xs
xsm
sm
md
lg

ทุ่งหวัง 2499... (ตอนที่ 6..ม้าสีหมอก)

เผยแพร่:   โดย: บรรจง นะแส


“เย็นนี้ไอ้หมานจะมานอนที่บ้านนะ” คุณตาจ้อนบอกคุณยาย

ไอ้หมานของคุณตาคือ “ป๊ะหมาน” ของพวกเรา ป๊ะหมานเป็นมุสลิมที่อยู่ไกลจากหมู่บ้านของพวกเรามาก อยู่กันคนละตำบลคนละอำเภอ บางครั้งคุณตากับคุณยายก็หายไปจากบ้านทีละหลายๆ วัน น้าๆ บอกว่าคุณตาคุณยายไปซื้อมะพร้าวจากหมู่บ้านของป๊ะหมาน ขากลับก็จะมีพวกใบจากสำหรับมวนใบยาสูบ กะปิ ปลาเค็มปลาแห้ง ปูดำ กลับมาด้วยทุกครั้ง จ้อนหวังไว้ว่าสักวันจะได้ไปที่หมู่บ้านของป๊ะหมานบ้าง ฟังคุณตาเล่าเรื่องหมู่บ้านป๊ะหมานที่บอกว่ามีคนออกทะเลไปจับปลา มีเรือให้นั่งออกทะเล มีชายหาดขาวๆ

“ป๊ะหมานคือญาติของพวกเอ็ง พ่อมันไปเข้าแขกเมื่อนานมาแล้ว”

“พ่อมันเป็นนักเลง มีเรื่องกับเขาไปทั่ว สุดท้ายยกพวกไปปล้นเจ้าของโรงสีที่บ่อยาง พรรคพวกถูกยิงตาย บางคนถูกจับได้โดนขังคุกอยู่ในตัวเมือง พ่อไอ้หมานมันรอดหนีออกได้แต่กลับมาอยู่ในหมู่บ้านไม่ได้ หนีตำรวจไปอยู่กับพรรคพวกมันที่นั่นซึ่งเป็นหมู่บ้านชุมชนคนหาปลา พวกเขานับถือศาสนาอิสลาม พ่อไอ้หมานเลยไปได้ลูกได้เมียที่นั่น กลายเป็นแขกไอ้หมานมันจึงเป็นแขกไปด้วย”

“แขกก็คือเขาไม่กินหมู ไม่บวชเป็นพระแต่ไปมัสยิดทุกวันศุกร์ ละหมาดวันละ 5 เวลาและเวลาตายเขาไม่เผาแต่เอาไปฝัง” คือคำอธิบายความหมายคำว่าแขกของคุณตา ดังนั้น เวลาป๊ะหมานมาพักที่บ้านคุณตา คุณยายก็จะจัดการหลายๆ อย่างที่เป็นกิจวัตรของป๊ะหมาน อย่างน้อยๆ ในครัวจะต้องไม่มีกับข้าวที่เป็นข้อห้ามในทางศาสนาที่ป๊ะหมานเคยบอกว่าทานไม่ได้เช่น หมู สัตว์มีเขี้ยวเล็ก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน

พวกหลานๆ คุณตารวมทั้งจ้อนก็จะประจบป๊ะหมานด้วยการนำเอาเสื่อใบเตยที่คุณยายสานไว้สำหรับป๊ะหมานละหมาดโดยเฉพาะ เสื่อผืนนั้นจะถูกแย่งกันเอาลงมาจากที่ผูก เอามาปัดเช็ดถูให้สะอาด เวลาป๊ะหมานทำพิธีละหมาดบรรดาหลานๆ ก็จะนั่งล้อมวงดูการทำพิธีละหมาดของป๊ะหมาน เสร็จพิธีละหมาดของป๊ะหมานทุกคนก็จะแย่งกันเก็บเสื่อผืนนั้นไปไว้ที่เดิม เสื่อผืนนั้นเป็นข้อห้ามสำหรับทุกๆคนในบ้านคุณยาย ห้ามเอาลงมาปูนั่งเล่นหรือนำไปใช้เด็ดขาด เสมือนสิ่งต้องห้ามที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใครๆ จะละเมิดไม่ได้โดยเด็ดขาด รางวัลที่หลานๆ จะได้รับจากป๊ะหมานคือเปลือกหอยแปลกๆ สวยๆ เสมอๆ จ้อนได้ก้ามปูดำขนาดใหญ่ที่ถูกแกะเนื้อออกตัดด้านก้ามที่แหลมออกทำเป็นรูประฆัง ใส่กระดิ่งเล็กๆ ด้านล่างผูกใบตาล เวลาลมพัดกระดิ่งก้ามปูดำของจ้อนก็จะส่งเสียงระรัว เป็นของรักของหวงที่จ้อนลังเลหลายหนว่าจะเอาไปมอบให้กับแจ่มจันทร์สาวผมยาวเพื่อนร่วมชั้นที่โรงเรียนดีหรือไม่

