xs
xsm
sm
md
lg

บิ๊กตู่ปัด"อ.น้อง"มีเอี่ยวจัดซื้อ"ไบโอเมตริกส์"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360- "บิ๊กตู่" แจงยิบ หลัง "อาจารย์น้อง" ถูกโยงพัวพันโครงการจัดซื้อ"ไบโอเมตริกส์ ยันกระบวนการจัดซื้อโปร่งใสตรวจสอบได้ พร้อมย้อนเกล็ดฝ่ายค้าน กล่าวหาเอี่ยว 1MDB เผยมีคนหมายแดงเข้าออกไทย ด้วยบัตรอีลิทการ์ดสมัยรัฐบาลอดีต และขอให้ทุกฝ่ายหยุดสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ "อนุดิษฐ์" เล่นมุกเปิดไฟฉายไล่นายกฯยุบสภา ท้าลงเลือกตั้งใหม่ พิสูจน์ศรัทธาประชาชน

วานนี้ (26 ก.พ.) ที่ประชุมสภาฯ มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นวันที่ 3 โดย โดยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายถึง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยี หรือ Biometric ที่เริ่มตั้งแต่ปี 59 ตั้งราคา 1,735 ล้านบาท มีการประกวดราคาครั้งแรก กำหนดเงื่อนไขว่า บริษัทที่เข้าร่วมประกวดราคา ต้องมีหนังสือค้ำประกันการเสียหาย 86 ล้านบาท และบริษัทต้องมีผลงานด้านไอที 86 ล้านบาท แต่หาผู้รับเหมาไม่ได้ ต้องกำหนดทีโออาร์ใหม่ และประกวดราคาใหม่ 2,126 ล้านบาท โดยกิจการร่วมค้าเอ็มที เป็นผู้ชนะ โดยไม่ต้องมีวงเงินค้ำประกัน และผลงาน มีการลงนามสัญญาในปี 60 และต้องส่งมอบงาน 6 งวด สิ้นสุดเดือนพ.ค.62 และต้องเสียค่าปรับในกรณีส่งมอบงานล่าช้าวันละ 5 ล้านบาท

ต่อมาเดือน ต.ค.ปี 61 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ได้รายงานถึงปัญหาให้ ผบ.ตร. ทราบถึงปัญหาเกี่ยวกับการเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมืองเดิม และเกิดการส่งมอบล่าช้า ทำให้มีปัญหาในการตรวจสอบบุคคลที่เป็นภัยต่อการก่อการร้าย และให้ส่วนราชการ บอกเลิกสัญญากับกิจการค้าเอ็มที แต่นอกจากจะไม่ยกเลิกสัญญาแล้ว กลับมีการต่อรองอีก โดยแก้ไขให้เรื่องการส่งมอบขยายเวลาออกไปจากเดิม ที่กำหนดไว้ 600 วัน อีกทั้งยังมีการแก้ไขสัญญาในสาระสำคัญ เดิมเครื่องตรวจใช้ของเยอรมัน ยี่ห้อ Dermalog แต่แก้ไขมาเป็นจัดซื้อของยี่ห้อ Logitech ซึ่งราคาตามท้องตลาด ประมาณ 68,000 บาทต่อหนึ่งชุด แต่กลับมีการจัดซื้อในราคาประมาณ 280,000 บาท

นอกจากนี้ หนึ่งในผู้บริหารกิจการค้าเอ็มที คือ น.ส.วัชรี พรรณเชษฐ์ ซึ่งเป็นนักเรียนหลักสูตร บยส. รุ่นที่ 15 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ริเริ่มโครงการ อีกทั้งยังมีการอ้างชื่อ มาดามหลังทำเนียบรัฐบาล คือ "อาจารย์น้อง" ภรรยาของนายกฯ เพื่อไม่ต้องรับผิดตามสัญญา ดังนั้นจะไปดำเนินการร้องต่อป.ป.ช. เพื่อเอาผิดกับนายกฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

