xs
xsm
sm
md
lg

แฉทุจริตเรือตรวจการณ์กทม. กำหนดสเปกต่ำ ส่อฮั้ว-ยื่นปปช.ฟัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

"วิลาศ" ขย่ม กทม.ต่อ แฉโกงเรือตรวจการณ์ถลุงงบกว่า 26 ล้าน พังตั้งแต่ออกจากอู่ ไฟไหม้กลางทาง จอดทิ้งสนิมกินนาน 1 ปี พบพิรุธ กำหนดสเปกต่ำเอื้อประโยชน์คู่ค้า ส่อฮั้วประมูล พิลึกวัตถุประสงค์ช่วยผู้ประสบภัย แต่ติดกระจกรอบลำแถมสิ่งบันเทิงครบครัน เตรียมยื่น ป.ป.ช.ฟันพุธนี้

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงปัญหาการทุจริตโครงการจัดซื้อเรือตรวจการณ์ของ กทม. ว่า สำนักเทศกิจของกทม. ได้มีการเสนอให้กทม.จัดซื้อเรือจำนวน 3 ลำ โดยได้ออกทีโออาร์ คือ ลำที่ 1. เป็นเรือตรวจการณ์ไฟเบอร์กลาส ความยาว 38 ฟุต ขนาดเครื่อง 250 แรงม้า ราคา 6.5 ล้าน ลำที่ 2. ขนาดความยาว 45 ฟุต 300 แรงม้า ราคา 11 ล้าน และ ลำที่ 3. เป็นเรือตรวจการณ์เอนกประสงค์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 450 แรงม้า ราคา 26.5 ล้านบาท ซึ่งในส่วนเรือลำที่ 1 และลำที่ 2. ตนจะไม่ให้ความสำคัญเท่าไร เพราะราคาไม่มากนัก และการกำหนดทีโออาร์ ที่ดูแล้วไม่น่ามีข้อสงสัยอะไร

แต่สำหรับลำที่ 3 ตนจำเป็นต้องเจาะลึกว่ามีการฮั้วกันอย่างไร โดยเริ่มต้นจากการเขียนสเปกเอื้อประโยชน์ เช่น ไม่มีข้อกำหนดเหมือนที่เรือ 2 ลำแรกมี ทั้งทีราคาสูงกว่า เช่น ในทีโออาร์ของสองลำที่ถูกมีการระบุว่า ต้องมีประสบการณ์ต่อเรือ ไม่น้อยกว่าสิบปี แต่ลำที่แพงที่สุด กลับไม่มีข้อนี้ มีการกำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดซื้อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ทั้งที่ไม่มีเครื่องช่วยและติดกระจกรอบลำ ดูแล้วน่าจะเป็นเรือสำหรับนั่งกินลมชมวิวมากกว่า

นายวิลาศ กล่าวว่า การต่อเรือก็ผิดสัญญา เพราะไม่ใช่เรือสำเร็จรูปจากโรงงานภายใน หรือต่างประเทศ แต่ไปต่อเรือที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมต่อเรือ ต.หัวรอ อ.เมืองฯ จ.พระนครศรีอยุธยา และมีการรับมอบเรือแล้ว แต่วิ่งจากอู่ต่อเรือจากแม่น้ำลพบุรีเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางเกิดไฟไหม้ ต้องลากกลับไปที่อู่ต่อเรือ ซึ่งยังจอดอยู่จนถึงทุกวันนี้ เกือบหนึ่งปีแล้ว สภาพเรือพบว่าหลังคาเริ่มรั่ว มีการนำซิลิโคลนไปยาเอาไว้ แม้แต่ป้ายชื่อเทศกิจกทม. ก็เริ่มล่อน อีกทั้งมีสนิมขึ้น และยังมีการถอดเครื่องเรือไปโอเวอร์ฮอลล์ ที่อู่มหาชัย

"จึงมีคำถามว่า เหตุใดเรือใหม่จึงเกิดไฟไหม้ในขณะที่จะหมดประกันภายในเดือนกันยายนนี้ แต่ทราบมาว่าหลังจากผมเปิดประเด็นไป มีการขยายระยะเวลาประกันให้อีกหนึ่งปี ชัดเจนว่า มีการออกสเปกอ่อน เมื่อเทียบกับเรืออีกสองลำที่ราคาถูกกว่า ในเรือมี ตู้เย็น ทีวี เคาท์เตอร์บาร์ มีลำโพง ไมโครโฟน ไม่รู้ว่าเอาไว้ร้องคาราโอเกะ หรือไม่ แต่ไม่เห็นมีอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ แต่อย่างใด" นายวิลาศ กล่าว

นอกจากกำหนดสเปกอ่อน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนแล้ว ยังพบความเชื่อมโยงที่น่าจะส่อว่าเป็นการฮั้วประมูล ตั้งแต่การเสนอราคากลาง ซึ่งมีบริษัทเอกชน 5 ราย โดยพบว่ามีอย่างน้อย 2 บริษัท เป็นบริษัทลูกของ บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง ที่ได้งานกทม.มาอย่างต่อเนื่อง และเจ้าของบริษัทดังกล่าว คือ บิดาของเจ้าของบริษัทแกรนด์ไลน์อินโนเวชั่น ที่ได้รับงานต่อเรือลำละ 26.5 ล้านบาทนี้ ส่วน 2 บริษัท ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง ที่เป็นบริษัทคู่เทียบ คือ บริษัท วาสติเอ็นจิเนีย จำกัด มีผู้จัดการชื่อ พลอยชนก ปานจับ โดยเอกสารที่ออกจากบริษัทนี้ ออกมาจากบริษัทริเวอร์ทั้งหมด และห้างหุ้นส่วนจำกัดเอสที การช่าง มีหุ้นส่วนที่มีอำนาจลงนามคือ หลานของบริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง

จากพฤติกรรมจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคากลาง การหาคู่เทียบ ล้วนมีปัญหา และผิดกติกา จึงต้องเล่นงานยกเข่ง เพราะดูเหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อแป จะทำอะไรก็ได้ เรือลำละ 26.5 ล้านจอดไว้เฉยๆ ทั้งที่ควรกระวีกระวาดนำมาใช้ เหมือนได้อะไรสมประโยชน์แล้วก็จอดทิ้งไว้ เพราะไม่หวังเอามาใช้ แต่หวังได้อย่างอื่นตอบแทนใช่หรือไม่ นี่เป็นเรือชุดอุ่นเครื่อง แต่ยังมีเรืออีกชุด 300 กว่าล้านบาท ที่ผมจะนำมาเปิดเผยต่อไป และจะดำเนินการส่งเรื่องเรือตรวจการณ์ ที่มีปัญหานี้ให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบในวันพุธที่ 14 ก.ย. นี้ เช่นกัน เพื่อหาตัวผู้รับผิดชอบ ที่แน่ๆ คือ ผอ.สำนักเทศกิจ แต่เรื่องนี้ไม่ถึงระดับผู้ว่าฯ เพราะไม่ได้มีส่วน หรือลงนาม แต่มีระดับ รองผู้ว่าฯ ที่เกี่ยวข้อง แต่จะสาวถึงหรือไม่ คงต้องให้เป็นหน้าที่ของป.ป.ช." นายวิลาศ กล่าว.
กำลังโหลดความคิดเห็น