xs
xsm
sm
md
lg

ดับเซ่นปีใหม่ 4 วัน 208 ราย- เมาขับ 5 พันคดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน 360 - เทศกาลปีใหม่ 4 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 1,988 ครั้ง ตาย 208 ราย บาดเจ็บ 2,031 คน สั่งปรับแผนตั้งด่านตรวจ ด่านชุมชน คุมเข้มบริเวณสถานบันเทิง พื้นที่จัดงานเคานต์ดาวน์ ด้าน"กรมคุมประพฤติ" เผยคดีเมาขับ รวม 4 วัน กว่า 5,000 คดี สถิติเพิ่มขึ้นจากปีใหม่ 2562 ถึง 1,705 คดี ส่วนกรุงเทพยังครองแชมป์ มีจังหวัดภาคอีสานรั้งอันดับถึง 8 จังหวัด

วานนี้ (31 ธ.ค.) นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ว่า วันที่ 30 ธ.ค. 2562 เป็นวันที่ 4 ของช่วง 7 วันอันตรายปีใหม่ 2563 และการรณรงค์ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เกิดอุบัติเหตุ 485 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 48 ราย ผู้บาดเจ็บ 484 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 33.20 เรียกตรวจยานพาหนะ 998,559 คัน ดำเนินคดี รวม 221,435 ราย ผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 59,953 ราย ไม่มีใบขับขี่ 52,650 ราย เชียงใหม่ เกิดอุบัติเหตุ18 ครั้ง เสียชีวิตสูงสุด คือ นครปฐม 4 ราย บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และเลย จังหวัดละ 19 คน

ขณะที่สถิติยอดรวม 4 วัน (27 - 30 ธ.ค. 62) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,988 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 208 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 2,031 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 16 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 61 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 11 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครปฐม 66 คน

นายวิตถวัลย์ กล่าวว่า วันที่ 31 ธ.ค. ประชาชนส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่และมีการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รวมถึงหลายพื้นที่มีการจัดงานรื่นเริง จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากกว่าปกติ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จึงสั่งการจังหวัดปรับแผนการตั้งด่านชุมชนบนเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อเข้าสู่ถนน สายหลัก เน้นการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ กวดขันตาม 10 มาตรการหลัก คุมเข้มบริเวณสถานบันเทิง พื้นที่จัดงาน และบริเวณเส้นทางโดยรอบที่มีการจัดงานรื่นเริง (Countdown) และจุดที่มีประชาชนมารวมกันเป็นจำนวนมาก กำชับควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย โดยเฉพาะการจำหน่ายแก่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่อายุไม่ถึง 20 ปี และลักษณะเร่ขาย

นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ขับรถไม่ประมาท ปฏิบัติตามกฎจราจร และในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทุกจังหวัดได้จัดกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี” จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว รวมถึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ท้ายนี้ ขอฝากเตือนประชาชนเฉลิมฉลองอย่างมีสติ ดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถเร็ว และปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อให้เทศกาลปีใหม่ 2563 เป็นไปด้วยความปลอดภัย

คดีเมาแล้วขับทะลุ 5 พันคดี

สำหรับสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติทั่วประเทศนั้น นายวิตถวัลย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. มีจำนวนน้อย เนื่องจากศาลปิดทำการในหลายพื้นที่ โดยมีสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติทั้งสิ้น 407 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 404 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.26 , คดีขับเสพ 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.25 และคดีขับรถประมาท จำนวน 2 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.49

โดยยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติ รวม 4 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด ระหว่างวันที่ 27-30 ธ.ค.62 มีจำนวนทั้งสิ้น 5,008 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 4,856 คดี คิดเป็นร้อยละ 96.96 , คดีขับเสพ 139 คดี คิดเป็นร้อยละ 2.78 , คดีขับซิ่ง แข่งรถ 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.02 , คดีขับรถประมาท 12 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.24 เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ สะสม 4 วัน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2563 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุรา ปี 62 มีจำนวน 3,151 คดี กับปี 63 มีจำนวน 4,856 คดี เพิ่มขึ้นถึง 1,705 คดี คิดเป็นร้อยละ 54.11

ทั้งนี้ จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด คือ กรุงเทพฯ ด้วยจำนวนคดีสูงถึง 306 คดี ในขณะที่ภาคอีสานมีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุดมากถึง 8 จังหวัด จาก 10 ลำดับแรก ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ นครพนม กาฬสินธุ์ และ สุรินทร์ นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติ ยังตรวจสอบประวัติการกระทำผิดในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุราอย่างต่อเนื่อง จำนวน 1,835 คดี พบมีผู้กระทำผิดซ้ำ จำนวน 63 คดี

อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงที่หมายแล้ว ขณะที่บางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง กรมคุมประพฤติได้เน้นย้ำสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำจุดบริการประชาชน ทั้งถนนสายหลักและสายรอง จำนวน 152 จุด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย อาสาสมัครคุมประพฤติ เครือข่ายยุติธรรมชุมชน ผู้ถูกคุมความประพฤติ ประชาชน และเครือข่ายในพื้นที่ จำนวนทั้งสิ้น 967 คน พร้อมทั้งได้จัดให้มีการทำงานบริการสังคมโดยให้ผู้ถูกคุมความประพฤติแจกน้ำดื่ม กาแฟและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางสัญจรบนท้องถนน"

จักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุสูงสุดร้อยละ 81.62

นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ระบุว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.62 รถปิกอัพ 6.24 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 59.58 บนถนนกรมทางหลวงร้อยละ 38.84 ถนนใน อบต.หมู่บ้าน ร้อยละ 36.20 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 - 20.00 น. ร้อยละ 31.28

ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,049 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,867 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 959,097 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 194,173 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 51,811 ราย ไม่มีใบขับขี่ 47,150 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (23 ครั้ง)

" วันนี้ เป็นวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ คาดว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ทำให้เส้นทางสายหลักจากภูมิภาคต่างๆ ที่มุ่งเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมีปริมาณรถหนาแน่น ประกอบกับการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ อาจทำให้ผู้ขับขี่มีอาการอ่อนล้า จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุง่วงหลับใน ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจึงได้กำชับให้จังหวัดเพิ่มความเข้มข้นการปฏิบัติงานของจุดตรวจบนเส้นทาง สายหลัก สายรอง ทางลัด และทางเลี่ยงเมือง"

เพื่อชะลอความเร็วรถและประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ พร้อมดูแลจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเส้นทางตรงระยะทางยาวที่ผู้ขับขี่มักใช้ความเร็วสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการหลับใน รวมถึงให้คุมเข้มความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะโดยเพิ่มการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะและตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของพนักงานขับรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุรุนแรง นอกจากนี้ ให้จังหวัดประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเร่งระบายรถ เปิดช่องทางพิเศษ และจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น

ตลอดจนเตรียมความพร้อมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ระบบสื่อสารแจ้งเหตุ ทีมแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย อุปกรณ์เครื่องมือให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและส่งต่อผู้ประสบอุบัติเหตุได้อย่างรวดเร็ว กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง


กำลังโหลดความคิดเห็น