xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

สิงหาฯระทึก แฟลชม็อบขยายวง ส.ว.-ส.ส.เร่งสปีด หนุนแก้ไขรธน. หวังลดเงื่อนไข สกัดม็อบไฟลามทุ่ง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - แผ่ขยายไปเรื่อยๆ เป็นลูกระนาด สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนรุ่นใหม่-นิสิตนักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องกดดันต่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใน 3 ประเด็นข้อเรียกร้อง

1.หยุดคุกคามประชาชน
2.ประกาศยุบสภา
3.เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ

ท่ามกลางเสียงเสียดสีจากฝ่ายที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึงกองเชียร์รัฐบาลว่า กลุ่มที่เคลื่อนไหวเป็นแค่ม็อบมุ้งมิ้ง ม็อบไก่อ่อน ยากจะจุดติดจนเกิดปรากฏการณ์ไฟลามทุ่ง แต่จะเป็นม็อบฟืนเปียก ในฤดูฝนเสียมากกว่า

แต่ก็อย่างที่เห็น หลายวันที่ผ่านมาก็มีการนัดชุมนุมทำกิจกรรมกันหลายแห่ง หลายจังหวัด ทั้งบริเวณใกล้ๆรั้วสถานศึกษา-พื้นที่สัญลักษณ์ของจังหวัด ที่ชุมนุมทำกิจกรรมกัน พร้อมกับมีปราศรัยและเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์กัน 3-4 ชั่วโมง แล้วก็แยกย้ายกลับ แบบแฟลชม็อบ

โดยมีการขยายตัวจากจังหวัดหนึ่งสู่อีกจังหวัดหนึ่ง จากแนวร่วมกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาในสถาบันหนึ่งไปสู่อีกหนึ่งสถาบัน มีการรับลูกกันเป็นทอดๆ ที่การชุมนุมบางจุด ก็มีคนมาร่วมหลักพัน บางแห่งก็หลักร้อยอยู่ แต่ก็ยังไม่หยุด ยังขยายตัวต่อเนื่อง


จนมีข่าวว่าแกนนำรัฐบาล ดูจะเริ่มมีความวิตกกังวลใจไม่น้อย เพราะแม้จะเป็นแค่การเคลื่อนไหวกลุ่มเล็กๆ แต่ก็เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายจุด หลายวันติดต่อกัน บนเป้าหมายและแคมเปญลักษณะเดียวกัน คือปลุกคนรุ่นใหม่และประชาชน ที่มีความเห็น อารมณ์ใกล้เคียงกันให้มาอยู่ร่วมกันเป็นแนวร่วมเดียวกัน หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ระยะยาว ไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลแน่นอน




ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น จึงน่าจะเริ่มสร้างความกังวลใจให้ พลเอกประยุทธ์และคนในรัฐบาล ตลอดจนหน่วยข่าวความมั่นคงไม่ใช่น้อยในความหวั่นเกรงว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะค่อย ๆ ก่อตัวไปเรื่อยๆ จนสุดท้าย อาจก่อตัวเป็นคลื่นลูกใหญ่
ทำให้ที่คนเคยปรามาสเป็นม็อบมุ้งมิ้ง จะกลายเป็นม็อบแน่นถนนราชดำเนินก็ได้ หากวันใดที่รัฐบาลสะดุดขาตัวเองหรือมีเหตุการณ์ "น้ำผึ้งหยดเดียว" ที่รัฐบาลประเมินสถานการณ์พลาด

และจากที่ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่าสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. และกลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือFree YOUTH เคยประกาศว่าจะกลับมานัดรวมพลกันอีกรอบ หลังยื่นเงื่อนไขไปแล้วว่าได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลหรือไม่ หลังครบสองสัปดาห์จากที่เคยชุมนุมใหญ่ เมื่อ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนราชดำเนิน-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย


จึงเท่ากับ จะครบสองสัปดาห์วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้




