xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

บทพิสูจน์ฝีมือ “บิ๊กตู่” “ตั้ง อาชีวะ”อวดพาสปอร์ตนิวซีแลนด์ เย้ยกระบวนการยุติธรรมไทย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -22 ธันวาคม 2557 “นายเอกภพ เหลือรา” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ตั้ง-อาชีวะ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง จากการขึ้นเวทีปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดงเมื่อปี พ.ศ. 2556 โพสต์เฟซบุ๊กอวดพาสปอร์ตของประเทศนิวซีแลนด์ พร้อมทั้งถ่ายภาพตนเองกับภรรยาด้วยอากัปกิริยาสบายอารมณ์ และยืนยันว่า ตนเองได้เป็นพลเมืองของนิวซีแลนด์เต็มตัว

“เฮ้อ...หายเหนื่อยแล้ว ที่สู้มา ที่เสี่ยงมาไม่เสียแรงเปล่า 1 ปีเต็มกับการผจญภัย ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให้เมียเนอะ เราไม่ใช่ผู้ลี้ภัยแล้ว แต่เราคือพลเมืองโดยสมบูรณ์”

พร้อมทั้งโพตส์คลิปขณะขับรถยนต์ส่วนตัวว่าไม่มีหวาดระแวงใครจะมาตามล่า จับกุมตัว

“ตอนนี้ผมใช้ชีวิตโคตรสุขสบาย อิสระเสรีมากเลยนะ ผมอยากจะไปไหน ผมก็เดินทางไปได้ด้วยรถส่วนตัวของผมเอง ผมอยากจะไปไหนก็ไม่มีปัญหา รถสาธารณะ รถส่วนตัว บางคนบอกผมไปไหนหวาดระแวง ระแวงห่าไรวะ ถ้าผมจะไปเที่ยวต่างประเทศ ผมก็เดินทางด้วยพาสปอร์ต (ยกพาสปอร์ตขึ้นมาแสดง) ของผม ซึ่งมันสามารถไปได้ทั่วโลก แทบจะไม่ต้องขอวีซ่า นี่แม่งโคตรกำไรชีวิต อิสระ สุดตีน โอเคนะครับ ชีวิตผมมันก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่นักโทษหนีคดีคนหนึ่ง เด็กกะโหลกกะลาคนหนึ่ง โอเคนะครับ บายครับ ”

พลันที่โพสต์ในเฟซบุ๊กของ ตั้ง อาชีวะปรากฏและกลายเป็นข่าวในเวลาต่อมา ได้ทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย เพราะใครจะไปคิดว่า คนอย่างตั้ง อาชีวะ ซึ่งไม่เคยมีเกียรติประวัติอันดีงามใดๆ ในชีวิต นอกจากความเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูง ตามมาตรา 112 หลังขึ้นปราศรัยจาบจ้วงสถาบันบนเวทีคนเสื้อแดงจะกลายเป็นพลเมืองของนิวซีแลนด์ไปได้

ตั้ง อาชีวะกลายเป็นพลเมืองนิวซีแลนด์ได้อย่างไร เพราะเป็นไปไม่ได้ที่คนอย่างตั้ง อาชีวะจะดิ้นรนกระเสือกกระสนด้วยตัวเองจนรัฐบาลนิวซีแลนด์ประเคนความเป็นพลเมืองให้ ถ้าหากไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ

นี่เป็นกำไรชีวิตเหมือนดังเช่นที่ตั้ง อาชีวะได้คุยโวโอ้อวดเอาไว้ในเฟซบุ๊กจริงๆ เพียงแต่เป็นกำไรชีวิตที่แลกมาด้วยการเป็นขี้ข้าของระบอบทักษิณ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่จาบจ้วงสถาบันเพียงประการเดียว

มิหนำซ้ำเมื่อพิจารณาจากสิ่งที่ตั้ง อาชีวะพร่ำพรรณนาก็ยิ่งทำให้คนไทยที่ จงรักภักดีต่อสถาบันเจ็บปวดหนักเข้าไปอีก เพราะผลตอบแทนที่เขาได้รับคือความสุขสบาย มีบ้านอยู่...มีรถขับ

ถ้าไม่จาบจ้วงสถาบัน ตั้ง อาชีวะจะมีวันนี้หรือ

หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ตั้ง อาชีวะมีวันนี้เพราะจาบจ้วงสถาบัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ คำถามที่ตามมาก็คือ พล.อ.ประยุทธ์จะทำอย่างไรกับกรณีของตั้ง อาชีวะ แต่ที่แน่ๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์จะทำเป็นนิ่งเฉยเลยผ่านมิได้ เพราะนี่คือเรื่องของคนที่จาบจ้วงสถาบันซึ่งยังลอยนวลเยาะเย้ยกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างไม่ยี่หระ

