xs
xsm
sm
md
lg

คสช.แจกความสุขต่อเนื่อง คงVAT-ภาษีนิติบุคคล ปรับใหม่รัฐธรรมนูญชั่วคราว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTVผู้จัดการรายวัน-คสช.แจกความสุขต่อเนื่อง ให้จัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลแบบมีรายได้น้อยจ่ายน้อย และคงภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ต่ออีกปี พร้อมตรึงค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน 16-40 บาทถึงต.ค.นี้ ก่อนปรับขึ้นตามสัญญาสัมปทาน แถมให้วันที่ 11 ส.ค. เป็นวันหยุดเพิ่มอีกหนึ่งวัน ส่วนธรรมนูญชั่วคราวยังไม่มีการพิจารณา สั่งปรับใหม่ หลังพบเนื้อหาส่อเกิดเหตุอำนาจซ้อนระหว่างรัฐบาลกับ คสช. เสียงอ่อยคุมล็อตเตอรี่ 80 บาท ยันยังไม่จับคนขายเกินราคา "สมยศ"ย้ำใช้กฎหมายเท่าเทียมกัน ทั้งกลุ่มหนุนกลุ่มต้าน ไม่มี 2 มาตรฐาน

เวลา 09.00 น. วานนี้ (2 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประชุม คสช.คณะใหญ่ ครั้งที่ 4 ที่กองทัพบก เพื่อติดตามเร่งรัดงานตามนโยบายสำคัญของ คสช.

โดยภายหลังการประชุม นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คสช. แถลงว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจตามที่กระทรวงการคลังเสนอมาในส่วนของการขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อไปอีกเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งถือเป็นมาตรการด้านการคลังที่สำคัญ ในการช่วยเหลือให้เศรษฐกิจของประเทศไทยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557 ผ่านการบริโภค และการลงทุน โดยกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ซึ่งใช้เป็นกรอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวประกอบด้วย

1.ให้จัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 7 ขั้นอัตราตั้งแต่ร้อยละ 5-35 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2557-31 ธ.ค.2558 เพื่อความสมดุลและเป็นธรรม โดยให้ผู้มีรายได้น้อยชำระภาษีน้อย ส่วนผู้มีรายได้มากควรชำระภาษีมาก

2.ให้จัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล รอบบัญชีที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2558 แต่ไม่เกินวันที่ 30 ธ.ค.2558 ในอัตราร้อยละ 20 เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

3.ในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้คงการจัดเก็บในอัตราร้อยละ 7 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2557-30 ก.ย.2558 เพื่อกระตุ้นการบริโภคของประชาชน และลดภาระค่าครองชีพ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการเจรจาระหว่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับคู่สัญญา บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL ในการยืดระยะเวลาการปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อให้เหมาะสม สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและแบ่งเบาภาระของประชาชน โดยให้ยังคงอัตรา 16-40 บาทตามเดิม ไปจนถึงเดือน ต.ค.2557 ก่อนที่จะใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ 16-42 บาท ตามข้อกำหนดในสัญญาโครงการระบบรถไฟฟ้ามหานคร ที่ต้องดำเนินการปรับอัตราค่าโดยสารทุก 2 ปี โดยผลการประชุมคณะกรรมการ รฟม. ครั้งที่ 16/2556 ได้มีมติอนุมัติค่าโดยสารใหม่แล้ว และให้ใช้อัตราต่อไปเป็นระยะเวลา 24 เดือน

***ให้หยุดเพิ่มวันที่11ส.ค.อีกหนึ่งวัน

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาในกรณีพิเศษถึงความเหมาะสมในการให้วันที่ 11 ส.ค.2557 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติม เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติ รวมทั้งให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้ช่วงเวลาวันหยุดต่อเนื่องอย่างมีความสุข

**คสช.ยังไม่ถกรัฐธรรมนูญชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะหัวหน้าทีมร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวปี 2557 จัดทำร่างธรรมนูญแล้วเสร็จ และส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาแล้ว เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีกระแสข่าวว่า คสช.จะนำร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม คสช. ครั้งนี้ ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามที่หัวหน้า คสช. ได้กล่าวในรายการคืนความสุขประชาชน วันที่ 27 ก.ค.ว่า คสช.จะพิจารณาร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว หากไม่มีอะไรต้องแก้ไข จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้มีผลบังคัญใช้ในเดือนก.ค. แต่ปรากฏว่า ยังไม่ได้มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือแต่อย่างใด

