xs
xsm
sm
md
lg

“ตั้ม พิชิต” มองทะลุกึ๋น “ธนาธร” เกมอยู่.ไม่.เป็น. ย่ำรอย “ทักษิณ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ ทอ กับ 2 ตอ จากแฟ้มภาพ
“ตั้ม พิชิต” คนรู้ทัน “ธนาธร” ลากไส้ อยู่.ไม่.เป็น.ออกมากอง เล่นเกม “ฟอกความผิดด้วยคะแนนเลือกตั้ง” โยนสังคมส่วนรวมร่วมรับผิด ด้วยคำว่า "ถูกกลั่นแกล้ง" เหมือนกรณีทักษิณ อ้าง "มาจากการเลือกตั้ง" ของประชาชน

วันนี้(12 พ.ย.) เฟซบุ๊ก Pichit Chaimongkol ของ นายพิชิต ไชยมงคล อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และอดีตเพื่อน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เคยเคลื่อนไหวสมัยอยู่ สนนท.ด้วยกัน โพสต์หัวข้อที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า

"อยู่ไม่เป็น" หรือจะเป็น "อยู่ไม่ได้"

โดยเนื้อความระบุว่า ธนาธรกำลังจะทำในสิ่งที่ ทักษิณ เคยทำผิดพลาดมาแล้ว นั่นก็คือ การโยนความผิดของตนไปให้สังคมร่วมรับผิดชอบ แน่นอนว่าคะแนนของพรรคอนาคตใหม่โตเร็วและก้าวกระโดดอย่างน่าภูมิใจ นั่นก็อาจทำให้คนของพรรคหลงตนเองไปกับคะแนนเลือกตั้งก็เป็นไปได้

แต่อย่าลืมนะครับเพื่อน คะแนนเลือกตั้ง คือความคาดหวังในการเปลี่ยนการเมืองเดิมๆให้เป็นการเมืองที่พวกคุณขาย วาทกรรม นั่นเอง พูดง่ายๆคือ เขาเลือกพวกคุณเพราะเขาเบื่อการเมืองหรือนักการเมืองเก่าๆ นั่นแสดงว่า เขาต้องการเปลี่ยนการเมืองพอสมควร

แต่ผมว่า พรรคอนาคตใหม่ เอกธนาธร กำลังหลงคะแนน และเอาความผิดส่วนตัวและของพรรคไป "ฟอกความผิดด้วยคะแนนการเลือกตั้ง" ซึ่งเป็นคะแนนของความต้องการเปลี่ยนการเมือง เสมือนยุค ทักษิณ ชิณวัตร ที่บอกว่า ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก เพราะ "เขามาจากการเลือกตั้ง" ด้วยคะแนนเสียงของประชาชน

ทั้งที่มันต้องแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ประชาชนมีความคาดหวัง หากวัดจากผลคะแนน แต่ก็ใช่ว่า พวกคุณจะเอาความคาดหวังมาเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กเพื่อป้องกันความผิดของตนเองได้ ด้วยการโยนความผิดพลาดส่วนตัวและความผิดพลาดของพรรคลงไปเป็นความผิดร่วมของสังคม โดยการอธิบายว่า "ถูกกลั่นแกล้ง" ผมคิดว่ามันเอาเปรียบความฝันของการเปลี่ยนแปลงเกินไป

พรรคที่เคยทำเช่นนี้ในอดีตก็เคยมี เอามวลชนปกป้องความผิดของพรรค ด้วยวาทกรรม ประชาธิปไตย สุดท้ายคนผิด "ไม่ได้อยู่" ประเทศไทย ทั้งพี่ทั้งน้อง ซึ่งไม่ใช่ "อยู่ไม่เป็น"แต่เป็น "อยู่ไม่ได้" เพราะต้องติดคุก

ผมก็ไม่อยากให้เพื่อน ต้องออกนอกประเทศเหมือนใคร ฝาก รุ่นพี่ สนนท. 2 ต. ชนชั้นนำ ของพรรคอนาคตใหม่ช่วยมองใหม่ เรื่องการเมืองกับความคาดหวังมวลชนด้วยนะครับ
จาก 1 ต.ชนชั้นล่างการเมืองไทย

ก่อนหน้านี้(11 ต.ค.62) ถ้าใครติดตาม เฟซบุ๊กของ “ตั้ม พิชิต” ก็จะเห็นว่า เขาเคยแสดงความเห็นให้ลักษณะวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนเก่าอย่างเผ็ดร้อนมาแล้ว

กรณีที่มีภาพนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือเอก ถ่ายรูปคู่กับ นายโจชัว หว่อง แกนนำนักเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยคนสำคัญของฮ่องกง ระหว่างร่วมงานประชุม Open Future Festival ซึ่งจัดโดยนิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ ที่ฮ่องกง

แล้วต่อมาโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ระบุในตอนหนึ่งว่า กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน ได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก เผยแพร่ข่าวลือ บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน โดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ

โดยโพสต์ของ ตั้ม พิชิต ระบุหัวเรื่อง “ความไร้เดียงสาที่ไม่ควรมองข้าม”

เนื้อหาระบุว่า เอกธนาธร เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ เป็นถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเมืองไทย ส.ส. นอกสภาของอนาคตใหม่ เดินทางเคลื่อนไหวรอบโลกเหมือนนักประชาธิปไตยสายชิน

มีข่าวบ่อยที่ เอก ธนาธร เดินทางไปสร้างสัมพันธ์นอกสภา หรือความสัมพันธ์นอกรัฐกับกลุ่มต่างประเทศทั้ง EU (สหภาพยุโรป) หรือ อเมริกา จนถูกนักการทูตหลายท่านออกมาให้ความเห็นถึงความไม่เหมาะสม และ (ภาษาเราๆ) น่าจะเสียมารยาทจนเกินไปกับบทบาทเคลื่อนไหว เสมือนเอกธนาธรกำลังสร้างอำนาจรัฐซ้อนรัฐ หรือสร้างอำนาจตัวเองซ้อนอำนาจรัฐ ที่ตนเองลงสมัครรับเลือกตั้งจากรัฐที่ตนเองสร้างอำนาจซ้อนนั่นเอง

การเคลื่อนไหวนี้ไม่ธรรมดาถึงขนาดล่าสุด สถานทูตจีนประกาศประณามถึงการเคลื่อนไหวล่าสุดดังกล่าว จากกรณีฮ่องกง

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศล้วนๆ กรณีล่าสุดกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ไม่ธรรมดา เพราะไทย-จีน มีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาครับ แนบแน่นมานาน และไม่ใช่แค่ประชาชนต่อประชาชน แต่ระดับผู้นำก็มีความสัมพันธ์อันดี แต่มันถูกตั้งคำถาม เพราะอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไทย วางตัวเองผิด คิดว่าตนยังทำ “กิจกรรมนักศึกษา” อยู่นั่นเอง

การบริหารประเทศเรื่องใหญ่ ไม่ใช่แค่ไม่ชอบของเก่าแล้วต้องได้อนาคตใหม่เหมือนการซื้อของ มันเป็นการบริหารความเห็นต่างของ เก่า-ใหม่ และสร้างความเชื่อใจ มั่นใจกับทุกระดับ

การวางตัวระหว่างประเทศยิ่งสะท้อนการเป็นผู้นำได้ดี อย่าไปเอาความอยากเป็น อยากทำมากำหนดบทบาทการจะเป็นผู้นำ ผู้นำต้องรู้จักการวางบทบาทตำแหน่งแห่งตนให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเทศ ไม่งั้นคุณก็ “ไร้เดียงสาเกินไป” สำหรับการที่จะเป็น “ผู้บริหารประเทศ” คงเป็นได้แค่ผู้นำรุ่นใหม่ ที่ปฏิเสธการเมืองแบบเก่าที่ล้าหลัง แต่ยังก้าวไม่ถึง “การนำที่ก้าวหน้า”


สำหรับ นายธนาธร กับ นายพิชิต เคยร่วมงานกันในนาม “สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)” โดยรู้จักกันตั้งแต่การเคลื่อนไหวร่วมกับสมัชชาคนจน (สคจ.) และการเคลื่อนไหวต่อต้านการก่อตั้งโรงโม่หินที่เขาชะอาง กิ่ง อ.เขาชะเมา จ.ระยอง ซึ่งในช่วงนั้น นายนรินทร์ โพธิ์แดง แกนนำชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2544 จากฝีมือของกลุ่มอิทธิพลมืด และได้เคลื่อนไหวร่วมกับชาวบ้านท่ามกลางอิทธิพลมืด และกรรมการบริษัท 3 คน เป็นถึงกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กระทั่งกรมศิลปากร ประกาศว่า เขาลูกนั้นระเบิดหินไม่ได้

ส่วนรุ่นพี่ สนนท. 2 ต. ชนชั้นนำ ของพรรคอนาคตใหม่ ที่ตั้ม พิชิต กล่าวถึงนั้น อาจฉายภาพให้เห็นนับแต่ ชาญวิทย์ ใจสว่าง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 โพสต์เฟซบุ๊ก Chanwit Jaisawang ให้เห็นถึงสองตอน

โดยขยายปม “ระบบอุปถัมภ์” ในอนค. ที่มีการแยกชั้นวรรณะอย่างจริงจัง “...ชนชั้นสูงถูกยกขึ้นสูงสุด ไขว่คว้าไม่ถึง โดยมีชนชั้น 2 ห้อมล้อม เป็นประภาคาร คอยสกัดกีดกันชนชั้น 3 ไม่ให้เฉียดเข้าไปใกล้โดยเด็ดขาด ชนชั้นสูงสุดนี่ล่ะที่เรียกว่า “มติพรรค” เสมอมา กินความแค่คน 5 คน ทอน บุต ช่อ และ 2 ตอ..”