หลายๆ ครั้งเวลาจ้อนไปนอนค้างที่บ้านคุณยาย ก็มักพบคนแปลกหน้ามาสุมหัวกันที่ขนำหน้าบ้านคุณยายยามค่ำคืน พวกเขามากันสี่ห้าคนรวมกับชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านของจ้อนอีกสี่ห้าคน ส่วนใหญ่เป็นคนในหมู่บ้านที่จ้อนรู้จัก ก็มักเป็นคนที่รับรู้กันในหมู่บ้านว่านี่คือกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพหรือทำมาหากินที่ผิดไปจากคนในหมู่บ้าน คุณยายมักดุจ้อนว่าอย่าไปเข้าใกล้คนพวกนั้น เพราะพวกนั้นคิดแต่เรื่องการไปปล้นคนโน้นคนนั้น มีแต่เรื่องวางแผนไปลักวัวบ้านโน้นบ้านนั้น กลางวันนอนกลางคืนออกหากินด้วยการไปปล้นหรือลักขโมยอะไรทำนองนั้น

เงาตะคุ่มๆ จากริมชายป่าถัดจากทุ่งนาหน้าบ้านคุณตาของจ้อนขยับเข้ามาเรื่อยๆ จ้อนพาเพื่อนๆ ไปยืนรอตรงปากทางเข้าบ้านคุณตา จากเงาตะคุ่มดำๆ เริ่มปรากฏเป็นภาพของชายชราบนหลังม้าสีหมอกใกล้เข้ามาๆ ป๊ะหมานมากับม้าคู่ชีวิตของแก ม้าเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับพวกจ้อน คนอื่นๆ ที่โรงเรียนอาจจะเคยเห็นแต่ภาพในหนังสือแต่สำหรับพวกจ้อนได้เห็นม้าตัวเป็นๆ ป๊ะหมานโบกไม้โบกมือทักทาย แต่พวกจ้อนส่วนใหญ่สายตาเล็งไปที่ย่ามใบใหญ่ที่ป๊ะหมานสะพายมาด้วย ต่างคนต่างจินตนาการไปต่างๆ นานาว่าในนั้นจะมีอะไรที่จะเป็นของตัวเองสักชิ้นแน่นอน

ป๊ะหมานลงจากหลังม้าสีหมอกของแก ขาข้างหนึ่งของป๊ะหมานมีปัญหาเดินสูงต่ำไม่เท่ากัน คุณตาเคยเล่าว่าแกเคยถูกยิงตอนออกไปปล้นสมัยหนุ่มๆ แกเงอะงะๆ ปลดของพะรุงพะรังสองข้างพุงม้าที่พกพามา แล้วจูงม้าไปผูกกับต้นหมากใกล้บ่อน้ำหน้าบ้านคุณตาซึ่งเป็นที่ประจำสำหรับผูกม้า แน่นอนกองหญ้าที่คุณตาไปตัดเตรียมไว้และถังใส่น้ำสำหรับม้าที่คุณยายเอาไปตั้งแล้วให้พวกจ้อนตักน้ำใส่ไว้จนเต็มถังรออยู่แล้ว

