xs
xsm
sm
md
lg

ม็อบอเมริกากับการ “ก้าวข้ามตะวันตก”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท


Capitol Hill Autonomous Zone
เปิดฉากสัปดาห์นี้...คงหนีไม่พ้นต้องตามไปดู “ม็อบอเมริกา” กันอีกนั่นแหละทั่น!!! เพราะเอาไป-เอามา ต้องยอมรับว่าออกจะ “เอาเรื่อง” ซะยิ่งกว่า “ม็อบฮ่องกง” ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า คือบรรดากุมารฮ่องกง หรือบรรดา “สาวกโจชัว หว่อง” นั้น อย่างมากก็แค่สร้างความเปรี้ยวมือ เปรี้ยวเท้า คันคะเยอให้กับฝ่ายตรงข้าม กับอำนาจรัฐ ในแบบเกาสองที-สามที ก็น่าจะหายคันได้มั่ง ถึงแม้จะดุเดือด-รุนแรง เผาบ้าน เผาเมือง หรือหันมาเผาคนจีนด้วยกันเอง แต่ในแง่ “เนื้อหา-สาระ” ของการประท้วงแล้ว หนักไปทางประเภทเด็กเล่นขายของซะเป็นหลัก ไม่ได้เป็นเรื่อง เป็นราว เป็นกิจการและเป็นกระบวนการกันสักเท่าไหร่นัก...

ขณะที่ “ม็อบอเมริกา” นั้น...ไม่เพียงแต่แสดงออกถึงขีดความสามารถในการ “ลากยาวว์ว์ว์” ไม่น้อยไปกว่า “ม็อบฮ่องกง” หรือสามารถทำให้กระแสการประท้วงยังคงไม่ได้หัวตก หรือเหี่ยวปลายลงไปเลยแม้แต่น้อย แม้ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ของการประท้วงเข้าไปแล้ว หรือแม้ว่าศพของ “จอร์จ ฟลอยด์” จะถูกฝังไปแล้ว ฆาตกรที่เอาเข่ากดคอจะถูกลากเข้าคุกไปเรียบร้อยแล้ว ถึงคิดประกันตัว ก็ต้องใช้เงินนับเป็นล้านดอลลาร์ แต่กระนั้นก็ตาม...กระแส “Black Lives Matter” ก็ยังคงมาแรงแซงโค้ง และทำท่าว่ากำลังจะ “ยกระดับ” ไปไกลเกินกว่าเรื่องการฆาตกรรม การทารุณกรรม เหยื่อชาวผิวสีรายนี้ ยิ่งเข้าไปทุกที...

การที่บรรดาผู้ประท้วงประกาศยึดพื้นที่ใจกลางเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน แล้วสถาปนาให้เป็น “เขตปกครองตนเอง” (Autonomous Zone) หรือ “เขตปลอดตำรวจ” (no-cop area) โดยตั้งชื่อเอาไว้ซะสวยหรู และอย่างเป็นทางการ ว่า “Capitol Hill Autonomous Zone” หรือ “CHAZ” นั้น แม้จะเป็นพื้นที่แคบๆ แค่ประมาณ 6 บล็อกเท่านั้นเอง แต่ก็ออกจะส่งผลทางการเมืองแบบชนิดสั่นสะเทือน เลื่อนลั่น มิใช่น้อย คือขณะที่ประธานาธิบดี หรือผู้นำอเมริกา อย่าง “ทรัมป์บ้า” ออกอาการฉุนขาด “รับไม่ได้” กับการกระทำเช่นนี้โดยเด็ดขาด ถึงขั้นถือว่าเป็นการ “ก่อการร้ายภายในประเทศ” (Domestic Terrorist) ที่จะต้องเคี่ยวเข็ญบังคับให้รัฐบาลท้องถิ่น ให้นายกเทศมนตรีประจำเมืองเล่นงานผู้ประท้วง ต้อง “เอาเมืองกลับคืนมาเดี๋ยวนี้...และเร็วด้วย” แถมด้วยการข่มขู่บรรดาผู้ประท้วงเอาไว้ก่อนล่วงหน้าประมาณว่า “ถ้าคุณไม่เลิกทำ...ผมจะทำ” หรือพร้อมจะส่งกำลังทหารหรือกำลังใดๆ ก็แล้วแต่ ไปบดขยี้ให้แหลกคามือ คาตีน ให้จงได้ เช่นเดียวกับหัวหน้าตำรวจประจำเมือง อย่าง “นายCarmen Best” ที่ถือว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการ“หมิ่นประมาทการบังคับใช้กฎหมาย” อย่างร้ายแรง ชนิดปล่อยเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป...

