xs
xsm
sm
md
lg

"เนตร"ลาออก อสส.ตั้งกรรมการสอบซ้ำ "วิชา"เตรียมเรียกชี้แจง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน 360 - อัยการสูงสุด ตั้งทีมสอบ "เนตร นาคสุข" ปมสั่งไม่ฟ้องคดี "บอส อยู่วิทยา" ขณะที่เจ้าตัวยื่นหนังสือลาออกแล้ว อ้างเพื่อลดแรงกดดันสถาบันอัยการ แต่ยืนยันใช้ดุลยพินิจสั่งคดีตามระเบียบและใช้เหตุผลประกอบ “วิชา” จ่อเคาะวันเรียก “เนตร” เข้าชี้แจงข้อมูล ลาออกไม่มีผล พร้อมสรุปผลชุดแรกให้ “บิ๊กตู่” ขณะที่ 'บิ๊กแป๊ะ' ยอมรับผิดพลาดด้านการสั่งงาน รับกลับไปแก้ด่วน "ศรีสุวรรณ" ร้อง ก.อ. เอาผิด วินัย-จริยธรรม เปิดเอกสารว่อน ตร.บางกรวยส่งสำนวนฟ้อง “ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม” อธิบดีอัยการเมาเเล้วขับเฉี่ยวชนรถ จยย. เจ้าตัวเผยเป็นการดิสเครดิตกันมากกว่า

วานนี้ (11 ส.ค.) สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกเอกสาร เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาสั่งคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา และตั้งคณะทำงานตรวจสอบการสั่งคดีของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด โดยระบุว่า ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งที่ 1400/2563 ลงวันที่ 4 ส.ค.63 แต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นคณะทำงานพิจารณาสั่งคดีอาญาสำนวน ส. 1 เลขรับที่ 107/2556 ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ประกอบด้วย 1.นายอิทธิพร แก้วทิพย์ หัวหน้าคณะทำงาน 2.นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองหัวหน้าคณะทำงาน 3.นายอุทัย สังขจร คณะทำงาน 4.นายประยุทธ เพชรคุณ คณะทำงานและเลขานุการ 5.นายนรา เขมอุดลวิทย์ คณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีนายสมใจ โตศุกลวรรณ์ เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 คณะทำงานดังกล่าวได้ประชุมพิจารณาสำนวนคดี ส.1เลขรับที่ 107/2556 ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 และมีคำสั่งแจ้งพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) และเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานใหม่และเป็นพยานที่สำคัญที่จะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาที่ 1 ได้จึงสั่งสอบสวนพยานเพิ่มเติมในการดำเนินคดีผู้ต้องหาที่ 1 ในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมแจ้งคำสั่งไปยังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อแล้ว เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 โดยให้ดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 20 สิงหาคม 2563

สำหรับประเด็นการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ของ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ในการตรวจสอบการสั่งคดีของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ดังกล่าว ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุดยังไม่มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตรวจสอบรองอัยการสูงสุด ในเรื่องดังกล่าว เกี่ยวกับเรื่องนี้นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ ได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าจะนำประเด็นนี้เข้าพิจารณาเพื่อวางหลักเกณฑ์ในการประชุมคณะกรรมการอัยการในวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2563 นี้

สำนักงานอัยการสูงสุด เห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ และจะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน แต่เนื่องจากการกำหนดหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553มาตรา 17 ประกอบมาตรา 82 จะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการอัยการเพื่อพิจารณา

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยรวดเร็ว อัยการสูงสุด จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553มีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 1446/2563 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2563 แต่งตั้งบุคคลดังต่อไปนี้เป็นคณะทำงานตรวจสอบความเห็นและคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหา โดยคณะทำงานประกอบด้วย

