xs
xsm
sm
md
lg

ขบวนการล้มเจ้าบนโลกออนไลน์

เผยแพร่:   โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์


ภาพประกอบ Image by B_A from Pixabay
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
อาจารย์ประจำสาขาวิชา Business Analytics and Intelligence
และ Actuarial Science and Risk Management
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


ขบวนการล้มเจ้า บนโลกออนไลน์ ทำกันอย่างเป็นระบบมายาวนาน และมีลักษณะของสงครามไซเบอร์ (Cyberwar) โดยสร้างข้อมูลเท็จต่าง ๆ ใส่ร้ายป้ายสีสถาบันพระมหากษัตริย์ มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และเป็นกระบวนการที่ทำกันเป็นทีมและเป็นระบบ

ในสหรัฐอเมริกาฐานใหญ่ของกลุ่มนี้ อยู่ที่ Woodside, Queens, New York City และที่ San Francisco ที่มีการเคลื่อนไหวของ ดร. เพียงดิน รักไทย เป็นอาทิ

ในเยอรมนีก็มีกลุ่มนี้เช่นกัน เช่น กลุ่มที่ จอม เพชรประดับ ดังรายงานข่าว https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000064401 โบ้ยว่าเป็นคนทำพระสุรเสียงปลอม สละราชสมบัติ คือ กลุ่ม PixelHelper ซึ่งเมื่อเข้าไปตามเนื้อหา ล้วนแล้วแต่เป็นเนื้อหาบิดเบือนปลอมใส่ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ และอ้างว่าเป็นเรื่อง สิทธิมนุษยชน เมื่อติดตามไปมาก ๆ เช่น ตามช่องของ Youtube พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องของ จรรยา ยิ้มประเสริฐ นักโทษหนีคดี มาตรา 112 ซึ่งอาศัยในยุโรป

กลุ่มแม่บ้านคนไทย และนักศึกษาไทยในยุโรป จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะในเยอรมนี เข้าร่วมในขบวนการล้มเจ้านี้กันมากพอสมควร และขบวนการเหล่านี้มีลักษณะร่วมกันหลายประการ

หนึ่ง มีการเปิด Channel บน Youtube เพื่อเผยแพร่เนื้อหาใส่ร้ายป้ายสีสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพื่อหารายได้

การกระทำเช่นนี้เป็นการหารายได้จากการล้มเจ้าด้วย เพราะ Youtuber หากมีคนดูมาก ๆ จะมีการปันผลให้เงินกลับคืนมา หลายครั้งเนื้อหาเหล่านี้ เป็นแค่การตั้งชื่อหัวข้อให้ดูน่าสนใจสำหรับคนชอบสาระแนเรื่องเจ้านาย ให้เข้าไปดูเนื้อหา แต่เมื่อเข้าไปดูแล้วก็กลับไม่มีอะไรตรงกับชื่อหัวข้อ ที่ลวงล่อให้เข้ามาดู บางทีเป็นแค่ข่าวในพระราชสำนักโดยปกติ แต่เอามาตั้งชื่อหัวข้อข่าวไม่ตรงกับเนื้อหา แต่เป็นหัวข้อข่าวที่ใครเห็นก็อยากจะรู้ว่าจริงหรือไม่ อย่างไร เป็นการตกปลาหาเหยื่อ เพื่อหายอด view เพื่อให้มีรายได้ เป็นของตัวเองมากขึ้น ขบวนการล้มเจ้าก็หิวเงิน ต้องกินต้องใช้เงินเหมือนกัน

สอง มักแอบอ้างว่าเป็น NGO หรือ กลุ่มที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน และโยงไปว่าถูก military junta หรือเผด็จการทหาร อันเป็นเครื่องมือของสถาบันพระมหากษัตริย์ รังแกหรือข่มขู่ ทำร้ายต่าง ๆ นา ๆ ข้อนี้เป็นลักษณะร่วมกันที่เห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเป็นการเล่นเกมทำให้ตัวเองน่าสงสาร หรือ Poor me! อันเป็นเกมหนึ่งใน Games people play ของทฤษฎีการวิเคราะห์การติดต่อสัมพันธ์ (Transactional Analysis) ของ Eric Berne และเอามาใช้ต่อเป็นข้ออ้างในการขอลี้ภัยทางการเมืองด้วย วิธีการแบบนี้นักการเมืองบางพรรคในประเทศไทยก็ทำ เพื่อยั่วยุให้เกิดการฟ้องร้องจับกุม ต้องการมีคดี เพื่อเป็นข้ออ้างในการขอลี้ภัย

อีกประการคือชอบอ้างประชาธิปไตย แต่ใครเห็นต่างกับพวกตนเองไม่ได้ หากมีใครเข้าไปคอมเมนต์ต่อสู้ไม่เห็นด้วย มักจะถูกแบนและถีบออกมาในทันทีหรือถูก block ไม่ให้แสดงความคิดเห็นได้ต่อไป ซึ่งไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยที่ยอมรับความเห็นต่างได้แต่อย่างใด

