xs
xsm
sm
md
lg

แม้ดูใกล้สำเร็จ แต่กลุ่มทุนสามานย์จะล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ปัญญาพลวัตร
โดย...พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับวุฒิสมาชิกที่ผ่านมามีเรื่องราวที่น่าสนใจหลายประการ เพราะว่ากลุ่มทุนสามานย์ได้ทุ่มเทพลังและพยายามทุกวิถีทางเพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จตามเป้าหมาย ทำให้เกิดลักษณะความวิปริตพิสดารของการตัดสินใจและการแสดงพฤติกรรมทางเมืองเกิดขึ้นมากมาย แม้ว่าภาพที่ปรากฏดูเหมือนความพยายามของกลุ่มทุนสามานย์จะใกล้บรรลุเป้าหมายเข้าทุกที ราวกับว่าจะประสบชัยชนะ แต่ผมคิดว่าในท้ายที่สุดความพยายามของพวกเขาครั้งนี้จะสูญเปล่า

กลุ่มที่เป็นผู้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้แก่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งส่วนหนึ่ง ธงชัยที่กลุ่มนี้ฝันจะไปให้ถึงคือ การกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดมาจากการเลือกตั้ง ให้สมาชิกวุฒิสภาดำรงตำแหน่งกี่วาระก็ได้ ให้นักการเมืองและเครือญาติลงสมัครรับเลือกตั้งได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ และให้วุฒิสมาชิกเดิมที่มาจากการเลือกตั้งสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้โดยไม่มีข้อห้ามใดกีดขวาง

เจตจำนงที่อยู่เบื้องหลังของการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นเช่นที่กล่าวมาคือ ความต้องการควบคุมรัฐสภาอย่างเบ็ดเสร็จของกลุ่มทุนสามานย์อันเป็นเจ้าของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล และความกระสันอยากอยู่ในวงจรอำนาจการเมืองต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของสมาชิกวุฒิสภามีมาจากการเลือกตั้งกลุ่มหนึ่ง

กลุ่มทุนสามานย์เชื่อว่าพวกเขาสามารถคุมสภาพกลไกการเลือกตั้งได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยอาศัยเครื่องมือหลัก 5 ประการคือ กลไกการโฆษณาชวนเชื่อ กลไกการจัดตั้งของหัวคะแนน กลไกการซื้อขายเสียง กลไกมวลชนเสื้อแดง และกลไกอำนาจรัฐ กลุ่มทุนสามานย์เคยใช้กลไกเหล่านี้จนประสบชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อว่าด้วยความเชี่ยวชาญในการจัดการกลไกเหล่านี้ของพวกเขา จะทำให้พวกเขาสามารถกวาดเสียงข้างมากในวุฒิสภาเช่นเดียวกันกับสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ด้วยความอยากที่จะอยู่ในวงจรอำนาจทางการเมืองต่อไปให้ยาวนานมากที่สุด พวกเขาจึงร่วมหัวจมท้ายกับกลุ่มทุนสามานย์เข้าร่วมปฏิบัติการณ์แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะปลดล็อกเรื่องการดำรงตำแหน่ง จากเดิมซึ่งดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียวให้ดำรงตำแหน่งได้อย่างไม่มีขีดจำกัด กี่วาระก็ได้

ในระหว่างกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มทุนสามานย์ได้ฉวยโอกาสกำจัดกวาดล้างสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการขัดขวางพฤติกรรมการใช้อำนาจอย่างอำเภอใจของพวกเขา โดยกำหนดให้วุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหาหมดสภาพไปทันทีหลังการเลือกตั้ง ส.ว.ชุดใหม่

หากพิจารณาบทบาทการทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ส.ว.จากการสรรหาหรือรู้จักกันในนามกลุ่ม 40 ส.ว. ได้ขัดขวางการกระทำที่ลุแก่อำนาจของฝ่ายบริหารหลายครั้งหลายครา และทำหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแข็งขันโดยตลอด กลุ่มทุนสามานย์จึงถือว่า ส.ว. สรรหาเป็นปรปักษ์ของพวกเขา

กลุ่มใดที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศ แต่เป็นอุปสรรคต่อการแสวงหาประโยชน์เพื่อส่วนตนและพวกพ้องของกลุ่มทุนสามานย์ รัฐบาลและนักการเมืองภายใต้บงการของกลุ่มทุนสามานย์ก็ทุ่มเทความพยายามหาหนทางในการขจัดกวาดล้างออกไปให้ได้ และดูจากการที่กลุ่มทุนสามานย์สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มา การดำรงตำแหน่ง และคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาได้สำเร็จ จนกระทั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ยื่นทูลเกล้าเพื่อลงพระปรมาภิไธยแล้ว ก็ยิ่งดูเสมือนว่าพวกเขาใกล้ความสำเร็จเข้ามาทุกที