ถึงตอนนี้ก็อย่างที่รู้กัน อย่างไรข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ก็ไม่มีทางได้รับการขานรับใดๆจากนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล โดยเฉพาะการเรียกร้องให้ยุบสภาฯ และเมื่อแกนนำเยาวชนปลดแอกที่เคยเป็นหัวขบวนใหญ่ จัดม็อบตรึงถนนราชดำเนินมาแล้ว เคยประกาศไว้ว่าหากภายใน 2 สัปดาห์นับตั้งแต่นี้ ไม่มีการตอบรับใดๆจากทางรัฐบาล กลุ่มผู้เคลื่อนไหวจะทำการยกระดับการชุมนุมต่อไป

ล่าสุด จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มสนท. และกลุ่มเยาวชนปลดแอก ก็พบว่าทางกลุ่มได้แจ้งอย่างเป็นทางการผ่านเพจของ เยาวชนปลดแอกไว้ ด้วยข้อความดังนี้

1 สิงหา "ยัง" ไม่ใช่ชุมนุมใหญ่


แต่จะมีอะไร โปรดติดตาม...มันจะไม่ใช่แค่เท่าเดิม เพิ่มเติมคือ"สุดปัง "



หากเป็นไปตามนี้ ก็หมายถึง เสาร์นี้ 1 สิงหาคม แม้จะครบสองสัปดาห์ของการประกาศไว้ว่าจะกลับมานัดชุมนุมแฟลชม็อบอีกรอบ แต่กลุ่มที่วางแผนทำกิจกรรมการเคลื่อนไหว ยังคงไม่เป่านกหวีดนัดชุมนุมใหญ่ประเภท รุกหนัก อะไร

แต่อาจมีนัดหมายทำกิจกรรมบางอย่าง เพื่ออุ่นเครื่องวัดกระแส แฟลชม็อบในกรุงเทพฯ ว่าจะมีแนวร่วมแค่ไหนหลังที่ผ่านมาร่วมสองสัปดาห์ มีการทำกิจกรรมนัดรวมตัวประท้วงรัฐบาล เรียกร้องยุบสภา กันหลายจุด ทั่วประเทศ

เป็นไปได้ว่า กลุ่มแกนนำสนท. และเยาวชนปลดแอก อาจต้องการอยากรู้ หยั่งกระแสว่าที่เห็นแฟลชม็อบขยายตัวในหลายจังหวัด มีการจัดกิจกรรมกันหลายจุด ตั้งแต่เหนือสุดเชียงราย จนถึงที่ปัตตานี สุดท้ายแล้วหากเป่านกหวีดนัดรวมพลในกรุงเทพฯ จะมีคนมาร่วมมากน้อยแค่ไหนก็อาจต้องใช้จังหวะเหมาะๆ สัก 1-2 ครั้ง นัดรวมพลอุ่นเครื่องก่อน

จากนั้น หากเห็นว่าสถานการณ์สุกงอม ก็เชื่อว่ากลุ่มแกนนำสนท.และเยาวชนปลดแอก ที่ตอนนี้เริ่มมีอีกหลายกลุ่มอิสระทางการเมือง เปิดตัวขอเป็นแนวร่วมด้วยแบบห่างๆ ก็คงประกาศดีเดย์ นัดชุมนุมใหญ่แน่นอน

ท่ามกลาง การประเมินกันว่าในช่วงสัปดาห์หน้าเป็นต้นไปมา ที่สถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัย ทั้งของรัฐและเอกชนที่มีกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่เป็นกำลังหลักของแฟลชม็อบภาคใหม่ เริ่มกลับมาเปิดภาคเรียน ก็ทำให้ นักศึกษาที่อยู่ต่างจังหวัดแล้วมาเรียนกรุงเทพฯ หรือแม้แต่นักศึกษาคนกรุงเทพฯ ที่ก็จะกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในต่างจังหวัดที่มีไม่น้อย ทั้งหมด
จะทำให้ เกิดการกลับมาพบกัน เจอกัน คุยกัน อย่างเป็นทางการของนักศึกษาหลายสาถบันทั่วประเทศ มีมากขึ้น ยามเมื่อต้องกลับมาเรียนหนังสือ