สาม กระบวนการล้มเจ้าบนโลกไซเบอร์ มีการจัดตั้งอย่างเข้มแข็ง ทำงานเป็นทีม มีการให้เงินทองอุดหนุนในการสนับสนุนการเคลื่อนไหว

สี่ มีทีมที่ผลิตเนื้อหา (ใส่ร้ายป้ายสี) ทั้งการเขียนบท การเขียนงานวิชาการโดยนักวิชาการล้มเจ้ากลุ่มหนึ่ง การวาดภาพ การผลิตวีดีโอภาพเคลื่อนไหว แม้กระทั่งการแต่งเพลงเนื้อหาส่อเสียดหรือใส่ร้ายป้ายสีสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ทำอย่างกว้างขวาง ทีมผลิตเนื้อหานี้ มีตั้งแต่นักวิชาการที่รับเงินทุนวิจัยจาก NGO สายยุโรป เพื่อผลิตเนื้อหาต่อต้านสถาบัน และบางส่วนก็ยังอยู่ในประเทศไทย แต่ถ้าเนื้อหาใส่ร้ายรุนแรงมาก มักผลิตในต่างประเทศ เพราะพ้นอำนาจกฎหมายไทยในการดำเนินการจัดกุม เนื้อหาบิดเบือนเหล่านี้ แทรกซึมเข้าไปผ่านการ propaganda หรือการโฆษณาชวนเชื่อ ในขณะที่ศิลปินจำนวนหนึ่งก็เข้าร่วมในการสร้างผลงานเพื่อประชดประชันหรือแดกดัน แม้กระทั่งใส่ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่นกัน ไม่ขอนำมาเผยแพร่ เพราะจะเป็นการช่วยกระพือเผยแพร่ซ้ำ

ห้า มีทีมนักรบไซเบอร์ (Cyber warriors) เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ไม่เปิดเผยตัวจริง โดยดำเนินการรบไซเบอร์ผ่านอวตาร (Avatar) เพื่อเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว หรือโพสต์ข้อความใส่ร้ายป้ายสีสถาบัน

การปลอมตัวหรือไม่เปิดเผยอัตลักษณ์ส่วนบุคคลเพื่อให้ไม่สามารถพิสูจน์ตัวตนและดำเนินคดีได้ อันที่จริงก็ยังกลัวมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อยู่

แต่การทำงานเป็นทีมของนักรบไซเบอร์เหล่านี้ทำให้เกิด critical mass และเกิดไวรัลได้ง่าย เพราะโพสต์หรือเผยแพร่เนื้อหาพร้อม ๆ กัน ทำให้เกิดกระแสได้ง่าย

นอกจากนี้ยังมีการโพสต์ข้ามแพลทฟอร์ม (Cross-posting) โดยใช้สื่อสังคมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line, Instagram, Twitter เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Target) ที่แตกต่างกัน สมัยหนึ่งมีรายการวิทยุออนไลน์ล้มเจ้าอย่างแพร่หลาย แต่ปัจจุบันสื่อวิทยุลดความนิยมลง วิทยุล้มเจ้าก็หาย ๆ ไปบ้างเช่นกัน

ทีมนักรบไซเบอร์เหล่านี้ยังทำหน้าที่รายงาน (Report) หรือยิงเพจฝั่งตรงข้าม จนต้องถูกปิดตัวลงชั่วคราว และบางคราวมีการพาทัวร์ไปลง โดยที่เข้าไปถล่มด่าในเพจที่ต่อต้านพวกล้มเจ้า

พฤติกรรมแบบนี้ทำกันเป็นประจำ แม้กระทั่งไประรานกิจการร้านค้าที่เจ้าของต่อต้านพวกล้มเจ้า ก็จะพาพวกนักรบไซเบอร์เหล่านี้ไปถล่มด่า หรือตำหนิสินค้าและบริการ โดยใช้คำพูดหยาบคาย อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้บางคนแม้รักสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่กล้าจะต่อสู้กับคนเหล่านี้ เพราะคนพวกนี้มีนิสัยเกะกะระราน ในขณะที่บางส่วนกลับได้อานิสงค์จากทัวร์ลง คือมีคนเห็นใจ และช่วยโปรโมทให้คนรู้จักร้านค้าหรือกิจการมากขึ้น หลังจากโดนพวกนักรบไซเบอร์ล้มเจ้าเข้าไปถล่มด่า

มีกระทั่งมีการคุกคามทางเพศด้วยวาจากับคนที่เห็นต่าง กรณีนี้ผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งที่เข้ามาต่อสู้กับพวกล้มเจ้า ถูกนักวิชาการข้ามเพศล้มเจ้าที่ญี่ปุ่น ที่หนีคดีไป ลวนลามทางวาจา ใน Facebook ซึ่งคนที่เป็นนักวิชาการที่ดี ไม่น่าจะมีพฤติกรรมน่ารังเกียจเช่นนี้เลย

