xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ถึงเวลาปฏิรูปองค์กรอิสระ ให้การตรวจสอบใสสะอาด

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ช่วงนี้อากาศของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อากาศหลายพื้นที่เย็นลงอย่างต่อเนื่อง แต่อุณภูมิทางการเมืองกลับร้อนแรง ทะลุจุดเดือด หลังร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับเบื้องต้น ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เผยแพร่ต่อสาธารณะชนอย่างเป็นทางการ

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะทยอยแพลมๆ ออกมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนพอที่พรรคการเมืองจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างถนัด พอของแท้ออกมาเลยจัดหนักชุดคอมโบต่อเนื่อง ทั้ง 2 พรรคใหญ่ขาประจำ หรือแม้กระทั่งพรรคเล็ก ที่ปกติไม่ค่อยมีปากมีเสียง หรืออาจจะมีแต่เสียงไม่ดัง แต่ครั้งนี้ถึงกับยอมไม่ได้ ต้องหาเครื่องขยายเสียงมาร่วมจัดชุดใหญ่

เรื่องที่ถูกจัดหนักจัดเต็มอย่างเรื่องเงินๆ ทอง ทุนประเดิมพรรคนั้น พรรคใหญ่ทุนหนาคงไม่มีปัญหาอะไรกระทบกระเทือน แถมยังสามารถให้หัวคะแนนที่อยู่ทั่วทั้งประเทศ ระดมหาสมาชิกได้อย่างไม่ยากเย็น หนำซ้ำยังสามารถแอบจ่ายค่าสมัครสมาชิกให้ได้ด้วยซ้ำไป สมาชิกอาจจะไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท แถมอาจจะได้เงินกลับบ้านไปด้วยซ้ำ

แม้ว่ากรธ.จะมีมาตรการตรวจสอบที่เข้มข้น แต่เชื่อได้เลยว่าคนไทยหากจะทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลกอย่างแน่นอน เรื่องแค่นี้คนบ้านๆ อย่างเรายังคิดได้ มีหรือที่นักการเมืองที่มีกุนซือผู้เชี่ยวชาญ และมี “ศรีธนญชัย”เป็นไอดอล จะหาวิธีหลบเลี่ยงไม่ได้

แค่ขั้นตอนแรก ก็เหมือนการสนับสนุนให้ทุจริตเสียแล้ว

แต่พรรคเล็กๆ หรือคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์แต่ไม่มีเงิน พวกนี้อาจจะพบกับปัญหา แม้กรธ.จะเปรียบเปรยว่า อยากตั้งพรรคต้องมีทุน เหมือนจะทอดกฐิน กรรมการยังต้องใส่ซอง แต่ก็คงจะไม่เหนือบ่ากว่าแรงหากพวกเขาต้องการจะตั้งพรรคมาทำงานเพื่อประชาชนจริง เงินประเดิม 2,000 บาท และค่าสมาชิกรายปีแค่ปีละ 100 ก็ไม่ใช่จำนวนที่เยอะอะไร ลำพังแค่กินเหล้ากินเบียร์ กับแทงหวยๆ งวดๆ นึงไม่รู้กี่ร้อยบาท

ถ้าไม่ใช่พรรคที่จัดตั้งมาเพื่อแสวงหาผลกำไร ทำกิจกรรมทางการเพื่อหาเงิน คอยจ้องแต่จะเอาเงินอุดหนุน เงินพัฒนาพรรคการเมือง จากกกต. มาใช้สอย แบบที่เคยมีบางพรรคทำกัน ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แถมยังสามารถกำจัดพรรคพวกนี้ ที่คอยเป็นปลิงดูดเลือดไปได้เสียด้วยซ้ำ อันนี้ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง

ส่วนการหาสมาชิกพรรคให้ได้ 2 หมื่นคน ภายใน 4 ปี ตรงนี้อาจจะเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับพรรคเล็ก เพราะ พรรคเล็กจะได้ ส.ส.ไม่มากนัก และบางทีอาจจะไม่ได้เลย และรัฐธรรมนูญกำหนดว่า หากมีส.ส.ไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ นั่นก็คือ 25 คน ก็จะไม่สามารถโหวตอะไรได้ แม้กระทั่งเลือกนายกรัฐมนตรี

และหากไม่เร่งสร้างผลงานและคะแนนนิยม ตัวพรรคเองก็จะเสื่อมศรัทธาหาสมาชิกได้ยาก สมาชิกเองก็อาจจะมีแต่ลดลงไม่เพิ่มขึ้นตามกฎเกณฑ์ในกฎหมาย รวมทั้งอาจจะเกิดแรงดึงดูดจากพรรคใหญ่ สุดท้ายพรรคก็จะสลายไป และถูกยุบตามข้อกำหนดของกฎหมาย 
 
ดังนั้น หากมองดี รัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกของกรธ.นี้ ไม่ได้ช่วยให้มีพรรคเล็ก หรือพรรคทางเลือก จริงอยู่ที่อาจจะตั้งพรรคได้ง่าย แต่การที่จะคงอยู่นั้นยากกว่ากฎหมายฉบับเก่ามาก

