xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เปิดตัว “รถหรู สมเด็จช่วงฯ” Mercedes Benz รุ่น W186

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -กำลังเป็นประเด็นที่สังคมเฝ้าจับตากันเลยทีเดียว สำหรับ รถ Mercedes Benz รุ่น W186 ทะเบียน ขม 99 รถยนต์คลาสสิกสุดหรู ซึ่งอยู่ภายใต้การครอบครองของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ กรมสอบควนคดีพิเศษ(DSI) เข้ามาตรวจสอบว่า เป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือเป็นรถจดประกอบที่มีเจตนาเลี่ยงภาษี หรือไม่

สำหรับเจ้า Mercedes Benz รุ่น W186 คันนี้นั้น ผลิตขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1951-1957 หรือ พ.ศ.2494- 2500 ซึ่งถ้านับจนถึงปัจจุบันก็มีอายุอานามร่วม 60 ปีเข้าไปแล้ว ซึ่งผู้คลุกคลีในแวดวงรถยนต์ให้ข้อมูลราคาค่างวดของรถคลาสสิกคันนี้ว่า แบ่งออกเป็น 2 ราคา ได้แก่ 1.ตลาดนักสะสมรถคลาสสิก ราคาไม่ต่ำกว่า 3-4ล้านบาทขึ้นไป และ 2. ตลาดรถยนต์ทั่วไป ราคาจะลดหลั่นลงมาอยู่ที่ประมาณ 1-2 ล้านบาท

ปัจจุบัน รถยนต์คลาสสิกของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์คันนี้จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล ห้องมหาชนคุณารมณ์ในพระมหาเจดีย์รัชมงคล ชั้น 1 วัดปากน้ำภาษีเจริญ บริเวณ พร้อมกับรถคลาสสิกยี่ห้อเดียวกันอีก 2 คัน

รถ Mercedes Benz ทะเบียน ขม99 ภายใต้การครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นหนึ่งในรถหรูกว่า 6,757 คัน ที่ปรากฏในบัญชีดำของทาง DSI เข้าข่ายสำแดงเท็จเป็นรถจดประกอบเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี หลังพบเงื่อนงำว่ามีการทำนิติกรรมอำพราง สำแดงหลักฐานเป็นเท็จว่า Mercedes Benz หมายเลขทะเบียน ขม 99 เลขตัวถัง 186014-0042053 หมายเลขเครื่องยนต์ 1869204500552 ขนาด 3,000 ซีซี จดแจ้งว่าเป็นอะไหล่รถยนต์เก่า แต่แท้จริงเป็นการนำเข้ามาทั้งคัน ซึ่งเป็นคดีพิเศษตั้งแต่ปี 2556 จนขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ

อย่างไรก็ตาม จากคำกล่าวอ้างของผู้ดูแลรับผิดชอบจากวัดปากน้ำภาษีเจริญ ระบุว่ารถ โบราณทั้ง 3 คันทางวัดนำมาจัดแสดงไว้เพื่อการศึกษา ซึ่งรถยนต์ Mercedes Benz ทะเบียน ขม 99 ที่ DSI กำลังดำเนินการตรวจสอบเป็นรถที่ลูกศิษย์นำมาถวาย เช่นเดียวกับรถคลาสสิกที่จอดขนาบข้างทั้งสองคัน เป็นรถยนต์ที่ลูกศิษย์นำมาถวาย ซึ่งเป็นรถของรองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่มรณภาพไปแล้ว

โดยที่มาที่ไปของรถคลาสสิกหรูคันดังกล่าว มีลูกศิษย์ของวัดนำมาถวายเมื่อ 2554 ก่อนนำมาจัดแสดงในพิพิธพันธ์ฯ ในปี 2554 - 2555 ซึ่งMercedes Benz รุ่น W186 เป็นรถโบราณอายุอานามประมาณ 60 -70 ปีแล้ว ซึ่งวัดมีการสั่งซื้อนำเข้าอะไหล่บางส่วนเข้ามาใช้ซ่อมแซมบ้างเพราะรถยนต์ผุพังตามกาลเวลา ทั้งนี้ มีการจดประกอบการเสียภาษีจากกรมสรรพสามิตอย่างถูกต้อง รวมทั้งคู่มือจดทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบก ทั้งยืนกรานเสียงแข็งว่าเป็นรถจดประกอบไม่ใช่รถที่นำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งคัน เป็นซากรถเก่าที่ลูกศิษย์นำไปซ่อมปะผุ จัดซื้ออะไหล่มาประกอบขึ้นใหม่ เพียงแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดผู้บริจาคได้

