาหักล้างสำนวนคดี และร่วมอยู่ในห้องทำงานของกองพิสูจน์หลักฐานเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2559 ว่า ขอยืนยันว่า ช่วงเวลานั้นระหว่างวันที่ 23-28 ก.พ.2559 ตนเดินทางไปประชุมสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงไม่ได้อยู่ในห้องสอบสวนคดีตามที่มีการกล่าวอ้าง ส่วนใครพูดอะไรไว้ ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ

ไม่รู้จัก “สายประสิทธิ์-ธนสิทธิ์”


เมื่อถามว่ารู้จักกับ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ไม่รู้จักใคร และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ตนไม่ได้อยู่ หรือไม่ได้ทำอะไรที่เป็นไปตามข่าวที่กล่าวอ้าง พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักกับ นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม เช่นกัน

เมื่อถามอีกว่า เคยมีปัญหาขัดแย้ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใครทั้งนั้น ฝากสื่อมวลชนทำให้กระจ่างในข้อเท็จจริง ตนวันนี้รอให้สังคมพิพากษาตน หรือคิดไปเองเดากันไปเอง จนกระทั่งมีวันนี้ ขอบคุณคณะกรรมการชุดนี้ที่เปิดเวทีให้ตนพิสูจน์ตัวเอง มั่นใจว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

“ไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ใครที่ทำอะไรไว้ขอให้พึงระมัดระวังและต้องรับผิดชอบด้วย เพราะว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่อาจปกป้องตัวเอง บางครั้งเมื่อเป็นข่าวออกไปและถูกสังคมพิพากษา ครอบครัวผมก็ได้รับผลกระทบตรงนี้ทุกคนมองว่าผมเป็นคนไม่ดีที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้” อดีต ผบ.ตร.กล่าว

หอบรูป-ตั๋วเครื่องบินแจงยิบ


เมื่อถามว่า เหตุใดจึงทิ้งเวลาไว้ไม่รีบออกมาชี้แจงตั้งแต่แรก พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เพราะตนอยากรู้จักคนว่าใครคือเพื่อนแท้ที่เข้ามาให้กำลังใจช่วยเหลือ และใครคือคนที่รอซ้ำเติมทำร้าย เพราะตนรู้ตัวเองว่าทำอะไรลงไป ส่วนที่ไม่ไปชี้แจงคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพราะมารอชี้แจงกับคณะกรรมการชุดนี้ เพราะคิดว่ามาชี้แจงชุดเดียวก็เพียงพอ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ ได้นำถ่ายคู่กับ นายจานนี่ อินฟานติโน่ ผู้สมัครประธานฟีฟ่าฯ โดยระบุว่าเป็นช่วงระหว่างวันที่ 24-27 ก.พ. 2559 ซึ่งมีการประชุมฟีฟ่าเพื่อเลือกประธานคนใหม่ ที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมแจกแจงกำหนดการต่างๆอย่างละเอียดว่าได้ออกเดินทางไปตั้งกลางดึกของคืนวันที่ 24 ก.พ.59 และเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 28 ก.พ.59 ให้แก่สื่อมวลชน โดยได้นำข้อมูลชุดเดียวกันมอบให้คณะกรรมการฯชุดนายวิชาไว้ด้วย

“วิชา” ไม่ปักใจเชื่อ-พิสูจน์ต่อ

ด้าน นายวิชา เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สมยศ ยอมรับว่า อยู่ในคณะกรรมาธิการกฎหมายของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีการหยิบยกที่รับเรื่องขอความเป็นธรรม และได้มีการส่งรายงานไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยว โดยในวันที่ 26 ก.พ.59 ที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ กล่าวอ้างว่า พล.ต.อ.สมยศ ได้พานายสายประสิทธิ์ มาพบนั้น พล.ต.อ.สมยศ แสดงหลักฐานว่า ไม่ได้อยู่ประเทศไทย แต่ไปประชุมที่สวิตเซอร์แลนด์

