xs
xsm
sm
md
lg

คลายล็อก6กิจกรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่3พ.ค.-ห้ามขายเหล้ายาว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศบค.แถลงตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ 7 ราย-ไร้ผู้เสียชีวิต เผยยอดต่ำสิบ 4 วันติด "บิ๊กตู่" ส่งสารขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือกับมาตรการสกัดการแพร่ระบาดเชื้อ “โควิด-19” วอนทุกภาคส่วนมีความรับผิดชอบ หวั่นทุกอย่างจะแย่ลง

วานนี้ (30 เม.ย.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ในประเทศไทยประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,954 ราย หายป่วยสะสม 2,684 ราย มีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 213 ราย โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม จึงยังอยู่ที่ 54 ราย ทั้งนี้ถือว่ายอดผู้ป่วยรายใหม่ต่ำกว่า 10 รายเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน

“ขอยืนยันว่าการตรวจเชื้อของเราในปัจจุบัน มีการตรวจได้มากขึ้น มีการปรับเกณฑ์เกิดการตรวจให้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ในจังหวัดท่องเที่ยวอย่าง จ.กระบี่ เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการเปิดศูนย์ตรวจเชื้อแห่งแรก ทราบผลใน 24 ชม. ทำให้มั่นใจได้มากขึ้นว่า ระบบสาธารณสุขของเรา และการตรวจเชิงรุกไปได้ไกลทุกพื้นที่” โฆษก ศบค.กล่าว

ระบุผ่อนปรนให้ประเทศเดินหน้า

ระหว่างการแถลงข่าว นพ.ทวีศิลป์ ได้อ่านสารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ในวาระที่กำลังจะมีการผ่อนปรนบางมาตรการของภาครัฐ ซึ่งมีสาระสำคัญในการเน้นย้ำว่า การดำเนินการผ่อนปรนครั้งนี้ ถือเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้ตัดสินใจร่วมกันแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ไปด้วยกัน ทั้งแพร่ระบาด และผลกระทบทางเศรษฐกิจ หากเราควบคุมสถานการณ์ทางสาธารณสุขในระยะแรกได้ ก็จะมีการดำเนินการผ่อนปรนในระยะต่อๆไปได้ จึงขอให้ทุกคนร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทำให้ประชาชนปลอดภัย บรรเทาความเดือนร้อนทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ และป้องกันการแพร่ระบาดไม่ให้เพิ่มมากขึ้น ให้ประเทศเดินหน้าได้ หากควบคุมได้ไม่ดี ทุกอย่างจะแย่ลง ถือเป็นงานที่ท้าทาย แต่ถ้าเราทุกคน ผู้ประกอบการ ผู้รับบริการ ร่วมมือกันด้วยความตั้งใจมุ่งเน้นเรื่องการป้องกัน มีสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคม พึ่งพาเอื้อเผื่อแผ่แบ่งปันก็จะสำเร็จได้

“ทั้งนี้ ผอ.ศบค.ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมในคณะกรรมการพิจารณามาตรการผ่อนปรน ทั้งภาคธุรกิจ เอกชน ผู้ประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ร่วมกันให้ข้อเสนอและหามาตรการที่เหมาะสม ไม่ใช่คำสั่งหรือการตัดสินใจของนายกฯ เพียงคนเดียว จากนี้เป็นหน้าที่คนไทยทั้งประเทศที่จะต้องร่วมมือกัน มาตรการครั้งนี้ถึงจะสำเร็จได้” นพ.ทวีศิลป์ อ้างถึงถ้อยคำของ พล.อ.ประยุทธ์

ย้ำ 5 มาตรการจำเป็นต้องตรึง

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดหลังจากนี้ว่า ยังมีมาตรการบางอย่างที่ต้องตรึงไว้ เช่น การบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะประกาศต่อไปถึงวันที่ 31 พ.ค. และจะมีมาตรการบางอย่างที่หย่อนลงมาบ้าง เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ผู้ป่วยรายใหม่ที่เหลือหลักหน่วย แต่การผ่อนคลายล้วนแล้วมีผลต่อตัวเลขการผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น เพราะการผ่อนคลายเกี่ยวข้องกับคนที่เป็นพาหะของโรค หากผ่อนมากไปการติดเชื้อจะเหมือนกับประเทศข้างเคียงที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จนต้องกลับมาตรึงมาตรการ

“นอกจากการการขยายเวลาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแล้ว ยังมี 1. เรื่องเคอร์ฟิว ห้ามออกนอกเคหสถานในเวลา 22.00-04.00 น. 2. การเข้า-ออกราชอาณาจักร ทั้งทางบก น้ำ อากาศ 3 . จำกัดการการบินเข้า-ออกระหว่างประเทศ โดยอนุญาตเฉพาะสายการบินที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้า และรับคนไทยกลับประเทศออกไปอีก 1 เดือน 4. งดหรือชะลอการข้ามจังหวัดโดยที่ไม่มีเหตุจำเป็น และ 5.ยึดแนวทางทำงานที่บ้านให้ได้ 50% และไม่ให้ประชาชนเข้าไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากเป็นการชั่วคราว” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

คลายล็อก 6 กิจกรรมเริ่ม 3 พ.ค.