1.นายสมศักดิ์ บุญทอง หัวหน้าคณะทำงาน อดีตรองอัยการสูงสุด 2.พลเอก ประชาพัฒน์วัจนะรัตน์ คณะทำงานเจ้ากรมพระธรรมนูญ 3.พลโท กิตติยุทธ กิตติยุทธโยธิน คณะทำงานหัวหน้าสำนักงานตุลาการศาลทหาร และตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารสูงสุด 4. นายวัยวุฒิหล่อตระกูล คณะทำงาน อดีตรองอัยการสูงสุด 5.นายถาวร พานิชพันธ์คณะทำงาน อดีตรองอัยการสูงสุด 6.หม่อมหลวงศุภกิตต์ จรูญโรจน์เลขานุการ 7.ร้อยตำรวจเอก สกลกริช ฤทธิ์เดช ผู้ช่วยเลขานุการ

มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบความเห็นและคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 ของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ว่าการรับฟังพยานหลักฐานเป็นไปตามหลักกฎหมาย ชอบด้วยเหตุผล และใช้ความระมัดระวัง ละเอียดรอบคอบหรือไม่เพียงใด

วันเดียวกันนี้ นายเนตร นาคสุข ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่ออัยการสูงสุดเพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการสั่งสำนวนคดีนี้และเป็นการแสดงสปิริต แก่องค์กรอัยการและต้องการให้ทุกคนในสังคมเกิดความสบายใจโดยยืนยันว่าการสั่งคดีนี้ได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนและตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

"วิชา”จ่อเคาะวันเรียก“เนตร ”แจง


นายวิชา มหาคุณ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญานายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่ได้เชิญ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มาชี้แจง ว่า ผบ.ตร.ชี้แจงในระบบของทางตำรวจ เมื่อสั่งการหรือมอบอำนาจไปแล้วก็ถือเป็นการมอบสิทธิ์ขาดให้ โดยไม่ได้ติดตามดูกรณีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่มี พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นผู้สั่งคดี ที่สั่งคดีในรายละเอียดอย่างไร ผบ.ตร.ไม่ได้รับรู้ ทางคณะกรรมการฯจึงให้ข้อสังเกตไปว่าตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและพ.ร.บ.ตำรวจมีข้อกำหนดเรื่องการมอบอำนาจอยู่ โดยผู้บังคับบัญชาสามารถติดตามดูในรายละเอียดได้ว่าจะต้องแก้ไขหรือไม่ รวมไปถึงการถอนอำนาจ แต่ปรากฏว่า ผบ.ตร.ยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาดที่จะต้องไปแก้ไขโดยด่วน ซึ่งจะต้องแก้ไขให้เป็นไปตามพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดินมาตรา 40 วรรค 2 ที่ระบุว่าผู้มอบอำนาจแล้วจะต้องติดตามและแก้ไขได้หากมีข้อผิดพลาด และถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่รู้เรื่องก็สามารถสอบถามและปรึกษากับทีมกฎหมายหรือที่ปรึกษาได้ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดขององค์กร

โดย บ.ตร.ได้รับปากอยู่ 2 เรื่องคือ 1.จะไปแก้ไขระบบการมอบอำนาจไม่ให้มีช่องโหว่ที่จะให้เกิดกรณีอย่างเช่นคดีนายวรยุทธอีก 2.จะไปดูคดีนายวรยุทธ หลังจากที่ไม่ได้ดูมาเลย โดยจะไปเรียกสำนวนและหารือร่วมกับสำนักกฎหมายและคดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตช.) ซึ่งถ้าสามารถทำให้คดีนั้นไม่ยุติได้ผบ.ตร.ก็จะทำ โดยตนได้แจ้งให้ผบ.ตร.ทราบแล้วว่าเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้หรือคณะกรรมการฯเห็นว่าจะต้องทำให้สิ่งที่ค้างคาใจของผู้คนให้หมดไป อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯได้เผยแพร่คิวอาร์โค้ด ที่จัดทำขึ้น เพื่อให้ประชาชนเข้าไปหรือผู้ที่มีข้อมูลเสนอแนะเข้ามาได้