จากปัจจัยนี้แหละ ที่จะยิ่งทำให้ แฟลชม็อบภาคสอง จะยิ่งมี กองหนุนคนมาร่วมด้วยจำนวนมากขึ้นไปโดยปริยาย

เพราะเรื่องแฟลชม็อบเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย เรียกร้องความเสมอภาค การไม่มีความเหลื่อมล้ำ ล้วนเป็นข้อเรียกร้องและแนวเคลื่อนไหวแบบอุดมคติที่คนรุ่นใหม่ นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัย ต่างก็อยากมีส่วนร่วมด้วยแน่นอน แม้หลายคนอาจยังขาดความลึกซึ้งในการเปิดรับข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่สิงหาคม เดือนหน้าเป็นต้นไป บอกได้เลยว่าฝ่ายพลเอกประยุทธ์ -รัฐบาล-กองทัพ-หน่วยงานความมั่นคง คงต้องประเมินสถานการณ์กันใหม่กับการตั้งรับ และรับมือแฟลชม็อบ




เพราะเมื่อเข้าสู่สิงหาคม สมการทางการเมืองต่างๆก็จะแปรเปลี่ยนไปจากเดิมอีกหลายเรื่อง รวมถึงเรื่องแฟลชม็อบหลังเปิดเทอมภาคการศึกษาใหม่ของนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ที่ฟันธงได้ว่าจะมีจำนวนคนมาร่วมกิจกรรมมากขึ้น กว่าแฟลชม็อบช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาแน่นอน

เลยไม่รู้ว่า ที่ตอนนี้เริ่มเห็นความพยายามปลดล็อก ลดเงื่อนไขการชุมนุมเรียกร้องของฝ่ายรัฐบาลและเครือข่าย เช่นการที่สมาชิกวุฒิสภาบางคน เริ่มแสดงท่าทีว่า พร้อมสนับสนุนให้มีการแก้ไขรธน. บางมาตรา เพื่อปลดล็อกเงื่อนไขการปลุกเร้าประชาชน ไม่ให้ออกมารวมตัวบนท้องถนน เพื่อเรียกร้องแก้ไขรธน.จะได้สกัดไม่ให้ แฟลชม็อบไฟลามทุ่มขยายวง

ที่มองดูแล้ววิธีการบางอย่างที่ฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลพยายามออกหมัดไป อาจไม่ทันการณ์ในการดับกระแสแฟลชม็อบ และคงต้องหาอีกหลายวิธี เพื่อตรึงไม่ให้ แฟลชม็อบขยายวงไปมากกว่านี้

แต่สิ่งที่ต้องเน้นย้ำบอกรัฐบาลไว้ตรงนี้ก็คือ ในการหาวิธีการรับมือกับแฟลชม็อบ ฝ่ายรัฐบาลและฝายความมั่นคงจะต้องไม่ใช้วิธีการจัดม็อบเชียร์มาชนม็อบไล่ ขนม็อบหนุนมาข่มม็อบไล่ ในลักษณะการจัดตั้งม็อบชนม็อบ เช่น อย่าได้ไปให้ท้ายหรือสนับสนุนการจัดตั้ง ม็อบอาชีวะชนแฟลชม็อบเด็ดขาด




เพราะหากปล่อยให้เผชิญหน้าแล้ว เกิดการตีกันเองของคนไทย โดยเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมเหตุการณ์ไว้ไม่ได้ มันก็สุ่มเสี่ยงในการทำให้ประเทศไทยเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแบบในอดีต ที่คนไทยทำร้ายกันเอง อย่างเช่นเหตุการณ์ตอน 6 ตุลาคม 2519


จึงต้องบอกไว้ชัดๆว่า ถ้า "บิ๊กตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ระวังป้องกัน เกิดปล่อยให้เกิดเหตุการณ์คนไทยทำร้ายกันเองเพียงเพราะเห็นต่างการเมือง ถ้าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น แล้วเกิดความสูญเสียสถานการณ์ของ "บิ๊กตู่"บนเก้าอี้ นายกฯ ก็นับถอยหลังได้เลย


กำลังโหลดความคิดเห็น...