หากรัฐธรรมนูญนี้คงอยู่ได้นาน ไม่ถูกฉีกแบบ 10-20 ปีครั้งแบบของเก่า บางทีเราอาจจะเห็นพรรคการเมืองมีแค่ 2 พรรคใหญ่ แบบสหรัฐอเมริกา ก็เป็นได้

ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ที่กรธ.จะเผยแพร่ร่างเบื้องต้นในวันที่ 16 ธ.ค. ถือเป็นอีกร่างหนึ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะจาก กกต.เอง ทั้งๆ ที่ กกต.ส่งร่างตุ๊กตาที่เป็นต้นแบบมาให้กรธ.ก่อนใครเพื่อน หมายมั่นว่าจะเพิ่มอำนาจยกระดับองค์กรตัวเอง

แต่ไปๆ มาๆ กลับโดนหั่นโน่น หั่นนี่ ไม่เว้นแม้กระทั่งคุณสมบัติของกกต. ที่กลับกลายมาเป็นมีดทิ่มแทงตัวเอง เพราะกรธ. ดันกำหนดคุณสมบัติระดับพรีเมี่ยมตามรัฐธรรมนูญมาบังคับใช้ โดยไม่มีข้อยกเว้นเหมือนกฎหมายเก่า 

เล่นเอาคนในกกต.ต้องออกมาดิ้นพล่าน โดยเฉพาะ สมชัย ศรีสุทธิยากร ที่เป็นเป้าว่าจะพ้นจากตำแหน่ง เพราะคุณสมบัติไม่ถึง ซึ่งหากเทียบตามคุณสมบัติแล้ว ยังไงก็คงไม่รอด เว้นแต่ในชั้น สนช. เขียนเป็นบทเฉพาะกาล ละเว้นกกต.ชุดนี้ให้ทำหน้าที่ไปจนกว่าจะหมดวาระ

และในส่วนของกกต.จังหวัด กรธ.ก็ตัดทิ้ง แล้วให้มีคณะกรรมการตรวจการเลือกตั้งขึ้นมา ทำหน้าที่แบบเฉพาะกิจเวลามีเลือกตั้ง ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าดี เพราะกกต.จังหวัดในปัจจุบัน ไปฝังตัวสนิทสนมกับการเมืองท้องถิ่นมากเกินไป จนบางท้องที่กลายเป็นเครื่องมือและถูกอำนาจครอบงำไปเรียบร้อยซะแล้ว

จะเห็นจากการที่พรรคการเมืองออกมาคัดค้าน การยุบ กกต.จังหวัด ตรงนี้ก็อาจจะเป็นจุดยืนยันได้ว่า พวกเขามีสายสัมพันธ์อันดีซึ่งกันและกัน และอาจจะมีผลประโยน์ร่วมกันอยู่

ที่ผ่านมา กกต. ทำงานแบบเชิงรับมากเกินไป ต้องรอคนมายื่นเรื่องร้องให้ตรวจสอบ แต่ไม่มีมีการลงพื้นที่สุ่มตรวจ ตามจุดเสี่ยงที่ล่อแหลม ดังนั้นการทำงานรูปแบบใหม่ ที่กรธ.พยายามเปลี่ยนแปลงให้ทำงานเชิงรุกบุกตะลุย ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ 

แถมทางกรธ. ยังชงให้มีอำนาจการตรวจสอบที่มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการสืบสวนสอบสวน การเรียกบุคคล ตรวจค้นยึด อายัดทรัพย์สิน เช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกกต. เสริมเขี้ยวเล็บให้ กกต.ทำเกมรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอ ให้ปฏิรูปองค์กรตามรัฐธรรมนูญ อาทิ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญเองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า สองมาตรฐาน ซึ่งอาจเกิดจากกระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คุณสมบัติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จำกัดอยู่ในบุคคลบางอาชีพ รวมทั้งบุคคลที่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยังมีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยตรงค่อนข้างน้อย

ดังนั้น ก็ไม่ควรจำกัดเฉพาะกลุ่มสาขาบางอาชีพเท่านั้น ควรเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชีพอื่นที่เชี่ยวชาญในตัวรัฐธรรมนูญด้วย เพื่อให้การทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเกิดมุมมองที่หลากหลายมิติบ้าง

ในส่วนของป.ป.ช.เอง ที่ผ่านมา มีคดีที่ค้างการพิจารณาค่อนข้างเยอะ บางคดีดองไว้จนถึงกับหมดอายุความ และถูกตั้งข้อสงสัยว่าจงใจดองคดีไว้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องสงสัย ดังนั้นตรงนี้ต้องจัดระดับความสำคัญ และระยะเวลาในการพิจารณาคดีให้ชัดเจน

  ดังนั้นหากอยากได้การเมืองที่ดีกว่าเก่า นอกจากจะปฏิรูปพรรคการเมือง ปฏิรูปกฎหมายและการศึกษาแล้ว องค์กรอิสระนี่แหละที่ต้องปฏิรูปขนานใหญ่ด้วยถึงเวลาสังคายนาองค์อิสระ เพราะประเทศต้องการการปฏิรูป


กำลังโหลดความคิดเห็น...