ขณะที่หัวหมู่คนสำคัญของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์คือ พระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือ “เจ้าคุณพิพิธ” ได้อธิบายเอาไว้ว่า “กรณีรถหรู ซึ่งความจริงน่าจะเรียกว่ารถบุโรทั่ง เพราะเป็นรถเบนซ์เก่าๆ ถามว่าถ้าเป็นรถหรู สมเด็จท่านเคยนั่งไปอวดคนมั้ย ก็ไม่เคยนั่ง เรื่องนี้มีอยู่ว่าสมเด็จท่านเคยนั่งรถเก่าๆ คันหนึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ เมื่อมีคนมาเห็นก็ว่าสมเด็จท่านมีรถเก่ารักษาไว้ดี ก็มีคน 2 พวก คือ 1 เอามาถวายเพราะเก็บในบ้านไม่ได้แล้ว เนื่องจากต้องเสียภาษี สมเด็จท่านก็รับ เพื่อให้คนศึกษาเป็นประวัติศาสตร์ 2.คนที่มีปัญหาเรื่องเงิน เอามาขายให้ ท่านก็เมตตาซื้อไว้ ซึ่งความเมตตานี้ก็ได้กลายมาเป็นศัสตรา ที่จะมาบาดมือท่าน”

“อยากให้เข้าใจว่า ถ้าเป็นรถหรูมันต้องยี่ห้อโรลส์-รอยซ์ ราคา 60 ล้านบาท นั่น รถที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ล้วนแต่เป็นเป็นรถบุโรทั่ง ซื้อไว้สงเคราะห์ แค่เป็นยี่ห้อเบนซ์คนก็เลยคิดว่าฟู่ฟ่า ไปดูสภาพรถเถอะแล้วจะรู้ การที่มีผู้จะนำดีเอสไอไปตรวจสอบ อาตมาคิดว่า รัฐบาลคิดผิด คือจะตรวจสอบก็ตรวจสอบกันไป แต่ไม่ใช่ให้มาขวางเรื่องการตั้งสมเด็จพระสังฆราช”

ฟังการอธิบายของเจ้าคุณพิพิธแห่งสำนักวัดสุทัศน์แล้วก็ลองตรึกตรองเอาเองก็แล้วกันว่า ชอบด้วยเหตุผลหรือไม่ ทำไมเจ้าประคุณสมเด็จวัดปากน้ำถึง ชอบสะสมรถโบราณ และเป็นรถบุโรทั่งดังที่กล่าวจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าเรื่องนี้ ทาง DSI กำลังเร่งพิจารณาตรวจสอบอีกครั้งหลังเป็นคดีความมาตั้งแต่ปี 2556 โดยทาง พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ DSI เป็นเจ้าภาพดำเนินการพร้อมประกาศว่าจะใช้เวลาตรวจสอบเอกสารหมดที่ได้รับมอบมาจากทางวัดปากน้ำภาษีเจริญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในระยะเวลา1 เดือน เพื่อคลี่คลายปมร้อนสั่นคลอนเก้าอี้สังฆราชที่ประชาชนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

“ในการตรวจสอบเอกสารทั้งหมดไม่เกิน 1 เดือน จากนั้น DSI ก็จะตรวจสอบด้านกายภาพรถ ซึ่งถือว่าเป็นวัตถุพยาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญของบริษัทเบนซ์ฯ ซึ่งจะใช้เวลาเพียง1วันเท่านั้น ส่วนจะนำรถมาตรวจสอบที่ DSI หรือมาตรวจที่วัดหรือไม่นั้นต้องมีการประชุมพูดคุยกันก่อน และต้องดำเนินการตรวจสอบเอกสารให้ครอบถ้วน ทั้งนี้ DSI ยืนยันจะรีบดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้ทราบผลโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของสังคมและทุกฝ่าย ส่วนการจะเรียกสอบสมเด็จช่วงหรือไม่นั้น ต้องขอดูรายละเอียดตามเอกสารก่อน หากตรวจสอบเอกสารแล้วพบว่าเกี่ยวข้องก็ต้องเรียกมาสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย”

ทางด้าน ดำเกิง จินดาหรา ไวยาวัจกร วัดปากน้ำภาษีเจริญ ให้ข้อมูลว่า เจ้าประคุณยินดีให้ตรวจสอบทุกกรณี หากตรวจสอบพบความผิดใดทางวัดมีความยินดีปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดแสดงรถคลาสสิกหรูภายในพิพิธภัณฑ์พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล

“ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาความไปในอดีต ซึ่งมีทั้ง รถเก่า เรือ มีอายุหลายสิบปี ซึ่งเป็นของในอดีตที่ชาวบ้านมี อีก 20 ปี อาจไม่มีสิ่งของเหล่านี้ ถ้าใครมีของโบราณมาบริจาคก็จะนำมาเก็บโชว์ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ทั้งหมด ซึ่งการตรวจสอบครั้งนี้วัดก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก เป็นวัดก็ต้องอยู่ในความสงบ เป็นสิทธิของส่วนบุคคล ถูกผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย"

สำหรับในแง่กฎหมายตามรายงานข่าวระบุว่า หากตรวจพบความผิดในเรื่องการหลบเลี่ยงภาษีรถยนต์หรูนำเข้าจริง การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ฐานสำแดงเอกสารเท็จ หลีกเลี่ยงอากร ลักลอบนำเข้าสินค้าหนีด่านศุลกากรออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร ต้องระวางโทษปรับ 4 เท่าของอากรที่หลบเลี่ยงจำคุกไม่เกิน. 10 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ รวมทั้งอาบัติปาราชิกตามพระวินัยสงฆ์

ส่วนสุดท้ายเรื่องจะจบลงอย่างไร....ในอีกไม่ช้าคงรู้กัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...