“ทำไมวันนี้มึงถึงมาใกล้ค่ำ” คุณตาทักทาย

“ไอ้แพล้มที่บ้านควนมันเรื่องมาก คุยกันตั้งนานกว่าจะตกลง” ป๊ะหมานตอบสั้นๆ ห้วนๆ

แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ขนำหน้าบ้านคุณตาส่องแสงสลัวๆ พอที่จะทำให้มองหน้ากันได้ ป๊ะหมานนั่งพิงเสาขนำคนละต้นกับคุณตา ชายฉกรรจ์สี่ห้าคนที่เดินทางมาสมทบ ส่วนหนึ่งจ้อนจำหน้าได้ว่าเคยมากับป๊ะหมานบ่อยๆ ส่วนหนึ่งก็เป็นกลุ่มคนในหมู่บ้านที่คุณยายไม่ค่อยชอบขี้หน้า จ้อนยืนแทะก้ามปูสดๆ ที่คุณยายเพิ่งต้มเสร็จใหม่ๆ มันคือก้ามปูดำรสหวานที่ถูกใส่กระสอบบนหลังม้าสีหมอกของป๊ะหมานมาเมื่อตอนเย็นนั่นเอง

“ไอ้แพล้มบอกว่ามันมักจะมากันสามถึงสี่คน ข่าวว่ามีปืนสั้นสองกระบอก” ป๊ะหมานเปรยๆ

“เพื่อนผมที่บ่อยางบอกว่าพวกมันจะเดินผ่านบ้านลุงแพล้มในวันอาทิตย์นี้แหละ เห็นว่าจะใช้เส้นทางเกวียน” ชายแปลกหน้าเสริมขึ้น

“ไอ้เปรตนี่หน้าเลือดเพื่อนผมที่บ่อยางไปสืบมาแล้ว มันรวยเพราะเอาเปรียบเพื่อน โรงฝิ่นในเมืองของคนอื่นๆ เขาปิดกันหมดแล้ว แต่ที่บ้านมันมีทั้งโรงฝิ่น เปิดเล่นไพ่สารพัดทั้งวันทั้งคืน ข่าวว่ามันร่วมมือกับผู้กองเหลิม” น้าเริญตัวแสบในหมู่บ้านที่คุณยายไม่ชอบขี้หน้าเสริมขึ้น

“เวลามันเอาทองเอาเพชรไปขายต่างอำเภอมันไม่เคยไว้ใจใคร มันจะเอาไปเองกับลูกน้องสามสี่คน ไอ้จีนฉ้องที่จะนะบอกกูมาอย่างงั้น” ป๊ะหมานกล่าวเนิบๆ

“ก็ตกลงตามนั้นวันอาทิตย์นี้ ไอ้เริญมึงเอาพรรคพวกไปยิงปืนขึ้นฟ้าที่หลา (ศาลา) ยายเอี้ยงสักสองสามนัด ไอ้มุ๊มึงไปแอบดูว่าพอมีเสียงปืนดังขึ้นพวกมันชักปืนออกกันมากี่กระบอก พอรู้จำนวนปืนแล้วมึงอ้อมมาทางหัวควน กูจะรออยู่ที่นั่น” ข้อสรุปบทสนทนาท่ามกลางแสงไฟสลัวคืนนั้นได้ข้อสรุป

จ้อนเดินถอยออกมาจากขนำเดินขึ้นไปซุกตัวนอนในผ้าถุงคุณยายใกล้ๆ กับที่นอนของป๊ะหมานที่คุณยายเตรียมไว้ ...บทรำพึงของเด็กน้อยจ้อนก่อนหลับไปในคืนนี้เขามีคำถามในใจว่า “อีกแล้ว..มาวางแผนปล้นกันอีกแล้ว แต่หนนี้ข่าวว่าจะปล้นเฒ่าแก่ร้านทองพ่อค้าเพชรคนสำคัญของเมืองบ่อยางเสียด้วย แต่ทำไมต้องเป็นที่บ้านคุณตา และทำไมมักมาพร้อมๆ กับเปลือกหอยสวยๆ ปูดำตัวใหญ่ๆ และม้าสีหมอกตัวนั้น”
กำลังโหลดความคิดเห็น...