xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

วิกฤต “แจ๊ด ปืนจิ๋ว” โอกาสทอง ทอท. ดันซื้อเครื่อง CTX ใหม่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -นับตั้งแต่กรณี “แจ๊ด ปืนจิ๋ว” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (อดีต ผบช.น.) ถูกรวบที่สนามบินนาริตะของญี่ปุ่นและได้รับการปล่อยตัวแบบร่วมด้วยช่วยกันตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ 2 เรื่อง

เรื่องแรกคือ การที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้ออกประกาศท่าอากาศยานดอนเมืองใหม่ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยทำการปรับเพิ่มมาตรการการรักษาความปลอดภัย ด้วยการตรวจค้นและเอ็กซเรย์กระเป๋า สัมภาระของผู้โดยสารทุกชิ้นที่นำเข้าไปในพื้นที่เช็คอิน

การเพิ่มมาตรการดังกล่าว ทำให้เกิดความล่าช้าในขั้นตอนการเช็คอิน โดยผู้โดยสารภายในประเทศ ควรมาถึงภายในสนามบินล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมงครึ่ง และ ผู้โดยสารขาออกต่างประเทศ ควรมาถึงภายในสนามบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงนั้น ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องเข้าคิวเพื่อรอตรวจเอ็กซเรย์กระเป๋าทุกใบแน่นขนัด ส่งผลให้การเดินทางล่าช้าอย่างมาก

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.กระทรวงคมนาคม อธิบายว่า การตรวจค้นและเอ็กซเรย์กระเป๋า สัมภาระทุกชิ้น เป็นมาตรการดูแลความปลอดภัย ที่ดำเนินการตามมาตรการที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศให้ไว้

การตรวจค้นดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบอย่างมาก เป็นมาตรการที่สร้างความโกลาหลและเสียงก่นด่า เพราะแทนที่จะไปจัดการกับระบบอันห่วยแตกที่ปล่อยให้แจ๊ดนำปืนจิ๋วขึ้นเครื่องไปได้ กลับมาวุ่นวายกับผู้โดยสายในช่องทางปกติ ทว่า สุดท้ายต้องกลับไปใช้มาตรการตรวจกระเป๋าสัมภาระเดิม คือเอ็กซเรย์เฉพาะกระเป๋าที่ทำการโหลดขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ส่วนกระเป๋าที่ติดตัวขึ้นเครื่องจะทำการตรวจค้นในพื้นที่ด้านใน โดยทอท.จะจัดทีมเจ้าหน้าที่สุ่มในการสังเกตการณ์ความผิดปกติเป็นรายๆ แทน

สำหรับเรื่องที่สองนั้น ต้องบอกว่า หนักไม่แพ้เรื่องแรก เพราะ ทอท. ได้ฉกฉวยเอาเป็นโอกาสทองเสนอจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ซีทีเอ็กซ์ ใหม่ โดยอ้างว่าที่มีอยู่ใช้มานานนับสิบปีแล้ว พอ ทอท. อ้าปากเตรียมการจะเสนอปุ๊บ “บิ๊กจิน” ก็เด้งรับเปิดไฟเขียวโร่รอทันที แบบว่า “ไม่ขัดข้องในหลักการ” หมายถึงว่าเสนอขึ้นมาเมื่อไหร่อนุมัติให้ทันทีว่างั้นเถอะ

น่าสนใจว่ามีอะไรในกอไผ่ไหมหรือไม่ ทำไมถึงอยากจะจัดซื้อจัดจ้างกันนัก โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของปีงบประมาณประจำปี ที่ทำอะไรก็ต้องรีบๆ ด่วนๆ และแบบพิเศษๆ

“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ถือเอาการปราบคอร์รัปชั่นเป็นภารกิจสำคัญ รู้สึกผิดปกติบ้างหรือไม่
และนั่นเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้งบค้างท่อบานตะไท

ย้อนมาพิจารณากันเป็นลำดับแรกในช่วงที่กำลังสอบเครียดกรณี “แจ๊ด ปืนจิ๋ว” ถูกรวบคาสนามบินญี่ปุ่นฐานพกพาอาวุธขึ้นเครื่อง ก็มีข้อกังขาคาใจกันมากมายว่า อ้าวแล้ว “แจ๊ด ปืนจิ๋ว” พกปืนขึ้นเครื่องผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปได้อย่างไร ไหนว่าเครื่องซีทีเอ็กซ์ ที่ ทอท. จัดซื้อในยุครัฐบาลทักษิณ นั้น เลิศเลอเพอร์เฟ็กต์อย่างที่สุดแล้ว ตรวจไม่พบ ผ่านไปได้อย่างไร