พล.อ.วินธัย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ที่ไม่ได้มีการหยิบยกร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวขึ้นมาหารือ เพราะเป็นเรื่องที่คณะทำงาน คสช. จะไปหารือกับทีมที่ปรึกษากฎหมาย ซึ่งการประชุมคสช. เพื่อขับเคลื่อนการบริหาราชการแผ่นดินเปรียบเสมือนการประชุุม ครม. จะเน้นเรื่องการพิจารณางบประมาณและวาระเร่งด่วนที่เกี่ยวกับการบริหารเป็นหลัก ทั้งนี้ ธรรมนูญปกครองชั่วคราว เป็นเพียงธรรมนูญปกครองที่ใช้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนที่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร จึงไม่จำเป็นต้องทำประชามติ ตามที่หลายฝ่ายสงสัย

***สั่งปรับใหม่ หวั่นเกิดอำนาจซ้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยรองหัวหน้า คสช. ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล. อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รวมถึง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และทีมกฏหมาย คสช.ประชุมร่วมนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะหัวหน้าทีมร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว พร้อมกับทีมร่างธรรมนูญ เพื่อรับฟังการชี้แจงเนื้อหาร่างธรรรมนูญปกครองชั่วคราว

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการหยิบยกหลายประเด็นที่ต้องปรับแก้ขึ้นมาหารือ โดยเฉพาะการกำหนดมาตรา การให้อำนาจ คสช. มีอำนาจเท่ารัฐบาลรวมอยู่ด้วย เพื่อให้คณะรัฐประหารสามารถควบคุมการบริหารงานของรัฐบาลที่เกิดจากคณะรัฐประหารได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นเรื่องของการใช้อำนาจซับซ้อนกัน อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ทางคสช. ได้ให้เวลาทีมร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราวไปปรับแก้ และนำกลับพิจารณาร่วมกันอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า

** เสียงอ่อยล็อตเตอรี่มีปัญหากลไกตลาด

พ.อ.วินธัยกล่าวถึงกรณีเรื่องล็อตเตอรี่ว่า คสช. มีแนวทางการปฏิบัติในระยะแรก คือ ให้มีการจัดตั้งจุดขายในราคา 80 บาท ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และในต่างจังหวัดเท่าที่สามารถทำได้ ส่วนที่เหลือราคาให้เป็นไปตามกลไกตลาดที่เหมาะสม เพราะเนื่องจากกองสลากฯ มีภาระสัญญาผูกพันคงค้างอยู่กับผู้ได้รับอนุญาตอยู่เดิม แต่ในอนาคต หรือในระยะที่ 2 จะได้ให้คณะกรรมการหาวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้ราคาจำหน่ายอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ทั้งหมด โดยจะพยายามจัดโควต้าให้กับผู้ค้าระดับกลาง ระดับล่าง รวมถึงผู้ค้าคนพิการที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรให้มากขึ้น

"การดำเนินการทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ โดยได้คำนึงถึงผู้ค้ารายย่อยกับผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้สามารถมีรายได้เลี้ยงชีพได้อย่างเหมาะสม และพอเพียง"

ส่วนที่มีข่าวจะจับกุมผู้ขายล็อตเตอรี่เกินราคา 80 บาทนั้น ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และไม่ใช่นโยบายของ คสช. ที่จะทำให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้ค้ารายย่อย จึงได้มีการประสานไปที่เจ้าหน้าที่กองสลาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้ระงับการจับกุมหรือใช้มาตราการบังคับทางกฎหมายในช่วงเวลานี้ไปก่อน

**คสช.ต้อนรับนักธุรกิจเกาหลีใต้

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. ในฐานะรองหัวหน้าคสช. ดูแลฝ่ายความมั่นคง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ดูแลฝ่ายสังคมและจิตวิทยา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะรองหัวหน้าคสช. ดูแลฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ให้การต้อนรับคณะนักธุรกิจจากประเทศเกาหลีใต้

พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวต้อนรับ พร้อมกับแนะนำรองหัวหน้าคสช. ว่า คสช. ได้แบ่งงานกันดูแลทั้ง 21 กระทรวง และขับเคลื่อนการทำงานกับข้าราชการกระทรวงต่างๆ พร้อมยกตัวอย่างว่าในอดีตเคยรับราชการในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นหน่วยที่ส่งกำลังพลไปร่วมรบในสงครามเกาหลี และได้สร้างอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกเกาหลีไว้ที่ จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวชื่นชมประเทศเกาหลีใต้ที่เจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ พร้อมชี้แจงถึงความจำเป็นต้องเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินของ คสช. โดยระบุว่าสถานการณ์ก่อน 22 พ.ค. รัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้เชิญชวนนักธุรกิจเกาหลีใต้ ให้เข้ามาลงทุนในไทย และยืนยันจะเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ รวมไปถึงการดำเนินการโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และได้เน้นย้ำว่า ประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้ ยังเป็นมิตรประเทศกันมาโดยตลอด และหวังว่าจะช่วยยืนยันถึงความมั่นใจการลงทุนในประเทศไทยต่อประเทศอื่นๆ ด้วย

**ตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีอาวุธสงคราม

ที่กองปราบปราม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมตัวแทนตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) , กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) , กองบัญชากรตำรวจภูธรภาค 1 ,4 และ 6 ในคดีการจับกุมอาวุธสงครามในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า การประชุมคณะทำงานครั้งนี้ เป็นไปตามคำสั่ง ตร.ที่ 312/2557 เรื่อง แต่งตั้งพนักงานสอบสวนเพื่อสอบสวนคดีอาวุธสงคราม หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้เข้าตรวจค้นจับกุมอาวุธสงครามจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นจำนวนมาก จึงมีความเป็นที่จะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อรวบรวมและประมวลข้อมูลต่างๆ ที่ได้มา และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า การรวบรวมข้อมูลไว้ที่เดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งจะมีคำตอบในทุกกรณี อย่างไรก็ดี คงต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมข้อมูลหลักฐานที่ได้รับในแต่ละส่วนอีกครั้ง จึงจะทราบว่าอาวุธต่างๆ ที่พบ และตรวจยึดไว้ดำเนินคดีนั้นเกี่ยวข้องกับคดีใด และเกี่ยวข้องกับบุคคลใดบ้าง ยืนยันว่าทุกคดีที่มีคำถามกับการจับอาวุธสงครามมาได้ จะมีคำตอบที่ชัดเจนทั้งหมด ทั้งนี้ หากมีความเชื่อมโยงถึงบุคคลใด และมีหลักฐานที่แน่ชัด ทางตำรวจจะพิจารณาขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้กระทำความผิดต่อไป

**"สมยศ"ลั่นตร.ไม่มี 2 มาตรฐาน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าตำรวจและทหารปฏิบัติกับผู้ชุมนุมที่มีความเห็นแตกต่างกันอย่างไม่เท่าเทียมกันและมีการเลือกปฏิบัติ ว่า ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ได้กำชับอีกครั้งว่า ให้ทหารและตำรวจปฏิบัติกับผู้ต่อต้านและเห็นต่างทุกกลุ่มทุกฝ่ายให้เท่าเทียมกัน โดยไม่มีเลือกปฏิบัติ พร้อมทั้งกำชับให้หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง และต้องบังคับใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนัก โดยวิธีที่เคยพูดไปหลายครั้งแล้วคือให้บันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวผู้ชุมนุม หรือผู้แสดงการต่อต้านแล้วเชิญตัวมาพบเพื่อพูดคุยและปรับความเข้าใจ ปรับทัศนคติเพื่อให้เกิดความเข้าใจ หากจำเป็นที่จะต้องจับกุมตัวก็ไม่ให้จับกุมในพื้นที่ชุมนุมเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกทางลบต่อสังคม และต่อสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อต่างประเทศ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการอย่างรัดกุม หากเกิดความผิดพลาดเกิดขึ้นอาจตกเป็นเป้าในการโจมตีได้