หก มีการใช้เงินในการทำการตลาดดิจิทัล (Digital marketing) เช่น การพยายาม boost ทั้ง Facebook Page และ Post เพื่อให้เกิดยอดวิวมากขึ้น หรือมีคนกดไลค์มากขึ้น เพจเหล่านี้มีอยู่มากพอสมควรบน Facebook แต่เมื่อมีการติดตามดำเนินคดี จะมีการปิดเพจหนี (แต่ก็เปิดใหม่) ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด และใช้เงินสำหรับการตลาดดิจิทัลอีกครั้งเพื่อให้เกิด engagement มาก ๆ

เจ็ด การเกิดวิวาทะหรือการโต้เถียงกัน จะเป็นสิ่งที่ขบวนการล้มเจ้าไซเบอร์ ชอบมาก เพราะจะทำให้มีคนสนใจและเกิด engagement มากขึ้นเรื่อย ๆ พวกนี้จึงชอบเรียกแขก และหาเรื่องชวนทะเลาะ เพราะจะทำให้คนมาดูมากขึ้นเรื่อย ๆ

ขบวนการล้มเจ้าไซเบอร์มีลักษณะเช่นนี้ ตามที่ผมได้สังเกตมาพักใหญ่

ในข้อนี้นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ออกมาเปิดเผยว่า พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ ทรงพระทัยกว้างขวาง และทรงไม่ต้องการให้ดำเนินคดีตามมาตรา 112 กอปรด้วยพระเมตตาเป็นสำคัญยิ่ง

สำหรับตัวผมเองมีความเห็นส่วนตัวว่า แม้พระเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตาเหลือล้นพ้นประมาณ ไม่ถือโทษโกรธเคืองผู้ว่าให้ร้ายพระองค์เลย ไม่โปรดให้ใช้มาตรา 112 เลย

แต่พวกคนไร้สำนึกกลับลามปามจะยกเลิกมาตรา 112 หาได้มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแต่อย่างใด กลับคิดจะทำให้ขบวนการของตนใหญ่โตมากขึ้น ขบวนการล้มเจ้านี้มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองอยู่สองพรรคหลัก ซึ่งมีความเชื่อมโยงจากสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่จัดว่าเป็นพวกล้มเจ้าหลงยุค ถึงกับต้องไปเกาะนักการเมืองเพื่อล้มเจ้า ต้องการพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก แยกแผ่นดิน และทะเยอทะยานอยากจะเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

สำหรับประชาชน ควรต้องฉุกคิดและมีสติปัญญาว่า ขนาดพระสุรเสียงยังสารภาพว่ากล้าทำปลอม แต่ไม่กล้ารับผิดชอบ โบ้ยไปให้คนอื่นเป็นคนทำผิดแทน คิดบ้างไหมว่าเรื่องอื่นจะไม่เคยปลอม หรือใส่ร้ายป้ายสี ไม่ควรหลงเชื่อ แม้กระทั่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งสวรรคตไปแล้ว คนเหล่านี้ก็ใส่ร้ายไม่เลิกรา อย่างไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด อย่าได้หลงเชื่อคนไม่ปรารถนาดีเหล่านี้เด็ดขาด เพราะข่าวเท็จเหล่านี้สร้างโดยผู้ไม่ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง เชื่อโดยผู้ที่หลงผิดและขาดสติปัญญาไม่ได้พิจารณาให้รอบด้าน และเผยแพร่ต่อโดยผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือประสงค์ร้ายต่อบ้านเมืองเช่นเดียวกัน

สำหรับรัฐบาล ผู้มีหน้าที่รักษากฎหมายและความมั่นคงในบ้านเมือง อย่าลืมนะว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป มีกฎหมายอยู่ มาตราอื่น ๆ ก็มีอยู่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก็ยังคงมีอยู่ เมื่อมีหน้าที่ก็ต้องทำหน้าที่ และต้องติดตามดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว กฎหมายนั้นมีมากแต่ขาดการบังคับใช้

สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ทางราชการและรัฐบาลต้องพัฒนาบุคลากรด้านนี้ที่ทำหน้าที่ให้มีความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยีและดิจิทัลให้สูงขึ้นทันขบวนการล้มเจ้าไซเบอร์ด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่เท่าทันผู้กระทำความผิด

พระเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตาเหลือล้นพ้นประมาณ พระราชทานอภัยได้

แต่ใช่ว่าสังคมและคนไทยทั้งปวงจะให้อภัยคนที่จาบจ้วงได้ และกฎหมายอื่น ๆ ก็มีอีกมาก

อย่าได้คะนอง อย่าได้ลามปาม ไม่เช่นนั้นจะไม่มีแผ่นดินอยู่


กำลังโหลดความคิดเห็น...