"ผมได้ข้อมูลมาว่า มีนาย พ. มีบริษัทชื่อ ส. กับ ข. ชื่อจริง นามสกุลจริง อยู่ที่ผม สิ่งที่ผมตกใจมากกว่านั้นคือ มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีหมื่นกว่าล้านบาท มาอย่างไร มาจาก 1MBD หรือไม่ ซึ่งบัญชีอยู่ที่ผม เงินหมื่นล้านบาท มาได้อย่างไร เพราะกฎธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่า หากมีการโอนเงิน 2 ล้านบาท ต้องแจ้งที่มาที่ไปด้วย ผมจึงนึกถึงว่าเป็นไปได้หรือไม่ เลือกตั้งที่ผ่านมา เป็นเงินเหล่านี้หรือไม่"

ยันจัดซื้อโปร่งใส"อ.น้อง" ไม่เกี่ยว

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวชี้แจงในเรื่องนี้ ว่าโครงการนี้เป็นของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) โดยเป็นเงินงบประมาณที่ได้มาจากเงินค่าธรรมเนียมตรวจคนเข้าเมือง ที่ผ่านมา สตม.ใช้ระบบคัดกรอง ผ่านระบบลายนิ้วมือ แต่ต้องมีการเปลี่ยนมาเป็นลายนิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า ซึ่งเป็นระบบที่หลายประเทศทั่วโลกใช้อยู่ กระทรวงการคลังได้พิจารณาความคุ้มค่า ก่อนการอนุมัติให้ใช้เงิน แล้วสตช.ทำสัญญากับกิจการค้าร่วมเอ็มที และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับ เพื่อใช้ในราชการแล้ว ตั้งแต่ส.ค.62 และมีการติดตั้ง1,843 ชุด

ส่วนการทำสัญญาจัดซื้อนั้น จะต้องซื้อระบบด้วย ที่แพง คือระบบ ระบบมาจากต่างประเทศ ถ้าเขาไม่ขายมาให้ก็ทำไม่ได้ ดังนั้น การดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามกติกา ซึ่งกรณีที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงราคาของเครื่องเปล่าเท่านั้น ซึ่งจะต้องมีซอฟต์แวร์ด้วย ถึงจะทำงานได้ และซอฟต์แวร์ใหม่ จะต้องเชื่อมกับซอฟต์แวร์เดิมด้วย สรุปแล้วการจัดซื้อของจะต้องรวมการติดตั้งและการรับประกันด้วย

"ขอความเป็นธรรมว่า ในเรื่องของการเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนั้น ก็มีหลายคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นแล้วจะต้องไปร่วมกระทำความผิด ถ้ามาเหมากันแบบนี้ ผมคิดว่าหลายคนที่หนีไป ก็มีเพื่อนร่วมรุ่น หมายความว่าจะต้องผิดทุจริตกันหมดอย่างนั้นหรือ ผมคิดว่าอยู่ที่ตัวบุคคล ภรรยาผมเป็นอาจารย์มาก่อน และเตือนผมเสมอในเรื่องการทุจริตมาตลอด"

สำหรับการจัดซื้อทุกขั้นตอนผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว หากจะมีมาดามคนใด ไปยุ่งเกี่ยวก็ต้องมีการพิสูจน์กันต่อไป แต่เชื่อมั่นในภรรยา เวลานี้มีคนอ้างชื่อนายกฯ รองนายกฯ เป็นจำนวนมาก มีแต่คนโง่เท่านั้นที่เชื่อ ถ้าอยากรู้ว่า นายกฯ สั่งการจริงหรือไม่ ให้ถามที่ตนเองได้ เวลานี้มีการใส่ร้ายป้ายสีทางสื่อสังคมออนไลน์ เต็มไปหมด

"อย่างเมื่อวาน ที่มีการพูดจาในเรื่องนี้ ผมกราบเรียนว่า เราจะต้องสืบหาข้อเท็จจริง เพราะเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของการติดตามและตรวจพบว่า ใครด่ากันไป ด่ากันมา ซึ่งเป็นการไม่ดีเลยที่มีการปลุกระดมคนให้มาทะเลาะกัน ผมจะตรวจสอบด้วยว่าบางพรรคก็ทำ ทำเยอะด้วย ต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริงกันหมด ไม่ได้ขู่ใคร แต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย" นายกฯ กล่าว