ข้อกังขาจากทุกสารทิศในตอนนั้น ทำให้นายศิโรตน์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ออกมายืนยันว่า ระบบการตรวจสอบสัมภาระกระเป๋าผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์ซีทีเอ็กซ์ 9400 ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ได้รับมาตรฐานจากสำนักงานบริหารการบินสหรัฐอเมริกา (Transportation Security Administration หรือ ซีเอสเอ) กรมการบินพลเรือน (บพ.) องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งมีการตรวจสอบมาตรฐานการตรวจค้นสัมภาระ และผ่านเกณฑ์มาตรฐานมาโดยตลอด ไม่ถูกสั่งให้แก้ไขหรือพบข้อบกพร่องแต่อย่างใด

แม้แต่ “บิ๊กจิน” ก็ช่วยยืนยันพร้อมสำทับว่า เครื่องเอ็กซเรย์วัตถุอันตรายซีทีเอ็กซ์ 9400 ยังได้มาตรฐาน แม้จะผ่านการใช้งานมาแล้ว 10 ปี โดยมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอทุกปี ล่าสุดมีการตรวจเครื่องเมื่อปลายปี 2557 ก็ได้รับการรับรองว่าเครื่องยังมีประสิทธิภาพ

กล่าวโดยสรุป เครื่องซีทีเอ็กซ์ที่ตรวจสัมภาระนั้น ทำงานได้ดีเยี่ยม ไม่เคยมีปัญหาใดๆ

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า แผนการซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น การประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด ทอท.) ครั้งที่ผ่านมา ได้พิจารณาต่อสัญญาให้บริษัทที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการบินของสหรัฐฯ และดูแลรักษาเครื่องซีทีเอ็กซ์ของไทยอีก 4 ปี ซึ่งติดปัญหาว่าบริษัทที่ดูแลรักษาเครื่องยังไม่ได้ใบรับรอง แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2558 ได้ส่งใบรับรองมาตรฐานมาให้แล้ว ซึ่งตามสัญญาจะต้องใช้เครื่องซีทีเอ็กซ์นี้ไป อีก 4 ปีนับจากเดือนสิงหาคม 2558 - สิงหาคม 2561 จึงไม่มีความจำเป็นต้องจัดซื้อใหม่ในช่วง 4 ปีนี้แต่อย่างใด

ชัดไหมว่า 4 ปีนับจากนี้ยังไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ เครื่องซีทีเอ็กซ์ยังใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหา แต่ตดยังไม่ทันหายเหม็น นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. ก็กลับเตรียมแผนชงเรื่องเสนอต่อ “บิ๊กจิน” ขออนุมัติซื้อเครื่องซีทีเอ็กซ์ใหม่เสียแล้ว

นายประสงค์ บอกว่า ในการประชุมบอร์ด ทอท.วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 จะมีการพิจารณาแผนการปรับเปลี่ยนเครื่องซีทีเอ็กซ์ที่สุวรรณภูมิใหม่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการหารือถึงแนวคิดดังกล่าวไปบ้างแล้ว ซึ่ง ทอท.จะต้องไปศึกษารายละเอียดของเครื่องที่มีความเหมาะสม พร้อมเตรียมจัดทำร่างเงื่อนไขการประกวดราคาการจัดซื้อ (TOR) แผนการติดตั้ง ซึ่งมีความสำคัญมาก เนื่องจากในช่วงเปลี่ยนจากเครื่องซีทีเอ็กซ์เก่าเป็นเครื่องใหม่นั้นจะต้องไม่กระทบต่อการให้บริการ การตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระต้องไม่สะดุด คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการจัดซื้อและปรับเปลี่ยน ติดตั้งเครื่องใหม่ทดแทนเครื่องซีทีเอ็กซ์ 26 เครื่อง กว่า 3 ปี