แต่ไม่เพียงนายกเทศมนตรีเมืองซีแอตเทิล “Jenny Durkan” จะออกมาเบรก ออกมาแสดงความ “ไม่เห็นควรด้วย” กับการส่งกำลังทหาร หรือกำลังส่วนใดก็ตาม เข้ามาเล่นงานผู้ประท้วง อันถือการล่วงละเมิดกฎหมาย หรือการเข้ามาก้าวก่ายอำนาจท้องถิ่นของรัฐบาลกลาง เมื่อช่วงวันศุกร์ (12 มิ.ย.) ที่ผ่านมานี่เอง ผู้พิพากษาประจำเมือง “Richard Jones” ยังได้ออกมาชี้ขาดเอาไว้ก่อนล่วงหน้า โดยอาศัยหลักการทางกฎหมายรองรับไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ห้ามมิให้ตำรวจเมืองซีแอตเทิลใช้แก๊สน้ำตา ระเบิดควันสลบ สเปรย์พริกไทย ฯลฯ ในการเล่นงานผู้ที่ยึดพื้นที่ใจกลางเมืองเป็นเขตปกครองตนเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากการประท้วงดังกล่าว ยังเป็นไปโดยสันติ ดังนั้น...การปราบปรามผู้ประท้วงด้วยความรุนแรง จึงถือเป็นการละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่กฎหมายสูงสุดของสหรัฐฯ ได้มอบไว้ให้...

หรือพูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่าการลุกฮือขึ้นมาประกาศให้พื้นที่แคบๆ แค่แมวดิ้นตาย กลางเมืองซีแอตเทิล เป็น “เขตปกครองตนเอง” หรือ “เขตปลอดตำรวจ” ของผู้ประท้วง จะเป็นเรื่องเอาจริง-เอาจัง แบบเดียวกับการลุกฮือของชาวฝรั่งเศสยุค “คอมมูนปารีส” หรือเป็นแค่เรื่องล้อเหล้นน์น์น์ แบบการประท้วงในเชิงสัญลักษณ์ อะไรประมาณนั้นก็ตาม แต่มันได้ส่งผลให้เกิดการปะทะขัดแย้งระหว่าง “รัฐบาลกลาง” กับ “รัฐบาลท้องถิ่น” และระหว่าง “ตำรวจ” กับ “ผู้พิพากษา” กันไปซะแล้ว!!! หรือทำให้ “อำนาจรัฐ” ในอเมริกา เกิดความสั่นไหวสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ยิ่งภายใต้การแข่งขัน ชิงไหว ชิงพริบ ว่าใครจะได้ขึ้นมายึดครองอำนาจรัฐ หรือขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของอเมริกา เหลืออยู่อีกแค่สี่ซ้าห้าเดือนเท่านั้นเอง ก็ยิ่งทำให้พรรคการเมือง หรือคู่แข่งทางการเมืองในแต่ละฝ่าย ยิ่งต้องโดดตามมาร่วมปะทะ ขัดแย้ง ร่วมผสมโรงความขัดแย้ง อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...