ส่วนกรณีที่ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุดได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง จะมีผลกระทบต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า นายเนตรลาออกยังไม่มีผลทันที ตนเข้าใจว่าอย่างนั้น และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ว่าสถานะของนายเนตรเป็นอย่างไร ซึ่งนายเนตร ยังอยู่บัญชีรายชื่อที่จะต้องเชิญมาชี้แจง ส่วนจะลาออกไปแล้ว เราก็มีอำนาจในการเรียกมาชี้แจงอยู่ เพราะมีอำนาจตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะสรุปผลการทำงานตลอด 10 วันที่ผ่านมา เพื่อนำเรียนนายกรัฐมนตรีภายในช่วงค่ำวันเดียวกันนี้ โดยคาดว่าจะสรุปให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาประมาณ 2 หน้ากระดาษ

"ศรีสุวรรณ" ร้องก.อ. เอาผิด "เนตร นาคสุข"

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อ ประธานและคณะกรรมการอัยการ หรือ ก.อ. ขอให้ใช้อำนาจตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ 2553 ม. 30 (8) ดําเนินการเอาผิดทางวินัยและจริยธรรม ต่อนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในทุกข้อกล่าวหา แม้คณะทำงานตรวจสอบกรณีอัยการไม่สั่งฟ้องนายวรยุทธ ผู้ต้องหาหนีคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ที่แต่งตั้งโดยอัยการสูงสุด ระบุคำสั่งไม่ฟ้องนั้น เป็นไปตามกม. และระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด แต่พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมใน 2 ประเด็น คือ ความเร็วรถ และยาเสพติด ที่สามารถดำเนินคดีทายาทกระทิงแดง ต่อได้ ประกอบกับการที่ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ ได้ออกมาเปิดเผย และทำหนังสือบันทึกข้อความถึง อัยการสูงสุด 6 ข้อ ยืนยันคำสั่ง นายเนตร นาคสุข ที่ไม่ฟ้องนายวรยุทธ นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากที่นายพงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อดีตอัยการสูงสุด เคยมีคำสั่งยุติการร้องขอความเป็นธรรมไปเเล้ว

เปิดเอกสาร ตร.บางกรวยส่งสำนวนฟ้อง“ปรเมศวร์”

ขณะที่ไลน์กลุ่มนักกฎหมาย มีการเเชร์เอกสารในคดีที่ พ.ต.อ.ศิวัช ศรีวิชัย ผกก.สน.บางกรวย ส่งสำนวนคดีที่เห็นควรสั่งฟ้อง (พร้อมตัวผู้ต้องหา) ต่ออัยการจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 24 เม.ย.63 ในคดีสอบสวนคดีอาญาที่ 82/2562 ลงวันที่ 1 มี.ค. 62 เรื่อง ขับรถขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ, ขับรถประมาทน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่นและกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ

โดยเป็นคดีระหว่าง พ.ต.ท.รพีพงศ์ จิตต์บุญธรรม กล่าวหา นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อายุ 62 ปี (ในขณะนั้น) อธิบดีอัยการคดีอาญาธนบุรี ผู้ต้องหาในความผิด ฐานความผิดขับขี่รถขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ, ขับรถโดยประมาท หรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน, ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายจิตใจ

ด้านนายปรเมศวร์ กล่าวว่าเรื่องนี้นานแล้ว ไม่มีอะไร ไม่รู้คดีถึงไหน พนักงานสอบสวนก็ยังไม่เรียกไป เมื่อถามว่า คดีส่งสำนวนให้อัยการตามเอกสารเเล้วหรือไม่ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ยังเป็นเเค่ร่างเฉยๆ หรือไม่ เป็นการเฉี่ยวชนกันนิดหน่อยชดใช้ค่าเสียหายเรียบร้อย ยังเปิดเผยอะไรไม่ได้มาก เพราะตำรวจกำลังทำสำนวนอยู่ ยังไม่มาถึงชั้นพนักงานอัยการ จริงๆ เรื่องนี้ไม่มีอะไร น่าจะเป็นการดิสเครดิตกันมากกว่า


กำลังโหลดความคิดเห็น...