ประธานบอร์ด ทอท. อ้างสาเหตุที่ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องซีทีเอ็กซ์ใหม่ เนื่องจากเครื่องเดิมมีอายุใช้งานนานแล้วตั้งแต่เปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ประกอบกับจะไม่มีการผลิตอะไหล่ใน 4-5 ปีข้างหน้า ส่วนเครื่องซีทีเอ็กซ์ใหม่นั้นจะเป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สามารถตรวจกระเป๋าและประมวลผลได้รวดเร็วมากขึ้น เป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่ดีขึ้นตามยุคสมัย

พล.อ.อ.ประจิน ก็ตอบรับว่า ในหลักการไม่ขัดข้อง

งานนี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. บอกยังไม่จำเป็นต้องซื้อ แต่ประธานบอร์ด ทอท. กับ รมว.กระทรวงคมนาคม เขาจะเอาแล้ว ไม่รอหลัง 4 ปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อสองบิ๊กออกแรงผลักดันอย่างแข็งขัน ผลประชุมบอร์ด ทอท. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 ก็เป็นไปดังคาด จะไม่ใครกล้างัดคัดค้าน

ในการแถลงข่าวหลังการประชุมบอร์ด ทอท. ในวันดังกล่าวของนายนิตินัยระบุว่า ในระหว่างนี้ ทอท.จะมีการศึกษาเทคโนโลยีของเครื่องตรวจวัตถุระเบิดที่เหมาะสมในอนาคต โดยจะเสนอรายละเอียดต่อที่ประชุมบอร์ดในช่วงเดือน ตุลาคม - พฤศจิกายน 2558 เพื่อขออนุมัติว่าจ้างที่ปรึกษา วงเงินประมาณ 100 ล้านบาทเศษ โดยใช้งบเพิ่มเติมปี 2559 ใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปีกว่า และเริ่มดำเนินการได้ในช่วงปี 2560-2561 เป็นการศึกษาก่อนล่วงหน้าเพราะต้องมีระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่าน ต้องทำแผนการปรับเปลี่ยนคู่ขนานไปด้วย

“การปรับเปลี่ยนเครื่องซีทีเอ็กซ์ที่สุวรรณภูมินั้นเพราะใช้งานมาตั้งแต่เปิดสุวรรณภูมิและจะใช้ต่อไปอีก 4 ปี รวม 14 ปี ดังนั้นความเร็วคงสู้รุ่นใหม่ไม่ได้ เชื่อว่าน่าจะต้องเปลี่ยน แต่ต้องดูผลศึกษาก่อน โดยจะประเมินร่วมกับประมาณการปริมาณผู้โดยสารของอาคารผู้โดยสารหลักและอาคารใหม่จะแบ่งสัดส่วนอย่างไร และมาดูขีดความสามารถของแต่ละยี่ห้อ ซึ่งขณะนี้มียี่ห้อ CTX และ L3 ที่มีสัดส่วนการใช้กว่า 80% ของทั้งโลก” นายนิตินัย ให้เหตุผลถึงความจำเป็น ความทันสมัย ในท่วงทำนองเดียวกับสองบิ๊กคมนาคม

เครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 จำนวน 26 เครื่องที่ทอท.กำลังอยากจะโละทิ้ง ทั้งที่บอกว่ายังมีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ดีเยี่ยมนั้น มีการจัดซื้อเมื่อครั้งก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยบริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) ในขณะนั้นได้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างจากกลุ่มไอทีโอ ในวงเงิน 2,608 ล้านบาท ขณะที่ไอทีโอจัดซื้อจัดจ้างจากแพทริออท เป็นเงิน 2,003 ล้านบาท โดย แพทริออท จัดซื้อจัดจ้างจาก อินวิชั่น อีกทอดในราคา 1,432 ล้านบาท จนเป็นที่มาของข้อสงสัยว่าการจัดซื้อครั้งนั้นเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่

ข้อสงสัยดังกล่าว ทำให้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดความผิดต่อรัฐ (คตส.) เข้ามาตรวจสอบในช่วงรัฐบาล พล.อ.สนธิ บุญยะรัตกลิน และเมื่อ คตส.หมดวาระลงก็โอนเรื่องมาให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนต่อและสุดท้ายมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 25 คน

มหากาพย์สินบนซีทีเอ็กซ์ข้ามชาติภาคแรกจบลงไปแล้วแบบแฮปปี้กันถ้วนหน้า ส่วนภาคสองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น โปรดติดตามต่อไปด้วยใจระทึกและลุ้นว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย หรือไม่


กำลังโหลดความคิดเห็น...