xs
xsm
sm
md
lg

เอกชนชงรัฐคลอด 6 มาตรการอัดฉีดเศรษฐกิจ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการรายวัน360 - คณะกรรมการร่วมเอกชนฯ มองโลกแง่ดี คงจีดีพีปีนี้โต 2.7-3% ส่งออกลบ 2-0% ยอมรับยังไร้แรงปัจจัยหนุน คาดปี’63 จะฟื้นตัวดีกว่าปีนี้ แต่ต้องรอรายงานตัวเลขทางการเดือนม.ค.63 อีกครั้ง จี้การเมืองอย่าวุ่นวายให้พรรคร่วมรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างเชื่อมั่นนักลงทุนพร้อมเสนอคลอด 6 มาตรการกระต้นเศรษฐกิจเพิ่ม ทั้งช้อปช่วยชาติ ภาษีหนุนท่องเที่ยวเมืองรอง เร่งคืนแวตผู้ส่งออก ฯลฯ แอบหวังรัฐบาลชะลอปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ หรือขึ้นเพียงเล็กน้อยหากจำเป็น

นายกลินทร์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วยสภาหอฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)และสมาคมธนาคารไทย ว่า กกร.ยังคงกรอบประมาณการณ์เศรษฐกิจปี 2562 ที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)จะเติบโต 2.7-3.0% ส่งออกติดลบ 2% ถึง 0% เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจน ขณะที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปี 2563 น่าจะเติบโตจากปีนี้มาจากการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐ การเติบโตการท่องเที่ยว การลงทุนเอกชน เป็นต้นแต่ตัวเลขทั้งหมดจะมีการทบทวนและรายงานอย่างเป็นทางการอีกครั้งในการประชุมกกร.เดือนม.ค.63

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังคงต้องเผชิญกับเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่า ฯลฯ อย่างไรก็ตามกกร.มีความกังวลในขณะนี้ถึงเสถียรภาพการเมืองจึงอยากเห็นการเมืองที่นิ่งไม่ใช่ตีกันเช่นนี้ โดยต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาลทำงานไปทิศทางเดียวกันเพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าไปข้างหน้า รวมไปถึงต้องการให้คณะกรรมการค่าจ้าง(บอร์ดค่าจ้าง)ที่จะประชุม 6 ธ.ค.นี้ชะลอการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำออกไปก่อนหรือหากต้องขึ้นก็ขอให้ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่ควรจะถึง 10-15 บาทต่อวันเพราะหากขึ้นมากจะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการหันไปใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคนมากขึ้น

นายกลินทร์ กล่าวว่า แม้ภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายด้าน อาทิ มาตรการ ชิมช้อปใช้ (ทั้ง 3 เฟส) มาตรการประกันรายได้สินค้าเกษตร ฯลฯแต่เห็นว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ ควรที่จะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เพื่อทำให้เศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาสที่ 1 ปีหน้าปรับตัวดีขึ้น ดังนี้ 1. มาตรการ ช้อปช่วยชาติ โดยให้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค (ยกเว้นสินค้าบางประเภท อาทิ สุรา ยาสูบ เป็นต้น) รวมทั้งของขวัญปีใหม่ มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

2.มาตรการภาษี เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และการจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 15,000 บาท และของนิติบุคคลไม่เกิน 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง 3. เร่งการลงทุนภาครัฐเพื่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องของภาคเอกชน โดยใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ ใช้ผู้รับเหมาจากในพื้นที่เท่านั้น (Local to Local) 4. ผลักดันและเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนงานของ บสย. ในปี 2563 5. เร่งรัดการคืนภาษี VAT ทั้งผู้ส่งออกและผู้ประกอบการให้รวดเร็วขึ้น

6. ผลักดันโครงการค้ำประกันการส่งออกให้ครอบคลุมตลาดใหม่ๆของ SMEs และรัฐบาลช่วยรับภาระค่าธรรมเนียมค้ำประกันการส่งออกให้กับ SMEs ในตลาดเป้าหมาย และส่งเสริมผู้ประกอบการส่งออกที่เป็น SMEs ขายสินค้าเป็นเงินบาท ฯลฯ

นายสุชาติ จันทรนาค นายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานและประธานคณะกรรมการสายแรงงานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) กล่าวว่า การหารือไตรภาคีเรื่องค่าแรงขั้นต่ำก่อนหน้ามีการเสนอตัวเลขการปรับขึ้นค่าแรงลี่ย 10-15 บาทต่อวันแต่ล่าสุดได้มีการทบทวนใหม่และเห็นว่าหากจำเป็นต้องปรับขึ้นควรจะขึ้นเพียงเล็กน้อย 5-6 บาทต่อวันแต่อย่างไรก็ตามสถานภาพของแต่ละโรงงานนั้นตอบยากบางรายอาจอยู่ภาวะลำบากแม้ขึ้นเพียง 1 บาทต่อวันก็มีผลกระทบให้ตัดสินใจปิดโรงงานได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...