แต่จากด้วยความรีบร้อน เร่งรีบ รวบรัดเพื่อสนองความกระสันอยากของวุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งให้สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ได้ทันต่อเงื่อนไขเวลา จึงทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเต็มไปด้วยพฤติกรรมที่วิปริตพิสดารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตัดสิทธิสมาชิกรัฐสภาไม่ให้อภิปรายในสิ่งที่พวกเขาแปรญัตติเอาไว้ การรวบรัดเสนอปิดการประชุม การลงคะแนนเสียงแทนกันของสมาชิกรัฐสภาฝ่ายรัฐบาล และการลักไก่พิมพ์สอดใส่เนื้อหาที่ไม่ได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากรัฐสภาลงไปในร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไข

ด้วยพฤติกรรมอันวิปริตเหล่านี้ของบรรดาสมุนของกลุ่มทุนสามานย์ ตั้งแต่ต้นน้ำคือเจตนารมในการแก้ไขเพื่อเปลี่ยนแปลงความสมดุลย์ของโครงสร้างอำนาจ กลางน้ำคือพฤติกรรมเผด็จการเสียงข้างมากและการฉ้อฉลระหว่างกระบวนการแก้ไข และปลายน้ำคือพฤติกรรมรวบรัดทูลเกล้าอย่างไม่เหมาะสมหลังการแก้ไขเสร็จ ล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขทั้งสิ้น สิ่งที่ตามมาคือโอกาสของการเกิดความยุ่งยากและความโกหลทางการเมืองจะมีสูงยิ่ง

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสมดุลของโครงสร้างอำนาจระหว่างฝ่ายต่างๆในสังคมได้ดีพอสมควร โดยกำหนดให้มี ส.ว.สรรหาจำนวนหนึ่ง ซึ่งภายใต้วิธีการสรรหา ทำให้ได้กลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่มาทำหน้าที่ ส.ว. เป็นกลุ่มคนที่มีวุฒิภาวะ มีเหตุมีผล และคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ พวกเขาทำหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจกับฝ่ายบริหารอันเป็นฝ่ายของพลังทุนสามานย์ที่ค่อนข้างไร้วุฒิภาวะ ทำอะไรตามใจชอบ ตามอารมณ์ของผู้บงการ และคำนึงถึงประโยชน์ของพวกพ้องเป็นหลัก แต่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ซึ่งผลักดันโดยกลุ่มทุนสามานย์ได้ทำลายสมดุลนี้อย่างสิ้นเชิง ทำให้รัฐสภาในอนาคตเต็มจะไปด้วยสมุนของกลุ่มทุนสามานย์และทำหน้าที่รับใช้ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนสามานย์เป็นหลักอย่างค่อนข้างแน่นอน

สำหรับภาพสะท้อนของความเป็นเผด็จการเสียงข้างมากของฝ่ายทุนสามานย์ ถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจนระหว่างกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา โดยยอมไม่รับฟังเสียงทักท้วงของผู้ไม่เห็นด้วย พยายามปิดหูปิดตาประชาชน และยังทุจริตฉ้อฉลด้วยการลงคะแนนเสียงแทนกันอีกด้วย

ด้วยพฤติกรรมอันอัปลักษณ์ข้างต้น บรรดากลุ่ม ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งบางส่วนที่ยังมีจิตสำนึกที่ดีงาม กลุ่ม ส.ว.ที่มาจากการสรรหา และพรรคการเมืองฝ่ายค้านได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในหลายเรื่องหลายประเด็นด้วยกันเพื่อให้วินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นโมฆะ ให้ตกไปทั้งหมด และวินิจฉัยให้การดำเนินการของผู้เสนอแก้ไขและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าข่ายเป็นการกระทำล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ด้วย

ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องเหล่านี้เอาไว้แล้วเพื่อดำเนินการวินิจฉัย ส่วนการตัดสินจะเกิดขึ้นเมื่อไรและผลจะออกมาอย่างไรนั้น ก็เป็นสิ่งที่สังคมจะต้องเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป

แต่ในทัศนะของผมนั้น ผมเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้น่าจะเป็นโมฆะเพราะว่ามีกระบวนการแก้ไขที่ทุจริตและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหลายประการ เช่น การลงคะแนนเสียงแทนกันของ ส.ส.พรรครัฐบาล การแอบลักไก่ใส่ข้อความที่ไม่ได้รับการพิจารณาลงไปเอง หรือ การตัดสิทธิของสมาชิกไม่ให้อภิปรายในสิ่งที่ตนเองแปรญัตติเอาไว้

ด้วยเหตุดังกล่าว ผมคิดว่าความพยายามที่จะยึดอำนาจ เปลี่ยนสมดุลของโครงสร้างอำนาจของกลุ่มทุนสามานย์ครั้งนี้ แม้ดูเหมือนว่าจะสำเร็จ แต่ท้ายที่สุดจะประสบความล้มเหลวอีกครั้งหนึ่ง อย่างแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...