“ทอน บุต ช่อ” คนทั่วไปรู้จักดี แต่ “2 ตอ” หากไม่ใช่คนวงในจริงๆ จะไม่รู้เลย ซึ่งได้มีการเฉลยแล้วคือ “ต๋อม” ชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรค และ “ติ่ง” ศรายุทธ ใจหลัก ผู้อำนวยการพรรค

ทั้ง “เอก ธนาธร”, “ต๋อม ธวัชชัย” และ “ติ่ง ศรายุทธ” เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ เคยทำกิจกรรมภาคประชาชนในฐานะแกนนำ สนนท. ยุค 2540...

บทบาททางการเมืองของสนนท. ภายหลังเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 จะให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิในประเด็นปัญหาต่างๆ ของขบวนการประชาชนชาวบ้าน เช่น สมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน สมัชชาคนจน ฯลฯ

นัยว่า สนนท.ยังคงแสดงบทบาทการเมืองระดับชาติอยู่ต่อไปแต่ก็ให้ความสำคัญในประเด็นปัญหาของการเมืองภาคประชาชนรากหญ้า

3 แกนนำระดับผู้นำความคิด หรือโปลิตบูโรของพรรคอนาคตใหม่ อย่าง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”, “ชัยธวัช ตุลาธน” และ “ศรายุทธ ใจหลัก” ได้เข้าสู่องค์กรนำขบวนนักศึกษาไทยคือ สนนท. ตั้งแต่ปี 2541

บังเอิญพวกเขาเป็น “เด็กวิดวะ” แต่คนละสถาบัน “เอก ธนาธร” ศึกษาอยู่ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ส่วน “ต๋อม ชัยธวัช” ศึกษาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ “ติ่ง ศรายุทธ” เรียนอยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะถูกมองว่าเป็น “ชนชั้นนำ” ของพรรค เพราะมีความผูกพัน เป็นสหายร่วมอุดมการณ์กันมายาวนาน

ความเป็นนักกิจกรรมนอกสถาบันของ 3 สหายขับเคลื่อนไปในนาม “สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศ ไทย” (สนนท.)

“ต๋อม ชัยธวัช” เป็นเลขาธิการ สนนท. ปี 2541 มีบุคลิกเป็นนักคิด นักทฤษฎี นักวางแผน จึงมีตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ทำงานเคียงคู่กับปิยบุตร(แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค)

“ติ่ง ศรายุทธ์” เป็นเลขาธิการ สนนท. ปี 2543 และ “เอก ธนาธร” รองเลขาธิการ สนนท.ปีเดียวกัน สองคนนี้มีบุคลิกต่างกัน “ติ่ง” สายบู๊ ขาลุย จึงเหมาะกับผู้อำนวยการพรรค

ส่วน “เอก” มีความเป็นผู้นำสูง ตอนที่เริ่มก่อร่างสร้างพรรคอนาคตใหม่ มีการจัดทำประวัติธนาธร หัวหน้าพรรค โดยผู้จัดทำหนังสือได้มาสัมภาษณ์ “ติ่ง ศรายุทธ์” และขอให้เขาให้นิยามความเป็นธนาธร

“..ตอบยาก แต่ผมรู้ว่าในรอบ 100 ปี บางทีเราจะมีคนแบบธนาธรแค่คนเดียวเท่านั้น ถ้าจะเปลี่ยนประเทศไทยให้ได้ เอก คือความเป็นไปได้นั้น”

ขอย้ำ “ถ้าจะเปลี่ยนประเทศไทยให้ได้” ต้อง “เอก ธนาธร” เท่านั้น (ข้อมูลที่มา 2 ต จากคอลัมน์ 'ท่องยุทธภพ' โดย 'ขุนน้ำหมึก' หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 30 ต.ค.62)

เห็นได้ชัดว่า 1 ต.(ตั้ม พิชิต)ชนชั้นล่างการเมืองไทย ที่โพสต์เฟซบุ๊กครั้งนี้ ไม่เพียงในฐานะคนรู้ไส้รู้พุง เอก ธนาธร เป็นอย่างดีเท่านั้น หากแต่ยังตามทันทุกฝีก้าวความคิด และเกมการเมืองที่กำลังนำพาพลพรรคอนาคตใหม่ รวมพลคน อยู่.ไม่.เป็น. อยู่ในเวลานี้ด้วย ว่า เป็นเกมโยนความผิดตัวเองและขอพรรคให้สังคมส่วนรวมร่วมรับผิดชอบ โดยอ้างคะแนนนิยมของประชาชน เลือกเข้ามา ย่ำรอยเท้าที่ทักษิณ ชินวัตร และพรรคพรรคไทยรักไทย เคยเดินเกม จนอยู่ไม่ได้ในที่สุด

มาถึงตอนนี้ ดูเหมือนเกม อยู่.ไม่.เป็น. จะถูกล้วงไส้ ล้วงพุงออกมากองต่อหน้าสาธารณชนจนหมดแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...