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.สมยศ และ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ให้ข้อมูลไม่ตรงกันจะดำเนินการอย่างไรนั้น นายวิชา กล่าวว่า เราจะไม่พูดว่าใครผิดใครถูก จะต้องมีการตรวจสอบกันต่อไป แต่เมื่อเป็นเช่นนี้กระบวนการรับฟังข้อเท็จจริงยังไม่สิ้นสุด เนื่องจาก พล.ต.อ.สมยศไม่ยอมรับ ตามที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ และ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผู้กำกับ (สอบสวน) สน.ทองหล่อ ให้ข้อมูลไว้ หลังจากนี้คณะกรรมการจะปรึกษาหารือกันเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อไป แต่ขณะนี้เราพบประเด็นใหม่ขึ้นมาเท่านั้น

เชื่อ 10 วันหาคนผิดได้แน่

เมื่อถามว่าการที่ พล.ต.อ.สมยศ ให้การตรงกันกับ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.อ.วิรดล จะเป็นการชี้ว่าข้อมูลของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ไม่ถูกต้องใช่หรือไม่ นายวิชาระบุว่ายังไม่สามารถสรุปเช่นนั้นได้ เพราะเป็นเพียงการเริ่มรับฟังข้อมูลจากแต่ละบุคคล จะผิดหรือถูกยังไม่รู้ อย่าเพิ่งตัดสิน เพราะยังมีเวลาในช่วง 10 วันสุดท้าย

เมื่อถามถึงความชัดเจนว่าใครเป็นผู้ถอนหมายแดงออกจากอินเตอร์โพล นายวิชากล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครเป็นผู้ถอน แต่ในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้ ได้เชิญตำรวจกองงานต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คนปัจจุบันมาชี้แจง รวมถึงจะเชิญตำรวจที่เชียงใหม่ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง รวมถึงการชันสูตรพลิกศพและพยานในส่วนของตำรวจอีกหลายปากมาชี้แจงข้อมูลด้วย

นายวิชา กล่าวด้วยว่า ส่วนวันนี้ครบรอบ 20 วัน ซึ่งจะมีการส่งรายงานฉบับที่ 2 ให้กับนายกรัฐมนตรีรับทราบผลการดำเนินการ และครั้งหน้าจะพิจารณาข้อเท็จจริงในประเด็นทางกฎหมายที่กรรมการจะต้องพิจารณาว่าใครผิดใครถูกอย่างไร.

แฉตร. ออกหมายแดงโดนเด้ง


นายวิชา เปิดเผยด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เชิญ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบ.สำนักงานส่งกำลังบำรุง ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกองงานต่างประเทศ สตช. ซึ่งเป็นผู้ติดต่อกับอินเตอร์โพลในการออกหมายแดงเพื่อจับนายวรยุทธ โดย พล.ต.ต.อภิชาติ เปิดเผยว่า ตัวเองถูกกดดันอย่างหนัก เพราะหลังจากที่ประสานเรื่องออกหมายแดงแล้ว ก็ถูกโยกย้ายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ถูกเอาแขวนที่กองบังคับการประจำ จ.นครราชสีมา และนับตั้งแต่วันนั้นก็ต้องไปช่วยทำงานที่กระทรวงแรงงาน โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงานในขณะนั้น ที่ได้ช่วยให้มีงานทำ และท่านก็ได้มาช่วยงานกองบังคับการกฎหมายและคดี อยู่ได้ 1 ปีก็ถูกโยกย้าย มาเป็นรองผู้บัญชาการส่งกำลังบำรุง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสายงานที่เจ้าตัวไม่คุ้นทั้งนั้น จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะถูกกระเด็นไปไหนอีก เขาได้ร้องขอความเป็นธรรมด้วยว่าเดือดร้อนมากกับคดีนายวรยุทธ

“ขอให้คอยดูด้วยว่า ท่านจะได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมาหรือไม่ ท่านเป็นคนตั้งใจทำงานและจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการออกหมายแดง ที่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และ สตช.ก็เป็นคนมอบหมายให้ทำ ท่านก็ไม่รู้ว่า ทำไมถึงตกเป็นผู้ที่ไม่พึงปรารถนา เพราะฉะนั้นขอแจ้งให้ทุกคนทราบเลยว่า คดีนี้ไม่ปกติ ขอให้ทุกคนไปวิเคราะห์เอาเอง” นายวิชา กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...