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการผ่อนปรนที่จะเกิดขึ้นนั้น จะมีการกำหนดมาตรฐานกลางของแต่ละกิจการ กิจกรรม ที่จะให้ทุกพื้นที่ยึดถือปฏิบัติ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กำหนดรายละเอียดแต่ละพื้นที่กันไป ซึ่งจะเข้มข้นกว่าได้ แต่จะน้อยกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้ และต้องยึดถือแนวทางการทำความสะอาดสถานที่ การกำจัดขยะมูลฝอย การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การเว้นระยะนั่ง หรือยืน 1 เมตร ไม่ให้แออัด โดย 6 กลุ่มกิจกรรมแรกที่ได้รับความเห็นจาก ผอ.ศบค. และทีมงาน ได้แก่ 1. ตลาด ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย, 2.ร้านจำหน่ายอาหาร อาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้างสรรพสินค้า) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่, 3. กิจการค้าปลีกส่ง ซูเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อ บริเวณพื้นที่นั่ง ยืน รับประทาน รถเร่หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อย ร้านค้าปลีกชุมชน ร้านค้าปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม, 4. กีฬาสันทนาการ กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดิน รำไทเก็ก สนามกีฬากลางแจ้ง ที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีม และไม่ได้มีการแข่งขัน เทนนิส ยิงปืน นิงธนู จักรยาน กอล์ฟ และสนามซ้อม, 5. ร้านตัดผม เสริมสวย เฉพาะตัด สระไดร์ และ 6. อื่นๆ ได้แก่ ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์

“สำหรับกิจกรรมใดที่ผู้ประกอบการปรับตัวได้ก็ให้เริ่มวันที่ 3 พ.ค.ได้เลย โดยเราจะใช้ช่วงเวลา 14 วัน หลังจากนี้ คอยติดตาม ประเมินผลอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีตัวเลขคงที่ไปเรื่อยๆ แสดงว่าประชาชนให้ความร่วมมือดี รู้วิธีจัดการตัวเอง จะได้เลื่อนไปในกิจกรรมอื่นๆ ได้มากกว่านี้ แต่ถ้าใน 14 วันนี้ ตัวผู้เลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นสองหลัก สามหลัก ท่านก็ต้องยอมรับว่า เราจะต้องถอยหลงกลับทบทวนใหม่ทั้งหมด” โฆษก ศบค.กล่าว

ยังห้ามจำหน่ายสุรายาว

เมื่อถามว่า การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ข้อกำหนดและมาตรการต่างๆที่ออกมาขอให้ยืดระยะเวลาออกไป มีมาตรการอย่างไรก็ต้องดำเนินการต่อไปยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ณ ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเรื่องการขายสุราจึงยังไม่เกิดขึ้นตอนนี้

เช่นเดียวกับ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่า ที่ผ่านมาเนื่องจากมองว่าเหล้าเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดโรค การชุมนุมคนต่างๆ ได้มีการมาตรการที่ผู้ว่าฯ ต่างๆออกกำหนดให้ถึง 30 เม.ย. ไม่ให้มีการจำหน่าย แต่ ศบค.ได้ออกข้อสั่งการว่า การสั่งการใดที่ทำถึง 30 เม.ย. ให้ดำเนินการต่อไป จนกว่าจะมีข้อเปลี่ยนแปลงก็จะดำเนินการตรงนี้ต่อ

2 เจ้าสัวใหญ่ตอบรับนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นายเฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัวอยู่วิทยา แห่งเครือเครือกระทิงแดงและกลุ่มบริษัท สยาม ไวเนอรี่ จำกัด ได้มอบหมายให้ผู้แทนนำหนังตอบรับมามอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ได้ขอความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือประชาชน จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยได้เสนอแผนสนับสนุนงบประมาณ 300 ล้านบาท ช่วยเหลือประชาชน ภายใต้โครงการ “พึ่งตน เพื่อชาติ” เสริมความมั่นคงด้านอาหาร เพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เช่นเดียวกับ นายประยุทธ มหากิจศิริ ประธานกลุ่มบริษัทพีเอมส์ กรุ๊ปส์ และเจ้าของบริษัทไทยน็อคซ์ สเตนเลสและไทยคอปเปอร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “เจ้าพ่อเนสกาแฟ” ได้มอบหมายตัวแทนนำหนังสือตอบรับมามอบให้แก่นายกฯเช่นกัน โดยเสนอบริจาคทุนสร้างหอปฏิบัติธรรมให้โรงพยาบาลเพื่อสนับสนุนสุขภาพบุคลากรทางการแพทย์ในการป้องกันโควิด-19 และสนับสนุนการพัฒนาเกษตรกรเพื่อคุณภาพและผลิตผลทางการเกษตร รวมเป็นเงิน 150 ล้านบาท พร้อมรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรเพิ่มเติมด้วย



กำลังโหลดความคิดเห็น...