พล.อ.ประยุทธ์จะทำเหมือนรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่แทบไม่เคยดำเนินการใดๆ กับคนที่จาบจ้วงสถาบัน รวมทั้งตั้ง อาชีวะไม่ได้

โดยเฉพาะกรณีของตั้ง อาชีวะ ที่ต้องบอกว่าการได้มาซึ่งพาสปอร์ตที่ตั้ง-อาชีวะถืออยู่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะประเทศนิวซีแลนด์คงไม่ให้บุคคลที่มีคดีติดตัว เป็นอาชญากรหลบซ่อนได้ นอกเสียจากจะมีผู้ใหญ่มากบารมีเจรจาดำเนินการอยู่เบื้องหลังแก่กลุ่มคนที่จาบจ้วงสถาบัน

“ผมตรวจสอบข่าวจากคนในวงการทูต 2 แหล่งแล้วยืนยันว่า “ตั้ง อาชีวะ” และแฟนสาวได้พาสปอร์ตพลเมืองนิวซีแลนด์จริงๆ แต่ไม่ได้ผ่านทางสถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย และดูเหมือนสถานทูตนิวซีแลนด์ก็เพิ่งทราบเรื่องนี้จากข่าวพร้อมๆกับคนไทย ผู้เชี่ยวชาญวงการทูตรายหนึ่งให้ข้อมูลกับผมว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่ตั้ง อาชีวะ จะได้พาสปอร์ตนิวซีแลนด์ แสดงว่าต้องมีองค์กรระดับสากลช่วยเหลือ และการันตีต่อรัฐบาลนิวซีแลนด์ ไม่เช่นนั้นคงไม่ง่ายขนาดนี้ ผลจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลคสช.เลิกนิ่งดูดาย เร่งเชิญทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยมาหารือ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบกระบวนการยุติธรรมไทยโดยตรง และสอบถามไปยังทูตไทยที่อยู่นิวซีแลนด์ว่ารู้เรื่องนี้หรือไม่ และได้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อรัฐบาลนิวซีแลนด์หรือไม่”

นายสุริยะใส กตะสิลา ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงทัศนะต่อประเด็นดังกล่าว

จนบัดนี้ประชาชนคนไทยก็ยังไม่เคยเห็นปฏิกิริยาใดๆ ออกมาจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และกระทรวงการต่างประเทศแต่อย่างใด นอกเสียจากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ที่บอกว่า “อย่าไปกังวล เขาไม่ถือของไทย เขาก็ไปถือของประเทศอื่นได้ จำไว้ เพราะเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเราเท่าไหร่ แต่เราให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ถ้าใครทำผิดแล้วมาอยู่บ้านเรา จะไม่ให้อยู่เพราะ เพียงแต่คนในประเทศไทย ก็ทะเลาะกันมากแล้ว”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะต้องเร่งตรวจสอบก็คือ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์คนปัจจุบันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ทูตมาริษเพิ่งย้ายจากเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย ไปเป็นเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน นิวซีแลนด์ เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2557 ที่ผ่านมานี้นี่เอง

ยิ่งเมื่อมีกระแสข่าวร่ำลือว่านายมาริษมีความสัมพันธ์กับ นช.ทักษิณ ชินวัตร ก็ยิ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะแม้คนอย่างตั้ง อาชีวะ แม้จะไม่มีราคาเมื่อเทียบกับแกนนำคนเสื้อแดงที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันคนอื่นๆ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การจาบจ้วงสถาบันของตั้ง อาชีวะนั้น ทำร้ายหัวใจของคนไทยอย่างหนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตั้ง อาชีวะได้เป็นพลเมืองของนิวซีแลนด์ เพราะนั่นหมายความว่า รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้รับการยอมรับ รัฐบาลนิวซีแลนด์ถึงยอมให้การช่วยเหลือโดยไม่สนใจว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกันเลยแม้แต่น้อย

นี่เป็นอีกบททดสอบของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งมีอำนาจรัฎฐาธิปัตย์อยู่ในมือเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะจัดการกับเรื่องของตั้ง อาชีวะ และขบวนการจาบจ้วงสถาบันได้หรือไม่ อย่างไร




กำลังโหลดความคิดเห็น