ส่วนที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่า รัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับ เรื่อง 1MDB นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่อยากไปก้าวล่วงเพราะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยืนยันว่า มี 2 คนที่เกี่ยวข้อง โดยหนึ่งคนรับโทษในเรือนจำไปแล้ว อีกคนหนึ่ง ที่มีการอ้างว่ามีหมายแดง และเข้าออกประเทศไทยนั้น ได้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการพบว่า หมายแดงได้ออกมาหลังจากนั้นไปแล้ว โดยก่อนหน้านั้น ได้มีการเข้าออกประเทศเหมือนกับบุคคลทั่วไป เพราะยังไม่มีหมายแดง และวันนี้สิงคโปร์ต้นทางที่ออกหมายแดง ก็ได้ยกเลิกหมายแดงไปแล้ว และข้อสำคัญ คือคนที่เข้าออกประเทศไทยคนนี้ เขามีสิทธิของเขาพอสมควรเหมือนกัน จากบัตรอีลิทการ์ด ซึ่งไม่รู้ว่าใครทำให้เขา

"บางเรื่องไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาโจมตีกัน เพราะเสียหายต่อความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รู้สึกว่าท่านชอบเหลือเกินในการที่จะทำให้ต่างประเทศลดความเชื่อมั่นผม และประเทศไทย แต่ไม่เป็นไรครับ ผมทนได้ ขอบคุณครับ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

สตช.ร่วมเคลียร์ไบโอเมตริกซ์

พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษก สตช. ได้ชี้แจงกรณี"ไบโอเมตริกซ์" ว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบการเข้าออกราชอาณาจักรที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อสกัดกั้นป้องกัน ปราบปราม รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประเทศ อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและประเทศ

การจัดซื้อจัดจ้าง ดำเนินการโดยวิธีพิเศษ ตามระเบียบสำนักนายกฯ โดยผู้ชนะการเสนอราคา คือ กิจการร่วมค้าเอ็มที ในราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเงิน 2,116,000,000 บาท ต่ำกว่าราคากลาง โดยได้ทำสัญญา ลงวันที่ 11 ก.ค.60 แบ่งการส่งมอบงานออกเป็น 6 งวด ครบกำหนดตามสัญญา เมื่อวันที่ 2 พ.ค.62 ต่อมาเนื่องจากมีเหตุผลความจำเป็น จึงได้มีการขยายเวลา 59 วัน จนแล้วเสร็จ และรับมอบเมื่อ 28 มิ.ย.62 ก่อนครบกำหนดในวันที่ 30 ม.ย.62

ส่วนราคาที่มีการกล่าวหาว่ ามีราคาแพงกว่าราคาท้องตลาดนั้น พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้าง ได้ทำตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจ้างจ้างฯ 2560 มีการทำราคากลาง แต่ไม่สามารถนำราคาอุปกรณ์ที่ปรากฏในเว็บไซต์ หรือโดยทั่วไป มาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างได้โดยตรง เนื่องจากไม่ได้อยู่ในบัญชีผู้ค้าภาครัฐของกรมบัญชีกลาง อีกทั้งมิได้ซื้อเฉพาะอุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการติดตั้งที่หน่วยงาน ทั่วประเทศ การรับประกัน การพัฒนาซอฟแวร์ การเชื่อมต่ออุปกรณ์กับระบบไบโอเมตริกซ์ และการบำรุงรักษา ตามวงรอบให้กับอุปกรณ์ที่มีการติดตั้งอยู่ทั่วประเทศด้วย ดังนั้น จึงไม่สามารถนำราคาอุปกรณ์ในเว็บไซต์ เพียงอย่างเดียวมาเปรียบเทียบกับราคาอุปกรณ์ของโครงการได้