ถึงขั้น “ตัวเกร็ง” ประธานาธิบดีคนต่อไปแห่งพรรคเดโมแครต อย่าง “โจ วิตถาร” หรือ “โจ ไบเดน” ที่กำลังมีคะแนนนำ “ทรัมป์บ้า” อยู่เกือบ 10 กว่าจุด ต้องออกมาป่าวประกาศเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ในรายการ “Daily Show” ของ “นายTrevor Noah” เมื่อช่วงวันพฤหัสฯ (11 มิ.ย.) ที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดีอเมริกันคนปัจจุบันกำลังคิด “ขโมยการเลือกตั้ง” ที่กำลังจะมาถึงคราวนี้ โดยจะมีกรรมวิธี หรือรายละเอียดใดๆ ก็ไม่ได้อรรถาธิบายเอาไว้ชัดๆ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...เขาเชื่อว่าบรรดาผู้นำทางทหารทั้งหลาย จะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด หรือเท่ากับเกิดการลากเอา “กองทัพ” เข้ามาร่วมผสมโรงกับความขัดแย้งดังกล่าว จนทำให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ยิ่งออกอาการเละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊ก ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...

ยิ่งไปกว่านั้น...กระแส “Black Lives Matter” ที่ถูกจุดระเบิดโดยม็อบอเมริกาเที่ยวนี้ และได้แผ่ซ่านออกไปในระดับทั่วทั้งโลกยังได้ถูกยกระดับและพัฒนา อย่างชนิดน่าตกตะลึงพรึงเพริดเอามากๆ โดยเฉพาะในประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นพันธมิตรอันเหนียวแน่นกับคุณพ่ออเมริกามาโดยตลอด ชนิดถูกเรียกขานว่า “สุนัขพูเดิลของอเมริกา” เอาเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือประเทศอังกฤษ อดีตจักรวรรดินิยมที่เคยมีชื่อ ฉายาว่า “จักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน” เมื่อกรณีการฆาตกรรม ทารุณกรรม เหยื่อชาวอเมริกันผิวสีอย่าง “จอร์จ ฟลอยด์” ได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นการแสดงความรังเกียจเดียดฉันท์ต่อการเหยียดผิว เหยียดเผ่าพันธุ์ การค้าทาสไปจนถึงการเป็น “จักรวรรดินิยม” ในอดีต “การประท้วงในเชิงสัญลักษณ์” ที่อุบัติขึ้นมาบนเกาะอังกฤษ ก็เล่นเอานายกรัฐมนตรีอังกฤษ ผู้เคยได้ชื่อ ฉายา ว่า “ทรัมป์ 2” ต้องออกอาการปวดหัว เวียนเฮด มิใช่น้อย...

พูดง่ายๆ ว่า...บรรดา “อนุสาวรีย์” ที่ระลึกถึงความทรงจำของบรรดาบรรพบุรุษชาวอังกฤษผู้มีส่วนในการค้าทาส การเหยียดผิว เหยียดเผ่าพันธุ์ การออกล่าอาณานิคมใครต่อใครในแต่ละซีกโลก ต่างถูก “รื้อทิ้ง” กันไปเป็นแถบๆ ไม่ว่า “Robert Milligan”, “Edward Colston”, “Cecil Rhodes” ไปจนถึงกษัตริย์ชาวสกอตต์ อย่าง “Robert the Bruce” ยุคปี ค.ศ.1306 โน่นเลย หรือแม้กระทั่ง “วีรบุรุษ” แห่งยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 หรืออดีตนายกรัฐมนตรี “Winston Churchill” ก็ยังตกอยู่ในข่าย ว่าอาจถูกรื้อถอน รื้อทิ้ง ถูกเข็น ถูกกลิ้ง ให้ลงไปนอนในคลองเอาง่ายๆ!!! แม้สิ่งเหล่านี้อาจไม่ส่งผลให้เกิดความเสียหายในวัตถุ ทรัพย์สินอะไรมากมาย แต่ถ้าว่ากันถึงเรื่อง “ทัศนคติ” หรือ “ค่านิยมทางสังคม” แล้วล่ะก็ อาจต้องถือเป็นการ “ล้างแนวคิดจักรวรรดินิยม” ล้างแนวคิดที่เคยทำให้ “โลกตะวันตก” ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรมาในอดีตนั่นเอง หรือถือเป็นการ “Westlessness” การ “ก้าวข้ามตะวันตก” ครั้งใหญ่ ยิ่งกว่าที่อาจารย์ “เอนก เหล่าธรรมทัศน์” ท่านเคยพยากรณ์เอาไว้ซะอีก...


กำลังโหลดความคิดเห็น...