"ที่ผ่านมา สั่งกำชับตำรวจและทหารที่เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่ทุกครั้ง ให้ปฏิบัติต่อผู้แสดงออกทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมอย่างเช่นกรณีที่มีกลุ่มผู้สนับสนุนคสช.ไปยื่นหนังสือและดอกไม้ที่สถานทูตออสเตรเลีย กับกลุ่มคัดค้านไปนั่งรับประทานแซนวิช ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ก็ได้สั่งการให้ปฏิบัติต่อทั้ง 2 กลุ่มในมาตรฐานเดียวกัน สำหรับคนที่ยังเป็นเยาวชนและนักศึกษา ก็ได้เชิญตัวมาทำความเข้าใจพร้อมผู้เชิญปกครองมาร่วมทำความเข้าใจมีการตักเตือนผู้ปกครองด้วย ทั้งนี้ หากคนใดยังทำพฤติกรรมเดิมๆ ซ้ำ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออนาคต ต่อด้านการศึกษาของเยาวชนคนนั้นด้วย อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับเยาวชนและผู้ปกครองก็เข้าใจเป็นอย่างดี เชื่อว่าคงไม่ทำพฤติกรรมดังกล่าวซ้ำ แต่หากใครยังทำพฤติกรรมซ้ำก็จำเป็นต้องจับกุมดำเนินคดี" รองผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึง การโพสต์ข้อความต่อต้าน คสช.ในอินเตอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดีย ว่า หากพบข้อความเนื้อหาที่รุนแรงส่อในทางยุยง ส่งเสริมให้เกิดความแตกแยก ขั้นแรกจะตักเตือนก่อน แต่หากเตือนแล้วยังฝ่าฝืนก็ต้องถูกดำนเนินคดีตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา116 ฐานกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

**ศาลทหารให้ประกันตัว "บก.ลายจุด"

พ.ต.อ.กิตติรัชต์ น้อยโพนทอง ผู้กำกับการ สภ.เมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า พนักงานสอบสวน ได้ทำการอายัดตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เมื่อวันที่ 1ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากศาลทหารมีคำสั่งให้ประกันตัว และได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้ไปรับตัวนายสมบัติ ที่ สน.ประชาชื่น มาดำเนินคดีที่สภ.เมืองร้อยเอ็ด หลังจากมีผู้แจ้งความดำเนินคดีกับนายสมบัติ ในความผิด ฐานหมิ่นเบื้องสูงจากกรณีโพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งพนักงานสอบสวน ทำการสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนจะอนุญาตให้ประกันตัวออกไปโดยตีราคาประกัน 3 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามยุยงปลุกปั่นและห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เช่นเดียวกับเงื่อนไขที่ศาลทหารระบุไว้ พร้อมกับนัดรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 1 ส.ค. นี้

***แรงงานต่างด้าวลงทะเบียนเกือบ7พันราย

นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเปิดให้ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ที่ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ จ.สมุทรสาคร ว่า ยอดในวันแรกเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. มีนายจ้างนำแรงงานต่างด้าว 3สัญชาติ เข้ามาจดทะเบียน 1,924 คน ส่วนในวันที่ 1 ก.ค. มีจำนวน1,042 คน รวม 2 วัน มีนายจ้างพาแรงงานมาขึ้นทะเบียนแล้ว 2,966 คน ส่วนการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ศูนย์ตามแนวชายแดน 4 แห่ง ในจังหวัดสระแก้ว จันทบุรี ตราด และสุรินทร์ มีแรงงานกัมพูชาเข้ามาลงทะเบียน 3,713 คน

***กทม.ขอคืนตลาดจตุจักรมาบริหาร

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า หลังจากที่ กทม.ได้ยื่นหนังสือไปยัง คสช. เพื่อขอพิจารณาให้ กทม. กลับมาเช่าพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร และบริหารจัดการตลาด หลังจากที่สัญญาเช่ากับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) สิ้นสุดเมื่อปี 2555 นั้น ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งคงจะต้องรอคำตอบจาก คสช. ก่อน แต่ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการตลาดนัด กทม. และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้วางแผนเพื่อเตรียมความพร้อม หาก ร.ฟ.ท.ยินดีมอบพื้นที่ตลาดจตุจักรคืนให้ กทม. ดำเนินการบริหารงานต่อแล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...