ทั้งนี้ ยืนยันว่า เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ เป็นประโยชน์ดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน ไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับรัฐบาล หรือคนหนึ่งคนใดมีส่วนโน้มน้าวทำให้เกิดความเสียหาย

พท.เปิดไฟฉายไล่"บิ๊กตู่" ยุบสภาฯ

ต่อมา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่ามีแต่ชี้นิ้วสั่งทุกอย่างเหมือนธานอส รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มีคำครหามากที่สุดในเรื่องซื้ออาวุธ และละเลยปล่อยให้มีอาชญากรรม และยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ปัญหาฝุ่น PM2.5 ก็แก้ไม่ได้ ซึ่งใหญ่ส่วนมาจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าหลายเส้นทางใน กทม. และปริมณฑล

การก่อสร้างรถไฟฟ้านั้น จำเป็นต้องผ่านตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับอันตราย แต่กลับมีการเร่งผลักดันโครงการออกมา โดยอ้างว่าต้องการแก้ปัญหารถติด เร่งรีบดำเนินการก่อนจะมีการเลือกตั้ง เมื่อมีการลงนามสัญญาก่อสร้างแล้ว ก็ต้องเร่งรีบก่อสร้างบนพื้นผิวจราจร นำมาซึ่งการจราจรติดขัด เผาผลาญพลังงาน สร้างไอเสียและก่อผลกระทบอากาศในกทม.

"พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไม่โกหก ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนานั้น รัฐบาลบริหารงานผิดพลาด โดยเฉพาะการไม่ควบคุมการท่องเที่ยว เพียงเพราะกลัวภาคธุรกิจจะเดือดร้อน แน่นอนว่าการควบคุมธุรกิจท่องเที่ยว ย่อมส่งผลกระทบ แต่มาตรการเช่นนั้น ทำให้คนไทยต้องเสี่ยงกับการติดไวรัส เช่นนี้ทำให้เกิดความสงสัยว่า ต้องการเข้าไปอุ้มธุรกิจร้านค้าปลอดภาษี หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องควบคุมการแพร่ระบาด ผมไม่อยากเห็นประเทศไทยอยู่ในจุดที่ระบบสาธาณสุขของไทยทนไม่ไหวครับ ผมไม่อาจไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เพราะบริหารงานผิดพลาดร้ายแรง"

ในช่วงท้ายของการอภิปราย น.อ.อนุดิษฐ์ ได้ขอให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน หยิบโทรศัพท์เพื่อเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์ พร้อมชูขึ้นเหนือหัว โดยน.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ขอให้นายกฯ ยืนขึ้นเปล่งเสียงว่า ข้าพเจ้าขอยุบสภาฯ แล้วไปเลือกตั้งกันใหม่ เพื่อจะได้ดูว่าประชาชนจะเลือกกลับเข้ามาบริหารประเทศอีก หรือไม่

อัดนายกฯขาดความเป็นซีอีโอบริหารปท.

น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ ว่า ถ้าเปรียบประเทศเป็นบริษัท ที่จ้าง ซีอีโอ มาบริหารให้บริษัทเติบโต แข็งแกร่ง ประสบความสำเร็จ แต่บริษัทนี้ เจอเด็กฝาก เด็กเส้นมา 6 ปีแล้ว เข้ามาด้วยวิธีพิเศษ ไม่มีประสบการณ์แบบซีอีโอ มืออาชีพ จึงมีปัญหาในหลายๆด้านรวมทั้งบุคลิก ท่าทาง คำพูด คำจา ถือว่าสอบไม่ผ่าน

วันนี้ เยาวชนของชาติที่นายกฯ เคยบอกว่าไม่สนใจบ้านเมือง พวกเขารวมตัวกันเเล้ว เพื่อเเสดงออกถึงการทนไม่ไหวกับการที่มีนายกฯ เเบบนี้ ในภาวะที่บริษัทนี้ ประเทศนี้ ต้องการผู้นำที่ได้รับความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน เพื่อเป็นศูนย์รวมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติ เมื่อเป้นเช่นนี้ จึงไม่ไว้วางใจให้นายกฯ คนนี้บริหารประเทศต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...